เจตน์ ( 2014)

ตอนที่ 3 : ตัวอย่าง 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,471
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    25 ก.ค. 57



 

3 

แก่นจันทน์แทบจะถอนหายใจ เฮ่อ! ออก มาให้ได้เมื่อ หมดชั่วโมงเรียนวิชาเลือกเสรี(ที่ไม่ใช่ของหล่อน)เสียที ตอนที่เจตน์ ออกจากห้องเรียนมีนักศึกษาสาวๆมองตามเขาแทบทุกอิริยาบถและหล่อนก็ไม่ปฏิเสธ หรอกว่าตัวเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

          นักศึกษาทยอยออกจากห้องตามหลังเขาออกไป อมาวดีก็สะกิดถามด้วยใบหน้าพราวยิ้ม

          เป็นไงจันทน์ อาจารย์เจตน์

          แก่นจันทน์หันมาทำหน้าเหรอหรา และฝืนยิ้มจริงๆ นะ ตลอดสองชั่วโมงที่ผ่านมาหล่อนไม่เถียงว่าเขาเป็นผู้ชายหน้าตาดี(มากๆ) แต่ทั้งหมดนั่นก็ถูกบุคลิกอันถือตัวและดวงตาเอาเรื่องกลบไปจนหมด

          ก็ดูดีนี่”…ดุและเขย่าขวัญหล่อนกลืนคำพูดที่ต่อท้ายอันเป็นความจริงยิ่งกว่าลงคอ

          เห็นไหม ออมว่าแล้ว รีบไปเถอะเผื่อทันอาจารย์ที่ลิฟต์ อมาวดีกวาดหนังสือลงกระเป๋าอย่างปุ๊ปปับเร่งรีบ ส่วนแก่นจันทน์นิ่งอึ้งอีกครั้งตั้งแต่ได้ยินว่า ลิฟต์นั่นแล้วลิฟต์อย่างนั้นหรือ ตอนนี้แค่นึกถึงหล่อนยังสยองอยู่เลย

          ออมมีอะไรกับอาจารย์อีกหล่อนไม่ยอมลุกตามทั้งที่อมาวดีคว้าแขนฉุด

          ไม่มี แต่เผื่อฟลุกฝ่ายนั้นหัวเราะคิกคัก ดวงตาใสแจ๋วมีแววชวนฝันเจ้าเล่ห์ แก่นจันทร์รู้ทันความนัยนั้นดีการได้อยู่ในลิฟต์อันคับแคบและใกล้ชิดเขานั่นเป็นความฝันหวานๆของสาวๆใช่ไหม หล่อนอยากบอกเพื่อนว่า นั่นน่ะฝันร้าย และไม่อยากได้ลูกฟลุกด้วยหล่อนเจอแจ็กพอตจังเบ้อเร่อไปแล้ว และขอบอกว่าครั้งเดียวก็เกินพอ

            แก่นจันทน์กวาดตามองทั้งห้องอีกครั้งแต่ตอนนี้นักศึกษาต่างก็ทยอยกันออกไปจน เกือบหมดแล้ว หล่อนอ้อยอิ่งไม่นำพาเพื่อนที่เร่งยิกอย่างคนใจร้อนเลยสักนิด

          เร็วซิจันทน์ลุกๆ เดี๋ยวไม่ทันอาจารย์

          ป่านนี้ลงลิฟต์ไปแล้วล่ะน่า

          ก็จันทน์มัวแต่ช้าฝ่ายนั้นบ่น แก่นจันทร์ฝืนหัวเราะ และลุกตามแรงฉุดอย่างว่าง่ายเมื่อดึงเวลาไว้พอสมควรที่เขาจะลงลิฟต์ไปแล้ว หรือไม่อย่างนั้นลิฟต์คงจะเต็มโดยไม่เหลือที่ให้หล่อนกับอมาวดีนั่นแหละ

          ตอนที่แก่นจันทน์กับอมาวดีไปถึงหน้าลิฟต์ที่นั่นเหลือนักศึกษายืนรอลิฟต์ อยู่สามคน รวมพวกหล่อนแล้วน่าจะเป็นชุดสุดท้ายที่จะลงชั้นล่าง อมาวดีมองไปรอบๆก่อนจะก้าวเข้าลิฟต์หน้ามุ่ย เมื่อสบตาหล่อนก็หัวเราะออกมา

