จอมวายร้ายคุ้มครองรัก

ตอนที่ 2 : ตอน ทุ่งดอกเวอร์บีน่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30,593
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,173 ครั้ง
    16 ก.ย. 62





เรื่อง จอมวายร้ายคุ้มครองรัก



ทักทาย

เรื่องนี้เขียนสดๆ ระหว่างรอพิชซ่ามาส่ง ตื่นมาวันนี้เน็ตก็ใช้ไม่ได้ ในตู้เย็นไม่มีอะไรกิน แม่ก็ไม่อยู่รู้สึกรันทด แต่ยังไม่มีอารมณ์ปิดแฝดเพราะหิวข้าว เขียนเรื่องนี้ให้อ่านเล่นๆ (เหมือนจะว่าง)


 

เรื่อง จอมวายร้ายคุ้มครองรัก

 

 

บุษบาบัณ

 

ตอนที่ 1 รันทด

 

สหรัฐอเมริกา

 

มือหนาของใครบางคนกำลังลงสีวาดภาพบนผ้าใบอย่างตั้งอกตั้งใจ การวาดภาพเป็นงานอดิเรกของมหาเศรษฐีหนุ่มหล่อนามว่า โคล์ อิเมอร์สัน นอกจากสมองอันปราดเปรื่องเรื่องการบริหารธุรกิจที่มีทั้งโรงพยาบาล ซอฟท์แวร์ ฟาร์มม้า เขายังมีฝีแปรงที่เยี่ยมยอดไม่แพ้จิตรกรชื่อดังเขาเกิดมาพร้อมพรสวรรค์ทุกด้าน แต่ก็ใช่ว่าจะได้รับพรให้มีความสุขไปเสียทุกเรื่อง

ทุ่งดอกเวอร์บีน่าสีม่วงหวานราวกับกำมะหยี่กำลังเบ่งบานท่ามกลางไอหมอกของฤดูหนาว แสงแดดทออ่อน ทาบทับลงบนกลีบดอกสีม่วงหนานุ่ม มือหนาของโคล์สะบัดฝีพู่กันอย่างรวดเร็วด้วยความชำนาญไม่นานทุ่งดอกเวอร์บีน่าสีม่วงก็สะพรั่งเต็มผ้าใบสีขาว

มือหนายังไม่หยุดสะบัดพู่กัน นอกจากดอกไม้สวยๆ พระอาทิตย์กำลังลอยตัวขึ้นที่เหลี่ยมเขา ยังมีภาพของหญิงสาวในชุดเดรสขาว ผมยาวสีดำสลวย ผิวขาวเหลืองแบบเอเซียกำลังวิ่งเริงร่าอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้เพียงแต่ผู้วาดตั้งใจจะวาดเพียงด้านหลังของเธอ

โคล์ยิ้มให้กับภาพนี้แต่อีกขณะหนึ่งรอยยิ้มก็หุบลง

“อนันตา”

“ทุ่งดอกเวอร์บีน่าของ...” เสียงนั้นหายไป

 กลายเป็นความรู้สึกเจ็บปวดที่หัวใจขึ้นมา มือหนาหยุดชะงักราวกับรถยนต์ที่ถูกเหยียบเบรคกะทันหัน ดวงตาคมเข้มมองภาพหญิงสาวเรือนร่างเล็กบางในภาพด้วยสายตาผิดหวัง ชิงชัง

“ทำไมเธอยังตามหลอกหลอนฉันไม่เลิก ออกไปจากชีวิตฉันแล้ว ทำไมถึงไม่ออกไปจากใจฉันด้วย” โคล์ตวาดใส่ภาพ เขาหลับตาแน่น ข่มความรู้สึกเจ็บที่ใจ แต่แล้วคิ้วเข้มต้องขมวดเข้าหากันเมื่อรู้สึกว่าข้างแก้มมีริมฝีปากของใครมาคลอเคลีย ส่วนที่แผ่นหลังก็เหมือนมีหน้าอกมหึมาถูไถอยู่

“คุณโคล์คะ ทำอะไรอยู่ตรงนี้ ทำไมทิ้งฉันให้อยู่คนเดียว”

เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาถอนใจยาวเมื่อได้ยินเสียงว่าเป็นใคร เขาหันสายตานิ่งๆ ไปมอง แสดงสีหน้าเบื่อหน่ายแกมรำคาญออกมาอย่างไม่ปิดบัง “ลอร่า ใครใช้ให้เธอตามมา”

โคล์ อิเมอร์สัน เลือกหนีความวุ่นวายจากนิวยอร์กมาที่คฤหาสน์ชนบทเพราะอยากมาพักผ่อนที่ฟาร์มแห่งนี้ อันที่จริงเขามาก็เพื่อต้องการลืมใครบางคนต่างหากที่เวลาผ่านมานานเท่าไหร่ก็ยังสลัดเธอไม่ออกสักที

 “โคล์คะ ฉันรักคุณนะคะ คุณอยู่ที่ไหนฉันก็ต้องตามคุณไปที่นั่น” เจ้าของเสียงหวานออดอ้อน พร้อมกับปากก็พรมจูบไปทั่วใบหน้าหล่อเหลา

ลอร่าเอาหน้าอกถูไถคนหล่อที่แอบรักมานาน แต่ว่าสายตาที่ปัดแต่งมาอย่างสวยเฉียบเหลือบไปเห็นภาพวาดเข้าอย่างบังเอิญ

คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น ภาพทุ่งดอกเวอร์บีน่าสีม่วงกับผู้หญิง ลอร่ากำมือแน่นคนในภาพนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้เลย ลอร่ารู้โดยอัตโนมัติทันที

อนันตา

“โคล์คะ นี่คุณยังไม่ลืมผู้หญิงไทยที่ชื่ออนันตาอีกหรือคะ เธอเป็นพวกหลอกลวงต้มตุ๋น คุณก็รู้ดีนี่คะ คุณยังไปคิดถึงคนพรรค์นั้นอีกทำไมกัน ทำไมไม่ลืมเธอไปเสียที”

สิ้นเสียงหวาน โคล์ผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็วจนลอร่าตกใจ

โคล์คำรามต่ำ “ลอร่า หยุดพูดชื่อนี้ ถ้าคิดจะอยู่ใกล้ฉันห้ามพูดถึงชื่อผู้หญิงคนนั้นให้ฉันได้ยินอีกเด็ดขาด ฉันเกลียดคนโกหก หลอกลวงเธอก็รู้นี่” เสียงเข้มตวาดพร้อมกับดวงตาดุดันแข็งกร้าว

ลอร่าตกใจในแวบแรกแต่แล้วก็ลอบยิ้มดีใจออกมา “ฉันเข้าใจแล้วค่ะ ต่อไปฉันจะไม่พูดถึงชื่อผู้หญิงคนนั้นอีก คุณไว้ใจฉันได้ค่ะโคล์ ฉันรักคุณ ภักดีต่อคุณคนเดียวเท่านั้น ฉันจะทำให้คุณมีความสุขมากที่สุด” ลอร่ายิ้มประจบ พาเรือนร่างอวบอัดเข้าบดเบียดแผงอกกำยำ

มือเรียวยาวที่ทาสีแดงสดบนเล็บมือคล้องคอแกร่งเอาไว้ ดวงตาสวยเฉี่ยวจ้องสบอย่างสื่อความหมาย เธอรักเขามานาน ในเมื่อเขาเลิกกับนังแพศยานั่นไปแล้ว เธอก็จะยืนหนึ่งเป็นตัวจริงของเขาเสียที

“เธอจะทำอะไรลอร่านี่มันกลางทุ่ง” โคล์ถามอย่างรำคาญ

“ชวนคุณวิ่งเล่นในทุ่งเวอร์บีนามั้งคะ” แววตาของเธอฉายความต้องการอย่างเด่นชัด

พลางแกะมือเรียวยาวออก ลอร่ายิ้มหวาน ยักไหล่ ยอมปล่อยเพื่อถอยหนักกว่าเดิม ร่างอวบอัดถอยออกมาหนึ่งก้าวแล้วค่อยๆ ปลดเสื้อคลุมสีงาช้างที่สวมทับชุดนอนบางเบาออก

“ใส่ชุดแบบนี้ลงมาเดินในทุ่งดอกไม้ ต้องการเดินเล่นเฉยๆ จริงเหรอ”

