shot fic Yuri on ice #allYuri

ตอนที่ 1 : รูมเมทผมเป็นอัลฟ่า01 #chuchuyuri

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 298
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    4 ธ.ค. 60

รูมเมทผมเป็นอัลฟ่า!!!

Fandom : Yuri on ice

Pairing : Phichit x Yuri

Warning : คัตสึกิ ยูริ เป็น เบต้า ใครต่อใครก็คิดแบบนั้น ทว่าความจริงแล้วเขาคือ โอเมก้า ที่ระวังตัวเองดีเป็นพิเศษต่างหากล่ะ และความลับก็ยังเป็นความลับต่อไป (?) แม้ว่ารูมเมทของเขาพิชิตจะเป็นถึง อัลฟ่า ก็เถอะ!!!

 

 

 

[1]

 

                ยูริ เป็นโอเมก้า

                แต่แน่นอนว่าไม่มีใครรู้เรื่องนี้ นอกจากพ่อกับแม่และพี่สาวที่อยู่ที่บ้านเกิด ขนาดเซเลสติโน่ เบต้า วัยกลางคนผู้เป็นทั้งอาจารย์ฝึกสอนและโค้ชของเขาที่ใกล้ชิดเขาและเอาใจใส่มากกว่าใครก็ยังไม่รู้

ยูริไม่เคยบอกกับใครในเรื่องนี้และไม่มีใครสงสัย แน่ล่ะ ชายหนุ่มไม่เคยสวมปลอกคอเลยสักครั้งและคงไม่มีใครคิดหรอกว่าโอเมก้าจะมาเป็นนักกีฬาไอซ์สเก็ตมืออาชีพ

ในบรรดาการแบ่งชนชั้นบนโลกใบนี้ อัลฟ่า คือ ระดับชั้นที่ราวกับลูกรักของพระผู้เป็นเจ้า พวกเขามีมากเป็นอันดับสองในสามชนชั้น แต่ก็ไม่ได้เยอะมากมายอะไร เรียกว่าไม่ได้หายากแต่ก็ใช่ว่าจะเจอได้บ่อยๆ

พวกเขาให้อารมณ์เหมือนลูกคนแรก คนเป็นพ่อแม่เลยทั้งรักทั้งหลง มอบหลายๆอย่างให้เกินหน้าเกินตาลูกคนอื่นๆไปหมด ดังนั้นแล้วพวกเขาจึงมีหน้าตาที่งดงาม ความสามารถที่มากล้น เป็นชนชั้นที่แข็งแกร่ง เป็นตัวขับเคลื่อนประเทศและได้รับการยอมรับกันอย่างมากในวงกว้างของสังคม

อ้อ พวกเขาอาจจะไปทำอะไรให้พ่อแม่ไม่พอใจสักเล็กน้อยจึงมีข้อเสียติดตัวมา ข้อเสียของพวกเขาคือ ไม่สามารถต้านทานกลิ่นฟีโรโมนของโอเมก้าที่ถูกปล่อยออกมาในช่วงฮีทได้ พวกเขาจะขาดสติแทบจะทันที แม้บางคนจะต่อต้านได้ก็ตาม แต่ก็ใช่ว่าจะทำได้ง่ายดายดั่งอัลฟ่าที่อายุน้อย (คงเพราะอายุน้อย ยังใสซื่อ นั่นแหละถึงได้ไม่โดนฟีโรโมนล่อลวงได้ง่ายๆ)

จากนั้นรองลงมาจากอัลฟ่า คือ เบต้า ชนชั้นนี้เหมือนพวกชนชั้นกลางทั่วไป หาได้ง่ายมาก เพียงแค่ออกไปเดินตามถนนหรือมองหน้าคนในบ้าน พวกเขาเป็นชนชั้นที่มีมากเป็นอันดับหนึ่งของประชากรบนโลกเลยทีเดียว

 หน้าตาและความสามารถไม่โดดเด่นมากมายแต่ก็ไม่ได้ย่ำแย่ เบต้าบางคนอาจจะมีความสามารถหรือหน้าตาที่ดีกว่า หรือเท่ากับเบต้าเสียด้วยซ้ำหากพวกเขาพยายามและโชคดี

พวกนี้มีข้อดีคือจะไม่รู้สึกอะไรกับฟีโรโมนของโอเมก้า ไม่จำเป็นต้องกลัวว่าจะไปทำเรื่องผิดกฏหมายอย่างการข่มขืนคนอื่น และพวกนี้ไม่มีฟีโรโมนที่จะถูกปล่อยออกมาเพื่อดึงดูดอัลฟ่า ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกข่มขืนเช่นกัน

