ตั้งครรภ์ลับเทพบุตรลวง

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 3 ลูกใครหว่า 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,521
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 97 ครั้ง
    8 ธ.ค. 60



ตอนที่ 3 ลูกใครหว่า?

 

พบขวัญเช็คข่าวของโดมินิกจากประชาสัมพันธ์ที่อยู่ด้านล่างเพ้นต์เฮ้าส์ เธอมาด้อมๆมองๆจนแน่ใจว่าไม่มีคนของเขาอยู่ที่นี่จึงเข้ามา ได้รับคำตอบว่าเขาไม่อยู่ และประชาสัมพันธ์ก็ไม่ได้ให้คำตอบอะไรที่จะเป็นการยืนยันว่าโดมินิกถูกจับไปแล้ว เธอลองโทรหาเจตนิพัทธ์อีกครั้งด้วยความเป็นห่วงก็ยังไม่สามารถติดต่อได้เหมือนเดิม ทุกอย่างคล้ายจะยังคลุมเครือไม่มีคำตอบ แต่ทุกอย่างก็ต้องเดินหน้า จะช้าไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว

พบขวัญเตือนตัวเองว่าต้องทำทุกอย่างอย่างรวดเร็ว เพราะเขามีอำนาจเงินที่ใช้ซื้อทุกสิ่งได้แม้แต่ความถูกต้อง ทุกอย่างกำลังไปได้ดีแล้วเหลือแต่รีบไปเขียนใบลาออก ส่วนเหตุผลที่กลับมาเขียนใบลาออกก็เพื่อจะได้รับเงินกองทุนสะสมที่สมัครไว้กับบริษัทมาเป็นค่าใช้จ่ายตอนที่ย้ายบ้านไม่เช่นนั้นเธอคงไม่กลับมา

รถยนต์กลางเก่ากลางใหม่ขับฝ่าการจราจรมาจนถึงหน้าตึกสำนักงานในเวลาเกือบแปดโมง พบขวัญรีบลงจากรถ เพื่อจะได้จัดการธุระที่บริษัทฯให้เสร็จเรียบร้อย แล้วจะได้รีบกลับบ้านเก็บข้าวของเตรียมย้าย เนื่องจากกะทันหันเธอจะไปหาเช่าบ้านหลังเล็กๆอยู่ก่อน อย่างน้อยบ้านที่เธออยู่ตอนนี้ถ้าหากขายก็น่าจะได้สักหกล้านเนื่องจากเป็นบ้านเก่าของบิดามารดาที่ปลูกสร้างไว้อย่างดีบนเนื้อที่กว่าสองไร่ เธอจะนำเงินที่ขายบ้านได้ไปซื้อทาวน์เฮ้าส์เล็กๆอยู่ ส่วนเงินที่เหลือก็จะได้นำไปใช้หนี้ต่างๆให้หมดแล้วเก็บเป็นเงินออมให้แทนคุณ

พบขวัญวาดฝันอย่างสวยหรู กำลังเดินผ่านลานจอดรถของบริษัทฯเข้าสู่ตึกทำงาน หัวใจดวงน้อยก็ต้องตกไปอยู่ตาตุ่มเมื่อเห็นชายร่างยักษ์สองคนเดินตรงมา ไม่ทันหมุนตัวหนี เธอก็ถูกมือหนาเอื้อมมาปิดปาก เสียงหวีดร้องหายไปในลำคอ ความทรงจำสุดท้ายเห็นแต่ใบหน้าเล็กป้อมของลูกชายที่กำลังส่งมือมาให้เธอเอื้อมจับ

 

“น้องแทน” พบขวัญคว้ามือลูกชายมากอดแนบอก ดวงตากลมโตปรือเปิดขึ้นช้าๆก่อนหวีดร้องเสียงหลง สติกลับมาเกินร้อย เมื่อใบหน้าที่ควรจะเล็กป้อมกลับเป็นใบหน้าของคนที่เธออยากเจอเป็นคนสุดท้ายบนโลกใบนี้กำลังโน้มตัวอยู่เหนือร่างเธอ