โคล์หรี่ตามอง ทันทีที่เสื้อคลุมหลุดไปกองที่พื้น เรือนร่างอวบอัดก็ปรากฎแก่สายตา โคล์จ้องด้วยสายตานิ่งขรึม ขณะที่ลอร่ายิ้มหวาน แล้วปลดสายชุดนอนซีทรูสีเนื้อที่สวมอยู่ออกทีละข้าง จนมันหล่นกรอมเท้า

“นี่มันทุ่งดอกเวอร์บีนานะ กลับเข้าไปเถอะ”

“ต่อไปถ้าคุณเห็นทุ่งเวอร์บีน่าคุณต้องเห็นแต่ภาพของฉัน ไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้น” ลอร่ายิ้มมั่นใจ ค่อยๆ พาร่างเปล่าเปลือยท้าลมหนาวไปหาคนหล่อจัด

โคล์กลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ แล้วเดินอาดๆ เข้าไปช้อนอุ้มร่างอวบอิ่มขึ้นแนบอก

“เธอคงจะหนาวแย่ ฉันจะทำให้เธอร้อนจนต้องรอขอชีวิต” โคล์ยิ้มมีแผนวางมือจากพู่กันมือหนาคว้ามับที่ต้นแขนของลอร่าอย่างแรง

ลอร่ายิ้มเขิน เธอกอดคอเขาไว้แน่น

“รุนแรงจังค่ะ” ดวงตาที่ตกแต่งอย่างสวยงามช้อนมองคนหล่ออุ้มเข้าไปในบ้านพักสไตล์เก๋ที่ปลูกอยู่ใกล้ๆ อย่างสมใจ

ผ่านไปสักพักหนึ่งลอร่ากรีดร้องอย่างมีความสุข เมื่อปากร้อนผ่าวจูบดูดดึงไปทั่วใบหน้า และลำตัว หน้าอกอวบอิ่มถูกครอบครอง ปาดป่ายครั้งแล้วครั้งเล่า ลิ้นร้ายตวัดชิมไม่หยุด จนลอร่าสุขสมไม่รู้กี่ยกต่อกี่ยก แต่เท่าไรก็เหมือนไม่รู้จักพอ

มือเรียวยาวกรีดลงบนแผ่นหลังกำยำที่กำลังคร่อมทับ ขยับโยกเป็นจังหวะบนกายเธอ ยิ่งเขาส่งแรงกระแทกกระทั้นลงมา ลอร่าก็ยิ่งกรีดร้องดังเป็นทวีคูณ รสรักของเขาทำให้เธอแทบสำลักความสุข

ตัวตนใหญ่โตไม่เคยทำให้ลอร่าผิดหวังเลยสักนิด  “ไม่คิดเลยว่าคุณจะทำมันได้เยี่ยมยอดขนาดนี้”

“เงียบเถอะไม่ต้องพูดมาก ฉันช่วยเธอได้เท่านี้แหละ”

 เขาแข็งแรง ร่วมรักกับเธอได้ครั้งละหลายชั่วโมงไม่ได้เป็นเหมือนที่เธอคิดเอาไว้เลย ตัวตนร้อนผ่าวเข้าออกในกายเธอจนร้อนแสบแต่นั่นทำให้ลอร่ายิ่งกอดรัดร่างใหญ่ไว้แน่น

“ฉันมองคุณผิดไปจริงๆ ทีแรกคิดว่าเป็น...”

“ว่าเป็นอะไร”

“ไม่บอกค่ะ”

 ลอร่าไม่กล้าพูดมาก เขาช่วยส่งเธอถึงสวรรค์ก็ดีแล้ว ไม่งั้นเธอคงแย่ ร่างขาวอวบพลิกกายเป็นฝ่ายขึ้นคร่อมทับ เธอปล่อยให้เขาคุมเกมนานแล้ว คราวนี้เธอขอบ้างเถอะ อาการที่เป็นจะได้หายเสียที

“ไหนๆ ช่วยฉันแล้ว ก็ช่วยให้สุดละกันนะคะ”

“เจอขาวๆ อวบๆ ก็แปลกหน่อย แต่จะช่วยให้สุดก็แล้วกัน”

