คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

อนาตาคาเลีย : บัลลังก์รักจอมราชันย์ ภาค อเล็กซ์ คีน

ตอนที่ 5 : บทที่ 2 แม่เฒ่าหมอดู (ตอนที่ 1)


     อัพเดท 17 ต.ค. 49
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : mallika ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ mallika
My.iD: https://my.dek-d.com/mallika
< Review/Vote > Rating : 93% [ 89 mem(s) ]
This month views : 8 Overall : 12,435
183 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 41 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
อนาตาคาเลีย : บัลลังก์รักจอมราชันย์ ภาค อเล็กซ์ คีน ตอนที่ 5 : บทที่ 2 แม่เฒ่าหมอดู (ตอนที่ 1) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 323 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด







อนาตาคาเลีย : บัลลังก์รักจอมราชันย์

 

บทที่ 2

 

แม่เฒ่าหมอดู

 

ตอนที่ 1

 

 

                ดวงตะวันลาลับขอบฟ้าไปแล้วเมื่อคนกลุ่มเล็ก ๆ เดินมาถึงหน้าหอสวดภาวนา ร่างสูงโปร่งหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าประตูไม้แกะสลักบานใหญ่ ในขณะที่คนอื่นยืนรายล้อมอยู่ด้านหลัง ดวงตาสีน้ำเงินสวยจับจ้องไปที่หอคอยสูงด้วยความประหม่า เขาเคยจ้องมองสถานที่แห่งนี้มาเป็นร้อย ๆ ครั้งแล้ว เพื่อรอรอโอกาสที่จะได้เข้าพบแม่เฒ่ามาทิลด้า นักพยากรณ์หญิงผู้ยิ่งใหญ่แห่งหุบเขาเฟียร์เมาท์เทนท์

 

 

                หอสวดภาวนาเป็นหอคอยสูงสามชั้นทำจากศิลาขาวอาบแสงจันทร์ มีประตูเข้าออกเพียงทางเดียวและไม่มีหน้าต่าง บนยอดสูงสุดของหอมีระเบียงขนาดใหญ่ยื่นออกไปด้านนอกเพื่อรับแสงจันทร์ในคืนเดือนเพ็ญ คนที่ไม่ได้รับอนุญาตจะไม่สามารถเข้าไปในหอสวดภาวนาได้ ในทุกคืนเดือนเพ็ญแม่เฒ่ามาทิลด้าจะประกอบพิธีขอพรจากแสงจันทร์ เพื่อช่วยให้พืชผลของชาวบ้านเจริญงอกงามและเพิ่มอำนาจของเขตอาคมให้กล้าแข็งยิ่งขึ้น

 

 

                “ท่านตื่นเต้นหรืออเล็กซ์” เชียร์เอ่ยถามเมื่อเห็นท่าทางรุกรนของชายหนุ่ม

 

 

                “อืม ก็นิดหน่อย คือข้ารอคอยเวลานี้มานานแล้วเจ้าก็รู้” ชายหนุ่มตอบพร้อมกับยิ้มจาง ๆ

 

 

                “โธ่เอ้ย.... นานเนินอะไรกัน เจ้าเพิ่งมาอยู่ที่นี่ได้สองเดือนเอง” เอริคที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ กันเอ่ยขัดอย่างเหลืออด

 

 

                “แต่สำหรับอเล็กซ์มันนานมากนะเอริค เจ้าลองคิดดูสิว่าเขาต้องเจออะไรมาบ้าง แล้วก็ยังไม่รู้ว่าต่อไปจะเจออะไร” เชียร์เอ่ยด้วยความเห็นใจ ทำเอาเพื่อนร่างยักษ์ทำเสียงฮึดฮัดในลำคอด้วยความไม่พอใจ

 

 

                “เชอะ” เอริคเอ่ยออกมาได้เท่านั้นก็จำต้องเงียบเสียงลงเมื่อสบเข้ากับดวงตาสีฟ้าซีดของโทมัสที่มองตรงมาด้วยท่าทางไม่พอใจ

 

 

                “พวกเจ้าเงียบ ๆ กันหน่อยได้ไหม” ชายสูงวัยปรามเสียงเบาพลางกวาดตามองไปที่ดวงหน้าของละคนที่ตอนนี้เงียบกริบกันไปหมดเมื่อถูกดุ

 

 

                “แอ้ดดดดด” เสียงประตูไม้บานใหญ่เปิดออกดึงความสนใจของทุกคนมายังสาวน้อยร่างบางในชุดกรุยกรายสีม่วงเข้มรับกับดวงตา

 

 

                “เชิญค่ะเจ้าชาย” ไลลากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบพลางเบี่ยงตัวให้ชายหนุ่มสูงศักดิ์เดินเข้าไปข้างใน ดวงตาแสนสวยมองต่ำอย่างสำรวมผิดกับในเวลาปกติ

