ก็รักคุณทุกคืนนั่นแหละ สนพ.เขียนฝัน

ตอนที่ 16 : อาการตกหลุมรักมันเป็นยังไง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 597
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    22 พ.ย. 63


          สามวันที่ณรงศักดิ์กับริสาหาเวลาว่างมาเล่นบ้านเพื่อนได้ รับประทานข้าวเย็นกับครอบครัวเพื่อนเสร็จก็พากันมาดั่งดื่มต่อที่โต๊ะข้างบ้าน ซึ่งนอกจาเกทั้งสามคนแล้วยังแถมวิทวรรธด้วยอีกคน

                “วันนี้โชคดีจังพี่อ้นอยู่บ้านด้วย” ณรงศักดิ์แซวพี่ชายคนรองเพื่อน ที่วันนี้บังเอิญว่างมานั่งดื่มกับน้องๆ

                “พี่ก็อยู่บ้านเป็นปกติแหละครับ” เขาสิ่งที่ไม่ใกล้ความจริงเลย

                “เหรอคะ” เป็นน้องสาวตัวเองที่ถามเสียงยานคางด้วยความหมั่นไส้

                “อุ้มว่าไม่ใช่รู้ว่านิกกี้จะมาเลยตั้งใจอยู่บ้านหรือเปล่า” แล้วก็แซวพี่ชายต่อ ณรงศักดิ์ก็แกล้งยิ้มเขินอายรับมุก ครู่หนึ่งก็ถอนหายใจ

                “ฉันว่าไม่ใช่เพราะฉันว่ะ” แล้วก็มองไปทางเพื่อนสาวด้วยความหมั่นไส้ วิทวรรธหัวเราะเบาๆ ขณะที่ริสาก็ยังนังทำหน้าตายไม่รู้ร้อนรู้หนาว

                “แล้วเพราะใคร ยัยสาเหรอ” ทางนี้ก็แซวเพื่อนกับพี่ชาย ต่างจากเมื่อก่อนที่เธอกีดกันเต็มที่ วิทวรรธเคยคิดจีบริสาตั้งแต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งพอเธอรู้แบบนั้นก็ต่อต้านเต็มที่เพราะรู้ดีว่าพี่ชายตัวเองเป็นยังไง เกิดเพื่อนหลงคารมเข้าก็กลัวเพื่อนจะเสียใจ แล้วเธอจะเสียเพื่อนดีๆ แบบริสาไป ซึ่งในอดีตวิทวรรธก็ไม่ได้ดื้อจะจีบจริงจัง ส่วนริสาเองก็ดูเฉยๆ ไม่น่าจะคิดอะไร เวลาทั้งคู่มาเจอกันก็ไม่มีใครดูอึดอัดอะไร วิทวรรธยังมีแซวริสาบ้าง แต่ก็ดูเหมือนจะแซวเล่นมากกว่า ส่วนริสาก็ดูชิลๆ ตามสไตล์ วรินทรเลยไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนเหมือนตอนเด็กๆ ต่างก็โตๆ กันแล้ว อีกอย่างพี่ชายเธอก็เพลาๆ เรื่องผู้หญิงกว่าแต่ก่อนเยอะแล้ว ตอนนี้ถ้าหากจะจีบเพื่อนเธออีก เธอก็จะลุ้นให้แต่งกันไปเลยก็แล้วกัน

                “ฉันว่าเรื่องริสากับพี่อ้นเอาไว้ก่อนเถอะ มาเข้าเรื่องแกแบบเป็นทางการดีกว่ายัยอุ้ม” พอมาถึงเรื่องตัวเองก็ยิ้มแหยๆ ให้เพื่อน ถึงแม้จะรู้ว่าเพื่อนมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะก็เถอะ

                “แอบมีแฟนไม่บอกเพื่อนนะแก”

                “ไม่ได้แอบ คือ ฉันยังงงๆ อยู่เลยว่าฉันจะแต่งงานจริงเหรอ”

                “อะไรนะ” ณรงค์ศักดิ์ถามเสียงดังแบบใส่จริตเข้าไปเล็กน้อย ขณะที่ริสาที่ยังฟังเพลินๆ เหมือนไม่สนใจเท่าไรยังแอบหยุดมองหน้าเพื่อน ส่วนที่ชายก็ยกแก้วไปเรื่อยๆ แต่หูก็ฟังอย่างตั้งใจ

                “คือ”

                “ฉันไปห้องน้ำแป๊บหนึ่ง ปวดฉี่” ริสาที่เหมือนจะดื่มไปเยอะกว่าเพื่อนเอ่ยขอตัวเพราะกลั้นต่อไม่ไหว ตอนยืนก็เซๆ เล็กน้อยๆ วิทวรรธที่นั่งข้างๆ ก็รีบยื่นมือไปดึงไว้เพราะเกรงอีกฝ่ายจะล้ม