“ไง พบกันอีกแล้วนะ แต่ครั้งนี้เธอจะไม่มีทางได้กลับออกไปอีกแน่แม่ตัวดี” โดมินิกชะโงกหน้าบอก ยิ้มมุมปากมองดูโหดร้าย เจ้าเล่ห์ “เธอกล้ามากนะพบขวัญที่ไปแจ้งตำรวจ ไม่กลัวไอ้เจตนิพัทธ์ถูกฆ่าตายงั้นหรือ”

พบขวัญทะลึ่งพรวดลุกขึ้น ไม่อยากตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบโดยการอยู่ใต้ร่างเขาแบบนี้ แต่เมื่อจะขยับขาก็พบว่าถูกล็อกไว้ด้วยกุญแจ เธอถลึงตาวาวโรจน์ใส่เขาด้วยความโกรธ

พบขวัญตะคอกสุดเสียง“คุณขังฉันไว้แบบนี้ไม่ได้ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ไอ้คนบ้า ไอ้คนเถื่อน ตำรวจต้องมาลากคอคุณเข้าคุก คุณโดมินิก”

“ตำรวจคงไม่มาไวขนาดนั้น เพราะฉันเพิ่งกลับมาจากสถานีตำรวจ ก่อนฉันกลับมาเขายังบอกว่าจะดำเนินคดีกับคนที่โทรไปแจ้งความมั่วๆจนทำให้ฉันเกือบเสียงชื่อเสียง”

พบขวัญตะลึงงันกับข้อมูลที่เขาบอก หมายความว่าตำรวจมาที่นี่แล้วและไม่เจอตัวเจตนิพัทธ์ ถ้าอย่างนั้นเขาเอาตัวเจตนิพัทธ์ไปขังไว้ที่ไหนกัน ถ้าหาที่นี่ไม่พบก็คงต้องเป็นที่อื่น

“คุณเอาตัวเท็ดไปซ่อนไว้ที่ไหน คุณมันเจ้าเล่ห์เกินกว่าที่ฉันคิด”

“ก่อนจะห่วงคู่รัก ห่วงตัวเองก่อนดีกว่าไหม คุณแสบมากที่ทำให้ผมป่วนทั้งคืนจนไม่ได้นอน ถ้าผมถูกจับคุณจะไม่มีวันออกไปจากเพ้นต์เฮ้าส์หลังนี้ได้ คุณจะได้กลายเป็นศพเฝ้าห้องนี้” เขาขู่ทำให้พบขวัญตัวแข็งทื่อด้วยความกลัว

หลังจากที่ร้อยเวรคนนั้นเกิดความสงสัย เขาจึงต้องตามไปตอบคำถามที่สถานีตำรวจเกือบค่อนคืนเขาไม่อยากเรียกทนายเพราะต้องการสะสางด้วยตัวเอง เขาบอกร้อยเวรคนนั้นว่าเขาพบกับเจตนิพัทธ์ที่แอลเอเพื่อคุยเรื่องการซื้อขายบริษัทฯจนเรียบร้อยไปแล้ว แต่เจตนิพัทธ์อยากอยู่ต่อด้วยเรื่องส่วนตัว เขาจึงเดินทางมาที่เมืองไทยเพื่อดำเนินการเรื่องซื้อขายให้เสร็จ บิดามารดาของเจตนิพัทธ์ไม่รู้ว่าลูกชายจะอยู่ที่แอลเอต่อจึงบอกไปอย่างนั้น

ทีแรกร้อยเวรทำท่าไม่เชื่อ เขาจึงสั่งให้โรเจอร์นำเอกสารซื้อขายหุ้นที่ครอบครัวเจตนิพัทธ์ขายหุ้นให้มาแสดงให้ดู ร้อยเวรถึงเชื่อแล้วยอมปล่อยเขากลับไป เรื่องการซื้อขายหุ้นเป็นเรื่องจริงเพราะบิดาของเจตนิพัทธ์ต้องการขยายตลาดไปในยุโรป จึงติดต่อให้เขาเป็นหุ้นส่วนเพื่อดำเนินการขายในภาคพื้นยุโรป

