shot fic Yuri on ice #allYuri

ตอนที่ 4 : รูมเมทผมเป็นอัลฟ่า04 #chuchuyuri

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 199
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    4 ธ.ค. 60

รูมเมทผมเป็นอัลฟ่า!!!

Fandom : Yuri on ice

Pairing : Phichit x Yuri

Warning : คัตสึกิ ยูริ เป็น เบต้า ใครต่อใครก็คิดแบบนั้น ทว่าความจริงแล้วเขาคือ โอเมก้า ที่ระวังตัวเองดีเป็นพิเศษต่างหากล่ะ และความลับก็ยังเป็นความลับต่อไป (?) แม้ว่ารูมเมทของเขาพิชิตจะเป็นถึง อัลฟ่า ก็เถอะ!!!



[4]

 

 

ยูริ ตื่นขึ้นมาพร้อมความรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวอย่างรุนแรงและสิ่งแรกที่จำได้คือเมื่อคืนเขาฮีทในยามที่อยู่กับพิชิต เป็นการฮีทอย่างกระทันหันซึ่งไม่ตรงกับเวลาที่เคยคำนวณเอาไว้ ความเป็นผิดพลาดเป็นครั้งแรก อย่างไม่รู้ว่าเกิดขึ้นได้เช่นไรเหมือนกัน

ส่วนพิชิต เหมือนว่าอีกฝ่ายจะสติแตกพยายามเข้ามากัดที่หลังคอของเขา หลังจากนั้นยูริจึงหนีเข้าห้องน้ำยามที่อีกฝ่ายควบคุมตัวเองได้เปิดโอกาสให้แก่เขา และเพราะไม่มีทางเลือกมากนักจึงต้องจัดการตัวเองอยู่ในห้องน้ำนั่น

และหลังจากนั้น

อุ่น ?

                ชายหนุ่มก้มมองมือตัวเองที่ถูกจับเอาไว้ก่อนจะเผลอยิ้มออกมา เมื่อคืนนั้นใบหน้าขลาดกลัวและสับสนอย่างคนทำอะไรไม่ถูกของพิชิตยามที่รู้ว่าตนเองกำลังทำอะไรลอยเข้ามาในความคิด เล่นทำสีหน้าแบบนั้น ทรมานและขวัญเสียแบบนั้นจะทำให้เขาโกรธอีกฝ่ายลงได้อย่างไรกันล่ะ

ดูก็รู้แล้วว่าอีกคนก็ตกใจไม่แพ้กัน

ถามว่ากลัวไหม ถ้าเกิดเขาไม่อยู่ในช่วงใกล้ฮีท การเข้าใกล้พิชิตก็คงไม่มีปัญหาล่ะมั้งนะ

ยูริลูบหัวเด็กหนุ่มเบาๆเพราะไม่อยากปลุกให้ตื่น สอดนิ้วไปตามกลุ่มผมสีดำนุ่มนั่นแล้วนวดอย่างแผ่วเบาอย่างเคยชิน

ความแตกไวจังนะ คิดพลางเตรียมละฝ่ามือออก หากแต่ข้อมือกลับถูกจับไว้มั่น

                นักกีฬาชาวญี่ปุ่นสะดุ้งโหยงอย่างลืมตัว

                “ขอโทษ ทำให้ตกใจหรอ” คนอายุน้อยกว่าพูดด้วยสีหน้ารู้สึกผิด พิชิตไม่ยอมสบตากับยูริแม้แต่น้อย คล้ายกับว่าเขารู้สึกผิดจนไม่กล้าสู้หน้า “จะย้ายห้องออกไหม อยู่กับอัลฟ่าลำบากใจใช่หรือเปล่า”

                “พิชิตโตะคุง หันหน้ามานี่” ยูริกล่าว น้ำเสียงจริงจังอย่างไม่ให้ปฏิเสธ หนุ่มชาวไทยลังเลเล็กน้อยแต่ก็ยอมหันกลับมาแต่โดดี ขอบตาของพิชิตแดงก่ำเห็นได้ชัดว่าเจ้าตัวร้องไห้ “ตาแดง

