คัดลอกลิงก์เเล้ว

Story Between God and Devil [OsoChoro]

โดย HanakoSan

เพราะความรักนั้นไม่มีขอบเขต... ดังนั้นถึงจะเป็น "ปีศาจ" ก็สามารถตกหลุมรัก "เทพธิดา" ได้มิใช่หรือ? #Finish!

ยอดวิวรวม

1,142

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


1,142

ความคิดเห็น


7

คนติดตาม


27
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  26 ก.พ. 59 / 18:20 น.
นิยาย Story Between God and Devil [OsoChoro] Story Between God and Devil [OsoChoro] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


 100%

คำเตือน
เรื่องนี้เป็น BL นะคะ คู่โอโซโจโรค่ะ
เป็นฟิค AU ของเดวิลโอโซ และเทพธิดาโจโรค่ะ

บทแฝดๆคนอื่นอาจจะน้อยๆนะคะ T_T
เพราะเรากะเน้นแค่สองคนนี้เป็นหลักน่ะค่ะ

เรื่องนี้มีพล็อตอยู่แล้วค่ะ
เพราะงั้นน่าจะจบ(....) 



เครดิตภาพ
© themy?butter

เนื้อเรื่อง อัปเดต 26 ก.พ. 59 / 18:20




     กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายคนหนึ่งทำขวานตกลงไปในบ่อน้ำ เขาร่ำร้องไห้เสียใจ เพราะขวานนั่นคือสิ่งเดียวที่ใช้ทำมาหากินได้ และในระหว่างที่กำลังโศกเศร้านั่นเอง เทพธิดาก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมขวานสีทอง และขวานสีเงิน

"ขวานที่ท่านทำตกไปคือขวานสีทองหรือสีเงินกัน?"
"ไม่ใช่ทั้งสองครับท่าน ที่ข้าทำตกไปเป็นแค่ขวานเก่าๆเท่านั้น"

     เทพธิดาเห็นดังนั้นจึงประทับใจในความซื่อสัตย์ของชายหนุ่ม เทพธิดาจึงยกขวานทั้งหมดให้ชายหนุ่ม



     เขาคือ "เทพธิดา" ผู้มีหน้าที่อารักษ์ขาบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ 
เรื่องของเขาก็เป็นไปดังนิทานข้างต้น ... หากใครทำอะไรร่วงลงมา ตัวเขาจะเก็บให้และทดสอบความสัตย์จริง 
หากใครตอบความจริงจะมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้
หากใครตอบเท็จก็จะทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างนั่น

     "โจโรมัตสึ ♥"
และวันนี้ก็เหมือนเช่นเคยที่มักถูกคนคนเดิมก่อกวน....
โจโรมัตสึเหล่มองเงาที่สะท้อนมาจากอีกฝั่งของผิวน้ำ ก่อนจะถอนหายใจออกมา
เขายอมขึ้นไปบนเหนือผิวน้ำอย่างว่าง่ายทันที

"มาอีกแล้วงั้นเหรอ..."
โจโรมัตสึพูดพร้อมมองคนที่นั่งยิ้มทะเล้นอยู่ด้านหน้าตนเอง
ชายตรงหน้ามีหน้าตาที่ค่อนข้างคล้ายตัวเขา แต่ดูจะทะลึ่งทะเล้นมากกว่าเสียหน่อย
อีกทั้งยังมีเขาเล็กสีแดงและปีกใหญ่สีดำอยู่กลางหลังด้วย...
ใช่แล้ว... คนตรงหน้าเขาคือ....

"จอมปีศาจโอโซมัตสึ...."

คนที่ถูกเรียกว่าเป็นจอมปีศาจหัวเราะอย่างสนุกสนาน
ผิดกับโจโรมัตสึที่ถอนหายใจออกมาเบาๆ

"ข้าเคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอ? ว่าท่านไม่ควรมาที่นี่น่ะ"
โจโรมัตสึว่าต่อ
"จอมปีศาจแบบท่านไม่ควรมาคลุกคลีกับเทพธิดาแบบข้ามากนัก...."
แต่ดูเหมือนคนที่เป็นจอมปีศาจจะไม่ได้สนใจอะไรมากมายนักกับคำพูดนั่น
เขาเพียงชูดอกไม้ช่อใหญ่ขึ้นพร้อมยิ้มจนตาหยี

"เรื่องนั้นช่างมันเถอะ! วันนี้เรามาแต่งตัวให้เจ้ากันดีกว่า"

นี่ก็เป็นอีกครั้งที่ทำได้เพียงถอนหายใจ
... ข้าเนี่ยปฏิเสธจอมปีศาจหัวดื้อตนนี้ไม่ได้จริงๆสินะ ...