 

 

                ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดแล้วเดินผ่านประตูบานใหญ่เข้าไปด้วยความตื่นเต้น

 

 

                เชียร์ขยับเดินตาม แต่เมื่อไปถึงประตูท่อนแขนเรียวของเพื่อนสาวพลันยื่นออกมาขว้างไว้ ก่อนจะเอ่ยว่า “ท่านย่าอนุญาตให้เจ้าชายโดมินิคเข้าไปเพียงคนเดียว”

 

 

                “ทำไมล่ะ” ทุกคนในที่นั่นถามขึ้นอย่างพร้อมเพรียง

 

 

                “ข้าไม่ทราบ ท่านย่าสั่งมาเช่นนั้น ขอให้ทุกคนทำตามด้วย” สาวน้อยทายาทนักทำนายตอบเสียงเรียบ

 

 

                “ท่านพ่อ” เชียร์เอ่ยเสียงเบา ดวงตาสีมรกตจับจ้องไปที่บิดาด้วยความงุนงง

 

 

                ผู้เป็นพ่อส่ายหน้าไปมาแล้วกล่าวว่า “รออยู่ที่นี่เถอะอลิเซีย แม่เฒ่าคงมีเหตุผลถึงได้สั่งเช่นนั้น”

 

 

                “แต่--” หญิงสาวประท้วงเสียงเบา

 

 

                “ไม่เป็นไรหรอก ทุกคนรออยู่ที่นี่แหละ เดี๋ยวข้าจะออกมาเล่าให้ฟัง” อเล็กซ์เอ่ยเสียงหนักแล้วรีบหันหลังเดินเข้าไปในหอสวดภาวนา เขาถอยไม่ได้แล้ว อย่าว่าแต่ให้เข้าไปคนเดียวเลย ต่อให้ต้องลุยไฟไปหาแม่เฒ่ามาทิลด้าเขาก็จะไป

 

 

                เมื่อร่างสูงโปร่งเดินลับหายไปในหอสวดภาวนา ไลลาก็ขยับเข้าไปข้างในแล้วดึงประตูปิดลงอีกครั้ง โดยไม่เอ่ยอะไรกับเพื่อน ๆ เลยแม้แต่คำเดียว ซึ่งทุกคนล้วนเข้าใจดีว่าเวลาที่หญิงสาวประกอบพิธีเธอจะกลายเป็นคนที่เงียบขรึม ไม่ร่าเริงเหมือนในเวลาปกติ

 

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

 

                ภายในหอสวดมนต์มืดสลัวร่างสูงหยุดยืนอยู่กลางห้องโถงที่ถูกตบแต่งด้วยผ้าไหมสีขรึม มุมห้องทั้งสี่ห้อยตะเกียงดวงน้อยไว้เพื่อให้แสงสว่าง ดวงตาสีน้ำเงินเข้มกวาดมองไปรอบ ๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางของสาวน้อยนักทำนายที่ยืนนิ่งอยู่หน้าบันไดเวียน

 

 

                “ท่านแม่เฒ่าอยู่ที่ไหนไลลา” เขาเอ่ยถามพลางขยับเข้าหา

 

 

                สาวน้อยชี้มือขึ้นไปเบื้องบน ก่อนจะกล่าวว่า “ท่านย่ารอท่านอยู่ตรงตำแหน่งที่แสงจันทร์ส่องถึง”

 

 

                “ข้างบนเหรอ ขอบใจนะ” ร่างสูงก้มหัวให้เล็กน้อยแล้วเดินไปขึ้นบันไดไปยังชั้นบนของหอคอยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ข้างบนนั่นสินะ คำตอบที่เขาตามหาอยู่ข้างบนนั่น

 

 

                ร่างสูงเดินด้วยฝีเท้ามั่นคงขึ้นไปตามบันไดทีละขั้น ทีละขั้น ดวงตาสีน้ำเงินสวยจับจ้องไปเบื้องหน้าอย่างจดจ่อ อีกนิดเดียวเขาจะได้พบกับแม่เฒ่ามาทิลด้าแล้ว หลังจากที่เฝ้ารอด้วยความกระวนกระวายมาถึงสองเดือน เวลาสองเดือนของคนอื่นอาจจะเป็นเวลาเพียงสั้น ๆ เท่านั้น

 

 

        แต่สำหรับเขาเวลาสองเดือนดูเหมือนจะยาวนานชั่วกัปชั่วกัลป์ เนื่องด้วยความแค้นที่ท่านพ่อถูกฆ่าอย่างอนาถคอยหลอกหลอนอยู่ในทุกค่ำคืนที่หลับตานอน แต่อีกครู่เดียวเวลาแห่งความทรมานของเขาจะจบลง เขาจะรู้วิธีกำจัดเจ้าจอมปีศาจและกลับคืนสู่ฐานะที่แท้จริงของตัวเองเสียที

