(Ficexo) Anymore - hunbaek

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 9,939 Views

  • 400 Comments

  • 682 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    202

    Overall
    9,939

ตอนที่ 25 : Anymore } 24

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 378
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    13 มิ.ย. 62


Anymore Part 24





     “คุณมาได้ยังไงครับ!


     “มาตามเด็กดื้อกลับบ้าน” แม้จะออกแรงขัดขืนในตอนที่ผมได้สติกลับคืน แต่คุณเซฮุนยังกอดผมแน่นไม่ยอมปล่อย “นายทำฉันเป็นห่วงรู้ตัวบ้างไหม”


          โทนเสียงอบอุ่นของเขาทำขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมา ในตอนนี้ผมก็ยังดูเหมือนกับคนโง่อยู่ดี เขาทำให้ผมตกอยู่ในความรู้สึกเดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า


     “พอเถอะครับ”


     “ขอฉันกอดอีกหน่อ-


     “เรื่องของเราหยุดแค่นี้เถอะ อย่าจริงจังไปมากกว่านี้เลย”


     ร่างสูงคลายสวมกอดผละตัวมายืนประจันหน้า “มันดีแล้วเหรอที่ตัดสินใจแบบนี้ กลับบ้านกับฉันเถอะนะแบคฮยอน”


     “ผมอยู่ที่นี่ก็สบายดี ผมโอเค แล้วหวังว่าคุณจะเข้าใจ”


     “จะให้ฉันเข้าใจอะไร นายช่วยอธิบายหน่อยได้ไหม ทำไมถึงย้ายของออกมา”


      “ผมไม่อยากต้องกังวลเรื่องของเราอีกแล้ว ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมานะครับ แต่ผมอยากให้คุณลืมมันแล้วเริ่มต้นใหม่กับใครสักคนที่ไม่ใช่ผม”


     “นายคิดว่าฉันจะมีความสุขมากกว่าการไม่มีนายงั้นเหรอ” ร่างสูงแค่นหัวเราะก่อนเปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงจัง “อย่าคิดไปเอง อย่าคิดว่าฉันจะมีความสุขได้กับสิ่งที่นายยัดเยียดให้ ขอร้องล่ะอย่าพูดแบบนี้อีก” มือแกร่งยื่นมาเช็ดน้ำตาที่หน้าแก้มของผม


          “นายก็รู้ว่ามันจะทำให้เราทั้งคู่เจ็บมากขึ้นเรื่อย ๆ”



          ความเสียใจ ความเจ็บปวด ผมเจอมันมาหลายครั้งแล้ว


          ทุกครั้งที่พยายามปล่อยวางกลับพบว่าหลุดพ้นจากมันไปได้ยาก แต่ครั้งนี้ผมจะผ่านมันไปให้ได้


          แววตาตัดพ้อถูกส่งมาพร้อมซองกระดาษยื่นมาตรงหน้า


     “นี่อะไรครับ”


     “เงินค่าเช่าห้องที่นายเคยจ่าย”


     “ให้ผมทำไมครับ ผมจ่ายไปแล้ว”


     “รับไว้เถอะ จะได้เอาไว้กินเอาไว้ใช้”


          ถึงแม้ว่าผมจะอยู่ไม่ครบสามเดือนอย่างที่เคยจ่ายไป แต่ถ้ารวมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตอนอยู่บ้านหลังนั้น คุณเซฮุนให้ผมมากกว่าด้วยซ้ำ


     “ไม่ครับ ผมถือว่าผมใช้มันไปแล้ว ไม่อยากต้องติดค้างเป็นบุญคุณกัน”


     “ฉันเต็มใจให้ คิดซะว่าให้ด้วยความเสน่หาแล้วกัน” ซองสีน้ำตาลถูกยัดใส่มือผม “รับไว้แล้วฉันจะยอมไป”


          ในตอนนี้ผมไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไรต่อ แต่การรับเงินไว้อาจทำให้ทุกอย่างผ่านไปได้เร็วขึ้น


     "ขอบคุณครับ"


     “ทุกคนที่ร้านคิดถึงนายนะ ถ้าอยากกลับไปทำงานที่ร้าน-


     “ไม่ครับ ผมคงไม่ทำแล้ว ฝากบอกพี่จุนกับพี่คยองด้วย ไว้ผมว่างจะแวะไปหา”


