คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

กุหลาบกามเทพ

ตอนที่ 4 : บทที่ 3


     อัพเดท 10 ก.พ. 58
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : mallika ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ mallika
My.iD: https://my.dek-d.com/mallika
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 9 Overall : 4,350
11 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 36 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
กุหลาบกามเทพ ตอนที่ 4 : บทที่ 3 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 310 , โพส : 1 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


กุหลาบกามเทพ

 

บทที่ 3

 

                มัทนาหยุดยืนหน้าห้องพักของน้องสาว ก่อนหยิบกุญแจออกมาไขประตู ความจริงคอนโดมิเนียมห้องนี้เคยเป็นห้องของเธอมาก่อน แต่พอเธอเรียนจบย้ายกลับไปอยู่บ้าน เธอจึงให้รจนาเข้ามาพักแทน เพราะที่นี่อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยของน้องสาว

                แสงไฟในห้องนอนสว่างขึ้น มัทนาดันประตูปิด แล้วเดินไปหยุดยืนกลางห้อง รจนาชอบตุ๊กตามาก ห้องพักของเด็กสาวจึงมีตุ๊กตาแบบต่างๆ วางอยู่เต็มไปหมด โดยเฉพาะตุ๊กตาหมีสีขาวที่วางอยู่ข้างหมอน เธอจำได้ว่ามันเป็นตัวโปรดของน้องสาว

                มัทนาทรุดตัวลงนั่งบนเตียง รจนาเป็นเด็กดีมาตลอด อีกสองปีเด็กสาวจะเรียนจบ แล้วกลับบ้านไปช่วยเธอดูแลไร่หอมกลางพนา ทุกอย่างถูกวางแผนไว้อย่างสวยงาม แต่ผู้ชายเลวๆ คนนั้น กลับทำมันพังจนไม่เหลือชิ้นดี เธอจะตามหาหมอนั่นให้พบ แล้วให้เขาชดใช้อย่างสาสม

                เสียงเคาะประตูดังขึ้น มัทนาเดินไปเปิด ก่อนเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ เมื่อพบเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกับน้องสาว ยืนรออยู่ที่หน้าประตูห้องพักด้วยท่าทางไม่มั่นใจ

                “มีอะไรหรือเปล่าจ้ะ”

                “หนูมาหาเล็กค่ะ เล็กอยู่หรือเปล่าคะ” เด็กสาวมองข้ามไหล่เธอเข้าไปในห้อง หล่อนคงเห็นไฟในห้องเปิด จึงคิดว่ารจนากลับมาแล้ว

                “เข้ามาข้างในก่อนสิ ฝุ่นเยอะไปหน่อยนะ พี่ยังไม่ได้ทำความสะอาดเลย” มัทนาเดินนำไปที่ชุดรับแขกมุมห้อง เธอเชิญเด็กสาวนั่งบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง ก่อนทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อีกตัว

                “หนูเป็นเพื่อนกับเล็กเหรอ”

                “ค่ะ” หล่อนพยักหน้า “พี่คงเป็นพี่กลางใช่ไหมคะ”

                “ใช่จ้ะ ขอโทษด้วยนะ พี่เพิ่งมาถึง เลยไม่มีน้ำมารับรอง” มัทนายิ้มให้เด็กสาว หล่อนคงสนิทกับรจนาไม่น้อยจึงรู้จักเธอด้วย

                “ไม่เป็นไรค่ะ เล็กไม่ได้มาด้วยเหรอคะ” เด็กสาวมองไปรอบห้อง สงสัยจะมีธุระสำคัญกับรจนา ถึงถามหาน้องสาวของเธอบ่อยครั้ง

                “เล็กไม่สบายจ๊ะ ตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่บ้าน” มัทนาตอบตามตรง แต่เว้นรายละเอียดปลีกย่อยไว้ เพราะเรื่องของรจนาไม่สมควรให้คนนอกรู้มากนัก

