ตะเกียงเคียงตะวัน

ตอนที่ 19 : ตอนพิเศษ1(เจ้าสาวของหมอสอง)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,583
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    15 ส.ค. 58

 

เจ้าสาวของ หมอสอง

QQQQ

****1****

เดือนพราวคิดนะ ว่า...ความรักแสนดีของหล่อนกับหมอสองช่างราบรื่น แม้กำแพงอคติที่หล่อนมีในตอนแรก ก็เรียกว่าหล่อนแทบจะไม่ต้องออกแรงทะลายมันด้วยตัวเอง ก็แน่ล่ะ หมอสองน่ะ เขาทำลายล้างกำแพงอคติที่แข็งหนายาวนานของหล่อนลงด้วยตัวเองอย่างราบคาบ  ทุกวันนี้หล่อนไม่ได้ค่อนขอดเขาด้วยความหมั่นไส้ทำนองว่า หมอสองของใครต่อใคร หรือหมอสองขวัญใจของสาวน้อย สาวใหญ่อีกแล้ว ตอนนี้น่ะหมอสองเป็นหมอสองของหล่อน(โดยเฉพาะเจาะจง)คนเดียวต่างหากล่ะ

ชีวิตรักของหล่อนกับพันธินก็น่าจะดำเนินไปตามทำนองคลองธรรม คือหลังจากคบกันจนกระทั่งแน่ใจแล้วว่าอยากจะใช้ชีวิตร่วมกัน อยากจะสร้างครอบครัวที่เป็นของเราเอง มองไปถึงแม้กระทั่งถ้าหากมีลูกของหล่อนกับเขาหน้าตาจะเป็นอย่างไร จะมีความสุขขนาดไหน ชีวิตคู่อาจมีเรื่องที่ไม่เข้าใจกัน แต่ก็คงต้องปรับและเรียนรู้กันไปได้เรื่อยๆ

ฟังดูแล้วก็แสนจะราบรื่น... แต่เดี๋ยวก่อนพราว!  ชีวิตดี๊ดี แบบว่ากำลังจะแต่งงาน กับผู้ชายที่  กริบเอามากๆ  แถมพ่อแม่ญาติพี่น้องต่างก็เห็นดีเห็นงาม ปลื้มปริ่ม รออุ้มหลานกันทั้งสองฝ่าย ใจเขา-ใจหล่อน กายเขา-กายหล่อน พร้อมและนับถอยหลังให้ถึงวันแต่งงานกันอย่างจดจ่อ ซึ่งเรียกได้ว่าก็เกือบจะราบรื่นเลยล่ะ แต่ไง ซึ่งมันก็แค่เกือบ!

เพราะวันวิวาห์ที่วาดฝันก็มีอุปสรรคมาทดสอบให้ว่าที่เจ้าสาวในอีกไม่กี่วันถึงกับ มึน!’ จนได้

เรื่องของเรื่องมันเริ่มขึ้น 7 วันก่อนจะถึงวันแต่งงานพอดิบพอดี เมื่อบ่ายๆของวันนั้น เดือนพราวกำลังเก็บของใช้บางส่วนเพื่อจะเตรียมย้ายเข้าเรือนหอ(ก็บ้านหลังงามเนินเขาหลังไร่สับปะรดนั่นล่ะค่ะ) โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น

เพียงแค่กดรับ ก็ได้ยินเสียงเรียกอ่อนโยนมาก่อนเสียงนั้นติดเร่งรีบนิดๆกังวลใจหน่อยๆ

“พราวลูก”

“คะ คุณแม่” เดือนพราวตอบรับเขินๆ...ก็แหม เสียงนั้นน่ะ คุณแม่ของพันธินเขา

“พราว บ่ายนี้ทำอะไรอยู่ลูก ว่างไหม”

“พราวกำลังเก็บของเตรียมไว้นิดหน่อยค่ะ ถือว่าว่างก็ได้ค่ะ”

ใครหลายคนบอกว่า ผู้หญิงที่เป็นเมียน่ะ มีเซ้นส์..แต่หล่อนยังไม่ได้เป็นเมียเลย ทำไมถึงได้รู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่ บอกไม่ถูก บอกได้แต่ว่า ต้องมีอะไรแน่ๆ

