คัดลอกลิงก์เเล้ว

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
สวัสดีค่าาา เชอร์รี่เองงง

หลายคนคงไม่รู้จัก5555 เพราะเราเพิ่งเคยแต่งstonyเป็นครั้งแรกหลังจากนั่งเสพมานาน ถึงจะเคยแต่งมาหลายเรื่องแต่คู่นี้ค่อนข้างแตกต่าง หากมีอะไรที่ผิดพลาด อยากจะให้แก้ไขหรือแนะนำยังไง สามารถบอกกันได้เลยนะคะ^3^

ถ้าฟีดแบ็คโอเคจะเปิดเป็นรวมฟิคและมาลงบ่อยๆ เอามาลองเชิงก่อน5555

ขอให้สนุกนะคะ>♡<

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 6 ส.ค. 60 / 20:16

บันทึกเป็น Favorite


    'ปล่อยฉันไว้แบบนี้เถอะ...'



    เสียงในหัวสตีฟมักเป็นแบบนี้เสมอ ไม่ใช่ของใครที่ไหน...เสียงของคนที่เขาหักหลังไปนั่นแหละ


     หลังจากที่เขาส่งจดหมายขอโทษโง่ๆ แผ่นนึงพร้อมโทรศัพท์รุ่นเก่าที่ดูจะเหมาะกับคนอย่างสตีฟไป เมื่อ 3 วันก่อน มีจดหมาย 1 ฉบับจ่าหน้าซองถึงเขาส่งกลับมา มีข้อความที่เขียนด้วยลายขยุกขยิกเป็นเอกลักษณ์โดยไม่ต้องเดาเลยว่าใครเขียนมัน






      'Just leave me alone'



      นี่คือคำตอบสินะ



      เลือกวิธีการส่งจดหมายซึ่งค่อนข้างยุ่งยากกว่าการยอมกดเบอร์ในโทรศัพท์รุ่นทวดโทรมา เลือกที่จะไม่ปล่อยให้สตีฟได้ถามอะไรกลับ ไม่แม้แต่จะฟังเสียงอ้อนวอนของเขา และไม่ปล่อยให้เขาได้ฟังเสียงของอีกฝ่ายเช่นกัน




      ถึงจะไม่มีผมคุณก็โอเคงั้นเหรอ? โทนี่...











      ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น แต่คนเราก็มักดิ้นรนที่จะพยากรณ์และคาดเดามันเสมอ


       ทั้งๆ ที่มันเปล่าประโยชน์...



       ไม่มีอะไรในชีวิตของ โทนี่ สตาร์ค เป็นไปตามที่เขาต้องการซักอย่าง ย้อนไปตั้งแต่ที่เขาต้องการให้พ่อให้ความสนใจตนบ้างซักนิด หรือเรื่องที่อยากให้พ่อและแม่กลับมาบ่นเขามากกว่าถูกฆ่าตาย หรือแม้แต่การที่มีใครซักคนที่ไว้ใจได้ เชื่อใจได้ และเห็นเขาอย่างที่เขาเป็นจริงๆ

       ข้อสุดท้ายนี่อาจเคยมี...แต่ไม่ใช่อีกแล้ว



       คงต้องยอมรับว่าทีมอเวนเจอร์สทำให้โทนี่รู้สึกอ่อนแอมากขึ้น เขายึดติดและผูกมัดตัวเองเข้ากับสายสัมพันธ์ของคำว่า 'เพื่อน' มากเกิน โดยไม่คำนึงผลที่อาจเกิดขึ้น เขาเป็นคนโง่ๆ ที่วาดฝันว่าวันนึง วันที่พวกเขาทุกคนอายุซัก 70 พวกเขาอาจจะเกษียรตัวเองออกจากตำแหน่งอเวนเจอร์ส แล้วปลีกตัวเองไปอยู่ที่ไหนซักที่ด้วยกัน...ฮาวาย มาลิบู ไม่ก็ประเทศสวยๆ อย่างวากานด้า ดื่มไวน์ทั้งวัน หัวเราะและพูดคุยเรื่องตลกกันไม่หยุด ใช้เงินที่เขาหามาทั้งชีวิตเพื่อความสุขในช่วงวัยสุดท้ายที่เรียกว่า บั้นปลายชีวิต อย่างที่เราสมควรได้รับ



       แต่พอเผลอลืมตาขึ้นมาอีกที ไอ้ความฝันโง่ๆ นั่นก็หายไปราวกับฝุ่นผงที่ถูกลมพัดปลิวไป...