          พึ่งสังเกตเห็นว่าที่มุมปากคุณเซฮุนมีแผล แต่ผมก็เลือกที่จะเงียบมากกว่าจะถามหรือแสดงความเป็นห่วง ปล่อยเวลาให้ผ่านไปจนกระทั่งเขาเอ่ยประโยคสุดท้าย


     “ระหว่างเรามันคงจะยากสำหรับนาย ฉันหวังว่าเวลาจะทำให้เราทั้งคู่คิดทบทวนเรื่องนี้ได้มากขึ้น”


          ก่อนเสียงประตูห้องปิดลง


          ใจผมยังคงสั่นอยู่อย่างนั้นขณะกำของในมือไว้แน่พลางก้มหน้าน้ำตาร่วง


          "ฮือ..ฮื..อ..."



          ผมรู้ดี ตอนจบของเรื่องนี้จะเป็นแบบไหน



         ได้แต่บอกกับตัวเองว่าไม่เป็นไร เมื่อผ่านพ้นฤดูหนาวนี้ไปได้ นายจะลืมเขาไปได้เอง

 

 






#ห้องเช่าฮุนแบค







 

     “เชฟ”


     “ครับแม่”


     “นี่ก็เป็นอาทิตย์แล้วนะ ลูกไปตามน้องกลับมาดีไหม”


     “ไม่มีประโยชน์หรอกครับ ผมไปมาแล้ว”


     “แล้วเชฟจะเอายังไง นั่งซึมกระทืออยู่แบบนี้ ปิดร้านกลับบ้านไปพักผ่อนดีกว่านะ”


          ‘ไม่มีผม คุณต้องเหงาหูแน่ ๆ

          ‘เงียบหูดีต่างหาก


          คำพูดของใครบางคนทำให้ผมคิดได้เมื่อไม่มีเขาอยู่


     “ไม่เป็นไรครับ ผมยังไม่อยากกลับ” อย่างน้อยการอยู่ที่นี่อาจทำให้ผมฟุ้งซ่านน้อยลง


          ‘ฝากบอกพี่จุนกับพี่คยองด้วย ไว้ผมว่างจะแวะไปหา


          คงเป็นอีกวันหนึ่งที่ผมหวังจะได้เจอแบคฮยอน


          ตอนนี้นายทำอะไรอยู่ 


        คิดถึงกันเหมือนฉันบ้างไหม


          คำพูดเหล่านี้ดูไร้ความหมาย ความทรงจำที่มีร่วมกันแสนยาวนานในความรู้สึกกลายเป็นเหมือนรูปโพลารอยด์รูปหนึ่ง



          ผมคิดถึงช่วงที่มีเราอยู่เสมอ







 

     “คุณมีกล้องโพลารอยด์ด้วยเหรอครับ” ร่างเล็กถือถุงขนมเดินมาทิ้งตัวบนโซฟาข้างกันราวกับภาพเดจาวู


     “อือ ซื้อมานานแล้วแต่ยังไม่เคยลองถ่ายเลย”


     “ผมขอลองได้ไหม” เพียงรอยยิ้มหวานกล้องเลยเปลี่ยนไปอยู่ที่มือแบคฮยอนอย่างง่ายดาย “หันมามองกล้องหน่อยครับ”


     “ถ่ายอย่างอื่นสิ อย่าถ่ายฉัน” ไม่ใช่ว่าเขากลัวกล้องแต่เพราะกำลังโดนจ้องเลยทำตัวไม่ถูกมากกว่า


     “ก็ผมอยากถ่ายคุณอะ หันมายิ้มให้กล้องหน่อยเร็ว เร็วครับคุณเซฮุน”


      “นับถึงหนึ่งถึงสาม แล้วถ่ายเลยนะ” เขาบอกก่อนอีกฝ่ายจะพยักหน้า


          'หนึ่ง'


         'สอง'


         'สาม'


     “ถ่ายยัง?


     “ยังครับ ถ่ายไม่ทัน”


     “ไม่ทันได้ไง”


     “ก็คุณยิ้มแบบเนี้ย” แบคฮยอนทำยิ้มเลียนเขา “นั่นยิ้มหรือกล้ามเนื้อกระตุกอะครับ” แล้วก็เอาแต่ล้อกันไม่เลิก


     “แบคฮยอน!


     แชะ!


     “นั่น นายถ่ายตอนที่ฉันกำลังอ้าปากพูดเหรอ!