                “เล็กป่วยเป็นอะไรคะ อาการหนักหรือเปล่า” เด็กสาวถามอย่างตกใจ เธอยกมือโบกไปมา แล้วตอบให้หล่อนคลายกังวล

                “ไม่หนักหรอกจ้ะ แค่โรคประจำตัวเท่านั้น แต่ต้องพักรักษาตัวนานหน่อย หนูมาหาเล็กมีธุระอะไรหรือเปล่าจ้ะ”

                “เล็กไม่ได้ไปเรียนหลายเดือน ทางมหาวิทยาลัยกำลังจะคัดชื่อเล็กออก หนูอยากให้เล็กไปดร็อปเรียนไว้ก่อนค่ะ”

                “ขอบใจนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะไปจัดการเอง” เธอรับปากแล้วชวนคุยต่อ “หนูรู้จักกับเล็กมานานหรือยัง”

                “ตั้งแต่ปีหนึ่งค่ะ เราเรียนเอกเดียวกัน”

                “ปกติเล็กเป็นยังไงบ้าง มีปัญหาเรื่องการเรียน หรือว่าเรื่องเพื่อนบ้างไหม” เธอถามอ้อมๆ ก่อน เด็กสาวขมวดคิ้วครุ่นคิด ก่อนจะส่ายหน้า

                “ไม่นี่คะ เล็กเรียนเก่ง นิสัยเรียบร้อย เพื่อนๆ ชอบเล็กทุกคนค่ะ”

                “เล็กมีแฟนหรือเปล่า” เธอถามคำถามสำคัญ เด็กสาวชะงักไปทันที ก่อนปฏิเสธอย่างมีพิรุธ

                “หนูไม่ทราบคะ หนูเสียบหม้อหุงข้าวทิ้งไว้ ขอตัวกลับห้องก่อนนะคะ”

                “เดี๋ยวก่อนสิจ๊ะ” เธอคว้ามือเด็กสาวไว้ “พี่เป็นพี่สาวของเล็ก หนูรู้อะไรก็เล่าให้พี่ฟังเถอะ ไม่ต้องกลัวเล็กโกรธหรอก”

                “หนูไม่ค่อยรู้เท่าไรหรอกค่ะ เพราะเล็กไม่ค่อยเล่าเรื่องส่วนตัวให้ใครฟัง ยิ่งพักหลังๆ เราไม่ค่อยได้ไปไหนด้วยกัน เพราะ...”

                “เพราะอะไรจ๊ะ” เธอถามอย่างคาดคั้น เด็กสาวก้มหน้าหลบตา ก่อนตอบเสียงเบา

                “เพราะเล็กมีเพื่อนชายมารับส่งค่ะ”

                “หนูรู้ไหมว่าเขาเป็นใคร”

                “ไม่รู้ค่ะ แต่หนูเห็นเขาส่งดอกไม้กับของขวัญมาให้เล็กบ่อยๆ พี่ลองหาการ์ดมาอ่านดู อาจจะเจอชื่อเขาก็ได้ หนูขอตัวกลับก่อนนะคะ” เด็กสาวตัดบทแล้วเดินออกจากห้อง โดยไม่เหลียวมามองเธออีกเลย

                มัทนาลุกจากเก้าอี้ไปปิดประตู เด็กสาวต้องรู้แน่ๆ ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร แต่กลัวอะไรสักอย่างจึงไม่ยอมบอกเธอ หญิงสาวมองไปรอบๆ แล้วลงมือค้นห้องของน้องสาว โดยเริ่มจากโต๊ะเครื่องแป้งก่อน ในลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง เธอพบเครื่องประดับหลายชิ้น ซึ่งแต่ละชิ้นรจนาไม่น่าจะซื้อเองได้ เพราะราคาของมันไม่ใช่ถูกๆ เลย