เดือนพราวสั่นหัวขับไล่เซ้นส์แบบนั้นแล้วบ่นกับตัวเองว่าเพ้อเจ้อ...และกลับมารอฟัง คุณแม่ของว่าที่ สามี...และถึงได้ถอนใจอย่างโล่งอกออกมาเบาๆเมื่อท่านบอกว่า

“งั้นเดี๋ยวพราว เข้ามากินข้าวเย็นที่บ้านในเมืองนะลูก ออกมาจากบ้านตอนนี้เลยก็ได้ แล้วก็ก่อนมาบ้านพราวแวะไปหาหมอสองที่โรงพยาบาลก่อนแล้วค่อยมาพร้อมกัน แม่โทรบอกสองแล้ว อ้อ...พราวไม่ต้องมารถโดยสารนะลูก แม่โทรบอกพุดที่บ้านโน้นแล้วว่าให้เอารถออกแล้วพาพราวไปส่งที่โรงพยาบาล”

คิดตาม นอกจากจะโล่งอกว่าที่แท้ ท่านก็นัดกินข้าวที่บ้านเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรน่าห่วงสักหน่อย แถมเดือนพราวถึงกับยิ้มเมื่อไล่เรียงการจัดการของคุณแม่ว่าที่คุณสามี..นับตั้งแต่นัดแนะลูกชาย นัดหล่อนแล้วยังจัดการรถรับส่งเพราะรู้ว่าที่บ้านของหล่อนมีรถยนต์คันเดียวซึ่งพ่อใช้ขับไปทำงาน จึงโทรสั่งให้คนงานที่บ้านเนินเขามารับ ส่งหล่อนเข้าเมือง

และในเมื่อท่านจัดการมาถึงขนาดนี้ หล่อนจะไปทำอะไรได้ล่ะ นอกจากจะรับคำและอีกไม่เกินยี่สิบนาทีหล่อนก็ได้มายืนแกร่วอยู่แถวๆหน้าตึกด้านหน้าของโรงพยาบาล ที่ๆคุณแม่ของพันธินนัดแนะให้

อย่างที่รู้ๆว่าโรงพยาบาลแห่งนี้เป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัด ประชาชนผู้มารับบริการจึงมีเข้ามาไม่ขาดสายทำให้บริเวณหน้าตึกที่แบ่งเป็นม้านั่งสำหรับญาติผู้ป่วย หรือประชาชนที่มีธุระอื่นๆทั่วไป มีผู้คนขวักไขว่ รวมทั้ง เจ้าหน้าที่ หมอ พยาบาลก็เข้าๆออกๆที่ตึกนี้กันตลอดเวลา ซึ่งเดือนพราวถึงกับหนักใจเมื่อรู้สถานที่นัดหมาย

เดือนพราวไม่ได้กลัวจนเกินจริง..แต่ตั้งแต่ข่าวกำหนดวันแต่งงานของนายแพทย์พันธินออกมา ทุกคนต่างก็อยากเห็นหน้า เจ้าสาวของเขานักหนา  และความอยากนั้นก็ทำให้เดือนพราวนึกเหนื่อยใจ หล่อนไม่ได้กลัวที่จะเปิดเผยหน้าตาให้ใครเห็น ก็ใช่มันเป็นเรื่องปกติที่ใครๆก็คงอยากเห็นเจ้าสาวของเขา แต่สารภาพก็ได้ว่านับตั้งแต่วันที่ ภานุมาสเอารูปที่หล่อนกับพันธินถูกแอบถ่ายที่ร้านหนังสือ เดือนพราวก็รู้สึกแขยงขึ้นมาบ้างเหมือนกัน หล่อนกับพันธินเป็นประชาชนคนธรรมดา ไม่ใช่ดารา จะได้มีคนตามถ่ายรูป หรืออยากเห็นหน้า ซึ่งนั่นน่ะหล่อนคิดว่ามันมากไปและเพราะความรู้สึกที่ว่ามากไปนั่นเองเดือนพราวถึงได้มีมาตรการปกป้องตัวเอง

หนึ่งในมาตรการนั้นนั้นหล่อนก็นำมาใช้วันนี้ด้วย!

