คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

อนาตาคาเลีย : บัลลังก์รักจอมราชันย์ ภาค อเล็กซ์ คีน

ตอนที่ 6 : บทที่ 2 แม่เฒ่าหมอดู (ตอนที่ 2)


     อัพเดท 18 ต.ค. 49
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : mallika ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ mallika
My.iD: https://my.dek-d.com/mallika
< Review/Vote > Rating : 93% [ 89 mem(s) ]
This month views : 6 Overall : 12,433
183 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 41 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
อนาตาคาเลีย : บัลลังก์รักจอมราชันย์ ภาค อเล็กซ์ คีน ตอนที่ 6 : บทที่ 2 แม่เฒ่าหมอดู (ตอนที่ 2) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 333 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด





อนาตาคาเลีย
: บัลลังก์รักจอมราชันย์

 

บทที่ 2

 

แม่เฒ่าหมอดู

 

ตอนที่ 2

 

 

                “โอ๊ย.....” เสียงครางต่ำดังขึ้นอย่างแผ่วเบา ก่อนที่ร่างสูงโปร่งจะค่อย ๆ พยุงตัวเองขึ้นยืนพลางกวาดตามองไปรอบ ๆ ซึ่งไม่มีอะไรให้ดูมากนัก เพราะมันมืดสลัวจนมองอะไรแทบไม่เห็นรู้แต่ว่าเป็นห้องศิลาห้องหนึ่ง ผนังทั้งสี่ห้อยโคมไฟลิบหรี่ไว้ด้านละดวง ไม่มีประตูหน้าต่าง ไม่มีทางออก ไม่มีอะไรเลย เป็นเพียงห้องโล่ง ๆ ห้องหนึ่งเท่านั้น

 

 

                “ที่นี่ที่ไหน แล้วข้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” เขาเอ่ยถามตัวเองด้วยความมึนงง ยกมือเรียวกดขมับข้างหนึ่งเพื่อบรรเทาอาการปวดในศีรษะ

 

 

                ‘เมื่อครู่เราอยู่กับแม่เฒ่ามาทิลด้านี่น่า แล้วตอนนี้มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง หรือว่าหญิงชรานั่นหลอกเรามากักขังไว้’ ชายหนุ่มครุ่นคิดในใจด้วยความหวาดหวั่น ก่อนจะหันขวับไปมองด้านหลังเมื่อมีเสียงหวานนุ่มนวลเสียงหนึ่งดังขึ้นว่า

 

 

                “ข้าเรียกเจ้ามาเองโดมินิค”

 

 

                “ท่านเป็นใคร” เขาเอ่ยถามเสียงแผ่ว ดวงตาสีน้ำเงินสวยเบิ่งโตด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นเจ้าของเสียงชัดตา นางเป็นหญิงสาวรูปร่างบอบบาง มีผมสีทองเป็นประกายยาวเหยียดตรงถึงหัวเข่า ดวงหน้ารูปไข่หวานละมุน ดวงตากลมโตสีอำพันสุกปลั่งราวทองคำบริสุทธิ์

 

 

                “โดมินิค ไม่ว่าผ่านมากี่ชาติภพเจ้าไม่เคยเปลี่ยนไปเลย” นางเอ่ยเสียงแผ่วพลางขยับเข้าหา เอื้อมมือบางสัมผัสใบหน้าคมคายแผ่วเบา “ดวงหน้าของแม่ ดวงตาของพ่อ”

 

 

                “ท่านเป็นใคร” เขาเอ่ยถามพลางขยับถอยหนี

 

 

                “เจ้าจำข้าไม่ได้หรือโดมินิค ข้าเฝ้ามองเจ้าเติบโตมานานเหลือเกิน จากเด็กน้อยน่าเอ็นดู เป็นชายหนุ่มรูปงาม” นางเอ่ยพลางแย้มยิ้มอย่างมีความสุข

 

 

                “ล้อเล่นน่า ถ้าเราเคยพบกันมาก่อน ข้าต้องจำท่านได้สิ หญิงที่งดงามเช่นท่านข้าไม่เคยเห็นมาก่อน” ชายหนุ่มกล่าวพลางส่ายหน้าไปมา

 

 

                หญิงสาวนางนั้นหัวเราะเบา ๆ “ข้าถือว่านั่นเป็นคำชมนะเจ้าชาย เจ้าอาจไม่เคยเห็นข้าในร่างนี้ แต่ถ้าเป็นร่างนี้ละจำได้ไหม” นางกล่าวพลางถอยออกห่าง

