คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

กุหลาบกามเทพ

ตอนที่ 3 : บทที่ 2


     อัพเดท 10 ก.พ. 58
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : mallika ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ mallika
My.iD: https://my.dek-d.com/mallika
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 17 Overall : 4,358
11 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 36 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
กุหลาบกามเทพ ตอนที่ 3 : บทที่ 2 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 336 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


กุหลาบกามเทพ

 

บทที่ 2

 

                ยามเย็นที่ทุ่งกุหลาบถูกอาบด้วยแสงแดดสีหวาน รจนาเดินไปบนทางโรยกรวดอย่างไม่รีบร้อน เธอหยุดมองไร่กุหลาบกว้างใหญ่ของครอบครัว แปลงกุหลาบเบื้องหน้างดงามเหมือนภาพวาด มัทนาทุ่มเทชีวิตเพื่อไร่หอมกลางพนา ซึ่งตอนนี้ผลจากความตั้งใจนั้นผลิดอกออกผลแล้ว ยิ่งมองยิ่งรู้สึกภูมิใจแทนพี่สาวของตน

                เด็กสาวเดินไปทรุดตัวลงนั่งบนม้าหินอ่อนใต้ต้นปีบ ก่อนสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างมีความสุข เมื่อสายลมหอบกลิ่นกุหลาบมาโอบล้อมรอบตัว เธอกลับมาอยู่บ้านได้เกือบสี่เดือนแล้ว ท้องของเธอใหญ่ขึ้นมาก ทารกน้อยในครรภ์เติบโตแข็งแรง เธอเฝ้ารอวันที่จะได้เห็นหน้าลูก ไม่ว่าเขาจะเป็นหญิงหรือชาย เธอจะรักเขาให้สุดหัวใจ

                “ลูกจ๋าแม่รักหนูนะลูก อีกไม่นานเราจะได้พบกันแล้วนะ” รจนาวางมือบนหน้าท้องพลางลูบเบาๆ เมื่อนึกถึงลูกก็อดนึกถึงพ่อของลูกไม่ได้ วันนั้นเธอไปหาเขาที่ออฟฟิศ เธอตั้งใจจะบอกเรื่องลูกกับเขา แต่เสียดายเธอไม่มีโอกาสได้บอก...

 

                บริษัทไดมอนด์เจมส์ เด็กสาวในชุดนักศึกษาเรียบร้อยเดินออกจากลิฟต์ ก่อนเดินไปหยุดยืนหน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ รจนามองไปรอบๆ ด้วยท่าทางหวาดหวั่น แม้จะคบหากับอาจารย์หนุ่มมาร่วมครึ่งปี แต่เธอไม่เคยมาหาเขาที่ทำงานเลย เพราะไม่อยากก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเขา แต่สองสามวันที่ผ่านมาชายหนุ่มเงียบหายไป เธอโทรศัพท์หาเขาหลายครั้ง แต่เขาไม่รับสายของเธอ เธอจึงต้องมาหาเขาที่นี่ เพราะมีเรื่องตื่นเต้นอยากบอกให้เขารู้ จนอดใจรอให้เขาโทรกลับมาไม่ไหว

                รจนายืนรอให้ประชาสัมพันธ์สาวเงยหน้ามองเธอ แต่เจ้าหล่อนง่วนอยู่กับงานของตนจนไม่สนใจใคร เธอจึงต้องยอมเสียมารยาทพูดแทรกขึ้น เพื่อให้อีกฝ่ายละมือจากงานที่ทำ

                “ขอโทษค่ะ ดิฉันมาขอพบอาจารย์พรรษกร ไม่ทราบว่าอยู่หรือเปล่าคะ”

                “นัดไว้หรือเปล่า” ประชาสัมพันธ์สาวถามด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย

                “เปล่าค่ะ” เธอส่ายหน้า “พอดีมีเรื่องด่วน ช่วยเรียนอาจารย์พรรษกรว่ารจนามาขอพบได้ไหมคะ”

                “ไปนั่งรอก่อน เดี๋ยวฉันจะเรียนเลขาฯ ของท่านให้ ถ้าท่านอนุญาต เธอถึงจะเข้าพบได้”