ชนชั้นสุดท้าย คือ โอเมก้า เป็นชนกลุ่มน้อยหายากมาก ยากเสียยิ่งกว่าอัลฟ่าเสียอีก ประชากรพันคนอาจจะมีโอเมก้าแค่เพียงคนเดียวเท่านั้น โอเมก้ายังเป็นชนชั้นไม่เป็นที่ยอมรับเท่าไหร่นัก ถ้าจะให้ถามหาเหตุผล ยูริคิดว่ามันคล้ายๆกับการเหยียดสีผิวของมนุษย์นั่นแหละ

โอเมก้าจะมีช่วงฮีท (ช่วงเวลาที่ต้องการ การมีเพศสัมพันธ์มากๆ อย่างรุนแรงจนขาดสติ) อย่างรุนแรงสามเดือนต่อหนึ่งครั้ง ซึ่งหนึ่งครั้งที่ว่าของบางคนก็กินเวลายาวนาน

ในอดีตโอเมก้าแต่ละคนมีเส้นทางชีวิตที่ค่อนข้างเลวร้าย แปดในสิบของโอเมก้าที่เกิดอาการฮีทในที่สาธารณะมักจะถูกอัลฟ่าที่ขนาดสติเพราะกลิ่นฟีโรโมนเข้าข่มขืน โดยที่โอเมก้าเองก็โดนสัญชาติญาณการฮีทครอบงำ แม้จะรู้ว่าไม่ควรแต่ก็ไม่สามารถขัดขืนได้ ถึงสมัยนี้จะมีกฏหมายเรื่องการต่อการข่มขืนโอเมก้าและก็เถอะ แต่คนที่คิดว่ามันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ก็มีเยอะอยู่เหมือนกัน

ตลกร้ายกว่านั้นคือในช่วงเวลาที่มีฮีท หากว่าโอเมก้านั้นมีเพศสัมพันธ์จะตั้งท้องเอาได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเพศอะไรก็ตาม โอเมก้าแต่ละคนถือว่าหลังคอของพวกเขาสำคัญมาก หากถูกกัดหรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่าประทับรอยเข้าไปแล้ว ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ โอเมก้าคนนั้นจะไม่สามารถมีอะไรกับใครได้อีกนอกจากคนที่ประทับรอยแสดงความเป็นคู่ให้

พวกโอเมก้านั้นนอกจากมีเสน่ห์ที่รุนแรง และยิ่งร้ายกาจเมื่อถึงช่วงฮีทเพื่อเอาไว้ดึงดูดอัลฟ่าที่ยูริเรียกมันว่าฟีโรโมนแล้ว ก็ไม่มีอะไรดีอีกเลย ทั้งความสามารถ ทั้งพละกำลัง พวกเขาล้วนถูกกำหนดมาให้เป็นชนชั้นล่างของสังคม

แต่ยูริไม่ยอมรับชะตากรรมแบบนั้นเด็ดขาด

เขารักการสเก็ต

แม้ว่าเริ่มแรกเขาจะสเก็ตเพราะทำตามเพื่อนสาวคนสนิทและไอดอลของเขาก็เถอะ

พูดถึงไอดอลของยูริ คนคนนั้นคือ วิคเตอร์ นิกิฟอรอฟ อัลฟ่าหนุ่มผู้เป็นตำนานที่มีชีวิตของวงการสเก็ต เขามีความสามารถที่ชวนให้คนมองตกตะลึงและมีใบหน้าที่งดงาม ยูริเคยเห็นอัลฟ่ามาเยอะแต่ไม่เคยเห็นใครงดงามเท่าวิคเตอร์มาก่อน ยูริเริ่มสเก็ตโปรแกรมตามวิคเตอร์ก่อนที่จะพบว่าเขารักการสเก็ตเข้าจริงๆและอยากจะจริงจังกับมัน

แม้จะไม่เคยสวมปลอกคอไว้ป้องกัน เพราะเมื่อก่อนนั้นเขาเด็กเกินไปที่จะปล่อยฟีโรโมนและพอโตขึ้นมาก็ถูกคุณพ่อ คุณแม่ พี่สาวที่เป็นเบต้าและพี่สาวข้างบ้านที่เป็นอัลฟ่าสอนเรื่องการดูแลตัวเองให้ โชคดีที่พี่สาวข้างบ้านที่สนิทกันมากๆของยูริเป็นอัลฟ่า เด็กหนุ่มในสมัยก่อนจึงได้กลิ่นของเธอช่วเอาไว้หลายต่อหลายครั้ง