เขาได้รับข้อเสนอนี้มาพอดีกับรู้เรื่องของวิโอเล็ต เขาจึงไม่ลังเลที่จะเข้าซื้อหุ้นของตระกูลนี้ เช้านี้เขาก็เพิ่งไปประชุมผู้ถือหุ้นร่วมกับบิดาของเจตนิพัทธ์ และกลายเป็นโชคดีของเขาที่พบแม่ตัวแสบที่เขาส่งคนออกตามหาอยู่ที่แท้ก็มาอยู่แค่ปลายจมูกเขาเอง เธอกลับมาให้เขาจับตัวอย่างง่ายดาย

ก่อนเข้าประชุมผู้ถือหุ้น โดมินิกจึงรีบโทรบอกลูกน้องให้จัดการจับตัวพบขวัญมาขังไว้ เมื่อเลิกประชุมกลับมาถึงเพ้นต์เฮ้าส์เขาก็ได้ตัวเธอสมใจ เขาไม่ได้ต้องการทำตัวเถื่อน เย้ยกฎหมายอย่างที่พบขวัญประณามแต่เธอเป็นคนผลักดันทำให้เขากลายเป็นแบบนี้ ดังนั้นเธอจะโทษเขาไม่ได้

“อย่ามาขู่ฉันเลย ฉันไม่กลัวคุณหรอก ถ้าคุณฆ่าฉันคุณก็จะต้องถูกจับก็เอาสิ”

“ไม่กลัวแบบนี้ก็ดี ถ้าอย่างนั้นผมจะส่งศพไอ้เจตนิพัทธ์มาให้คุณดูเป็นขวัญตาเพื่อจะได้ยืนยันว่าผมทำจริง”

“คุณไม่ทำแบบนั้นฉันรู้ คุณบอกว่าต้องการให้เท็ดแต่งงานกับคุณวิโอเล็ต คุณจะฆ่าเขาทำไม ไม่กลัวคุณวิโอเล็ตเสียใจหรือไง น้องสาวคุณจะไม่มีวันยกโทษให้และคุณจะเสียใจไปตลอดชีวิต”

โดมินิกกระตุกยิ้มมุมปาก พบขวัญพูดถูก เธอฉลาดที่รู้ว่าเขาไม่มีทางทำร้ายไอ้เจตนิพัทธ์มากกว่าที่ทำอยู่ตอนนี้เธอเป็นรองทุกอย่าง แต่เธอก็ยังสู้ จะมีข้อได้เปรียบก็เพียงเรื่องเดียวคือเรือนร่างเย้ายวนที่ล่อตาล่อใจเขาตั้งแต่แรกเห็น เขาอยากพิสูจน์ว่าเธอยังคับแน่น โอบรัดเขาด้วยความนุ่มเนียนเหมือนตอนนั้นหรือเปล่าหวังว่าไอ้เจตนิพัทธ์คงไม่ทำให้เขารู้สึกเคว้งคว้างว่างเปล่าเมื่อเข้าไปเยือนอีกครั้ง

พบขวัญใจเต้นแรง อ่านความคิดเขาจากสายตาก็ทำให้ขนคอลุกชัน เธอต้องการเขยิบหนีตามสัญชาตญาณแต่ทำไม่ได้ เท้าของเธอถูกล็อกอย่างแน่นหนา

“อย่าทำอะไรบ้าๆนะ ถ้าคุณรังแกฉัน ฉันจะกัดลิ้นตาย”

“คุณจะกลายเป็นคนสวยที่ลิ้นด้วน แต่บางทีถ้าคุณพูดไม่ได้ก็ดีเหมือนกัน บางทีเสียงคุณมันก็น่ารำคาญผมชอบฟังก็แค่ตอนที่คุณร้องครางเท่านั้น”