                “ยูริก็ด้วย ทำให้กลัวจนร้องไห้ขอโทษนะ” เอ่ยตอบพร้อมเอื้อมมือไปแตะขอบตาบวมแดงของคนอายุมากกว่าแผ่วเบา

                “ไม่เป็นไร พิชิตโตะคุงเองก็ตกใจนี่เนอะ” ว่าแล้วก็ก้มหน้าลงเอาหน้าแนบหน้าผากของอีกคนราวกับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานเป็นเพียงความฝัน “เป็นความผิดของผมเองแหละ ที่ไม่ได้บอกใครว่าเป็นโอเมก้า ถ้าผมบอกเธอสักนิด เธอคงไม่ตกใจขนาดนี้”

                ยูริได้ยินเสียงถอนหายใจ ก่อนที่ร่างกายจะถูกดึงให้เข้าหาจนหล่นจากเตียงมาคร่อมทับพิชิตเอาไว้ พวกเขาอยู่ใกล้กันมากจนแทบจะรู้สึกถึงลมหายใจของกันและกัน ชายหนุ่มเอียงคอคล้ายไม่เข้าใจว่าเด็กหนุ่มจะทำอะไร

                “ไม่ได้นะ” พิชิตว่าน้ำเสียงนั้นเข้มขึ้นและแฝงไว้ด้วยความจริงจัง “จะเข้าใกล้อัลฟ่ามากขนาดนี้ไม่ได้นะ ถึงอัลฟ่าคนนั้นจะเป็นผมก็เถอะ

                “พิชิตโตะคุง” เรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง เจ้าของชื่อดูแล้วคล้ายว่ากำลังลังเล ดวงตาสีดำนั้นฉายแววสับสนอยู่ครู่ใหญ่จนยูริไม่กล้าขยับหนี

                ทั้งๆที่ไม่ได้ถูกจับหรือกอดรัดเอาไว้ แต่กลับนั่งทับอยู่บนตัวอีกฝ่ายนิ่งงัน

                “มันอันตรายนะ”

                จบประโยค ใบหน้าคนอายุน้อยกว่าก็เลื่อนเข้าใกล้ ริมฝีปากของพิชิตเย็นเฉียบในยามที่แตะลงมากับริมฝีปากของเขา นั่นทำให้ยูริรู้ว่าตัวเองตัวร้อนมากขนาดไหน

                ก็เมื่อคืนเปิดน้ำเย็นใส่ตัวเองเลยนี่เนอะ จะไม่สบายก็คงไม่แปลก

                ริมฝีปากนุ่มถูกไล่เลียทีละเล็กทีละน้อยราวกับว่ามันเป็นไอติม ก่อนที่ลิ้นของพิชิตจะสอดเข้ามายามที่คนอายุมากกว่าเปิดปากอย่างไม่ทันตั้งตัว

                ลิ้นของเด็กหนุ่มเข้าหยอกล้อคนอายุมากกว่า แม้ว่านักกีฬาชาวญี่ปุ่นจะพยายามถอยหนีแต่ก็กลับถูกแกล้งงับปลายลิ้นเอาไว้จนรู้สึกเจ็บ แม้จะไม่มาก แต่ก็เพียงพอให้ส่งเสียงร้องออกมาแผ่วเบา

                “ฮื่อเจ็บ….

                ยูริหลับตาแน่น เขาไม่กล้ามองหน้าของพิชิตในเวลานี้จริงๆ

                ความรู้สึกที่สัมผัสได้คือฝ่ามือเย็นที่กดรั้งต้นคอของเขาให้เข้ามาใกล้ และแรงกอดรัดที่เอวให้ร่างกายแนบชิดกันมากกว่าเดิม

                ริมฝีปากบางถูกขบกัดอย่างจงใจแกล้ง เสียงความเปียกแฉะเหนียวเหนอะของคนจูบกันดังขึ้นในห้องเงียบทำเอายูริใจเต้นแรงจนแทบพยุงตัวไว้ไม่อยู่ ชายหนุ่มรู้สึกเขินจนหน้ามืดตาลายไม่หมด หัวสมองขาวโพลนจนนึกอะไรไม่ออก