                “ขอบคุณค่ะ” รจนาเดินไปนั่งรอตรงมุมรับแขก เธอไม่ค่อยรู้เรื่องบริษัทของแฟนหนุ่มเท่าไร เพราะเธอไม่เคยถามเรื่องงานของเขา ส่วนเขาก็ไม่ค่อยพูดเรื่องงานให้เธอฟัง เธอจึงรู้แค่ว่าบริษัทไดมอนด์เจมส์ เป็นบริษัทที่ผลิตและจำหน่ายเครื่องประดับชั้นนำของเมืองไทย โดยมีสาขาอยู่ในศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ส่วนสำนักงานที่เธอนั่งอยู่ตอนนี้เป็นออฟฟิศของผู้บริหารและพนักงานแผนกต่างๆ

                “ทำไมนานจัง” เด็กสาวบ่นพึมพำกับตัวเอง ก่อนยิ้มด้วยความดีใจ เมื่อเห็นพรรษกรเดินออกมา เธอกำลังจะลุกไปหาเขา แต่มีผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งมาเกาะแขนเขาก่อน หล่อนเป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวย สวมชุดรัดรูปสีดำสั้นเหนือเข่าดูเซ็กซี่

                “คุณจะทำกับฉันอย่างนี้ไม่ได้นะคะพอล ฉันกำลังตั้งท้องลูกของคุณนะคะ” หล่อนประกาศเสียงดัง โดยไม่สนใจสายตาของใคร รวมทั้งสายตาของรจนา ซึ่งยืนมองตาค้างอยู่ตรงมุมรับแขก เด็กสาวรีบหลบไปยืนหลังเสา แล้วแอบมองทั้งสองสนทนากัน

                “เหลวไหล ทุกครั้งที่เรามีอะไรกัน ผมป้องกันตลอด คุณจะท้องกับผมได้ยังไง” พรรษกรยิ้มหยัน หญิงสาวมองสบตาเขา ก่อนยืนยันหนักแน่น

                “แต่ฉันท้องกับคุณจริงๆ นะคะ ไม่เชื่อไปให้หมอตรวจดูก็ได้”

                “ตั้งแต่ผมเป็นหนุ่ม คุณรู้ไหมว่ามีคนมาพูดแบบนี้กับผมกี่คนแล้ว ผมว่าคุณรับเช็คไว้ แล้วไปจากที่นี่เถอะ เพราะผมไม่มีวันรับผู้หญิงที่ยอมนอนกับผู้ชายง่ายๆ มาเป็นแม่ของลูกหรอก” เขาหยิบเช็คจากกระเป๋าเสื้อสูทส่งให้หล่อนพลางมองด้วยสายตาดูถูก

                “คุณ!” หญิงสาวเงื้อมือตบหน้าเขา พรรษกรยกมือกันไว้ได้ แล้วผลักหล่อนออกห่าง ก่อนชี้มือไปที่ประตูออฟฟิศ

                “ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ ก่อนที่ผมจะเรียกรปภ. มาจับคุณโยนออกไป”

                “คุณจะต้องเสียใจที่ทำกับฉันอย่างนี้” หญิงสาวขู่อาฆาตเสียงเข้ม แล้วเดินกระทืบเท้าออกไป พรรษกรมองตามด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย ก่อนหันไปสั่งความประชาสัมพันธ์ของตน

                “ถ้าผู้หญิงคนนั้นมาที่นี่อีก เรียกรปภ. มาไล่ไปเลยนะ”

                “ค่ะ คุณพรรษกร เมื่อกี้มี...”

                “วันนี้ผมไม่รับแขก ไล่กลับไปให้หมด” ชายหนุ่มตัดบทเสียงห้วน แล้วเดินกลับห้องทำงานด้วยท่าทางหัวเสีย

                รจนายืนนิ่งเหมือนถูกสาป เธอไม่เคยเห็นด้านนี้ของเขามาก่อน เด็กสาวรู้สึกว่าตัวเองโง่มาก เธอเช็ดน้ำออกจากแก้ม แล้วรีบหลบออกไปทันที เพราะเท่าที่เห็นและได้ยิน มันชัดเจนเกินพอแล้ว พรรษกรไม่มีวันยอมรับเธอกับลูก ขืนบอกไปก็ทำให้ตัวเองอับอายเปล่าๆ