       น่าสมเพช...ตัวฉันเนี่ย



       ไม่ใช่แค่อเวนเจอร์สเท่านั้นที่มีผลกระทบต่อโทนี่ สตาร์ค แต่เจ้าของโทรศัพท์เก่าๆ กับจดหมายขอโทษน่ารังเกียจนี่ด้วย

       เรียกได้ว่า...ตอนนี้มีอิทธิพลต่อชีวิตเขาทั้งชีวิต


       คนที่โทนี่วาดฝันในอนาคตไว้ด้วยมากที่สุด

       คนที่โทนี่หวังให้อยู่เคียงข้างกันจนถึงวินาทีสุดท้ายของลมหายใจมากที่สุด

       คนที่โทนี่อยากให้เลือกตัวเองมากกว่าเจ้าเพื่อนฆาตกรนั่นที่สุด...


       'เห็นแก่ตัว ทำเหมือนทุกเรื่องไม่จริงจัง ปากเสีย ชอบจิกกัด นอกจากเงินและสมองก็ไม่มีอะไรดี ตัวก่อปัญหา...'

       ถ้าจะให้สาธยายข้อเสียของโทนี่ สตาร์คล่ะก็...วันนี้ก็พูดไม่หมดหรอกนะ นี่คงเป็นเหตุผลที่เขาไม่ถูกเลือกล่ะมั้ง...




       โทนี่มองออกไปนอกหน้าต่างกระจกเพื่อพักสายตาบ้าง เขามองผู้พันโรดส์ที่กำลังพยายามฝึกกายภาพบำบัดโดยมีวิชั่นคอยช่วยอยู่ข้างๆ


        ขอบคุณพระเจ้าที่ไม่พรากสองคนนั้นไปจากเขาอีกคน...


        โรดี้คือเพื่อนรัก...เพื่อนสนิท คนที่เขาพิการแทนก็ยังได้ ให้เขาตายแทนก็ยังได้ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับอีกฝ่ายแทบทำให้เขาไม่อาจมองหน้าเพื่อนรักได้อีก ถ้าไม่ติดว่าตอนนั้นโรดี้ยืนกรานอย่างชัดเจนว่าอยากให้เขาอยู่ในห้องพยาบาลด้วย


        ส่วนวิชั่น...ไม่ว่าหมอนั่นจะเป็นอะไรก็ตามสำหรับคนอื่น แต่สำหรับโทนี่หมอนั่นยังคงเป็นจาร์วิสในอีกรูปแบบนึง เป็นคู่หูAIคนเดิม เขาสัมผัสถึงความห่วงใยที่AI อัจฉริยะมักมีให้เขาอย่างที่สมองกลไม่น่าทำได้จากวิชั่นเสมอ


        แถมตอนนี้ก็มีเจ้าหนูพาร์คเกอร์เพิ่มอีกคน บางครั้งเขาไปเยี่ยมเยียนหมอนั่นบ้างในฐานะเด็กทุน (ตามที่คนอื่นรู้) แค่ไปนั่งบนเตียงเล็กๆ ของอีกฝ่าย ถามว่าวันนี้เป็นยังไง เงินขาดเหลืออะไรไหม การเรียนยังโอเคใช่ไหม เสร็จแล้วก็กลับ เจ้าหนูนั่นเป็นเด็กดี ดีกว่าที่เขาเคยเป็นหลายเท่า ดังนั้นที่เขาต้องการให้ปีเตอร์ทำคือใช้ชีวิตให้สนุกและปลอดภัยที่สุด




