เจตน์ ( 2014)

ตอนที่ 5 : ตัวอย่าง 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,059
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    25 ก.ค. 57


 

 5

 

          มันเป็นความรู้สึกถดถอยที่สุดเท่าที่แก่นจันทน์เคยรู้สึกมา นับตั้งแต่เข้ามารับหน้าที่เขียนคอลัมน์พิเศษประจำหนังสือชมรม ทุกครั้งที่ต้องสัมภาษณ์ผู้คนหลากหลายอาชีพ การงาน หล่อนมีแต่ความกระตือรือร้น ที่จะได้ทำความรู้จัก พูดคุย ซักถาม เพื่อเอาคำตอบของพวกเขาเหล่านั้นกลับมาถ่ายทอดให้คนอ่านได้รู้จักไปด้วย แต่ กับ เจตน์ ราชโยธิน เขาเป็นคนแรก สำหรับคอลัมน์ สัมภาษณ์พิเศษ ที่ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าถ้ำเสือ

          เขาไม่ใช่เสือ แค่มนุษย์ผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่งที่มีดวงตาคมดุ และเฉียบคมเท่านั้นเอ้ง!... แก่น จันทน์ปลอบตัวเองตอนที่ตัดใจได้ว่าให้อย่างไรก็เลี่ยงงานนี้ไม่ได้ มันเป็นหน้าที่ของหล่อนที่ถ้าโยนให้คนอื่นทำแทนก็ดูเหมือนว่า แก่นจันทน์ คนนี้แหยและขลาดจนเหลือเกิน จริงนะแม้อยากเปลี่ยน คนสัมภาษณ์ใจจะขาด หล่อนก็ไม่อาจปฏิเสธหน้าที่ของตัวเอง ที่สำคัญศักดิ์ศรีความเป็นเจ้าของคอลัมน์ยังค้ำคอหล่อนอยู่

          แก่นจันทน์ใช้เวลาหลังจากไม่มีเรียน คิดหัวข้อ กำหนดทิศทางสำหรับสัมภาษณ์ประจำคอลัมน์อย่างรอบคอบ แน่นอนถ้าเป็นคนดังคนอื่นหล่อนอาจไม่ต้องคิดหนัก ระมัดระวังขนาดนี้ และคำถามของ อมาวดี อย่างสเปกผู้หญิงของเขาเป็นแบบไหน มีแฟนหรือยัง น่ะตัดไปได้เลย หล่อนตั้งใจว่าจะโฟกัสไปที่เรื่องงานของเขาเรื่องเดียว

          เจตน์ เจตน์ เจตน์แก่น จันทน์พึมพำชื่อนั้นออกมาอย่างเข่นเขี้ยวเมื่อคิดว่า งานขั้นต่อไปหล่อนจะต้องไปเจอกับอะไร มองปฏิทินอันเล็กที่อยู่บนสมุดโน้ตแล้วก็เห็นว่า หล่อนมีเวลาทำงานนี้อีกเพียงหนึ่งสัปดาห์กับอีกสามวัน ซึ่งเวลาขนาดนั้นนับว่าไม่น้อยหรอกกับการใช้เวลาสัมภาษณ์ และกลับมาเขียน ถ้าจะมีการติดต่อ ขอสัมภาษณ์ นัดหมายวันเวลาที่แน่นอนเอาไว้แล้วไม่ใช่การข่มโข่งอยู่อย่างนี้

          เรื่องของเรื่องเป็นเพราะหล่อนไม่สามารถติดต่อขอสัมภาษณ์เขาได้อย่างที่ ตั้งใจ ในวันจันทร์ที่คิดว่าขาจะมาสอน หล่อนก็ฮึดใจดีสู้เสือด้วยการไปดักรอเขาที่ห้องพักอาจารย์กะว่าเมื่อสอนเสร็จแล้วอย่างไรเขาก็ต้องเข้าคณะ แต่แผนของหล่อนกลับล่มและเก้ออย่างไม่เป็นท่า เมื่ออมาวดีมาพบเข้า