                “ท่าทางจะรวย” หญิงสาวเบะปากอย่างรังเกียจ แล้วเดินไปเปิดลิ้นชักหัวเตียง เธอพบอัมบั้มรูปกับสมุดบันทึกเล่มหนึ่งวางอยู่ข้างใน เธอหยิบอัลบั้มออกมาเปิดดู รูปถ่ายส่วนใหญ่เป็นรูปถ่ายของรจนากับเพื่อนผู้หญิง ยกเว้นรูปถ่ายใบสุดท้ายที่เป็นรูปถ่ายของผู้ชายคนหนึ่ง เขาเป็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ผิวขาวสะอาดเกลี้ยงเกลา เธอดึงรูปถ่ายออกมาพลิกดูด้านหลัง แล้วอ่านข้อความที่เขียนไว้เบาๆ

                “อาจารย์พรรษกร เพชรธำรง ที่มหาวิทยาลัย”

                มัทนาวางรูปถ่ายลงบนหัวเตียง แล้วหยิบสมุดบันทึกของน้องสาวมาเปิดอ่าน ช่วงแรกๆ ของบันทึกรจนาเล่าเรื่องเพื่อน เรื่องการเรียน และเรื่องกิจกรรมในมหาวิทยาลัย เธอเปิดอ่านไปเรื่อยๆ ก่อนสะดุดตากับชื่อของผู้ชายในรูปถ่ายเมื่อครู่

                “อาจารย์พรรษกร” เธอรีบอ่านต่ออย่างสนใจ รจนาพบผู้ชายคนนี้ที่มหาวิทยาลัย เขามาบรรยายพิเศษให้นักศึกษาฟัง ก่อนพบกันอีกครั้งอย่างไม่ตั้งใจ เพราะเขาเกือบขับรถเฉี่ยวน้องสาวของเธอ หลังจากนั้นทั้งสองก็ติดต่อกันเรื่อยมา ช่วงแรกเต็มไปด้วยความสุข เด็กสาวล่องลอยอยู่ในห้วงรัก แต่หน้าสุดท้ายกลับเปรอะเปื้อนด้วยคราบน้ำตา รจนาตั้งท้องกับเขา เด็กสาวไปหาเขาที่ทำงาน แต่ต้องกลับมาด้วยความเสียใจ

                มัทนาโยนไดอารี่ทิ้งลงบนเตียงอย่างรังเกียจ ไม่ต้องอ่านต่อเธอก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ผู้ชายสารเลวคนนี้ไม่ยอมรับผิดชอบรจนา เด็กสาวจึงต้องหอบท้องกลับไปอยู่บ้าน เธอหยิบรูปถ่ายขึ้นมาดูอีกครั้ง ก่อนพึมพำลอดไรฟันด้วยความแค้น

                “นายพรรษกร เพชรธำรง”

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

                โรงอาหารในมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง มัทนาเดินถือจานอาหารมองหาที่นั่ง เธอมาทำเรื่องขอพักการเรียนให้น้องสาว หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เธอจึงแวะมาหาข้าวกลางวันกิน หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ว่างใกล้กับนักศึกษาสาวกลุ่มหนึ่ง เมื่อดูจากหนังสือเรียนที่วางอยู่บนโต๊ะ พวกหล่อนน่าจะเป็นเพื่อนร่วมคณะกับน้องสาวของเธอ

                “เธอรู้ข่าวรจนาหรือยัง” เด็กสาวคนหนึ่งพูดขึ้น

                มัทนาชะงักมือที่กำลังตักอาหารใส่ปาก เธอเหลือบตาไปมองเด็กสาวคนนั้น หล่อนเป็นเด็กสาวหน้าตาสะสวย ผมยาวดัดเป็นลอนเหมือนตุ๊กตา แต่แต่งหน้าจัดเกินวัยไปหน่อย เธอตักอาหารกินพลางเงี่ยหูฟังเด็กสาวกลุ่มนั้นไปด้วย เพราะสงสัยว่าพวกหล่อนกำลังพูดถึงน้องสาวของตน

