จอมวายร้ายคุ้มครองรัก

ตอนที่ 18 : ตอน หนักใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,698
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 934 ครั้ง
    7 ก.ค. 62



ทักทาย

แอบสงสารแม่ตานะคะคงหนักใจ เห็นลูกสุขสบายคนเป็นแม่ก็ดีใจ แต่จะให้ไปก็ผูกพัน หน่วงๆ เนอะ แหมแต่ท่าทางแล้วพ่อของสองแฝดคงจะไม่ปล่อยมือจากลูกง่ายๆ ยังไงติดตามกันนะคะ

นศามณี


ลูกไปแล้ว แสดงว่าตอนนี้เธอไม่มีปัญหากับกางเกงว่ายน้ำของฉันแล้วใช่ไหม”

“มีสิ น่าเกลียด รัดติ้วเป็น...” อนันตาหน้าแดง

“งั้นฉันถอดออกก็ได้เธอจะได้ไม่รำคาญตา” มือหนาจับของกางเกงว่ายน้ำแล้วได้ยินเสียงอนันตาร้องเสียงหลง

“คนบ้า! อย่าเชียวนะ”

ใบหน้าคล้ามคมโน้มลงมามองอนันตาใกล้ๆ “คิดว่าฉันจะถอดให้เธอดูง่ายๆ เหมือนเมื่อก่อนเหรอ ไม่มีทาง”

 โคล์เห็นแววตาดื้อดึงอวดดีของอนันตาทีไรเขานึกหมั่นไส้ขึ้นมาทุกที

“ฉันไปดูลูกดีกว่า”

“ใครให้ไป” เสียงทุ้มกังวานเรียกให้อนันตาหันกลับไปมองเขา “เมื่อกี้เธอว่าฉันแต่งตัวไม่เรียบร้อยตอนพาลูกไปว่ายน้ำ เรื่องนี้ฉันยอมรับว่าผิดที่ลืมคิดไป แต่ฉันไม่ได้เตรียมตัวว่าจะเป็นพ่อคนมาก่อน มันกะทันหันมาก แต่ถ้าฉันรู้ก่อนฉันก็จะเตรียมกางเกงว่ายน้ำที่เหมาะสมกว่านี้เพื่อสอนลูก แล้วเธอล่ะ”

อนันตาทำหน้างงก้มมองตัวเอง เธอยังยืนตัวเปียกอยู่ในชุดเดรส “ตัวฉันเหรอ ก็ฉันลื่นหล่นลงไปในสระ ไม่ได้คิดจะว่ายน้ำทั้งชุดนี้สักหน่อย” คุณแม่ลูกสองเข้าใจว่าเขาตำหนิเธอด้วยใส่ชุดเดรสลงสระแต่เขากลับส่ายหน้าช้าๆ

“ฉันหมายถึงเรื่องที่ลูกทั้งสองคนของฉันไม่มีสกิลด้านกีฬาอะไรเลยสักอย่าง พวกเขาไม่เคยเล่นเกม ไม่เคยตีแบด ไม่เคยว่ายน้ำ เธอจะให้คำอธิบายกับฉันยังไง” เขาถูกสอนมาให้มีทักษะเหล่านี้ตั้งแต่เด็กๆ

“ฉันต้องให้คำอธิบายด้วยเหรอ”

“ใช่”

อนันตาเม้มปากแน่น คำอธิบายเธอมีแน่

“ฉันไม่มีเงินมากพอที่จะพาลูกไปเล่นกีฬาแบบที่คุณพูดมาทั้งหมดหรอกค่ะ แต่ฉันสอนหนังสือลูก พาลูกทำการบ้าน และพวกเขาได้รับคำชมเชยจากครูทุกคนว่าเป็นเด็กเรียนดี ฉลาด หัวไว ไอรักกับอิ่มอุ่นทำข้อสอบได้เกือบเต็มในทุกวิชา”

โคล์เอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม “นับว่าดีเอ็นเอของฉันในตัวลูกยังใช้ได้อยู่นะ ลูกได้รับความฉลาดของฉันไปเต็มๆ”

“หา นี่คุณกล้าพูดออกมาได้ไง ลูกฉลาด หัวดี เพราะฉันสอนต่างหาก ไม่ได้เกี่ยวกับดีเอ็นเอของคุณ ต่อให้ดีเอ็นเอดีแค่ไหน ถ้าไม่ได้รับการพัฒนามันก็...”