“ทุเรศ หุบปากเดี๋ยวนี้นะ” พบขวัญตวาดด้วยความโกรธ

แต่สำหรับจิ้งจอกเจ้าเล่ห์อย่างโดมินิกถือเป็นสีสันในวันนี้ “ ผมยินดีเลี้ยงนางบำเรอลิ้นด้วนไว้สักคนแต่ค่าตัวคุณจะต้องลดลงมาหน่อยเพราะเป็นสินค้ามือสอง แถมชำรุดบางส่วนอีกด้วยโอเคไหม” เขาโต้กลับ รู้สึกสนุกที่ได้ต่อล้อต่อเถียงกับคนอวดดีที่นอนดิ้นขลุกขลักอยู่ใต้ร่าง เขาไม่อยากล่ามเธอไว้แต่เธอฤทธิ์มากจึงต้องทำแบบนี้ ทั้งที่ไม่เคยทำกับผู้หญิงที่ไหนมาก่อน

พบขวัญอยากจะหนีไปจากท่าทางหยาบคายกับคำพูดหยาบโลนของเขา มองไปรอบตัวก็ตกอยู่ในวงล้อมป่าเถื่อนของอีกฝ่าย

“คนเลวรังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้ ฉันจะสู้จนตายไปข้างหนึ่ง”

“ผมยังไม่ได้พูดว่าจะทำอะไรเลย มีแต่คุณที่โวยวายไปข้างเดียว ตกลงผมหื่นหรือคุณคิดไปเองกันแน่ หรืออดอยากปากแห้งเรื่องอย่างว่ามานาน คู่รักคุณบริการได้ไม่เต็มคราบหรือไง ถึงทำให้คุณค้างคาแบบนี้หึ พบขวัญ”

ริมฝีปากอิ่มเผยอค้าง ใบหน้าเห่อร้อนด้วยความอับอาย “เท็ดเขาไม่หยาบคายเหมือนคุณหรอก คุณมันคนน่ารังเกียจ ลงไปจากตัวฉันเดี๋ยวนี้”

“ผมมันเลวร้ายมากนักหรือไงเมื่อเทียบกับชู้รักของคุณ”

“ใช่ เท็ดดีกว่าคุณทุกอย่าง ทุกเรื่อง” พบขวัญยียวนกลับแล้วรู้ตัวว่าพลาด

“รวมถึงเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า คุณต้องพิสูจน์อีกครั้ง แล้วบอกผมใหม่นะคนสวย”

พบขวัญอ้าปากค้าง แล้วเปลี่ยนเป็นร้องเสียงหลงเมื่อเขาโน้มริมฝีปากลงมาประกบจูบ ริมฝีปากหนาราวกับมีแม่เหล็กดึงดูด โดมินิกดูดดึงอย่างช่ำชอง มือไม้ร้อนผ่าวลูบไล้ไปทั่วเนื้อตัวนุ่มนิ่มอย่างย่ามใจ ราวกับเป็นเจ้าของ ทำให้พบขวัญทั้งโกรธทั้งมึนงงกับสัมผัสร้อนวูบวาบที่ห่างหายไปนานแต่ไม่มีวันลืมเลือน แค่รอให้เขาปลุกมันตื่นขึ้นมาอีกเท่านั้น

หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำแรงราวกับจะหลุดมานอกอก เมื่อเขายังไม่หยุดดูดดึงกลีบปากอิ่มอย่างบ้าคลั่ง พบขวัญรู้สึกเจ็บจนคิดว่าปากเธอกำลังบวมเจ่อ รวมถึงยอดอกที่กำลังชูชันขึ้นมาอย่างน่าละอาย มันกำลังเสียดสีกับเนื้อผ้าของบราเซียร์จนเจ็บ มือหนาเคล้นคลึงปทุมถันของเธออย่างเมามัน กระดุมเสื้อเชิ้ตตัวเก่งถูกกระชากขาดติดมือเขาไปจนเธอหวีดร้อง เนื้อตัวอ้อนแอ้นเหลือแต่บราเซียร์สีดำปกปิดเนินเนื้อกับอกอวบอิ่มให้รอดพ้นสายตาวาววับเหมือนพญาราชสีห์ที่จ้องจะกลืนกินเหยื่อ

