คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

อนาตาคาเลีย : บัลลังก์รักจอมราชันย์ ภาค อเล็กซ์ คีน

ตอนที่ 3 : บทที่ 1เด็กเลี้ยงม้า (ตอนที่ 1)


     อัพเดท 16 ต.ค. 49
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : mallika ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ mallika
My.iD: https://my.dek-d.com/mallika
< Review/Vote > Rating : 93% [ 89 mem(s) ]
This month views : 7 Overall : 12,434
183 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 41 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
อนาตาคาเลีย : บัลลังก์รักจอมราชันย์ ภาค อเล็กซ์ คีน ตอนที่ 3 : บทที่ 1เด็กเลี้ยงม้า (ตอนที่ 1) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 492 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด





อนาตาคาเลีย
: บัลลังก์รักจอมราชันย์

 

บทที่ 1

 

เด็กเลี้ยงม้า

 

ตอนที่ 1

 

 

                แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องกระทบน้ำค้างบนยอดหญ้าเกิดเป็นประกายวับวาวราวกับอัญมณีน้ำงาม ลมหนาวพัดผะแผ่วผ่านนวลแก้มสาวทิ้งความเย็นไว้ดุจดังรอยจุมพิตของธรรมชาติ อ่อนหวาน นุ่มนวล แต่ทว่าบาดลึก ไลลาห่อไหล่บางเข้าหากันเมื่อความหนาวเย็นยามเช้าสัมผัสผิวกาย

 

 

                ปีนี้ฤดูหนาวมาเยือนหุบเขาเฟียร์เมาท์เทนท์เร็วกว่าทุกปี ชาวบ้านเร่งมือเก็บเกี่ยวพืชผลกันเป็นการใหญ่เพื่อให้แล้วเสร็จก่อนที่หิมะจะโปรยปรายลงมา หญิงสาวกระชับผ้าคลุมไหล่ผืนหนาแน่นเข้า ตวัดปลายข้างหนึ่งพันรอบร่างบางพลางเร่งสาวเท้าให้เร็วขึ้น เมื่อได้ยินเสียงดาบไม้ปะทะกันแว่วมาจากลานฝึก

 

 

                “แรงกว่านี้อเล็กซ์ เจ้ามีแรงแค่นี้หรือไง” เสียงร้องสั่งอย่างเกรี้ยวกราดของเอริคดังก้องไปทั่วลานฝึกแล้วตามด้วยเสียงดาบไม้ปะทะกันอีกหนึ่งชุดใหญ่

 

 

                ไลลายืนนิ่งข้างลานฝึกดวงตาสีม่วงอ่อนแสนสวยจับจ้องไปยังสองหนุ่มที่กำลังปะดาบกันอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่กลางลานฝึก หนึ่งหนุ่มสูงใหญ่ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามถือดาบไม้ตั้งรับการจู่โจมของอีกหนึ่งหนุ่มที่รูปร่างบางกว่าด้วยท่าทางสบาย ๆ ในขณะที่คนจู่โจมหลั่งเหงื่อโซมกาย แต่ทว่าใบหน้าคมคายกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เหวี่ยงดาบไม้ในมือสุดแรงซ้ายทีขวาที ก่อนจะถูกชายร่างใหญ่กว่าโต้กลับบ้างจนร่างสูงโปร่งกระเด็นไปกองบนพื้นหญ้าอย่างหมดสภาพ

 

 

                “ลุกขึ้นมาอเล็กซ์ ถ้าจะล้มข้าให้ได้ฝีมือแค่นี้ยังไม่พอหรอก” เอริคร้องสั่งอีกครั้งพลางชี้ดาบไม้ไปยังชายหนุ่มที่นั่งกองอยู่บนพื้นด้วยท่าทางยั่วเย้า

 

 