                “ข่าวอะไร รจนากลับมาเรียนแล้วเหรอ” เด็กสาวผมสั้นเอ่ยถาม

                “เรียนอะไรกัน สายของฉันบอกว่าพี่สาวของรจนา เพิ่งมาขอดร็อปเรียนเมื่อไม่ถึงชั่วโมงนี่เอง” เด็กสาวหน้าสวยตอบเสียงแหลม เด็กสาวในกลุ่มมองหน้ากัน ก่อนเด็กสาวสวมแว่นตาจะพูดประชดผู้เป็นเพื่อน

                “ไม่ถึงชั่วโมง เธอมีสายเป็นแมลงวันหรือไง ถึงได้รู้เร็วนัก”

                “ช่างฉันเถอะน่า มาพูดเรื่องรจนาดีกว่า พวกเธอคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับหล่อน” เด็กสาวหน้าสวยตั้งคำถามกับเพื่อนๆ เด็กสาวผมสั้นขมวดคิ้วครุ่นคิด ก่อนส่ายหน้าอย่างจนปัญญา

                “ใครจะไปรู้ล่ะ จู่ๆ หายตัวไปแบบนี้ ถ้าไม่ป่วยหนักก็คงท้องแก่ใกล้คลอดมั้ง”

                “ฉันว่าข้อหลัง” เด็กสาวสวมแว่นตาเอ่ยขึ้น

                “ท้องแก่เหรอ” เด็กสาวผมสั้นเอ่ยอย่างตกใจ

                “ใช่” เด็กสาวหน้าสวยพยักหน้าเห็นด้วย

                “ทำไมเธอมั่นใจนัก” เด็กสาวผมสั้นเอ่ยถาม

                “พวกเธอจำไม่ได้เหรอว่าก่อนหายตัวไป รจนาควงอยู่กับใคร” เด็กสาวหน้าสวยตั้งคำถามกับเพื่อนๆ อีกครั้ง

                “อาจารย์พรรษกร” สองสาวตอบพร้อมกัน

                “ใช่ ใครๆ ก็รู้ว่าเขาชอบฟันแล้วทิ้ง อ่อนต่อโลกอย่างรจนาจะเหลือเหรอ” เด็กสาวหน้าสวยเอ่ยยิ้มๆ เด็กสาวผมสั้นถอนใจเบาๆ ก่อนเอ่ยด้วยความเห็นใจ

                “น่าสงสารเนอะ”

                “น่าสมเพชมากกว่า ถ้ารู้จักเจียมตัวเสียบ้าง คงไม่ต้องเป็นแบบนี้หรอก” เด็กสาวหน้าสวยยิ้มเยาะ

                “นั่นสิ” เด็กสาวสวมแว่นเห็นด้วย “วันก่อนฉันเห็นเขาไปป้ออยู่แถวคณะอักษร ไม่รู้ว่าไปถูกตาต้องใจใครอีก คาสโนว่าตัวพ่อจริงๆ เลย”

                มัทนาลุกเดินออกไป ความหิวหดหายไปหมดแล้ว เหลือแต่ความแค้นเท่านั้นที่สุมแน่นอยู่ในอก

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

                ลานจอดรถหน้าคณะอักษรศาสตร์ มัทนาจอดรถโฟร์วีลของตนใต้ร่มไม้ เด็กสาวกลุ่มนั้นบอกว่านายพรรษกรชอบมาป้ออยู่แถวนี้ ถ้าเรื่องที่พวกหล่อนพูดเป็นความจริง เธอคงได้เห็นหน้าหมอนั่นในวันนี้ หญิงสาวดับเครื่องยนต์ แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือมาค้นข้อมูลของเขา พรรษกร เพชรธำรง เป็นทายาทของนายพิมุขและคุณหญิงแขไข เพชรธำรง บิดาของเขาเป็นเจ้าของบริษัทไดมอนด์เจมส์ ซึ่งผลิตและจำหน่ายเครื่องประดับชั้นนำของเมืองไทย โดยมีสาขาอยู่ในศูนย์การค้าขนาดใหญ่ และขยายไปยังยุโรปและอเมริกาอีกหลายสาขา