 

                “เล็ก ยายเล็ก”

                เสียงเรียกของใครคนหนึ่งดึงรจนากลับมาจากความทรงจำของตน เธอหันไปมองและพบว่าคนที่ร้องเรียกคือเพื่อนสมัยเรียนมัธยม

                “กวาง”

                “เหม่อไปถึงไหนเนี่ย ฉันเรียกตั้งนานก็ไม่ตอบ” เพื่อนสาวเดินเข้ามาหา กวางเรียนห้องเดียวกับเธอตอนอยู่มัธยมปลาย แต่เด็กสาวสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ จึงเลือกเรียนในวิทยาลัยใกล้บ้านแทน

                “ขอโทษจ้ะ ฉันคิดอะไรเพลินไปหน่อย เธอมีอะไรหรือเปล่า”

                “พี่กลางอยู่ไหม ฉันมาสั่งดอกไม้” กวางมองไปรอบๆ แม่ของหล่อนขายดอกไม้อยู่ในตลาด จึงมาสั่งดอกกุหลาบจากไร่ของเธอไปขายเป็นประจำ แต่ปกติป้ากลอยจะมาสั่งของเอง ทำไมวันนี้ถึงให้ลูกสาวมาสั่งแทนก็ไม่รู้

                “คงอยู่ในไร่ เดี๋ยวฉันให้เด็กไปตามให้นะ” รจนาลุกขึ้นยืน เพื่อนสาวจ้องมองเธอตาโต ก่อนถามอย่างประหลาดใจ

                “เธอท้องเหรอเล็ก กี่เดือนแล้วเนี่ย เธอแต่งงานเมื่อไร ทำไมฉันไม่รู้เรื่องเลย แล้วหนังสือไม่เรียนแล้วเหรอ”

                “ฉัน...” เด็กสาวไม่รู้จะตอบยังไง ตั้งแต่หอบท้องกลับมาบ้าน นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกอับอาย จนหาเสียงตัวเองไม่พบ

                “ฉันอะไร เธอนี่จริงๆ เลย แต่งงานก็ไม่บอกเพื่อนฝูง ฉันต้องโทรไปบอกให้คนอื่นๆ รู้แล้ว เดี๋ยวเพื่อนๆ ของเราจะตกข่าวเหมือนฉัน” กวางหยิบโทรศัพท์มือถือมากดโทรออก แต่ต้องชะงักมือ เมื่อเสียงเข้มจัดของมัทนาถามขึ้น

                “มาสั่งดอกไม้เหรอกวาง”

                “ค่ะพี่กลาง” หล่อนตอบเสียงอ่อย

                “เอาอะไรมั่งล่ะ” มัทนาเดินเข้ามาหา โดยมีพฤกษ์ลูกพี่ลูกน้องของเธอเดินตามมาด้วย ชายหนุ่มอายุมากกว่าเธอสามปี เพิ่งเรียนจบด้านเกษตรจากวิทยาลัยในตัวจังหวัด เขาเป็นผู้ช่วยคนสำคัญของพี่สาวเธอ

                “เหมือนเดิมค่ะ แต่ขอกุหลาบแดงเพิ่มสองร้อยดอก แม่บอกว่าช่วงนี้ขายดี” กวางตอบด้วยท่าทางสำรวม เพราะพี่สาวของเธอขึ้นชื่อเรื่องความดุ ถ้าพูดไม่เข้าหูมัทนา พรุ่งนี้อาจไม่มีดอกไม้ไปให้แม่ขาย

                “พฤกษ์พากวางไปดูดอกไม้สิ” พี่สาวของเธอหันไปสั่งญาติผู้น้อง

                “ตามมา” พฤกษ์เรียกเสียงเข้ม

                “เดี๋ยวค่อยไปดูได้ไหมค่ะ กวางอยากคุยกับเล็กก่อน” กวางอิดออดไม่ยอมไป เพราะยังซักเรื่องของเธอไม่จบ มัทนาจึงต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเธอ

                “ถ้าดอกไม้หมด ป้ากลอยคงไม่พอใจนะ ช่วงนี้กุหลาบแดงออกน้อยด้วยสิ”

                “งั้นไปเลยดีกว่าค่ะ” กวางยิ้มแหยๆ แล้วหันมาลาเธอ “ฉันไปก่อนนะเล็ก วันหลังจะมาคุยด้วยอีก”

                “จ้ะ” รจนาพยักหน้า เพื่อนสาวมองท้องเธออีกครั้ง แล้วเดินตามพฤกษ์ไป

                “ออกมานั่งตากแดดทำไม เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก เห็นบ่นว่าปวดหัวไม่ใช่เหรอ” มัทนาถามด้วยความเป็นห่วง สองสามวันนี้น้องสาวบ่นว่าปวดศีรษะ แต่พอจะพาไปหาหมอก็บอกว่าหายแล้ว ตอนเป็นเด็กกลัวหมอยังไง โตเป็นสาวก็ยังกลัวเหมือนเดิม

                “เล็กขอโทษค่ะพี่กลาง” เธอเอ่ยอย่างรู้สึกผิด

                “ขอโทษเรื่องอะไร” พี่สาวขมวดคิ้วสงสัย

                “เล็กทำตัวไม่ดี เล็กทำให้พี่กลางอับอาย ทำให้ครอบครัวของเราเสียชื่อเสียง” รจนาก้มหน้าด้วยความละอายใจ พรุ่งนี้เรื่องของเธอคงแพร่ไปทั่วตลาด เพราะกวางกับแม่ขึ้นชื่อเรื่องปากมาก พี่สาวของเธอจะต้องอับอาย มันเป็นความผิดของเธอคนเดียว

                “เหลวไหลน่า” พี่สาวเชยคางเธอขึ้นสบตา ก่อนเอ่ยอย่างหนักแน่น “พี่ไม่เคยอายใคร บ้านเราไม่ใช่ผู้ดีมาจากไหน ไม่มีชื่อเสียงอะไรให้รักษา ใครจะพูดยังไงพี่ไม่สนใจ คนที่พี่แคร์คือเล็กกับลูกเท่านั้น”

                “แต่เล็ก...”

                “ไม่มีแต่จ้ะ เราไม่ได้ขอพวกเขากิน จะดีหรือชั่วอยู่ที่ตัวเรา อย่าเก็บคำพูดของคนอื่นมาใส่ใจเลย มันไม่มีประโยชน์หรอก”

                “ขอบคุณค่ะพี่กลาง” รจนาโผเข้ากอดพี่สาว ก่อนเอ่ยด้วยความดีใจ เมื่อเห็นรถโฟร์วีลของร่มธรรมวิ่งตรงมาที่บ้านพักของตน

                “พี่หมอมาค่ะ”

                มัทนาหมุนตัวไปมอง ร่มธรรมเป็นเพื่อนรุ่นพี่ของเธอ บ้านของเขาอยู่ห่างจากบ้านของเธอไม่ถึงสิบกิโลเมตร ทั้งสองเติบโตมาด้วยกัน หมอหนุ่มเป็นเพื่อนเล่น เป็นพี่ชายที่แสนดี และเป็นติวเตอร์คนสำคัญของเธอ พ่อแม่ของเขาเปิดร้านขายอุปกรณ์การเกษตร แต่ร่มธรรมเลือกเรียนหมอ เพราะชอบช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ส่วนเธอเลือกเรียนเกษตร เพราะต้องกลับมาสืบทอดกิจการไร่หอมกลางพนา

                “เล็ก กลาง” ร่มธรรมเดินยิ้มเข้ามาหา เขาเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง สวมแว่นตากรอบทอง ผิวขาวสะอาดเพราะมีเชื้อสายจีน จมูกโด่งคิ้วเข้ม หมอและพยาบาลสาวๆ วนเวียนมาขายขนมจีบเขาอยู่เสมอ แต่หมอหนุ่มยังครองตัวเป็นโสด โดยบอกสั้นๆ ว่าไม่ชอบคนทำงานอาชีพเดียวกัน

