ก็รักคุณทุกคืนนั่นแหละ สนพ.เขียนฝัน

ตอนที่ 14 : ไม่อยากเรียกพี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 637
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    20 พ.ย. 63

“พี่อุ้มยังชอบตุ๊กตาเหมือนตอนเด็กๆ เลยนะครับ” คำถามของเขาทำให้คนที่กำลังตกอยู่ในโลกของตุ๊กตาหันกลับมาสนใจเขา แววตาคล้ายมีความสงสัยก่อนที่มันจะมีเรื่องราวในนั้น รอยยิ้มจางๆ ระบางทั่วใบแล้ว ริมฝีปากแย้มยิ้มให้คนตรงหน้า เธอพอจะจำเรื่องราวในตอนนั้นได้ และพอคิดว่าเขาก็จำได้มันก็คล้ายจะอุ่นๆ ข้างใน

“จริงไหม เหมือนยิ่งโตก็ยิ่งชอบด้วย”

“เป็นของสะสมเลยไหมครับ”

“จะว่าอย่างนั้นก็ได้” เธอพูดยิ้มๆ แล้วก็หลิ่วตามาองเขา

“ห้างนี้มีของเล่นอยู่ติดๆ กับตุ๊กตาไหมนะ” แล้วก็ทำเป็นมองไปรอบๆ ซึ่งก็มีจริงๆ

“วันนี้พี่อุ้มจะซื้อหุ่นยนต์หรือปืนให้ผมดีล่ะครับ” เขาแกล้งรับมุก ทำให้อีกคนหัวเราะเสียงใส

“แม็กซ์อยากได้ไหมล่ะ”

“ไม่ชอบเล่นหุ่นยนต์แล้วครับ” ปฏิเสธยิ้มๆ “แต่เมื่อก่อนต่อให้ผมบอกว่าไม่อยากได้พี่อุ้มก็ซื้อให้อยู่ดี” ทั้งสองคนมองหน้าแล้วแล้วก็ยิ้มจางๆ ออกมา หวนนึกถึงเรื่องราวสมัยก่อน

เกือบทุกๆ วันที่กฤตนัยในวัยเด็กต้องนั่งรถคันเดียวกันกับเด็กหญิง ในแต่ละสัปดาห์แม่ของเด็กหญิงจะอนุญาตให้พี่เลี้ยงพาทั้งคู่แวะห้างสรรพสินค้าก่อนกลับบ้านอย่างน้อยหนึ่งวัน ความสนใจในวัยเด็กก็มีไม่มากนักหรอกนอกจากของกินแล้วก็ของเล่น โดยเฉพาะโซนตุ๊กตาที่เด็กหญิงแวะประจำ และทุกครั้งเธอก็ต้องซื้อของเล่นให้เด็กชาย

“ถ้าเมื่อก่อนพี่ทำอะไรให้แม็กซ์รู้สึกไม่ดี ก็ขอโทษตรงนี้ด้วยนะ” เธอยิ้มแหยๆ ขณะที่เขาดูผ่อนคลาย กฤตนัยเข้าใจว่าวรินทรคิดอะไรอยู่เมื่อนึกถึงเรื่องราวสมัยเด็ก กับกฤตนัยวรินทรวางตัวเป็นพี่ที่ใจดีกับน้อง ด้วยการรับรู้ข้อมูลมาว่าพ่อทิ้งเขาไป เด็กหญิงวรินทรในวัยนั้นจึงมีภาพน้องชายที่น่าสงสาร คิดตามประสาเด็กว่าพ่อตัวเองมีเงินคงซื้อของเล่นเผื่อน้องชายที่ไม่มีพ่อได้ โดยไม่ได้คิดว่าบางทีมันอาจเป็นการตอกย้ำความรู้สึกของเขาได้

“พี่อุ้มไม่ต้องขอโทษหรอก ผมไม่ได้รู้สึกไม่ดีอะไร ทั้งตอนนี้แล้วก็เมื่อก่อน” วรินทรสบตาคนพูดอย่างค้นหา แต่ก็เห็นเพียงความผ่อนคลายในนั้นก็ยิ้มจางๆ ออกมาเมื่อรับรู้ได้ว่าเขารู้สึกอย่างที่บอกจริงๆ ไม่ใช่เพียงเพื่อพูดให้เธอไม่สบายใจ การถูกพูดถึงว่าไม่มีพ่อ แม้จะได้ยินผ่านๆ มันทำให้เด็กชายสะเทือนใจได้จริงๆ แต่กับพี่อุ้มของเขานั้นไม่ได้คิดแบบนั้นเลย นั่นอาจเพราะเขารับรู้ว่าความหวังดีที่บริสุทธิ์จากเด็กหญิง จะมีก็แต่เกรงใจ แต่พอครั้งสองครั้งก็ไม่ค้านแล้ว...ไม่อยากให้พี่สาวงอน