                “หืม....” อเล็กซ์กัดฟันกรอดกระโดดลุกขึ้นยืน ใบหน้าคมคายต้องแสงแดดอ่อนยามเช้าดูหล่อเหลาบาดตา เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนชื้นเหงื่อและหยาดน้ำค้างยามเช้าเกาะแนบต้นคอแข็งแกร่ง จมูกโด่งสวยเชิดขึ้นด้วยแรงขัตติยะ ริมฝีปากบางได้รูปเม้มแน่น ในขณะที่ดวงตาสีน้ำเงินเข้มใต้คิ้วเรียวยาววาววับด้วยโทสะแรงกล้า ฝ่ามือขาวผ่องกระชับอาวุธมั่น ก่อนจะกระโจนเข้าใส่ชายร่างใหญ่ตรงหน้าพลางเหวี่ยงดาบไม้เข้าใส่สุดกำลัง แม้ร่างกายจะล้าจนแทบไม่มีแรง แต่เขาจะไม่ยอมให้ไอ้ยักษ์ใหญ่ตรงหน้ามาดูถูกเด็ดขาด

 

 

 

                หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในลานฝึกถอนใจเบา ๆ อย่างอ่อนใจเมื่อเห็นสองหนุ่มเริ่มปะทะกันอีกครั้ง เธอกวาดตามองไปรอบลานฝึกกว้างใหญ่ ก่อนจะก้าวเท้าไปหาเพื่อนหนุ่มอีกคนที่นั่งมองการฝึกดาบของสองหนุ่มอยู่บนขอนไม้ด้วยท่าทางสบายอารมณ์ เส้นผมสีทรายของเขาปลิวไปตามแรงลมเมื่อเจ้าตัวออกท่าออกทางเชียร์เพื่อน ๆ อย่างสนุกสนานราวกับว่ากำลังประลองอยู่เองก็ไม่ปาน

 

 

                “รอบซ์” หญิงสาวร้องเรียกเบา ๆ แล้วเดินตรงไปหา

 

 

                ผู้ที่ถูกเรียกขานหันมามองเพื่อนสาวดวงตาสีฟ้าอ่อนเป็นประกายด้วยความยินดี เขาคลี่ยิ้มบานเต็มหน้าพลางตบที่ว่างข้างกาย “ไลลาเจ้ามาพอดีเลย มาดูพวกเขาซ้อมดาบด้วยกันสิ สนุกชะมัดเลย”

 

 

                “สนุกบ้าอะไร เอริคจะฆ่าอเล็กซ์น่ะสิ อึย.....” หญิงสาวพูดด้วยสีหน้าบึ้ง ๆ ก่อนจะตีหน้าเหยเก เมื่อเห็นชายหนุ่มที่เอ่ยถึงเมื่อครู่ถูกถีบลงไปกองกับพื้นอีกครั้งด้วยท่าทางดูไม่จืด

 

 

                “ไม่หรอก ข้าว่าพวกเขาสนิทกันมากกว่าที่พวกเราคิดนะ ดูสิเหมือนพี่ชายฝึกดาบกับน้องชาย” ชายหนุ่มกล่าวแต่ดวงตายังจับจ้องไปที่สองหนุ่มกลางลานฝึกด้วยความสนใจ

 

 

                “พี่น้องบ้าอะไร ข้าว่าเอริคจะเลาะกระดูกของอเล็กซ์ออกมานอกเนื้อซะมากกว่า” ไลลาบ่นประปอดกระแปดพลางทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ เพื่อนหนุ่ม

 

 

                “ผู้หญิงจะไปรู้อะไร” รอบซ์พึมพำเสียงเบา ก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่องพูดเมื่อเห็นสายตาเพชฌฆาตของสาวน้อยข้างกาย “เอ่อ..... แล้วนี่เจ้าไปไหนมาแต่เช้าล่ะ”

 

 

                ไลลาค้อนอย่างแง่งอน ก่อนจะกล่าวกระแทกกระทั้นว่า “ข้าไปเก็บผลไม้ให้เชียร์ นางไม่สบายเจ้าเป็นเพื่อนประสาอะไรไม่รู้หรือไง”

 

 