 

 

                ชายหนุ่มมองตาม ก่อนจะอุทานออกมาเบา ๆ เมื่อเห็นปีกสีขาวขนาดใหญ่แผ่ออกจากด้านหลังของนาง “เทพีไอซิส”

 

 

                “ใช่แล้วโดมินิค” เทพีไอซิสตอบพลางก้าวเท้าเข้าหา

 

 

                “ท่าน--ข้าตายแล้วเหรอ” เขาเอ่ยเสียงสั่นยกมือขึ้นลูบไปตามลำตัวด้วยความตระหนก

 

 

                พระนางแย้มยิ้มด้วยความเอ็นดูเมื่อเห็นท่าทางรุกรนของอีกฝ่าย “เจ้ายังไม่ตายหรอก ข้าเพียงแต่อาศัยอำนาจแม่เฒ่ามาทิลด้าเรียกเจ้ามาพบ”

 

 

                “เรียกข้ามาพบ ท่านต้องการอะไร” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความสงสัย เขาค่อนข้างแน่ใจแล้วว่าตัวเองกำลังฝันอยู่ เทพีไอซิสคงติดต่อกับเขาด้วยวิธีการเดียวกับมหาราชาคาร์ลเป็นแน่

 

 

                พระนางหัวเราะเบา ๆ ดวงเนตรสีอำพันเป็นประกายน่ามอง “เจ้าต่างหากต้องการอะไร ไม่ใช่ข้า”

 

 

                ดวงตาสีน้ำเงินเป็นประกายวูบ หรือนี่คือคำตอบที่มหาราชาคาร์ลบอกไว้

 

 

                “ข้าต้องการคำตอบ” เขาเอ่ยเสียงเข้ม ก่อนจะเสริมว่า “มหาราชาคาร์ลบอกข้าว่าให้เดินทางไปยังทิศตะวันตกแล้วข้าจะพบคำตอบทั้งหมด”

 

 

                เทพีไอซิสแย้มยิ้มงดงาม วางพระหัตถ์บนบ่าแข็งแรงของชายหนุ่ม ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ใช่แล้วโดมินิค ข้าคือคำตอบของเจ้า เมื่อพันปีก่อนข้าเลือกคาร์ล ซอรอง ให้รับหน้าที่ปกป้องอนาตาคาเลีย บัดนี้ข้าขอเลือกเจ้าให้รับหน้าที่อันยิ่งใหญ่ต่อจากบรรพบุรุษ” กล่าวพลางยื่นไป

 

 

                “เลือกข้า....” เขาทวนคำเสียงแผ่ว

 

 

                “ใช่ ข้าเลือกเจ้า” พระนางเอ่ยเสียงหนัก หันหลังไปมองความว่างเปล่าเบื้องหลัง ก่อนจะหันกลับมาอีกครั้ง ดวงเนตรสีอำพันเป็นประกายกร้าว “ใช้ดาบแกรนเทียร์แทงทะลุหัวใจของมันโดมินิค”

 

 

                ‘ผู้ที่ถูกเลือก’ ส่ายหน้าไปมาอย่างสิ้นหวัง ดวงตาสีน้ำเงินสวยฉายแววหม่นหมอง ก่อนจะกล่าวเสียงเศร้าว่า “ข้าต้องคำสาปเลือด ข้าไม่มีรัศมีเทพคุ้มกาย ข้าชักดาบแกรนเทียร์ออกจากฝักไม่ได้”

 

 

                “ไม่ต้องกังวลไปหรอกโดมินิค เรื่องนั้นเราจัดการได้ เพียงแต่ต้องใช้ความพยายามพอสมควร ดูนี่สิ” ตรัสพลางยื่นพระหัตถ์ทั้งสองข้างออกมาเบื้องหน้า หลับพระเนตรลง ก่อนจะลืมขึ้นมาอีกครั้งพร้อม ๆ กับที่ฝ่าพระหัตถ์ทั้งสองข้างส่องแสงสีทองแวววาว ใจกลางของแสงค่อย ๆ รวมตัวกันเกิดเป็นอัญมณีเม็ดใหญ่สีขาววาววับที่ส่องประกายเป็นสีทองสุกปลั่ง

 

 