     “อุ๊ อุ๊ อู๋ ภาพนี้ต้องออกมาดีแน่ ๆ”


     “ส่งรูปนั่นมา”


     “เดี๋ยวก่อนสิครับ มันยังไม่ชัดเลย” คนตัวเล็กยิ้มพลางสะบัดรูปในมือ เซฮุนมองการกระทำเหล่านั้นได้แต่ส่ายหัวอย่างนึกเอ็นดู


     “คุณ! ผมหนาว”


     “หนาวก็ขยับเข้ามา” แทบจะในทันทีร่างเล็กพุ่งเข้ามามุดอยู่ในผ้าห่มฝืนเดียวกัน


     “ไหนรูปโพลารอยด์ของฉัน”


     “นี่ครับ” คราวนี้เด็กดื้อกลับยอมให้ง่าย ๆ ทว่าพอเห็นมันชัด ๆ เท่านั้นแหละ


          บัดซบ! กำลังอ้าปากตรงคำว่าฮยอนได้พอดิบพอดีเป๊ะ


          เอามันไปเผาทิ้ง!!!


     “มีอีกอย่างที่ผมอยากจะบอกคุณ” แบคฮยอนโชว์โทรศัพท์ให้ดู “ผมทำก็อปปี้ไว้ในนี้แล้วนะ ว๊ากกกก ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ”


          เสียงเด็กแสบระเบิดหัวเราะเซฮุนเลยเข้าแย่งโทรศัพท์นั่นหวังลบรูปทิ้ง แต่มือกลับคว้ากล้องโพลารอยด์มาได้แทน


     “ฉันถ่ายให้บ้างดีไหม”


     “งื้อ~ ไม่ถ่ายครับ หัวยุ่งหมดแล้ว” แบคฮยอนหลบด้วยการเอาศีรษะมามุดที่อกของเขาไม่ยอมท่าเดียว


         เสียงหัวเราะคิกคักดังท่ามกลางห้องนั่งเล่นกำลังทำให้ผมคิดว่านี้คือช่วงที่มีความสุขถึงขีดสุดของชีวิต


          ทว่า....


          ทำไมกลับรู้สึกเศร้าในใจลึก ๆ จนอยากจะร้องไห้ออกมา



          ภาพแบคฮยอนที่เห็นชัดอยู่เลือนรางไป บางครั้งผมเห็นเขาแบบนี้ไปตลอดทั้งคืน แบคฮยอนจะกลับมาทำให้ใจของผมสั่นไหว แล้วหายไปในทุกเช้าที่ลืมตาตื่น


          ในความฝัน แบคฮยอนดูสดใสอยู่เสมอในช่วงเวลาเหล่านั้น แต่ในบางครั้งกลายเป็นคืนที่ผมยังตามหาเขาจนหลงทางอยู่เลย



          ตื่นสักทีเถอะ



          แบคฮยอนไม่ต้องการผมอีกแล้ว







 








 

          ทุก ๆ วันผ่านไปผมยังคงใช้ชีวิตอยู่กับตัวเอง กินข้าวคนเดียว ดูหนังคนเดียว ผมคิดว่าตัวเองคงมีความสุขขึ้นมาช่วงหนึ่ง


          ทว่าหนังที่กำลังฉายอยู่เบื้องหน้าพาใครอีกคนเข้ามาในความคิด ผมหันมองความว่างเปล่าที่เก้าอี้ข้างกายกลับรู้สึกโดดเดี่ยว


          ความสุขที่ผมต้องการไม่เคยเกิดขึ้นจริง แต่กลับเสียใจทุกครั้งเพียงคิดว่าคุณเซฮุนยังนั่งดูหนังอยู่ข้างกันตรงนี้


     คุณทำอะไรครับ! นี่มันกลางถนนนะ!’

     ‘คนเยอะ ไม่จับมือกันไว้เดี๋ยวหลง

     ‘แต่พวกเขาจะมองเรา

     ‘ฉันสนแค่นายจะไม่หายไปไหน


          ความทรงจำแสนเรียบง่าย ตอนที่คุณเซฮุนจับมือผมเดินไปตามทางด้วยกัน ผมตื่นเต้นกับการกระทำเหล่านั้น ช่วงฤดูหนาวที่เราเคยมีความสุขร่วมกันกลายเป็นไม่มีความหมายอะไรอีก


          ผมเดินอยู่เพียงลำพังบนถนนเส้นเก่า พยายามลืมฉากสุดท้ายของเราในวันนั้นกลับมีแต่หัวใจของผมที่กำลังเจ็บปวดอยู่แบบนี้