                อุณหภูมิร่างกายที่ว่าร้อนอยู่แล้ว พุ่งขึ้นสูงมากไปอีกน่าตกใจ

                นักกีฬาชาวญี่ปุ่นที่ตามไม่ทันกับสัมผัสแปลกใหม่รู้สึกว่าแขนขามันช่างเกะกะ เพราะไม่รู้จะวางมือไว้ที่ไหนจึงตัดสินใจเอื้อมมากอดไหล่ของคนที่กำลังจูบตัวเองเอาไว้

                พิชิตละริมฝีปากออก ดวงตาสีดำจ้องมองอีกคนนิ่งงันอย่างผิดนิสัยก่อนจะกลับกันผลักยูริในนอนราบไปกับพื้นห้อง “และการที่ยูริไม่ยอมมปฏิเสธจูบเมื่อกี้ก็อันตรายนะ”

                รอยยิ้มหวานหากแต่ดูอันตรายกว่าทุกครั้งถูกส่งมาให้ ยูริส่งยิ้มแห้งๆกลับ เขารู้สึกว่าพิชิตในตอนนี้ไม่ควรล้อเล่นด้วยเลย

                “ยูริ อย่าย้ายออกไปได้ไหม”

                มันไม่ใช่คำสั่ง หากแต่เป็นคำขอ

                พอมองสบตากับพิชิต ยูริก็รู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถปฏิเสธอีกคนได้เลย นักกีฬาชาวญี่ปุ่นครุ่นคิด ไม่แน่ใจว่าในเมื่อเขาฮีทในช่วงนี้ไปแล้ว กลางเดือนหน้าเขายังจะฮีทอยู่อีกหรือเปล่า หรือต้องเริ่มนับวันใหม่ เขาต้องคำนวณให้แน่ใจ เพื่อป้องกันตัวเอง

                และไม่ทำให้อัลฟ่าอย่างพิชิตเดือดร้อนไปด้วย

                “ผมจะคุมตัวเองให้อยู่ ดังนั้นอย่าย้ายออกไปนะ”

                คนอายุน้อยกว่าส่งเสียงอ้อน พิชิตวางหน้าแนบไว้กับไหล่ของคนอายุมากกว่าคล้ายกับลังร้องขอ ยูริถอนหายใจ เขาปฏิเสธอัลฟ่าอย่างพิชิตคนนี้ไม่ได้จริงๆ นักกีฬาชาวญี่ปุ่นกดหน้าลงไว้กับกลุ่มผมของเด็กหนุ่มชาวไทย สองมือยกขึ้นมาลูบหลังของอีกฝ่ายไปมา

                “ครับ ไม่ย้ายออกไปไหนหรอก”

                อ่ะ จะว่าไป

                เหมือนเขาจะจำได้นะ ว่าเมื่อวานตัวเองไม่ได้ใส่ชุดนี้

                “พิชิตโตะคุงใครเป็นคนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ผมหรือครับ”

 

 

                เซเลสติโน่มองหน้าเด็กหนุ่มที่ตนเคยเข้าใจมาโดยตลอดว่าเป็นเบต้าด้วยแวตาหนักใจเหมือนคนเป็นพ่อกำลังมองดูลูกชายที่มีปัญหาชีวิตอย่างหนักหนาสาหัส

อยู่ๆเมื่อเช้าวันนี้ ยูริก็เดินเข้ามาบอกว่ามีเรื่องจะสารภาพและก็ ตู้ม

                เซอร์ไพร์สมากเลยล่ะ

                เจ้าตัวมาสารภาพว่าเป็นโอเมก้า!!!

