คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

อนาตาคาเลีย : บัลลังก์รักจอมราชันย์ ภาค อเล็กซ์ คีน

ตอนที่ 7 : บทที่ 3 เหล่าพันธมิตร (ตอนที่ 1)


     อัพเดท 4 ม.ค. 50
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : mallika ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ mallika
My.iD: https://my.dek-d.com/mallika
< Review/Vote > Rating : 93% [ 89 mem(s) ]
This month views : 7 Overall : 12,434
183 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 41 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
อนาตาคาเลีย : บัลลังก์รักจอมราชันย์ ภาค อเล็กซ์ คีน ตอนที่ 7 : บทที่ 3 เหล่าพันธมิตร (ตอนที่ 1) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 308 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด






อนาตาคาเลีย
: ศึกจอมภพ

 

บทที่ 3

 

เหล่าพันธมิตร

 

ตอนที่ 1

 

                สายลมอ่อนเบาโชยพลิ้วละยอดหญ้าเขียวชอุ่ม หมู่เมฆขาวราวปุ้ยนุ่นลอยเอื่อยบนท้องฟ้าสีครามอ่อนใส สถานที่แห่งนี้ยังคงสวยงามไม่เคยเปลี่ยนไม่ว่าจะมากี่หนก็ตาม หญ้ายังคงอ่อนนุ่ม ท้องฟ้ายังคงสดใส สายลมยังคงเย็นชื่นใจ แต่ทว่าบรรยากาศสวยงามราวสรวงสวรรค์นี้ไม่สามารถทำให้หัวใจของชายหนุ่มรูปงามที่นอนทอดร่างบนผืนหญ้าคลายความหนักอึ้งลงได้เลย

 

 

                “เฮ้อ...” เจ้าชายหนุ่มถอนใจเบาๆ ยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก เขากลับมาในจิตสำนึกของตัวเองอีกแล้ว กลับมาพร้อมกับภาระหนักหน่วงที่ไม่รู้จะว่าทำได้สำเร็จหรือไม่ เขาต้องตามหาอัญมณีแห่งธาตุทั้งสี่ที่เหลืออีกสามชิ้นให้พบ แล้วถอนคำสาปเลือด จากนั้นเดินทางไปกำจัดจอมปีศาจเดมอนก่อนที่มันจะคืนร่างเดิมได้ ซึ่งมันจะคืนร่างเดิมได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวเขาอีกเช่นกัน ถ้าเขาแพ้หรือถูกจับตัวได้อนาตาคาเลียก็คงถึงกาลวิบัติ

 

 

                “เฮ้อ...” เจ้าชายหนุ่มถอนใจยาวเหยียดอีกครั้งด้วยความทุกข์ระทม ภารกิจที่แสนสำคัญนี่ช่างหนักหน่วงเหลือเกิน ทำไมเขาต้องถูกเลือกด้วย เพราะเขาเป็นทายาทของมหาราชาคาร์ลอย่างนั้นหรือ ถ้าเลือกได้เขาขอเกิดเป็นคนธรรมดาแบบเจ้ายักษ์โยริลล์ดีกว่า

 

 

                “สวบ--สวบ--สวบ” เสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่ดังแว่วมาดึงความสนใจของเขาไปจากภารกิจกู้โลก แต่คร้านจะหันหน้าไปดูด้วยรู้อยู่เต็มอกว่าบุคคลที่บุกรุกเข้ามาในจิตใต้สำนึกของเขาเป็นใคร

 

 

                “ไง เจ้าหนูสบายใจขึ้นบ้างหรือยัง” มหาราชาคาร์ล ซอรองเอ่ยทักทรุดตัวลงนั่งเคียงข้างร่างสูงที่นอนเหยียดยาวบนพื้น

 

 

                ‘เจ้าหนู’ เหลือบตาไปมองผู้มาเยือนด้วยสายตาเบื่อหน่าย ก่อนจะหันกลับไปมองท้องฟ้ากว้างเบื้องบนอีกครั้ง การปรากฏตัวพรวดพราดของมหาราชาผู้เป็นตำนานแห่งอนาตาคาเลียเลิกสร้างความประหลาดใจให้เขามานานแล้ว ครั้งนี้ก็เช่นกันพอเขาหลับไปด้วยความอ่อนเพลียจากการทำนาย เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็มาฟื้นในโลกของบรรพบุรุษทันที ก็เข้าใจหรอกว่ามหาราชาอยากพบเขา แต่เขาไม่อยากพบอีกฝ่ายหนึ่งเท่าไรน่ะสิ