     "ข้าว่าตอนนี้ตัวข้าจะต้องดูน่าตลกแน่ๆ"
โจโรมัตสึบ่นพึมพำพร้อมทำหน้าเนือยๆแบบที่เขาชอบทำประจำ
ตอนนี้มงกุฎมะกอกของเขาถูกแทรกด้วยดอกไม้เล็กๆน้อยๆจนแทบจะกลายเป็นมงกุฎดอกไม้
... ดูยังไงก็เหมาะจะให้สาวน้อยใส่มากกว่าเขาแน่ๆไม่ใช่หรือไง

     "ไม่หรอก... น่ารักออก"
โอโซมัตสึหัวเราะ พร้อมจ้องคนที่กำลังทำหน้ามุ่ย มือเขี่ยดอกไม้บนหัวตัวเองไปมา
... เป็นภาพที่ทั้งชวนหัวเราะ และน่ารักน่ามองเหลือเกิน

"น่ารักอะไรกันเล่า!? แล้วก็อย่าจ้องกันขนาดนั้นได้มั้ย!!"
โอโซมัตสึหัวเราะอีกครั้งก่อนจะยิ้มหวานจนอดใจสั่นไม่ได้
"... เจ้าน่ารักจริงๆนะ... โจโรมัตสึ..."

ตอนนั้นคำพูดนั่นทำให้โจโรมัตสึชะงักไป...
ใครบ้างล่ะที่จะไม่ใจสั่นกับสีหน้าแบบนั้น คำพูดแบบนั้น

แต่ว่าไม่ได้หรอก... เราทั้งคู่...
ตัวข้าที่เป็นเทพธิดา และท่านที่เป็นจอมปีศาจ...
แค่มาเจอกันบ่อยขนาดนี้ก็ผิดจะตายอยู่แล้ว
... เพรางั้น... อย่ามาทำให้ข้าหวั่นไหวจะได้มั้ย

... ได้แต่คิดแบบนั้น แต่ก็ไม่กล้าจะพูดอะไรหลงตัวเองแบบนั้นออกไปหรอก



     "จะไม่ไปห้ามหน่อยเหรอ?"
     "หืม? ห้าม?? ห้ามเรื่องอะไรเหรอ!!?"
ชายหนุ่มในชุดผ้าคลุมดำถอนหายใจใหญ่ ก่อนจะชี้ไปทางบ่อน้ำด้านหน้าตัวเอง

     "นั่นน่ะ... มันผิดกฏ"
     "ไม่ห้ามหรอก! ถ้าท่านเทพธิดามีความสุข ผมก็จะไม่เข้าไปก้าวก่ายหรอกนะ!"
อิจิมัตสึยิ้มจางๆก่อนจะพึมพำออกมาเบาๆ
เขามองจูชิมัตสึที่ยิ้มแย้มแจ่มใสขณะมอง 'จอมปีศาจ'และ'เทพธิดา' ตรงหน้า
... อา จะปล่อยให้มันเป็นไปทั้งๆแบบนี้เลยสินะ ... น่าสนุกดีนี่ ....

     ".... งั้นฉันจะรอดูตอนจบของเรื่องนี้นะ"



     เรื่องราวระหว่างเขาและจอมปีศาจยังคงดำเนินไปเช่นเดิมทุกวัน
แม้จะบอกให้หยุดเข้ามาใกล้ แต่คนที่เป็นปีศาจก็ช่างดื้อรั้นเอาแต่ใจจนต้องยอมตามใจไปเสียทุกที
แต่แล้ววันนี้...

“เห็นทีข้าคงมาหาทุกวันเหมือนเดิมไม่ได้แล้วล่ะ”
“.....”
“มีบาทหลวงย้ายมาใหม่ เจ้านั่นกางอาณาเขตกันปีศาจกว้างมาก อีกไม่นานก็คงมาถึงที่นี่”

คำพูดนั้นทำให้รู้สึกในท้องปั่นป่วนไปหมด....

“และถ้าเป็นแบบนั้น... ข้าคงมาหาเจ้าไม่ได้อีกแล้ว”
“ก็ดีแล้วนี่...”
“... งั้นเหรอ”

น้ำเสียงของโอโซมัตสึฟังดูเศร้าจนอดไม่ได้ที่จะเบือนหน้าหนี
... ทั้งที่ในใจกำลังร่ำร้องไม่ให้อีกคนไป แต่เขาก็ยังคงพูดไปว่า “ก็ดีแล้วนี่”
.... ช่างบาปนัก ตอนนี้เขาเป็นเทพธิดาแห่งความสัตย์จริงที่กำลังโกหกจิตใจของตนเองอยู่


     วันนี้เขารอมานานมากพอแล้ว.... ทั้งที่ปกติโอโซมัตสึไม่เคยมาสายขนาดนี้เลยแท้ๆ แต่วันนี้จนพระอาทิตย์จะลับขอบฟ้าแล้วก็ยังไม่มีแม้แต่เงาของจอมปีศาจเลย

... หรือว่าจะมาหากันไม่ได้อีกแล้ว?