                “มาเยี่ยมคนไข้เหรอคะพี่หมอ” มัทนายิ้มหน้าเป็นให้เขา

                “ใช่จ้ะ พี่เอายามาให้เล็ก แล้วก็มาขอข้าวเย็นกินด้วย” หมอหนุ่มส่งถุงยาให้รจนา แต่เธอรับมาถือไว้เอง แล้วแกล้งพูดแซวเขา

                “ไม่ยอมให้เสียเที่ยวเลยนะคะ”

                “แหงล่ะ เงินเดือนหมอนิดเดียว อะไรได้ก็ต้องเอาไว้ก่อน จริงไหมเล็ก” เขาหันไปถามแนวร่วมคนสำคัญ รจนาหัวเราะเสียงเบา ก่อนพยักหน้าเห็นด้วย

                “ค่ะพี่หมอ”

                “วันนี้เป็นยังไงบ้าง ลูกดิ้นปกติไหม” ร่มธรรมถามด้วยท่าทางจริงจังขึ้น เด็กสาววางมือบนหน้าท้องของตน ก่อนเงยหน้าตอบคำถามของเขา

                “ปกติค่ะ”

                “เล็กดูอ้วนขึ้นนะ ไม่แพ้ท้องแล้วใช่ไหม” หมอหนุ่มมองอย่างสังเกต รจนายิ้มแหยๆ ก่อนตอบไม่เต็มเสียง

                “ค่อยยังชั่วแล้วค่ะพี่หมอ”

                “ค่อยยังชั่วที่ไหนคะ” มัทนาพูดแทรกขึ้น “เมื่อเช้ายังอาเจียนอยู่เลย ทำอะไรให้ทานก็เหม็นไปหมด ทานได้แต่หอมซอยใส่น้ำปลาพริก ทั้งที่ทานข้าวไม่ค่อยได้ แต่ทำไมถึงดูอ้วนขึ้นก็ไม่รู้ แบบนี้ผิดปกติหรือเปล่าคะพี่หมอ”

                “คงไม่เป็นอะไรหรอกจ้ะ แต่เพื่อให้แน่ใจ พรุ่งนี้กลางพาเล็กไปโรงพยาบาลนะ พี่จะได้ตรวจดูให้ละเอียด ถ้ามีอะไรจะได้ป้องกันทัน”

                “ได้ค่ะ พี่หมอคุยกับยายเล็กไปก่อนนะคะ กลางจะเข้าไปดูพี่ใหญ่หน่อย ไม่รู้ว่าทำกับข้าวเสร็จหรือยัง” เธอมองเข้าไปในบ้าน ก่อนหันมามองน้องสาว เมื่อรจนาเสนอตัวไปแทน

                “เล็กเข้าไปดูเองดีกว่าค่ะ พี่กลางอยู่คุยกับพี่หมอเถอะค่ะ”

                “พี่ว่าเข้าไปพร้อมกันหมดเลยไม่ดีกว่าเหรอ” มัทนามองน้องสาวด้วยความลำบากใจ เธอรู้ว่าผู้เป็นน้องอยากให้เธอใกล้ชิดกับร่มธรรม เพราะอยากได้เขามาเป็นพี่เขย ทั้งที่เธอบอกหลายครั้งแล้วว่า ไม่เคยคิดกับหมอหนุ่มมากไปกว่าพี่ชาย

                “ไม่ดีค่ะ เล็กเข้าไปคนเดียวดีกว่า พี่หมออุตส่าห์มาเยี่ยม พี่กลางอยู่คุยเป็นเพื่อนพี่หมอเถอะค่ะ เดี๋ยวกับข้าวพร้อมแล้ว เล็กจะให้น้อยมาเรียกค่ะ”

                “จ้ะ แล้วแต่เล็กเถอะ” เธอยอมตามใจน้องสาว ทั้งที่ไม่เห็นด้วยเท่าไร

                “คุยกันให้สนุกนะคะพี่หมอ” รจนาหันไปหลิ่วตาให้ร่มธรรม แล้วเดินเข้าบ้านอย่างอารมณ์ดี มัทนามองตามอย่างอ่อนใจ ก่อนหันมามองหมอหนุ่ม เมื่อเขาพูดขึ้น

                “ยายเล็กดูร่าเริงดีนะ”