          อ้าว ออมไม่ได้บอกจันทน์เหรอว่าวันนี้ วิชา อ.เจตน์ งด

         “ไม่เห็นบอกแก่นจันทร์ส่ายหน้าทั้งโล่งใจทั้งผิดหวังอย่างแยกแยะไม่ออก ที่แน่ๆหล่อนหมั่นไส้อมาวดีเหลือเกินแล้ว ทีเรื่องอื่นๆที่ไม่อยากรู้ เล่าแล้วเล่าอีก พอเรื่องที่หล่อนน่าจะรู้กลับปิดเงียบ แล้วยังไงล่ะ ถ้าเขาไม่มาวันนี้ก็หมายความว่า หล่อนต้องรออาทิตย์หน้าอย่างนั้นหรือ แต่หล่อนไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น

          จันทน์ยังนัดสัมภาษณ์ อ.เจตน์ไม่ได้หรือหล่อนส่ายหน้าเมื่อยๆแล้วจะเอาไงส่งต้นฉบับอาทิตย์หน้านะจันทน์อมาวดีชักจะเป็นกังวลไปกับหล่อนด้วย แก่นจันทน์คิดตามอย่างช่างใจ

         “ส่งวันพุธ ถ้าทำได้จันทน์ก็แค่มาดักสัมภาษณ์วันจันทร์ แล้วก็เขียนส่งเลย น่าจะทันมันเป็นทางออกทางเดียว แม้จะไม่สมบูรณ์แบบนัก แต่อมาวดีกลับยิ้มอย่างให้กำลังใจเกือบๆจะเป็นสงสาร เวทนาจนน่าสงสัย

         “จันทน์รู้น่าว่า จริงๆเราควรจะนัดก่อน เพราะต้องใช้เวลาสัมภาษณ์ และก็ถ่ายรูปด้วย แต่จันทร์ไม่มีทางเลือกนี่นานั่นหล่อนไม่ได้คิดเผื่อว่าเขาจะปฏิเสธ หรือบ่ายเบี่ยง ทุกอย่างคิดไว้ในทางบวกทั้งหมดหากแต่

         “ไม่ใช่แค่นั้นน่ะซิแล้วอมาวดีก็โพล่งขึ้น แก่นจันทน์มองเพื่อนหน้าฉงนทันทีเออ อันนี้ออมคงไม่ได้บอกจันทน์จริงๆ ว่า อ.เจตน์ งด สองสัปดาห์

         แก่นจันทน์อึ้งไปหลายวินาทีก่อนจะถามเสียงปร่าหมายความว่า อาทิตย์หน้าอาจารย์ก็ยังไม่มา?”คราวนี้หล่อนชักกังวลขึ้นมาจริงๆ ยิ่งอมาวดีพยักหน้ารับ ยิ่งใจเสียจนไม่ได้คิดถึงความหวาดหวั่นต่อเขาเท่ากับงานที่ต้องรับผิดชอบ..แน่นอนสำหรับหล่อน งาน ย่อมมาก่อน

          แล้วจันทน์จะทำยังไง

          จันทน์จะทำยังไงได้อีก ก็ในเมื่ออาจารย์ไม่มา เราก็ต้องเป็นฝ่ายไปหาเองหลักการทำงานก็เป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว แก่นจันทน์รู้อยู่แก่ใจ แต่เมื่อคิดถึงทางออกนี้หล่อนก็หนักใจขึ้นมาอีก เพราะขนาดที่นี่เป็นถิ่นของหล่อนแท้ๆยังถูกเล่นงานขนาดนี้ และถ้าหล่อนไปถึงถิ่นของเขาเล่าโอว..คเชนทร์กรุ๊ป หรือว่าหล่อนจะต้องเดินไปให้เขาเล่นงานเหมือนกับเดินเข้าถ้ำเสือจริงๆ

         “ที่คเชนทร์กรุ๊ปน่ะหรืออมาวดีถามเสียงตื่นเต้นทีเดียว ดวงตากังวลไปกับหล่อนอยู่ดีๆวาวใสขึ้นทันตา

