shot fic Yuri on ice #allYuri

ตอนที่ 2 : รูมเมทผมเป็นอัลฟ่า02 #chuchuyuri

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 235
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    4 ธ.ค. 60

รูมเมทผมเป็นอัลฟ่า!!!

Fandom : Yuri on ice

Pairing : Phichit x Yuri

Warning : คัตสึกิ ยูริ เป็น เบต้า ใครต่อใครก็คิดแบบนั้น ทว่าความจริงแล้วเขาคือ โอเมก้า ที่ระวังตัวเองดีเป็นพิเศษต่างหากล่ะ และความลับก็ยังเป็นความลับต่อไป (?) แม้ว่ารูมเมทของเขาพิชิตจะเป็นถึง อัลฟ่า ก็เถอะ!!!


[2]

 

 

                น่ารัก ใจดี ใส่แว่น สุภาพ เป็นห่วงเป็นใยคนอื่นและเป็นเบต้า คือคำจำกัดความของ คัตสึกิ ยูริ ที่ พิชิต จุฬานนท์ มอบให้ แม้ข้อหลังจะไม่อยากยอมรับก็ตาม พิชิตยอมรับตามตรงว่าแอบเสียดายเล็กน้อยที่ยูริเป็นเบต้าไม่ใช่โอเมก้า

รู้ได้ยังไงน่ะหรอว่าอีกฝ่ายเป็นเบต้าไม่ใช่โอเมก้า ก็เพราะว่าอีกฝ่ายไม่สวมปลอกคอ มีความสามารถพอสมควร (แม้จะไม่มากเท่าพวกอัลฟ่าที่เรียกได้ว่ามีพรสวรรค์ก็เถอะ) และไม่มีฟีโรโมนที่พวกโอเมก้ามีกันน่ะสิ!

มิหนำซ้ำ คงไม่มีใคร จัดห้องให้โอเมก้าอยู่ด้วยกันกับอัลฟ่าหรอก (ใช่แล้ว พิชิตเป็นอัลฟ่าอย่างไงล่ะ เพราะงั้นเขาจึงแยกแยะกลิ่นโอเมก้าออกได้ทั้งๆที่ระดับชั้นอื่นทำไม่ได้) ถ้าพวกเขาไม่ใช่คู่กันจริงๆ เพราะมันอันตรายค่อนข้างมาก

                แต่ทั้งๆที่ดูแล้วว่ายูริคือโอเมก้า

                อยากทำให้ท้อง

                นั่นกลับเป็นความคิดแรกเมื่อเขาเห็นหน้าของยูริ ผู้ที่จะมาเป็นรูมเมทของตนเอง

อย่าเข้าใจผิดล่ะ พิชิตไม่ได้จะเที่ยวคิดไปทั่วหรอกนะว่าอยากจะทำให้ใครสักคนท้องน่ะ แต่ยูริเป็นข้อยกเว้นที่เพียงเห็นหน้าความคิดอกุศลก็บังเกิด คนอายุมากกว่ารูปร่างเพรียว ผิวขาวไร้รอยตำหนิ เส้นผมดำขลับตัดกับผิวดูยังไงก็น่ารักสุดๆ แต่เพราะอีกฝ่ายเป็นเบต้าซ้ำยังเป็นรูมเมท พิชิตเลยต้องเก็บความคิดไม่ดีไป

ถ้าไม่นับวันแรกที่เข้ามาอยู่แล้วเขาเผลอจ้องมองยูริที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จด้วยท่าทางเคลิ้มๆจนคนถูกจ้องถึงกับระแวงน่ะนะ ก็ถึงจะบอกว่ายูริเป็นเบต้าแต่ยูริตัวหอมมากเลยนี่นา มีกลิ่นชวนให้ดมแบบที่พวกเบต้าไม่ค่อยมีกัน มันไม่ใช่กลิ่นสบู่หรือแชมพูของยูริแน่ พิชิตลองแอบเอาของอีกฝ่ายมาใช้แล้ว เขาพบว่ามันไม่หอมเหมือนที่เขาได้กลิ่นเลยสักนิดและที่สำคัญยูริยังมีรูปร่างที่ดีสมเป็นนักสเก็ตอีกต่างหาก