     พอคิดแบบนั้นก็รีบสะบัดหัวไล่ความคิดไปอย่างรวดเร็ว! ทำไมเขาถึงต้องรู้สึกเป็นทุกข์ขนาดนี้ด้วยล่ะ!! ไม่ได้เจอกับโอโซมัตสึน่ะก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมต้องรู้สึกวุ่นวายใจจนแทบบ้าขนาดนี้ด้วยล่ะ!!?

“ท่านเทพธิดา! วันนี้ผมจับปีศาจหลบหนีได้ด้วยนะ!!

เสียงร่าเริงแจ่มใสของเด็กชายที่หน้าตาคล้ายเขา แต่สวมชุดสีขาวคลุมยาว และมีแขนเสื้อคลุมมือ แถมยังมีปีกสีขาวอยู่กลางหลังอีกต่างหาก ... เด็กคนนี้ชื่อ จูชิมัตสึ .... เป็นเทพตัวน้อยที่คอยอยู่ดูแลเขามาตลอด และในมือของจูชิมัตสึก็มีเด็กที่ตัวสีซีดเซียวในชุดผ้าคลุมยาวสีชมพูเข้ม และ... ไม่มีขา

“ปล่อยผมนะ!!!

คนที่ไม่มีขาร้องออกมาพร้อมดิ้นไปมาจนน่าขำ

“... ทำไมเจ้าถึงหลบหนีออกมาจากเขตแดนของเจ้ากัน?”

โจโรมัตสึถามขึ้นพร้อมมองใบหน้าเปื้อนยิ้มของจูชิมัตสึเหมือนจะเป็นการชมว่า “เก่งมาก” จูชิมัตสึฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิมพร้อมฮัมเพลงเบาๆอย่างอารมณ์ดี ส่วนเด็กที่ไม่มีขาก็แค่เบ้ปาก

“ก็ที่คุกแบบนั้นมันน่าเบื่อจะตายไม่ใช่เหรอ?”

“ถึงจะน่าเบื่อแค่ไหน วิญญาณก็ต้องกลับไปรอที่เดิมนะ จนกว่าจะถึงวันพิพากษาบาป... อ๊ะ.... ยมทูตมารับเจ้าพอดีเลย”

โจโรมัตสึพึมพำประโยคท้าย เป็นเวลาเดียวกับที่กลุ่มควันสีดำลอยฟุ้งขึ้นมาไม่ไกลจากที่พวกเขาอยู่ ไม่นานนักกลุ่มควันนั่นก็ค่อยๆจางไป เหลือเพียงอิจิมัตสึยืนอยู่อย่างนิ่งสงบเท่านั้น

“กลับไปเขตแดนของเจ้าได้แล้---“

“โทโดมัตสึ!!!

และก่อนที่ยมทูตจะได้พูดจบ เสียงหนึ่งก็ดังแทรกกลางกลุ่มเข้ามาซะก่อน
ทุกคนหันไปมองทางต้นเสียงทันที ก่อนที่จะพบว่าเจ้าของเสียงนั่นคือชายหนุ่มในชุดบาทหลวงที่กำลังวิ่งมา และจอมปีศาจที่กำลังบินมาพร้อมๆกัน

“อะ--- เอ๋?”

ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นประสานเสียงแห่งความงุนงงออกมาพร้อมกัน


     “สรุปก็คือท่านจอมปีศาจไปคุยกับท่านบาทหลวงมา ว่าไม่อยากให้กางอาณาเขตมาถึงตรงบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ส่วนโทโดมัตสึที่หลบหนีออกมาได้ก็เพราะท่านบาทหลวงเป็นคนขอให้เขาออกมาได้งั้นเหรอ?”

โจโรมัตสึพูดสรุปด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายใจ

“ก็... พ่อกับเด็กคนนี้เคยอยู่หมู่บ้านเดียวกันมาก่อน... พ่อยังจำได้ดีว่าก่อนตาย เด็กคนนี้ร้องห่มร้องไห้ว่าอยากมีชีวิตต่อไป อยากจะเห็นโลกใบนี้ให้มากกว่านี้....”

“เพราะงั้นก็เลยให้วิญญาณตนนั้นออกมาใช้ชีวิตในโลกไปสักพักเป็นข้อแลกเปลี่ยนให้ข้าได้อยู่กับเจ้านานขึ้นอีกสักหน่อยยังไงล่ะท่านเทพธิดา!

โอโซมัตสึพูดปิดท้าย ก่อนจะมองไปทางโทโดมัตสึที่ถูกจูชิมัตสึอุ้มไปเล่นอย่างสนุกสนาน

      “พี่คารามัตสึ! ขอบคุณนะ!!