“ปล่อยฉันนะ ขอร้องล่ะ” พบขวัญวิงวอนทันทีที่เขาปล่อยปากเธอให้เป็นอิสระ แต่โดมินิกส่ายหน้าแทนคำตอบ ดวงตาเขาพราวระยับ ขณะเอื้อมมือลงมาบีบเคล้นสองเต้า กระชากบราเซียร์ที่เป็นที่พึ่งชิ้นสุดท้ายให้หลุดพ้นทาง แล้วตาคมดุต้องเบิกกว้างเมื่อเห็นสิ่งสวยงามชูชันตรงหน้า

ราวกับมันยิ่งปลุกความดิบเถื่อนในตัวให้พวยพุ่งยิ่งขึ้นกว่าเก่า ปทุมถันสองเต้าอวบโตชูชันท้าสายตา ผิวของเธอขาวผ่อง เกลี้ยงเกลา นุ่มเนียนยิ่งมองลงไปที่ภูเขาขนาดย่อมสองลูกที่มีเม็ดทับทิมแต้มอยู่บนยอดสองจุดซ้ายขวาก็ยิ่งทำให้โดมินิกหมดซึ่งความเหนี่ยวรั้ง

“ไม่พบกันนานแต่คุณยังสวยไม่สร่าง” เขาพูดเสียงแหบพร่า น้ำลายเหนียวหนึบ

พบขวัญกระถดตัวหนีด้วยความหวาดกลัวลนลาน รู้สึกถึงความพ่ายแพ้ สิ้นหวัง เธอหนีเขาไม่พ้น ขาถูกตรึงทั้งสองข้างราวกับสัตว์ หรือไม่ก็เหมือนมนุษย์ยุคหินที่เขาทุบหัวแล้วลากเข้ามาเสพสุข

ยิ่งคิดก็ยิ่งน้ำตาคลอจากความป่าเถื่อนใจร้าย เขากำลังทำกับเสื้อผ้าของเขาแบบเดียวกับที่ทำเหมือนของเธอ เขาดึงกระดุมเสื้อเชิ้ตขาดเพราะไม่ทันใจกับความปวดร้าวที่กำลังแผ่ความอหังการใหญ่โตกลางร่าง มันคับแน่นกางเกงจนดุนดันออกมา

พบขวัญมองทุกการกระทำของเขา โดมินิกรีบถอดเข็มขัดตามด้วยตะขอกางเกง แล้วรูดซิปลงมา พบขวัญตกใจยกมือปิดปาก สิ่งที่ปรากฏต่อหน้ามันช่างใหญ่โตอลังการจนเธออยากจะรีบหนี เขากำลังเปลือยกายจนหมด พบขวัญรีบยกมือปิดตา

แต่ถูกเขาดึงมือออกแล้วกดลงให้นอนราบกับที่นอน ก่อนมือหนาจะเอื้อมมาปลดตะขอกระโปรงเธอแล้วกำลังเกี่ยวมันลง เธอหวีดร้องด้วยความตกใจกลัวจนน้ำตาคลอ หมุดน้ำตาไหลเป็นสายไม่หยุดทำให้มือร้อนผ่าวที่กำลังเปลื้องปราการชิ้นสุดท้ายของพบขวัญออกไปต้องชะงักมือ

โดมินิกยอมรับว่าตกใจที่เห็นพบขวัญร้องไห้ ตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมาเธอทำตัวเข้มแข็งมาตลอด ทำให้เขาเชื่อว่าเธอผ่านเรื่องอย่างว่ามาพอสมควรจนลืมไปว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่คือการขืนใจ เขาไม่ใช่คนที่ชอบข่มเหงผู้หญิง ยิ่งเธอไม่เต็มใจเขาก็ไม่อยากทำร้าย เขาเพียงแต่ต้องการให้เธอจดจำเขาให้ดีว่ามีเพียงเขาเท่านั้นที่เป็นผู้มีสิทธิ์ในตัวเธอนับจากนี้

เส้นเลือดทุกเส้นในร่างปูดโปนจากการที่ต้องระงับความต้องการ โดมินิกสูดลมหายใจเข้าลึกทำไมเขาต้องอยากได้เธอถึงขนาดนี้