                ไม่รู้ว่าจะต้องทึ่งในความสามารถในการปกปิดอันดีเยี่ยมของเจ้าตัว ที่ทำเอาคนอยู่ร่วมกันร่วมปีอย่างเขาไม่เอะใจสงสัยสักนิด หรือว่าควรจะทึ่งเรื่องความพยายามของยูริก่อนดี น้อยมากที่โอเมก้าสักคนจะสามารถเป็นนักกีฬามืออาชีพที่ได้รับการรับรองได้ ยูริที่เป็นหนึ่งในนั้นแทบจะเรียกว่าเป็นโอเมก้าที่ประสบความสำเร็จทีเดียว

                ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าตัวขี้กังวล กลัวมันตลอดทุกการแข่ง ก็เพราะตนเองเป็นโอเมก้านี่เอง

                ไม่แปลกใจเลยที่เอาแต่ขลุกอยู่กับเขา เพราะสำหรับโอเมก้า การอยู่ใกล้เบต้าคงสบายใจกว่าอยู่ใกล้อัลฟ่าค่อนข้างมาก

คิดได้แบบนั้น ชายหนุ่มหันมองหน้าอัลฟ่าชาวไทยแทบจะทันทีทันใด เหมือนว่าเขาจะหาเรื่องลำบากให้แก่นักกีฬาในการดูแลของตนเองหรือเปล่านะ จับอัลฟ่ามาอยู่กับยูริที่เป็นโอเมก้าเพราะความไม่รู้ไปเสียแล้ว แต่พิชิตกลับขยิบตาและยิ้มออกมาด้วยท่าทีไร้เดียงสา

                “ผมอยู่กับยูริตอนฮีทนะ แต่ไม่เป็นอะไร ดังนั้นอย่าเพิ่งให้ผมย้ายออกเลยนะครับ” ว่าแบบนั้นพร้อมชูสองมือขึ้นท่าทางบริสุทธิ์ใจ “พวกผมกำลังสนิทกัน”

                แม้ท่าทีจะดูเหมือนมีอะไรกำลังปิดบังและไม่ได้พูดออกมา แต่พอหันมามองยูริ เจ้าตัวก็พยักหน้ายืนยันคำตอบ ปลอกคอก็ยังคงไม่ใส่อยู่เช่นเดิม หากแต่ก็ไม่ได้มีร่องรอยการประทับรอยกัดอยู่แต่อย่างใด ยูริป้องกันตัวเองดีขนาดไหน ทำไมเขาจะไม่รู้จักนิสัย ดังนั้นหากเจ้าตัวบอกว่าไม่เป็นอะไรนั่นก็คงไม่ใช่ปัญหา ยูริน่าจะรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้

เป็นอันว่าแม้ไม่อยากจะให้อยู่ด้วยกันแต่เซเลสติโน่เองก็พอรู้ว่าทั้งสองคนสนิทกันมาก

ยูริเองก็เป็นเด็กที่ขาดความมั่นใจ ให้อยู่กับคนที่ร่าเริง มองโลกในแง่ดีอย่างพิชิตไว้น่าจะเป็นเรื่องดี จึงตกลงว่าหากพิชิตโตกว่านี้และห้ามตัวเองไม่ได้เมื่อไหร่เขาก็จะให้ทั้งคู่แยกห้องนอนทันที

                จะว่าไป นี่มันเหมือนปัญหาของคนเป็นพ่อที่ลูกไม่อยากนอนคนเดียวเลยไม่ใช่รึ!

                เซเลสติโน่ถอนหายใจ

                นี่เราแก่ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย

 

 

                “จริงๆแล้วตั้งแต่ที่รู้ว่ายูริเป็นโอเมก้า ผมก็คิดถึงเรื่องสมัยเด็กๆได้ล่ะ” พิชิตเอ่ยขึ้นในยามที่ทั้งสองคนกำลังนั่งเล่นอย่างเอื่อยเฉื่อยอยู่ในห้องนอนหลังการซ้อมอันหนักหนาสาหัส

ยูริหันกลับมามองด้วยความสนใจ “เรื่องอะไรหรอครับ”

“เรื่องคู่พรหมลิขิตน่ะ ก็เพราะยูริน่ะบอกว่าไม่มีใครได้กลิ่นฟีโรโมนของยูริเลยแม้แต่คนเดียวเพราะยูริกินยาตลอดใช่ไหมล่ะ ผมก็เลยคิดว่าจะเป็นไปได้มั้ยนะ ถ้าหากว่าเป็นคู่พรหมลิขิตกัน ไม่ว่ายังไงก็จะได้กลิ่นของอีกคน” เด็กหนุ่มต่างชาติว่ายิ้มๆ

