เจตน์ ( 2014)

ตอนที่ 1 : ตัวอย่าง 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,465
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    25 ก.ค. 57



จากผู้เขียน

 

ความรัก ความฝัน กับวัยหวาน คิดถึงเมื่อใด ก็ยิ้มได้เมื่อนั้น

การจัดพิมพ์ครั้งนี้....ขอบคุณ ผู้ชายที่เป็นแรงบันดาลใจ อ.เจตน์ ตัวจริง

กลีบลำดวน



 

 

1

 

รอด้วยค่ะแก่นจันทน์รีบสาวเท้าเร็วยิ่งขึ้นเมื่อเห็นว่าหลังจากร้องขอ ผู้ที่อยู่ภายในลิฟต์ได้รออย่างมีน้ำใจ

          ขอคุณค่ะพึมพำขอบคุณเขาแล้วหันไปทางประตูลิฟต์ที่ค่อยๆปิด ลิฟต์ค่อยๆเคลื่อนขึ้นอย่างช้าๆตามสภาพที่แสนชรา หล่อนแทบไม่ได้มองหน้าคนที่กดลิฟต์รอเมื่อสักครู่ รู้แต่ว่าเขาเป็นผู้ชายคนหนึ่ง เห็นแวบๆว่าเขาไม่ได้แต่งชุดนักศึกษา เขาใส่เสื้อที่น้ำเงิน ใช่สีน้ำเงินและไม่รู้เป็นอย่างไรพอจะหันกลับไปมองเขาให้แน่ใจหล่อนกลับไม่กล้าเสียอย่างนั้น พื้นที่แคบๆในลิฟต์ก็ช่างไม่อำนวยให้หล่อนกล้าพอจะมองผู้ชายแบบตรงๆ ที่น่าเจ็บใจ หล่อนรู้สึกเหมือนกับเป็นฝ่ายถูกเขามองเสียอีก ซึ่งไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ภายในลิฟต์ที่มีผู้โดยสารสองคน หล่อนกับเขา ในขณะที่หล่อนตัวกระเปี๊ยกยืนลีบอยู่แถวๆประตู เขากลับเป็นยักษ์ปักหลั่นที่ยืนคุมอยู่ด้านหลังถัดเข้าไปเสียอย่างนั้น

          ชั้นสองชั้นสามหล่อนต้องการไปชั้นห้า และภาวนาให้เขาออกไปชั้นไหนก็ได้เร็วๆนี้ แต่คำภาวนาก็ไม่เป็นผล

          ....ขอให้มีนักศึกษา หรือใครก็ได้เข้ามาเพิ่มก็ไม่เป็นผลอีก แน่ล่ะนี่มันได้เวลาเรียนแล้ว ป่านนี้นักศึกษาคงเข้าเรียนกันหมดแล้ว รวมทั้ง อมาวดี หรือยายออมสิน เพื่อนตัวดีที่นัดให้หล่อนมาพิสูจน์ อะไรบางอย่างด้วยตาของตัวเอง

          จริงๆนะ บางครั้งแก่นจันทน์ก็รู้ตัวเองอยู่หรอกว่า การเป็นนักศึกษาชั้นปีสี่ที่ออกจะพรั่งพร้อมด้วยวุฒิภาวะและคุณวุฒิพอสมควรในระดับหนึ่ง (อย่างน้อยพวกน้องๆชั้นปีหนึ่ง ปีสองก็ยกมือไหว้ยังกับหล่อนเป็นญาติผู้ใหญ่นั่นเชียวล่ะ) ไม่ควรจะทำอะไรที่ไม่เข้าท่าอย่าง การมายลโฉมใครคนหนึ่งที่บรรดานักศึกษาสาวๆในคณะกำลังโจษขานถึง