ถ้าหากใครผ่านไปผ่านมาที่หน้าตึกนอก จะเห็นว่า มีหญิงสาวในชุด เสื้อติดกับกระโปรงแบบง่ายๆ เหมาะกับอากาศร้อนๆของประเทศไทย รูปร่างปราดเปรียว กับผิวที่ละเอียดและละมุนตาแม้จะไม่ได้ขาวดุจหิมะอย่างสมัยนิยม เจ้าตัวคงไม่รู้ว่าสะดุดตาขนาดไหน และที่สำคัญกว่านั้น ที่ใบหน้าได้รูปเล็กๆนั่นก็ยังมีแมสปิดปากปิดจมูกไว้ตั้งครึ่งหน้า มองเห็นแต่ ดวงตาคู่ใสกระจ่างกับคิ้วละมุนและหน้าผากเท่านั้น

โชคดีที่ ที่นี่เป็นโรงพยาบาล การใส่แมสจึงเป็นเรื่องปกติ หมอ พยาบาล หรือคนป่วย ญาติคนป่วยหลายคนก็ใส่เหมือนกัน ดังนั้นจึงไม่แปลกแยกไม่เป็นที่หน้าสังเกตนัก  ภายใต้แมสนี้ไม่ใครรู้ว่าหล่อนเป็นใคร หน้าตายังไง

ในเมื่อใครๆอยากเห็นหน้าเจ้าสาวหมอสองนักหนา...ก็แล้วทำไมหล่อนถึงจะต้องมาสนองให้เห็นจนถึงที่เล่า ไม่รู้ซิ เดือนพราวรู้สึกทุกครั้งที่ได้ยินเรื่องที่ใครๆก็อยากเห็นหน้าหล่อน อยากเห็นหน้าคนที่จะเป็นเจ้าสาวของหมอสอง มันเกิดคำถามขึ้นมาทุกทีว่า ในเมื่อเห็นแล้วยังไงต่อ อย่างมากก็แค่อยากเห็นว่าหล่อนหน้าตาอย่างไร สวยไหม หรือขี้เหร่ สูงต่ำดำขาว หุ่นดี หุ่นไม่ดี แต่คุณพระช่วย หล่อนเป็นคน และความเป็นคนมันก็น่าจะมีมากกว่า ความสวย ไม่สวย ไม่ใช่หรือ ไม่ใช่ว่าหล่อนไม่เข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ ธรรมชาติของสังคม(ความอยากรู้อยากเห็น) เพียงแต่การที่รู้ว่าเป็นบุคคลที่ผู้คนอยากจะเห็นหน้า ยลโฉม ในระดับมากขนาดนี้ เดือนพราวสารภาพเลยว่าหล่อน ไม่ชิน...การเปิดตัวรู้จักกับใครๆต่อใครหล่อนคิดว่าน่าจะให้เป็นไปตามธรรมชาติไม่ดีกว่าหรือ

โชคดีที่ หล่อนไม่ได้มาที่นี่บ่อยนัก ดังนั้นคนที่รู้จักหล่อนจริงๆจึงมีแต่ภานุมาส ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าอยู่ตึกไหน และถึงจะเจอกันวันนี้ก็อาจจะจำหล่อนไม่ได้ภายใต้แมสนี้

คิดอย่างกระหยิ่ม ก่อนจะหันขวับเมื่อเสียงๆหนึ่งดังขึ้น

“พี่มาส”

ที่ด้านข้างเยื้องจากม้านั่งที่หล่อนนั่งอยู่ ภานุมาสกำลังจะเดินลงไปที่ทางเดินเหมือนกำลังจะไปไหนสักที่ แล้วก็มีสองสาวพยาบาลวิ่งมามาสมทบ

“ว่าไง แจ๋ว พิมพ์”ภานุมาสหยุดรอ

“พี่มาสเป็นเพื่อน แฟนหมอสองใช่ไหม”

ชื่อนั้นทำให้เดือนพราวหูผึ่ง

“ใช่ เพื่อนตั้งแต่สมัยเด็กๆเลย”

สองสาวกระแซะถาม

“สวยไหมพี่”

เดือนพราวย่นจมูกแบบคอตกๆ เห็นไหมยังไม่ทันได้ขาดห้วงความคิดเล้ย

ภานุมาสยิ้มขำ ก่อนจะแกล้งไก๋...แววตาเหมือนกำลังปลงตกว่า...ภาสเข้าใจความรู้สึกของพราวแล้วล่ะ