“แต่ถ้าดีเอ็นเอไม่ดี มันก็พัฒนายาก ของแบบนี้ต้องเป็นตั้งแต่ดีเอ็นเอแล้ว พวกเขาเป็นอีเมอร์สัน คนในตระกูลเราฉลาดทุกคน เรื่องนี้เธอไปสืบประวัติของคนในตระกูลฉันดูได้ พวกเราเป็นนักธุรกิจ เป็นหมอ เป็นศาสตราจารย์ แล้วพวกเขาโตขึ้นจะเป็นอะไรดี”

“เป็นลูกฉันไงคะ คุณน่ะไม่เกี่ยว ฉันเลี้ยงของฉันมาฉันอยากให้ลูกฉันเป็นคนธรรมดาที่มีความสุข  และตอนนี้ฉันขอบอกว่าพวกเราต้องกลับกันแล้ว โอเคที่นี่อาจดูเหมือนฝันดีแต่เราต้องกลับไปอยู่กับความเป็นจริง พรุ่งนี้ลูกๆ มีเรียน ฉันต้องพาแกกลับบ้านไปเตรียมตัว”

อนันตาบอกจบก็ไม่รอให้โคล์ห้าม เธอขยับตัวหนีเขาไปหาลูกๆ ที่นั่งเล่นกับซูซานและเหล่าบอดี้การ์ดที่ถูกเรียกตัวให้ไปเล่นเป็นเพื่อนกับลูกเจ้านาย อนันตาเดินไปก็เห็นภาพของเล่นกองแทบจะท่วมหัวลูก

“อะไรกันอีก เข้ามาในชีวิตไม่เท่าไหร่ จะเปลูกจนเสียเด็ก”

นี่เขาขนซื้อมาให้อย่างนั้นหรือมองผ่านๆ นึกว่ามหกรรมงานแสดงของเล่นเด็ก

อนันตาสลัดความคิดเรื่องของเล่นแล้วไปจูงลูกลุกขึ้น “เรากลับบ้านกันเถอะ พรุ่งนี้อิ่มอุ่นกับไอรักต้องไปโรงเรียนกันนะจ๊ะ กลับได้แล้ว”

“แต่ว่าไอรักยังไม่อยากกลับเลยนี่ครับแม่ตา”

“อิ่มอุ่นด้วยค่ะ”

แม้ว่าเสียงลูกน้อยจะออดอ้อนน่ารักแต่อนันตาก็ทำใจแข็งส่ายหน้า “ถ้าอยู่ที่บ้านนี้ก็อดไปโรงเรียน ไหนใครบอกว่าจะช่วยแม่ตาทำขนมไปขายที่โรงเรียนด้วย ลืมหน้าที่กันหมดแล้วเหรอ”

“ไม่ลืมค่ะ แม่ตาต้องทำงานหนัก พวกเราต้องช่วยแม่ตาหาเงิน” อิ่มอุ่นบอกแม่เสียงเศร้า เมื่อนึกถึงหน้าที่ ซึ่งผู้เป็นแม่สอนเสมอ คนเราต้องมีหน้าที่ ต้องมีความรับผิดชอบ “พี่ไอรักจ๋า เรากลับบ้านกันเถอะ”

“งั้นเรากลับบ้านกันเถอะ” ไอรักมองของเล่นมากมาย ที่นี่น่าอยู่มาก มีอะไรให้ทำสนุก ทุกอย่างล้วนตื่นตาตื่นใจแต่ลึกๆ แล้วเด็กน้อยยังเลือกที่จะลำบากแต่ได้อยู่เคียงข้างแม่ซึ่งดูแลเขามาตลอ “อิ่มอุ่นกลับบ้านเรา เดี๋ยวถึงบ้านดึก แล้วนอนตื่นสาย ไปโรงเรียนไม่ทัน” ไอรักตอบกลับน้องสาวด้วยเสียงเศร้าพอกัน

อนันตายิ้มออกมาด้วยความดีใจที่ลูกๆ ยังไม่ลืมแม่คนนี้ แต่ลึกๆ กลับมีความรู้สึกผิดขึ้นมา เธอทำให้ลูกลำบาก เขาควรมีชีวิตที่สุขสบาย พวกเขาเป็นสายเลือดของมหาเศรษฐี ทำไมเธอถึงเห็นแต่กตัวแบบนี้ แต่เมื่อเด็กทั้งสองหันมาเกาะมือแม่คนละข้าง ความผูกพันทำให้เธอรีบจูงลูกเดินออกมาจากห้อง แต่ก็เจอเข้ากับยักษ์ปักหลั่นที่ยืนกอดอกขวางประตูไว้

“อิ่มอุ่น ไอรัก อยากกลับจริงๆ หรือครับ” เสียงทุ้มถามออกมาสีหน้าบึ้งตึง

“ครับ/ค่ะ”

