อุบัติ...เหตุหัวใจ

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 1 ‘เซน่า เซอร์ นางฟ้าน้ำแข็ง’ [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,746
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    15 ธ.ค. 63

“เฮือก”


เจด้าสะดุ้งตื่นขึ้นมาหลังจากฝันเรื่องเดิมๆ มาตลอดสี่เดือนหลังเกิดอุบัติเหตุคราวนั้น หน้าหวานซีดเผือด เหงื่อผุดขึ้นตามกรอบหน้า ทั้งที่อากาศในห้องเย็นจัดด้วยเครื่องปรับอากาศชั้นดี แต่ไม่ได้ช่วยทำให้เหงื่อหายไปเมื่อนึกถึงเรื่องที่เพิ่งฝันถึงสดๆ ร้อนๆ


ในตอนนั้นเสียงเหล็กปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหวในความรู้สึกของเธอ รถที่นั่งอยู่ถอยไปชนกับรถที่จอดอยู่ด้านหลังแบบไม่ทันตั้งตัว จากนั้นก็หมุนแล้วพลิกคว่ำหลายตลบ สุดท้ายก็ตะแคงขวาแล้วจอดนิ่ง


เธอยังคงมีสติอยู่ แม้จะน้อยนิดก็ตาม แต่ก็รับรู้ได้ว่าตอนนั้นร่างกายที่ดูแลทะนุถนอมมาเป็นอย่างดีกำลังเจ็บหนัก โดยเฉพาะขาข้างซ้ายที่ขยับไม่ได้เลย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะขาติดอยู่กับซากรถ แต่ธอรู้ดีว่ามันหนักหนากว่านั้นมากโข


เจด้ารักหม่ามี้กับแด๊ดดี้นะคะหญิงสาวพูดออกมาแผ่วเบาเมื่อสติกำลังจะดับวูบไป เจซซี่ดูแลน้องๆ แทนไอด้วย...ริต้า ริน่า โมน่า พี่รักพวกเธอนะ


ตอนนั้นเธอคิดถึงหน้าคนในครอบครัวเป็นสิ่งแรก ทว่าสติที่มีเหลือน้อยเต็มทนก็ค่อยๆ ดับไป ไม่แน่ว่านี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอได้นึกถึงครอบครัว เพราะเธออาจไม่มีโอกาสฟื้นขึ้นมาอีกเลย เมื่อร่างกายเจ็บปวดเจียนขาดใจ แต่ก็โทษใครไม่ได้เมื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเธอทำตัวเอง ฉะนั้นก็ต้องรับผลของการกระทำไปอย่างไม่มีข้อต่อรอง


แม้สุดท้ายแล้วเธอจะยังมีชีวิตอยู่และหายดีเป็นปกติแล้ว ทว่านั่นก็เป็นเพียงแค่ร่างกายภายนอก หาใช่จิตใจที่แสนเปราะบางไม่ แต่เธอจะไม่มีทางให้คนในครอบครัวรู้เรื่องนี้เด็ดขาด เพราะเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้เธอรู้สึกผิดมากเท่าที่คนคนหนึ่งจะรู้สึกได้ และความรู้สึกนั้นก็ยังคงอยู่ไม่มีวันลืม


เมื่อฟื้นขึ้นมาในห้องขาวสะอาดปลอดเชื้อหลังหลับไปนานสามวันเต็มเนื่องจากร่างกายได้รับความบอบช้ำอย่างมาก โชคก็ไม่เข้าข้างเธอสักเท่าไรเพราะทั้งม้ามและตับเกิดการฉีกขาดจากแรงกระแทก แถมขาซ้ายที่ติดอยู่ในซากรถจนขยับไม่ได้ก็เป็นเพราะกระดูกหน้าแข้งหักสองท่อน บวกกับกระดูกข้อเท้าแตก