 

 

                ชายหนุ่มหยุดยืนที่เชิงบันได เมื่อก้าวข้ามบันไดขั้นสุดท้ายขึ้นมาแล้ว ดวงตาสีน้ำเงินเข้มกวาดมองไปรอบห้องโถงรูปวงกลมที่มีหลังคาเพียงครึ่งเดียวปกคลุมอยู่ เขาขยับขาก้าวเข้าไปยืนกลางห้องพลางจ้องมองไปยังร่างผอมบางในชุดคลุมยาวสีม่วงซีด ซึ่งนั่งอยู่หน้าโต๊ะกลมตัวเตี้ยท่ามกลางแสงจันทร์จืดจางด้วยความสงสัย นี่หรือแม่เฒ่ามาทิลด้า ชายหนุ่มครุ่นคิดในใจ ก่อนจะเอ่ยถามว่า

 

 

                “ท่านคือท่านแม่เฒ่ามาทิลด้าใช่หรือไม่”

 

 

                “แล้วท่านมาพบใครเล่าเจ้าชาย” หญิงชรากล่าวพลางเงยหน้าขึ้นมอง ใบหน้าเหี่ยวย่นต้องแสงจันทร์เผยให้เห็นถึงวัยที่ร่วงโรย หากทว่าหญิงชรากลับไม่ได้ดูน่าเกลียดแม้แต่น้อย “ท่านมาตามหาสิ่งใดเจ้าชาย” หญิงชราเอ่ยถามอีกครั้งพลางจ้องมองด้วยดวงตาสีม่วงอ่อนใสดุจกระจกเนื้อดี

 

 

                ชายหนุ่มสาวเท้าเข้าหา คำพูดในฝันของคาร์ล ซอรอง ผุดขึ้นในห้วงคิด ‘เดินทางไปยังทิศตะวันตกแล้วเจ้าจะพบคำตอบทั้งหมด’ ถ้าสิ่งที่มหาราชาพูดเป็นจริง วันนี้เขาจะรู้คำตอบของเรื่องทั้งหมด เรื่องราวที่เขาต้องเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ต้องการสักนิด

 

 

                ร่างสูงหยุดยืนเบื้องหน้าหญิงสูงวัย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “คำตอบ ข้าต้องการคำตอบ”

 

 

                หญิงชราแย้มยิ้มเมตตาที่มุมปาก ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “คำตอบอย่างนั้นรึ”

 

 

                “ใช่ ข้าต้องการคำตอบ ข้าต้องการแก้แค้นให้ท่านพ่อ” ชายหนุ่มตอบเสียงหนัก ดวงตาสีน้ำเงินสวยเป็นประกายแข็งกร้าว

 

 

                “แก้แค้นอยางนั้นหรือ” แม่เฒ่าเอ่ยเสียงแผ่ว ดวงตาสีม่วงใสสบประสานกับดวงตาสีน้ำเงินของชายหนุ่มรุ่นหลาน

 

 

                “ใช่--แก้แค้น--แก้แค้นไอ้ปีศาจร้ายที่มันฆ่าท่านพ่อของข้า” เขาตอบเสียงเข้มผ่านไรฟันที่ขบกันแน่น ความแค้นที่สุ่มอยู่ในอกลุกฮือขึ้นมาจนเจ็บไปทั้งใจ

 

 

                แม่เฒ่ามาทิลด้าถอนสายตาจากชายหนุ่ม ลดสายตาลงจ้องมองลูกแก้วสีนิลเบื้องหน้า ถอนใจเบา ๆ ก่อนจะกล่าวว่า “ถ้า--ข้าบอกว่า--ข้าไม่รู้ล่ะ”

 

 

                ชายหนุ่มขมวดคิ้วยุ่ง ส่ายหน้าไปมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ ก่อนจะโพล่งออกมาว่า “ไม่รู้--เป็นไปไม่ได้ ก็ทะ--ท่านเป็นนักพยากรณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอนาตาคาเลีย”

 

 

                แม่เฒ่าหัวเราะเบา ๆ พลางก้มศีรษะให้เล็กน้อย “เป็นเกียรติมากสำหรับคำชม เชิญท่านนั่งลงก่อนเถอะเจ้าชาย” กล่าวเชิญพร้อมกับผายมือไปยังเบาะนั่งด้านตรงข้าม

 

 

                อเล็กซ์จ้องมองไปยังเบาะนั่งเบื้องหน้า ก่อนจะลากสายตาไปยังนักพยากรณ์ใหญ่แห่งอนาตาคาเลีย เขาไม่รู้ว่านางต้องการอะไร แต่เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อนั่งคุย

 

 