                อ๊ะ แต่ถ้ายูริเป็นโอเมก้าจริงๆ พิชิตคิดว่าเขาคงต้องถามความสมัครใจของยูริก่อนน่ะนะ ไม่ได้เข้าไปผลีผลามกัดหรอก แม้ว่าพิชิตจะเคยได้ยินบางสิ่งที่เรียกว่าคู่พรหมลิขิตก็เถอะ แต่นั่นมันก็แค่นิทานก่อนนอน ขืนพุ่งเข้าไปประทับรอยกัดใส่ใครแล้วบอกว่าคนคนนั้นเป็นคู่พรหมลิขิต แทนที่จะเรียกว่าโรแมนติก กลับจะพาลถูกเกลียดขี้หน้าเอาได้ง่ายๆนี่สิ

                ถึงสิ่งที่เรียกว่าคู่พรหมลิขิตมีจริง พิชิตก็ไม่คิดว่ามันจะหาได้ง่ายขนาดนั้นหรอกนะ

                โอเมก้ามีน้อยจะตายไปเมื่อเทียบกับอัลฟ่า มันไม่พอดีเห็นๆ กว่าที่อัลฟ่าตนหนึ่งจะเจอโอเมก้า และเจอไปเรื่อยๆจนเจอคู่พรหมลิขิต ไม่คิดว่าจะแก่ตายก่อนเลยหรือไง

พูดถึงโอเมก้า พิชิตเคยได้กลิ่นฟีโรโมนของโอเมก้าตอนที่เกิดฮีทครั้งหนึ่ง มันคล้ายกับน้ำหอมกลิ่นหวานๆ แต่เพราะเขายังเด็กจึงไม่ถูกฟีโรโมนพวกนั้นทำให้คลั่งจนอยากจะเข้าไปทำให้โอเมก้าคนนั้นท้อง นั่นคือเรื่องน่ายินดี พิชิตไม่คิดหรอกนะว่าตัวเองจะดีใจที่เผลอไปข่มขืนใครต่อใครเข้าน่ะ

                นอกเรื่องไปอยู่นาน ควรกลับมาเรื่องยูริเสียที

นอกจากคำจำกัดความที่มอบให้ในช่วงแรกแล้ว พิชิตยังมีอีกคำหนึ่งที่อยากมอบให้อีกฝ่ายนั่นคือพวกอารมณ์ศิลป์ ยูริเก่งมากเรื่องการหายตัวเพื่อไปหาสิ่งที่เรียกว่าแรงบันดาลใจ เก่งขนาดที่เซเลสติโน่ท้อใจและยอมถอยเรื่องที่จะห้ามอีกฝ่ายไม่ให้ไปเลยล่ะ

                ยูริจะเป็นคนใจดีมากและไม่เคยขัดคำสั่งหรือเอาแต่ใจเลยแม้แต่น้อย

ยกเว้นเรื่องการหายตัวไปบ่อยๆในแทบจะทุกๆเดือนน่ะนะ

อยู่ด้วยกันมาเกือบห้าเดือน จากวันแรกที่ยูริหายตัวไปพิชิตก็ยังแอบแปลกใจและเป็นห่วงบ้างเหมือนกัน เขาเคยคิดด้วยซ้ำว่าไปทำอะไรให้รูมเมทไม่พอใจหรือเปล่า แต่มาพักหลัง ยูริก็เปิดใจคุยว่ามันเป็นนิสัยปกติของเขา ขอพิชิตอย่าได้คิดมากและเซเลสติโน่ก็ยืนยันเองว่ามันเป็นนิสัยของยูริ พิชิตจึงทำเพียงช่วยดู ช่วยเตรียมของให้ก่อนอีกคนจะหายตัวไปเท่านั้น เพราะรู้ดีว่ายังไงเสีย ยูริก็ต้องกลับมา

แล้วเหมือนว่าทุกครั้งที่กลับมาจะคล้ายมีออร่าเปล่งประกาย มีเสน่ห์มากขึ้นด้วยนะ!

