ตั้งครรภ์ลับเทพบุตรลวง

ตอนที่ 10 : ตอนที่3 ลูกใครหว่า 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,998
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 93 ครั้ง
    9 ธ.ค. 60


*****เซเว่นไม่มีขายของหมดแล้วนะคะใครอยากฝากไรท์จองรีบหน่อยนะคะรับอีกไม่กี่วันส่งหนังสือพร้อมเค้นรักซิงเกิลมัม 27/12/17***




โดมินิกวางสายไปแล้วแต่ดวงตาคมกริบยังมองออกไปที่วิวด้านนอกจากความสูงสามสิบชั้น เสียงหัวเราะของน้องสาวกับหลานเป็นสิ่งที่เขาอยากได้ยินตลอดไป ดังนั้นการที่เขาลงทุนเดินทางจากอเมริกามาจัดการส่งตัวเจตนิพัทธ์กลับไปรับผิดชอบในสิ่งที่ทำไว้ก็นับว่าถูกต้องแล้ว ทุกอย่างเกือบจะดี เกือบจะจบลงอย่างสวยงามอยู่แล้วหากไม่มีก้างชิ้นใหญ่ที่ทำให้เขาต้องหงุดหงิดอยู่จัดการต่อให้เสร็จ

 

พบขวัญหันขวับกลับมาทันทีหลังจากได้ยินเสียงเปิดประตูเข้ามา หัวใจดวงน้อยกำลังร้อนรุ่มด้วยความเป็นห่วงลูกน้อย นี่ก็ค่ำแล้ว สายพิณจะดูแลให้แทนคุณกินยาเรียบร้อยหรือยังจะเอาน้ำร้อนเกินไปชงกับนมผงหรือเปล่าถ้าทำแบบนั้นสารอาหารในนมจะลดลง แต่นั่นยังไม่เท่ากับสายพิณรีบเอานมที่ยังร้อนๆ ใส่ปากแทนคุณ คนเป็นแม่คิดไปต่างๆนานา ไม่ใช่จู้จี้แต่เพราะความรักที่มีต่อลูกทำให้เธอไม่เคยละเลยสิ่งเล็กๆน้อยๆที่เกี่ยวกับแทนคุณ

 ปกติแทนคุณต้องอยู่กับเธอแล้วเวลานี้ เธอจะนอนเล่นกับลูกแล้วป้อนนม พอลูกอิ่มก็จะเอาพาดบ่าตบหลังเบาๆ ให้แทนคุณเรอออกมาจะได้ท้องไม่อืดไม่อย่างนั้นถ้าท้องอืดจะร้องกวนตลอดคืน ยิ่งคิดใจเธอก็เหมือนถูกขยำขยี้จากมือที่มองไม่เห็น ปวดร้าวจนน้ำตาไหล

“เมื่อไรคุณจะปล่อยฉันไปคะ” ทันทีที่เขาเดินเข้ามา ร่างบางที่ถูกปลดกุญแจที่ขาแล้วก็ถลาเข้าไปถามแต่อีกฝ่ายทำหน้ารำคาญใส่

“ผมเบื่อเรื่องที่คุณพูด คุณพูดเป็นอยู่เรื่องเดียวหรือไง ถามเรื่องอื่นบ้างได้ไหม เช่นว่าวันนี้ผมใส่กางเกงชั้นในสีอะไร ผมจะได้รีบเฉลยโดยการถอดให้คุณดูไง” โดมินิกแกล้งยั่วประสาท

“ไอ้คนบ้า ฉันไม่อยากรู้หรอกว่าคุณจะใส่กางเกงในสีอะไร ถึงไม่ใส่เลยฉันก็ไม่สน”

โดมินิกห่อปากตาโต “ว้าว! ถ้าผมไม่ใส่คุณต้องสนใจแน่”

เขาตอบห้วนๆ กวนๆ  แล้วเดินไปถอดเสื้อผ้าหน้าตาเฉยทำราวกับเธอเป็นท่อนไม้ไม่ใช่คน ไม่สนว่าเธอจะร้องถามหาความยุติธรรม แล้วพบขวัญต้องหมุนตัวหนี ยกมือปิดหน้าเพราะเขากำลังเปลือยกายล่อนจ้อน

“คนบ้า หน้าไม่อาย ไม่เห็นคนยืนอยู่หรือไง”