          “คราวหน้ามากับออมอีกไหมอมาวดีกระซิบ

          มาทำไมแก่นจันทร์ถามอย่างไม่เข้าใจ คิ้วขมวดนิดๆก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อนึกรู้ความหมายไม่ดีกว่าหล่อนตอบสั้นๆเบาๆเพราะเกรงเพื่อนร่วมโดยสารลิฟต์จะล่วงรู้ความนัย...จริงๆ แล้วมันก็เป็นเรื่องเล่นๆสนุกๆสำหรับนักศึกษาสาวๆ แต่การที่หล่อนลงทุนมายลโฉมเขา ลึกๆแล้วหล่อนก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจขึ้นมาบ้างเหมือนกัน

          อมาวดีไม่ได้เซ้าซี้อีก แค่เท่าที่มีแนวร่วม ปลื้มอาจารย์เจตน์ ก็พอใจแล้ว แก่นจันทร์ยิ้มแหยอย่างไม่รู้จะว่าอย่างไรดี ถึงตอนนี้หล่อนรู้สึกเหมือนคนที่มีคดีติดตัว คิดไม่ตกว่าควรจะไปขอโทษเขาดีไหม เหตุการณ์ในลิฟต์นั่นคือมารยาทไม่ดีที่นักศึกษาคนหนึ่งไม่พึงกระทำต่อผู้ เป็นอาจารย์ใช่ไหมใช่ มีเสียงเล็กตอบออกมาจากที่ไหนสักแห่ง ก็ใจฝ่ายคุณธรรมของหล่อนนั่นแหละ

          เฮ่ย!” เสียงถอนหายใจอย่างคนคิดไม่ตกทำให้เพื่อนร่วมลิฟต์หันมามองแก่นจันทน์เป็นตาเดียว ดีที่ตอนนั้นลิฟต์มาถึงชั้นที่ต้องการและเปิดออกพอดี ความสนใจจึงถูกหันเหไปที่ประตู แก่นจันทน์ถูกอมาวดีลากแขนออกจากลิฟต์อย่างรีบร้อน ก่อนจะพากันมาหยุดอยู่ที่บันไดใต้ตึก

          จันทน์!”อมาวดีกระตุกมือ พยักพเยิดอ.เจตน์อยู่หน้าตึกกำลังคุยอยู่กับ อ.แพท อ.แพทที่อมาดีพูดถึง คืออาจารย์ พัทรียา ซึ่งเป็นทั้งอาจารย์ประจำภาควิชาสื่อสารมวลชนและเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาชมรม สื่อสารฯ ของพวกหล่อนด้วย

          รู้จักอ.แพทด้วยเหรอแก่นจันทน์ครางอย่างอ่อนใจอีกครั้ง

          น่าจะรู้จักนะ ก็สอนอยู่ภาควิชาสื่อสารมวลชนเหมือนกัน

          สื่อสารมวลชน! พับลิคโอพิเนียน ประชามตินี่นะ แก่นจันทน์อุทานด้วยความตกใจ และใจดวงเล็กก็หล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

          ก็ใช่น่ะซิ ไม่รู้เหรอ รหัสวิชาก็รหัสภาคเรา

          ไม่รู้ตอบเสียงปร่า หันหลังหลบหน้าเขาอย่างอัตโนมัติ หล่อนคิดว่าวิชานี้เป็นของคณะรัฐศาสตร์เสียอีก ก็เห็นถกกันทั้งเรื่องโพล ทั้งเรื่องการเมืองขนาดนั้น แล้วยังไงล่ะทีนี้

          อมาวดีกระตุกมือหล่อนอีกจันทน์ๆ ดูนั่น เวลาอ.เจตน์ยิ้มมากๆนี่หล่อบาดใจไปเลย อาจารย์อยู่ทางนี้ จันทน์หันไปอะไรทางนั้นเล่าตอนท้ายอมาวดีทำเสียงบ่น

          แก่นจันทน์ไม่ได้หันตาม หล่อนไม่อยากเสี่ยงในขณะที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเอาอย่างไรดีเข้าไปขอโทษอย่างคนมีสปิริต หรือว่าเลิกแล้วกันไป ไม่ต้องเจอกันอีกแล้วในสาระบบนี้ขอโทษเขาเถอะฉันก็ผิดจริงๆหล่อน ตัดสินใจในที่สุดและค่อยๆหันกลับไปทางเขากับอาจารย์พัทรียา ที่จริงหล่อนไม่ได้คิดจะมองยิ้มบาดตาของเขาเลยสักนิด และไม่ได้หวังว่าจะเจอดับเบิ้ลแจ็กพอตในวันเดียวกันเมื่อบังเอิญ จังหวะที่หล่อนหันไปแล้วเขาก็หันมาพอดี