ทั้งๆที่หน้าตาก็เหมือนเดิมแท้ๆ แต่ความรู้สึกดึงดูดชวนให้เข้าหากลับมากขึ้นจนอยากจะเข้าไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงเข้าเต็มรักจริงๆ

                พิชิตไม่เคยสงสัยในตัวอีกฝ่ายเลยว่าไปไหน จนกระทั่งวันหนึ่งที่นั่งส่องไอจีของเพื่อนที่ประเทศไทยนั่นแหละ พวกนั้นเปิดเรียนแล้ว มีบางคนย้ายไปอยู่หอ มีรูมเมท เหมือนเขาเลย

                แต่ต่างกันคือพวกนั้นรู้อยู่ตลอดว่ารูมเมทของตัวเองไปที่ไหน

                แต่ว่าพิชิตไม่รู้อะไรเลยนอกจากว่ายูริ ไปหาแรงบันดาลใจ

เขาไม่รู้ว่าเจ้าตัวไปทำอะไร หรือ ไปที่ไหน ไปกับใคร จะไปกี่วันและจะกลับเมื่อไหร่ พอคิดแบบนี้แล้ว พิชิตก็รู้สึกราวกับว่ากว่าห้าเดือนที่อยู่ด้วยกันมา ยังรู้จักยูริไม่ดีเท่าไหร่เลยนี่นะ

แม้ยูริจะไม่ได้เย็นชาใส่เขา มิหนำซ้ำยังช่วยดูแล เอาใจใส่ยามเดือดร้อนอีกต่างหาก อย่างกับเป็นคุณแม่เลยนะ เขาอดคิดแบบนี้ไม่ได้จริงๆ

จำได้ว่าช่วงแรกๆยูริเป็นคนชวนคุยเพราะกลัวเขาปรับตัวไม่ทันเสียด้วยซ้ำ หากทว่าในความใจดีนั้นยูริก็ราวกับกำลังสร้างกำแพงบางๆขึ้นโดยไม่ให้ใครสังเกตเห็นมัน

หลังกำแพงจิตใจของยูรินั้น ซ่อนอะไรเอาไว้นะ

“พิชิตโตะคุง” เสียงเรียกชื่อของเขาเป็นสำเนียงญี่ปุ่นของยูริดังขึ้น ใบหน้าของคนอายุมากกว่าที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จขยับเข้ามาใกล้ด้วยท่าทีสงสัยปนห่วงใย “เป็นอะไรหรือเปล่าครับ ดูเหม่อลอยชอบกลนะ”

“อ๊ะ เปล่าๆ ยูริอาบน้ำเสร็จแล้วหรอ” เด็กหนุ่มเจ้าของชื่อโบกมือยิ้มๆ พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่มองท่อนขาเรียวที่โผล่พ้นมาจากกางเกงสามส่วนที่อีกฝ่ายใส่นอน โฟกัสเอาไว้ที่ใบหน้าของคู่สนทนา แต่มันก็ช่างยากลำบาก ตัวยูริหอมเกินไป

ทั้งๆที่ยูริตัวหอมขนาดนี้ ทำไมอัลฟ่าคนอื่นๆถึงไม่เคยสงสัยกันเลยนะ ยูริน่ะ เคยถูกสงสัว่าเป็นโอเมก้าบ้างหรือเปล่านะ คิดแล้วก็เอื้อมมือไปแตะที่ต้นคอของอีกฝ่ายแผ่วเบา ยูริสะดุ้งโหยงปัดมือของเขาออกอย่างแรง ท่าทางตกใจจนเจ้าของมือรู้สึกผิด