          เจตน์  ราชโยธิน อาจารย์พิเศษ สอนวิชาพับลิคโอพิเนียน โอย ออมจะกรี๊ดให้ได้เลยจันทน์หลังจากเข้าเรียนวันแรก ออมสินก็รีบนัดหล่อนมาที่คณะเพื่อจะพร่ำเพ้อ ตาลอยชวนฝัน ยังแปลกใจไม่หายว่าทำไมออมสินถึงได้ไปลงเรียนวิชาที่ว่าด้วยประชามติโดยไม่ได้บอกเล่าเก้าสิบหล่อนสักนิด ปกติสำหรับเพื่อนซี้แล้วออมสินไม่เคยมีเรื่องปิดบัง ว่ายังไงก็ว่าตามกัน เฮไหนเฮนั่นตั้งแต่ปีหนึ่งจนถึงปีสุดท้าย เทอมสุดท้ายมาตลอด

 แต่ก็อย่างว่า สำหรับวิชาเลือกเสรีแล้วนับว่าเป็นวิชาที่พวกเราจะได้ถือโอกาสเปิดหูเปิดตาและเรียนรู้กับวิชาใหม่ เพื่อนใหม่ต่างคณะที่นอกเหนือจากการสื่อสารมวลชนทั้งหลายได้อย่างอิสรเสรี เพื่อนบางคนหันไปเลือกเรียนวิชาภาษาเกาหลี ญี่ปุ่น ก็ยังมี ที่ออมสินไม่ชวนลงวิชานี้ด้วยกันในตอนแรกอาจเพราะเคยได้ยินหล่อนเกริ่นมาตั้งนานแล้วว่าวิชาเลือกเสรีจะลงเรียนวิชาถ่ายภาพอย่างจริงจัง ซึ่งหล่อนก็รู้อีกนั่นแหละว่าออมสินไม่ชอบแบกกล้องถ่ายภาพเอาเสียเลย ถ้าเป็นนางแบบให้ถ่ายก็ถึงไหนถึงกันแต่วิชาเลือกเสรีก็บอกอยู่แล้วว่าทุกคนมีเสรีที่จะเลือกเรียน และจะแปลกอะไรที่ออมสินจะมาเรียนวิชา ประชามติ   

          ทำไม ตอนนี้หันมากรี๊ดคนแก่แล้วเหรอหล่อนเย้าอย่างแปลกใจ จริงๆนะอาจารย์ในภาควิชาสื่อสารมวลชนที่เวียนเข้าเวียนออกตั้งแต่ปีหนึ่งยันปีสุดท้ายนี่ หล่อนบอกได้เลยว่าอาจารย์ผู้ชายแต่ละท่านล้วนอายุห้าสิบขึ้นไปแล้วทั้งนั้น และถึงแม้อาจารย์พิเศษที่มาจากข้างนอกทางมหาวิทยาลัยก็คงต้องหาคนที่มีคุณวุฒิ และวัยวุฒิไม่ต่างกับอาจารย์ประจำนักหรอก

          แก่อะไร แค่สามสิบต้นๆยังไม่แก่สักหน่อย ออมว่า อาจารย์เจตน์ไม่น่าจะเกินสามสิบห้าอมาวดีเถียง

          ก็แก่กว่าพวกเราเป็นสิบปีล่ะพูดออกไปแล้วก็นึกภาพผู้ชายอายุสักสามสิบต้นๆนี่จะหนุ่มแก่สักขนาดไหนภาพที่นึกออกไม่ถึงกับแก่มากจริงๆ แต่ให้อย่างไรพวกเขาก็คงจะอยู่กันคนละเส้นทางกับสาวน้อยวัยยี่สิบเอ็ดอย่างพวกหล่อนอยู่ดี เอาเป็นว่ามวยคนละรุ่น ชกกันคนละสังเวียนนั่นล่ะ

          ไม่เห็นแก่เลยกำลังดี

          กำลังดี!” หล่อนออกจะตกใจและขำ อมาวดีคิดว่า กำลังดีสำหรับอะไรกันนะ

          ใช่ กำลังดีเลย ไม่อ่อนเหลาะแหละอย่างพวกทโมนในคณะเราด้วย

          ออมเพ้อใหญ่แล้วแก่นจันทน์ส่ายหัวและชักอยากเห็นหน้าอาจารย์เจตน์ คนนี้ขึ้นมาบ้าง และถ้าไม่เป็นอย่างที่อมาวดีเอามาเพ้ออยู่ล่ะก็หล่อนจะกลับมาหัวเราะให้ฟันหักกันไปข้างหนึ่งไปเลย