          ดวงตาคมดุมองหล่อนตรงๆ ยิ้มที่อมาวดีบอกว่าหล่อบาดตาหล่อนไม่เห็นด้วยสักนิด เพราะที่เห็นเป็นยิ้มที่แสนเหี้ยมแถมยังเป็นสาสน์หมายหัวมาที่หล่อนอย่างจำเพาะเจาะจงคราวนี้เป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่สำนึกดีๆเปี่ยมสปิริตของหล่อนจะหล่นหายเมื่อถูกเขาเขย่าขวัญออกอย่างนั้น และถ้าหากก่อนหน้านี้หล่อนจะถูกเขาเล่นงานจนหมดรูปถึงตอนนี้เขาก็ได้ตอกฝาโรงเอาไว้หมดจดเรียบร้อย….

          แก่นจันทร์รีบถอนสายตากลับมาการแส่หาเรื่องเป็นเรื่องที่ไม่น่าภูมิใจเอาเสียเลยเมื่อได้เรื่องกลับมาจริงๆ

          ออมเรียนวิชานี้อีกเมื่อไหร่นะ

          อาทิตย์หน้าไง เรียนทุกวันจันทร์ อมาวดีมองหล่อนอย่างมีเลศนัยที่รู้ๆกันอยู่

          ถามทำไม เปลี่ยนใจเหรอ

          แก่นจันทน์ส่ายหน้าแทนคำตอบหล่อนได้ข้อสรุปและทางออกให้ตัวเองในตอนนั้นเองว่าต่อไปนี้ นอกจากทุกๆวันจันทร์หล่อนจะไม่เหยียบย่างมาที่ตึกนี้แล้วทุกๆวันจันทร์หล่อนจะต้องระวังตัวเมื่อเข้าคณะ เพราะสำหรับ อ.เจตน์ ราชโยธิน แม้จะเป็นผู้ชายที่มีคุณสมบัติน่าปารถนาสำหรับผู้หญิงขนาดไหน หากสำหรับแก่นจันทร์ เขาช่างเป็นผู้ชายที่ควรจะหลีกให้ห่างอย่างที่สุด

          ทางออกของแก่นจันทร์ได้ผลไม่ค่อยเต็มเม็ดเต็มหน่วยนัก ถูกล่ะหล่อนสามารถหลบเลี่ยงเขาได้ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่หล่อนก็ไม่สามารถพ้นการรับรู้อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับเขาได้อย่างสิ้นเชิง เพราะตอนที่หล่อนไปที่ชมรมสื่อสารฯ หัวข้อสนทนาของสาวๆก็ยังมีเรื่องของ อ.เจตน์ วนเวียนอยู่ไม่เว้นวาง

          คิดเหมือนเราไหมว่าเวลา อ.เจตน์ ยิ้มที่มุมปากนิดๆน่ะเท่สุดๆเพื่อนคนหนึ่งพูดขึ้น คนที่พูดรวมทั้งอมาวดีเลือกเรียนวิชาพับลิคโอพิเนียนของ อ.เจตน์ มีแต่แก่นจันทน์คนเดียวที่เมื่อเข้ามาชมรมแล้วรู้สึกแปลกแยกเพราะไปลงเรียนวิชาถ่ายภาพกับกลุ่มเพื่อนผู้ชาย

          เห็นด้วยที่สุด แต่เวลายิ้มกว้างๆก็ดูอบอุ่นดีนะอมาวดีเสริมขึ้นเท่? อบอุ่น? ทำไมหล่อนถึงได้เห็นต่างจากเพื่อนอย่างสิ้นเชิง ก็ อ.เจตน์  คนที่หล่อนเห็น ทั้งดุ ทั้งเอาเรื่อง แค่คิดก็เหมือนกับดวงตาคมดุผุดวาบขึ้นมา จนอดไม่ได้

          แต่เราว่าเขาดูถือตัวนะหล่อนแสดงความคิดเห็นทีเล่นทีจริง กลบเกลื่อนอคติที่เพื่อนๆอาจจะคิดว่ามี ซึ่งจริงๆก็มีนั่นแหละ หล่อนยอมรับ