“ขอโทษนะที่ผมทำให้ตกใจนะยูริ แค่อยากถามว่ายูริเคยโดนอัลฟ่ากระโจนเข้ามากัดคอบ้างหรือเปล่า”

“หา” ยูริร้องอุทาน ท่าทางแปลกใจและเป็นกังวล

“แบบว่า ยูริหอมมากเลย ไม่เคยโดนเข้าใจผิดว่าเป็นโอเมก้าบ้างเลยหรอ” พออธิบายออกไปแบบนั้น ก็ได้รับการถอนหายใจยิ้มๆจากยูริ ก่อนที่คนถูกถามจะลากเก้าอี้มานั่งข้างๆกับเขา

“ที่หอมเพราะเพิ่งอาบน้ำอยู่หรอก แต่ที่ถามว่าเคยถูกอัลฟ่ากระโจเข้าใส่ไหม เคยอยู่นะ” ดวงตาหลังแว่นสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาสดใสอีกครั้ง “แต่ว่าตอนนั้นได้คนรู้จักช่วยเอาไว้น่ะ ตอนนั้นผมตกใจมากเลยล่ะ ก็เพิ่งอายุสิบสองนี่นา การแบ่งชนชั้นจำพวกอัลฟ่า เบต้า โอเมก้า ยังไม่ค่อยเข้าใจดีเท่าที่ควร เลยไม่รู้จักระวังตัวน่ะ”

“เป็นเบต้าก็ยังต้องระวังตัวอีกหรอ ลำบากแย่เลยนะยูริเนี่ยก็มีกลิ่นหอมขนาดนี้นี่นา”

“แต่เรื่องกลิ่น มีพิชิตโตะคุงเป็นคนแรกเลยนะที่ทักเนี่ย ไม่มีใครเขาได้กลิ่นของผมกันสักหน่อย คิดไปเองหรือเปล่า”

“เอ๋ แต่ผมได้กลิ่นนะ กลิ่นยูริชัดเจนมากเลยนี่นา” พิชิตว่า ไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้าลำบากใจของคนที่ถูกบอกว่าเป็นเบต้ามีกลิ่นหอมเลยสักนิด นักกีฬาหนุ่มชาวไทยชวนคุยนอกเรื่องไปเรื่อยเปื่อย ยูริจ้องมองพิชิตอยู่นานทีเดียวก่อนจะวางมือบนหัวอีกฝ่ายอย่างลืมตัว

“ยูริ?”

“ขะ ขอโทษครับ แบบว่า มันเผลอน่ะ!” คนอายุมากกว่าว่า ท่าทางตกใจกับตัวเองไม่น้อยที่เผลอไปลูบหัวคนอื่นเข้า หากแต่พิชิตกลับไม่ได้ว่าอะไร

“ไม่เป็นไร ไม่ได้ว่าสักหน่อย” เด็กหนุ่มว่าพลางคลี่ยิ้มบางๆ ขยับตัวเข้าใกล้อีกฝ่าย อาศัยความคิดของยูริที่มองเขาเป็นเด็กในการถึงเนื้อถึงตัวอย่างแนบเนียน “จะลูบก็ได้นะ ยูริเหมือนคุณแม่มากเลยล่ะ”

ไม่ได้เหมือนแม่สักหน่อย ยูริบ่นพึมพำไม่ได้ดังนัก

จริงๆแล้วประโยคหลังพิชิตก็พูดออกไปแบบนั้นเอง เด็กหนุ่มแค่อยากให้ยูริลูบหัวเท่านั้นแหละ เขาชอบความรู้สึกของนิ้วมือยูริที่แทรกอยู่ตามกลุ่มผมและลูบมันอย่างแผ่วเบา