                ชายหนุ่มพยักหน้ารับแล้วกล่าวว่า “อ๋อ..... เอ่อ.....รู้สิ นางก็เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เด็กแล้วไม่ใช่เหรอ พักสักวันสองวันก็หาย เจ้าก็ไม่ต้องห่วงนักหรอก”

 

 

                “หึ” หญิงสาวทำเสียงไม่พอใจในลำคอ ไม่อยากต่อปากต่อคำกับเพื่อนหนุ่ม รอบซ์เป็นอย่างนี้แหละ ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับสัตว์เขาจะรู้หมดทุกเรื่อง แต่พอเป็นเรื่องเกี่ยวกับคนแล้วละก็ชายหนุ่มไม่รู้อะไรสักอย่าง

 

 

                “วันนี้พอแค่นี้ พรุ่งนี้เวลาเดิมอย่ามาสายแม้แต่วินาทีเดียว” เอริคกล่าวกับคู่ฝึกที่นั่งกองอยู่บนพื้นแล้วหันหลังกลับเดินตรงไปหาเพื่อนทั้งสองที่นั่งอยู่บนขอนไม้ข้างลานฝึกด้วยใบหน้าเรียบเฉย

 

 

                รอบซ์ส่งกระบอกน้ำให้แล้วเอ่ยถามว่า “เป็นไงลูกศิษย์ของเจ้า ข้าว่าไม่เลวเลยนะ”

 

 

                “หึ” ชายหนุ่มทำเสียงเยาะในลำคอ ก่อนจะกล่าวดัง ๆ ให้คนที่เดินตามหลังมาได้ยินด้วย “ยังหรอก ฝีมือแค่นั้น อย่าว่าแต่จะไปสู้กับจอมปีศาจเลย แค่ออกไปพ้นเขตหุบเขาก็ไม่รอดแล้ว”

 

 

                อเล็กซ์หน้าตึงขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำปรามาสของครูฝึกจำเป็นเบื้องหน้า เขารู้ดีว่าตัวเองไม่เอาไหนโดยไม่ต้องให้เจ้ายักษ์แรงช้างมาคอยถากถางหรอก ริมฝีปากบางเม้มแน่นแล้วเลี้ยวออกไปจากลานฝึกด้วยท่าทางไม่พอใจพลางครุ่นใจในใจว่า สักวันหนึ่งเขาจะต้องล้มเจ้ายักษ์โยริลล์คนนี้ให้ได้

 

 

                “เอริค ทำไมเจ้าชอบพูดจาถากถางให้เขาเสียใจนักนะ” ไลลาต่อว่าเพื่อนหนุ่มแล้วคว้าตะกร้าที่วางอยู่ข้างกายออกวิ่งตามชายหนุ่มที่เดินลิ่ว ๆ ไปทันที

 

 

                “ใช่ ข้าก็สงสัยเหมือนกันแหละ ข้าดูออกนะเอริคว่าเจ้าพอใจเจ้าชายโดมินิค แล้วทำไมต้องทำให้เขาเสียใจด้วยล่ะ” รอบซ์เอ่ยถามพลางจ้องมองร่างบางที่วิ่งออกไป ก่อนจะหันมาจ้องมองเพื่อนรักด้วยสายตาคาดคั้น

 

 

                “อเล็กซ์ ไม่ใช่เจ้าชายโดมินิค เรียกให้ถูกด้วยรอบซ์” ชายหนุ่มแก้เสียงเรียบก่อนจะกล่าวต่อว่า

 

 

                “เจ้าหนุ่มนั้นถูกประคบประหงมมามากเกินพอแล้ว ต่อไปนี้เขาจะต้องแข็งแกร่งถ้ายังอยากมีชีวิตสืบไป ฝีมือดาบอย่างเดียวไม่สามารถทำให้หมอนั้นมีชีวิตรอดไปได้หรอก เขาต้องรู้จักอดกลั้นและมีจิตใจที่เข้มแข็งด้วย” ชายหนุ่มกล่าวเสียงเข้มดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองไปตามทางที่สองหนุ่มสาวเดินจากไป ก่อนจะถอนใจเบา ๆ อย่างไม่รู้ตัว