 

 

                มหาราชาเลิกคิ้วดกดำขึ้นสูงยิ้มเอ็นดูที่มุมปาก เมื่อเห็นท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาวของอีกฝ่าย “เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่าเจ้าหนู”

 

 

                ‘เจ้าหนู’ หันขวับมามองตาขวางแล้วสะบัดหน้ากลับไปด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์ ก่อนจะกล่าวเตือนเสียงเข้มว่า “อย่ามาเรียกข้าว่า...เจ้าหนู มหาราชาคาร์ล”

 

 

                ชายหนุ่มผมดำหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นท่าทางกระฟัดกระเฟียดของอีกฝ่าย รีบยกมือยอมแพ้ทันที “ตกลง--ตกลง ไม่เรียกก็ไม่เรียก ว่าแต่ไปพบเทพีไอซิสมานาง...เป็นอย่างไรบ้าง”.

 

 

                “นางงามมาก” คนถูกถามตอบเสียงแผ่วอดรำลึกไปถึงดวงหน้างดงามของผู้ที่ถูกกล่าวถึงไม่ได้

 

 

                มหาราชายิ้มเศร้าส่ายหน้าไปมา ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่วว่า “ข้าไม่สงสัยเรื่องนั้นหรอก ข้าเพียงแต่อยากรู้ว่านางสบายดีหรือเปล่าเท่านั้น”

 

 

                น้ำเสียงเศร้าสร้อยแผ่วเบาดึงให้เจ้าชายหนุ่มหันกลับมาจ้องหน้าคู่สนทนา ก่อนจะถอนใจเบาๆ เมื่อเห็นใบหน้าหมองเศร้าของอีกฝ่าย

 

 

                “นางสบายดี…ในสายตาของข้า นางงามมาก ถ้าท่านคิดถึงนางทำไมไม่ไปหานางเล่าคาร์ล”

 

 

                “ถ้าทำได้ข้าทำไปนานแล้วเจ้าเอ่อ--โดมินิค” ผู้พูดรีบเปลี่ยนสรรพนามเมื่อเห็นสายตาขุ่นเขียวของคู่สนทนาที่ผุดลุกขึ้นมานั่งจ้องหน้า

 

 

                “ทำไม ท่านเป็นวิญญาณไม่ใช่เหรอ อยากจะไปไหนก็แค่หายตัวแวบๆ ไปก็ได้นี่น่า” เขาเอ่ยถามพลางขมวดคิ้วใส่

 

 

                “มันไม่ง่ายอย่างนั้นสิ ข้าเป็นวิญญาณที่ต้องสาป ก่อนที่ลมหายใจจะหมดลง ข้าตั้งจิตอธิษฐานขอมีชีวิตอยู่ในตัวลูกหลานจนกว่าจะปลดปล่อยเทพีไอซิสได้...” เขาเอ่ยเสียงแผ่ว ดวงตาสีน้ำเงินสวยเหม่อลอยไปเบื้องหน้า

 

 

                “หมายความว่าท่านจะต้องติดแหงกอยู่กับข้าตลอดไปจนกว่าท่านจะปลดปล่อยเทพีไอซิสได้” เจ้าชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงเครียด

 

 

                มหาราชาพยักหน้ารับ ก่อนจะตอบว่า “ใช่แล้วโดมินิค ข้าไปไหนไม่ได้ ต้องติดอยู่กับเจ้าไปเรื่อยๆ จนกว่าสิ่งที่ตั้งใจไว้จะสมประสงค์ หากทายาทคนสุดท้ายตายลงโดยที่ไม่สามารถทำสิ่งที่ตั้งจิตไว้สำเร็จ ข้าก็จะสูญสลายไปตลอดกาล”

 

 

                “ถ้าข้าตาย--ท่านก็ตายด้วย” เจ้าชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงแผ่ว