                “ข้ารู้ว่าท่านร้อนใจ แต่ก็นั่งเป็นเพื่อนคุยกับคนแก่สักครู่เถอะ บางทีสิ่งที่ข้ารู้อาจเป็นประโยชน์กับท่านก็ได้เจ้าชาย” แม่เฒ่าเอ่ยเชิญอีกครั้ง

 

 

                “...........” ชายหนุ่มนิ่งงันอยู่ครู่หนึ่ง แม้จะไม่เข้าใจในเจตนาของหญิงชราเบื้องหน้า แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกมากนัก กลับไปก็ทำอะไรไม่ได้ การนั่งคุยกับนางสักครู่ก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร ชายหนุ่มครุ่นคิดในใจ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเบาะผ้าไหมอ่อนนุ่ม

 

 

                “ใคร ๆ ล้วนแต่คิดว่าข้ารู้ไปเสียทุกอย่าง แต่ความจริงแล้วความรู้ของข้ามีจำกัดเจ้าชาย” หญิงชราเริ่มต้นสนทนาพลางรินชารสเลิศใส่ถ้วยเบื้องหน้าอาคันตุกะหนุ่ม ก่อนจะวางกาดินเผาใบเล็กลงบนแป้น แล้วผายมือเชื้อเชิญ

 

 

                ชายหนุ่มประคองถ้วยชาใบเล็กด้วยฝ่ามือเย็นเฉียบของตน ก่อนจะแย้งอย่างดื้อดึงว่า “แต่ท่านเป็นนักพยากรณ์”

 

 

                แม่เฒ่ามาทิลด้าหัวเราะเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู ยกถ้วยชาหอมกรุ่นของตนขึ้นจิบ ก่อนจะกล่าวว่า “การพยากรณ์เป็นศาสตร์แห่งดวงดาวและสถิติเจ้าชาย ข้ารู้ในสิ่งที่สวรรค์อยากให้ข้ารู้เท่านั้น”

 

 

                “แล้ว--ข้าจะทำอย่างไรต่อไป ในเมื่อท่านเองก็ยังไม่รู้วิธีกำจัดเจ้าปีศาจร้ายตนนั้น” ชายหนุ่มกล่าวด้วยความผิดหวัง มือเรียวที่คลึงถ้วยชาอยู่ชะงักลง

 

 

                “อย่าเพิ่งสิ้นหวังเจ้าชาย” หญิงชราทักท้วงเสียงแผ่ว วางถ้วยชาว่างเปล่าของตนลงบนโต๊ะ “ว่าแต่ท่านอยากฟังคนแก่เล่านิทานบ้างไหม”

 

 

                “นิทาน” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงแผ่วด้วยความสงสัย

 

 

                แม่เฒ่ามาทิลด้าพยักหน้ารับริมฝีปากเหี่ยวย่นประดับรอยยิ้มอ่อนจาง “ใช่ นิทานของคนแก่ที่อยู่ดูความเป็นไปของอนาตาคาเลียมาร่วมร้อยปี นิทานที่เกิดจากนิมิตในการภาวนาต่อทวยเทพเป็นเวลายาวนานของข้า”

 

 

                “..........” เจ้าชายหนุ่มนิ่งอึ้งด้วยความสับสน ก่อนจะพยักหน้ารับแล้วนิ่งฟัง

 

 

                แม่เฒ่าหมอดูยิ้มน้อย ๆ ด้วยความพึงพอใจ วางมือเหี่ยวย่นบนลูกแก้วสีดำสนิทเยื้องหน้าแล้วเริ่มเล่าเรื่องด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแผ่วเบา

 

 

                “ในครั้งที่อนาตาคาเลียยังไม่ได้ถูกแบ่งออกเป็นสามภพ เหล่ามนุษย์ เทพ และปีศาจล้วนเดินทางไปมาระหว่างกันได้ แต่ต่างก็ดำเนินชีวิตตามแนวทางของตนไม่ยุ่งเกี่ยวกัน จวบจนมีปีศาจนามว่าเดมอนถือกำเนิดขึ้นมา ปีศาจตนนี้มักใหญ่หวังครอบครองสามภพ ด้วยอำนาจมืดและมนต์มารอันชั่วร้าย

 

 

                ในเวลาไม่นานเดมอนก็ขยับตัวเองขึ้นมาเป็นราชันย์แห่งภพปีศาจ และเริ่มรุกรานภพมนุษย์ โดยใช้จิตใจชั่วร้ายที่มีในตัวของมนุษย์เป็นเครื่องหล่อเลี้ยง เดมอนส่งสมุนปีศาจมาครอบงำมนุษย์ก่อสงครามขึ้นทุกย่อมหญ้า เหล่าเทพย่อมไม่สามารถทนดูความล่มสลายของมวลมนุษย์ได้ เพราะมันหมายถึงภัยที่จะมาสู่พวกเขาเองหากเดมอนสามารถรวบรวมสองภพเข้าด้วยกันสำเร็จ