                “เงินไม่ช่วยทำให้นิสัยดีขึ้นเลย” หญิงสาวเบะปากอย่างรังเกียจ แล้วอ่านข้อมูลของเขาต่อ นายพรรษกรจบปริญญาโทสาขาเศรษฐศาสตร์จากอเมริกา พอเรียนจบก็กลับมาช่วยบิดาบริหารกิจการของครอบครัว เขามาบรรยายพิเศษที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นครั้งคราว เขามีข่าวกับผู้หญิงหลายคน แต่ยังไม่ตกลงปลงใจกับใครสักคน

                “มักมาก” มัทนาปิดมือถืออย่างหงุดหงิด ยิ่งอ่านยิ่งอยากฆ่าคน เธออยากรู้จริงๆ ว่ารจนาเห็นอะไรดีในตัวหมอนี่ ถึงได้ลดตัวลงไปคบหาด้วย หญิงสาวก้มมองนาฬิกาข้อมือ เธอนั่งรอเขามาร่วมชั่วโมงแล้ว แต่ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเขา สงสัยต้องกลับไปตั้งหลักที่ห้องพักก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยไปดูลาดเลาที่บริษัทไดมอนด์เจมส์

                มัทนาติดเครื่องยนต์กำลังจะเคลื่อนรถออกจากลานจอด แต่เหลือบไปเห็นรถสปอร์ตสีเขียวสดแล่นตรงมาเสียก่อน รถสปอร์ตคันนั้นแล่นมาจอดข้างรถของเธอ ก่อนชายหนุ่มที่เธอนั่งรอมาร่วมชั่วโมงจะเปิดประตูเดินลงมา ตัวจริงของนายพรรษกรดูดีกว่าในรูปถ่ายหลายเท่า เขามีรูปร่างสูงโปร่งแข็งแรง ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย เมื่อรวมกับเสื้อผ้าราคาแพงที่สวม รถสปอร์ตหรูหราที่ขับ หมอนี่จึงเป็นกับดักเด็กสาวหน้าโง่ชั้นดี

                “นีน่า” เขาโบกมือให้เด็กสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่ง หล่อนยิ้มกว้างด้วยความดีใจ แล้วเดินแกมวิ่งมาหาเขา ก่อนถามเสียงหวาน

                “รอนานไหมคะคุณพอล”

                “ไม่นานครับ” เขาเปิดประตูรถหยิบช่อดอกไม้ส่งให้หล่อน “ดอกไม้สำหรับคนพิเศษของผม”

                “ขอบคุณค่ะคุณพอล” เด็กสาวรับมากอดด้วยท่าทางดีใจ ก่อนเขย่งเท้าหอมแก้มเขา

                มัทนาเบิกตาอย่างตกใจ พวกเขากล้าทำขนาดนี้ ทั้งที่อยู่ในมหาวิทยาลัย เธอไม่อยากคิดเลยว่าเมื่ออยู่กันตามลำพัง พวกเขาจะทำอะไรกันบ้าง

                “ไปกันดีกว่าครับ ผมจองโต๊ะไว้แล้ว เดี๋ยวรถจะติด” เขาเปิดประตูรถให้เด็กสาว หล่อนก้าวเข้าไปนั่ง แล้วเงยหน้ายิ้มหวานให้เขา

                “ขอบคุณค่ะคุณพอล”

                “ด้วยความยินดีครับ” เขายิ้มตอบแล้วเดินไปประจำที่คนขับ ก่อนขับรถออกจากมหาวิทยาลัย โดยมีรถยนต์ของมัทนาขับตามไป

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

                มัทนาเงยหน้ามองคอนโดมิเนียมหรูตรงหน้า หลังจากนายพรรษกรพาเด็กสาวไปกินอาหารเย็นแล้ว เขาก็พาหล่อนมาที่คอนโดมิเนียมแห่งนี้ ชายหนุ่มเปิดประตูรถก้าวลงมายืน แล้วเดินอ้อมไปเปิดประตูรถให้เด็กสาว ก่อนทั้งคู่จะเดินควงแขนกันเข้าไปในคอนโดมิเนียม