 

 

                “งั้นก็แล้วแต่เจ้าเถอะ เจ้าเป็นครูของเขานี่ไม่ใช่ข้า” รอบซ์กล่าวพลางมองตามสายตาของเพื่อนรักไป สิ่งที่เอริคพูดมาถูกต้องทีเดียว เจ้าชายหนุ่มมีภาระใหญ่หลวงรออยู่ข้างหน้าจริง ๆ ถ้าเขาไม่แข็งแกร่งพอก็คงไม่สามารถมีชีวิตรอดไปได้ และถ้าเขาไม่รอดอนาตาคาเลียก็จะคงไม่รอดด้วยเช่นกัน

 

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

 

                “อเล็กซ์ รอข้าด้วย” ไลลาร้องเรียกพลางวิ่งตรงไปหาชายหนุ่มที่เดินนำลิ่ว ๆ อยู่ข้างหน้า

 

 

                คนที่ถูกเรียกขานหันกลับมามองแล้วหยุดรอ ในหุบเขาเฟียร์เมาท์เทนท์นี่ทุกคนค่อนข้างดีกับเขายกเว้นเจ้ายักษ์ใหญ่นั่นเพียงคนเดียว

 

 

                “ไลลา เจ้าตามข้ามาทำไม” เขาเอ่ยถามพลางยื่นแขนให้หญิงสาวเกาะเพื่อพยุงตัว

 

 

                “ข้าอยากให้เจ้าช่วยเอาผลไม้นี่ไปให้เชียร์หน่อยนางไม่สบาย” หญิงสาวกล่าวปนเสียงหอบน้อย ๆ

 

 

                คนที่ถูกไหว้วานตีหน้ายุ่ง ก่อนจะถามว่า “แล้วทำไมเจ้าไม่เอาไปให้นางเองล่ะ”

 

 

                “ข้า--ข้าไม่ว่าง ข้าต้องรีบไปทำธุระด่วน ท่านเอาไปให้นางทีละกันนะ ไปเดี๋ยวนี้เลยนะเดี๋ยวนางจะหิว” หญิงสาวกล่าวพลางยัดตะกร้าสานใส่มือชายหนุ่มแล้วรีบวิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว พลางครุ่นคิดในใจว่า

 

 

                ‘ข้าช่วยเจ้าได้เท่านี้นะเชียร์’

 

 

                ชายหนุ่มจ้องมองแผ่นหลังบอบบางที่วิ่งจากไปด้วยสีหน้างง ๆ ก่อนจะหันกลับมาจ้องมองตะกร้าผลไม้ในมือ ภายในตะกร้าใบน้อยที่ค่อนข้างหนักนั้นเต็มไปด้วยผลไม้ชนิดต่าง ๆ หลากสีสันทั้งเขียว ชมพู ม่วง เหลือง มีชื่อเรียกแปลก ๆ ที่เขาเองก็ยังจำได้ไม่หมด รู้แต่ว่ารสชาติของพวกมันไม่เลวเลยทีเดียว

 

 

                แล้วทีนี้เขาจะทำยังไงดีล่ะ ไปหาแม่สาวโยริลล์ทั้ง ๆ ที่เขาพยายามหลบหน้านางมาหลายวันแล้วนะเหรอ ไม่ใช่เขาไม่อยากเห็นหน้าหวาน ๆ ของนางหรอกนะ แต่เขาไม่ชอบความรู้สึกหวิว ๆ เวลาที่อยู่ต่อหน้านางเลยนะสิ

 

 

                เพราะมันทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นเจ้าหนุ่มหน้าโง่ที่ชอบเขินอายเวลาที่ยืนอยู่ต่อหน้าสาว ๆ แต่ถ้าคิดอีกทีผลไม้ตะกร้านี้อาจจะเป็นข้ออ้างที่ดีที่ทำให้เขาขออนุญาตท่านลุงโทมัสเข้าไปเยี่ยมนางได้สะดวกขึ้นก็ได้ ชายหนุ่มครุ่นคิดในใจ ก่อนจะออกเดินกลับไปยังหมู่บ้านด้วยใบหน้ายิ้มกริ่ม