 

 

                มหาเทพจึงส่งเทพีไอซิสเทพธิดาแห่งความรักและความดีมายังภพมนุษย์พร้อมด้วยดาบแกรนเธียร์ที่สามารถใช้สังหารปีศาจและทวยเทพ เพื่อเสาะหาผู้กล้าที่จะลุกขึ้นมาต่อกรกับจอมปีศาจเดมอน และในครั้งนั้นพระนางได้เลือก คาร์ล ซอรอง เด็กหนุ่มเลี้ยงม้าให้รับหน้าที่สำคัญนี้ จากเด็กหนุ่มที่ไม่รู้ความแต่ด้วยจิตใจที่ยึดมั่นในคุณธรรมความดี คาร์ลสามารถล้มจอมปีศาจลงได้และกักขังมันไว้ในภพปีศาจ

 

 

                เขาได้รับการสถาปนาเป็นกษัตริย์ปกครองสูงสุดในภพมนุษย์ เมื่อภารกิจเสร็จสมบูรณ์เทพีไอซิสก็ถูกเรียกตัวกลับสวรรค์ แต่คาร์ลไม่สามารถปล่อยนางกลับไปได้ เพราะทั้งสองรักกันและลักลอบได้เสียจนมีทายาทตัวน้อยกำเนิดขึ้นมา สร้างความโกรธแค้นกับเหล่าทวยเทพเป็นอย่างมาก

 

 

                แต่ก่อนที่สงครามระหว่างเทพและมนุษย์จะเกิดขึ้นเทพีไอซิสตัดสินใจใช้ชีวิตของตนเองหลอมรวมกับวิญญาณบริสุทธิ์ของธาตุทั้งสี่ก่อเกิดเป็นอัญมณีแห่งคราเธียร์ปิดกั้นเส้นทางติดต่อระหว่างสามภพ จนภพทั้งสามถูกแบ่งแยกออกจากกันอย่างเด็ดขาดมาจนทุกวันนี้”

 

 

                “พอที--ข้าไม่อยากฟัง ข้าเคยฟังนิทานเรืองนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้วแม่เฒ่า” ชายหนุ่มกล่าวเสียงห้วน มือทั้งสองข้างกำแน่นเพื่อข่มอารมณ์ที่เดือดพล่านอยู่ภายใน เขาทนฟังนิทานเรื่องนี้ไม่ได้อีกแล้ว มันเป็นนิทานก่อนนอนของท่านพ่อ ท่านพ่อที่เขาไม่มีอีกแล้ว…..

 

 

                แม่เฒ่าหมอดูแย้มยิ้มเยือกเย็นพลางส่ายหน้าไปมา “นิทานเพิ่งเริ่มเท่านั้นเจ้าชาย มันเพิ่งเริ่มเท่านั้น ทนฟังคนแก่บ่นอีกสักนิดเถอะ”

 

 

                “.........” ชายหนุ่มขบฟันแน่น เขาไม่อยากฟัง แต่ก็ไม่สามารถลุกหนีไปไหนได้ ดวงตาสีม่วงอ่อนใสแจ๋วที่จ้องตรงมาตรึงเขาไว้กับที่จนไม่สามารถขยับไปไหนได้

 

 

                หญิงสูงวัยจ้องมองดวงตาสีน้ำเงินของผู้อ่อนวัยกว่านิ่ง ก่อนจะเริ่มเล่าอีกครั้งด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

 

 

                “นับจากมหาสงครามครั้งแรกผ่านพ้นมาหนึ่งพันปี ภพมนุษย์อยู่ในความสงบสุขมาโดยตลอด ดินแดนกว้างใหญ่ถูกแบ่งออกเป็นสามอาณาจักรคานอำนาจระหว่างกัน โอโดเนียร์หนาวเย็นกว้างใหญ่ รักสันโดษและไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร เกรนีเวียร์อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร มักใหญ่และเติบโตขึ้นทุกวัน สุดท้ายโธราเทียร์เรืองอำนาจด้วยพรวิเศษจากทวยเทพ แม้จะยิ่งใหญ่แต่ต้องสาป ทุกราชามีทายาทเพียงหนึ่ง ครองบัลลังก์ที่ไร้ราชินีชั่วกัปกัลป์”

 

 

                “บัลลังก์ที่ไร้ราชินี” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงแผ่วด้วยความสะเทือนใจ ความอ้างว้างคือราคาที่ราชวงศ์ซอรองต้องจ่ายเพื่อแลกกับอำนาจยิ่งใหญ่เหนืออาณาจักรอื่น

 

 

                น้ำเสียงนุ่มนวลหยุดชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนจะเริ่มเล่าต่อ

 

 