“ใคร? พราวเหรอ”

 สองสาวพยักหน้าด้วยความอยากรู้อยากเห็นและอยากจะหาคนขวนเม้าส์ และจะเม้าส์กับใครได้มันส์เท่ากับแหล่งข่าวแบบคลุกวงในอย่างภานุมาสล่ะ

“พี่เป็นเพื่อนพราว ให้พี่ตอบพี่ก็ต้องตอบว่าเพื่อนพี่สวยน่ะซิ”ภานุมาสตอบพลางหัวเราะพลาง ทำให้สองสาวอ้าปากค้างตอนที่ภานุมาสผละจากไปอย่างรวดเร็ว

ที่เหลือคือบทสนทนาของพยาบาลรุ่นน้องของภานุมาส ที่เดือนพราวฟังแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจเฮือกๆ

“จริงๆไม่มีคนเคยเห็นแฟนหมอสองเลยเหรอพี่พิมพ์”

“ก็มีคนเคยเห็นแหละ เคยมาที่นี่หลายครั้งนะ แต่บางคนไม่รู้ไง”

“อยากเห็นเนอะว่าแฟนหมอสองจะหน้าตายังไง สวยขนาดไหน สมกันกับหมอสองไหม”

“อย่างหมอสองนี่ ถ้าจะให้สมกันต้องระดับดารา เซเลบที่เห็นในโทรทัศน์เลยนะ”

เดือนพราวย่นจมูก ....

“นั่นน่ะซิ ...แต่ก็แอบเสียดายนะพี่ จริงๆหมอสองหน้าจะอยู่โสดๆ หล่อๆเป็นขวัญตาอีกสักสองสามปี ไม่น่ารีบแต่งงานเล้ย”

“อืม ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ยิ่งอายุมากกลับยิ่งดูดี”

“อิจฉาแฟนคุณหมอน่ะพี่ อ๊าย แค่คิดถึงวันเข้าหอกับหมอสองนี่ ก็หัวใจจะวาย เขิน”

“ว๊าย เราพูดอะไรออกไป”ว่าแล้วก็หัวเราะกันคิกคักๆ พลางบิดแขนกันอย่างขวบเขินก่อนจะพากันตัดลงทางเดินออกจากตึก แต่ก่อนจะลับเหลี่ยมตึก สองสาวพยาบาลก็ถึงกับชะงักกึก เมื่อร่างสูงๆกับบุคลิก กริบๆของใครคนถึงเดินสวนมา  เขายิ้มรับคำทักทาย แล้วก็เดินเข้ามาที่ตึกนี้ เดือนพราวมองเขาทุกอิริยาบถอย่างกระหยิ่มภายใต้หน้ากาก เขาไม่รู้หรอกว่าหล่อนมองอยู่ แน่นอนว่าเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่า หล่อนคือเดือนพราว

ถึงจะไม่ใช่ครั้งแรกที่หล่อนได้มองเขาเต็มตา แต่ครั้งนี้หล่อนได้มองเขาอย่างที่ไม่ต้องทั้งมองทั้งเขิน(มองเขาตอนที่เขารู้ตัวหล่อนเขินทุ๊กที) หล่อนได้มองเขาทุกท่วงท่า ทุกก้าวย่างที่มาดมั่น มองใบหน้า รอยยิ้ม(นิดๆ)ที่แสนบาดตา หล่อนมองเพลินอย่างกระหยิ่มว่าเขาไม่รู้ว่าภายใต้แมสนี้คือตัวเอง ดังนั้นตอนที่เขาเดินมาทางนี้หล่อนก็ยังยืนทื่ออยู่ที่เดิม..แต่ ทำไมเขาถึงมาหยุดอยู่ตรงหน้าล่ะ!