“มีแต่เกรงใจนั่นแหละครับ แต่จะไม่เอาพี่อุ้มก็งอนอีก” แล้วเขาก็ล้อเธอจริงๆ วรินทรค้อนวงโตให้ แต่ก็ถอนหายใจแรงๆ ออกมากับวีรกรรมของตัวเองในสมัยเด็ก

“ตอนเด็กๆ พี่เป็นเด็กเอาแต่ใจมากเลยเนอะ” เธอว่าตัวเอง กฤตนัยหัวเราะเบาๆ ไม่ได้ปฏิเสธ วรินทรในวัยเด็กก็ดูเป็นคุณหนูเอาแต่ใจจริงๆ แม้เธอจะเป็นพี่สาวใจดีของเขาแต่ก็แอบเผด็จการ ขี้งอนขี้เหวี่ยงอยู่บ้าง แต่พอโตขึ้นมาอีกหน่อยเด็กหญิงก็เริ่มนิ่งขึ้น ส่วนหนึ่งก็คงมาจากผู้เป็นพ่อแม่ที่เริ่มมองเห็นปัญหาจากการตามใจลูกสาวคนเล็กจนเกินไปจึงต้องค่อยๆ สอนกันใหม่ และมุมมองความคิดของวรินทรเปิดกว้างขึ้นจริงๆ ก็คงตอนเรียนมหาวิทยาลัย ศิลปศาสตร์ทำให้เธอเจอเพื่อนเจอสังคมที่หลากหลาย หล่อหลอมให้เธอเป็นเธอในแบบทุกวันนี้ ตอนแรกกฤตนัยก็แอบคิดว่าวรินทรน่าจะนิสัยใจคอประมาณหนึ่ง แต่พอคุยพอศึกษากันจริงๆ ก็พบว่าเธอก็ยังมีความเป็นคุณหนูของเธอนั่นแหละ แต่ก็เป็นในแบบที่เขารู้สึกว่ามันพอดี...น่ารักดี ยังคงสดใส แต่ก็ให้ความรู้สึกเย็น

“พี่อุ้มอยากได้ตัวไหหรือเปล่าครับ” เขาถาม แล้วทำให้ทั้งคู่กลับมาสนใจปัจจุบันตรงหน้า

“วันนี้ผมทำงานหาเงินได้แล้ว ขอซื้อตุ๊กตาคืนให้แล้วกันนะครับ” พอเขาบอกแบบนั้นก็ย่นจมูกใส่ แต่ก็หยิบตุ๊กตาหมีขึ้นหมีขึ้นมากอดแนบอก หันมายิ้มให้เขาอย่างยินดี กฤตนัยยิ้มเองก็ยิ้มกว้างรับ มองกันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพากันไปที่เคาน์เตอร์เพื่อจ่ายเงิน

กฤตนัยกับวรินทรใช้เวลาในห้างสรรพสินค้าได้ทั้งวันจริงๆ พอออกจากห้างก็ไปที่ร้านอาหารเลย ซึ่งเป็นกึ่งๆ ร้านเหล้า นั่งกินข้าวเย็นและดื่มชิลล์ๆ มีดนตรีเพราะๆ ให้ฟัง

“ปกติอุ้มดื่มหรือเที่ยวผับบ้างไหม” กฤตนัยถามหลังจากที่ตัวเองดื่มมาได้สักพัก สรรพนามที่ไม่คุ้นหูทำให้คนที่นั่งข้างๆ หันมามองด้วยความแปลกใจ คนที่ตั้งใจก็ยิ้มกว้างรับ

“ต่อไปถ้าผมไม่เรียกพี่อุ้ม อุ้มจะดุไหม” ขณะที่พูดตาก็เริ่มฉ่ำนิดๆ วรินทรไม่แน่ใจหรอกว่าเขาตั้งใจจริงๆ หรือเพราะกรึ่มๆ แล้วกันแน่