                “ความสงบสุขหนึ่งพันปีของมวลมนุษย์จบสิ้นลง เมื่อราชันย์แห่งความชั่วร้ายหวนคืนจากความตายด้วยความช่วยเหลือของนักบวชทุศีลที่ยอมแลกวิญญาณของตนกับชีวิตอมตะ การกบฏหลังคืนเดือนเพ็ญนำมาซึ่งความสูญเสียและภัยพิบัติแห่งอนาตาคาเลีย เมื่อลมหายใจของราชาแห่งโธราเทียร์ถูกปลดปลงด้วยน้ำมือของบุรุษผู้กระหายในอำนาจ”

 

 

                “ไอ้ลานอส” ชายหนุ่มกัดฟันกรอดด้วยความแค้น ภาพสุดท้ายของท่านพ่อวนกลับมาในห้วงคิด ท่านพ่อปกป้องเขาจนวาระสุดท้าย

 

 

                ดวงหน้าเหี่ยวย่นประดับรอยยิ้มจาง ๆ ด้วยความเข้าใจพลางเล่าเรื่องราวต่อไปเรื่อย ๆ

 

 

                “ราชันย์แห่งความมืดเข้าครอบครองบัลลังก์มหาราชา เจ้าชายแห่งแสงสว่างคืนสู่สามัญชน มหาสงครามแห่งความหวาดกลัวสยายปีกครอบคลุมทุกย่อมหญ้า มวลมนุษย์ไร้ซึ่งความหวัง ชีวิตบริสุทธิ์ล้มตายดุจใบไม้ร่วง อนาตาคาเลียจะถึงกาลวิบัติหากราชันย์ปีศาจปลดผนึกมนตรามหาเทพกลับคืนสู่ร่างที่แท้จริงได้”

 

 

                “ราชันย์ปีศาจเดมอน” ชายหนุ่มพึมพำด้วยน้ำเสียงเบาหวิว ดวงใจเต้นแรงขึ้นทุกครั้งเมื่อได้ยินชื่อนี้ ราชันย์ปีศาจศัตรูที่เขาไม่แน่ใจสักนิดว่าจะล้มมันลงได้ ริมฝีปากบางเม้มแน่น ก่อนจะหันไปมองหญิงชราเบื้องหน้า เมื่อนางเปลี่ยนน้ำเสียงในการเล่าเรื่องจากนุ่มนวลเป็นเข้มแข็ง

 

 

                “แต่อนาตาคาเลียไม่เคยสิ้นหวัง เพราะยังมีบุรุษผู้หนึ่งที่จะหยุดยั้งมหันตภัยนี้ได้ เจ้าชายโดมินิค ซอรอง ทายาทเพียงหนึ่งเดียวของมหาราชาคาร์ล ซอรอง และเทพีไอซิส บุรุษเพียงหนึ่งเดียวที่เกิดมาพร้อมกับพรวิเศษจากสรวงสวรรค์ อนาคตของอนาตาคาเลียอยู่ในมือท่านแล้วเจ้าชาย” หญิงชราจบคำพูดของตนด้วยการก้มหน้าเคารพผู้ที่อ่อนวัยกว่าอย่างนอบน้อม

 

 

                “ข้า--ตอนนี้ข้าเป็นแค่คนธรรมดา หาได้มีพรวิเศษใดไม่แม่เฒ่า” ชายหนุ่มปฏิเสธเสียงเศร้า เขาไม่เหมาะสมที่จะรับการยกย่องจากหญิงชราเบื้องหน้า

 

 

                แม่เฒ่ามาทิลด้าเงยหน้าขึ้นสบดวงตาสีน้ำเงินสวย แย้มยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก “อย่าประเมินค่าตัวเองต่ำนักเจ้าชาย เพชรไม่ว่าจะอยู่ในแห่งหนใดก็ยังคงส่องประกายเจิดจรัส ข้าเห็นพรวิเศษในตัวท่าน เชื่อคนแก่เถอะ ท่านเพียงแต่ต้องค้นหามันให้เจอเท่านั้น”

 

 

                “ข้าทำไม่ได้ ข้าจะเอาอะไรไปต่อกรกับราชันย์ปีศาจ ตอนนี้ข้าก็เป็นแค่เจ้าชายไร้บัลลังก์ที่มีสมบัติติดกายเพียงดาบทองที่ชักไม่ออกเล่มเดียว” ชายหนุ่มก้มหน้าหลบตา คำพูดของเจ้ายักษ์โยริลล์ก้องไปมาในห้วงคิด

 

 

                “ไม่เจ้าชาย” หญิงชราส่ายหน้าพลางชี้มือไปยังแผ่นอกด้านซ้ายของชายอ่อนวัยกว่า “ข้าเห็นมันอยู่ในนี้ หัวใจของท่าน หัวใจของผู้กล้าที่พร้อมจะปกป้องอนาตาคาเลียเหมือนครั้งหนึ่งที่บรรพบุรุษของท่านเคยทำ”