มันเป็นความรู้สึกที่ดี พิชิตคิด

“แล้ว เดือนนี้ยูริจะออกไปหาแรงบันดาลใจที่ไหนอีกหรือเปล่า”

เขาถามออกไปแบบนั้น ใบหน้าฉายแววความคาดหวังเอาไว้โดยไม่รู้ตัว

 

 

                เพราะพิชิตเอ่ยคำถามด้วยใบหน้าคาดหวัง ยูริคิดว่าเด็กหนุ่มคงเหงาไม่น้อยที่รูมเมทอย่างเขาหายตัวไปคนเดียวบ่อยๆ ทิ้งให้เจ้าตัวอยู่คนเดียวแทบจะทุกเดือน (จริงๆทุกเดือนเลย อย่าใช้คำว่าแทบจะเลย) นักกีฬาหนุ่มชาวญี่ปุ่นหลับตาคำนวณในใจว่าเดือนนี้ไม่มีวันไหนที่เป็นช่วงฮีทของเขา

ยูริมั่นใจมากว่าช่วงเวลาฮีทของเขาคือกลางเดือนหน้า ชายหนุ่มแอบจัดการตารางงานล่วงหน้าลับๆไว้สำหรับการหายตัวเรียบร้อยแล้ว เขาจองโรงแรมห่างไกลผู้คนที่มีการป้องกันแน่หนาเอาไว้เสียด้วยซ้ำ เหลือก็เพียงการหายตัวไปอย่างเป็นธรรมชาติ

เพราะแบบนั้นแล้ว เขาก็ตัดสินใจได้แทบจะทันที

“เดือนนี้จะอยู่เป็นเพื่อนพิชิตโตะคุงก็ได้นะ” พอเสนอไปแบบนั้น ดวงหน้าคนอายุน้อยก็พลันสดใสขึ้นมาทันที พิชิตยืดตัวขึ้น ดึงมือคนอายุมากกว่ามาจับเอาไว้แน่น ดวงตาเป็นประกาย

“จริงๆนะ รวมถึงวันหยุดซ้อมด้วยนะ!

“อื้อ แน่นอนสิ”

“ดีจังเลย กำลังหาเพื่อนเที่ยวอยู่พอดีเลยล่ะ” เด็กหนุ่มชาวไทยดูท่าทางดีใจน่าดู ยูริเหมือนว่าจะเห็นภาพหลอนเป็นหูกับหางสุนัขที่กำลังตั้งตรงและกระดิกไปมาอย่างพึงพอใจ

จะว่าไปแล้ว นอกจากร้านอาหารแถวๆหอพัก ยิมไว้สำหรับฝึกซ้อม บ้านของเซเลสติโน่ พวกเขาทั้งสองคนก็แทบไม่เคยไปไหนมาไหนด้วยกันเลยนี่นา

ห้าเดือนนี้พิชิตคงเหงาแย่เลย!

“งั้น วันอาทิตย์นี้ไหนๆก็ไม่มีซ้อม เราไปเที่ยวกันไหม” ยูริว่า

พิชิตแย้มยิ้มกว้าง “เอาสิ แล้วหาอะไรกินด้วยนะ”

พูดถึงเรื่องกิน พิชิตเป็นเด็กหนุ่มที่กินเยอะมาก เยอะจนชวนให้สงสัยว่ากระเพาะของอีกฝ่ายทำด้วยหลุมดำหรืออย่างไร กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่มเสียที แต่ว่านะ ทั้งๆที่กินเข้าไปเยอะแต่น้ำหนักกลับไม่มีทีท่าว่าจะขึ้นสักนิด

หรือนี่จะเป็นข้อดีของอัลฟ่า

หรืออาจเป็นข้อดีของตัวพิชิตเอง

เด็กหนุ่มทำท่าครุ่นคิดก่อนตัดสินใจคว้าเอาโทรศัพท์มือถือออกมา เข้าแอปถ่ายรูป ขยับเข้าใกล้ยูริที่มองตามการกระทำนั้นอย่างไม่เข้าใจ