                “ไหวไหมนั่น เออ นั่งเงียบไม่พูดไม่จาดื่มเอาๆ” ณรงศักดิ์บ่นเพื่อน

                “เดี๋ยวพี่พาไป” ชายหนุ่มอาสา ซึ่งริสาก็ไม่ได้คัดค้านอะไร ให้พี่ชายเพื่อนเดินนำเข้าไปในบ้าน ส่วนอีกสองคนที่เหลือก็หันหน้ามามองอย่างรู้กัน

                “อุ้ม นอกจากฉันพลาดเรื่องแกแล้วใช่ว่าฉันพลาดเรื่องยัยริสากับพี่อ้นอีกเหรอ แกรู้อะไรมาหรือเปล่า”

                “ไม่รู้ เวลาพี่อ้นเจอยัยสาทีไรเขาก็ทำเป็นดูแลเทคแคร์กันแบบนี้ประจำ ก็เลยไม่รู้”

                “เออ ก็จริง แล้วไอ้เพื่อนเราก็ดูอารมณ์มันไม่ออกเลย อารมณ์ไหนมันก็หน้าเดิม”

                “เมื่อกี้เราพูดถึงไหนกันนะ”

                “เฮ้ย อย่าเพิ่งๆ รอมันกลับมาก่อน เดี๋ยวได้เล่าสองรอบ” พอณรงศักดิ์พูดจบสองเพื่อนซี้ก็หัวเราะแล้วส่ายหน้า มันจะมีเพื่อนประเภทหนึ่งที่ดูภายนอกดูเหมือนไม่สนใจ ไม่อินอะไรทั้งนั้น แต่ทุกเรื่องจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด ริสาเป็นคนประเภทนั้น พวกเธอเริ่มเป็นเพื่อนสนิทกันตอนปีหนึ่งเทอมสอง สามคนที่นิสัยต่างกันสุดขั้วแต่ก็มีอะไรบางอย่างดึงดูดเข้าหากัน

ริสาเป็นลูกของคุณครูภาษาไทยกับคุณครูศิลปะ ตัวเธอได้ความเป็นศิลปินของคุณพ่อมา แม้จะไม่ได้รับราชการครูเหมือนพ่อแต่ตอนนี้ก็รับสอนวาดรูป เป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูง ไม่อินกับเรื่องของเพื่อนๆ นัก แต่ถ้าได้รู้จักจริงๆ จะรู้ว่าในความเฉยๆ ไม่อินของเธอคือเพื่อนว่าอะไรก็ว่าตามกัน ส่วนวรินทรเองก็เป็นริสาในแบบในเวอร์ชันที่สดใสร่าเริง ด้วยความเป็นลูกคุณหนูของเธอก็เลยเหมือนจะไม่ค่อยเซนสิทีฟกับเรื่องของคนอื่น ส่วนณรงศักดิ์ก็เป็นประเภทโผงผางโนสนโนแคร์ แต่พวกเธอต่างก็รู้ดีว่าในความที่เหมือนจะไม่สนไม่อินของเพื่อน เวลาต้องการกันและกันเพื่อนก็พร้อมจะอยู่ข้างๆ เสมอ

“มากันแล้ว รีบๆ เลยยัยริสา ฉันอยากจะรู้เรื่องว่าที่สามีของยัยอุ้มจะตายแล้วเนี่ย” พอเพื่อนเดินมาถึงโต๊ะก็รีบบ่นเหมือนกับว่าถ้าไม่ได้บ่นอกจะแตกยิ่งกว่าไม่ได้รู้เสียอีก พอครบองค์ประชุมทุกคนก็หันไปจ้องหน้าวรินทรจริงจัง

“คือ อันที่จริงฉันก็เพิ่งคุยกับเขามาได้ห้าเดือน”

“โอ้ มายก็อต เร็วไปไหม...เอ่อ ริสาแกว่าห้าเดือนนี่เร็วไปไหมนะ” ประโยคแรกแสร้งอุทานตกใจ แล้วก็ทำเป็นหยุดคิด หันไปถามเพื่อน

“แล้วแกกับแฟนแกแต่ละคนกี่เดือนล่ะ” พอริสาย้อนมาแบบนั้นก็ค้อนควักใส่เพื่อนอย่างมีจริต

“แหม มันไม่เหมือนกัน” พูดอ้อมแอ้มไม่เต็มปากเต็มคำนัก แต่เขาก็คิดแบบนั้นจริงๆ เรื่องของวรินทรมันเทียบกับเขาไม่ได้เสียหน่อย เพื่อนไม่ใช่ประเภทที่จะเจอหนุ่มแล้วส่งสายตาปิ๊งปั๊งจูงมือกันกลับห้องภายในคืนเดียวเหมือนเขาเสียหน่อย

                “คือมันก็เร็วแหละ” วรินทรเองก็ยอมรับอ่อยๆ

                “เออ อะไรทำให้แกคิดเร็วทำเร็วแบบนี้”

