จอมวายร้ายคุ้มครองรัก

ตอนที่ 15 : ตอน ดีใจจนพูดไม่ออก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23,309
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 957 ครั้ง
    4 ส.ค. 62



ทักทาย

          รอดจากข้าวติดคอตายมาแล้ว แม่ตาเอาไงดี555 ฝากติดตามด้วยนะคะ ลูกดีใจนะคะ แต่แม่ตานี่สิ

อยากร้องไห้หนักมาก


“อะไรนะ! ”

“แม่ตาขา อิ่มอยากอยู่ที่นี่ ที่นี่มีห้องนอนสวยๆ มีขนมเยอะแยะเลย”

“อิ่มอุ่น” อนันตาเรียกลูก “แม่ตาเคยสอนว่ายังไง ไม่ให้อยากได้ของคนอื่นจำได้ไหม อีกอย่างที่นี่ไม่ใช่บ้านของเรา หรือว่าทั้งสองคนไม่รักแม่แล้ว ไม่อยากอยู่กับแม่”

“อิ่มอุ่นรักแม่ตาค่ะ”

“ไอรักก็รักแม่ตาครับ”

“ดีมาก งั้นเรากลับบ้านกันเถอะ”

อนันตาลุกจากเตียงแล้วจูงมือลูกคนละข้างพากันเดินตรงไปที่ประตู แต่เธอก็นึกขึ้นได้อีกอย่างว่าไม่มีเงินติดตัวสักบาท

สีหน้าของอนันตาดูเป็นกังวล “ไอรัก เงินของลูกยังมีอยู่ใช่ไหม”

เด็กน้อยตอบเสียงฉะฉาน “มีครับแม่ตา แต่ว่าตอนอยู่ที่โรงพยาบาลซื้อข้าวกับขนมให้อิ่มอุ่นกินไปหมดแล้วครับ”

“หา!” อนันตาครางออกมา ปกติสองคนนี้เป็นเด็กประหยัดเพราะเธอสอนเอาไว้ ทำไมต้องมาหมดตอนนี้ด้วยนะ เท่ากับตอนนี้เธอไม่มีเงินติดตัวเลย ขณะกำลังคิดวุ่นวายสับสน เจ้าของร่างสูงที่อนันตาไม่อยากเจอก็ผลักประตูเข้ามา

เจ้าของดวงตาสีน้ำตาลหรี่มองอย่างสงสัย สายตาวาวโรจน์จ้องเธอเขม็ง “นี่เธอจะพาลูกฉันไปไหน”

“กลับบ้านค่ะ”

“นี่ไงบ้านของเด็กๆ”

“ไม่ใช่” อนันตาเกร็งจนพูดได้แต่คำสั้นๆ

สายตาทรงอำนาจฉายแววยิ้มเยาะ “ฉันได้ผลตรวจดีเอ็นเอมาแล้ว อิ่มอุ่นกับไอรักเป็นลูกของฉัน ดังนั้นพวกเธอสามคนแม่ลูกต้องอยู่ที่นี่ จะไปไหนไม่ได้”

“อะไรนะ! ไปตรวจตอนไหน”

“ตอนที่เธอนอนหลับไปยาวๆ ไง”

อนันตามีคำตอบแล้วว่าทำไมเธอถึงหลับเป็นตายและมาอยู่ที่นี่ เขาเป็นเจ้าของโรงพยาบาล เขาสั่งทำอะไรกับเธอ วิธีไหน อนันตายังไม่มีเวลาคิด แต่ที่คิดตอนนี้คือจะเอาลูกกลับบ้านยังไง

“เลิกคิดเถอะ คิดไปเด็กก็ต้องอยู่กับฉัน”

อนันตาช็อกกับข่าวที่เขาบอก แล้วความคิดต่อมาก็คือตกตะลึง อยู่กับเขาที่นี่งั้นหรือ เป็นไปไม่ได้ เธอเกลียดเขาไม่อยากอยู่ด้วยแม้แต่วันเดียว “ฉันขอร้องล่ะ คุณไปมีลูกใหม่ก็ได้ อย่ามายุ่งกับฉันกับลูกเลย”