          ก็อาจารย์น่าเพ้อจริงๆนี่นา จันทน์นึกภาพชายหนุ่มมาดเฉียบขาด หน้าตาดีจัดๆ ส่วนคุณวุฒิไม่ต้องพูดถึง คนที่จะมาเป็นอาจารย์ที่นี่ได้อย่างน้อยๆจบนอกทั้งนั้น และออมก็สืบมาแล้วว่าอาจารย์เจตน์จบ ดอกเตอร์มาจากแคนาดา ออมว่าต้องเป็นบุพเพสันนิวาสแน่ๆเลยที่ทำให้ออมเลือกเรียนวิชานี้เป็นวิชาเลือก แทนที่จะไปเรียนถ่ายภาพกับจันทน์

          แก่นจันทน์เบ้หน้าเป็นเอามาก จันทน์ชักอยากเห็นหน้าอาจารย์เจตน์ของออมแล้วซิถึงขนาดไปสืบประวัติ อมาวดีคงจะกู่ไม่กลับแล้วล่ะ

          อาทิตย์หน้า จันทน์ไปที่คลาสซิ อาจารย์มีสอนอีกอาทิตย์หน้าอมาวดีนัดแนะอย่างกระตือรือร้น เห็นหรอกว่าฝ่ายนั้นอยากหาแนวร่วม และเรื่องนี้สำหรับบรรดานกน้อยในรั้วมหาวิทยาลัยก็ออกจะเป็นสีสันชวนให้ตื่นเต้นและตื่นตาตื่นใจ

          ก็ได้ อาทิตย์หน้าจันทน์เรียนบ่าย ช่วงเช้าว่างพอดี

          การตกปากรับคำเรียกว่าเกิดจากความนึกสนุกและท้าทายก็ว่าได้ ถูกล่ะความเป็นลูกผู้หญิงการไปแอบดูหน้าผู้ชายไม่เหมาะสมหรอก และยิ่งผู้ชายคนนั้นเป็นอาจารย์ ที่ถึงอย่างไรก็ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้สอน เป็นครูก็ยิ่งไม่เหมาะไม่ควรด้วยประการทั้งปวง แต่เจ้าประคุณเอ๋ยกับความท้าทายต่อมโรแมนติกของยายออมสินนั่นก็ยั่วต่อมอยากของหล่อนจนไม่มีอะไรมายับยั้งได้  ถึงอย่างนั้นเส้นแบ่งระหว่างความเป็นอาจารย์กับลูกศิษย์ก็ทำให้พวกหล่อนรู้อยู่บ้างหรอก ว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นไปมากกว่าการเก็บเอามาใฝ่ฝันเล็กๆน้อยๆอย่างที่อมาวดีกำลังทำอยู่ 

          นั่นเป็นสาเหตุให้หล่อนมายืนอึดอัดกับเพื่อนร่วมโดยสารลิฟต์ที่กล้ามองเขาแค่แถวๆอกเสื้อและจากนั้นก็ไม่กล้าหันกลับไปมองเขาอีกเลย แก่นจันทน์มองแผงไฟบอกชั้นที่คลานขึ้นอย่างเชื่องช้า และมาสะดุ้งตกใจเมื่อเสียโทรศัพท์มือถือดังขึ้น หล่อนควานมือลงไปหาในกระเป๋าสะพายใบใหญ่ที่บรรจุทั้งหนังสือ อุปกรณ์ในการเรียนเกือบเต็มพื้นที่ทำให้กว่าจะควานเจอโทรศัพท์ต้องใช้เวลานานจนแทบอยากจะเทกระเป๋าให้รู้แล้วรู้รอด นึกโมโหตัวเองด้วยส่วนหนึ่งที่ไม่ยอมปิดโทรศัพท์ทั้งที่โดยปกติถ้ามาเรียนหล่อนจะปิดเครื่องตลอดจนกว่าจะไม่มีเรียนแล้วในวันนั้นถึงจะเปิดใช้ตามปกติ อีกทั้งก็ให้นึกแปลกใจว่าสัญญาณโทรศัพท์ก็เกิดจะมาใช้ได้ดีทั้งที่ปกติภายในลิฟต์จะไม่ค่อยมีสัญญาณโทรศัพท์ด้วยซ้ำ