                “พวกแกก็รู้ใช่ไหมว่าแม่ก็พยายามจับฉันแต่งงานมานานแล้ว”

                “เนี่ยอย่าบอกนะว่าผู้ชายคนนี้ก็เป็นหนึ่งในคนที่คุณแม่หาสรรหา” วรินทรพยักหน้าให้คำถามของเพื่อน

                “ก็ อือ ประมาณนั้นแหละ”

                “โอ ตาย เห็นแกบ่นตลอดสุดท้ายก็ยอมให้แม่เหรอเนี่ย อยากรู้แล้วสิว่าผู้ชายคนนี้มีอะไรดีถึงทำให้แกยอมให้แม่จับแต่งงาน ภายในระยะเวลาห้าเดือนเองด้วย” พอจบประโยคนี้วรินทรก็เหมือนรู้สึกว่าเพื่อนต่างก็มองมาอย่างคาดคั้น พอคิดจะหาคำตอบก็รู้สึกขัดเขินขึ้นมา ดวงตาเปล่งประกายจนอีกสามคนที่รอฟังอยู่รู้สึกได้

                “อืม มันอาจจะเป็นการตกหลุมรักล่ะมั้ง” ตอบแล้วก็ยิ้มให้ตัวเอง

                “โอ้ มายก็อต” ณรงศักดิ์ทำเป็นเอามือทาบอก ส่วนริสาถึงกับถอนหายใจออกมา

                “ก็แก แบบ เจอหน้าเขาตอนดูตัวครั้งแรกฉันก็รู้สึกตกหลุมรัก” มาถึงตอนนี้ก็หายเขินแล้ว ทำเป็นใส่อารมณ์อย่างออกรสออกชาติไปอีก ณรงศักดิ์มองค้อนเพื่อนอย่างหมั่นไส

                “ไหนๆ แกบอกหน่อยสิว่าเขามีอะไรดีแกถึงตกหลุมรักเขาได้ในครั้งแรกที่เจอกัน”

                คนถูกถามเม้มปาก มีรอยยิ้มติดมุมปากและแววตาจนเพื่อนๆ ลุ้นตามในคำตอบ แต่พอได้คำตอบก็พากันมองบนแล้วก็ส่ายหน้าอย่างเอือมๆ

                “เขาหล่อ”

                “เฮ้อ” ณรงศักดิ์ถอนหายใจออกมาแรงๆ “รู้เรื่อง” แม้จะรู้ว่าเพื่อนแกล้งเล่าให้เกิดอรรถรสแต่ก็รู้ว่าส่วนหนึ่งวรินทรคงประทับใจในความหล่อของว่าที่เจ้าบ่าวจริงๆ

                “ก็คนไม่ได้รู้จักนิสัยใจคอกันมาก่อน มันจะประทับใจเพราะความหล่อเขาไม่ได้เหรอไง” พูดเสียงอ่อยๆ

                “ฉันก็ยังไม่ได้ว่าอะไร เออ ถูกแล้ว ตกหลุมรักเพราะหล่ออะถูกแล้ว”

                “เหมือนเวลาที่แกเพ้อถึงผู้ชายใช่ไหม” ริสายกตัวอย่างให้เห็นภาพ ณรงศักดิ์เลยหันควับไปมองแรงใส่หนึ่งที

                “อืม แล้วก็ลองคุยกัน แล้วมันก็ดีอะ มันดีมาก” พูดแล้วก็ยิ้มกว้าง ดวงปตาเป็นประกายเจิดจ้าจนคนมองหมั่นไส้ไปตามๆ กัน

                 “จ้า...เออ ว่าแต่เจ้าบ่าวแกเป็นใคร” ความจริงณรงศักดิ์เคยลองหาร่องรอยหลักฐานบนโซเชียลของเพื่อนแบบผ่านๆ แล้ว แต่ก็ยังไม่เจออะไรผิดสังเกต แล้วก็ไม่ได้ถามอะไรกันต่อเพราะกะว่าจะมาหาอยู่แล้ว ทางวรินทรพอพูดถามก็มีอาการเขินอายเล็กน้อยที่ต้องพูดถึงว่าที่เจ้าบ่าว

                “แม็กซ์”

                “แม็กซ์ไหน” คิ้วขมวดอย่างนึกตาม

                “แม็กซ์ กฤตนัย”

                “แม็กซ์ กฤต...อ๊าย อีอุ้ม”

ขออภัยในคำไม่สุภาพนะคะ ฮาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

62 ความคิดเห็น

  1. #13 ฝนพรำ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 / 18:15

    ได้ยินแบบนี้ก็กรี๊ดซิคะ 😆😆😆😆 อ๊าย!

    #13
    1
  2. #12 jeauan (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 / 23:28
    ให้เวลาเพื่อนเจ้าสาวเขากรี๊ดกร๊าดกันไปก่อน
    #12
    0