 

 

                “ปกป้องอนาตาคาเลีย” ผู้ถูกคาดหวังเอ่ยเสียงสูงด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน เขานี่นะจะปกป้องอนาตาคาเลีย เจ้ายักษ์โยริลล์พูดถูก อย่าว่าแต่จะฆ่าจอมปีศาจเลย แค่ก้าวออกไปจากหุบเขา ชีวิตก็ไม่รอดแล้ว

 

 

                “เอ้า ในเมื่อท่านมั่นใจขนาดนั้น ไหนลองบอกข้าหน่อยสิ ว่าข้าจะฆ่าจอมราชันย์ปีศาจเดมอนและปกป้องอนาตาคาเลียได้ยังไง ด้วยสองมือคู่นี้อย่างนั้นเหรอ” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเยาะหยันพลางยื่นมือทั้งคู่ไปเบื้องหน้าหญิงชรา

 

 

                มือเหี่ยวย่นยื่นออกมาสัมผัสมือเรียวขาวผ่อง ดวงตาสีม่วงจ้องมองด้วยแววตามุ่งมั่น “ใช่เจ้าชาย มือคู่นี้ของท่านจะปกป้องอนาตาคาเลีย”

 

 

                ชายหนุ่มจ้องตอบ ก่อนจะเอ่ยถามอีกครั้งว่า “ทำยังไงล่ะ”

 

 

                “ท่านรู้ดีกว่าข้าเจ้าชาย” หญิงชราเอ่ยเสียงเข้มบีบมือขาวผ่องเบา ๆ

 

 

                “ล้อเล่นน่าแม่เฒ่า ถ้าข้ารู้ ข้าฆ่ามันไปตั้งแต่คืนนั้นแล้ว ไม่ต้องดั้นด้นมาถามท่านถึงนี่หรอก” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างหัวเสียพลางดึงมือของตนออกจากมือของแม่เฒ่าหมอดู แต่อีกฝ่ายหนึ่งไม่ยอมปล่อย มือเหี่ยวย่นยึดจับปลายนิ้วเรียวไว้แน่นพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า

 

 

                “ข้าไม่ได้ล้อท่านเล่นเจ้าชาย มีเพียงท่านเท่านั้นที่จะฆ่าราชันย์ปีศาจได้ จอมปีศาจจะสิ้นชื่อด้วยสมบัติติดกายเพียงชิ้นเดียวของท่าน”

 

 

                “ดาบแกรนเทียร์” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงแผ่ว หวนนึกถึงดาบทองคู่บัลลังก์ที่เก็บซ่อนไว้ในคอกม้า

 

 

                หญิงชราพยักหน้ารับ ดวงตาสีม่วงจ้องมองใบหน้าคมคายไม่กะพริบ “ใช่แล้วเจ้าชาย ดาบแกรนเทียร์เป็นอาวุธเทพที่มีอำนาจสังหารราชันย์ปีศาจได้ เมื่อพันปีก่อนมหาราชาคาร์ล ซอรอง เคยใช้ดาบวิเศษเล่มนั้นผนึกราชันย์ปีศาจไว้ที่หุบผาปีศาจ นอกจากสายเลือดของราชวงศ์ซอรองแล้วไม่มีใครชักมันออกจากฝักได้ ท่านจึงเป็นคนเดียวในอนาตาคาเลียที่สามารถปลิดชีพจอมปีศาจได้”

 

 

                “เฮ้อ.....” เสียงถอนใจอย่างหมดหวังถูกปล่อยออกมาอีกครั้ง “เสียใจด้วยนะแม่เฒ่า ข้าชักดาบไม่ออก ข้าต้องคำสาปเลือดของราชันย์ปีศาจ ตอนนี้ข้าเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาที่ไม่ได้มีพรวิเศษใด ๆ ติดกายอีกต่อไปแล้ว” มือขาวแกะมือเหี่ยวย่นออกขยับกายจะผุดลุกขึ้นยืน แต่ต้องชะงักไปอีกครั้งเมื่อหญิงสูงวัยกล่าวเสียงเข้มว่า

 

 

                “คำสาปทุกคำสาปมีวิธีแก้ไข เพียงแต่เราต้องหาให้เจอเท่านั้น ข้าเชื่อว่าท่านทำได้เจ้าชาย”

 

 

                “ท่านรู้วิธีถอนคำสาปเลือด--” ชายหนุ่มหันขวับไปมอง ก่อนจะส่ายหน้าไปมาอย่างอารมณ์เสียเมื่อหญิงชรากล่าวต่อว่า

 

 

                “ข้าไม่รู้เจ้าชาย”

 

 