          เพื่อนในกลุ่มนิ่งลงไปจนแก่นจันทร์ชักระแวง แต่อีกไม่นาน พวกเจ้าหล่อนก็ส่ายหน้าไม่เห็นด้วยกับแก่นจันทน์ตามๆกัน

          อมาวดีตอบขึ้นหลังจากใคร่ครวญแล้วอย่างรอบคอบ

          ไม่เลยนะจันทน์ บางครั้งที่เราเห็นว่าอาจารย์ดูขรึมๆ ออมว่ามีเสน่ห์น่าค้นหาเสียด้วยซ้ำ

          แก่นจันทน์ทำหน้าหมดอาลัยตายอยากกับกลุ่มเพื่อนที่กู่ยังไงก็ไม่กลับ และเสียงเดียวมีหรือจะสู้สามเสียงที่ประสานกันอย่างสอดคล้อง จริงๆนะพวกอมาวดีน่าจะไปตั้งชมรม คนรัก อ.เจตน์ ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

          ปลื้มมากๆเข้า ระวังนะแล้วมารู้ทีหลังว่า เขาแต่งงานแล้วจะแห้วไปตามๆกันแก่นจันทน์ยังไม่วายประชดอย่างหมั่นไส้ทั้งเพื่อนและเขานั่นแหละ

          โนเวย์พวกเราสืบมาแล้วว่าอาจารย์ยังโสดย่ะ

          ถึงโสดก็อาจจะมีแฟนแล้วแก่นจันทน์ดับฝันเพื่อนทิ้งท้าย แล้วรีบลุกหนีไปหาเพื่อนอีกกลุ่มที่กำลังเล่นหมากรุกอยู่ที่ม้านั่งหน้าชมรม ตอนที่หันกลับไปยักคิ้วอย่างสมใจนั่นหล่อนเห็นว่า อมาวดีกับเพื่อนอีกสองคนกำลังมองหล่อนค้อนๆ และถ้าให้เดา ในใจคงกำลังเจริญพรหล่อนเสียงอึงคะนึงเลยทีเดียว

         

          เรื่องราวของ อ.เจตน์ยังเป็นที่กล่าวขวัญถึงในหมู่นักศึกษาสาวๆภาควิชาสื่อสารมวลชน เท่าที่อารมณ์อ่อนหวานของพวกหล่อนอยากจะฝันถึง และแม้แก่นจันทน์จะพยายามปิดหูปิดตา หลายๆครั้งที่ได้ยินเพื่อนๆพูดถึงเขาก็อดแปลกใจตัวเองไม่ได้ว่า ทำไมดวงตาคมดุคู่นั้นยังคงแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำบางทีคนเราก็จำอะไรที่ไม่ค่อยจะเข้าท่าไว้ให้รกสมองเล่นๆไปอย่างนั้นเอง หล่อนบอกตัวเองและรีบสลัดภาพเหล่านั้นออกจากใจโดยไว และเจตน์ ราชโยธิน ไม่ใช่ผู้ชายที่น่าใฝ่ฝันถึงสักเท่าไรหรอกนอกจากจะทำให้หล่อนรู้สึก ได้อย่างเดียวคืออกสั่นขวัญแขวนเท่านั้น

          อย่างไรก็ดี คำพูดที่ว่า ยิ่งหนีก็ยิ่งเจอ นั่นก็ยังใช้ได้อยู่นั่นเอง และ ให้ตาย! หล่อนอยากจะสบถออกมาเสียจริงเมื่อต้องมาเจอคนที่ไม่อยากเจอที่สุดในสภาพที่สุดจะบรรยาย

          สิ่งที่เกิดขึ้นในเย็นวันศุกร์นั้นเป็นฝันร้ายที่สุดเท่าที่แก่นจันทน์เคยรู้สึก และมันจะตามติดหล่อนไปทุกเมื่อที่นึกถึง เรื่องของเรื่องใครจะไปคาดคิดว่าเย็นวันศุกร์ วันศุกร์นะขอย้ำบนตึกของภาควิชาสื่อสารมวลชนหล่อนจะได้พบใครบางคนที่นั่น เวลานั้น