โคล์หัวเราะในลำคอ ไม่จับเธอหักคอก็ดีเท่าไหร่แล้ว ถ้าเขาไม่บังเอิญมาที่นี่ ไม่สะกิดใจเมื่อเห็นเด็กสองคนนี้และสงสัยในความสัมพันธ์ครั้งนั้น ป่านนี้ลูกเขาจะเป็นยังไง ดูสภาพแล้วตอนนี้อนันตาตกอับมาก

“นี่อนันตา ทำไมเธอต้องทำท่าทางรังเกียจฉันขนาดนั้น ฉันไม่ดีตรงไหน ฉันเลี้ยงลูกได้สบาย ส่วนเธอทำให้พวกเขาอดอยาก” โคล์หงุดหงิดไม่อยากจะพูดต่อ “ถามจริงเด็กได้กินข้าวครบสามมื้อไหม เธอเลี้ยงพวกเขาด้วยอะไรถึงดูผอมแบบนี้”

อนันตาเม้มปากแน่น “ถึงฉันจะจนและลำบากแค่ไหน แต่เด็กๆ ได้กินอาหารครบทุกมื้อ เราอยู่กันมาได้ ปล่อยให้พวกเราอยู่ด้วยกันต่อไปเถอะ คุณอย่ามายุ่งกับเราเลย”

“ฉันไม่อยากยุ่งกับผู้หญิงอย่างเธอหรอก แต่เมื่อฉันรู้ว่าเด็กสองคนนี้เป็นสายเลือดของฉัน ไม่มีวันที่ฉันจะไม่ยื่นมือไปยุ่ง จำใส่หัวเธอเอาไว้”

ที่ผ่านมาเขามีแต่ผู้หญิงวิ่งเข้าหา ไม่เคยต้องเปลืองน้ำลายกับใครเยอะเท่าคนตรงหน้ามาก่อน

“โหดร้าย”

“ใช่ ฉันโหดร้าย และร้ายมากด้วยกับผู้หญิงใจร้าย”

อนันตาตัวสั่น คิดถึงภาพที่เขาเคยร้ายกับเธอเขาใจร้ายจริงๆ “ฉันแค่อยากอยู่กับลูกอย่างสงบ ไม่ต้องการให้คุณมารับผิดชอบอะไรทั้งนั้น คุณลืมเรื่องวันนี้ไปซะ คิดเสียว่าไม่เคยเจอกัน ฉันจะไม่พาลูกมาย่างกรายในชีวิตคุณแน่นอน”

“บ้าไปแล้ว ฉันไม่เข้าใจเธอเลยอนันตา เธอไม่อยากให้ลูกมีชีวิตสุขสบายเหรอ ” โคล์งงไปหมด เขาเอ่ยประโยคอะไรที่ทำให้เธอเข้าใจว่าเขาไม่ต้องการลูกออกไปเหรอ “เด็กเป็นสายเลือดของฉัน พอรู้แล้วว่าเป็นลูกจะให้วางเฉยคงไม่ได้หรอก”

“ฉันไม่เข้าใจ คุณรวยมาก มีเมียมีลูกกี่คนก็ได้ ตอนนี้คุณแค่ลืมๆ พวกเราไปก็ได้แล้ว คิดว่าไม่มีพวกเราอยู่ในโลกใบนี้ ฉันรับประกันจะไม่บอกใครเรื่องลูกของเราเด็ดขาด”

โคล์รู้สึกปวดหัวตุบๆ ขึ้นมา เห็นเด็กๆ มองอยู่โคล์จึงจำเป็นต้องควบคุมอารมณ์ “อนันตาเธอไปอาบน้ำ แล้วลงมากินข้าวซะ ฉันไม่อยากคุยอะไรต่อหน้าลูก แต่ถ้าเธอไม่ทำตาม...”

“แต่ฉันอยากคุยตอนนี้...” อนันตายังดื้อ ทว่าพูดไม่ทันจบก็เห็นดวงตาใสแจ๋วสองคู่มองมาที่เธอด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น อนันตาสบตาลูกแล้วถอนใจ

อิ่มอุ่นส่งเสียงแจ๋ว “จะคุยอะไรกันคะ หรือว่าเป็นเรื่องที่แด๊ดหายไป”

“อิ่มแม่เคยสอนเราแล้ว เวลาผู้ใหญ่คุยกันห้ามพูดแทรก”

อิ่มอุ่นหน้าม่อย “ก็อิ่มเห็นว่าเป็นเรื่องของแด๊ด แม่ตาคงเข้าใจแด๊ดผิดเลยหงุดหงิด”