        โทนี่เดินตัวปลิวออกมาจากตึกของตัวเองกลางดึกด้วยสีหน้ามู่ทู่กำลังมุ่งตรงไปซักที่อย่างไร้จุดหมาย เขาอยู่ในเสื้อยืดแขนยาวที่ถูกพับขึ้นเหมือนอย่างเคย เพิ่มเติมคือค่อนข้างรู้สึกอยากฉีกมันออกแล้วดึงเจ้าเตาปฏิกรณ์กลางอกออกมาแล้วตายไปซะให้รู้แล้วรู้รอด

        เขาเตะกระป๋องที่เห็นอยู่ข้างทางแทนที่จะเก็บมัน เขาไม่ยิ้มให้หญิงชายคู่ที่เพิ่งเดินผ่านไปจนทั้งคู่หน้าเสียเพราะอยากจะถ่ายรูปกับเขา แต่เขาเลือกที่จะทำหน้าเย็นชาและดูถูกเด็กชายวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่เป่าปากดูถูกเขาเรื่องที่เขาทำผิดพลาดมาเช่นกัน


        โทนี่ สตาร์คขอเลิกเป็นฮีโร่ซักวันจะได้มั้ย?


        เหตุที่เขาออกมาจากตึกยามวิกาลมีสองข้อ...

        หนึ่งคือเขาทะเลาะกับวิชั่นเรื่องแวนด้า หมอนั่นดูลุกลี้ลุกลนมาทั้งวัน จนท้ายสุดเจ้าเด็ก 1 ขวบก็ยอมบอกว่าทำไม วิชั่นเดินเข้ามา พร้อมบอกว่าคิดมานานแล้วว่าเราควรติดต่อพวกนั้นเพื่อขอคืนดี อย่างน้อยก็ขอแค่แวนด้ากลับมาก็ได้ โดยเหตุผลคือ 'เธอยังเด็ก คุณเคยพูดเอง ผมจึงคิดว่าอาจเป็นการดีกว่าถ้าจะให้เธออยู่ในการควบคุมที่ถูกต้อง' ซึ่งพอเขาปฏิเสธไปเจ้าเด็กบ้าก็พูดจาประชดประชันใส่แล้วก็เดินทะลุกำแพงหนีไป

       เด็กบ้าเอ้ย...อย่าให้รู้นะว่าใครเป็นพ่อมัน

       และอีกเหตุผล คือเขาไม่สามารถหยุดมองโทรศัพท์บ้าและจดหมายโง่ๆ ของสตีฟ โรเจอร์ได้ นั่นทำให้เขาหงุดหงิดมากขึ้นไปอีกหลังจากต่อปากต่อคำจากวิชั่น แม้โรดี้จะพยายามเข้ามาคุยแต่นั่นรังแต่จะสร้างอารมณ์ขุ่นมัวในใจของเขามากขึ้นไปอีก เลยปลีกตัวออกมาเงียบๆ คนเดียวเสียเลย

       ...ไม่ใช่แค่โรดี้และวิชั่นที่อยากได้เพื่อนและคนรักกลับมาหรอก


       โทนี่ก็เช่นกัน...




       ท้ายสุดมหาเศรษฐีหนุ่มก็มาจบอยู่ที่ร้านสะดวกซื้อข้างทาง จากที่ตอนแรกจะไปเยี่ยมเจ้าสไปเดอร์บอยหน่อย แต่พอคิดว่าหมอนั่นต้องพล่ามให้เขาไปนอนเหมือนพวกที่นั่งอยู่บ้านเขาพล่ามตลอดก็เลยตัดสินใจขอให้เวลากับตัวเองก็พอแล้ว

       เขาเลือกซื้อชาเขียวขมๆ ซักขวด ขนมกรุบกรอบเล็กน้อย และช็อคโกแลต ถึงแม้ตอนแรกตั้งใจจะหยิบกาแฟ แต่เนื่องจากเขาใช้มันเพื่อการอดนอนมากเกินไปจนเอียนเสียแล้ว โทนี่นั่งลงตรงม้านั่งของสวนสาธารณะที่เงียบสงัดไร้ผู้คน พยายามกลืนสิ่งที่ตนซื้อมาแม้จะไม่ได้อยากก็ตาม


       'คุณควรทานอะไรที่มันมีประโยชน์บ้างนะ แล้วก็ต้องพักผ่อนเยอะๆ ด้วย'

       'คุณปู่ช่วยหยุดบ่นเรื่องของฉันซัก 5 นาทีไม่ได้เหรอ?'