“ไม่ว่าหรอก เอาที่แม็กซ์สบายใจเลย” ส่วนเธอเองถ้าสบายใจก็จะเลิกแทนตัวเองว่าพี่บ้างคงไม่เป็นไร จะว่าไปเธอกับเขาก็ห่างกันสักเจ็ดแปดเดือนเห็นจะได้ ส่วนคนถามพอได้คำตอบที่พอใจก็ก็ยิ้มจางๆ แล้วยกแก้วขึ้นดื่ม

“เมื่อกี้อุ้มยังไม่ได้ตอบแม็กซ์ใช่ไหม เอ่อ” กำลังจะเล่าต่อแต่เห็นสีหน้าที่เหมือนแปลกใจของคนข้างๆ ก็เริ่มไม่มั่นใจ กฤตนัยเห็นแบบนั้นก็รีบยิ้มให้เธอ

“ผมชอบที่อุ้มแทนตัวเองแบบนี้จัง” ต่อให้เขาจะบอกแบบนั้นแต่ก็ยังรู้สึกขัดเขินอยู่หน่อยๆ แต่ก็จะลองดูแล้วกัน ถ้าไม่ชินจริงๆ ค่อยเปลี่ยนว่ากัน

“พี่มาเที่ยวกับเพื่อนบ้าง ทั้งผับ หรือร้านเหล้าแบบนี้ แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ดื่มหรอก มาเป็นคนขับรถมากกว่า ถ้าจะดื่มจริงๆ ก็เป็นโอกาสแบบดื่มแล้วก็นอนเลย”

“ถ้างั้นวันนี้ผมดื่มได้เนอะ มีคนขับรถมาด้วย” เขาแกล้งแซว แต่ดูทรงแล้ววรินทรคิดว่าน่าจะมีโอกาสเกิดขึ้นจริง ดูๆ แล้วกฤตนัยน่าจะขาดื่มเหมือนกัน เริ่มคิดว่าเขาคงตั้งใจเธอเห็นเขาในมุมนี้จึงเลือกร้านแบบนี้สำหรับมือเย็นของพวกเธอ

“แล้วแม็กซ์ล่ะ ปกติปาร์ตี้บ่อยไหม”

“ประมาณหนึ่งครับ” ตอบด้วยแววตากรุ่มกริ่มให้วรินทรเดาได้ว่าประมาณหนึ่งของเขานี่ประมาณไหน

“แต่คิดว่าหลังจากนี้คงเพลาๆ ลง...มีแฟนแล้ว” ด้วยแอลกอฮอล์ที่เขาดื่มเข้าไปยิ่งทำให้แววตาเขาดูเปล่งประกายกว่าที่เคย วรินทรที่พยายามจะชินกับการหยอดของเขาก็เริ่มจะชินยากขึ้นมาอีกเล็กน้อย

“อุ้มก็ไม่ได้จะห้ามขนาดนั้นหรอก”

“ผมตั้งใจแบบนั้น...อืม ก็ไม่รู้ว่าจะต้องไปปาร์ตี้บ่อยๆ ทำไมแล้ว” เขาพูดเพลินๆ แต่เห็นสายตาจ้องจับผิดของคนข้างๆ ก็เหมือนมีชนักติดหลัง

“แสดงว่าที่ปาร์ตี้บ่อยๆ นี่มีจุดประสงค์ใช่ไหม”

“เปล่า ผมดื่มแบบนี้มาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว เอ่อ ก็มีบ้าง” พอจบประโยคนี้คนที่จ้องจับผิดกับคนร้อนตัวก็หัวเราะออกมาพร้อมๆ กัน กฤตนัยส่ายศีรษะเบาๆ พลางคิดในใจว่าแค่เริ่มเขายังเหมือนจะเกรงใจเธอขนาดนี้ แต่เขาก็คิดอย่างที่พูดจริงๆ ถ้ามีแฟนหรือแต่งงาน...ก็คงลดๆ ปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ลง ไม่จำเป็นต้องไปหาสาวที่ไหนจากปาร์ตี้ และก็คงอยากใช้เวลาด้วยกัน

วรินทรต้องขับรถมาส่งกฤตนัยที่คอนโดจริงๆ เพราะเขาดื่มไปเยอะจริงๆ ขนาดนั่งหลับมาในรถได้ พอเธอขับรถมาจอดที่โรงอดรถของคอนโดจึงปลุกอีกฝ่าย