                “อัญมณีแห่งคราเธียร์” ชายหนุ่มอุทานเสียงเบาพลางขยับเข้าหา นี่เป็นครั้งที่สองที่เขาได้เห็นอัญมณีชิ้นสำคัญเต็มตา เพราะหลังจากงานพระศพของท่านแม่เมื่อสิบปีก่อน ท่านพ่อก็ไม่เคยอัญเชิญอัญมณีแห่งคราเธียร์ออกมาอีกเลย

 

 

                “สิ่งนี้เป็นเพียงภาพนิมิตเช่นเดียวกับตัวข้า เมื่อพันปีก่อนข้าหลอมรวมพลังเทพทั้งหมดกับธาตุทั้งสี่ ก่อเกิดเป็นอัญมณีชิ้นนี้ขึ้น อัญมณีแห่งคราเธียร์นอกจากจะมีอำนาจปิดกั้นเส้นทางระหว่างสามภพแล้ว มันยังมีอำนาจถอนคำสาปและสลายสิ่งชั่วร้ายทั้งปวงได้”

 

 

                “อัญมณีแห่งคราเธียร์ถอนคำสาปเลือดได้” เอ่ยถามพลางยื่นมือไปสัมผัส แต่สิ่งที่ฝ่ามือเรียวสัมผัสถูกเป็นเพียงอากาศธาตุเท่านั้น

 

 

                “ใช่แล้วโดมินิค แต่ตอนนี้เลือดของเจ้าไม่บริสุทธิ์ ทำให้เจ้าอัญเชิญอัญมณีแห่งคราเธียร์ออกมาไม่ได้ เราจึงต้องใช้วิธีอื่น ดูนี่สิ” กล่าวพลางกำพระหัตถ์ทั้งสองข้าง อัญมณีเม็ดใหญ่พลันสลายไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแบพระหัตถ์ออกอีกครั้ง พร้อม ๆ กับที่แสงสีรุ้งพวยพุ่งออกมาจากฝ่าพระหัตถ์ทั้งสอง แสงสีเจิดจ้าค่อย ๆ รวมตัวกันเกิดเป็นผลึกรูปร่างและสีสันต่างกันสี่เม็ด แต่ละเม็ดมีขนาดเท่ากับหัวนิ้วโป้งมือ

 

 

                “มันคืออะไร” เอ่ยถามพลางจ้องมองด้วยความสนใจ

 

 

                “อัญมณีแห่งธาตุทั้งสี่ สีแดงคือผลึกอัคคี สีฟ้าคือผลึกวารี สีเขียวคือผลึกธรณี และสีขาวคือผลึกวาโย เมื่อเจ้ารวบรวมอัญมณีทั้งสี่เข้าด้วยกัน มันจะมีคุณสมบัติในการถอนคำสาปได้ไม่ต่างจากอัญมณีแห่งคราเธียร์”

 

 

                “แล้วอัญมณีทั้งสี่ตอนนี้อยู่ที่ไหน ทำไมข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่ามีของแบบนี้ในอนาตาคาเลีย” เอ่ยถามพลางเงยหน้าขึ้นสบกับดวงเนตรสีอำพัน

 

 

                “อัญมณีทั้งสี่เป็นสมบัติประจำอาณาจักรทั้งสี่ของอนาตาคาเลีย มันเป็นสัญลักษณ์ของกษัตริย์และการสืบทอดราชบัลลังก์ ตอนนี้เจ้าก็มีอยู่แล้วชิ้นหนึ่ง” ตรัสพลางแย้มยิ้มด้วยความเอ็นดู

 

 

                ชายหนุ่มตีหน้ายุ่งกวาดมองไปทั่วตัว ก่อนจะกล่าวว่า “ไม่เห็นมี ข้าไม่เคยสวมเครื่องประดับสักชิ้น”

 

 

                “มันไม่จำเป็นต้องเป็นเครื่องประดับเสมอไปหรอกโดมินิค แต่มันเป็นของสำคัญที่สืบทอดในหมู่กษัตริย์ของแต่ละอาณาจักร” ตรัสพลางชี้ไปที่ข้างเอวของชายหนุ่ม

 

 