“รอผมนานไหม”

เขาก้มลงมาถามที่ข้างหู ที่ทำให้เดือนพราวหน้าร้อนและตาโตเมื่อเขายืดตัวขึ้นแล้วกอดอกรอฟัง

เดือนพราวไม่ได้ตอบ นอกจากถามด้วยความสงสัย

“ดูออกด้วยหรือคะ ว่าเป็นพราว”

พันธินยิ้มรับขำๆ เดือนพราวทำหน้าเซ็งๆ  เขาจึงวางมือบนศีรษะหล่อนก่อนจะก้มลงมาบอกว่า

“ต่อให้ใส่หน้ากากทั้งหน้า ผมก็จำพราวได้”

“โม้แล้วค่ะ แบบนั้น”

“ผมพูดจริง”เขายืนยัน

“ของแบบนี้ต้องพิสูจน์ค่ะ พูดลอยๆไม่ได้”

“ได้เสมอครับ”เขารับคำท้าด้วยสุ้มเสียงมั่นอกมั่นใจ

“ทำไมถึงมั่นใจขนาดนี้ล่ะคะ”เป็นเดือนพราวที่สงสัยเสียเอง นั้นเพราะ ถ้าใส่หน้ากากปิดบังทั้งหน้าเป็นเรื่องยากกว่าการใส่แมสปิดปากที่อย่างน้อยก็เห็นเกือบครึ่งหน้า

พันธินโคลงหัวง่ายๆ

“ถ้าปิดทั้งหน้าผมก็ไม่ดูที่หน้าหรอก”

“แล้วดูที่ไหนคะ”

“ผมจำกลิ่นพราวได้ พราวตัวหอมไม่เหมือนใคร”เขาบอกทื่อๆที่ทำให้เดือนพราวอ้ปากค้าง ค้อนแล้วค้อนอีก พอเดือนพราวสบตาคู่คมเขาแวบนึงก็ก้มหลบ ก่อนจะเฉไฉ ไปเรื่องอื่น

“วันนี้ทำงานเหนื่อยไหมคะ คนไข้เยอะหรือเปล่า” เรื่องทดสอบน่ะเอาไว้ก่อน...ชักจะเข้าตัวอย่างไรพิกล

พันธินยิ้มรู้ทันดวงตาคู่กริบๆของเขาทำให้หล่อนใจสั่นอย่างไม่จำเป็น...และพาลให้นึกถึงบทสนทนาของสองสาวพยาบาล ได้ที่ว่าหัวใจจะวายน่ะ..มันใกล้เคียงกับใจสั่นนี่ไหมนะ

“ไม่เหนื่อยครับ”

เดือนพราวเก้อไปเอง นิดนึงก่อนจะตะกุกตะกักชวน

“งั้น..ปะ..ไปกันเถอะค่ะ เดี๋ยวที่บ้านคุณหมอรอ”

พันธินพยักหน้า แล้วฉวยมือตอนที่เดินออกจากตึกเพื่อจะไปลานจอดรถด้วยกัน ระหว่างทางเดือนพราวรู้สึกว่ากำลังถูกมอง แน่ล่ะทุกคนรู้ว่าผู้หญิงที่เขาเดินจับมือจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ว่าที่เจ้าสาวของเขา แต่ทว่า ตอนนี้เดือนพราวกลับได้ยิ้มกริ่ม นั่นเพราะถึงทุกคนเห็นหล่อนก็จริงแต่ ก็เห็นแบบใส่แมส ปิดไปตั้งครึ่งหน้า

ดังนั้นตอนที่ขึ้นไปนั่งบนรถแววตาคู่สวยจึงได้รื่นรมย์จนชายหนุ่มสังเกตได้ และเดาได้ด้วยกับความรื่นเริงนั้น

“ผมเพิ่งรู้ว่าพราวชอบแกล้ง”

“หืม..พราวไปแกล้งใครที่ไหนคะ”

“แล้วที่ใส่แมสมาหาผมนี่ล่ะครับ”เขาขยับมามองหน้าตรงๆที่สวมหน้ากากอยู่ยังไม่ยอมถอดจนถึงเดี๋ยวนี้

“ก็ที่นี่โรงพยาบาล เป็นที่รวมเชื้อเลยนี่คะ คนป่วยสารพัดโรคมารวมกัน พราวก็เลยใส่แมสปิดปากปิดจมูกเอาไว้ ใครๆก็ใส่กัน”หล่อนอธิบายไขสือ ที่ทำให้เขาพยักหน้าช้าๆ

“อ้อ...ผมก็นึกว่าไม่อยากให้ใครเห็นหน้า เจ้าสาวหมอสองซะอีก”

“ก็...”หล่อนปฏิเสธไม่ออกเพราะเขาพูดน่ะถูกเผงเลย

“เป็นเจ้าสาวผมน่าอายมากเลยหรือ หืม..”