แม้จะถูกอัลฟ่าเข้าใกล้เพราะหอม แต่ชายหนุ่มไม่เคยมีประสบการณ์อัลฟ่าโดนกลิ่นฟีโรโมนของเขาดึงดูดจนพุ่งเข้ามากัดคอหรอกนะ เพราะเขาระวังตัวอย่างดีมาตลอด ยาน่ะทั้งฉีดทั้งกินและพกเอาไว้เสมอ ไม่ว่าจะยาคุมกำเนิกดฉุกเฉิน ยาระงับอาการฮีท หรือยาที่ค่อนข้างนิยมในหมู่โอเมก้าอยากใช้ชีวิตสงบสุขไม่ชอบให้กลิ่นฟีโรโมนตัวเองดึงดูดเรื่องโชคร้าย ให้เข้ามาอย่างยาระงับฟีโรโมน โอเค ยาชนิดนี้ข้อเสียเล็กน้อย แต่ไม่มากนักเมื่อเอามาลองเทียบกับประโยชน์ของมันดู

(ใช่ ยูริถือว่าอัลฟ่าคือความโชคร้ายของโอเมก้าอย่างเขา แม้ว่าในช่วงที่ตั้งแต่อายุสิบห้ายูริจะไม่เคยมีปัญหากับอัลฟ่าเพราะชายหนุ่มรู้ที่จะป้องกันตัวเองและแฝงตัวเป็นเบต้าอย่างแนบเนียน แต่ก็ใช่ว่าก่อนที่เขาจะรู้วิธีการป้องกันชีวิตของเขาจะสงบสุขนัก)

ยูริรู้วันฮีทของตัวเองดีและแม่นยำมากกว่าที่ผู้หญิงจะรู้เสียอีกว่าตนเองมีประจำเดือนวันไหน ต้องขอบคุณช่วงฮีทของเขาที่ไม่ยาวนานนัก แม้จะรุนแรงหน่อยก็ตาม ขอบคุณอีกประการที่มันมาตรงเวลาเสมอ ไม่มีการเลื่อนไปเลื่อนมาจนต้องเดือดร้อน

แม้เขาจะไม่เคยแสดงอาการฮีทต่อหน้าใคร แต่เมื่อถึงวันที่จะฮีท ยูริก็ฉลาดพอที่จะไปหาที่ปลอดภัยซุกตัวหลบอยู่คนเดียว แน่นอน เซเลสติโน่ไม่เคยสงสัยหากวันดีคืนดูริจะเอ่ยปากว่าอยากไปหาแรงบันดาลใจและหายตัวไปไร้การติดต่อประมาณสี่ถึงห้าวันหรืออาจจะมากกว่านั้น

เพราะยูริไม่เคยหายตัวไปเฉพาะช่วงฮีทแบบสามเดือนครั้งให้คนเป็นโค้ชสงสัย เขาพยายามทำให้การหายตัวของตัวเองเป็นเรื่องปกติเอามากๆอาจจะเดือนละครั้งถึงสองครั้งก็ว่ากันไป หรือบางทีสองเดือนครั้ง บ่อยเสียจนเซเลสติโน่เลิกเป็นห่วงแล้วว่าเขาจะหนีหายไปหรือเปล่า บ่อยจนมันราวกับว่าถ้าเขาไม่หายตัวมันจะเป็นเรื่องแปลก

                ใครต่อใครที่รู้จักเซเลสติโน่และยูริต่างก็คิดว่านักกีฬาชาวญี่ปุ่นคนนี้เป็นพวกอารมณ์ศิลปิน ตามใจตัวเองอย่างร้ายกาจ แต่ยูริไม่สน เขามุ่งมั่นต่อการหายตัวไปเรื่อยๆ อย่างน้อยการโดนมองว่าอารมณ์ของตัวเองเหมือนพวกศิลปินติสต์แตกก็ยังดีกว่าการโดนจับได้ว่าหนีไปหลบซ่อนเพราะมีช่วงเวลาฮีท

                และมันลำบากเล็กน้อยเวลาใช้ชีวิต

                แค่เล็กน้อยน่า ลำบากกว่านี้ยูริก็ทำมาแล้ว

                ยูริสะดุ้งแทบจะทุกครั้งที่ต้องทำความรู้จักกับนักกีฬาหลายๆคนที่เป็นอัลฟ่า เขากังวลเสมอว่าจะถูกจับได้ แม้จะรอดมาได้หลายต่อหลายครั้งก็ตาม ดังนั้นแล้ว นอกเหนือเวลาซ้อมคนที่ยูริจะอยู่ด้วยมากที่สุดคงเป็นเซเลสติโน่ โค้ชวัยกลางคนที่เป็นเบต้า ที่ยูริจะมั่นใจได้ว่าตนเองจะไม่เป็นอันตรายหากอยู่ด้วย