“เห็น แต่ไม่สนใจมีอะไรไหม” เขาหันกลับมาตอบหน้าตาเฉย “ก็เคยเห็นกันแล้วทำไมต้องอาย ผมอาจจะอึดอัดจากสายตาคุณหน่อย แต่ผมทนได้”

“ถามฉันไหมฉันอยากมองหรือเปล่า ปล่อยฉันกลับบ้านสิฉันเป็นห่วง..” พบขวัญหยุดพูดเมื่อนึกขึ้นได้ เธอจะให้เขารู้เรื่องลูกไม่ได้เด็ดขาด “ฉันเป็นห่วงบ้านถ้ามีขโมยเข้าบ้านจะทำยังไง”

“แน่ใจเหรอว่าห่วงขโมย นึกว่าห่วงสามีคนอื่นว่าคืนนี้จะกินนอนยังไง”

“คุณ! จะมากเกินไปแล้วนะ”

โดมินิกเดินมาถึงตัวคนที่ยืนหน้าดำหน้าแดงเพราะความโกรธ เขาแกล้งก้มหน้ามาที่ซอกคอขาวแล้วทำจมูกฟุดฟิด “ใช้น้ำหอมกลิ่นอะไรถึงได้ทำให้ผู้ชายหลง” เขาเย้าแหย่น้ำเสียงแหบพร่า

“อย่ามาทำรุ่มร่ามกับฉันนะ แค่คุณจับฉันมาขังไว้ก็ถือว่าลิดรอนสิทธิเสรีภาพมากพออยู่แล้ว ถ้าขืนคุณลวนลามฉันอีกทีฉันจะสู้ขาดใจ แล้วถ้าออกไปได้ฉันจะรีบไปแจ้งความให้ตำรวจมาลากตัวคุณเข้าคุก”

“ผมยังไม่ทันได้ทำอะไรคุณเลย คุณจะเรียกตำรวจมาจับผมได้ยังไง” เขาโน้มหน้าลงไปถามใกล้ๆทำให้ได้กลิ่นครีมอาบน้ำหอมสะอาดมาแตะจมูก ปลายจมูกโด่งจัดอยู่ใกล้แค่ลมหายใจเป่ารด เขากำลังทำให้เธอหัวหมุน ไม่เป็นตัวของตัวเอง ซึ่งเธอเกลียดความรู้สึกแบบนี้

“ถอยออกไปนะ ฉันอยากนอนแล้ว” พบขวัญไม่คิดว่าการพูดตัดบทแบบนั้นจะเป็นการเปิดโอกาสให้เขา เขาอุ้มร่างเธอขึ้นไม่สนใจอาการหวีดร้อง ดิ้นรน เขาอุ้มเธอเหมือนอุ้มปุยนุ่นเบาๆแล้วไปวางลงบนเตียงอย่างนุ่มนวล

“อยากนอนผมก็จัดให้ ผมมีวิธีทำให้คุณหลับสบายโดยไม่พึ่งยานอนหลับด้วยสนใจไหมแค่แลกกับเหงื่อเล็กน้อยเอง”

“ไม่สน” พบขวัญกระแทกเสียงใส่จะลุกขึ้นแต่ก็ถูกเขาจับพลิกลงไปนอนหงายอีกครั้ง เธอหวีดร้องแล้วต้องเบิกตากว้างเมื่อร่างกำยำโน้มตัวอยู่เหนือร่าง ดวงตาสองคู่เผลอประสานกันราวกับมีแรงดึงดูด พบขวัญใจเต้นแรงจากท่าทางที่เป็นอยู่ เนื้อตัวเขากำลังเสียดสีบดเบียดกับผิวอ่อนนุ่มของเธอ

ชุดคลุมที่สวมอยู่หลุดลุ่ยจากการถูกดึงรั้งไปมาหลายรอบเผยให้เห็นชุดนอนผ้าซีทรูสีขาวเนื้อบาง ที่มองทะลุไปถึงยอดอกอวบอิ่มที่ดุนดันผ่านเนื้อผ้าออกมา เธอไม่มีชุดชั้นในให้สวมเพราะเขาจงใจไม่หามาให้เธอใส่หลังจากเขากระชากเสื้อผ้าชุดชั้นในของเธอจนพังหมดแล้วเหลือแต่ชุดนอนกับชุดคลุมไว้ให้เท่านั้น