          ใช่ หรือจะไปที่บ้านเขาล่ะแก่นจันทร์ประชดไปนั่น แต่อมาวดีไม่ได้สนใจเลย เจ้าหล่อนกลับเขย่าแขนเพื่อนถามเสียงตื่นเต้นเสียนี่

          บ้านเหรอ จันทน์รู้จักบ้าน อ.เจตน์เหรอ

          ฮื้อ...ออม! จันทน์ประชด เข้าใจไหมว่าประชดแก่นจันทน์ร้องอย่างเหลืออด

          อ้าวประชดหรอกเหรอ ออมนึกว่าจันทน์รู้จักบ้าน อ.เจตน์เสียอีกอมาวดีทำหน้าผิดหวัง แล้วจึงเห็นว่าคิ้วของแก่นจันทน์ชักจะผูกโบว์อีก

          แล้วจันทน์จะไปวันไหนล่ะ

          ยังไม่รู้ คงต้องโทรนัดก่อนบอกออกไปทั้งที่ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ของเขาอยู่ในมือ ไม่ว่าจะเป็นเบอร์มือถือ หรือว่าที่ทำงาน แต่คิดว่าน่าจะพอหาได้จากไม่ใกล้ไม่ไกลนี้ล่ะ

          ออมบอก อ.แพทกับอ.เจตน์รู้จักคุ้นเคยกันดีใช่ไหม

          ก็น่าจะใช่นะ เคยได้ยินว่าเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันสมัยเรียน ป.ตรีบอกออกไปแล้วอมาวดีก็เหมือนนึกได้ และอุทานออกมาจันทน์! หรือว่า อ.แพท!”

          ใช่ ความหวังของจันทน์ อยู่ที่ อ.แพทนั่นแหละ

          อ.แพทของพวกหล่อนเป็นความหวังที่หวังได้จริงๆ เมื่อแก่นจันทน์เข้าไปปรึกษาและขอความช่วยเหลือ อ.แพทก็ค้นนามบัตรของ เจตน์ ให้หล่อนไปดำเนินการติดต่อขอสัมภาษณ์เขาด้วยตัวเอง

          แก่นจันทน์เลือกกดหมายเลขที่เป็นหมายเลขโทรศัพท์มือถือของเขา แต่กว่าจะตัดใจลงมือกดได้หล่อนต้องทำใจอยู่เป็นครู่ ถอนหายใจเอาออกซิเจนเข้าไปหลายเฮือก ปลุกปลอบตัวเองอยู่ตลอดว่า..สู้เขาแก่นจันทน์

          รอฟังสัญญาณโทรศัพท์ด้วยใจเต้นรัวถี่อย่างระงับไม่อยู่ รอและกลั้นหายใจยาวๆอย่างไม่รู้ตัวหลายครั้ง ก็ยังไม่มีใครรับสาย แก่นจันทร์รอจนกระทั่งสัญญาณโทรศัพท์ตัดไปเอง แล้วเริ่มต้นโทรใหม่อีกหลายครั้ง ทุกอย่างยังเหมือนเดิมคือโทรติดแต่ไม่มีคนรับอยู่นั่นเอง

          คราวนี้หล่อนทิ้งระยะห่างไปประมาณสิบนาที ถึงโทรใหม่ แต่ผลก็ยังเหมือนเดิม แก่นจันทน์กดโทรศัพท์จนนึกท้อ แต่ไม่สิ้นหวังนักเพราะอย่างน้อยหมายเลขนี้ก็โทรติด บางทีเขาอาจจะติดธุระบางอย่างไม่สามารถรับสายก็ได้ ซึ่งก็น่าจะเป็นอย่างนั้นเพราะคนปกติคงไม่ปล่อยให้โทรศัพท์ดังได้นานๆอย่าง ไม่ทำอะไรกับมันได้หรอก พอมองนาฬิกาก็นึกได้ว่า หกโมงหล่อนนัดกับแม่ว่าจะจัดงานวันเกิดเล็กๆให้พ่อ และกินเลี้ยงกันนิดหน่อยตามประสาครอบครัวเล็กๆที่มีกันอยู่เพียงสี่คน คือพ่อ แม่ หล่อน และน้องสาวอายุ 15 ปี