เดือนพราวตาโตรีบส่ายหน้าปฏิเสธพัลวัน

“เปล่าค่ะ ไม่ใช่อย่างนั้น โธ่ พราวก็คิดว่าคุณหมอจะรู้จะเข้าใจซะอีกว่า...”

“ใครๆก็อยากเห็นหน้าเจ้าสาวของผม”เขาตอบเสียเอง

“ค่ะ”

คราวนี้พันธินถอนใจ เขาเข้าใจเจ้าหล่อน และยังมองเห็นแววเจ้าเล่ห์ซุกซนในแววตา เมื่อเขาเริ่มขึ้นอีก

“พราว”

“ขา”

“ลำบากไปไหมที่พราวต้องทำขนาดนี้”

เดือนพราวสั่นหน้ารีบบอกว่า

“ไม่ค่ะ สนุกดี” และนั่นก็ทำให้เขาส่ายหน้าอย่างระอา และออกจะดุนิดๆ ที่ทำให้เดือนพราวถอนหายใจ ก่อนจะยอมรับกับเขาเสียงอ่อย

“พราวยอมรับก็ได้ค่ะ แต่คุณหมอก็น่าจะรู้ว่า ใครๆก็อยากเห็นหน้าเจ้าสาวหมอสองโดยเฉพาะสาวน้อย สาวใหญ่ ที่โรงพยาบาล พราวแค่คิดว่ายังไม่อยากสนองความอยากของพวกเขาจนถึงที่ เท่านั้นเองค่ะ ”

พันธินตีหน้าขรึมที่ทำให้เดือนพราวชักใจคอไม่ดี ที่หล่อนทำนี่มากไปหรือ?

“ พราวขอโทษ ถ้า...”

หล่อนพูดไม่ทันจบพันธินก็ส่ายหน้าและบอกว่า

“ผมไม่มีโทษจะยกให้ พราวไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ผมขออะไรพราวสักอย่างได้ไหม”

เดือนพราวสบตาเขาที่กำลังมองมาอย่างจดจ่อ หล่อนพยักหน้าว่า ได้เขาจึงถามว่า

“พราวไม่อยากสนองความอยากเห็นหน้าพราวของใครต่อใคร ก็ได้ แต่เว้นผมสักคนได้ไหม ผมอยากเห็นหน้าพราว”

เดือนพราวจึงเกี่ยวเชือกของแมสที่คล้องใบหูออกทั้งสองข้าง ก่อนจะยิ้มหวานประจบและถามเขาเสียงท้าทายนิดๆ

“เปิดแล้วค่ะ”

พันธินพยักหน้า เขามองหล่อนนิ่งๆที่ทำให้เดือนพราวนึกฉงนแล้วถามออกไปตามนิสัยใจเร็ว

“เห็นหน้าพราวแล้วยังไงคะ”

“ยังไงเหรอ”เสียงต่ำๆของเขาถามเหมือนครุ่นคิดก่อนที่อีกชั่ววินาทีต่อมาริมฝีปากที่ทั้งร้อนทั้งเร้าอารมณ์จะแนบลงมา

“ก็ยังงี้ไง”เขากระซิบจนชิดริมฝีปากตอนที่ของถอนออกมา เดือนพราวทำอะไรไม่ถูกหวามใจนั้นก็ส่วนหนึ่ง แต่หล่อนก็ตกใจอีกหลายส่วนเพราะไม่ลืมว่าถึงแม้จะอยู่ในรถแต่ที่นี่ก็ลานจอดรถที่โรงพยาบาล เกิดใครมองเข้ามาเห็นจะทำอย่างไร

และพันธินก็เหมือนจะรู้ เขาไล้แก้มเนียนแผ่วเบาและบอกว่า

“ฟิมล์กรองแสงมืดพอที่คนข้างนอกจะมองไม่เห็นข้างในครับพราว”