เสียงใสดังขึ้นอย่างร่าเริง บาทหลวงเจ้าของชื่อคารามัตสึยิ้มออกมา ก่อนจะขอตัวเดินไปเล่นกับวิญญาณไม่มีขาที่กวักมือเรียกเขาหยึกยัก และเมื่อคารามัตสึเดินไปถึง จูชิมัตสึก็ยื่นโทโดมัตสึให้ ก่อนจะเดินออกมาหาอิจิมัตสึที่ยืนพิงต้นไม้แถวๆนั้น

“.... ทุกอย่างตรงหน้านี่มันผิดกฎ”

เสียงแผ่วเบาดังขึ้นอย่างราบเรียบ....

“ฮะๆ ความรักมักทำให้เกิดเรื่องเหนือคาดหมายได้ตลอดแหละเนอะ!

จูชิมัตสึตอบกลับไปอย่างไม่ยี่ระ คนที่ถือเคียวจึงพูดต่อด้วยน้ำเสียงไม่ต่างจากเดิม

“ระวัง....”


     และหลังจากคารามัตสึเดินจากไป ความเงียบก็เข้าครอบคลุมระหว่างเทพธิดาและจอมปีศาจ...
“.... ทำไมถึงไปทำอะไรเสี่ยงตายแบบนี้”

โจโรมัตสึเริ่มพูดก่อน ส่วนโอโซมัตสึก็เพียงแค่เอานิ้วถูจมูกพร้อมยิ้มกวน

“ถ้าได้เจอหน้าเจ้า ถึงตายข้าก็ยอม”

      คำนั้น.... อาจเป็นเพียงแค่คำลวงของปีศาจ

      คำคำนั้น... ตัวเราจะเชื่อได้จริงงั้นเหรอ?

      คำคำนั้น...

“ไม่ล่ะ.... ภาพท่านในสภาพกำลังจะตายน่ะ.... ข้าไม่อยากเห็นหรอกนะ”


     วันเวลาแห่งความสุขพวกนี้ควรจะหมุนวนไปเรื่อยๆ
ได้เจอหน้ากัน ได้พูดคุยกัน ... แบบนี้หมุนวนเรื่อยไป
เหมือนกับเข็มนาฬิกาที่เดินไปเรื่อยๆไม่หยุดยั้ง

     แต่พวกเราคงลืมไป....
ว่าแม้แต่นาฬิกาแห่งความนิรันดร์ก็สามารถพังลงได้เช่นกัน

     “ข้าขอโทษที่ทำให้ท่านต้องเดือดร้อนไปด้วยนะท่านบาทหลวง”
โอโซมัตสึพูดพร้อมมองโทโดมัตสึตัวจิ๋ว(เพราะไม่มีขา) ที่นั่งอยู่บนตักของคารามัตสึ
ตลอดมาตั้งแต่วันนั้น... คารามัตสึขอเป็นคนดูแลโทโดมัตสึเอง จึงตัดปัญหาหลายๆอย่างไปได้ และเมื่อได้ดูแลโทโดมัตสึ เขาก็ไม่ไปกางอาณาเขตถึงบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ตามที่เคยให้สัญญาไว้จริงๆ... เป็นคนดีจนน่าตกใจเลยล่ะ

“ขอบคุณสำหรับคำเตือนของท่าน .... แล้วข้าก็ขอเตือนท่านบาทหลวงและโทโดมัตสึไว้ด้วยเหมือนกัน”

     โอโซมัตสึพูดพร้อมลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นตามตัวแล้วพูดต่อ

“ถ้าเห็นเปลวเพลิงลุกไหม้ป่าล่ะก็... อย่าออกมานอกโบสถ์นะ....”

     คารามัตสึพยักหน้ารับ ก่อนจะพูดพึมพำ “ขอบคุณสำหรับคำเตือนของท่าน” ส่วนโทโดมัตสึกลับขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ


                โอโซมัตสึยิ้มให้ตัวเองก่อนจะรีบออกจากโบสถ์ไปให้เร็วที่สุด...

อย่างน้อยก็ไม่อยากให้ท่านบาทหลวงกับโทโดมัตสึติดร่างแหไปด้วย

ใช่แล้ว... วันนี้คารามัตสึเล่าให้ฟังว่าได้ยินชาวบ้านในเมืองคุยกันว่าพบเห็น “ปีศาจ” อยู่ในป่า ซึ่งปีศาจนั่นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากตัวเขาเอง ซึ่งก็หมายความว่าเรื่องของเขากำลังจะแดงขึ้นมาซะแล้ว...

                ชาวบ้านคงกำลังคิดจะกำจัดเขาอยู่ เพราะงั้นท่านบาทหลวงเลยมาเตือนให้รีบหนีไปให้ไกล

“ฮะ ฮะ.... จะทำแบบนั้นได้ไงเล่า....”

                บ่นพึมพำกับตัวเองเสียงเบา...