 

 

                อเล็กซ์ หรือ อดีตเจ้าชายโดมินิค ซอรอง รัชทายาทแห่งโธราเทียร์ ก้าวเท้าไปตามถนนสายเล็กที่ตัดผ่านกลางหมู่บ้านด้วยฝีเท้าสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะของเจ้าชายโดมินิค ซอรอง หรือเด็กเลี้ยงม้าอเล็กซ์ คีน เขาก็ยังคงตกเป็นเป้าสายตาของผู้อื่นอยู่ดี

 

 

                อย่างขณะนี้ก็เช่นกันตลอดทางที่เดินผ่านจะมีชาวบ้านออกมาทักทายและยิ้มให้เขาอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะบรรดาสาว ๆ ซึ่งชายหนุ่มก็ยิ้มตอบพร้อมกับทักทายตามมารยาท ไม่ได้ขุ่นใจหรือรำคาญแบบแต่ก่อน เพราะเขารู้ดีว่ารอยยิ้มเหล่านั้นเต็มไปด้วยมิตรภาพและความหวังดี

 

 

                ตลอดเวลาสองเดือนเศษที่เขาอาศัยอยู่ในหุบเขาเฟียร์เมาท์เทนท์เขาได้รับการต้อนรับอย่างดีจากชาวหุบเขา นอกจากเพื่อน ๆ ของเชียร์และพ่อของนางไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นใคร ท่านลุงโทมัสแนะนำกับชาวบ้านว่าเขาเป็นญาติห่าง ๆ ที่มาขออาศัยอยู่ด้วย

 

 

                แม้ตอนแรกเขาจะถูกมองด้วยสายตาไม่ไว้วางใจเท่าใดนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไปพวกชาวบ้านก็ยอมรับเขาเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน เมื่อเขาผ่านพิธีกรรมอาบแสงจันทร์บนยอดเขาลูน่าพีคในคืนวันเพ็ญอันหนาวเหน็บคืนหนึ่ง ซึ่งเขาเรียกมันว่าพิธีบริจาคเลือดให้ยุงมากกว่าพิธีสาบานตนเป็นพวกเดียวกัน

 

 

                หุบเขาเฟียร์เมาท์เทนท์นั้นแม้จะกว้างใหญ่ไพศาล แต่พื้นที่ที่พอจะอยู่อาศัยและเพาะปลูกได้นั้นมีเพียงน้อยนิด พื้นที่ส่วนใหญ่ของหุบเขาจะเป็นป่าสลับซับซ้อนและเต็มไปด้วยสัตว์ร้ายนานาชนิด มีเพียงพื้นที่บริเวณริมนอกของหุบเขาที่สามารถสร้างบ้านเรือนและเพาะปลูกพืชผักได้ ชาวบ้านจึงต้องใช้พื้นที่กันอย่างจำกัด

 

 

                พวกเขาสร้างบ้านด้วยไม้ทั้งต้น นำมาประกอบกันเป็นบ้านทรงสี่เหลี่ยมที่มีหน้าต่างบานเล็กนิดเดียว เพื่อป้องกันความหนาวเย็นและการโจมตีจากสัตว์ป่าดุร้ายที่อาจบังเอิญผ่านเขตอาคมของแม่เฒ่ามาทิลด้าเข้ามาได้

 

 

                ผังของหมู่บ้านเป็นรูปวงกลมมีที่พักและหอสวดภาวนาของแม่เฒ่าอยู่ตรงกลางแล้วล้อมรอบด้วยบ้านเรือนของชาวหุบเขาตั้งเป็นชั้น ๆ ลดลั่นกันลงไป มีถนนตัดผ่านเป็นรูปใยแมงมุม ซึ่งทุกเส้นมุ่งตรงสู่หอสวดภาวนาของท่านแม่เฒ่า