          ศุกร์นั้นหล่อนต้องขึ้นไปพบ อาจารย์แพท หรืออาจารย์พัทรียา ด้วยเรื่องโครงการของชมรมสื่อสารฯที่ ท่านเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา กว่าจะคุยกันเป็นที่เรียบร้อยหล่อนจำได้ว่าปาเข้าไปเกือบห้าโมงเย็นพอดี มันก็ไม่ได้ค่ำอะไรนักหรอก เจ้าหน้าที่บางส่วน รวมทั้งอาจารย์บางท่านก็ยังอยู่กันบนตึก แก่นจันทน์จะไม่รู้สึกร้อนรนเลยถ้าเมื่ออกมาจากห้องพักอาจารย์แล้วจะไม่สวน กับใครคนหนึ่งแถวๆบันได และมันก็เกิดเป็นเรื่องกันตอนนี้เอง

          จำได้ว่า ตอนที่หล่อนกำลังจะก้าวลงบันไดก็ต้องสะดุด ทั้งสะดุ้งเมื่อมองลงไปที่บันไดชั้นล่างแล้วประสานสายตากับ อ.เจตน์เข้าอย่างจังชั่วขณะนั้นหล่อนมึนงงทำอะไรไม่ถูกทั้งที่หย่อนขาลงไปแล้วข้างหนึ่ง อีกใจก็นึกสงสัยว่านี่มันวันอะไรกันแน่ จันทร์ หรือศุกร์ ในขณะที่อีกฝ่ายก็กำลังมองขึ้นมาที่หล่อนเช่นกัน ชั่วขณะที่ไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไรขาข้างที่หล่อนก้าวลงไปในตอนแรกก็ พาหล่อนพรวดพราดลงไปที่บันไดชั้นล่างอย่างรวดเร็ว และผิดจังหวะ แก่นจันทร์รู้สึกแต่ว่ามือสองข้างที่หอบเอกสารที่เพิ่งซีรอกซ์ออกมาจากห้องสมุดร่วงหล่นออกจากมือ หล่อนพยามคว้าบางอย่างพยุงตัวอาจจะเป็นราวบันไดหรืออะไรก็ได้

แต่ไม่หรอก หล่อนคว้าได้แต่อากาศ และไม่รู้ตัวนักว่าหล่นลงไปในท่าใด จำได้ว่าได้ร้องออกมาวี๊ดหนึ่งจากนั้นก็กลิ้งหลุนๆลงไปอาจ จะจบลงที่ชั้นล่าง หรือไม่งั้นก็บันไดชั้นใดชั้นหนึ่ง กำลังที่หล่อนจะล่วงลงไปกองอยู่บนพื้นก็รู้สึกว่าถูกเขาคว้าตัวไว้อย่างฉุกละหุก

          คุณ!” เขาอุทานด้วยความตกใจ ในขณะที่หล่อนยังรู้สึกว่าโลกยังหมุนติ้วๆ จากนั้นหัวใจก็เต้นโครมๆเมื่อรู้ว่าถูกใครคว้าตัวเอาไว้

          เป็นไงบ้างเขา ถามพร้อมกับมองหล่อนอย่างสำรวจ น้ำเสียงของเขาร้อนใจก็จริงแต่แววตาที่มองหล่อนก็แสนจะระอา

          ไม่ไม่ค่ะหล่อน มองหากระเป๋าและหนังสือที่กระจัดกระจาย มือคลำเปะปะไปทั้งตัวอย่างสำรวจตัวเอง และพบว่าถึงหล่อนจะรู้สึกระบมบ้างแต่ก็ไม่มีอาการสาหัสแต่อย่างใด แก่นจันทน์หน้าร้อนอีกครั้งเมื่อรู้สึกว่ายังถูกเขาพยุงอยู่กับร่างสูง แข็งแรง และคราวนี้แหละที่รู้สึกว่ามือ แขน หรือส่วนไหนของเขาก็ตามที่อยู่ใกล้หล่อนน่ะร้อนผ่าวขึ้นมาทันที หล่อนรีบกระถดหนีอย่างร้อนรน และไม่เจียมตัวเมื่อเขาปล่อยแล้วหล่อนก็รีบกระเผลกไปหาราวบันไดเพื่อพยุงตัวเอง