เมื่ออาการเป็นเช่นนี้ อาชีพนางแบบที่กำลังไปได้สวยจึงหยุดชะงักอย่างน่าเสียดาย แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับเมื่อลืมตาขึ้นมาแล้วพบมารดาที่แสนดีนั่งร้องไห้อยู่ข้างเตียงอย่างน่าสงสาร โดยมีบิดาคอยยืนปลอบโยนอยู่ข้างๆ ไม่ห่างด้วยสีหน้าเป็นกังวลไม่ต่างกัน แถมน้องๆ ที่มักจะกวนประสาทอยู่ร่ำไปก็สิ้นฤทธิ์กันถ้วนหน้า


เธอไม่ได้ทำให้แค่บุพการีและน้องๆ เท่านั้นที่เป็นกังวล แต่ยังรวมไปถึงครอบครัวธันย์นารากรและพิมพ์พิลาวัลย์ที่ต่างก็ดูเคร่งเครียดกับอาการป่วยของเธอ ความรัก ความห่วงใยที่ได้รับจากครอบครัวทำให้เธอรู้สึกผิด เนื่องจากที่เจ็บหนักขนาดนี้ก็เป็นผลมาจากพิษรักซึ่งมอบให้คนอื่น โดยมองข้ามความรักความห่วงใยของครอบครัวไป


ก๊อก...ก๊อก...


“เจ้เซ! ยูฮู้ว ตื่นรึยัง”


เสียงที่ร้องเรียกพร้อมกับเสียงเคาะประตูรัวทำให้คนที่ถูกเรียกว่า เจ้เซหลุดออกจากภวังค์ หันไปสนใจคนที่กระหน่ำเคาะประตูอยู่ด้านนอกแทน


ไม่รู้ว่าเจ้าเด็กแฝดเรียกชื่อเธอแบบคนอื่นๆ ไม่เป็นหรืออย่างไร หรือไม่ก็มักจะหาอะไรที่เป็นซิกเนเจอร์ของตัวเองมานำเสนอ เธอจึงได้ชื่อเจ้เซมาใช้ โดย เซย่อมาจากชื่อ เซเลน่าซึ่งเป็นชื่อจริงของเธอ ทว่าขัดไปก็ไม่มีประโยชน์ เมื่อแก๊งต้มตุ๋นมันดื้อด้านหัวแข็งยิ่งกว่าอะไรดี


“เจ้ตื่นรึยัง ป๋าให้มาตามลงไปกินข้าว”


เสียงที่คล้ายกันจนแทบแยกไม่ออกดังตามเสียงแรกมา ทำให้คนถูกเรียกได้แต่ถอนหายใจ หากไม่ส่งเสียงออกไปพวกมันไม่มีทางยอมรามือแน่


“เดี๋ยวลงไป” เจด้าตะโกนตอบไป แต่เหมือนว่าเจ้าสองแสบจะยังไม่พอใจเพียงเท่านี้


“เจ้เซเปิดประตูให้เราหน่อย เจ้เป็นไรหรือเปล่า”


น้ำเสียงที่ดูร้อนรนขึ้นทำให้หญิงสาวใจอ่อน รู้ดีว่าน้องชายเป็นห่วงมากจึงยังปักหลักอยู่ที่เดิมหากยังไม่เห็นว่าพี่สาวสบายดี


“ฉันสบายดี ไม่ได้เป็นอะไรอย่างที่พวกนายกังวล”


เจด้าเปิดประตูให้สองหนุ่มลูกเสี้ยว ลูกชายแสนแสบของผู้เป็นลุงอย่าง เดอิโก ชาน ธันย์นารากรและคุณป้าสุดแซ่บที่เธอถือเป็นไอดอลอย่าง ฟีโอน่า เช็ค ที่เคยเป็นนางแบบดังระดับโลก ก่อนจะผันตัวมาเป็นแม่บ้านเต็มตัวหลังแต่งงานกับลุงของเธอ

ติดตามพูดคุยได้ที่เพจ ‘อริมา’ จ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

997 ความคิดเห็น