“แม่หงุดหงิด และเข้าใจผิดเรื่องอะไร ไหนพูดมาซิ ถ้าเข้าใจผิดแม่จะได้แก้ให้”

เด็กหญิงได้รับโอกาสให้พูด จึงรีบสาธยาย “ก็แม่ตาโกรธแด๊ดเพราะแม่ตาเข้าใจผิด แด๊ดบอกเราแล้วแม่ตาโมโหเพราะคิดว่าแด๊ดข้าวติดคอตาย แล้วทิ้งให้ลูกเมียลำบาก แต่แด๊ดเขายังไม่ตายแล้วกลับมาหาเราแล้ว แด๊ดบอกพวกเราหมดแล้วค่ะ”

อนันตายังไม่เข้าใจที่อิ่มอุ่นพูด ได้แต่มองหน้าตัวต้นเหตุ เขาคงไปพูดอะไรใส่หัวลูก

โคล์ที่มื่อเห็นดวงตาใสแจ๋วและคำพูดใสซื่อของลูกสาวก็ยิ้มออกมา “ถูกต้อง อิ่มอุ่นเก่งมากเข้าใจอะไรง่ายๆ ไม่เหมือนแม่เลย แม่ดื้อ อิ่มอุ่นบอกให้แม่อย่าดื้อกับแด๊ดสิครับ เด็กดื้อน่ารัก ผู้ใหญ่ดื้อน่าตี...” ดวงตาคมกริบจ้องใบหน้าที่มีเค้าโครงว่าเคยสวยมาก ถึงจะดูโทรมลงแต่ถ้าได้รับการบำรุงเธอคงจะดูดีขึ้น โคล์สลัดความคิดนี้ เขาไม่สนใจเธอ จุดประสงค์เขาคือลูกต่างหาก

“นะคะ แม่ตา อย่าดื้อกับแด๊ดเลย แด๊ดบอกว่าแด๊ดหายไปหลายปีเพราะไปหาเงิน แด๊ดไม่ยอมข้าวติดคอตายง่ายๆ หรอกเพราะห่วงลูกๆ อยากให้ลูกมีพ่อ ไม่ต้องเป็นเด็กกำพร้า แม่ตาไม่ดีใจหรือคะที่แด๊ดกลับมา”

“เอ่อ...” อนันตาจุกไปหมด

โคล์แทรกขึ้นพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “แม่ตาดีใจอยู่แล้วลูก จริงไหมอนันตา นี่ถ้าไม่ติดว่าลูกยืนดู แม่ตาเขาคงวิ่งมากอดแล้วหอมแด๊ดฟอดใหญ่แล้ว”

ไม่จริง

อนันตาตะโกนในใจกับคนตีมึน แต่ต่อหน้าลูกเธอไม่กล้าส่งเสียงตะคอกออกมา “เอ่อ จะวิ่งไปกอดไปหอมทำไม แม่ตาดีใจจนพูดอะไรไม่ออกต่างหาก”

“เรายังไม่คุยเรื่องระหว่างเราตอนนี้ก็ได้ ฉันเห็นแก่ยัยอิ่ม”ยังไงซะการทะเลาะกันต่อหน้าลูกมันไม่ใช่ผลดีกับลูก

โคล์ไหวไหล่แล้วเลิกคิ้วสูง “ดีมาก พักรบ เผื่อจะพบรัก”

อนันตามองค้อนควับ “บ้า”

 เขาเองก็ไม่อยากต่อความยาวกับแม่ของลูกให้ลูกๆ สงสัย จึงหันไปหาเด็กๆ “อิ่มอุ่น ไอรัก มาหาแด๊ด พวกเราลงไปรอแม่เขาข้างล่าง ให้แม่เขาอาบน้ำก่อนจะได้กินข้าวพร้อมกัน”

“เย่ๆ พวกเราไม่ต้องไปจากบ้านนี้แล้วใช่ไหมครับ พวกเราชอบบ้านนี้” ไอรักพูด

“ใช่สิครับ แด๊ดไม่ให้เราสองคนไปลำบากอีกแน่นอน ไม่ให้ไปไหน ต่อให้ใครจะพาไปแด๊ดก็ไม่ให้ไป” ประโยคท้ายๆ ราวกับตั้งใจให้ใครบางคนได้ยิน “อยู่ที่นี่พวกลูกอยากได้อะไร อยากกินอะไร แค่บอกแด๊ด ทุกคนจะได้ตามนั้น”