 

 

                ส่วนบ้านของแม่สาวโยริลล์นั้นจะอยู่ตรงท้ายหมู่บ้านติดกับผืนป่ากว้างใหญ่ ห่างไกลจากบ้านเรือนอื่น ๆ ค่อนข้างมาก ซึ่งนางเคยบอกเขาว่าที่ต้องสร้างบ้านห่างจากคนอื่นก็เพราะบิดาของนางไม่ชอบผู้คนพลุกพล่าน

 

 

                ชาวหุบเขาเฟียร์เมาท์เทนท์นั้นจะอยู่กันอย่างเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ทุกคนมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ ซึ่งหน้าที่เหล่านี้จะแบ่งโดยแม่เฒ่ามาทิลด้าซึ่งเป็นผู้นำสูงสุดของหมู่บ้าน ผู้ชายจะออกล่าสัตว์และทำงานในไร่ชา ซึ่งชาของหุบเขาเฟียร์เมาท์เทนท์นั้นเป็นชาคุณภาพดี

 

 

                ทุก ๆ ปีผลผลิตเหล่านี้จะถูกส่งออกไปขายทั่วอนาตาคาเลีย ตัวเขาเองเมื่อตอนที่ยังอยู่ในฐานะเจ้าชายรัชทายาทแห่งโธราเทียร์ก็ดื่มชาเหล่านี้เป็นประจำ โดยไม่รู้สักนิดว่าชารสเลิศเหล่านี้ปลูกขึ้นในดินแดนลี้ลับเช่นนี้ เพราะมัวหลงคิดว่าเป็นชาที่มาจากอาณาจักรเกรนีเวียร์

 

 

                เมื่อผู้ชายออกไปทำไร่และล่าสัตว์ ผู้หญิงก็จะอยู่บ้านหุงหาอาหาร ทอผ้า ทำสบู่ ทำเทียนไขไว้ใช้ เป็นชีวิตที่เรียบง่ายและมีความสุขตามอัตภาพ ตัวเขาเองเมื่อเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านแม่เฒ่าก็มอบหมายงานให้ทำในคอกม้าของหมู่บ้านและอาศัยหลับนอนที่นั่นไปเลย ซึ่งมันก็เป็นงานที่ไม่เลวนักเพราะเขารักม้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อนึกถึงม้าก็อดนึกถึงไวท์ฮอร์กไม่ได้ พอเขาไม่อยู่จะมีใครคอยดูแลมันหรือเปล่าก็ไม่รู้

 

 

                “เฮ้อ.....” ชายหนุ่มถอนใจเบา ๆ แล้วสาวเท้าเดินต่อไปเรื่อย ๆ เมื่อก่อนตอนที่เขายังอยู่ในนครดาร์เนีย เขารู้เรื่องราวของหุบเขาเฟียร์เมาท์เทนท์น้อยมาก คนภายนอกรู้แต่เพียงว่าที่นี่เป็นที่รวมของเหล่ามิจฉาชีพและบุคคลอันตรายที่ไม่น่าคบหา เป็นสถานที่ลึกลับ คนที่เคยมาที่นี่ไม่มีใครเคยรอดชีวิตกลับไป ซึ่งเป็นเรื่องที่ฟังดูน่ากลัว

 

 

                แต่พอได้มาอยู่ที่นี่จริง ๆ เขากลับคิดว่าชาวหุบเขาเฟียร์เมาท์เทนท์ค่อนข้างจะมีจิตใจสะอาด แม้บางคนจะดูแปลก ๆ ชอบคิดและประดิษฐ์เครื่องไม้เครื่องมือที่เขาไม่เข้าใจ แต่โดยรวมแล้วทุกคนก็ดูเป็นมิตรและไม่มีพิษมีภัยกับใคร พวกเขาจะไม่ค่อยออกไปจากหุบเขา มีเพียงคณะพ่อค้าวานิชซึ่งเป็นตัวแทนของชาวบ้านที่ทำหน้าที่นำผลิตผลของหมู่บ้านไปขาย และคณะของแม่สาวโยริลล์เท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ออกไปยังโลกภายนอกได้