          เย็นนั้นพอกลับถึงบ้าน แม่กับน้องเตรียมงานรออยู่แล้ว แก่นจันทน์ลืมเรื่องโทรศัพท์และเจ้าของหมายเลขที่โทรแล้วไม่ยอมรับสายไปชั่วคราว หล่อนสนุกและมีความสุขกับขนม อาหารที่แม่เตรียมไว้ให้อย่างเต็มที่ กระทั่งเวลาล่วงไปจนถึงสองทุ่มนั่นแหละ โทรศัพท์มือถือของหล่อนถึงดังขึ้น

         “พี่จันทน์ โทรศัพท์น้องสาวของหล่อนเตือน เพราะถึงจะได้ยินแก่นจันทร์ก็ยังงมอยู่กับเค้กส้ม ที่โปรดปราน

         “รู้แล้ว ไม่เป็นไร สงสัยออมมั้งให้รอไปก่อนหล่อนบอก

         “ให้เพื่อนรอ ไม่ดีเลยลูกแม่เตือนอีกทั้งสายตานั้นก็ตำหนิทำให้แก่นจันทน์ยอมลุก

         โทรศัพท์อยู่ในกระเป๋าวางอยู่ที่ห้องนั่งเล่นถัดออกไป หล่อนกดรับไม่มองหน้าจอเสียก่อน เพราะคิดว่าคนที่ชอบโทรมาเวลานี้คืออมาวดีแน่ๆ

         “ว่าไง ออมสิน ถึงบ้านหรือยังถามออกไปแล้วไม่ได้รอฟัง แก่นจันทน์เกือบจะบอกฝ่ายนั้นว่าพรุ่งนี้จะเอาเค้กส้มฝีมือแม่ไปให้ชิมแต่ ปากของหล่อนก็ต้องอ้าค้างเมื่อเสียงเข้มดุทางนั้นตอบกลับมา

         “ผมไม่ใช่ออมสินแก่นจันทน์สะดุ้งวาบโทรศัพท์เครื่องจิ๋วแทบจะหล่นจากมือ ถ้าเสียงทางนั้นจะไม่สั่งอย่างเข้มงวดมาอีก

         “อย่าวางสายจากนั้นเสียงราวกับประกาศศักดาก็บอกอีกว่าผมเจตน์…”

         เท่านั้นแหละแก่นจันทน์แทบจะขว้างโทรศัพท์ทิ้งเสียให้ได้เจ้าประคุณเอ๋ย ขนาดทางโทรศัพท์เขายังแผ่อำนาจมาถึงขนาดนี้ นี่ถ้าไม่คิดว่าโทรศัพท์เป็นทรัพย์สินที่ต้องซื้อหา ล่ะก็หล่อนจะขว้างมันทิ้งจริงๆด้วย

         “ค่ะหล่อนรับคำสั้นๆคิดคำพูดไม่ออกเลยในวินาทีที่ทั้งตกใจทั้งโมโห หวาดหวั่นสารพัด แถมหัวใจก็เต้นเป็นกลองรัว

         หลังจากนั้นทางนั้นก็เงียบไปเป็นครู่ ก่อนเสียงที่มีแต่รอยตำหนิอย่างเต็มที่จะถามกลับมา

         “แล้วยังไงคุณโทรเข้าเครื่องผมเกือบสิบครั้ง แล้วพอผมโทรกลับคุณก็บอก ค่ะ คำเดียวระหว่างที่กำลังนึกหาคำตอบโต้ เขาก็ใส่มาอีกว่าบอกได้ไหม ว่าตอนนี้ผมกำลังพูดอยู่กับใคร