ก็ได้ ตกลงเขาจะยอมซ้ำรอยเจตนิพัทธ์แต่จะไม่ยอมให้ใครมาซ้ำรอยเขาอีกหลังจากนี้ เขาจะให้เธอมาเป็นนางบำเรอของเขา โดมินิกพาร่างกายกำยำลุกขึ้นอย่างหงุดหงิดงุ่นง่าน สั่งเสียงกระด้างโดยไม่หันไปมอง

“รีบแต่งตัวซะ ทำเหมือนกับผมจะขืนใจอย่างนั้นแหละ สาวบริสุทธิ์ก็ไม่ใช่ ผ่านมาเท่าไหร่แล้วยังจะร้องเป็นสาวเวอร์จิ้นน่ารำคาญ” เขาว่าอย่างต้องการหาที่ระบายอารมณ์

“แล้วเมื่อกี้คุณจะทำอะไรคนบ้า ถ้าไม่ใช่ไอ้สิ่งที่คุณเพิ่งปฏิเสธไปว่าไม่คิดจะทำ” พบขวัญว่ากลับอย่างเหลืออดเขาถอดเสื้อผ้าออกจนหมดถ้าไม่ขืนใจแล้วจะนอนเล่นหรือไง เธอมีลูกมาแล้วหนึ่งคน ไม่ใช่สาวไร้เดียงสาจนอ่านเกมไม่ออก

“ผมแค่อยากรู้ว่าคุณจะต้านทานเสน่ห์ผมได้แค่ไหน แต่ดูแล้วคุณก็เหมือนผู้หญิงทั่วไป จะบอกอะไรให้ถ้าคราวหน้าอยากสนุกก็อย่าร้องไห้เพราะมันไม่ได้ทำให้คุณมีค่าเพิ่มขึ้นแต่มันทำให้ผมหมดอารมณ์”

พบขวัญเริ่มสติแตก โวยวาย เท้าที่ถูกล็อกกุญแจดิ้นพล่านจนเกิดรอยแดง

“ปล่อยฉันนะไอ้คนบ้า คนเลว”

“ผมเคยปล่อยคุณไปแล้ว” เขาหันมาตะคอก แล้วใช้มือหนาราวปอกเหล็กบีบไหล่เธอ “แล้วเป็นยังไงล่ะ คุณย้อนรอยผมเสียเจ็บแสบ เพราะฉะนั้นอย่าหวังว่าผมจะปล่อยคุณไปอีกพบขวัญ คุณจะออกไปจากที่นี่ได้ก็จนกว่าไอ้เจตนิพัทธ์คู่รักคุณมันจะแต่งงานกับวิโอเล็ตน้องสาวผมเสียก่อน เมื่อนั้นผมถึงจะยอมปล่อยคุณไป” และเธอต้องกลายมาเป็นนางบำเรอของเขา โดมินิกคิดแต่ไม่พูดออกไป จากนั้นก็ผลักเธอลงไปอย่างไม่เบามือจนเส้นผมดำสลวยแผ่กระจาย ยิ่งเพิ่มความปรารถนาให้กับโดมินิกจนต้องรีบเบือนหน้าหนี

เขาต้องหยุดก่อนที่จะเปลี่ยนใจขืนใจเธอจริงๆ

“ฉันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเท็ด เราเป็นเพื่อนกัน ถ้าคุณจะฟังฉันบ้างแล้วไม่ใส่อารมณ์แบบที่คุณทำจนเป็นนิสัยคุณก็จะรู้ว่าจับฉันไว้ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงไปจากนี้”

โดมินิกแค่นยิ้ม กดเสียงต่ำบอก “ไอ้เจตนิพัทธ์มันอยากจะกลับมาหาคุณทุกลมหายใจเข้าออก ผมไม่มีทางสบายใจได้หากคุณยังเดินพล่านอยู่ข้างนอกนั่น ผมจะต้องเก็บคุณไว้ข้างตัวจนกว่าผมจะแน่ใจทุกอย่าง ไม่ต้องห่วงหรอกถ้าคุณไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับมันจริงอย่างที่พูด คุณจะได้กลับออกไปในไม่ช้านี้แต่ก็ไม่แน่คุณอาจจะไม่อยากกลับออกไปก็ได้”