 

 

                ร่างสูงหิ้วตะกร้าใบน้อยไปหยุดยืนอยู่หน้าบ้านพักหลังเล็กที่แวดล้อมไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ ริมฝีปากบางเม้มสนิท ดวงตาสีน้ำเงินสวยจ้องมองไปยังประตูไม้บานใหญ่ตรงหน้าพลางตัดสินใจว่าจะเคาะดีหรือจะวางตะกร้าในมือไว้หน้าบ้านดี

 

 

                ด้วยไม่แน่ใจว่าการมาของเขาจะเป็นที่ต้อนรับของเจ้าของบ้านหรือไม่ ท่านลุงโทมัสแม้จะดีกับเขา แต่เขาก็ดูออกว่าชายสูงวัยไม่ชอบให้เขาสนิทสนมกับแม่สาวโยริลล์สักเท่าไร ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ไลลาเคยอธิบายว่าเป็นอาการของพ่อหวงลูกสาวอย่าไปสนใจเลย

 

 

                “เป็นไงเป็นกัน อุตส่าห์มาถึงนี่แล้ว” ชายหนุ่มพึมพำเสียงเบา ยกมือขึ้นหมายเคาะประตู แต่ต้องชะงักไปเมื่อประตูที่จ้องมองอยู่เมื่อครู่เปิดผัวะออกอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ใบหน้าผอมตอบขาวซีดของชายสูงวัยผู้เป็นเจ้าของบ้านจะโผล่ออกมาจ้องมองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย

 

 

                “ทะ--ท่านลุง” ชายหนุ่มทักทายเบา ๆ พลางลดมือลง

 

 

                “มีอะไรหรือเปล่าเจ้าชาย” ชายสูงวัยเอ่ยถามดวงตาสีฟ้าซีดจ้องมองนิ่ง

 

 

                ท่านลุงโทมัสมักจะเรียกเขาว่าเจ้าชายเวลาที่อยู่กันเพียงลำพัง เหมือนกับจะเตือนให้เขาระลึกอยู่เสมอว่าตัวเองเป็นใคร ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะกล่าวว่า “ข้ามาเยี่ยมเชียร์ ไลลาบอกว่านางไม่สบาย”

 

 

                ดวงตาสีฟ้าซีดไหวนิดหนึ่งอย่างใคร่ครวญ ก่อนจะกล่าวว่า “นางหลับอยู่”

 

 

                “ขอข้าเยี่ยมนางหน่อยได้ไหม รับรองว่าจะไม่รบกวนนางเด็ดขาด” เขาเอ่ยรับรองแล้วนิ่งรอ

 

 

                ดวงตาสีฟ้าซีดไหวอีกครั้งหนึ่งแล้วนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนที่ชายสูงวัยจะเอ่ยว่า “ได้แต่อย่านานนะ นางต้องพักผ่อนมาก ๆ”

 

 

                ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มยินดีที่มุมปากแล้วเอ่ยรับรองว่า “ได้ ไม่นานหรอกท่านลุง”

 

 

                “ก็ดี” เขาเบี่ยงตัวออกมาจากประตูบ้าน ก่อนจะหันมากล่าวว่า “แล้ววันนี้หลังอาหารเย็น ท่านมาหาข้าที่บ้านด้วยนะ ข้าจะพาท่านไปพบแม่เฒ่ามาทิลด้า นางออกจากพิธีสวดภาวนาแล้วและต้องการพบท่าน”

 

 

                “มะ--แม่เฒ่ามาทิลด้าต้องการพบข้า” ชายหนุ่มกล่าวทวนด้วยความยินดีรอยยิ้มคลี่บานเต็มใบหน้า แม่เฒ่ามาทิลด้า เขาจะได้พบแม่เฒ่ามาทิลด้าแล้วหลังจากที่เฝ้ารอคอยมาถึงสองเดือนเต็ม

 

 