 

 

                คาร์ลยิ้มน้อยๆ ไม่ตอบคำ แต่เท่านี้ก็พอแล้วที่จะเพิ่มแรงกดดันมหาศาลให้กับผู้ฟัง เขาต้องแบกชีวิตของคนทั้งอนาตาคาเลียไว้ แล้วยังต้องมาแบกอนาคตของมหาราชาเพิ่มขึ้นอีก ต่อให้อยากตายก็ทำไม่ได้ เพราะมันหมายถึงความหายนะของคนอื่นอีกมากมาย

 

 

                “ไม่ต้องกังวลไปหรอกโดมินิค เจ้าแค่ทำสิ่งต่างๆ อย่างเต็มที่ก็พอ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นข้าจะไม่ถือโทษเจ้าเด็ดขาด” มหาราชาปลอบเสียงนุ่มตบบ่าของทายาทคนสุดท้ายเบาๆ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องเพื่อผ่อนคลายความเครียดของเจ้าชายหนุ่ม “ว่าแต่นางบอกวิธีกำจัดเจ้าปีศาจชั่วแก่เจ้าแล้วใช่ไหม”

 

 

                “ใช่ ใช้ดาบแกรนเทียร์แทงทะลุหัวใจของจอมปีศาจ” เจ้าชายหนุ่มเอ่ยเสียงแผ่วด้วยท่าทางหนักใจกว่าเก่า ก่อนจะทำตาพองเมื่อบุรุษตรงหน้าเอ่ยเสียงดังฟังชัดว่า

 

 

                “ก็ไม่ยากเท่าไรนี่น่า”

 

 

                เจ้าชายโดมินิคกัดฟันกรอดด้วยความขัดเคืองแล้วเอ่ยประชดว่า “ช่าย... ไม่ยากหรอก ถ้ามีใครสักคนจับมันมัดมือมัดเท้า ก่อนที่ข้าจะยกดาบแทงมัน”

 

 

                คาร์ลหัวเราะพรืดออกมาทันทีเมื่อเห็นท่าทางกระฟัดกระเฟียดของอีกฝ่าย ทายาทของเขากำลังสับสนและขาดความมั่นใจในตัวเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จัดการได้ไม่ยาก แต่ต้องใช้จิตวิทยาเข้าช่วยบ้าง

 

 

                “ฝีมือฝึกปรือกันได้เจ้าเหลนของเหลนของเหลน” เขาเอ่ยยิ้มๆ

 

 

                เจ้าชายหนุ่มตวัดสายตาขุ่นเขียวใส่ผู้พูด ก่อนจะสะบัดหน้ากลับมา ฝีมืออย่างเขานี่นะ แค่เจ้ายักษ์โยริลล์ยังจัดการไม่ได้ แล้วจะมีหน้าไปจัดการจอมราชันย์ปีศาจได้อย่างไร

 

 

                “ได้สิ ถ้าได้รับการชี้แนะจากผู้เชี่ยวชาญอย่างข้า เจ้ายักษ์โยริลล์หรือจะหาญต่อกรกับทายาทของมหาราชาคาร์ล ซอรอง” มหาราชาเอ่ยราวกับไปนั่งอยู่กลางใจของอีกฝ่าย

 

 

                “ท่าน--ท่านทำให้ข้าชนะเจ้ายักษ์โยริลล์ได้จริงหรือ” เจ้าชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น ลืมเรื่องที่อีกฝ่ายตอบราวกับอ่านใจตัวเองได้ไปเสียสนิท

 

 

                “แน่นอน อย่าว่าแต่เจ้ายักษ์โยริลล์เลย จอมปีศาจข้าก็เคยจัดการมาแล้ว” คาร์ลลอยหน้าตอบแล้วผุดลุกขึ้นยืนหักนิ้วมือไปมา

 

 

                “ท่าน--ท่านจะสอนข้า--” ร่างโปร่งผุดลุกขึ้นยืนแล้วขยับเข้าหา

 

 

                “ใช่สิ ว่าแต่เจ้าอยากจะฝึกหรือเปล่าล่ะ” คิ้วดกดำเลิกขึ้นสูงรอยยิ้มยั่วปรากฏที่ริมฝีปาก