“ฉันเกลียดคุณทำไมฉันจะไม่อยากกลับออกไป”

“ตอนแรกก็พูดแบบนี้แต่หลังจากได้ขึ้นเตียงกันอีกสักรอบคุณอาจจะเปลี่ยนใจ อย่าเพิ่งมั่นใจไปนักเลยพบขวัญ”

พบขวัญกัดริมฝีปากแน่น เจ็บใจกับคำพูดร้ายกาจที่เขาทิ้งไว้ เขาเดินหนีไปแล้วเธอทำท่าจะปาหมอนใส่ ทว่าราวกับเขามีตาหลังจึงตวัดหันมาเห็นเสียก่อน เธอจึงต้องชะงักค้างไว้แล้วปาลงกับพื้นอย่างขัดใจที่ทำอะไรไม่ได้ เขาเหยียดยิ้มให้ แล้วเธอก็ได้แต่มองเขาเดินกึ่งเปลือยลุกไปจากเตียงไปสวมเสื้อผ้าใหม่ เธออยากร้องไห้โฮออกมาเพราะความเจ็บใจ

เธอจะถูกขังไว้ที่นี่ไม่ได้ เธอเป็นห่วงลูกชาย แทนคุณจะอยู่อย่างไร เธอไม่ไว้ใจสายพิณไม่มีใครจะรักลูกและดูแลลูกได้ดีเท่าแม่แท้ๆ พบขวัญปล่อยน้ำตาให้ไหลพราก ภาพใบหน้าแทนคุณลอยอยู่ในความคิดเต็มไปหมด ป่านนี้ไม่รู้ว่าสายพิณจะเปลี่ยนแพมเพิร์สให้แทนคุณหรือยัง เพราะถ้าหลายชั่วโมงไม่เปลี่ยนก้นของแทนคุณอาจจะมีผดผื่นขึ้นอีก จุกนมบางครั้งสายพิณก็ล้างอย่างลวกๆ ไม่สนใจขอบยางและบริเวณฝาจุกที่มักจะมีคราบนมไปจับตัวก่อเกิดเชื้อรา แทนคุณเคยปวดท้องเพราะลำไส้อักเสบเนื่องจากขวดนมไม่สะอาด แล้วอีกมากมายคนเป็นแม่นึกห่วงสารพัดเมื่อก่อนเธอไม่ได้มีนิสัยจุกจิกเกี่ยวกับเด็กขนาดนี้แต่พอมีลูกความเป็นแม่มันทำให้เธอห่วงแทนคุณไปทุกอณูเพราะแทนคุณค่อนข้างป่วยบ่อย

โธ่! แทนคุณของแม่พบขวัญสะอื้นในอก

โดมินิกที่ยืนแต่งตัวอยู่ไม่ไกลนักหันมองพบขวัญที่นั่งเหม่อลอย

“แค่จับตัวมา ไม่ได้เอามาฆ่าสักหน่อย ดูสินั่งเหม่อลอยคิดอะไรนักหนา สงสัยจะคิดถึงผัวชาวบ้าน” โดมินิกส่ายหน้าแกมรำคาญ

                                     

“เป็นไงบ้านหลานลุง แองจี้ดื้อหรือเปล่าวิโอเล็ต”

“ไม่ดื้อเลยค่ะ แองจี้ร้องหาแต่ลุง สงสัยจะคิดถึงพี่นะคะ แล้วคุยงานเป็นยังไงบ้าง ราบรื่นดีไหม ถ้าแองจี้หย่านมเมื่อไร ฉันจะรีบเข้าบริษัทฯช่วยพี่บริหารงานอีกแรง” เสียงจากปลายสายที่ถึงแม้จะอยู่กันคนละทวีปตอบกลับมาใสแจ๋ว ดวงหน้าสวยของสาวลูกครึ่งไทย-อเมริกันยิ้มหวานอยู่อีกฟาก