         “นักศึกษาจากชมรมสื่อสารฯ ม…”หล่อนพูดยังไม่จบเสียงเขาก็เตือนเสียงต่ำอย่างระงับอารมณ์

         “ชื่อของคุณ

         แก่นจันทน์แทบอยากกัดลิ้นตัวเอง ตอนที่บอกเขาออกไปอย่างไม่มีทางเลือกแก่น….แก่นจันทน์ค่ะ

         เสียงทางนั้นเงียบไปอีกสักอึดใจ เขาจึงถามถึงธุระของหล่อน แก่นจันทน์เดาไม่ถูกว่า แค่เสียง กับชื่อ เขาจำหล่อนได้หรือไม่ เพราะพอหล่อนบอกชื่อออกไปเขาก็ไม่ได้เท้าความอะไรอีก ซึ่งความเป็นไปได้อาจจะก่ำกึ่งคือ ถ้าเขาจะลืมก็ไม่เห็นแปลกเพราะการพบกันแต่ล่ะครั้งไม่น่าประทับใจเอาเสียเลย แต่ถ้าเขาจะจำได้ ก็เป็นการจดจำโจทก์เก่าที่ต้องคติที่ว่าแค้นนั้นชำระสิบปีก็ไม่สาย 

อย่างไรก็ตามตอนที่หล่อนพูดธุระเรื่องติดต่อสัมภาษณ์ เขาก็นิ่งฟังและรับปากแต่โดยดีในส่วนของการนัดสัมภาษณ์ รู้สึกโล่งใจและเกือบสรุปไปว่าเขาอาจจะลืมเรื่องของหล่อนไปแล้ว ถ้าในตอนท้าย เขาจะไม่ถามว่า

คุณแน่ใจหรือว่า อยากสัมภาษณ์ผม แก่นจันทน์

น้ำเสียงที่เน้นชื่อหล่อนแบบเยาะๆนั่นทำให้รู้สึกหนาวเยือกขึ้นมาทันที เขาจำหล่อนได้แน่ๆ แก่นจันทน์สรุปอย่างปลงๆ แต่เมื่อมาถึงตอนนี้แล้วก็ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะล่าถอย และคนเราพอได้ถูกเล่นงานมากๆเข้าก็นึกอยากจะฮึดขึ้นมาบ้างเหมือนกัน

ไม่ว่าจะอยากหรือไม่ก็ไม่สำคัญหรอกค่ะ ในเมื่อนั่นเป็นหน้าที่เป็นความรับผิดชอบไม่ใช่หรือคะอาจารย์ท้ายประโยคหล่อนถามเขากลับไปอย่างเยือกเย็นที่ทำให้รู้สึกตัวยืดขึ้นนิดๆอย่างไรไม่รู้

คุณกำลังจะบอกว่า คุณไม่มีปัญหาอะไรที่จะมาสัมภาษณ์ผม

ค่ะ..ไม่มีหล่อนตอบเขาเสียงหนักแน่นเอาล่ะ ก็ในเมื่อมันเลี่ยงไม่ได้ และถ้าจะมีการเผชิญหน้า ที่ออกจะข้ามรุ่นและเสียเปรียบไปบ้างก็ตาม

ดีครับ งั้นพรุ่งนี้เจอกัน

น้ำสียงที่เจือไปด้วยแววท้าทายก่อนวางสายของเขาทำให้ความรู้สึกยืดๆของแก่นจันทน์หดลงเหลือตัวนิดเดียวตอนที่เดินตัวเบาหวิวกลับไปกินเค้กส้มชิ้นที่เหลือนั่นหล่อนแทบจะไม่รู้สึกถึงรสชาติของมันอีกเลย

                    *************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น

  1. #8 นางแก้ว [Aksara] (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2557 / 01:20
    รอ ตัวอย่าง ต่อนะคะ
    #8
    0
  2. #7 Ea Feeric (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2557 / 19:07
    จะมาอัพอีกมั้ยคะ หรือว่าอัพแค่นี้่งา
    #7
    0