          การที่ผมรักเขาแค่คนเดียว เลิกราอยู่ฝ่ายเดียว มันทำให้ผมมีช่วงเวลาที่ยากลำบากมากจริง ๆ 


          เมื่อไหร่ผมจะเลิกเฮิร์ทกับเรื่องนี้สักที



          สองขาก้าวมาหยุดข้างทางม้าลาย หัวใจกลับเต้นระส่ำอีกครั้งเมื่อกำลังมองเห็นใครบางคนยืนห่างออกไปในระยะสายตา


          คุณเซฮุน


          เขาเองคงตกใจที่เห็นผมเช่นกัน


          ราวกับโลกถูกบีบให้แคบลงเรื่อย ๆ กว่าจะรู้ตัวว่ามันพาให้ร่างสูงมายืนตรงหน้า สัญญาณไฟกลับเตือนผมว่าต้องไปแล้ว


     “ฉัน-…


      “ลาก่อนนะครับ” เมืองที่ถูกแต่งแต้มไปด้วยแสงไฟมีเพียงเสียงที่แสนเย็นชาของผม


          ขอโทษที่ผมไม่สามารถกลับไปได้ ขอโทษที่ผมมันเห็นแก่ตัว


          ทุกวินาทีที่กำลังเคลื่อนผ่านไปตามทางม้าลายเพียงปรารถนาไม่อยากให้มันมีวันจบ ผมไม่มีความมั่นใจเอาซะเลยกับการตัดสินใจให้ระหว่างเราเป็นแบบนี้


          ผมถึงไม่กล้าหันกลับไปเพียงข้ามมาขึ้นรถโดยสายประจำทาง เพราะใจกลัว กลัวว่าหากมองกลับไป เขาอาจจะหายไปแล้ว


          คุณเซฮุนไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว


 .

.

.

.

.

 

      “ฉันขอโทษ ที่ผ่านมาทำให้นายกังวลใจ ฉันขอโอกาสทำให้มันดีขึ้นหลังจากนี้ได้ไหม นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะบอกกับแบคฮยอน


        ถ้าฉันปล่อยนายไปคิดว่าคงจะจบกันแค่นี้จริง ๆ สินะ


          ผมได้แต่ยืนมองอีกฝ่ายห่างออกไปเรื่อย ๆ  เฝ้ามองแผ่นหลังนั่นหายไปจนลับสายตา


          ไม่ว่าผมจะพยายามโทษตัวเองมากแค่ไหน แต่ดูเหมือนว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่แบคฮยอนจะหันกลับมาให้อภัยกัน


       

 

 








 

          ร่างเล็กย่ำเท้าขึ้นมาตามบันไดหอพัก มือหนึ่งถือถุงข้าวของจากร้านสะดวกซื้อ วันนี้เขารู้สึกเหนื่อยจนอยากจะกระโดดลงเตียงทันที่เปิดประตูห้องเข้าไปได้ ทว่ากลับต้องชะงักฝีเท้า


      “คุณป้ารู้ไหมครับว่าคนที่เช่าห้องนี้จะกลับมาตอนไหน”


     “ปกติก็จะกลับเวลานี้แหละค่ะคุณตำรวจ เดี๋ยวก็คงกลับมาแล้ว” นายตำรวจสองคนกำลังยืนคุยกับป้าเจ้าของหออยู่ที่หน้าห้องของผม


     “งั้นผมขออนุญาตยืนรอเค้าอยู่ตรงนี้”


     “ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรกันเหรอคะ?


               Rrrrrr Rrrrrr


          เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงดังขึ้นก่อนพวกเขาจะหันมามองผมเป็นตาเดียว


     “เด็กนั่นไงที่ชื่อแบคฮยอน” ซวยแล้ว ป้าแกเล่นชี้ตัวผมซะขนาดนี้


     “จ่ารีบตามไปเร็ว!” เสียงตะโกนดังไล่หลังผมมาติด ๆ


          ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องหนีในเมื่อผมไม่ได้ทำอะไรผิด แต่สองขากลับวิ่งมาไม่หยุด


          ไม่สนแล้วโว้ยตอนนี้หนีก่อน


          Rrrrrr Rrrrrr


          เสียงโทรศัพท์ยังคงดังอยู่อย่างนั้น ใครช่างโทรมาได้ถูกที่ถูกเวลาจริง ๆ ผมล้วงมันออกมาดูก่อนเห็นว่าโชว์เบอร์ใครจึงรีบกดรับสายทันที


     “คุณนาย! ช่วยผมด้วยครับ ช่วยผมด้วย”


     [แบคฮยอนเกิดอะไรขึ้น!]