“มาถ่ายรูปกันเถอะ ผมยังไม่มีรูปคู่กันกับยูริเลยนะ”

เพราะมัวแต่เคลิ้มไปกับกลิ่นของอีกฝ่ายและเอาแต่แอบถ่ายรูปของยูริตอนนอน อ๊ะ ห้ามบอกยูริล่ะ! ในโทรศัพท์ของพิชิตเลยไม่มีรูปคู่กับยูริเลยสักรูป นั่นผิดนิสัยของเขาสุดๆ

“อ่ะ เอาสิ” ยูริเขยิบเข้าใกล้ เพราะส่วนสูงที่ต่างกัน ใบหน้าของนักกีฬาชาวไทยจึงอยู่ใกล้บริเวณลำคอขาวของอีกฝ่าย พิชิตพยายามไม่สนใจกลิ่นหอมแปลกประหลาดที่บางครั้งก็ให้ความรู้สึกสดชื่นเหมือนดอกไม้ แต่บางครั้งก็น่ารับประทานเหมือนขนมหวานของยูริมากนัก

มันทำให้เขาเสียสมาธิและอยากเข้าไปกัด!

                “ยูรินี่หอมจริงๆนะ อัลฟ่าคนอื่นไม่ได้กลิ่นหรือไง” พิชิตบ่นพึมพำ เปิดกล้องหน้าและใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้ถือโทรศัพท์รั้งคนตัวหอมเข้ามาใกล้

                ยูริประหม่าเล็กน้อย แม้จะบอกว่าพิชิตเป็นอัลฟ่าเด็กแต่เขาก็ไม่เคยอยู่ใกล้กับอัลฟ่ามากขนาดนี้มาก่อน เรื่องกลิ่นที่พิชิตพูดถึงก็เหมือนกัน ยูริมั่นใจเลยล่ะว่ากลิ่นที่พิชิตได้กลิ่นมันคือฟีโรโมน แม้ว่ายูริจะยังกินยาและฉีดยาอยู่เสมอ หากแต่ช่วงเวลาหลังอาบน้ำจะเป็นช่วงเวลาที่ฟีโรโมนของเขาแรงที่สุด ขนาดที่ว่ากินยาแล้วแต่ก็ยังทำให้คนใกล้ตัวที่เป็นอัลฟ่ารู้สึกได้เลยล่ะ

ดังนั้นแล้วที่พิชิตจะได้กลิ่นก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่นัก

                หากเป็นอัลฟ่าคนอื่นหรืออัลฟ่าที่โตเต็มวัยเข้าไปแล้ว นักกีฬาชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าตนเองคงไม่สามารถมาถ่ายรูปคู่ได้อย่างสบายใจแบบนี้หรอก

                เขาควรบอกความจริงกับเซเลสติโน่แล้วขอย้ายห้องดีไหมนะ

                ถ้าทำแบบนั้นพิชิตจะรู้สึกแย่หรือเปล่า

โครม!

ตึง!

                ยูริมัวแต่คิดกังวล รู้ตัวอีกทีร่างกายก็หงายหลังลงพื้นตามแรงโน้มถ่วงโดยมีพิชิตคร่อมทับอยู่ด้านบน เด็กหนุ่มตัวน้อยกว่าเขาก็จริง แต่เมื่อมาอยู่ในมุมนี้ก็ให้ความรู้สึกได้ว่ามีอำนาจมากกว่า

                ให้ตายสิ ยูริรู้สึกว่าบางครั้งดวงตาที่สดใสของพิชิตเนี่ยก็มีอะไรสักอย่างแปลกๆที่ชวนให้เขาหวั่นใจเหมือนกันนะ