       'งั้นคุณก็ช่วยวางมือจากเครื่องจักรแล้วหันมามองหน้าผมซัก 5 นาทีไม่ได้เหรอ โทนี่?'

       เจ้าของชื่อชะงักไปเมื่อคำพูดเชิงประชดประชันหลุดออกมาจากปากของกัปตันอเมริกา โทนี่วางไขควงลง ถอดถุงมือ แว่นตา และหันหน้าไปหาคนตัวโตที่มีสีหน้าเง้างอนอยู่

       '....'

       'นี่ปู่โกรธเหรอ?'

       'เปล่าครับ มีคนโกรธโทนี่ สตาร์คได้ด้วยเหรอ?'

       'โธ่ ไม่เอาน่า ปู่ก็รู้ว่าฉันดูแลตัวเองได้และรู้ขีดจำกัดของตัวเองดีพอ'

       'เพราะคุณเป็นแบบนี้แหละผมเลยต้องเป็นห่วง'

       'อะไร แบบนี้นี่คือแบบไหนเหรอ?'

       '...นี่เรากำลังจะทะเลาะกันอีกแล้วเหรอครับ?'

       เสียงสตีฟอ่อนลงพร้อมรอยหน้าที่ดูเหนื่อยอ่อนพอกัน สตีฟไม่เข้า ทำไมคนตรงหน้าต้องหาเรื่องพูดจาเสียดสีใส่กันได้ตลอดเวลา ทำไมถึงเข้าใจความคิดเขาเลยแม้แต่น้อย

       แค่ 'เป็นห่วง' มันเข้าใจยากนักรึไง?


       โทนี่มองคนที่สถานะพิเศษกว่าใครนิ่งๆ ก่อนจะเดินออกห้องแลบไป โทนี่หงุดหงิดตัวเองจนไม่สามารถยืนอยู่ต่อหน้าสตีฟได้ กลัวว่าจะเผลอพูดจาร้ายๆ ออกไปอีก

        ไม่ใช่ว่าโทนี่ไม่เข้าใจ แต่เขาก็อยากให้สตีฟ 'เข้าใจ' เขาเหมือนกัน





        "นายมันบ้า..." โทนี่พึมพำกับตัวเอง เขาไม่ได้หมายถึงเจ้าปู่หลงยุคคนนั้นหรอก


         ใช่...โทนี่ นายนั่นแหละบ้า ป่านนี้แล้วยังมัวแต่นั่งคิดถึงหมอนั่นอยู่ได้


         โทนี่เคยพยายาม...เขาเคยคิดว่าหากตัวเองลงลดความหยิ่งยโสและอีโก้งี่เง่าของตัวเองลง แล้วยอมใช้โทรศัพท์นั่นโทรคุยกับสตีฟให้รู้เรื่อง บางทีอะไรๆ มันอาจนะดีกว่านี้ เขาอาจจะได้นั่งอยู่ข้างๆ อีกฝ่ายบนโซฟาเหมือนอย่างเคย ทุกคนก็คงนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นและแกล้งกันเหมือนเด็กอย่างเคย...

         แต่แค่คิดภาพว่าจะอาจจะมีเจมส์ บาร์น มาร่วมวงด้วยอีกคน...เขาก็ไม่อาจทนได้แล้ว

         เขารู้...หมอนั่นถูกควบคุม และไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าพ่อแม่ของเขาด้วยจิตใต้สำนึก แต่ความจริงที่ว่าหมอนี่เป็นคนฆ่าไม่ได้บิดเบือน หากเขาเปิดใจกว่านี้เขาอาจจะพอให้อภัยหมอนั่นได้

         แต่โทนี่ไม่ใช่คนดีแบบนั้น...