                “พอทีแม่เฒ่า” ชายหนุ่มตะโกนอย่างหัวเสีย เขาเบื่อเกมยี่สิบคำถามของนักพยากรณ์ผู้ยิ่งใหญ่นางนี้เต็มทนแล้ว “ท่านไม่รู้ว่าจะทำยังไง รู้แต่ว่าข้าต้องทำได้ ฟังดูน่าชื่นใจจังนะ” เขากล่าวประชดพลางยกมือเสียผมด้วยท่าทางหงุดหงิด

 

 

                “ใจเย็นเจ้าชาย ข้าอาจไม่รู้ แต่ข้าช่วยให้ท่านรู้ได้ด้วยสิ่งนี้” แม่เฒ่ามาทิลด้ากล่าวพลางลูบคลำลูกแก้วสีนิลเบื้องหน้าเบา ๆ ทุกครั้งที่ปลายนิ้วเหี่ยวย่นสัมผัสถูกลูกแก้วจะเปล่งแสงสีทองประหลาดออกมาเป็นสาย

 

 

                “ลูกแก้วพยากรณ์” ชายหนุ่มกล่าวเสียงแผ่วพลางจ้องลูกแก้วประหลาดด้วยความสนใจ

 

 

                หญิงชราพยักหน้ารับ ดันลูกแก้วไปเบื้องหน้าผู้อ่อนวัยกว่า “จะเรียกอย่างนั้นก็ได้ แต่ความจริงแล้วสิ่งนี้คือผลึกมนตราที่บรรพบุรุษของข้าบรรจุพลังแห่งการทำนายลงไปในคริสตันราตรี รุ่นแล้วรุ่นเล่า เป็นเวลาหลายร้อยปี เพื่อการทำนายครั้งนี้เพียงครั้งเดียว”

 

 

                “ต้องทำยังไงบ้าง” ชายหนุ่มกล่าวตัดบท เขาไม่สนใจประวัติของมันหรอก จะมาจากไหนไม่สำคัญสักนิด ขอเพียงมันบอกวิธีถอนคำสาปเลือดได้เป็นพอ

 

 

                “วางมือลงบนลูกแก้ว รวบรวมสมาธิจ้องไปที่ใจกลางของลูกแก้วมนตรา นึกถึงสิ่งที่ท่านอยากจะรู้ แล้วคำตอบทั้งหมดจะปรากฏออกมา ท่านต้องจดจำทุกอย่างเอาไว้ เพราะการทำนายทำได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น” หญิงชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

 

 

                ชายหนุ่มพยักหน้ารับพลางจ้องมองลูกแก้วเบื้องหน้าอย่างตั้งใจ ในหูแว่วยินน้ำเสียงแผ่วเบาของแม่เฒ่าหมอดูแว่วมาอย่างอ่อนโยนเป็นระยะ ๆ

 

 

                “รวบรวมสมาธิเจ้าชาย.... รวบรวมสมาธิ.... สมาธิ....”

 

 

                ดวงตาสีน้ำเงินสวยจ้องมองไปยังดวงแก้วสีนิลที่ตอนแรกดำสนิท จากนั้นค่อย ๆ มีกลุ่มควันสีเงินก่อตัวขึ้นที่ใจกลาง หมุนวนช้า ๆ แล้วค่อย ๆ ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ริมฝีปากบางเม้มแน่นจ้องไปยังใจกลางกลุ่มควันไม่กะพริบ ก่อนที่ร่างสูงจะโงนเงนไปมาแล้วจมดิ่งลงไปในกลุ่มควันแปลกประหลาด

 

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~





มัลลิกานะคะ
ตอนแรกกะว่าจะมาอัพแต่เช้า
ปรากฏว่าเช้ามาวันนี้เน็ตล่มกว่าจะเข้าได้เกือบเที่ยง
แต่มาช้าดีกว่าไม่มีนะคะ บทที่ 2 แล้วค่ะ
กว่าจะคลอดออกมาแต่ละบทแทบตาย
อยากมากค่ะ โดยเฉพาะบทนี้ต้องวางฐานของเรื่อง
ถ้าตรงนี้ไม่ผ่านเรื่องจะเดินต่อไปไม่ได้เลย
แต่ก็ผ่านไปจนได้ มาติดตามกันค่ะ
ว่าเจ้าชายไปพบแม่เฒ่ามาทิลด้าแล้วจะเกิดอะไรขึ้น
คำตอบที่ตามหาคืออะไร และใครเป็นคนบอก
วันนี้ไปก่อนนะคะ บายพรุ่งนี้พบกับตอนจบของบทที่ 2
รักนะ.....มัลลิกา




Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
อนาตาคาเลีย : บัลลังก์รักจอมราชันย์ ภาค อเล็กซ์ คีน ตอนที่ 5 : บทที่ 2 แม่เฒ่าหมอดู (ตอนที่ 1) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 323 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android