“สอนลูกผิดๆ” อนันตากระแทกเสียงใส่ตามหลังเขาไป

ไอรักยิ้มกว้าง“มีแด๊ดมันดีอย่างนี้เอง” จินตนาการของอิ่มอุ่นมีมากกว่าพิชซา ไก่ KFC เฟรนช์ฟรายด์โปะชีส และอื่นๆ กำลังลอยเข้ามา

โคล์มองสองพี่น้องอย่างเอ็นดู พลางรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา ที่ผ่านมาลูกๆ ของเขาคงไม่ค่อยได้กินของดีๆ คงไม่ค่อยมีเสื้อผ้าสวยๆ ใส่อย่างที่ควรจะเป็น ทั้งหมดก็เพราะใคร

เขาหรืออนันตากันแน่ ที่ทำให้เด็กๆ ต้องลำบากเป็นแบบนี้

อนันตาขมวดคิ้วมองตามหลังลูกๆ แล้วคิดหนัก เธอจะเห็นแก่ตัวพาลูกไปอยู่อย่างลำบากหรือควรให้ลูกมีชีวิตที่ดีกว่านี้ แต่เธอก็ไม่อยากอยู่กับเขาที่นี่ ยังไงเสียอิ่มอุ่นกับไอรักก็คงเข้าใจแม่ หรือจะไม่เข้าใจ อนันตาส่ายหน้าเมื่อเห็นเด็กๆ ติดพ่อแจ

‘ดูยัยอิ่มสิ กระดี๊กระด๊าอยากมีพ่อเป็นเศรษฐีขึ้นมาเชียว’

‘จะทำไงต่อไปดีนะ’

อนันตาหลุบเปลือกตาลงรู้สึกเครียด กังวล ทำไมสวรรค์ต้องส่งคนใจร้ายคนนี้กลับเข้ามาในชีวิตของเธออีกครั้ง

ภาพเหตุการณ์ในอดีตคืนที่เธอออกมาจากชีวิตเขา อนันตายักจำได้ทุกคำพูด ทุกความเจ็บปวดนั้นได้ดี

แปดปีก่อนหน้านี้

คืนหนึ่งที่สหรัฐอเมริกาโคล์ยิ้มเย็น ดวงตาที่เคยมองมาอย่างอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นดุดัน เขาก้าวอาดๆ ไปที่บาร์เครื่องดื่ม หยิบเหล้าจอห์นนี วอล์กเกอร์ บลูเลเบิลออกมาขวดหนึ่ง

“คุณจะดื่มเหล้า งั้นฉันขอตัวกลับก่อน” อนันตาไม่อยากพูดกับคนเมาอีก ตอนไม่เมาก็พูดไม่รู้เรื่อง ถ้าเมาคงได้ทะเลาะกันแน่ แต่ว่าเธอยังไม่ทันหมุนตัว โคล์ก็จับเอวบางไว้แน่นแล้วดึงเข้าไปหาตัวเอง

“จะไปไหน”

“ฉันจะกลับบ้าน”

“ได้เงินแล้วคิดจะชิ่งหนีเหรอที่รัก ฉันไม่ให้เธอจากไปง่ายๆ หรอกถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง”

“ฉันไม่อยากคุยกับคุณ อยากดื่มก็ดื่มให้ตายไปเลย ฉันผิดหวังในตัวคุณมาก รู้แบบนี้ฉันไม่ตามคุณมาที่อเมริกาก็ดี”

“อ้อ นี่คิดจะทิ้งผัวกลับเมืองไทย เอาเงินไปใช้สุขสบายที่บ้านเกิดใช่ไหม  หรือว่าเธอมีที่หมายใหม่เป็นใครในสตาร์วันบอกฉันมา”

คนมองโลกในแง่ร้ายเพราะอยู่ในวงการที่เชือดเฉือนกันมาตลอดตวาดถาม เขาไม่เคยไว้ใจใครจนมาเจอกับอนันตา แต่แล้วก็พลาด เขาไว้ใจเธอจนถูกหลอก

“บ้าหรือเปล่า ฉันไม่รู้จักสตาร์วันที่คุณพูดถึงเลย” เธอตวาดกลับ ดิ้นรนให้หลุดพ้นมือแกร่ง