                “เฉพาะเวลาอยู่ต่อหน้าเราค่ะ เวลาอยู่คนเดียวแกจะเศร้าซึม กลางกับพี่ใหญ่ต้องผลัดกันอยู่เป็นเพื่อนแกตลอดเวลา” หญิงสาวเอ่ยเสียงเศร้า ร่มธรรมดึงมือเธอไปกุมไว้ ก่อนพูดให้กำลังใจเธอ

                “บาดแผลทุกอย่างต้องใช้เวลารักษา กลางเป็นคนเข้มแข็ง พี่เชื่อว่ากลางต้องพายายเล็กผ่านเรื่องร้ายครั้งนี้ไปได้”

                “บางครั้งกลางก็เหนื่อยค่ะ การดูแลครอบครัวไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยนะคะพี่หมอ”

                “พี่เข้าใจ พี่อยากช่วยแบ่งเบาภาระของกลาง ถ้ากลางจะให้โอกาสพี่บ้าง” เขามองสบตาเธอ มัทนามองตอบ ร่มธรรมเป็นคนดี แต่ความรักมันบังคับกันไม่ได้

                “กลางขอบคุณพี่หมอมาก แต่กลาง...” เธอยังพูดไม่ทันจบ เสียงกรีดร้องอย่างตกใจของบุษบาก็ดังขึ้นเสียก่อน

                “ยายเล็ก!

                “เสียงร้องของพี่ใหญ่ ต้องเกิดเรื่องขึ้นแน่ๆ ค่ะ”

                มัทนารีบวิ่งเข้าไปในบ้าน ภาพที่เห็นทำให้เธอชาไปทั้งตัว บุษบานั่งประคองรจนาอยู่บนพื้นหน้าบันได ท่อนขาของเด็กสาวเปื้อนเลือดแดงฉาน

                “เกิดอะไรขึ้นคะพี่ใหญ่ ยายเล็กเป็นอะไรคะ” เธอรีบวิ่งเข้าไปหาพี่สาว

                “ยายเล็กตกบันได พี่วิ่งมารับแล้ว แต่พี่มาไม่ทัน” บุษบาตอบด้วยน้ำตานองหน้า เธอรับตัวน้องสาวมาไว้ในอ้อมแขน ก่อนเขย่าตัวเด็กสาวเบาๆ

                “เล็กพูดกับพี่สิ อย่าเป็นอะไรนะ”

                “พี่กลางช่วยลูกของเล็กด้วย” รจนาเอ่ยด้วยสีหน้าเจ็บปวด ก่อนหมดสติไปในอ้อมแขนเธอ

                “ยายเล็ก!” มัทนาร้องเรียกน้องสาว ก่อนหันไปมองร่มธรรม เมื่อหมอหนุ่มพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

                “รีบพายายเล็กไปโรงพยาบาลเถอะ อาการแกไม่ค่อยดีเลย”

                “พี่หมออุ้มยายเล็กนะคะ กลางจะไปเอารถ” เธอส่งตัวน้องสาวให้เขา

                “ไม่ต้องหรอก ไปรถพี่สะดวกกว่า แล้วค่อยให้พฤกษ์ขับรถตามไปทีหลัง” ร่มธรรมอุ้มเด็กสาวขึ้นจากพื้น แล้วก้าวยาวๆ ไปที่รถยนต์ของตน โดยมีมัทนากับบุษบาวิ่งตามไป

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

                มัทนาเดินกลับไปกลับมาอย่างร้อนใจ เวลาผ่านไปร่วมสองชั่วโมงแล้ว แต่รจนายังไม่ออกจากห้องฉุกเฉินเลย เธอไม่รู้ว่าอาการของน้องสาวหนักแค่ไหน แต่ภาพเลือดแดงฉานยังติดตาเธอไม่หาย น้องสาวเธอเป็นคนเรียบร้อย ยิ่งท้องยิ่งระวังตัว ทำไมรจนาถึงตกบันไดได้

                “ยายกลาง” บุษบาร้องเรียกเสียงเครือ เธอเดินไปทรุดตัวลงนั่งข้างพี่สาว แล้วจับมือของผู้เป็นพี่มากุมไว้