เดือนพราว แตะริมฝีปากอย่างลืมตัวที่ทำให้ชายหนุ่มซ่อนยิ้มพอใจไม่ให้เจ้าหล่อนเห็น

ถึงอย่างนั้นก็รู้สึกได้ว่ากำลังถูกดวงตาคู่กริบๆของเขาเล่นงาน หล่อนหน้าร้อนและคงจะแดงลามไปทั้งหน้า เขินจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อเขาจ้องเจาะจงมองที่ริมฝีปากของหล่อน โชคดีที่หางตาปรายลงไปเห็นแมสปิดปากที่ตกอยู่แถวๆตักจึงคว้ามาหวังที่จะใส่อีกครั้ง

แต่ทว่า...นั่นแหละ

รู้แบบนี้นั่งเขินๆไปเรื่อยๆก็คงไม่ได้เรื่องให้หวามใจอีกเป็นรอบที่สองอย่างนี้ แถมรอบนี้ยังอ้อยอิ่งยาวนานกว่ารอบแรกแล้วเดือนพราวก็อยากเขกหัวตัวเองที่กลับร่วมมือร่วมใจไปกับเขาด้วยความเต็มใจเสียอีก

สำนึกกุลสตรีไทยที่เหลือเพียงน้อยนิดปลอบใจตัวเองว่า...คนรักกันเขาก็จูบกันเป็นธรรมดา(ล่ะมั้ง)

แถมหล่อนกับเขาก็จะแต่งงานกันอีกไม่กี่วันแล้วด้วย เหมือนว่าเวลาใกล้เข้ามาเท่าใด แรงดึงดูดระหว่างกันก็ดูจะรุนแรงขึ้นเท่านั้น มันค่อนข้างอันตราย หล่อนและเขารู้ดี ถ้าหักดิบเลยก็คงไม่ไหว เพราะอย่างนั้นก็อ่อนโอนบ้างหยวนบ้างก็พอจะพากันพยุงตัวไปได้จนถึงวันแต่งงานล่ะน่า(คิดว่านะ)

แต่ตอนนี้...

ฟิล์มกรองแสงกระจกรถน่ะ...เดี๋ยวค่อยออกไปดูว่าจะมองเข้ามาไม่เห็นข้างในอย่างที่เขาบอกไหม แต่เรื่องนั้นรอก่อนนะ...

และแมสปิดปากไม่ได้ช่วยอะไรหล่อนเล้ย!

QQQQQ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

400 ความคิดเห็น

  1. #374 poonsuk (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2558 / 08:23
    ตามมาอ่านแล้วนะคุณตุ๊ก
    #374
    0
  2. #352 ศรีจำปา (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2558 / 17:44
    น่ารักมากๆ ๆๆๆๆ
    #352
    0
  3. #351 KungKuLa (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2558 / 11:42
    คิดถึงมากๆ
    #351
    0
  4. #350 gemarco (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2558 / 04:12
    จัดไปมากน้อยก็จัดไปหมอสอง+หนูพราว
    #350
    0
  5. #349 ปาษาณ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2558 / 00:15
    คิดถึงไรต์เตอร์ม๊ากมาก^^
    #349
    0
  6. #348 fsn (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 23:36
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    เค้าอิจฉาเหมือนกันนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
    #348
    0
  7. #347 -PARIN- (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 21:01
    ขอร้องกรุณาอย่าจบแค่นี้นะมาต่ออีก
    #347
    0
  8. #346 -PARIN- (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 21:00
    ว้ายยย เขินอะ
    #346
    0
  9. #345 puphaa (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 20:28
    น่ารัก
    #345
    0
  10. #344 gypzz (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 19:30
    อ่านแล้วคิดถึงนิยายพี่ตุ๊กจังเลยค่ะ ช่วงนี้ยุ่งๆ ไม่ได้ติดตามเลย
    #344
    0
  11. #343 Nuchsombat (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 18:30
    จัดมาเยอะๆ ค่ะ หวานๆ แบบนี้ชอบมากกกกก
    #343
    0
  12. #342 NoName (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 18:30
    เขินแทนยัยพราว!
    #342
    0
  13. #341 zzzz (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 17:53
    หมอสองน่ารักจังเลยยย
    #341
    0
  14. #340 Annie (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 17:52
    รอๆเอาอีกเยอะๆคะ. เขินอ่ะ
    #340
    0
  15. #339 goszyboong (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 17:36
    กรี๊ดดดด  เขินหมอสอง
    #339
    0