                อา.... ไฟเต็มไปหมดเลย....

ลุกท่วมทั้งป่าจนต้นไม้สีเขียวชอุ่มกลายเป็นสีแดงส้มของกองเพลิง...

เขารู้ตัวดีอยู่แล้วล่ะ ว่าถ้าชาวบ้านสงสัยว่าเจอปีศาจในป่านี้ล่ะก็... ต่อให้พวกเขาหาปีศาจไม่เจอ พวกเขาก็จะเผาป่านี้ให้ราบเป็นหน้ากองอยู่ดี ตัวเขาน่ะจะหนีไปไหนไกลๆก็ได้ ...

แต่ “บ่อน้ำ” น่ะ... หนีไปไหนไม่ได้หรอกนะ

“... เผาป่ากันซะขนาดนี้ ไม่กลัวท่านเทพธิดาร้อนกันเลยหรือไง?”

โอโซมัตสึพูดพึมพำเบาๆกับตัวเอง ขณะบินหลบๆอยู่ตามต้นไม้ .... ต้องชวนหนีให้ได้ พาออกมาจากบ่อน้ำ แล้วหนีไปสักที่ด้วยกัน ... ที่ที่ไม่มีกฎเกณฑ์อะไรมาทำให้พวกเขาแยกจากกัน

“... อึก!!!?
ก่อนจะเผลอหวีดร้องออกมา
เพราะเมื่อกี้มัวแต่พยายามบินต่ำๆและมองหาบ่อน้ำ เลยไม่ได้รู้ตัวว่ามีเสียงปืนดังขึ้น....
และกระสุนนั้นก็ผ่านทะลุปีกข้างหนึ่งไปจนมันพับลงอย่างน่าเวทนา

     .... เขาถูกยิง?
เลือดสีแดงสดส่งกลิ่นคาวไหลออกมาจากช่องโหว่ตรงปีกนั่น ความเจ็บปวดที่เพิ่งเคยได้รับทำให้เผลอกรีดร้องด้วยความเจ็บไปอย่างลืมตัว

“อ้ากกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!

และแน่นอนว่ามันคือการชี้เป้าดีๆนี่เอง...
ตอนนี้ร่างของ “จอมปีศาจ” ไหลลงนอนเลือดอาบอยู่กับต้นไม้สักต้นในป่า พยายามกลั้นเสียงหวีดร้องอันน่าสมเพชเวทนาของตัวเองที่ไหลออกมาจากริมฝีปากไม่ยอมหยุด

... ตอนนี้บินไม่ขึ้นแล้ว

เพราะงั้นเลยพยายามตั้งสติแล้วกลั้นความเจ็บปวดที่สันหลัง ก่อนจะเดินอย่างทุลักทุเลไปตามทาง แม้ควันไฟจะปิดบังเส้นทางจนตาพร่ามัว...

แต่ไม่ผิดแน่... ตรงนั้นน่ะ... บ่อน้ำ---

ฉึก!!

“อ้ากกกกกก!!!!!!

ความรู้สึกทรมานแล่นไปทั่วร่างกายเมื่อมีอะไรบางอย่างปักลงมาบนขา อาจจะเป็นมีด หรือไม้ หรืออะไรก็ช่างหัวมันเถอะ เพราะตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์หันไปดูเลยสักนิด...


                “พ่อจะออกไปดูข้างนอก อธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจ! ว่าจอมปีศาจนั่นไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด!!!
คารามัตสึร้องพร้อมสวมเสื้อคลุม
หากแต่ถูกดึงเอาไว้หลวมๆโดยโทโดมัตสึ

ใบหน้าของคนตัวเล็กสั่นเทา
“ไม่ได้นะ.... ถ้าผมเสียพี่คารามัตสึไปอีกคน....”

คนเป็นบาทหลวงนิ่วหน้าก่อนจะถามเสียงเบา

“หมายความว่าไง?.... นายพูดเหมือนมั่นใจมากว่าจอมปีศาจนั่น.... จะตายน่ะ”

คนตัวเล็กส่ายหน้าหากแต่หางตาเริ่มมีน้ำซึมออกมา

“.... ไม่รู้หรอกว่าตอนนี้เป็นยังไงบ้าง... แต่เสียงร้องที่กำลังดังอยู่ในป่านี่น่ากลัวมากเลย....”

เสียงร้อง?
แม้คารามัตสึจะไม่ได้ยินอะไรเลยสักอย่าง แต่ก็พอเดาได้ว่าพวกปีศาจคงมีเส้นใยบางอย่างส่งถึงกัน และโทโดมัตสึคงได้ยินเสียงร้องของเจ้านั่นแล้วแน่ๆ

และในขณะที่กำลังสับสนในใจ เมื่อมองออกไปข้างนอกก็พบกับเปลวเพลิงมากมายที่ลุกเผาทำลายป่า

ถ้าเห็นเปลวเพลิงลุกไหม้ป่าล่ะก็... อย่าออกมานอกโบสถ์นะ....
เมื่อคำพูดนั้นแล่นขึ้นมา คารามัตสึก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่

“พ่อจะยอมทำตามคำขอสุดท้ายของเจ้าก็ได้... อาเมน”

 

โอโซมัตสึเค้นหัวเราะเสียงเบา...