โดมินิกยิ้มได้แม้ไม่เห็นหน้าน้องสาวที่เขารัก “ไม่ต้องมาทำงานหรอกวิโอเล็ต เธอควรเตรียมตัวไว้สำหรับเรื่องสำคัญของเธอดีกว่า พี่อยากให้เธอเตรียมตัว เตรียมใจไว้ให้พร้อม”

คำพูดเป็นนัยของพี่ชายทำให้คิ้วเรียวของสาวลูกครึ่งเลิกสูง “เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม พี่หมายถึงเรื่องอะไรคะ”

โดมินิกไม่เห็นว่าวิโอเล็ตเลิกคิ้วงุนงงแค่ไหน อีกฝ่ายจินตนาการไม่ออกว่าพี่ชายหมายถึงเรื่องอะไร เท่าที่ผ่านมาพี่ชายดลบันดาลให้ทุกสิ่ง ไม่ว่าเธออยากได้อะไร โดมินิกก็จะหาให้ไม่เคยขัด ไม่ต่างจากบิดาที่เลี้ยงดูเธอไม่ต่างจากเจ้าหญิงน้อยๆ แต่เธอก็ไม่ได้เป็นคนเอาแต่ใจเพราะในขณะเดียวกันพี่ชายก็บอกถึงเหตุผลว่าให้เพราะอะไร และเธอต้องทำหน้าที่ตัวเองให้ดีนั่นคือเรียนให้จบและมาช่วยบริหารกิจการของครอบครัวแต่เธอดันทำพังด้วยการท้องก่อนแต่ง แต่หลังจากนี้เธอจะปรับตัวเสียใหม่ ไม่ให้พี่ชายกับบิดาผิดหวังอีก

“พรุ่งนี้เธอคงรู้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นพี่อยากให้เธอคิดถึงแองจี้ให้มากๆ พี่ทำทุกอย่างเพื่อเธอนะวิโอเล็ต”

ยังไม่รู้ว่าพี่ชายทำอะไรให้แต่คนฟังก็เต็มตื้นในอก รู้ว่าต้องเป็นสิ่งที่ดีกับเธอและลูก กระนั้นวิโอเล็ตก็ยังอยากรู้อยู่ดีว่ามันคืออะไรกันแน่

“พี่จะไม่บอกให้ฉันรู้ก่อนจริงๆหรือคะ แหม บอกหน่อยนะ ฉันอยากรู้” วิโอเล็ตอ้อนเสียงหวาน

“อีกวันเดียวเธอก็รู้แล้ว ไม่ต่างกันเท่าไรหรอกน่า เอาล่ะพี่จะวางสายแล้ว พี่คิดถึงเธอกับหลานนะ”

“ค่ะ ฉันกับแองจี้ก็คิดถึงพี่”

วิโอเล็ตเอาโทรศัทพ์แนบกับปากเล็กแดงสดของแองจี้ที่กำลังนอนเล่นของเล่นอยู่ พอแม่บอกว่าลุงเดฟโทรมา เด็กน้อยก็ร้องเอิ๊กอ๊าก ยกมือยกไม้แย่งโทรศัพท์ทำให้คนที่อยู่ปลายสายพอจะนึกภาพออกก็ผุดยิ้มบางๆเต็มใบหน้าหล่อเหลาที่ก่อนหน้านี้ยังบึ้งตึงอยู่

โดมินิกวางสายไปแล้วแต่ดวงตาคมกริบยังมองออกไปที่วิวด้านนอกจากความสูงสามสิบชั้น เสียงหัวเราะของน้องสาวกับหลานเป็นสิ่งที่เขาอยากได้ยินตลอดไป ดังนั้นการที่เขาลงทุนเดินทางจากอเมริกามาจัดการส่งตัวเจตนิพัทธ์กลับไปรับผิดชอบในสิ่งที่ทำไว้ก็นับว่าถูกต้องแล้ว ทุกอย่างเกือบจะดี เกือบจะจบลงอย่างสวยงามอยู่แล้วหากไม่มีก้างชิ้นใหญ่ที่ทำให้เขาต้องหงุดหงิดอยู่จัดการต่อให้เสร็จ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 97 ครั้ง

1,399 ความคิดเห็น