         และสตีฟ...ก็คงรู้อยู่แก่ใจเช่นกัน



         นั่นคงเป็นสาเหตุที่คนที่เขารักที่สุดในตอนนี้ เลือกจะเอาโล่นั่นปักลงอกเขาแล้วพยุงเพื่อนรักเดินจากไปใช่รึเปล่า...




         "เกลียดแกชะมัด ไอ้บ้าเอ้ย!" โทนี่ทึ้งหัวตัวเองอย่างควบคุมไม่ได้








        "ผมเคยพูดยังไงเรื่องการสบถของคุณนะ?"



        น้ำเสียงทุ้มๆ ที่แสนคุ้นเคย ซึ่งครั้งหนึ่งโทนี่เคยฟังมันทุกวัน แต่ตอนนี้มันกลับให้ความรู้สึกที่ไม่เหมือนเคย

         "ต้องหน้าด้านหน้าทนขนาดไหนถึงได้กล้ามาหาฉันเหรอ? รึจดหมายที่ฉันตอบกลับไปยังส่งไม่ถึง?" โทนี่ไม่แสดงอาการตกใจออกไป สตีฟนั่งอยู่ม้านั่งด้านหลังเขา เราหันหลังคุยกัน อย่างที่สมควรจะทำ...

        "...ผมแค่อยากมา"

        "นี่นายคิดว่าฉันไม่กล้าจับนายเข้าตารางเพราะไม่มีชุดเกราะรึไง"

        "เปล่า..."

        "...งั้นก็แปลว่าเตรียมใจมาแล้วสินะ"

       โทนี่เด้งตัวลุกขึ้นยืนก่อนจะหันหลังไปมองคนที่ยังคงนั่งหันหลังให้อย่างสบายๆ เขาขึ้นนกปืนที่พกไว้ก่อนจะจ่อมันไปยังท้ายทออีกฝ่ายที่ถูกปิดไว้ด้วยหมวกของเสื้อฮู้ดสีดำด้วยความรวดเร็ว ถึงอย่างนั้นสตีฟก็ยังไม่ขยับไปไหน

       "นี่ดึกมากแล้วนะครับ ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่เหรอ?"

       "...."

       "นอนไม่หลับสินะ? เพราะทำงานหนักไปน่ะสิ ผมเคยพูดไว้แล้วว่าคุณควรดูแลตัวเองมากว่านี้"

       "นายหุบปากไปเถอะ..."

       "แล้วผมก็รู้สึกว่าคุณผอมลงนะ แสดงว่าไม่ค่อยทานข้าวด้วยใช่มั้ย?"

       "หยุด..."

       "จริงๆ ผมตั้งใจจะไปหาที่ตึก แต่ดันเจอคุณที่นี่พอดี"

       "หยุดซักที..."

       "คุณยังสบายดีรึเปล่า ไม่มีผมอยู่ด้วยแล้ว...คุณโอเคใช่มั้ย?"

       "หยุดพูดนะ!!"




       "โทนี่..."







       ปั้ง!!!!




      ปืนที่ขึ้นนกไว้ถูกเหนี่ยวไกออกไป โทนี่ข่มน้ำตาที่รื้นๆ เอาไว้ พร้อมร่างกายที่สั่นเทา





      สตีฟยืนขึ้นแล้วมองโทนี่ที่ยืนนิ่งอยู่แบบนั้น ก่อนจะหันไปมองกระสุนที่ฝังอยู่บนพื้น โทนี่เลื่อนปากกระบอกไปทางขวาเล็กน้อย ถึงจะใกล้หูของเขา แต่ก็ไม่โดน


       โทนี่เป็นแบบนี้เสมอ...สตีฟรู้ดี



       "อย่า...อย่ามาเรียกชื่อผมอีก คุณโรเจอร์"

       "...."