          จันทน์ถึงไหนแล้ว นี่ออมมาถึงนานแล้วนะหล่อนยังไม่ทันได้พูดเพียงแต่กดรับเสียงของอมาวดีก็ถามมาก่อนอย่างตื่นเต้นร้อนรน

          กำลังจะถึงแล้ว จันทน์อยู่ในลิฟต์ ออมก็รู้ว่าลิฟต์ตึกนี้คลานเป็นเต่า แล้วออมเริ่มเรียนหรือยัง

          ยัง อาจารย์ยังไม่มา เจ้าหน้าที่มาแจ้งว่าอาจจะเลตสักสิบห้านาที

          อ้าวแล้วออมมาเร่งจันทน์ทำไม

          ออมกลัวจันทน์ไม่มีที่นั่งน่ะซิ แปลกมากเลยนะวันนี้มีนักศึกษาเข้าเต็มคลาสเลย

          แล้วที่เห็นเยอะๆมีแต่นักศึกษาสาวๆใช่ไหมหล่อนถามอย่างรู้ทัน คาดเดาได้ จริงแล้วใครบอกว่าผู้หญิงแต่ฝ่ายเดียวที่เหมือนดอกไม้รอให้ผึ้ง ภู่ภมรมาดอมดม ในบางครั้งพวกผู้ชายก็กลายเป็นดอกไม้ได้เหมือนกัน เหมือนกับอาจารย์เจตน์ของยายออมนี่ไง

          อือ จริงของจันทน์นั่นแหละ

          เหอะ จันทน์ว่าแล้ว นี่ถ้าให้เดานะจันทน์ว่า อาจารย์เจตน์สุดหล่อของออมคงจะหว่านเสน่ห์กับนักศึกษาสาวๆเต็มที่ล่ะซิยิ่งนึกก็ยิ่งเห็นภาพ และภาพแบบนั้นก็ทำให้หญิงสาวรู้สึกย่ำแย่อย่างบอกไม่ถูก มันคงไม่โสภาเท่าไหร่หรอกถ้าห้องเรียนห้องหนึ่งจะอบอวลไปด้วยบรรยากาศแสนเย้ายวนชวนหลงใหลแทนที่จะเป็นบรรยากาศทางวิชาการ

          ไม่หรอก

          ออมอย่ามาแก้ตัวเลย ออมก็เป็นคนหนึ่งที่ปลื้มอาจารย์เหมือนกัน

          มันก็ใช่ แต่อาจารย์ไม่ใช่อย่างที่จันทน์ว่านะอมาวดียอมรับ และยังแก้ตัวให้อีกแน่ะ

          จันทน์ไม่ได้ว่า จันทน์สันนิษฐานเฉยๆ

          นั่นแหละ ที่จันทน์สันนิษฐานน่ะผิด

          ผิดหรือถูกเดี๋ยวก็รู้กันวันนี้แหละ จันทน์ล่ะอยากรู้จริงๆว่าเขาจะสักแค่ไหนกันเชียว จันทน์ไม่ได้หมายถึงแต่หน้าตานะ เพราะหน้าตาดีไม่ใช่เครื่องการันตีคุณสมบัติความเป็นอาจารย์ยิ่งอมาวดีแก้ตัวให้เท่าไหร่ แก่นจันทน์ก็ยิ่งรู้สึกติดลบกับคนที่กำลังจะไปดูหน้าเท่านั้น

          นี่จันทน์เป็นคณะบดีเหรอถึงได้ตั้งตัวเองเป็นหน่วยตรวจสอบคุณสมบัติอาจารย์

          นักศึกษาก็มีสิทธิ์ตรวจสอบอาจารย์ได้น่า ยายออม เราต้องรักษาผลประโยชน์ของเราให้เต็มที่