                “จิ้งจอกสังคม” เธอมองตามด้วยความเกลียดชัง ก่อนหันมามองด้างข้าง เมื่อพนักงานรักษาความปลอดภัยของคอนโดมิเนียมเคาะกระจกรถเธอ

                “มีอะไรเหรอคะ” หญิงสาวลดกระจกรถลงไปถาม

                “จอดรถตรงนี้ไม่ได้นะครับ” เขาตอบอย่างสุภาพ

                “ขอโทษค่ะ พอดีมาพบเพื่อน แต่จำเบอร์ห้องไม่ได้ เลยจะโทรให้ลงมารับ” เธอยกโทรศัพท์มือถือให้เขาดู ชายหนุ่มพยักหน้าเข้าใจ แล้วชี้มือไปที่ลานจอดรถด้านใน

                “ถ้างั้นรบกวนไปจอดตรงโน้นนะครับ จะได้ไม่เกะกะผู้เข้าพักคนอื่น”

                “ขอบคุณค่ะ” มัทนายิ้มให้เขา ชายหนุ่มยิ้มตอบ แล้วหันไปมองเพื่อนร่วมงานของตน เมื่อผู้เป็นเพื่อนวิ่งเข้ามาชวนคุย

                “เอ็งเห็นหรือเปล่า คนใหม่ว่ะ แจ่มไปเลย” เขาพยักหน้าไปที่พรรษกรกับเด็กสาวคนนั้น

                “เห็นสิ แต่ละวันไม่เคยซ้ำหน้า โคตรน่าอิจฉาเลย”

                “คนนี้เซ็กซี่ได้ใจข้ามาก ไม่เหมือนคนก่อน จืดชืดเหมือนน้ำเปล่า”

                “แต่ข้าชอบคนก่อนมากกว่า ดูเด็กๆ ใสๆ น่ารักดี คนนี้เปรี้ยวเกินไป กลัวเข็ดฟันว่ะ” เขาจบคำพูดของตนด้วยเสียงหัวเราะ ก่อนผู้เป็นเพื่อนจะหัวเราะตามอย่างขบขัน

                มัทนาหน้าตึงขึ้นมาทันที เธอหวังว่าหนึ่งในผู้หญิงที่ทั้งสองพูดถึงจะไม่มีรจนาร่วมอยู่ด้วย แต่ความจริงจะโกรธพวกเขาคงไม่ได้ เพราะพวกเขาแค่พูดตามที่เห็น ดังนั้นคนที่เธอควรจะโกรธที่สุดคือนายพรรษกร จิ้งจอกสังคมในคราบไฮโซ

                “อ้าว ยังไม่ไปอีกเหรอคุณ” เขาเพิ่งนึกได้ว่าเธออยู่ด้วย

                “ฉันไม่จอดแล้วค่ะ พอดีจำคอนโดผิด ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวขับรถออกจากคอนโดมิเนียม วันนี้เธอเห็นมามากพอแล้ว ขืนอยู่ต่อคงได้บุกขึ้นไปฆ่าหมอนั่นแน่

....................................................


มัลลิกานะคะ
บทที่ 2 ของสัปดาห์นี้ตามมาอย่างไว ค่อยๆ อ่านกันนะคะ เจอกันสัปดาห์หน้าค่า
รักนะ...มัลลิกา



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
กุหลาบกามเทพ ตอนที่ 4 : บทที่ 3 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 310 , โพส : 1 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 1 : ความคิดเห็นที่ 2
อ่านแล้วแบบลุ้นน้องเล็กจะฟื้นไหม
เกลียดพระเอกค่ะ พูดเลย
PS.  เปิดตาแล้วอย่าปิดใจ เพราะคุณจะไม่เข้าใจสิ่งที่เห็นได้ทั้งหมด
Name : ม่านเมฆา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ม่านเมฆา [ IP : 101.109.115.39 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:52

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android