       "เราไม่สนิทกันขนาดนั้น ถ้ายังพยายามจะเปิดปากพูดอะไรอีกที่จะพรุนต่อไปไม่ใช่พื้นแต่จะเป็นกะโหลกของคุณแทน"

       สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำเอาหัวใจของสตีฟปวดหนึบ เขาเคยตกลงกันไว้ ว่าเวลาเราอยู่ด้วยกันเพียงสองคน จะไม่มีพิธีรีตองหรืออะไรที่ห่างเหินแบบนั้น


       "เอาเลยสิโทนี่..."

       "แก..."

       สตีฟเดินอ้อมม้านั่งไปหาอีกฝ่าย โทนี่เลื่อนปืนตามการเคลื่อนไหวของร่างสูง ก่อนจะต้องสั่นสะท้านอีกครั้งเมื่อสตีฟกุมมือเขาไว้ ขึ้นนกปืนให้แล้วเอาปากกระบอกจ่อกลางหน้าผากตนเอง

       "ยิงสิโทนี่..."

       "อย่าคิดว่าผมไม่กล้า"

       "ผมรู้คุณทำได้ และคุณจะทำแน่ถ้าผมไม่หยุด"

       "งั้นคุณก็--"

       "โทนี่...ยิงสิ"


       คำเร่งเร้าให้ลั่นไกปืนของอีกฝ่ายทำเอาโทนี่สับสน จะมาไม้ไหน? คิดจะหลอกอะไรเขาอีก?

       "คิดจะทำอะไร..."

       "ถ้าความโกรธของคุณในตอนนี้มันยังมีไม่พอ นึกภาพสิ ตอนที่ผมหลอกคุณ ตอนที่บัคกี้ฆ่าพ่อแม่ของคุณแต่ผมก็ไม่พูดอะไร..."

       "หยุด...คุณกำลังทำให้ผม--"


       "นึกถึงตอนที่ผมต่อยคุณ ตอนที่ผมเอาโล่ที่พ่อคุณสร้างเพื่อผมปักลงบนอกคุณ ตอนที่ผมพยุงบัคกี้แล้วเดินออกไปโดยไม่ได้หันไปมองคุณเลยซักนิด"


       โทนี่มือสั่น น้ำตาที่กำลังกลั้นไว้ใกล้จะไหลเต็มทน ร่างกายรู้สึกแปลกๆ คล้ายกำลังโดนไฟฟ้าช็อต เขาไม่รู้ตัวว่าตนแสดงสีหน้าแบบไหนออกไป รู้แค่ว่ามันคงดูน่าสมเพชมากทีเดียว


        "ถ้าตอนนี้คุณรู้สึกโกรธผม เกลียดผม อยากจะแก้แค้นทุกสิ่งที่ผมทำไปโดยไม่คำนึงความรู้สึกคุณ อยากจะให้ผมชดใช้ที่พรากความสุขไปจากชีวิตคุณ ถ้าอยากทำให้ผมเจ็บเหมือนที่คุณต้องเจ็บเพราะทิ้งคุณไว้ข้างหลังล่ะก็..."


        "คุณแค่เหนี่ยวไก...ความทุกข์ของคุณจะถูกลบล้างทั้งหมด"



       นิ้วชี้ของโทนี่เตรียมพร้อมที่จะลั่นไก จะให้เขาทำอย่างไรล่ะ สตีฟพูดเองนี่ หมอนี่ดูเหมือนเต็มใจจะตายเอง หมอนี่พร้อมจะชดใช้สิ่งที่ตนทำด้วยตัวเอง


       สตีฟมาอยู่ตรงหน้าแล้ว ให้โทนี่ได้แก้แค้นและละลายความทุกข์ของตัวเองไปพร้อมกับชีวิตของอีกฝ่าย...




       แล้วทำไม...นิ้วชี้ของเขาถึงไม่ยอมลั่นไกเสียที?




       แล้วทำไม...น้ำตามันต้องทะลักออกมาแบบนี้?



       "โทนี่..."

       "...หยุด..ฮึก หยุดพูด..."