          โอ๊ย พูดกับจันทน์แล้วเหนื่อย เอาเถอะอยากจะมาตรวจสอบอะไรก็มา นี่ถึงชั้นไหนแล้ว

หญิงสาวแหงนมองแผงไฟชั้นห้าแล้วบอกเสร็จ ประตูลิฟต์ก็เปิดออก หล่อนก้าวออกจากลิฟต์ทันที และก่อนจะปิดการสนทนากับเพื่อนที่รออยู่ห้องเรียนห้องใดห้องหนึ่งในชั้น หล่อนก็รู้สึกเหมือนกำลังถูกมองสันหลังเย็นวาบ ขนที่ต้นคอพร้อมใจกันตั้งชันความรู้สึกรุนแรงนั้นทำให้หล่อนหันไปหาใครคนหนึ่งที่เดินตามออกมาจากลิฟต์

          คุณพระคุณเจ้า!...จากชุดที่เขาใส่มองยังก็ไม่ใช่นักศึกษาแน่ๆ นั่นยังไม่เท่ากับใบหน้าที่เอ้อ แบบนี้เรียกว่าหล่อไหม ก็ไม่เถียงแต่สำหรับเจ้าของใบหน้าคมสัน ดวงตาฉายแววกระด้างและถือดีที่กำลังมองหล่อนอยู่นี่น่าจะนิยามใหม่ได้ว่า เด็ดขาดและเฉียบคมซึ่งหมายความได้อีกอย่างว่า ผู้ชายคนนี้เขาดูไม่ใช่จืดๆและอ่อนๆอย่างเพื่อนผู้ชายในคณะของหล่อนเลยสักคนเดียว 

          ชั่วขณะที่หญิงสาวนึกเอะใจอะไรสักอย่าง พร้อมกับ ชื่ออาจารย์เจตน์ ของอมาวดีผุดวาบขึ้นมา เสียงห้าวลึกทรงพลังกับดวงตาที่มองหล่อนอย่างเอาเรื่องก็บอกมาว่า

          ผมคิดว่า คนที่จะมาเป็นอาจารย์ย่อมตระหนักในหน้าที่และคุณสมบัติของตัวเองก่อนจะก้าวขึ้นมาสอนใคร พอๆกับที่หลายๆคนก็คาดหวังว่า นักศึกษาจะรู้จักสิทธิและหน้าที่อันเหมาะสมของตัวเองนะครับ เขามองหล่อนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าที่ทำให้รู้สึกร้อนวูบไปทั้งหน้า ก่อนจะก้มมองนาฬิกาข้อมือแล้วถึงหันมาเล่นงานหล่อนอีกว่า

          “KB503…ผมสอนห้องนั้น บอกเสร็จเขาก็ผละไปห้อง KB503 ทันที ทิ้งให้แก่นจันทร์ยืนกำโทรศัพท์แน่นราวกับถูกสาบก็ไม่ปาน สมองสรุปและรู้สึกเหมือนตัวเองได้กรำศึกหนักทั้งที่ช่วงเวลานั้นผ่านไปไม่กี่วินาทีเท่านั้นเอง และศึกครั้งนี้ก็เห็นท่าจะยืดเยื้อเสียอีกเมื่อเขาหันมาถามด้วยเสียงท้าทายว่า

          คุณอยากรู้ไม่ใช่หรือว่า ผม สักแค่ไหนเชิญครับ

 ******

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น

  1. #4 มุ้งมิ้ง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2557 / 20:33
    ว้ายยยยยย...เขิน..

    ไม่ได้หยิบมาจากหอพักด้วย...

    ตามมาอ่านฟรีในเนตค่า

    อ่านเมื่อไหร่ก็จิ้นว่าตัวเองเป็นนางเอกทุกที ฮ่าๆๆๆ (ปัจจุบันยุปีสี่เหมือนแก่นจัน อ.ที่สอน ยังอายุแค่ 27 เอง แอบจิ้นว่าตัวเองเปนแก่นจันทุกที ที่ มหาลัย มีอาจาร ชื่อเจตต์ด้วยค่าาา ^____^ มีกำลังใจไปเรียน)
    #4
    0
  2. #1 วนัน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2557 / 16:38
    น่ารักคะ
    #1
    0