 

 

                เจ้าชายหนุ่มพยักหน้าถี่ยิบ ดวงตาสีน้ำเงินสวยเป็นประกาย รอยยิ้มสวยไม่ต่างจากฝ่ายตรงข้ามประดับบนใบหน้า พอคิดว่าจะล้มเจ้ายักษ์โยริลล์ได้ก็ตื่นเต้นจนลืมความทุกข์ในใจไปหมด

 

 

                “ถ้างั้นก็เริ่มกันเลยดีกว่าโดมินิค รับดาบของเจ้าไป การฝึกหลักสูตรเร่งรัดกำลังจะเริ่มแล้ว” มหาราชาเอ่ยยิ้มๆ ยื่นมือออกมาเบื้องหน้า ก่อนที่ดาบเล่มหนาคมกริบสองเล่มจะปรากฏบนฝ่ามือใหญ่

 

 

                เจ้าชายโดมินิคยื่นมือไปคว้าดาบหนักอึ้งมากำไว้ด้วยหัวใจพองโต โดยไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจในวันนี้จะเป็นสิ่งที่ชี้ชะตาชีวิตของตัวเองในวันข้างหน้า...

 

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

 

                ภายในห้องนอนอบอุ่นเชียร์นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงนอนเล็กๆ กลางห้อง ดวงตาสีมรกตหวานซึ้งทอดมองไปยังใบหน้าคมคายของชายหนุ่มที่ยังคงหลับใหลไม่ได้สติอยู่บนเตียง

 

 

                “โดมินิค…” หญิงสาวพึมพำพลางไล้ปลายนิ้วกับข้างแก้มเนียนใสที่เริ่มมีไรหนวดเขียวขึ้นเบาๆ เจ้าชายโดมินิคนอนไม่ได้สติมาสามวันแล้วหลังจากที่เข้ารับการทำนายจากแม่เฒ่ามาทิลด้า แม้ใครๆ จะยืนยันว่าเขาปลอดภัยดีไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่เธอก็ยังอดห่วงไม่ได้อยู่ดี

 

 

                “โดมินิค... เมื่อไรท่านจะฟื้นเสียที” หญิงสาวกล่าวเบาๆ ละมือจากข้างแก้มไปเกาะกุมมือเรียวขาวผ่องแล้วบีบเบาๆ ไม่ว่าจะเรียกอย่างไรเจ้าชายหนุ่มก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาเลย เธอเฝ้ารอมาตลอด รอว่าเมื่อไรดวงตาแสนสวยคู่นั้นจะลืมขึ้นมาเสียที

 

 

                “เชียร์ กลับกันเถอะ ค่ำแล้ววันนี้อเล็กซ์คงไม่ฟื้นแล้วล่ะ พรุ่งนี้เราค่อยมาใหม่นะ” ไลลาเอ่ยขึ้นเบาๆ พลางยื่นมือไปวางบนไหล่บอบบางของเพื่อนสาว

 

 

                “แต่ไลลา--” เชียร์เงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสาวส่ายหน้าไปมา ก่อนจะหันไปมองชายชราร่างสูงที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับอ่างน้ำในมือเหี่ยวย่น

 

 

                “เจ้าไม่ไว้ใจในฝีมือการรักษาของข้าหรือนังหนู” สุดยอดนักบำบัดเอ่ยถามพลางเลิกคิ้วขึ้นสูง วิลล์เป็นนักบำบัดมือหนึ่งของหุบเขาเฟียร์เมาท์เทนท์หรือจะพูดให้ถูกก็คือมือหนึ่งของอนาตาคาเลีย เมื่อก่อนเขาเคยเป็นหมอหลวงในราชสำนักโธราเทียร์ แต่ด้วยสาเหตุใดไม่ทราบได้ เมื่อสิบปีก่อนเขาก็ลาออกจากตำแหน่งและมาเก็บตัวอยู่ที่หุบเขาแห่งนี้ และรับลูกศิษย์ไว้หนึ่งคน ซึ่งก็คือไลลาสาวน้อยนักทำนายนั่นเอง

 

 