       สตีฟมองมือที่ถือปืนอย่างสั่นสะท้านเหมือนเจ้าของกำลังคิดว่าควรจะลดปืนลงหรือเล็งหน้าผากของเขาต่อดี



       "โทนี่...ถ้าคุณไม่ยิงผมตอนนี้ คุณจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว"


       "อย่าเข้าข้างตัวเองนัก! ฉันยิงแกแน่!" โทนี่ตะโกนออกมาด้วยโทสะ แต่ถึงน้ำเสียงจะแข็งกร้าวเพียงใด ถึงปืนนั่นจะยังไม่ลดลงไป แต่หยาดน้ำตาและแววตาปวดร้าวนั้นเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด




       โทนี่ไม่อาจเลิกรักชายตรงได้เลย



       "ถ้าคุณไม่ยิง คุณจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว"

       "คิดว่าฉันเป็นรองแกรึไง!?"


       "เปล่า..." สตีฟค่อยๆ เลื่อยเท้าเข้าไปอย่างใจเย็น ดวงตาสีฟ้าใสที่สบเข้ากับดวงตาสีเฮเซลนัทที่เริ่มแดงก่ำจากการร้องไห้อย่างจริงจังและมั่นคง


       "...."

       สตีฟเลื่อนมือโทนี่ที่เล็งเข้ากลางหัวเขาออกไปด้านข้าง...เอ่ยเพียงเสียงกระซิบแผ่วเบาราวสายลม คล้ายกับหวังให้มันทำให้เขาทั้งคู่ไม่ต้องรับรู้สิ่งใดนอกจากสิ่งที่จะเกิดขี้นต่อจากนี้




      "แต่ถ้าคุณไม่ยิงตอนนี้..."


       "....."













       "ผมจะจูบคุณให้นานที่สุด จนคุณไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากจูบผมกลับเท่านั้น..."









     แต่ไม่ทันไร...


      ริมฝีปากที่ตั้งใจจะมอบจูบให้อีกฝ่าย กลับถูกคนร่างเล็กกว่าชิงครอบครองเสียก่อน โทนี่ใช้มืออีกข้างที่ว่างจากการถือปืนประคองใบหน้าสตีฟให้ก้มลงมาจูบตอบ สตีฟที่ดูตกใจเล็กน้อยรีบตั้งสติแล้วใช้มือซ้ายโอบเอวอีกฝ่ายให้เข้ามาใกล้ ก่อนเขาจะเริ่มขึ้นแทนที่ในฐานะผู้นำเกม



       "นายนี่จูบห่วยชะมัด..." โทนี่ว่าหลังจากที่ทั้งคู่ผละออกจากกัน เขาขมวดคิ้วมองสตีฟอย่างไม่พอใจ แต่ถึงอย่างนั้น สำหรับสตีฟแล้วนี่เป็นท่าทีที่ความชอบมากกว่าก่อนหน้ามาก

       "เอามือออกจากเอวฉันได้--"



       ยังไม่ทันที่โทนี่จะพูดจบ สตีฟก็ก้มลงจูบอีกฝ่ายอีกครั้ง เขาใช้ลิ้นตนล้อกับของอีกฝ่าย ควานหาความหอมหวานในปากที่มักพูดจาเสียๆ นั่นราวกับชั่วชีวิตนี้อาจไม่ได้ทำอีก มือของเขายังคงทำหน้าที่ประคองไม่ให้คนถูกควบคุมร่วงลงกับพื้นได้เป็นอย่างดี และถ้าสตีฟเดาไม่ผิด โทนี่กำลังตื่นเต้นกับสัมผัสของเขาจนต้องกำเสื้อฮู้ดของสตีฟแน่นและหอบหายใจราวกับวิ่งมาราธอนมา


        "ปู่เป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร่..."

        "ผมบอกแล้ว...ในเมื่อคุณเลือกที่จะรักผมแทนที่จะฆ่า ผมจะจูบคุณให้นานที่สุด"

        "งั้นเปลี่ยนเป็นยิงตอนนี้เลยได้มั้ย?"