                “มีดสั้นแกรนทีน” เอ่ยเสียงเบาพลางก้มลงหยิบมีดสั้นเล่มเล็กที่เหน็บไว้ข้างเอวขึ้นมาพลิกดู “แต่พลอยตรงนี้มันเป็นสีเหลือง ไม่เห็นเหมือนกับอัญมณีที่ท่านเอ่ยถึงสักชิ้น” นิ้วเรียวลูบไล้พลอยสีเหลืองนวลไปมาพลางจ้องมองด้วยความสงสัย

 

 

                “ที่เจ้าครอบครองอยู่คือผลึกอัคคี มันจะเปลี่ยนเป็นสีแดงเมื่อต้องเปลวไฟ” ตรัสพลางกำพระหัตถ์ทั้งสองข้างอีกครั้ง ผลึกทั้งสี่พลันหายไปอย่างรวดเร็ว

 

 

                “สิ่งที่เจ้าจะต้องทำต่อไปก็คือตามหาอัญมณีที่เหลืออีกสามชิ้นให้พบ ผลึกวารีของโอโดเนียร์ ผลึกธรณีของเกรนีเวียร์ และผลึกวาโยของเกาะมนตรา”

 

 

                ชายหนุ่มละสายตาจากมีดโบราณเงยหน้าขึ้นสบดวงเนตรสีอำพัน “เกาะมนตรา อยู่ที่ไหนทำไมข้าไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย”

 

 

                “มันเป็นหน้าที่ของเจ้าที่จะต้องค้นหาให้พบโดมินิค ข้าไม่มีเวลามากพอจะเล่าให้เจ้าฟังได้ทั้งหมด ตอนนี้หน้าที่ของเจ้าก็คือจำสิ่งที่ข้าพูดเอาไว้ให้ดี” พระนางถอนใจเบา ๆ ก่อนจะตรัสเสียงหนักว่า “รวบรวมอัญมณีแห่งธาตุทั้งสี่ให้ครบ ถอนคำสาปเลือด ท้าสู้กับจอมปีศาจก่อนที่มันจะปลดผนึกมนตรามหาเทพได้ จำไว้วิธีเดียวที่จะฆ่ามันได้ก็คือ ใช้ดาบแกรนเทียร์แทงทะลุหัวใจของมัน”

 

 

                ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ภาระที่ได้รับช่างหนักหนาเสียเหลือเกิน เขาไม่มั่นใจสักนิดว่าจะทำภารกิจนี้ได้สำเร็จ

 

 

                เทพีไอซิสแย้มยิ้มงดงาม ก่อนจะตรัสให้กำลังใจว่า “ไม่ต้องกังวลไปหรอกโดมินิค เจ้าจะต้องทำได้ เพราะเจ้ามีเลือดของข้าและคาร์ลไหลวนอยู่ในตัว แต่เจ้าจะต้องรีบหน่อยเพราะตอนนี้อำนาจของข้าลดลงเรื่อย ๆ เมื่อใดที่วิญญาณของข้าแตกดับอัญมณีแห่งคราเธียร์จะสลายไปด้วย ประตูเชื่อมระหว่างสามภพก็จะถูกเปิดออกอีกครั้ง จอมปีศาจจะกรีฑาทัพของมันขึ้นมาบดขยี้ภพมนุษย์ การนองเลือดและการสูญเสียของมวลมนุษย์จะไม่อาจหลีกเลี่ยงได้”

 

 

                ชายหนุ่มพยักหน้ารับ แม้ไม่มั่นใจว่าจะทำได้ แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกมากนัก ในตอนแรกเขาต้องการแค่แก้แค้นให้กับท่านพ่อ แต่ทำไปทำมาเขากลับต้องมาต่อสู้กับจอมปีศาจเพื่อกอบกู้อนาตาคาเลีย ถ้าเป็นเมื่อก่อนมีใครพูดกับเขาแบบนี้ เขาคงหัวเราะงอหาย เพราะเขาไม่เคยเชื่อในตำนานของมหาราชาคาร์ลมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว จวบจนได้มาเห็นทุกอย่างด้วยตาของตัวเอง ราชันย์ปีศาจเดมอนไม่ได้มีแต่ในตำนาน มันมีตัวตนจริง ๆ และร้ายกาจเสียด้วยสิ ลำพังตัวเขาคนเดียวจะมีปัญหาไปต่อกรกับมันได้หรือ....