เสียงเข้มคำรามต่ำอย่างสุขสม ก่อนจะส่งฝ่ามือร้อนผ่าวขึ้นไปขยี้ขยำหน้าอกอวบใหญ่อย่างเมามัน ลอร่ายิ่งกรีดร้องด้วยความเสียวซ่าน ควบขี่ไม่หยุดจนทั้งคู่เหงื่อผุดพรายทั่วตัว ก่อนจะจับมือพากันไปถึงจุดสุดยอดอย่างรุนแรงท่ามกลางพระอาทิตย์ยามบ่ายในหน้าหนาวจากนั้นหันหลังไปคนละทาง


 

        

3 เดือนต่อมา

ประเทศไทย

อีกซีกหนึ่งของโลกภายในบ้านสองชั้นขนาดไม่ใหญ่นัก เสียงเด็กชายและเด็กหญิงพากันร้องดังลั่นด้วยความกลัว

 “แม่จ๋า...แม่อย่าเป็นอะไรนะ”

“แม่ครับ...ผมจะช่วยแม่”

ดวงหน้าสวยซีดเผือดของ ‘อนันตา’ แทบจะมองไม่เห็นสีเลือด ขาเรียวสองข้างรู้สึกสั่นเกร็ง หัวใจเต้นระรัว ยังมีบุญอยู่บ้างที่แขนขวาคว้ายึดโต๊ะทำงานเอาไว้ได้

เสียงร้องของเด็กหญิงสลับเด็กชายนั้นคือ ‘ไอรัก’ ลูกชาย และ ‘อิ่มอุ่น’ ลูกสาว เด็กลูกครึ่งไทย-อเมริกันวัยเจ็ดขวบเศษเป็นพี่น้องฝาแฝด ทั้งคู่พูดภาษาไทยได้อย่างชัดเจน เพราะอนันตาผู้เป็นมารดาคือครูคนแรกของลูก อนันตาสอนหนังสือให้ลูกๆ ด้วยตัวเองทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ไอรักและอิ่มอุ่นถึงจะเก่งแต่เนื่องจากแม่ไม่ค่อยมีเงินจึงจำต้องเข้าเรียนในโรงเรียนวัดบางฉิมพลี ซึ่งอยู่ในละแวกบ้าน

เพราะการเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว หาเงินเลี้ยงลูกสองคนเพียงคนเดียวทำให้อนันตาตัดสินใจส่งเด็กๆ เข้าเรียนโรงเรียนวัดเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย แต่จัดหลักสูตรเข้มให้ลูกทุกๆ เย็น ทั้งท่องสูตรคูณ บวก ลบตัวเลข แม้จะอายุเพียงเจ็ดขวบเศษ แต่เด็กทั้งคู่สามารถท่องสูตรคูณได้ถึงแม่สิบสอง และบวกลบเลขทั้งแนวตั้งและแนวนอนได้ จนคุณครูเอ่ยชมเสมอ

“แม่ครับ แม่เป็นอะไรไป” ไอรักโผเข้ากอดแม่แน่น

ในขณะที่อิ่มอุ่นคิดว่าแม่ทำงานหนักจนเหนื่อย หนูน้อยในชุดกระโปรงบานสีชมพู ตัดเย็บด้วยฝีมือของอนันตา วิ่งไปที่ตู้ทำน้ำเย็นแล้วกดน้ำใส่แก้ว ไม่ลืมหยิบขวดอุทัยทิพย์มาหยดลงไปหนึ่งหยด เพราะแม่พูดเสมอว่าดื่มแล้วชื่นใจ แต่นาทีที่แม่ล้มทั้งยืน เด็กน้อยคิดอะไรไม่ออก หาช้อนคนไม่ทัน

อิ่มอุ่นเอานิ้วชี้ป้อมๆ สั้นๆ แต่มั่นใจว่าสะอาดดีแกว่งลงไปในแก้ว วิ่งปร๋อกลับมาที่โต๊ะทำงานสีขาวริมหน้าต่างแล้วยื่นแก้วให้แม่

“แม่ขา อิ่มอุ่นเอาน้ำมาให้”

“ขอบใจจ้ะ ไอรัก อิ่มอุ่น”