     “ตำรวจกำลังจะจับผม” สับสองขาวิ่งออกมาถึงถนนใหญ่ก่อนเห็นว่ามีรถโดยสารคันหนึ่งเตรียมจะเทียบจอดหน้าป้ายรถเมล์ข้างหน้า ราวฟ้าเปิดทางสว่าง


     รอดแล้วเรา


     ผมกำโทรศัพท์ไว้แน่ก่อนวิ่งสี่คูณร้อยไปยังเป้าหมายทันที ทว่าจังหวะที่กำลังจะกระโจนขึ้นรถ


     “จะไปไหน


          จู่ ๆ ตำรวจร่างยักษ์เกิดโผล่มาคว้าตัวผมหลุดลอยออกจากขอบประตูรถเมล์ก่อนมันจะปิดลงต่อหน้าต่อตา


          จบแล้วครับชีวิตไอ้แบค


          จบด้วยการที่ผมนั่งกอดเข่าอยู่ในห้องขังทั้งที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย เขาบอกว่าผมเป็นผู้ต้องหาคดีคุกคามทางเพศ เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนผมเริ่มคุมสติตัวเองไม่อยู่


          แม่ครับ พ่อครับ ฮือออ~ ช่วยแบคด้วย ผมไม่อยากอยู่ในนี้


     “แบคฮยอนเป็นยังไงบ้างลูก!


     “คุณนาย!” ผมร้องไห้ออกมาทันทีที่ได้ยินเสียงใครบางคนดังขึ้น เธอเข้ามาจับมือผมไว้จากด้านนอกห้องขัง “บอกตำรวจให้ผมที อึก!..ฮื..อ...ว่าผมไม่ได้ทำอะไรผิด”


     “แบคฮยอนใจเย็น ๆ ฉันกำลังช่วยประกันตัวออกมานะ”


     “ผมไม่ได้ทำนะครับคุณนาย ผมไม่ได้ทำ”


     “ฉันรู้ น้องแบคอย่างร้องเลยนะ” เธอเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาให้ผม


     “ขอบคุณครับ ขอบคุณที่มาหาผม” พูดทั้งน้ำตานองถึงคราวยากลำบาก ผมยังมีคุณนายอีกคนที่พร้อมยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ


      “หิวไหมลูก ทนอีกหน่อยนะเดี๋ยวก็ได้ออกมาแล้ว” ผมสายหน้าบอกเธอว่าไม่เป็นไรพลางกวาดตามองหาใครอีกคน


      “คุณเซฮุนล่ะครับ”










#ห้องเช่าฮุนแบค


--------------------------------------------------
โปรดติดตามตอนต่อไป
เข้าสู่ช่วงท้ายของเรื่องแล้วค่ะ
อีกไม่เกิน 2 ตอน อาจตัดจะจบตอนหน้าเลยก็ได้
ไรท์ขอโทษด้วยที่ทำให้ทุกคนต้องรอ
Happy Baekhyun Day
KimJuncotton Day
(22/05/2019)





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #400 Bam_Cha (@Bam_Chamaiporn04) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 09:06
    คิดถึงเรื่องนี้ รอไรท์มาต่อ~~~~
    #400
    0
  2. #399 tawal (@tawaln04) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 15:31
    ทำไมทำกับน้องแบคแบบนี้ น้องแบคให้โอกาส​พี่เซฮุนหน่อยน้า
    #399
    0
  3. #398 Bam_Cha (@Bam_Chamaiporn04) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 21:12
    แบคคเอ้ยยย
    #398
    0
  4. #397 Grubgrib_dee (@ggnat) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 17:37
    อิหยังวะ!!! งงไปหมดแล้วค่ะซิส
    #397
    0
  5. #396 mackle (@oily23) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 17:11
    ไอรีนเน่ๆ
    #396
    0
  6. วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 09:02
    เนี่ยทำน้องเดือดร้อนอีกละ รอบนี้จงอินต่อยเบ้าตาแตกแน่ๆ
    #395
    0
  7. #394 snutkrita (@papapoppui) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 05:46
    มาจับน้องทำไม รอตอนต่อไปนะคะ
    #394
    0
  8. #393 IOOIOIIIIO (@IOOIOIIIIO) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 05:09
    อีชะนีไอรีน หนอยยยยยยยยยย
    #393
    0