 

 

                “แล้วทวยเทพที่มนุษย์เฝ้ากราบไหว้อยู่ไม่คิดจะทำอะไรบ้างเลยหรือ” เจ้าชายหนุ่มเอ่ยถามพลางจ้องมองด้วยความหวัง

 

 

                ดวงเนตรสีอำพันหมองลง ทรงถอนใจเบา ๆ ก่อนจะตรัสว่า “เหล่าเทพวางตัวอยู่เหนือปีศาจและมนุษย์มาโดยตลอด พวกเขาไม่มีทางลดตัวลงมาต่อสู้ในสงครามของเผ่าพันธุ์ที่ต่ำต้อยกว่า อย่างดีก็แค่ส่งทูตสวรรค์สักองค์ลงมาช่วยเหลือภพมนุษย์ เหมือนเมื่อครั้งที่มหาเทพส่งข้าลงมายังภพมนุษย์”

 

 

                “แล้วครั้งนี้--”

 

 

                เทพีไอซิสส่ายพระพักตร์ไปมาตัดบทคำถามของฝ่ายตรงข้าม ก่อนจะตรัสด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยว่า “การทรยศต่อเผ่าพันธุ์ของข้าเมื่อพันปีก่อน ทำให้มหาเทพโกรธมาก จะไม่มีการช่วยเหลือจากเหล่าเทพอีกแล้วโดมินิค มนุษย์ต้องสู้ด้วยตัวของเขาเองถ้ายังอยากดำรงเผ่าพันธุ์ของตัวเองไว้”

 

 

                ชายหนุ่มพยักหน้ารับอีกครั้ง ดูท่าเขาคงต้องต่อสู้ด้วยตัวเองจริง ๆ แต่ถ้า....

 

 

                “แล้วถ้าข้าแพ้ล่ะ” เขากล่าวสิ่งที่คิดอยู่ในใจออกมาดัง ๆ

 

 

                 “ถ้าเจ้าแพ้อนาตาคาเลียจะถึงกาลอวสาน มหาเทพจะทำลายสิ่งมีชีวิตทั้งหมดทั้งมนุษย์และปีศาจเพื่อป้องกันภัยที่จะลามไปถึงเผ่าพันธุ์ของตน จากนั้นก็จะค่อย ๆ สร้างสมดุลของโลกขึ้นมาใหม่อย่างช้า ๆ เพราะเงื่อนไขของเวลาไม่ใช่ปัญหาสำหรับพวกเขา ดังนั้นเจ้าจะแพ้ไม่ได้โดมินิค”

 

 

                ประโยคสุดท้ายที่ตรัสออกมา ทำเอาคนฟังนิ่งอึ้งไปด้วยความหนักใจ ภาพมหาสงครามที่เคยฝันเห็นตั้งแต่เด็กวนเวียนเข้ามาในห้วงคิด เสียงร่ำไห้ดังระงม เลือดและน้ำตาไหลนองไปทั่ว เขาจะทำได้หรือ ด้วยสองมือของเขานี่หรือที่จะหยุดยั้งมหาสงครามครั้งใหม่

 

 

                “ข้า--” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงสั่นด้วยความไม่มั่นใจ แต่ต้องเงียบไป เมื่อเทพีแห่งอนาตาคาเลียโบกพระหัตถ์ห้ามไว้ ก่อนจะตรัสเสียงหนักว่า

 

 

                “เจ้าทำได้แน่โดมินิค เชื่อมั่นในตนเองและมิตรภาพในหมู่เพื่อนของเจ้า”

 

 

                “วิ้ง ๆ ๆ ๆ” เสียงประหลาดดังก้องขึ้น ตัดบทการสนทนาของทั้งสอง

 

 

                เทพีไอซิสเงยหน้าขึ้นมองเพดานห้องอีกครั้ง ก่อนจะตรัสว่า “เจ้าต้องกลับแล้วโดมินิค”

 

 

                ชายหนุ่มมองตามด้วยความสงสัย บนเพดานมืดสลัวไม่เห็นมีอะไรเลย นอกจากความว่างเปล่า แล้วเทพีไอซิสมองอะไร

 

 

                “กลับไปได้แล้วโดมินิค” พระนางตรัสอีกครั้งพลางขยับถอยหลัง

 

 

                “เดี๋ยว” ชายหนุ่มเอ่ยพลางขยับตาม แต่ยังไม่ทันก้าวไปไหน พลันมีลำแสงสีทองหลายร้อยเส้นพุ่งมาห่อหุ้มร่างกายเขาไว้ ภาพของห้องศิลาจางหายไป เหลือเพียงเปลวไฟสีทองที่ล้อมอยู่รอบด้าน ชายหนุ่มหลับตาลงปิดกั้นแสงแรงกล้า ร่างสูงโงนเงนไปมา ก่อนจะพล่าเลือนและจางหายไปอย่างรวดเร็ว

 

 

                “แวบ!!”