                ใครต่อใครเลยพากันเอ่ยปากแซวว่ายูริเหมือนลูกชายที่ติดคุณพ่อ

                เซเลสติโน่ก็บ่นว่ายูริควรมีความมั่นใจในตัวเองมากกว่านี้ ควรออกไปหาเพื่อนบ้างไม่ใช่มัวมาขลุกอยู่กับเขาทั้งวันทั้งคืนจนไร้มิตร

                ยูริในวัยสิบแปดปีได้แต่หัวเราะเสียงแห้ง

                จะบอกได้ยังไง ว่าเพราะอัลฟ่าเต็มไปหมดเขาเลยไม่อยากรู้จักกับใครเป็นการส่วนตัวทั้งนั้นหากไม่จำเป็นจริงๆ กลัวว่าความลับจะแตกเข้าสักวัน

                และในเช้าวันหนึ่งเหมือนกับว่าวันนั้นจะเป็นวันเปลี่ยนชีวิตของยูริได้เลยทีเดียว ที่โค้ชวัยกลางคนพาใครบางคนมาแนะนำให้รู้จัก

เขาเป็นเด็กหนุ่มผมสีดำ ไม่สูงมากนัก อาจเพราะว่ายังอายุน้อยอยู่หรือเปล่านะ ?

                เพียงแค่เห็นหน้าคนที่เซเลสติโน่พามาครั้งแรก สัญชาติญาณการป้องกันตัวเองของยูริก็ร้องบอกทันทีว่าเด็กหนุ่มผิวแทน เจ้าของเส้นผมสีดำนุ่ม ดวงตาสีเดียวกับปีกกา หน้าตาค่อนไปทางดี ท่าทางเป็นมิตรเข้ากับคนง่ายเบื้องหน้าเขานั้นเป็นอัลฟ่า

                “ยูริ นี่คือพิชิต พิชิต จุฬานนท์รูมเมทของเธอ”

                ห๊ะ

                นักกีฬาสเก็ตชาวญี่ปุ่นดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจ จริงๆก็รู้อยู่หรอกว่าสักวันต้องมีรูมเมทมาอยู่ด้วยแน่นอน แต่เพราะเขาอยู่ห้องคนเดียวมาเกือบปี ก็เลยลืมไปเสียสนิทว่าตามจริงแล้ว ห้องพักของนักกีฬาแต่ละคนจะต้องมีรูมเมท

                “ชื่อยูริหรอ สวัสดี ยินดีที่ได้รู้จักนะ” อัลฟ่าหนุ่มว่าด้วยสำเนียงอังกฤษที่ฟังดูแปลกประหลาดไม่ค่อยชัดเจนดีนักแต่ก็พอฟังรู้เรื่องพร้อมกันนั้นก็ยกสองมือประกบกัน เขาดูตื่นเต้นและยินดีเหมือนเด็กเล็กที่ได้ของเล่นใหม่ มีท่าทางไร้พิษภัยจนชวนให้ไว้วางใจอย่างบอกไม่ถูก

จะว่าไปพิชิตนี่น่าจะอายุน้อยกว่าเรา อายุประมาณสิบห้าปีหรือเปล่านะ

ยูริคิดอย่างเงียบงัน ตัดสินใจว่าจะลองอยู่กับพิชิตไปก่อน

อัลฟ่าเด็กไม่ค่อยมีปัญหากับฟีโรโมนของพวกโอเมก้านัก

                คงไม่เป็นไร

                ใช่ไหมนะ

                “ครับ ยูริ คัตสึกิ ยูริ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”

                ใบหน้าติดจะดูดีนั่นคลี่ยิ้มอีกครั้ง เป็นรอยยิ้มที่สดใสจนยูริรู้สึกแสบตา ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนเซเลสติโน่หาน้องชายมาให้เขาดูแลอย่างไรอย่างนั้น

                “ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะยูริ เอ๊ะ หรือต้องเรียกว่าพี่หรือเปล่า”

                “ไม่เป็นไร เรียกตามที่เธอสะดวกใจได้เลย” ยูริว่า

                พิชิตนี่เหมือนเป็นคุณน้องชายจริงๆนั่นแหละ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น