อนันตารับน้ำจากมือน้อยของอิ่มอุ่นไปจิบเล็กน้อยแล้ววางบนโต๊ะทำงาน คนเป็นแม่น้ำตาไหลพรากมองลูกที่แม้ยังเล็กแต่ก็รู้จักดูแลแม่ อนันตาคว้าร่างอวบกลมของลูกทั้งสองเข้ามากอดแนบอกแล้วหลับตาลง พยายามเบือนหน้าหนี ขับไล่ความรู้สึกเจ็บปวด “แม่ขอโทษนะคะ ไอรัก อิ่มอุ่น วันหลังแม่จะไม่ให้เงินขาดมือแบบนี้อีก”

ช่วงนี้เศรษฐกิจแย่งานแปลลดน้อยลงพอลูกเปิดเทอมจึงทำให้เธอหมุนเงินไม่ทัน อนันตาเลือกทำอาชีพแปลหนังสือเพื่อจะได้อยู่บ้านมีเวลาดูแลลูกทั้งสองคนเองจึงชักหน้าไม่ถึงหลัง แม้จะมีอาชีพเสริมทำขนมอบ เช่น เค้กกล้วยหอม บราวนี ขนมปังต่างๆ ส่งตามร้านกาแฟสดในละแวกบ้านแล้วก็ตาม แต่เพราะไม่ได้ค้ากำไรเกินควรจึงเหลือกำไรไม่มาก

อนันตาหายใจสะท้าน เหนื่อยกับชีวิต เรื่องเงินเรื่องทองเธอไม่อยากจะรบกวนใคร แม้จะมีพี่ชายอยู่คนหนึ่งที่ดูแลเธอกับลูกอยู่ดี แต่เธอก็ไม่อยากรบกวนเขา ไม่เคยปริปากขอหยิบยืมเงินจากใคร แต่เมื่อเห็นลูกน้อยน่ารักตาดำๆ ทั้งสอง คน อนันตาก็บอกกับตัวเองต่อไปจะไม่ปล่อยให้เงินขาดมือ

 เมื่อเช้าตอนกำลังจะหุงเข้าวเธอรู้สึกจุกที่ต้องนำข้าวสารที่เหลือเพียงแก้วสุดท้ายมาต้มใส่น้ำเยอะๆ แล้วนำไส้กรอกที่เหลือติดตู้เย็นเพียงหนึ่งอันมาซอยแบบขวาง เป็นชิ้นวงกลมเล็กๆ ทอดให้ลูกแบ่งกันกินกับข้าวต้ม เป็นเพราะอนันตาใจอ่อน นำเงินที่ต้องใช้ถึงปลายเดือนก่อนจะได้รับค่าจ้างแปลให้ ‘นิตยา’ เพื่อนบ้านที่อยู่ห่างไปจากเธอสามหลังหยิบยืมไปจ่ายค่าเทอมลูกก่อน

แต่เมื่อถึงวันกำหนด นิตยากลับไม่มีเงินคืน ในขณะที่อนันตาเริ่มเงินขาดมือเพราะงานแปลน้อย บางทีค่าต้นฉบับก็ถูกเลื่อน ความเครียดบวกกับการทำงานหนักพักผ่อนน้อย เมื่อครู่เธอตั้งใจจะลุกขึ้นเดินไปชงกาแฟอีกแก้วเกิดสภาวะบ้านหมุน วัตถุในห้องเคลื่อนที่เองได้ จึงเกิดอาการหน้ามืดขึ้นมา โชคยังดีที่เธอไม่ล้มลงกระแทกพื้น

ไอรักเป็นห่วงแม่ เขาเห็นแม่ทำงานหนักทุกวัน เด็กชายเข้ามากอดแม่แน่น “แม่ครับ ไอรักจะพาแม่ไปหาหมอนะครับ”

อนันตายกมือเย็นเฉียบลูบศีรษะลูกด้วยความรัก “แม่ไม่เป็นอะไรมากแล้ว นอนพักเดี๋ยวคงหาย”

“แต่แม่หน้าซีดมากเลยนะครับ”

“แม่ แม่ไม่มีเงิน” อนันตากัดฟันบอกลูกหน้าเศร้า

เด็กชายลูกครึ่งหน้าตาจัดว่าหล่อเหลาเตะตา หันไปกุมมือน้องสาว “อิ่มอุ่นมีเงินเท่าไหร่”