                “วิลล์ ข้าไม่--” เมื่อถูกคำถามแกมบังคับก็เล่นเอาคนตอบหาเสียงตัวเองไม่เจอ

 

 

                “ไม่ก็กลับไปพักผ่อนได้แล้ว เจ้ามาเฝ้าเขาทุกวันแบบนี้ไม่สงสารเจ้าหนุ่มเอริคบ้างหรือไง” ชายชราเอ่ยถามยิ้มๆ วางอ่างในมือลงบนโต๊ะหัวเตียง

 

 

                เชียร์คอแข็งขึ้นมาทันทีเมื่อถูกถามตรงๆ เธอรู้มานานแล้วว่าวิลล์เป็นคนพูดตรง แต่ไม่คิดว่าจะตรงขนาดนี้

 

 

                “ข้าไม่มีอะไรกับเอริควิลล์ เรา-เป็น-เพื่อน-กัน” เธอตอบเสียงหนักเมื่อหาเสียงของตัวเองเจอแล้ว

 

 

                “อืมๆ” ชายชราพยักหน้ารับ ก่อนจะยิงคำถามที่สอง “ข้าเข้าใจ แล้วกับเจ้าหนุ่มนี่ล่ะ เจ้ามีอะไรหรือเปล่า”

 

 

                หญิงสาวเม้มปากแน่นเมื่อได้ยินคำถามที่สองซึ่งไม่น่าอภิรมย์พอๆ กับคำถามแรก

 

 

                “ไม่--ไม่มีอะไรทั้งนั้น เราเป็นเพื่อนกัน กลับกันเถอะไลลา” ร่างบางเอ่ยตอบเสียงแข็ง แล้วคว้าแขนเพื่อนรักลากออกไปจากห้อง แต่ยังไม่วายหันมาฝากฝังด้วยความห่วงใยที่ปิดไม่มิดอีกครั้ง “ข้ากลับแล้วนะวิลล์ ฝาก--ฝากดูแลเขาด้วย เขา...สำคัญมาก” เมื่อกล่าวจบก็สะบัดหน้าออกไปทันที โดยมีร่างอวบของเพื่อนรักติดมือไปด้วย

 

 

                “ข้ากลับก่อนนะวิลล์ไว้พรุ่งนี้จะมาเยี่ยมใหม่” ไลลาตะโกนบอก ผุดรอยยิ้มบนใบหน้าพร้อมกับหลิ่วตาขอบคุณผู้เป็นทั้งอาจารย์และเพื่อนที่สามารถคิดวิธีส่งเพื่อนสาวของเธอกลับบ้านได้สำเร็จ

 

 

                ชายสูงวัยแย้มยิ้มพลางส่ายหัวไปมาด้วยความเอ็นดู นังหนูเชียร์ตกหลุมรักแต่ไม่ยอมรับ นึกๆ ไปก็น่าสงสารเจ้าหนุ่มอีกคน เฝ้ามานานสุดท้ายก็ถูกเจ้าหนุ่มแปลกหน้าคว้าหัวใจสาวเจ้าไปครอง แต่รูปร่างหน้าตาแบบนี้ใครไม่หวั่นไหวก็แย่แล้ว

 

 

                เขาครุ่นคิดพลางพิจารณารูปร่างหน้าตาของชายหนุ่มที่นอนสลบอยู่บนเตียง คิ้วสีน้ำตาลอ่อนได้รูพาดเฉียงบนดวงหน้าคมคายขาวผ่อง ขนตาสีทองเข้มยาวเป็นแพหนาทาบบนแก้มใส จมูกโด่งสวย ริมฝีปากบางหยักลึก นี่แหละสุดยอดของความงามเหนือบุรุษและเหนือสตรี ซึ่งในชีวิตนี้เขาเคยได้เห็นเมื่อนานมาแล้ว และไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นอีกครั้งที่นี่ ในหุบเขาเฟียร์เมาท์เทนท์ที่สุดแสนจะกันดาร

 

 