ตอนนี้ในหัวน่ะมันมีแค่ความคิดที่ว่า

.... อยากจะเห็นหน้าสักครั้งจัง .... อยากจะให้เจ้าเรียกข้าว่า “โอโซมัตสึ” บ้างจัง

ฮะๆ เป็นความคิดที่เอาแต่ได้น่าดูเลยเนอะ?

เจ้าต้องไม่ชอบใจแน่ๆเลย ที่ข้าเอาแต่คิดเห็นแก่ตัวแบบนี้...

“อึก!!!!

.... เพราะเอาแต่คิดแบบนั้น แม้จะโดนใครเอาอะไรมาปัก หรือมาเสียบ หรือแม้แต่กระสุนที่ทะลุผ่านลำตัวมานี่ก็เลยไม่สนใจเลยสักอย่างเดียว ....

แค่อยากจะไปให้ถึงบ่อน้ำนั่น...
ยิ้มให้ข้า
เรียกชื่อข้า
ให้ข้าได้เห็นหน้าเจ้าก่อนสิ้นใจ

     ไม่ล่ะ.... ภาพท่านในสภาพกำลังจะตายน่ะ.... ข้าไม่อยากเห็นหรอกนะ

ก่อนที่เสียงนั้นจะดังขึ้นมาในหัว....

เป็นจังหวะเดียวกับที่ร่างกายนี้คลานไปไม่ไหวแล้ว....

“ขอโทษนะ... ข้ามันเห็นแก่ตัวนั่นแหละ”

โอโซมัตสึพูดเสียงเบา ก่อนจะพยายามรวบรวมแรงที่มีเหลือทั้งหมดไปด้านหน้าตัวเอง

     “ถึงเจ้าจะไม่อยากเห็นหน้าข้าก็เถอะ....
แต่ข้าน่ะอยากเห็นหน้าเจ้าเป็นคนสุดท้ายนะ....

.... โจโรมัตสึ”

นิ้วหนึ่งหย่อนสัมผัสผิวน้ำเพียงแผ่วเบา เกิดเป็นแสงสีขาวส่องสว่างขึ้นมา โจโรมัตสึปรากฏตัวขึ้นมา แต่กลับไม่มีใครสังเกตเห็นเทพธิดาอยู่ตรงนี้เลยสักคน....

 


      ... นี่มันเกิดอะไรขึ้น?

ภาพตรงหน้านี่คืออะไร?

ไฟที่ลุกโหมกระหน่ำทำลายป่า

กลิ่นเลือด

ภาพของคนตรงหน้า

นี่เป็นฝันงั้นเหรอ? ... ไม่สิ ข้าไม่เคยมีฝัน... เพราะงั้นภาพตรงหน้านี่คือความจริง....

โอโซมัตสึที่กำลังเลือดอาบตัวนั่นคือความจริงงั้นหรือ?

.... ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจ!!! ไม่เข้าใจเลยสักอย่างเดียว!!!!!

จูชิมัตสึมีพลังเทพที่ทำให้ล่องหนได้นี่นา.... งั้นหมายความว่าตอนนี้ที่ไม่มีใครเห็นเขาเพราะจูชิมัตสึกำลังใช้พลังอยู่งั้นเหรอ?

และระหว่างที่กำลังสับสนงุนงงในใจอยู่นั้น...


“ดีใจจังที่ได้เจอหน้าเจ้าอีกครั้ง....”

เสียงนั่นยังพูดอย่างอารมณ์ดี
บ้าเอ้ย... เลือดอาบอยู่แท้ๆไม่ใช่หรือไง
เพราะงั้น... อย่ามาพูดแบบนั้นนะ....
ไม่สิ
! อย่ามาล้อเล่นกันแบบนี้นะ!!