อิ่มอุ่นเงยหน้ามองแม่ด้วยความเป็นห่วง แล้วหันมาตอบพี่ชาย เด็กๆ นับเลขเก่งและนับเงินที่หยอดลงกระปุกซึ่งได้มาจากธนาคารออมสินทุกๆ วัน

“สามร้อยสี่สิบแล้ว”

“พี่มีสี่ร้อยสิบบาท”

เด็กทั้งสองจับมือกันวิ่งไปหยิบกระปุกออมสินที่วางไว้บนชั้นที่สองของชั้นวางสีขาวติดกำแพงในห้องนั่งเล่น แล้วนำกระปุกมายัดใส่มือแม่

“ไอรักให้แม่หมดเลยครับ”

“อิ่มอุ่นก็ให้แม่หมดเลยค่ะ ไปหาหมอกันนะคะ”

อนันตายกมือปาดน้ำตาแล้วปล่อยโฮ กอดลูกทั้งสองปิ่มจะขาดใจ พวกเด็กๆ ได้รับค่าขนมเล็กน้อยแค่วันละยี่สิบบาทยังอุตส่าห์เก็บหอมรอมริบเอาไว้

“แม่...” อนันตาพูดไม่ออก รู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นติดอยู่ในลำคอ “แม่เบียดเบียนเงินของไอรักกับอิ่มอุ่นไม่ได้หรอก”

อิ่มอุ่นยิ้มแป้นให้แม่ แล้วยกมือป้อมๆ ไปปาดน้ำตาที่ไหลย้อยอาบแก้ม ในสายตาของแม่หนู แม่ของอิ่มอุ่นสวยมาก แต่ขาดการดูแลตัวเอง อิ่มอุ่นไม่รู้ว่าทำไมแม่ต้องทำงานหนักขนาดนี้ด้วย

“อิ่มอุ่นให้แม่ค่ะ แต่ถ้าแม่ไม่กล้าใช้ อิ่มอุ่นให้ยืมก็ได้ ถ้าแม่มีคืน อิ่มอุ่นคิดดอกเบี้ยแค่ร้อยเดียวค่ะ”

อิ่มอุ่นเด็กน้อยลูกครึ่งพูดภาษาไทยชัดแจ๋วเอ่ยอย่างน่ารัก พร้อมรอยยิ้มที่ทำให้โลกเทาๆ ของอนันตาสดใสขึ้น

“ร้อยเดียว!” ไอรักที่ได้ฟังมองค้อนน้องสาว “ยัยอิ่มขี้งก คิดดอกเบี้ยแม่ด้วย”

อนันตาเห็นสองพี่น้องค้อนกันไปมา จากที่ร้องไห้เมื่อครู่เพราะความเครียดกลับหลุดหัวเราะพรืดออกมา สาบานได้ หากไม่มีลูกแล้ว เธอก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไมเหมือนกัน

“แม่ต้องร่างสัญญากู้ยืมเงินด้วยหรือเปล่า”

อิ่มอุ่นตัวแสบรีบชิงตอบ “ถ้าแม่เขียนไหว ก็ดีค่ะ เราจะได้มีหลักฐานเก็บไว้คนละหนึ่งใบ”

อนันตารู้ว่าแม่ตัวแสบชอบแอบไปคุยกับลุงข้างบ้านที่เป็นนักกฎหมาย ฝ่ายนั้นชอบมาวิ่งออกกำลังกายที่สวนสาธารณะหน้าบ้าน อิ่มอุ่นจึงเป็นเด็กที่ออกจะหัวหมอนิดๆ

“เรานี่มันแสบจริงๆ” อนันตายกมือยีผมอิ่มอุ่นแล้วแสร้งเขกศีรษะเล็กเบาๆ ไปหนึ่งที แค่นี้เธอก็รู้สึกว่าอาการป่วยหายเป็นปลิดทิ้ง ไม่มีอะไรดีเท่ากับยาใจสองคนนี้แล้วจริงๆ

“ตกลงว่าแม่ไปหาหมอนะคะ” อิ่มอุ่นยังถามต่อ แววตาใสแจ๋วมองแม่ด้วยความเป็นห่วง

อนันตาถอนใจให้กับดวงตาดำขลับสองคู่ที่มองมา แล้วพยักหน้าเบาๆ “ไปก็ไปจ้ะ”