“ได้ยินชัดแล้วใช่ไหมคะ” อนันตามองหน้าเขา “คุณคงไม่ใช้ความร่ำรวยมารังแกฉัน ด้วยการแย่งลูกไปหรอกนะ” เธอเชิดหน้าถาม เห็นดวงตาคมดุมีแววขุ่นวาบพาดแวบหนึ่งก่อนจะประกายแวววาวเจ้าเล่ห์ออกมาแต่อนันตาก็ข่มความระแวงไว้ไม่ให้แสดงว่าเธอหวาดหวั่น

“ถ้างั้นฉันจะให้คนขับรถไปส่งที่บ้าน”

อนันตาลังเลอยู่ครู่หนึ่งแปลกใจทีเขายอมอย่างง่ายดาย จะหยิ่งบอกว่าจะกลับเอง เธอไม่มีเงิน ให้เขาไปส่งก็ดีแล้ว“ขอบคุณค่ะ”

โคล์มองท่าทางเย่อหยิ่งของคนตรงหน้าก็ยิ้มมุมปาก เขาไม่เคยเจอใครที่อวดดีได้เท่านี้ เงินไม่มี สุขภาพก็แย่ ยังจะดื้อดึงเอาลูกไป ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นคงทำทุกอย่างให้เพื่อให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลอิเมอร์สัน

 “เอ็ดเวิร์ด นายไปส่งเมียกับลูกของฉันด้วย” โคล์เรียกว่าลูกกับเมียเต็มปาก

“นี่คุณ” อนันตารีบโวยวาย “ใครเมียคุณ ไม่ต้องมาเรียกฉันแบบนี้ได้ไหมคะ” อนันตาหน้าแดง

“แม่ตาคะ เมียคืออะไรหรือคะ”

เท่านั้นอนันตาก็รีบเดินกลับมาเอามือปิดหูลูก สมองของเธอมึนไปหมด เลยคิดหาคำอธิบายที่เหมาะกับวัยของลูกไม่ออก “เอาไว้วันหลังแม่ตาจะอธิบายให้ฟัง” แล้วหันไปดุคนพูดมาก “นี่คุณพูดอะไรออกมาเห็นไหม ต่อไปอย่ามาเรียกฉันแบบนี้” เธอตวาดแหวแล้วไม่รอให้เขาตอบก็รีบจูงลูกทั้งสองออกไปอย่างรวดเร็ว

โคล์หรี่ตามองตามแล้วหันไปส่งสายตาให้เอ็ดเวิร์ด แค่นี้ลูกน้องคนสนิทก็เข้าใจความหมาย นอกจากไปส่งแล้ว ยังต้องเก็บข้อมูลในบ้านมาให้เจ้านายด้วย

ทันทีที่รถยนต์เอสยูวีคันหรูจอดสนิท เอ็ดเวิร์ดที่ทำหน้าที่บอดี้การ์ดที่นั่งคู่มากับคนขับรถก็วิ่งลงไปเปิดประตูให้ลูกกับเมียของเจ้านาย แม้เขาจะไม่แน่ใจในฐานะของผู้หญิงไทยตัวเล็กๆ คนนี้เท่าไร แต่ในเมื่อเจ้านายพูดว่าเป็นเมียเขาก็ต้องให้เกียรติในฐานะมาดาม

“เชิญครับมาดาม”

“อย่ามาเรียกฉันว่ามาดามเลย ฉันไม่ใช่มาดามของคุณหรอกค่ะ”

“ขอโทษด้วยครับที่ทำให้มาดามไม่พอใจแต่คุณโคล์สั่งมาให้ผมดูแลมาดามอย่างดี”

อนันตาคร้านจะเถียงด้วย แต่ขอบคุณอย่างสุภาพและจริงใจ “ตามใจเถอะอยากเรียกอะไรก็เรียกไป ตอนนี้ฉันถึงบ้านอย่างปลอดภัยแล้วคุณก็กลับไปได้ อ้อ ขอบคุณมากนะคะที่มาส่งพวกเรา”

แต่เอ็ดเวิร์ดที่ติดตามเจ้านายมานานรู้ว่าถ้ากลับไปโดยไม่ได้ข้อมูลเชิงลึกมากกว่านี้เขาต้องโดนด่ายับแน่ เขากระแอมขึ้นมาครั้งหนึ่ง

“คุณอาเป็นอะไรหรือคะ” อิ่มอุ่นที่กำลังถูกแม่จูงมือเข้าบ้านหันมาถาม “หิวน้ำหรือคะ”