มือเรียวรีบกุมสาบเสื้อเข้าหากันโดยอัตโนมัติ เธอกำลังเสียเปรียบเขาทุกประตู พบขวัญคิดหาทางเอาตัวรอดด้วยการใช้น้ำเย็นเข้าลูบ “คุณทำแบบนี้ไม่ถูกต้องนะคะ คุณไม่ควรจับฉันมาขังไว้ คุณควรบอกเท็ดไปตรงๆว่าเขามีลูกแล้ว ถ้าเท็ดรู้เท็ดต้องกลับไปรับผิดชอบอย่างแน่นอน เขาเป็นสุภาพบุรุษพอค่ะ”

จากอารมณ์วาบหวามเลยเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงขึ้นทันที ราวกับแผลที่กลัดหนองไปแล้วถูกสะกิดให้เหวอะหวะขึ้นมา

“คุณคิดว่าผมไม่บอกมันเหรอ ผมบอกมันแล้วแต่รู้ไหมมันพูดว่าอะไร มันบอกว่ามันไม่เชื่อ มันบอกว่าวิโอเล็ตไปท้องกับใครมาแล้วมาโยนให้มันรับผิดชอบหรือเปล่า มันยังบอกอีกว่ามันมีคนรักแล้วก็คือคุณ มันจะแต่งงานกับคุณ เพราะแบบนี้ผมถึงต้องจับคุณมาที่นี่เพื่อให้มันตัดใจยังไงล่ะ”

พบขวัญส่ายหน้าจนเส้นผมกระจาย “คุณบอกเขาแบบไหนกัน ให้ฉันลองพูดกับเขาไหม”

“ไม่ทันแล้วล่ะ ผมจัดการส่งตัวเขาไปแอลเอแล้ว ถ้าเจตนิพัทธ์ยังมีจิตสำนึกของความเป็นคนเมื่อมันเห็นหน้าลูก มันก็ต้องรู้ว่าลูกมันแน่เพราะเหมือนกันยังกับถอดพิมพ์ออกมา ขนาดมันไม่ตั้งใจทำนะ”

พบขวัญนิ่งงันไปจนเขาพูดขึ้นอีก

“พบขวัญคุณหาคู่รักใหม่ได้ดีกว่าไอ้เจตนิพัทธ์ผู้ชายแบบนั้นไม่สมควรที่คุณจะแต่งงานด้วย มาเป็นนางบำเรอให้ผมดีกว่า”

“คนเลวฉันไม่ต้องการเป็นนางบำเรอใคร คุณมันเลวกว่าเท็ด ชอบข่มเหง เอาเปรียบผู้หญิง เหมือนที่คุณกำลังทำอยู่ตอนนี้ยังไงล่ะ”

พบขวัญตวาด ดิ้นขลุกขลักให้เขารู้ว่าสิ่งที่เขาทำอยู่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ดี แต่ยิ่งดิ้นยิ่งผลักเนื้อตัวก็ยิ่งเสียดสี ถ่านไฟเก่าที่หายไปนานราวปีกว่าจู่ๆก็เหมือนจะคุขึ้น

“ผมคิดว่ายังไงผมก็เลวน้อยกว่ามัน อีกอย่างผมยังจำคืนวันเก่าๆของเราได้ไม่ลืมแม้จะแค่คืนเดียวก็เถอะ”

“ผิดกับฉันที่จำอะไรไม่ได้เลย แล้วก็ไม่อยากจำด้วย” ใครว่าล่ะ พบขวัญจำได้ทุกอย่าง ค่ำคืนนั้นเป็นวันที่เธอไม่อาจแกล้งลืมไปได้เลย ทั้งยังมีหลักฐานชิ้นโตเป็นลูกชายตัวน้อยที่กลายเป็นเครื่องเตือนความจำอย่างดีอีก

“ผมไม่เชื่อ ดูสายตาคุณมันฟ้องว่าคุณกำลังคิดถึงสิ่งเดียวกับผม คิดถึงสิ่งที่เราทำร่วมกัน”

เขายิ้มเยาะได้น่าโมโห จนพบขวัญต้องรีบแก้ตัว “ฉันลืมไปหมดแล้ว คุณจะไปพูดถึงมันทำไม คุณเองก็เถอะคงแต่งงานมีเมียมีลูกแล้ว มาทำตัวแบบนี้ไม่กลัวเมียคุณเสียใจเพราะความมักมากเห็นแก่ตัวของคุณหรือไง”