                “กษัตริย์ริชาร์ด” พ่อหมอสูงวัยพึมพำเบาๆ ก่อนจะยิ้มออกมาน้อยๆ เจ้าหนุ่มคนนี้หน้าตาเหมือนราชาแห่งโธราเทียร์ในวัยหนุ่มไม่มีผิด เพียงแต่ไม่ได้มีผมสีทองเท่านั้นเอง แต่เท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เขารู้ว่าบุรุษอายุเยาว์ผู้นี้เป็นใคร มันเกิดอะไรขึ้นแน่ ข่าวล่าสุดที่เขารู้มาก็คือ กษัตริย์ริชาร์ดถูกลอบปลงพระชนม์ เจ้าชายโดมินิคหายสาบสูญไป แต่ไม่คิดว่าจะมาอยู่ที่นี่ได้

 

 

                “โอ้ย...” เสียงครางเบาๆ ดึงชายชรากลับมาจากห้วงคิดของตัวเอง

 

 

                “เป็นอะไรบ้างเจ้าชาย” ชายชรารีบถลาเข้าไปประคองพลางเอ่ยถามด้วยความห่วงใย

 

 

                “ข้าหิวน้ำ” เสียงแหบพร่าตอบกลับมา ก่อนที่ดวงตาสีน้ำเงินสวยจะลืมขึ้นช้าๆ

 

 

                “ค่อยๆ ดื่มเดี๋ยวสำลัก” วิลล์คว้าแก้วน้ำบนโต๊ะข้างหัวเตียงมาจ่อปากของชายหนุ่ม ก่อนจะแย้มยิ้มด้วยความยินดี ไม่ผิดแน่ดวงตาตาสีน้ำเงินแสนสวยแบบนี้หาไม่ได้อีกแล้วในอนาตาคาเลีย

 

 

                “ขอบคุณท่านมาก” มือเรียวยกขึ้นเช็ดปากเมื่อดื่มน้ำพอแล้ว ก่อนจะชะงักไปเมื่อรำลึกถึงสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่ “เมื่อกี้--เมื่อกี้ท่านเรียกข้าว่ายังไงนะ”

 

 

                “เจ้าชาย--เจ้าชายโดมินิค” หมอชราเอ่ยชัดถ้อยชัดคำพร้อมกับก้มหัวลงทำความเคารพอย่างนอบน้อม

 

 

                “ทะ--ท่านรู้ได้อย่างไร” เจ้าชายหนุ่มเอ่ยเสียงสั่น เขาคิดว่าตัวเองปลอมตัวได้แนบเนียนแล้ว เหตุใดชายสูงวัยตรงหน้าจึงจดจำเขาได้อีก

 

 

                วิลล์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะกล่าวว่า “ทำไมข้าจะไม่รู้ ท่านจำตาแก่วิลล์ไม่ได้แล้วหรือเจ้าชาย ตาแก่ที่ทำคลอดและรักษาพระอาการของพระนางดาร์เนียในวาระสุดท้าย”

 

 

                ดวงตาสีน้ำเงินสวยไหวไปมา ก่อนจะเปล่งประกายรำลึกได้ “วิลล์--วิลล์ ท่าน--ท่านนั่นเอง แต่ท่านเปลี่ยนไปมากเหลือเกิน”

 

 

                “มันก็ต้องเปลี่ยนกันบ้าง ก็ข้าไม่ได้อยู่ดีกินดีเหมือนในวังแล้วนี่น่า” ชายชรายิ้มอายๆ ยกมือลูบผมขาวโพลนของตนพยายามจัดให้เข้ารูปทรง

 

 

                เจ้าชายหนุ่มยิ้มตอบ การได้พบวิลล์ก็เหมือนได้พบญาติผู้ใหญ่ที่เขาไม่มีอีกแล้ว ชายชราออกมาจากราชสำนักตั้งแต่เขายังเด็ก หลังจากที่ท่านแม่จากไปไม่นาน วิลล์เป็นหมอที่เก่งมาก แต่มีนิสัยค่อนข้างแปลก ชอบค้นคว้าทดลองสิ่งต่างๆ เมื่อตอนเด็กๆ หมอหลวงผู้นี้มักพาเขาไปดูสิ่งประดิษฐ์แปลกๆ เป็นประจำ โดยทุกครั้งท่านเอด้าจะตามไปด้วยเสมอ ไม่ว่าเขาจะหยิบจับอะไรมหาเสนาบดีก็จะคอยห้ามเพราะกลัวว่าจะเกิดอันตรายจนมีปากเสียงกับวิลล์เป็นประจำ เมื่อคิดถึงเรื่องราวในอดีตก็อดเศร้าใจไม่ได้ ตอนนี้เขาไม่มีใครอีกแล้ว