“ใช่ครับคุณหนูอิ่มอุ่น ผมหิวน้ำครับ ขับรถมาตั้งนาน” เอ็ดเวิร์ดยิ้ม ลูกสาวเจ้านายน่ารัก ฉลาด และยังใจดีอีก

“แม่ตาขาคุณอาหิวน้ำ ให้คุณอาไปกินน้ำในบ้านเราก่อนได้ไหมคะ”

เมื่อเห็นแม่ทำท่าทางลังเล แม่หนูก็พูดต่ออีก

“นะคะแม่ตา คุณอาคนนี้อุตนส่าห์ขับรถมาส่งเราตั้งไกล แม่ตาก็ไม่ได้จ่ายเงินให้ลุงสักบาท แม่ตาสอนให้เราช่วยเหลือคนอื่น ตอนนั้นที่มีแมวหลงทางมา แม่ตายังให้ข้าวให้น้ำมันกินเลยนี่คะ แต่คุณอาไอเสียงดัง คงเจ็บคอมาก ให้คุณอาเข้าไปกินนน้ำก่อนนะคะ”

เอ็ดเวิร์ดถึงกับสำลักขึ้นมา นี่ดีนะว่าเอาไปเปรียบกับแมว

อนันตามองมาที่บอดี้การ์ดของคนที่เธอไม่อยากเจออีกในชีวิตนี้ เธอไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับคนพวกนี้อีก ทำไมจะรู้ไม่ทัน ถ้าเขาหิวน้ำจริงจะขับรถจอดซื้อที่ไหนก็ได้ แต่เขาคงอยากเข้าไปดูความเป็นอยู่ของเธอกับลูกๆ แต่ทำไงได้ถ้าไม่ยอมให้เข้าไป สิ่งที่เธอพร่ำสอนลูกๆ เรื่องความมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแพร่ มันจะกลายเป็นว่า คนสอนยังไม่ทำ

“แค่น้ำแก้วเดียวนะคะ” อนันตามองเอ็ดเวริ์ด บอกให้รู้ว่าเธอรู้ทัน

“ครับมาดาม” เอ็ดเวริ์ดอมยิ้ม

“แม่ตาใจดี แม่ตามีน้ำใจ เหมือนที่สอนให้พวกเรามีน้ำใจเลย” อิ่มอุ่นยิ้มกว้าง

“จ้ะ แม่ตาจำได้ ตอนนั้นมีทั้งหมาทั้งแมว แม่ตายังให้ข้าวให้น้ำกินได้เลย นับประสาอะไรกับคนจริงไหมจ๊ะ ไปค่ะคุณเอ็ดเวริ์ดรีบกินน้ำจะได้รีบกลับ เดี๋ยวฝนตก”

 “ครับมาดาม”เอ็ดเวริ์ดอมยิ้ม  ไหนๆ โดนเหน็บเยอะขนาดนี้แล้วก็ต้องไปให้สุดทาง

อนันตาพยักหน้าเบาๆ “เชิญค่ะ”

เอ็ดเวิร์ดทำหน้าหนาเดินเข้าไปในบ้าน เมื่อเข้าไปก็มองสำรวจเก็บข้อมูลทุกอย่างไว้ในสมองทันที บ้านหลังนี้มีสองชั้นเก่ามากในสายตาเขา แต่ข้าวของเครื่องใช้วางเป็นระเบียบดูสะอาดตา

“นี่ค่ะน้ำ” อนันตายกถาดมาวางให้ตรงโต๊ะรับแขก เอ็ดเวิร์ดนั่งลงบนโซฟาแล้วหยิบแก้วน้ำมาดื่ม

“ขอบคุณมากครับมาดาม เอ่อว่าแต่มาดามอยู่ตามลำพังกับคุณหนูทั้งสองหรือครับ ผมว่าทำไมมาดามไม่กลับไปอยู่กับคุณโคล์ล่ะครับ ที่นั่นจะทำให้มาดามและคุณหนูๆ สะดวกสบายมากกว่านี้นะครับ” เขาเสนอแนะตามที่คิด

อนันตาถอนหายใจ มองดูแล้ว ผู้ชายคนนี้ดูสบายๆ ไม่วางมาดเก๊กหล่อ ทำให้บรรยากาศในการสนทนาเป็นไปด้วยดี “ขอบคุณที่เป็นห่วงฉันกับลูกนะคะ แต่ส่องบ้านฉันเสร็จก็กลับไปบอกเจ้านายคุณด้วยว่าฉันพอใจกับชีวิตแบบนี้ ไม่ต้องการเงินทองของเขา ถ้าอยากได้คงบอกเขาไปนานแล้วว่าฉันมีลูกกับเขา”