“ผมยังไม่มีลูก เมียไม่มีแต่คู่นอนเป็นสิบ ทีนี้เราพร้อมจะเริ่มเกมรักได้หรือยัง ผมไม่อยากตอบคำถามคุณแล้ว”

ริมฝีปากหนาจึงแตะลงไปที่กลีบปากนุ่มโดยที่อีกคนไม่ทันตั้งตัว พบขวัญตกใจกับการจู่โจมที่รวดเร็วแต่มันแฝงไว้ด้วยความนุ่มนวลอ่อนหวาน เขาไล้ปลายลิ้นไปตามกลีบปากให้เธอเปิดเผยอออกแต่พบขวัญไม่ยินยอม เธอรีบเม้มปากแน่น เขาเลยรุกรานต่อด้วยการฟอนเฟ้นมือกับสองเต้าปลุกเร้าอารมณ์ที่มีอยู่ในตัวเธอให้ลุกฮือ

“อื้อ อย่าทำแบบนี้”

เขาไล้มือกับยอดอกชูชัน แล้วสอดลิ้นเข้าโพรงปากอิ่มได้อย่างที่ต้องการเมื่อเธอหลุดเสียงครางเสียดเสียว เขาควานหาลิ้นเล็กที่กระถดหนี มือหนาก็ระดมบดขยี้เม็ดบัวงามให้ตื่นตัว ส่งกระแสคลื่นพิศวาสไปทั่วร่าง เปิดความต้องการที่พบขวัญซ่อนมันไว้ให้ปะทุออก มือหนาที่สัมผัสไปทั่วทรวงอก แล้วลูบไล้ไปตามหน้าท้องแบนราบ ก่อนจะหยุดนวดคลึงที่เนินเนื้อที่มีปุยไหมปกคลุมทำให้พบขวัญเบิกตาโพลง อุทานเสียงหลงด้วยความอับอาย

ความร้อนลามเลียไปทั่วร่าง นิ้วมือแกร่งทำให้เธอจดจำค่ำคืนเร่าร้อนนั้นได้ เขาทำให้เธอเหมือนลอยละลิ่วอยู่บนปุยนุ่นนุ่มๆ ครั้งนี้ก็เช่นกันนิ้วมือแกร่งก็กำลังทำให้เธอสมองขาวโพลน เกสรดอกไม้ที่เก็บตัวซ่อนอยู่ถูกกระตุ้นให้ไหวระริกเขาทำอย่างชำนิชำนาญรู้จุดกระสันในร่างกายเธออย่างน่าโมโห

“ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับผมนะ ผมจะทำให้ขวัญมีความสุข” เสียงกระซิบเบาๆ ทำให้สติพบขวัญแทบขาดกระจุยกระจายกับน้ำเสียงแหบพร่าเซ็กซี่ ตามด้วยลมร้อนที่เขาเป่ารดมาตามใบหู ซอกคอ

เขาเย้าแหย่ปลายลิ้นเข้ามาในโพรงปาก โจมตีเธอทุกส่วน ลิ้นสากระคายเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นเล็กของเธอได้อย่างที่ต้องการ พบขวัญรู้สึกเหมือนไม่ใช่ตัวเอง ตัวร้อนผ่าวราวกับคนเป็นไข้ ยิ่งเขาดูดดึงเรียวลิ้นของเธอไปเป็นของเขาเองเธอก็ยิ่งลอยละลิ่ว ลมหายใจติดขัด เรี่ยวแรงที่มีเหมือนหดหาย

“ไม่ค่ะ เราจะไม่ทำแบบนี้อีก มันผิด”

“เราจะทำแบบนี้ต่อไปต่างหาก คุณต้องการผม ดูร่างกายของคุณสิ มันเรียกร้องสัมผัสจากผมเห็นไหม” เขาชี้ให้เธอดูหลักฐานที่นิ้วมือเขา

เขายิ้มยั่วเย้า ดวงตาคมพราวมองอย่างรู้ทันเต็มไปด้วยไฟปรารถนาร้อนเร่า

“ไม่จริง”

“ไม่ต้องพูดแล้วเพราะผมไม่ต้องการฟังคำโกหก คุณตอบความจริงด้วยร่างกายแล้วล่ะขวัญ คุณไม่เคยลืมผม เหมือนที่ผมไม่เคยลืมคุณ” เขาตอบอย่างที่ใจคิด ไม่คิดปิดบัง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 93 ครั้ง

1,399 ความคิดเห็น