                “พิชิตโตะคุง

                เรียกชื่อเด็กหนุ่มอัลฟ่าด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

                “ยูริเหม่ออีกแล้วนะ” เจ้าของชื่อว่า พลางคลี่รอยยิ้มก่อนดึงอีกคนให้นั่งทั้งๆที่ยังไม่ลุกออกจากตัว คนอายุน้อยกว่าเอื้อมมือไปแตะแก้มอีกฝ่ายเอาไว้แผ่วเบา

                “มีเรื่องอะไรในใจหรือเปล่า ผมช่วยได้ไหม”

                ยูรินิ่งงัน เขาไม่ชินกับการถึงเนื้อถึงตัวคนอื่นเท่าไหร่นัก เขาอยากจะผลักออก ความรู้สึกร้องเตือนเขาว่ามันใกล้ไป แต่พิชิตยังเป็นเด็ก แถมที่ทำอยู่นี่ก็เพราะว่าอีกฝ่ายเป็นห่วงเขาเสียด้วย ถ้าเขาผลักออกอีกฝ่ายจะเสียใจหรือเปล่านะ

                นักกีฬาชาวญี่ปุ่นสับสน หากเมื่อได้มองสบดวงตาที่ฉายแววความเป็นห่วงนั้นรอยยิ้มจางๆก็ปรากฏบนใบหน้า ชายหนุ่มเอียงใบหน้าเข้าหาฝ่ามือที่แนบอยู่ที่แก้มของตน

                “ไม่เป็นไร ขอบคุณมากนะครับ” ว่าออกไปแบบนั้น เพราะอยากให้เด็กหนุ่มได้สบายใจ

                เพราะพิชิตเป็นเด็กหนุ่มร่าเริง มักอารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลา เป็นพวกสดใส สนิทกับใครต่อใครง่าย แม้กระทั่งกับเขาตัวเอง ยูริไม่คิดว่าเขาจะให้อัลฟ่าตนไหนเข้าใกล้ตนเองมากขนาดนี้มาก่อน ขนาดผู้เป็นพี่สาวข้างบ้านที่เป็นผู้มีพระคุณ ใช้กลิ่นตัวเองช่วยเขาเอาไว้ ยูริยังคงทิ้งระยะห่างอย่างเหมาะสม

แต่นักกีฬาหนุ่มชาวไทยกลับทำให้เขายอมเปิดใจให้ เพราะเป็นเด็กหรอ ไม่ใช่หรอก เพราะพิชิตเป็นพิชิตต่างหากล่ะ

“ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ก็ค่อยพูดนะ” พิชิตว่า ในน้ำเสียงไม่ได้มีการเร่งรีบอยากรู้หรือร้องขอ

มันเต็มไปด้วยความเป็นห่วง

จะว่าไปห้าเดือนแล้วหรือเปล่านะที่อยู่ด้วยกัน

จากวันแรกที่ถูกอีกฝ่ายจ้องหลังอาบน้ำจนชวนให้หวาดระแวงว่าความลับจะแตกเอาได้ง่ายๆ มาถึงวันนี้ที่สามารถเข้าใกล้กันขนาดนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ

“อื้อ ขอบใจนะ”

พอพูดออกไปแบบนั้น หน้าผากของเด็กหนุ่มอายุน้อยกว่าก็วางแนบลงมาจนชิดสนิทกัน เป็นระยะที่ใกล้จนรับรู้ได้ถึงลมหายใจ

“พิชิตโตะคุง….

“ยูริหอมมากเลย ผมไม่เคยได้กลิ่นเบต้าที่ไหนหอมขนาดนี้เลยล่ะ”

ก็ไม่ใช่เบต้าไง

ยูริแอบแย้งในใจอย่างเงียบงันและภาวนาขออย่าให้พิชิตโตพอที่จะเข้าใจเรื่องกลิ่นฟีโรโมนของโอเมก้าตามสัญชาตญาณอัลฟ่าของเจ้าตัวได้เร็วนัก

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น