 ฝากไปโหลดค่ะสาวๆ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.173K ครั้ง

1,447 ความคิดเห็น

  1. #1306 Ratchani Pumipak (@242515) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 02:31
    สุดยอดเลยสามีเมียกับลูกอดตายผัวนอนกับผู้หญิง
    #1306
    0
  2. #1291 aomka12 (@aomka12) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 21:51
    เปิดมาซ่ะ ต้องให้กำลังใจอย่างหนัก
    #1291
    0
  3. #1125 Pannikaa (@Pannikaa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 01:35
    คนนึงเจ็บปวดแต่ยังมีชีวิต​ที่ดี​ แต่อีกคนเจ็บปวดแถมชีวิตรันทด​อีก​ เชื่อว่าต้องโดนใส่ร้าย​แน่เลยอนันตา
    #1125
    0
  4. #987 pranee30 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 20:00

    เดาใจไรต์ไม่ออกว่ามันจะยังไงมันเหมือนมีคนร้ายที่รอเผยตัว

    #987
    0
  5. #880 Sistel2 (@l2oll) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 22:46

    งื้อ​ รันทดจริงๆ

    #880
    0
  6. #869 Snow (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 16:08

    555+ เปิดมาเหมือนจะดราม่า แต่อ่านไปอ่านมาตอนท้ายขำอ่ะ

    #869
    0
  7. #614 Nanthara (@Nanthara) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 20:06
    น่ารักกันจังเลยลูกเอ้ย
    #614
    1
  8. #462 150221 (@150221) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 21:29
    เปิดเรื่องมาเจอมาม่าเลยอิ่มจนอืดไรท์อะใจร้าย
    #462
    0
  9. #208 aum_chan2 (@Aum_chan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 16:57
    ทำไมแนะนำตัวลูกชายชื่อไอรัก แต่เรียกไออุ่น อ่ะ
    #208
    1
  10. #207 tom247 (@tom247) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 16:54
    เปิดมาก็รันทดเลย
    #207
    1
    • #207-1 บุษบาบัณ (@maneemala) (จากตอนที่ 2)
      6 กรกฎาคม 2562 / 14:41
      น่าสงสารคนเขียน หรือตัวละคร55
      #207-1
  11. #88 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 09:22

    อืมม มีความรันทด น่าสงสาร

    #88
    1
    • #88-1 กาน (จากตอนที่ 2)
      4 กรกฎาคม 2562 / 12:11
      รันทดมากอ่านตอนนางบอกลูดว่าไม่มีเงินเรานี้น้ำตาเล็ดเลย
      #88-1
  12. #75 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 18:35
    รันทดจริงๆด้วย
    #75
    0
  13. #57 LAM1 (@lamyai1) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 14:05

    สนุกมากๆค่ะ คนอ่านชอบ เป็นกำลังใจให้คนแต่งนะคะ

    #57
    0
  14. #32 Taa Mon (@taamon) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 14:05

    สมกับเป็นนิยายเขียนตอน-วข้าวจริงๆเลยแต่สนุก

    #32
    1
  15. #12 ปูริดา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 14:14

    สนุกมากชอบค่ะ

    #12
    0
  16. #9 KKAUNG (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 12:41

    รออ่านต่อนะ

    #9
    0
  17. #8 aranyaorchid (@aranyaorchid) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 12:02
    คิดดอกเบี้ยถูกไปไม๊คะลูก ถถถถถช่างใจดีเหลือเกิน
    #8
    0
  18. #7 ไอยดา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 10:57
    อย่าให้สองแสบ ลำบากนานนะ ไรท์
    #7
    0
  19. #5 Poppylovely123 (@Poppylovely123) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 21:04
    อิพ่อคงค่าตัวแพงเลยส่งลูกกับเมียมาลำบากซดมาม่าชามโตตั้งแต่ตอนแรกเลย55555 ขำๆรอตอนต่อไปนะคะ
    #5
    0
  20. #4 sangketkij (@sangketkij) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 20:37
    เปิดแล้ว มาต่อเลย

    ชอบๆ
    #4
    0
  21. #1 NO2H (@NO2H) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 15:45
    ไรท์คงหิวจริงๆ...
    เปิดมาก็มาม่าเลย...
    #1
    0