          ท่าทางก้มเก็บข้าวของอย่างทุลักทุเลของหญิงสาวทำให้เขาส่ายหน้าอย่างระอาอีกครั้ง

          ขอบคุณค่ะ อาจารย์หล่อนบอกตอนที่ได้ข้าวของ หนังสือ เอกสารมาไว้ในมือ

          เขาพยักหน้า จับตามองหล่อนอย่างประเมิน..ก็ คงจะประเมินว่าหล่อนไหวหรือเปล่านั่นละมั้ง ซึ่งจริงๆแล้วการที่หล่อนตกบันไดลงมานั่นยังไม่แย่เท่ากับการตกลงมาต่อหน้า ต่อตาเขาหรอก  

          ผมไม่แน่ใจว่าที่คุณตกบันไดลงมาเป็นเพราะคุณใจลอย หรือเพราะผม นั่นไงล่ะ สำหรับผู้ชายคนนี้เขาเคยปล่อยให้อะไรๆ ผ่านเลยไปง่ายๆบ้างไหมนะ

          เจตน์มองหญิงสาวและเตือนเสียงเรียบ

          ตั้งสติหน่อยก็ดีนะครับ เพราะไม่แน่ว่าถ้าคุณเกิดไปใจลอยข้างถนน ชีวิตคุณอาจจะไม่ปลอดภัย เขานิ่งลงไปและหรี่ตาลง จากนั้นแววเอาเรื่องก็ฉายวาบ ก่อนเสียงบอกอย่างพิศวงท้าทายจะตามมา แต่ถ้าสาเหตุเพราะผม คุณคงต้องกลับไปถามตัวเอง ว่ากำลังกลัวอะไร

          แก่นจันทน์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น การเผชิญหน้ากับผู้ชายคนนี้ช่างไม่ต่างกับกำลังอยู่ในสนามรบที่เต็มไปด้วย หนามแหลมที่คงจะหาน้ำผึ้งหวานๆไม่เจอ แต่ก็นั่นแหละ อย่างไรคำถามของเขาก็ช่างก่อกวนจิตใจ หล่อนกลัวเขาอย่างนั้นหรือ?

          เป็นอีกครั้งที่แก่นจันทน์ไม่มีคำตอบสำหรับเขาและสำหรับตัวเองเอาเสียเลย หล่อนยังเป็นแก่นจันทน์ผู้ถูกเล่นงานเสียสะบักสะบอมอยู่เหมือนเดิม จะมีสักอย่างไหมนะที่จะเอาชนะผู้ชายคนนี้ได้ มีไหม มีบ้างไหม แก่นจันทร์ครวญถามอยู่ในใจตอนที่ยกมือไหว้เขาและหันหลังผละไป หากยังไปไม่ถึงไหน ก็ถูกเขาเรียกเอาไว้

          แก่นจันทน์ เมื่อได้ยินชื่อตัวเอง แก่นจันทน์สะดุ้งทันที หล่อนหันขวับกลับไปอย่างแปลกใจทั้งตกใจเขารู้จักชื่อของหล่อนได้อย่างไร

          คะ!?”

          คราวนี้หล่อนพบว่าเขามองมาด้วยความหมายที่อ่านไม่ออก และร่างสูงที่ตรงเข้ามาก็ทำให้รู้สึกร้อนเนื้อร้อนตัว

          เจตน์ กดยิ้มที่มุมปากอย่างไม่ได้สะทกสะท้านกับท่าทีตื่นๆของหญิงสาว เขายัดเอกสารซีรอกซ์ปึกหนึ่งที่หล่อนเก็บไม่หมดไว้ในอ้อมแขน นั่นแหละถึงเห็นว่าที่หน้าเอกสารหล่อนได้เขียนชื่อตัวเองด้วยปากกาสีส้มตัวใหญ่เป้งบ่งบอกความเป็นเจ้าของ

          คุณชื่อแก่นจันทน์ ถูกใช่ไหมเขาถามย้ำอีกครั้ง

          ค่ะหล่อน ยอมรับ และตามด้วยคำขอบคุณแผ่วเบาแทบจะอยู่ในลำคอ เมื่อเห็นเขาพยักหน้า ดวงตาคมดุของเขามองมาอีกครั้งทำให้หญิงสาวสะท้านไปทั้งใจคุณพระคุณเจ้านี่เป็นการทวนชื่อหล่อนเอาไว้คิดบัญชีเมื่อมีโอกาสใช่ไหม อย่างนี้ทำไมเขาไม่ถามนามสกุลหล่อนไปให้เสร็จสรรพเสียเลยล่ะ!  

 ***************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น