                “มีอะไรคะพี่ใหญ่”

                “ยายเล็กกับลูกจะเป็นอะไรมากหรือเปล่า ทำไมตาหมอไม่ออกมาเสียที”

                “ไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ เดี๋ยวพี่หมอก็คงออกมาแล้ว พี่ใหญ่ทำใจให้สบายนะคะ” เธอยิ้มให้กำลังใจพี่สาว บุษบาส่ายหน้าไปมา แล้วเริ่มร้องไห้อีกครั้ง

                “แต่มันนานแล้วนะ พี่กลัวเหรอเกินกลาง ถ้ายายเล็กเป็นอะไรไป พี่จะบอกพ่อกับแม่ว่ายังไง”

                “อย่าเพิ่งคิดมากเลยค่ะ พี่หมอออกมาแล้ว เราไปหาพี่หมอกันเถอะค่ะ” มัทนาชี้มือไปที่ห้องฉุกเฉิน เมื่อเห็นร่มธรรมเดินออกมา บุษบาหันไปมอง แล้วรีบเดินเข้าไปหาเขา ก่อนถามอย่างร้อนใจ

                “ยายเล็กเป็นยังไงบ้างตาหมอ”

                “ครรภ์เป็นพิษครับ เราต้องยุติการตั้งครรภ์ ไม่งั้นจะเป็นอันตรายถึงชีวิต” เขาตอบเสียงเครียด บุษบายกมือปิดหน้า แล้วร้องไห้โฮออกมาทันที

                “โธ่...ยายเล็ก ทำไมถึงโชคร้ายแบบนี้”

                “อย่าร้องไห้ค่ะพี่ใหญ่ ไปนั่งก่อนนะคะ เดี๋ยวกลางคุยกับพี่หมอเอง” มัทนาประคองพี่สาวไปนั่ง ก่อนหันมาถามหมอหนุ่ม “ยายเล็กตกบันไดไม่ใช่เหรอคะ ทำไมพี่หมอถึงบอกว่าครรภ์แกเป็นพิษ แล้วเป็นได้ยังไงคะ เพราะที่ผ่านมาแกก็ดูปกติดี เพิ่งมีสองสามวันนี้เอง ที่แกบนว่าปวดหัว แต่พอได้นอนพักก็หาย”

                “เรายังไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงของโรคนี้ ในกรณีของยายเล็กมันเกิดขึ้นเร็วมาก ที่แกปวดหัวเพราะความดันโลหิตขึ้นสูง แล้วยังมาพลัดตกบันไดอีก พี่จำเป็นต้องเอาเด็กออกเดี๋ยวนี้ กลางต้องเลือกว่าจะเก็บใครไว้” ร่มธรรมมองสบตาเธอ หญิงสาวมองตอบ ก่อนปฏิเสธเสียงเข้ม

                “กลางไม่เลือก ทั้งสองคนจะต้องปลอดภัย เข้าใจไหมคะพี่หมอ”

                “ได้ พี่จะทำให้ดีที่สุด” หมอหนุ่มรับคำด้วยสีหน้าลำบากใจ แล้วเดินกลับเข้าห้องฉุกเฉิน

                มัทนามองตามอย่างทุกข์ใจ เสียงร่ำไห้ของบุษบายังดังอยู่ข้างหลัง เธอก็อยากร้องไห้เหมือนกัน แต่เธอทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะถ้าเธอร้องไห้อีกคน ใครจะดูแลพี่สาวกับน้องสาวของเธอ

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

                เด็กสาวที่มัทนาเห็นผ่านกระจกห้องไอซียู ไม่เหมือนน้องสาวของเธอเลย รจนาสดใสเหมือนกุหลาบแรกแย้ม แต่เด็กสาวคนนี้เหมือนดอกไม้ที่ถูกน้ำร้อนรดจนเหี่ยวเฉา หลังการผ่าตัดทำคลอดอย่างเร่งด่วน หลานชายของเธอปลอดภัย แต่น้ำหนักน้อยเพราะคลอดก่อนกำหนด ส่วนรจนาไม่โชคดีเท่าลูกชาย น้องสาวเธอกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา เพราะภาวะครรภ์เป็นพิษเฉียบพลัน ทำให้ความดันโลหิตสูงจนเลือดออกในสมอง