“แม็กซ์คะ ถึงคอนโดแล้ว” ซึ่งกฤตนัยก็ตื่นไม่ยากนัก ตื่นแล้วก็มามองเธอตาหวานทันที

“เดินขึ้นห้องไหวไหมคะ”

“ถ้าไม่ไหวแล้วอุ้มจะขึ้นไปส่งไหม” ทั้งน้ำเสียงและแววตาทำเอาเธอหน้าร้อนขึ้นมา กฤตนัยเวอร์ชันนี้ดาเมจรุนแรงกว่าเวอร์ชันปกติที่แสนจะสุภาพและอบอุ่นเสียอีก

“อืม ไม่เป็นไรครับ ถ้าให้อุ้มไปส่งก็ลำบากอุ้มเดินกลับไปกลับมาอีก...ถ้าขึ้นห้องแล้วไม่ต้องลงมาอีกก็อยากให้ไปส่งอยู่” แล้วยังมาทำสายตาอ้อนๆ อีก โอย หัวใจจะวาย วรินทรต้องแสร้งขึงตาใส่กลบความเขิน กฤตนัยหัวเราะเบาๆ ชอบใจ ก่อนจะเอ่ยลาเธอ

“ขับรถดีๆ นะครับ ถึงบ้านแล้วส่งข้อความบอกด้วยนะ”

“แม็กซ์จะตื่นขึ้นมาอ่านได้เหรอ ถึงห้องได้ก็น่าจะหลับแล้วมั้ง” เธอว่าไปแบบนั้นเอง ตอนนี้หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน กฤตนัยยิ้มให้เธอก่อนจะตัดใจเปิดประตูรถลงไป

ร่างสูงลับสายตาแต่คนในรถต้องรวบรวมสติอีกพักใหญ่ๆ วรินทรอยากกรี๊ดดังๆ ให้สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ ฮือ เธอไม่อยากให้กฤตนัยดื่มก็เพราะแบบนี้นี่แหละ อันตรายต่อหัวใจมาก น้ำเสียง รอยยิ้ม แววตา หรือแม้กระทั่งลมหายใจที่คละเคล้ากลิ่นเหล้ายังอบอวลอยู่ในนี้อยู่เลย หญิงสาวถอนหายใจแรงๆ ก่อนจะเคลื่อนรถออกจากลานจอดรถของคอนโด พอกลับมาถึงบ้าน ขึ้นห้องตัวเองก็รีบส่งข้อความบอกเขา

Oumim: ถึงบ้านแล้วนะคะ

คิดแค่ว่าคงฝากข้อความทิ้งไว้ แต่เพียงแค่ส่งปุ๊บอีกฝั่งก็ขึ้นอ่านแล้วปั๊บ และกำลังพิมพ์ เห็นแค่นี้ก็ยิ้มกว้าง ระหว่างเธอกับเขาอาจจะห่างเหินเพราะไม่ได้เจอกันบ่อยๆ มีข้อความนี่แหละที่เชื่อมถึงกัน แทบจะคุยกันทุกวันแม้จะเป็นเพียงวันละสองสามประโยคแบบ นอนนะ ฝันดีครับ อะไรแบบนี้ก็ตาม

Max: โอเคครับ

Oumim: โอเคค่ะ แม็กซ์นอนเถอะ อุ้มอาบน้ำก่อน

 Max: ครับ

เพียงแค่คำว่าครับของเขาก็ทำให้ยิ้มจนแก้มแทบแตก เฮ้อ แบบนี้ไม่รู้จะถึงสามเดือนไหมแม่ของเธอจะได้หอบสินสอดไปสู่ขอลูกเขย


ทดแทนที่หายไปหลายวันเด้อ ปล. อยากให้แม็กซ์เมาบ่อยๆ จัง 555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

67 ความคิดเห็น

  1. #10 jeauan (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 / 00:17

    เมาแล้วหยอดมากกว่าเดิมไปอีก
    #10
    1
    • #10-1 แมงมุมดำ ตัวน้อย(จากตอนที่ 14)
      20 พฤศจิกายน 2563 / 00:33
      อุ้มต้องมอมเหล้าแม็กซ์บ่อยๆ แล้วละ 55
      #10-1