“รักนะ .... ลาก่อน... โจโรมัตสึ”

และภาพต่อไปที่เห็นก็กลายเป็นสีดำ เพราะถูกปิดตาเอาไว้จนมองไม่เห็นสิ่งใด .... แต่ก็พอจะเดาได้ ... สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป ... ทั้งกลิ่นเลือดที่ทวีความรุนแรง ทั้งเสียงของมีคมที่ปาดผ่านไปอย่างเฉียบขาด

รู้สึกจิตใจแหลกสลายจนแม้แต่น้ำตาก็ยังไม่ไหลออกมา

 

                ไม่รู้ว่าถูกปิดตาอยู่นานแค่ไหน แต่รู้ตัวอีกทีเสียงเฮของพวกชาวบ้านก็ห่างออกไปไกลแล้ว
มือที่ปิดตาอยู่นี่ถึงได้ยอมปล่อยให้เขาได้มองเห็นภาพตรงหน้า

“ขอโทษนะท่านเทพธิดา แต่คำขอสุดท้ายที่ท่านจอมปีศาจขอคือไม่อยากให้ท่านเห็นภาพตอนเขาตาย”

จูชิมัตสึพูดด้วยสีหน้าหม่นหมองจนเหมือนไม่ใช่ตัวเขา
โจโรมัตสึไม่ได้พูดตอบอะไร เขาเพียงแต่มองศีรษะของจอมปีศาจที่กลิ้งหลุนไปมาอยู่บนพื้น

“.... รักนะ”
“ข้ารักท่านนะ.... โอโซมัตสึ....”
“นี่... ตื่นมาฟังข้าสิ... ข้า... รักท่าน”
“โอโซมัตสึ.... โอโซมัตสึ.... โอโซ....”
มือตะเกียกตะกายยื่นไปคว้าศีรษะนั่นมากอดไว้อย่างหวงแหน

     อิจิมัตสึที่เฝ้ามองทั้งหมดมานานแล้วรีบบินลงมาดึงจูชิมัตสึที่ดูเหมือนจะยังไม่รู้อะไรให้ขึ้นมาด้วยกันแทบทันที

“ทะ— ทำไมเหรอ??”
จูชิมัตสึหันมองยมทูตที่พึมพำเสียงเบา
“ท่านเทพธิดาประคองสติไม่อยู่แล้ว.... เขากำลังจะปิดผนึกตัวเองตลอดกาล”

ดวงตาของจูชิเบิกกว้าง ส่วนอิจิมัตสึกลับเริ่มมีรอยยิ้ม

“ความรักมักทำให้เกิดเรื่องเหนือคาดหมายได้ตลอด... จริงๆด้วยเนอะ”


                “อ้ากกกกกก แสบบบบบบ!!!!
“ท่านคิดว่าข้าไม่แสบไม่ร้อนบ้างเหรอ
!? ข้าเป็นคนช่วยท่านขึ้นมาจากบ่อน้ำนะ!!!
โอโซมัตสึเบ้หน้า ... เมื่อคืนดื่มหนักไปหน่อยเลยเผลอบินหลงมาในป่าที่ตัวเองไม่รู้จัก แถมยังไหลลงบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มีเทพธิดาสิงอยู่อีก ...น่าอายชะมัด
“เออ... ข้าขอบคุณก็แล้วกัน
!

                “ข้าชื่อโอโซมัตสึ!! เจ้าล่ะ?”
“... ทำไมข้าต้องบอกปีศาจแบบท่านด้วย?”
“มารยาทไง.... ข้าบอกชื่อเจ้าแล้ว เจ้าก็ต้องบอกข้าสิ....”
“อึก... จะ— โจโรมัตสึ...”

                “อยู่ๆเอาอะไรมาทิ้งในน้ำทำไม หะ!!!?
“... ก็เรียกเจ้าออกมาไง ... วิธีนี้น่าจะเรียกได้ไวที่สุด”
โจโรมัตสึถอนหายใจ พร้อมยื่นหนังสือโป๊คืนให้โอโซมัตสึที่รับมายิ้มๆ
“เรียกข้าออกมาทำไม?”
“อยากเจอเฉยๆน่ะ... ไม่ได้เจอเจ้าข้ารู้สึกเหมือนจะขาดใจตายเลย”
“เว่อร์....”


                ความทรงจำมากมายระหว่างเราหลั่งไหลเข้ามาในหัวไม่มีหยุด...
โจโรมัตสึยืนนิ่งพร้อมจ้องมองศีรษะในมือตัวเองตาไม่กระพริบ

“.... คนบ้า”

พูดต่อว่าออกไปพร้อมประทับจุมพิตลงบนริมฝีปากของศีรษะไร้วิญญาณ

“ถ้าท่านไม่มีชีวิตอยู่... แล้วข้าจะมีชีวิตอยู่ไปทำไมล่ะ?”

พูดจบก็ค่อยๆปล่อยตัวเองให้จมหายไปในบ่อน้ำ

ใช่แล้ว.... โลกที่ไม่มีท่านอยู่น่ะ
ข้าไม่เอาหรอกนะ...
เพราะงั้น...