        "ไม่ได้แล้วครับ"

        สตีฟแย่งปืนจากมือของโทนี่มาก่อนจะออกแรงบีบมันให้พังจนใช้ไม่ได้ โทนี่ไม่ได้ทึ่งอะไรขนาดนั้น พลังของซุปเปอร์โซลด์เยอร์เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้ว


        "แล้วยังไงดีครับ? จะจับผมเข้าตารางต่อไหม?"

        "จะให้ทำยังไงล่ะ ปู่พังปืนฉันไป จะให้ฉันเอาเรี่ยวแรงไปสู้กับปู่แบบไร้เกราะได้ไง"

        "เป็นทางเลือกที่ดีครับ"


        และสตีฟก็จูบอีกฝ่ายอีกครั้ง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งอ่อนหวาน เร่าร้อน และนุ่มนวล สัมผัสหลากหลายนี้ทำให้โทนี่ไม่อาจถอนตัวออกมาได้


        ไม่ใช่แค่จูบ...แต่ผู้ชายคนนี้ก็ด้วย



        แน่นอนว่าสตีฟ โรเจอร์ก็เช่นกัน











       "โทนี่...ไม่ว่าทั้งคุณและผมจะอยู่ฝ่ายไหน แต่ผมไม่มีวันเลิกรักคุณได้"




       "คิดว่านายเป็นคนเดียวรึไง...สตีฟ"












จบล้าววว ยังไงฝากด้วยนะคะ stonyเรื่องแรกในชีวิต5555 แรงบันดาลใจมากจากเพลง Don't recall  ของวง K.A.R.D. ค่ะ ชอบทำนองมาก ติดหูดี เนื้อหาเท่ด้วยอ่ะ

ถ้ามีโอกาสหวังว่าจะได้มาแต่งอีกนะคะ5555

บ๊ายบายยยย

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Tanpopo159 จากทั้งหมด 13 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

6 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 07:38
    เเง้ใจหายตอนโทนี่ยิงปืนง่าT_T
    #6
    0
  2. #5 Tata
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 09:25
    ชอบการใช้สำนวนมากๆ ความเจ็บปวดจากซีวิลวอร์ในที่สุดก็ถูกเยียวยาด้วยความหวาน ฮรึก ;w; จะติดตามงานไรท์เตอร์นะคะ
    #5
    0
  3. วันที่ 19 กันยายน 2560 / 21:10
    ชอบฟิคนี้มากค่ะ อ่านแล้วอยากดึงโทนี่เข้ามากอดพร้อมกับเตะปู่ออกไปไกลๆ ตอนแรกที่อ่านก็นึกถึงเพลงDon't recall พอมารู้ว่าไรท์ใช้เพลงนี้มาเป็นแรงบันดาลใจยิ่งอิน รอติดตามฟิคเรื่องต่อๆไปนะคะ
    #4
    0
  4. #3 ~*P[O]R_[S]pecial_su[J]u_13*~ (@PJ_ru-ina) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 21:25
    แต่งได้ดีงามมากคะ ภาษาสวยมาก
    อ่านแล้วลื่นสุดๆๆ อิมเมจเพลงเห็นด้วยคะ วงนี้ เพลงเพราะทุกเพลง
    อยากให้แต่งมาอีกนะคะ ตอนอ่านไป ลุ้นไป
    จะแฮปปี้เอนด์ หรือ แซดเอนด์
    ระทึกกว่าตอนอิปู่โผล่มา โอ้ยยยย สงสาโทนี่ แต่ก็อยากให้เค้าได้กัน!!
    งื้อออ ... จบดีงามคะ ดีจริงๆๆ รอเรื่องต่อๆไปคะ ให้ดี แต่งเรื่องยาวก็ดีค่ะ
    #3
    0
  5. #2 sweet_rainbow (@bowliing) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 23:24
    แค่จูบไม่ได้แก้ปัญหานะ. ต้องเปิดห้อง...ไม่ใช่ๆดปิดอกคุยกันสิ
    #2
    0
  6. วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 21:18
    หมั่นไส้อิปู่แรงมาก น่ายิงทิ้งสุดๆๆๆเลยอ่า 
    #1
    0