                มัทนากัดกรามด้วยความแค้นใจ รจนาไม่เคยพูดถึงพ่อของเด็ก เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่กรุงเทพ แต่เธอจะหาคำตอบให้ได้ ผู้ชายสารเลวคนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะเขาเป็นสาเหตุของเรื่องเลวร้ายทั้งหมดนี้

                “พี่จะพาผู้ชายคนนั้นมาขอโทษเธอ รอพี่ก่อนนะเล็ก” เธอสัญญากับน้องสาว แล้วเดินไปหาพี่สาวที่ห้องเด็กอ่อน บุษบายืนเกาะผนังกระจกมองหลานชาย พี่สาวของเธอไม่ร้องไห้แล้ว แต่สีหน้ายังเต็มไปด้วยความทุกข์

                “พี่ใหญ่” เธอเรียกพี่สาว

                “ยายกลาง” บุษบาหันมามอง

                “หลานเป็นยังไงบ้างคะพี่ใหญ่” เธอเอ่ยถามพลางมองหลานชาย เด็กน้อยหน้าตาน่าเกลียดน่าชัง ผิวขาว จมูกโด่ง ผมดำขลับดกหนา พ่อของแกคงหน้าตาดีไม่น้อยเลย

                “ตอนนี้อยู่ในตู้อบ สุขภาพค่อนข้างแข็งแรง แต่ตัวเล็กไปหน่อย ยายเล็กเป็นยังไงบ้าง”

                “ยังไม่ฟื้นค่ะ” มัทนาตอบเสียงเศร้า สมองของรจนาบอบช้ำมาก สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือรอให้เด็กสาวฟื้นขึ้นมาเอง

                “โธ่ยายเล็ก ทำไมถึงเคราะห์ร้ายแบบนี้นะ” บุษบาพึมพำเสียงเครือ แล้วทำท่าจะร้องไห้อีก หลังจากที่ร้องมาแล้วทั้งวัน

                “กลางจะเข้ากรุงเทพสักสามสี่วัน ฝากพี่ใหญ่ดูแลยายเล็กกับลูกด้วยนะคะ” เธอรีบบอกเรื่องของตัวเอง เพราะถ้ารอจนพี่สาวร้องไห้อีกรอบ วันนี้เธอคงไม่ได้เข้ากรุงเทพแน่

                “กลางจะไปทำอะไร ตอนนี้บ้านเรากำลังยุ่งๆ ให้พฤกษ์ไปแทนไม่ได้เหรอ”

                “ไม่ได้ค่ะ กลางต้องไปติดต่อลูกค้าคนสำคัญ พี่ใหญ่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ เสร็จธุระแล้วกลางจะรีบกลับมา”

                “เอาพฤกษ์ไปด้วยสิ มีอะไรจะด้ช่วยกัน” บุษบาแนะนำด้วยความเป็นห่วง แต่เธอก็เป็นห่วงพี่สาวเช่นกัน จึงปฏิเสธคำแนะนำของผู้เป็นพี่ไป

                “ไม่ต้องหรอกค่ะ กลางไปคนเดียวได้ ให้พฤกษ์อยู่เป็นเพื่อนพี่ใหญ่ดีกว่าค่ะ”

                “ตามใจกลางก็แล้วกัน ขับรถดีๆ นะ ไม่ต้องเป็นห่วงยายเล็ก พี่จะดูแลน้องเอง”

                “ขอบคุณค่ะพี่ใหญ่ เสร็จงานแล้วกลางจะรีบกลับมา” มัทนาก้มลงกอดพี่สาว แล้วเดินออกจากโรงพยาบาล


............................................


มัลลิกานะคะ
สวัสดีค่ะ เมื่อเช้าเพิ่งส่งต้นฉบับเข้าสนพ. ต่อจากนี้คือการรอคอยอย่างอดทน ถ้ามีข่าวดีแล้วจะมาแจ้งให้ช่วยกันดีใจนะคะ
รักนะ...มัลลิกา



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
กุหลาบกามเทพ ตอนที่ 3 : บทที่ 2 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 336 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android