มาอยู่ด้วยกันตลอดไปเถอะโอโซมัตสึ ... ♥




 จบแล้ววววว เย้!!
แต่งเรื่องแบบมีพล็อตไว้ก่อนมันดีแบบนี้นี่เอง.... /จบไวดี

ถ้าสรรพนามหรือเผลอแต่งอะไรแปลกๆไปต้องขอโทษด้วยค่ะ

ไม่สิ ก่อนอื่นต้องขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ
คนแต่งเป็นโอโซมัตสึเกิร์ลที่ชอบเห็นหน้าสิ้นหวังของพี่โอโซค่ะ
และคนแต่งโคตรจะชอบ AU ปีศาจกับเทพธิดาเลยค่ะ อ้ากกกกกก

พอแล้วค่ะ ไม่เวิ่นเว้อมาก5555555
ถ้าชอบ ถ้าใช่(?) ก็ฝากคอมเม้นท์นิดนึงนะคะ เราชอบอ่านเม้นท์ค่ะ
(โดยเฉพาะเม้นท์สครีม /S มั้ยล่ะคุณ(....))

ปล.ก่อนจาก...
ใครชอบคู่นี้เวอร์ชั่นปีศาจกับเทพธิดา หารูปคู่นี้เสพได้ในแท็ก デビめが นะคะ

เครดิตรูปภาพ


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ HanakoSan จากทั้งหมด 5 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

7 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 21:59
    เราชอบบบบบบบ คู่นี้ค่ะ
    จริงๆโอโซโจโร โจโรโอโซได้หมดเลยย แต่ค่อนไปทางสครีมโอโซโจโรมากกว่าค่ะ
    เราว่าโอโซดูเป็นพี่ใหญ่อบอุ่นงงงี้
    หาคนสครีมด้วยอยู่เหมือนกันค่ะ แหะ5555555
    เผื่ออยากคุยกันต่อ ทักทวิตได้นะะ@cydmq

    ส่วนฟิค น่ารักดีค่ะะะ ไม่คิดว่าโอโซจะตาย!
    หัวจาดด้วยฮือออ ซึ้งตรงที่โอโซแบบไม่อยากมห้โจโรเห็นตัวเองตอนตาย แล้วโจโรก็ทำอะไรไม่ถูกแล้ว ตอนโดดนปิตา ลืมมาอีกทีก็เห็นหัวขาด ล้ว 😭😭😭 ซึ้งไปอีกตอนนึกย้อนความหลังค่ะ ดูมีความสุข
    จบเศร้างะะ 555555 เสียใจจจ
    #7
    0
  2. วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 14:45
    ชอบมากเลยยย ตอนจบมีความพีค(หรือเราคิดไปเอง5555) อยากให้โอโซรู้จีงน้าว่าโจโรจังรักขนาดไหน555555 อิจิไม่หลุดคาร์เลย มีความดาร์ก ชอบบบบ ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ //โค้ง
    #6
    0
  3. #5 Q<Q
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 01:38
    อ่านฟิคคู่นี้ครั้งแรก

    ประเดิมฟิคแรกในแฟนด้อมด้วยความปวดตับกันเลยค่ะ..
    #5
    0
  4. วันที่ 8 เมษายน 2559 / 20:21
    ชอบมากค่ะ ขอบคุณที่แต่งนะคะ
    #จูชิมัตซึน่ารักมาก #อ่าว #ไม่เกี่ยวหรอ
    สนุกมากค่า
    #4
    0
  5. วันที่ 3 มีนาคม 2559 / 23:52
    กรี๊ดดดดดดดด ชอบมากค่า แต่ตอนจบปวดตับมากเลยค่------- ขอบคุณมากนะคะ <3
    #3
    0
  6. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 / 09:20
    คุณไรท์คะ...เทพธิดานี่คือผู้หญิงรึเปล่า!? คุณไรท์คิดอะไรทำเรียกแบบนั้น! ทีจูชิยังเป็นเทวดาเลย(ไหนคุณไรท์บอกว่าจูชิเป็นนางฟ้าไง)
    ปล.เรือเราตรงกันจริง...ไม่สิพูดให้ถูกคือเราติดมาจากเธอนั้นแหละ
    #2
    2
    • 2 กุมภาพันธ์ 2559 / 09:57
      ก็มันมีแต่คนเรียกโจโรเวอร์ชั่นนี้ว่าเทพธิดาอ่ะคุณณณณณ
      แต่งไปพิมพ์คำว่าเทพบุตรไปมันก็แปลกๆปะ55555555555555555

      /เธอจงขึ้นเรือมากับเรา /เรือเราคือทุกลำนั่นแหละ /.....
      ตอนเราแต่งเราก็คิดนะ แต่คิดไปคิดมา พิมพ์เทพธิดาแล้วมันสละสลวยกว่าอ่ะ เฮ้อ
      #2-1
    • 2 กุมภาพันธ์ 2559 / 19:16
      อย่างเธอไม่ได้อยู่บนเรือแล้ว...ระดับมันคือมหาสุทรที่โอบเรือทุกลำ~
      #2-2
  7. #1 Sana
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:40
    ต่อเร็วๆน้าาาาาาาาาาา

    #1
    0