ขยับเข้ามานั่งที่ข้างเตียงของคนเป็นโอเมก้าพร้อมกางแขนกั้นทางหนีอีกคนเอาไว้

“แบบนั้น มันจะเป็นไปได้หรือเปล่านะ”

“ระ เรื่องนั้น” ยูริเตรียมปฏิเสธ แต่พอคิดดูจริงๆ

คนที่ได้กลิ่นของเขาและบอกว่ามันหอมก็มีเพียงพิชิตคุงเท่านั้น

แต่ว่ามันจะง่ายขนาดนั้นเลยหรือ การเจอคู่พรหมลิขิตน่ะ ยูริรู้สึกว่าหากมันใช่จริงๆ เขาก็จะคงจะเป็นโอเมก้าที่โชคดีมากๆ

ไม่ใช่ว่าทุกคนจะหาคู่พรหมลิขิตของตัวเองเจอ

“ไม่รู้สิครับ” สุดท้ายก็ปฏิเสธออกไปแบบครึ่งๆกลางๆ ให้เด็กหนุ่มได้ยกยิ้มพออกพอใจ

พิชิตทิ้งตัวลงนอนบนตักของอีกฝ่าย เงยหน้ามองซีกหน้าขาวของยูริที่ขึ้นสีจัดอย่างพึงพอใจ เด็กหนุ่มชาวไทยไม่เคยคิดมาก่อนว่าวันหนึ่งตัวเองจะมองคนเพศเดียวกันว่าน่ารัก

แต่ยูริน่ารักจริงๆนั่นแหละ

ยกมือเอื้อมขึ้นไป โน้มใบหน้าอีกคนให้ก้มลงมาสบตา พร้อมยกยิ้มหวาน

“ถ้ายูริเป็นคู่พรหมลิขิตของผมจริงๆก็ดีสินะ”

“เอ๊ะ!!!” ยูริหน้าแดงจัด ชายหนุ่มญี่ปุ่นทำท่าเหมือนอยากดีดตัวหนี แต่ติดที่พิชิตกำลังนอนตักของตนเองอยู่จึงทำอะไรไม่ได้นัก

พิชิตหัวเราะ ดึงมือของคนอายุมากกว่ามากุมเอาไว้พร้อมกดจูบแผ่วเบาลงไป ไม่ใช่เพียงครั้งหรือสองครั้ง หากแต่เขาทำมันเยอะจนนับไม่ถ้วน

เพราะยิ่งมองใบหน้าที่ทั้งเขิน ทั้งสับสนและประหม่าของยูริเขาก็ยิ่งรู้สึกดี

รอก่อนเถอะ ไม่นานหรอก

พิชิตมั่นใจว่าตอนนี้เขาโตพอแล้ว แม้ว่ายูริจะยังมองว่าเขาเป็นเด็กอยู่ก็เถอะนะ แต่ไม่เป็นไรหรอก อีกไม่นาน ไม่นานเท่านั้น เขาจะพิสูจน์ให้ยูริเห็นว่าเขาโตพอแล้ว

จะทำให้ยูริมองเขาในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง

และจะทำให้ยูริเป็นของเขาเท่านั้น

ไม่นานหรอก

เด็กหนุ่มคิด ในยามที่หลับตาลงพร้อมกอดรัดโอเมก้าตัวบางที่ปล่อยวางให้เขาได้เข้าใกล้แน่นราวกับจะบอกว่าไม่ต้องการให้หนี และแน่นอนยูริจะทำอะไรได้กันล่ะ นอกจากกระเถิบตัวเองให้ล้มตัวลงนอนข้างๆกัน

ขืนให้นั่งรอพิชิตคุงตื่นมาเขาก็เมื่อตายกันพอดี

ยูริฝืนหลับตาลงนอน

แม้จะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับก็เถอะนะ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น