“ปากแข็ง” โคล์บอกเสียงเย็น “ฉันจะทำให้เธอคายความลับออกมา จะได้พูดคล่องๆ ขึ้น” แววตาเขาดุกร้าวขึ้นหลายส่วนเพราะผิดหวังมากมายไม่อยากจะเชื่อว่าสาวไทยหน้าหวานที่เขารักอย่างหมดใจจะหลอกกัน

“จะทำอะไรฉัน” อนันตาถาม แววตาตื่นตระหนก แล้วต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บเมื่อปลายคางเธอถูกบีบ

ปากอิ่มเผยอเพื่อจะขอร้องให้เขาปล่อย แต่กลายเป็นว่าเหล้าจอนห์นี วอล์กเกอร์บลูเรเบิลที่เขาโปรดปรานไหลพรวดๆ เข้าปากเธะอไม่หยุด

แค่ก แค่ก




กลับมาสู่ปัจจุบันอนันตากำมือแน่น แล้วมองไปข้างหน้าด้วยแววตาอ้างว้าง “คนใจร้าย ไล่ฉันเอง แล้วจะกลับมายุ่งกับฉันอีกทำไม”

อนันตาไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหน จนกระทั่งใครคนหนึ่งเข้ามาหา เขาคือผู้ชายที่อยู่เคียงข้างโคล์

“คุณโคล์ให้ผมมาถามคุณว่าต้องการอะไรบ้าง คุณโคล์บอกให้คุณไปอาบน้ำแต่งตัว  แล้วก็นี่ครับ”

เอ็ดเวิร์ดยื่นช่อดอกเวอร์บีน่าที่ซ่อนไว้ด้านหลังออกมา “เขาบอกให้ผมนำมาให้คุณ”

อนันตามองสิ่งที่หนุ่มหล่อส่งมาตรงหน้า “ดอกเวอร์บีน่า”

“ผมไม่รู้ว่าคุณกับเจ้านายผมตอนนี้รู้สึกยังไงต่อกัน แต่ตอนที่เขาสั่งให้ผมไปร้านดอกไม้ ผมถามความหมายของดอกไม้ชนิดนี้กับเจ้าของร้าน เธอบอกผมว่าดออกไม้สีม่วงช่อนี้มีความหมายเกี่วกับครอบครัว ความสุขของทุกคนในครอบครัว ผมไม่รู้ว่าคุณโคล์อยากจะสื่ออะไร แต่คุณช่วยรับไปด้วยครับ”

อนันตารับมาถือเอาไว้ แล้วมองดอกไม้ที่เธอหลงใหล เคยคิดว่าอยากจะเอามาปลูกให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้มันคงจะสวยงามมาก แล้วยื่นกลับไป

“ฝากไปบอกเขาด้วยค่ะ ดอกเวอร์บีน่าหมายถึงความสุขในครอบครัว แต่เขาไม่ใช่คนในครอบครัวของฉัน ฉันไม่รับ” อนันตายัดช่อดอกไม้ใส่มือเอ็ดเวิร์ดแล้วเดินหนี

ชายหนุ่มร่างกำยำ มองดอกไม้ในมือ เจ้านายให้เขาไปสืบเรื่องราวบางอย่างย้อนหลังพร้อมหาหลักฐานเพิ่มเติมแล้วเขาพบว่า ต่อให้เจ้านายปลูกดอกเวอร์บีน่าทั้งขุนเขาผู้หญิงคนนี้ก็ไม่รู้จะหายโกรธหรือเปล่า

“คุณโคล์นะคุณโคล์ ทำไมเมื่อก่อนทำอะไรไม่คิด มาฉุกคิดเอาตอนนี้...” เอ็ดเวิร์ดถอนใจเจ้านายของเขาเป็นคนดีแต่เมื่อแปดปีก่อนด้วยวัยหนุ่ม ความมุทะลุ และอารมณ์คงจะต่างกับเวลานี้มาก

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 957 ครั้ง

1,446 ความคิดเห็น

  1. #1444 TasaneePim (@TasaneePim) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 01:10
    แม่ควรเห็นแก่ลูกนะคะ ทิฐิมันกินไม่ได้อ่ะนะ
    #1444
    0
  2. #1191 Mayple102 (@Mayple102) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 07:40
    ตกลงเจอกันเมื่อหกหรือแปดปีก่อนค่ะ
    #1191
    0