เอ็ดเวิร์ดแทบสำลักน้ำ มาดามของเขาฉลาดทันคน ในท่าทีเงียบสงบ สาวไทยคนนี้มองดูเป็นคนมีศักดิ์ศรี “แต่ผมว่ายังไงมาดามลองทบทวนดูก่อนก็ได้ครับอย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจ คุณหนูทั้งสองควรมีโอกาสที่ดีกว่านี้”

อนันตารู้ว่าคู่สนทนาไม่ได้มีเจตนาดูถูก แต่พูดให้คิดซึ่งลึกๆ เธอก็คิด “น้ำหมดแก้วแล้ว คุณดื่มน้ำแล้วก็เชิญกลับไปได้ค่ะ ฝนตั้งเค้ามาแล้ว” อนันตาบอกพร้อมกับผายมือไปที่ประตูทำให้เอ็ดเวิร์ดยิ้มเจื่อนๆ ต้องยอมกลับออกไป

“ครับมาดาม”

อนันตาเดินไปหาลูกๆ ที่กำลังง่วนกับการจัดกระเป๋าไปโรงเรียน เด็กๆ ไม่เคยทำให้เธอผิดหวังเลยพวกเขารู้หน้าที่

“อิ่มอุ่น ไอรัก เก็บกระเป๋าเสร็จหรือยังจ๊ะ”

“กำลังเก็บอยู่ครับ/กำลังเก็บอยู่ค่ะ”

“การบ้านทำเสร็จแล้วใช่ไหม พรุ่งนี้มีสอบสูตรคูณแม่สิบเอ็ด แม่สิบสอง พร้อมไหม”

“มีสิบคะแนนเต็มสิบเอ็ดเลยค่ะแม่ตา” เสียงเจื้อยแจ้วตอบกลับพร้อมความมั่นใจสูงปรี๊ด

เพียงเท่านี้หัวใจคนเป็นแม่ก็พองฟูหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวแม่ไปทำข้าวผัดให้กิน เสร็จแล้วก็อาบน้ำนอน พรุ่งนี้จะได้ตื่นไปโรงเรียนแต่เช้านะจ๊ะ”

“แม่ตาขา” อิ่มอุ่นวิ่งเข้ามาหา “เราจะได้เจอแด๊ดอีกไหมคะ”

หัวใจของอนันตาปวดหนึบขึ้นมาทันที พวกเขาเจอหน้ากันไม่ถึงสองวันแต่ผูกพันกันได้ไวขนาดนี้เลยหรือ

“อยากเจอก็รีบนอน ไปเจอแด๊ดเราในฝันละกัน” อนันตาพ่นลมหายใจ เธอเหมือนแม่ใจยักษ์ไหม ทำให้พ่อลูกที่เจอกันพรากจากกัน อีกใจก็หวงและห่วงลูกความผูกพันมันทำให้เธอยกลูกให้เขาไม่ได้ ใครไม่ได้อยู่ในสถานะอย่างเธอไม่มีวันเข้าใจ

“พวกเราอยากเจอแด๊ดตัวเป็นๆ แต่คืนนี้อิ่มอุ่นจะนอนแล้วฝันถึงแด๊ดค่ะ แล้วแม่ตาจะฝันถึงแด๊ดด้วยไหมคะ”

อนันตาถอนหายใจ ตัวจริงยังไม่อยากจะเจอ

คืนนี้อย่ามาตามหลอกฉันถึงในฝันนะ สาธุ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 934 ครั้ง

1,446 ความคิดเห็น

  1. #825 pemipond (@pemipond) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 21:39
    มีห่อหมกฮวกมาฝากป้าด้วย
    #825
    0
  2. #220 sangketkij (@sangketkij) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 13:38
    555 ขนาดนั้นเลยอิพ่อรู้คงหัวร้อน...
    #220
    0
  3. #219 nut22092526 (@nut22092526) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 12:50
    หลอนแน่5555
    #219
    0
  4. #218 tom247 (@tom247) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 11:14
    นางเคยหลอกอะไรพระเอกไว้อ้า
    #218
    0
  5. #217 Jakkaran55 (@Jakkaran55) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 11:07
    55555555
    #217
    0
  6. #216 แม่บิ๋ม (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 10:42

    มีเหตุผล มีความหนักอกหนักใจจริงๆ แหละอยากให้ลูกมีความสุข แต่คนเป็นแม่มักจะห่วงสารพัด โอยยย ebook มาไวๆรอค่ะ

    #216
    0