 

 

                “ท่านมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” เจ้าชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงเบาพยายามปัดความเศร้าหมองออกไปจากใจ

 

 

                “อย่าไปพูดถึงมันเลย เรื่องมันผ่านไปนานแล้วและก็ไม่ได้สำคัญอะไร” ชายชราตัดบท ก่อนจะเอ่ยว่า “เชียร์นางมาเฝ้าท่านทุกวันเพิ่งกลับไปเมื่อครู่เองให้ข้าไปตามไหม” พอพูดจบก็หันหลังกลับ แต่ต้องชะงักอยู่กับที่เมื่อเจ้าชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงร้องห้ามเสียงหลง

 

 

                “อย่า--อย่าดีกว่า ข้าไม่--ข้าอยากพักผ่อน” เขาเอ่ยรัวเร็วก้มหน้าหลบตา ไม่ใช่เขาไม่อยากพบนาง แต่เขาสัญญากับตัวเองไว้แล้วว่าจะไม่ใกล้ชิดกับนางอีกจนกว่าจะรู้ใจตัวเอง

 

 

                วิลล์หันมามองเจ้าชายหนุ่มบนเตียง เลิกคิ้วขึ้นสูงด้วยความสงสัย ก่อนจะรีบคลายออกเมื่อตระหนักว่าเรื่องของหนุ่มสาวไม่ใช่เรื่องที่เขาจะเข้าไปยุ่งด้วยได้

 

 

                “ก็ตามใจ ว่าแต่ท่านรู้สึกยังไงบ้าง เจ็บปวดตรงไหนบ้างหรือเปล่า” เขาเอ่ยถามพลางกวาดตามองไปทั่วใบหน้าคมคายที่ไม่มีแววเจ็บป่วยแม้แต่น้อย

 

 

                “ข้าหิว” เจ้าชายหนุ่มตอบเบาๆ ก่อนจะยิ้มอายๆ เมื่ออยู่ๆ ท้องของเขาก็ร้องสนับสนุนดังลั่น

 

 

                “ได้ๆ” อดีตหมอหลวงหัวเราะเบาๆ แล้วรีบเดินออกไปจากห้องพัก โดยไม่ลืมหันกลับมากล่าวว่า “รอสักครู่นะเจ้าชาย เดี๋ยวตาแก่วิลล์จะทำซุปผักชูกำลังสูตรพิเศษมาถวาย รับรองเสวยคำเดียวลุกขึ้นมาวิ่งได้เลย”

 

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

 

                วิลล์ทอดสายตามองเจ้าชายหนุ่มที่กำลังจัดการอาหารตรงหน้าด้วยความหิวโหย เจ้าชายน้อยของเขาเปลี่ยนไปเยอะ ดูมีความในใจ แต่ไม่มีแววถือดีแบบเมื่อก่อนให้เห็นเลย มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ที่โธราเทียร์

 

 

                “ท่านมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงเจ้าชาย แล้วทำไมต้องปลอมตัว” เขาเอ่ยถามเมื่อเห็นเจ้าชายหนุ่มยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม เมื่ออิ่มอาหารตรงหน้าแล้ว

 

 

                “ท่านพ่อ--ท่านพ่อสวรรคตแล้ว ข้าต้องหนีศัตรูก็เลยต้องปลอมตัวเพื่อไม่ให้ใครจำได้ แต่แค่นี่คงยังไม่พอ” ดวงตาสีน้ำเงินสลดไปทันทีเมื่อเอ่ยจบ

 

 

                “ไม่มีปัญหาเรื่องแค่นี้ข้าช่วยท่านได้ แค่ปลอมตัวมันเรื่องเด็กๆ สำหรับข้าท่านก็รู้ไม่ใช่เหรอ แต่ท่านช่วยเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ข้าฟังได้หรือไม่” ชายชรายื่นมือไปบีบไหล่ผึ่งผายเบาๆ แล้วนิ่งรอให้อีกฝ่ายเปิดปากเล่าเรื่องราวทั้งหมด