 

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

 

                “เดี๋ยวเทพีไอซิส” เสียงกรีดร้องหลุดออกมาจากริมฝีปากได้รูปพร้อม ๆ กับที่ร่างสูงผงะขึ้นนั่งตัวตรง ดวงตาสีน้ำเงินเข้มกวาดมองไปรอบตัวอย่างตื่นตระหนก

 

 

                “หอสวดภาวนา” เจ้าชายหนุ่มพึมพำเสียงเบาพลางยกมือขึ้นปาดเหงื่อจากหน้าผาก เขาคงหลับไปตอนที่ดูลูกแก้ว และถูกดึงไปพบกับเทพีไอซิส แต่ทำไมเขาถึงเหนื่อยขนาดนี้ ร่างกายปวดร้าวไปทั้งตัว เรียวแรงที่มีเหือดหายไปหมด รู้สึกราวกับว่าวิ่งมาไกลมาก

 

 

                “ท่านกลับมาแล้วหรือเจ้าชาย” เสียงแหบพร่าดังขึ้นเบื้องหลัง

 

 

                ชายหนุ่มหันขวับไปมอง ก่อนจะปล่อยลมหายใจที่กลั้นไว้ออกมาเบา ๆ เมื่อเห็นแม่เฒ่ามาทิลด้าถือตะเกียงดวงน้อยเดินขึ้นบันไดตรงมาหา

 

 

                “ทะ--ท่านแม่เฒ่า” เขาเอ่ยทักเสียงแผ่ว ดวงตาสีน้ำเงินสวยหรี่ลงเรื่อย ๆ

 

 

                “ท่านได้คำตอบที่ต้องการหรือไม่เจ้าชาย” แม่เฒ่าหมอดูเอ่ยถามอีกครั้งพลางวางตะเกียงดวงน้อยลงบนโต๊ะเบื้องหน้าอาคันตุกะหนุ่ม

 

 

                “ค้นหาอัญมณีแห่งธาตุทั้งสี่” ชายหนุ่มตอบเสียงเบาหวิว ดวงตายาวเรียวปิดลง ร่างสูงโงนเงนไปมา ก่อนจะหงายหลังลงกับพื้น หลับสนิทไปด้วยความอ่อนเพลีย



.............................................




มัลลิกานะคะ
บทที่ 2 จบแล้วนะคะ แฮะ ๆ ๆ บทที่ 3 รอหน่อยนะคะ
ตอนนี้เขียนหอบรักห่มใจอยู่ พรุ่งนี้อัพบทที่ 5
เขียนพร้อมกันสองเรื่องก็ปวดเฮดแบบนี้แหละค่ะ
แต่สนุกดี อนาตาคาเลีย 2 บทที่ 2 นี้เป็นบทที่จะปูให้เรื่อง
เดินต่อไปต้องตั้งเป้าหมายของตัวละคร ต้องบอกว่ากว่าจะ
จบได้มัลลิกาแทบตาย ต่อไปก็คงจะเขียนง่ายขึ้น
เพราะเนื้อเรื่องจะเป็นการพจญภัยเพื่อค้นหา
อัญมณีแห่งธาตุทั้งสี่จากสี่อาณาจักรของอนาตาคาเลีย
ซึ่งเนื้อเรื่องของภาคนี้อย่างที่บอกว่าจะเดินเรื่องแบบสนุก
แล้วก็ซาบซึ้งใจ ส่วนบทโหดจะตามาในภาคจบ
ยังไงก็อย่าเบื่อกันนะคะ วันนี้อนาตาคาเลียภาค 1 วางแผง
ใครรักเจ้าชายโดมินิค สงสารเชียร์ เห็นใจเอริค
และที่สำคัญเมตตามัลลิกาก็แวะไปอุดหนุนกันบ้างนะคะ
รักนะ....มัลลิกา



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
อนาตาคาเลีย : บัลลังก์รักจอมราชันย์ ภาค อเล็กซ์ คีน ตอนที่ 6 : บทที่ 2 แม่เฒ่าหมอดู (ตอนที่ 2) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 333 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android