 

 

                อดีตเจ้าชายรัชทายาทพยักหน้าน้อยๆ แล้วเริ่มเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาในตอนแรก และยิ่งสั่นเครือไปอีกเมื่อเล่าถึงเรื่องการสวรรคตของกษัตริย์ริชาร์ด ก่อนจะจบลงด้วยน้ำเสียงเครียดแค้นเมื่อเล่าถึงภารกิจแก้แค้นให้กับท่านพ่อ โดยจงใจละเว้นเรื่องของราชันย์ปีศาจไว้ ด้วยไม่รู้จะอธิบายเรื่องเหลือเชื่อเช่นนั้นให้คนตรงหน้าฟังอย่างไรดี เพราะรู้มานานแล้วว่าวิลล์ไม่เชื่อเรื่องเวทมนตร์ที่พิสูจน์ไม่ได้

 

 

                “หนักหนาไม่ใช่เล่นเลยนะเจ้าชาย แก้แค้นและทวงบัลลังก์กลับคืนมา ถ้าอย่างนั้นท่านจะทำอย่างไรต่อไป จะซ่อนตัวอยู่อย่างนี้หรือ” เขากอดอกถามด้วยสีหน้าครุ่นคิด

 

 

                “ไม่” เจ้าชายหนุ่มตอบเสียงเข้ม ก่อนจะกล่าวว่า “ข้าจะเดินทางไปหาท่านเอด้าที่เมืองรีเบลเพื่อรวบรวมกำลังคนก่อน จากนั้นจึงไปล้างแค้นให้ท่านพ่อ” เขาเจตนาเล่าข้ามเรื่องอัญมณีแห่งธาตุทั้งสี่ไปด้วยเหตุผลเดียวกับการที่ไม่เล่าเรื่องราชันย์ปีศาจ

 

 

                ชายชราตบมือฉาดบนหัวเข่า หันมาจ้องมองผู้อ่อนวัยกว่าตาวาว “ถ้าอย่างนั้นตาแก่วิลล์ขอถวายการรับใช้เป็นครั้งสุดท้ายได้หรือไม่”

 

 

                คิ้วเรียวขมวดด้วยความสงสัย ก่อนจะเอ่ยถามว่า “รับใช้--อะไร”

 

 

                ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืน คว้าชามซุปในมือของเจ้าชายหนุ่มไปวางที่โต๊ะหัวเตียง ก่อนจะเอื้อมมือไปฉุดข้อมือขาวแล้วลากให้ลุกขึ้นจากเตียง

 

 

                “จะไปไหนวิลล์” เจ้าชายหนุ่มฝืนตัวไว้

 

 

                “ข้ามีของสะสมบางอย่างที่คิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับท่านเจ้าชาย” ชายชราเอ่ยเสียงรื่นเริง ดวงตาเป็นประกาย แล้วออกแรงลากร่างสูงโปร่งที่เรี่ยวแรงยังไม่กลับคืนมาเท่าไรให้ออกเดินตาม ปิดกั้นข้อขัดแย้งใดๆ ของอีกฝ่ายไปโดยสิ้นเชิง

 

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~




มัลลิกานะคะ
กลับมาแล้วค่าเจ้าชายโดมินิคหลังจากที่หายไปนาน
เนื่องจากหลบทางให้นายเจมส์กับบัวออกมาวาดรวดลายก่อน
ภาคนี้เป็นภาค 2 ของอนาตาคาเลียนะคะ
จะเป็นภาคที่มีแต่เรื่องรวกุ๊กกิ๊ก น่าประทับใจ
ใครที่เป็นแฟนเจ้าชายโดมินิคพลาดไม่ได้ขอบอก
อิอิ ต่อไปนี้ก็จะเขียนไปเรื่อยๆ จนจบภาค 2
ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ
รักนะ...มัลลิกา



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
อนาตาคาเลีย : บัลลังก์รักจอมราชันย์ ภาค อเล็กซ์ คีน ตอนที่ 7 : บทที่ 3 เหล่าพันธมิตร (ตอนที่ 1) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 308 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android