                “ใช่” ชายสูงวัยตอบอดนึกเอ็นดูท่าทางดีใจเหมือนได้แก้วของชายหนุ่มไม่ได้ “แล้วท่านไม่เข้าไปเยี่ยมอลิเซียแล้วเหรอ” เขากล่าวพร้อมกับชี้เข้าไปในบ้าน

 

 

                ชายหนุ่มมองตามมือผอมบางนั้นไป ก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้าชายสูงวัยกว่าด้วยสีหน้างง ๆ แล้วเอ่ยถามว่า “ใครกัน อลิเซีย”

 

 

                โทมัสจ้องตอบ ก่อนจะปล่อยเสียงหัวเราะอย่างขบขันออกมาชุดใหญ่ “ท่านไม่รู้จักอลิเซียเหรอ”

 

 

                คนที่ถูกถามหันกลับมาจ้องมองคนถามด้วยสีหน้างงงัน ก่อนที่ดวงตาสีน้ำเงินสวยจะเปล่งประกายระลึกได้ “เชียร์ นางคืออลิเซียเหรอ”

 

 

                “ก็ใช่สิ” ชายสูงวัยตอบยิ้ม ๆ จ้องมองใบหน้าคมคายนิ่ง เขาทำหน้าที่พ่ออย่างดีที่สุดแล้ว ปกป้องนางจากอันตรายทั้งปวง ที่เหลือคงต้องปล่อยให้โชคชะตาเป็นผู้ลิขิต ถ้าแม่เฒ่ามาทิลดาเชื่อมั่นว่าเจ้าชายหนุ่มช่วยนางได้ เขาก็คงต้องเชื่อตามนั้น เพราะแม่เฒ่าไม่เคยมองอะไรผิดพลาดเลยสักครั้ง

 

 

                “ฝากนางด้วยนะเจ้าชาย” ชายสูงวัยกล่าวด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ก้มศีรษะให้น้อย ๆ ก่อนจะเดินจากไปทิ้งให้อดีตเจ้าชายรัชทายาทยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังด้วยความความงุนงง

 

 

                ชายหนุ่มจ้องมองแผ่นหลังผอมบางของอีกฝ่ายพร้อมกับขมวดคิ้วน้อย ๆ วันนี้ท่านลุงโทมัสพูดจาแปลก ๆ ไม่มีอาการหวงลูกสาวเหมือนทุกครั้ง หนำซ้ำยังเอ่ยปากฝากฝังนางกับเขาอีก ซึ่งมันดูไม่ค่อยปกติสักเท่าไรเมื่อเทียบกับพฤติกรรมที่ผ่าน ๆ มาของชายสูงวัย

 

 

                “เฮ้อ....” เขาถอนใจเบา ๆ แล้วเดินเข้าไปในบ้านไม้หลังน้อย ปล่อยความสงสัยทิ้งไว้หน้าประตู เมื่อตระหนักได้ว่าตัวเขาเองมีเรื่องกลุ้มใจมากพออยู่แล้ว โดยที่ไม่ต้องนำเรื่องของคนอื่นมาคิดเพิ่มให้ปวดหัว

 

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~





มัลลิกานะคะ
อนาตาคาเลียภาค 2 มาแล้วค่ะ ภาคอเล็กซ์ คีน
อืม.... ต้องบอกอีกแล้วค่ะ ว่าแฟนตาซีนั่นเขียนยากมาก
แฮะ ๆ เขียนแล้วก็ยังไม่สะใจ คงเพราะติดเร็ทไม่ได้นั่นเอง
อิอิอิ แต่ทำไมใคร ๆ  บอกเขียนดีก็ไม่รู้
ใครรักเจ้าชายโดมินิคก็อย่าลืมไปอุดหนุนกันนะคะ
อนาตาคาเลีย:บัลลังก์รักจอมราชันย์
ภาคคืนชีพจอมปีศาจ
ที่บูธสีม่วงอ่อน วางแผงวันที่ 19 ตค 49
ส่วนมัลลิกาจะไปวันที่ 19,22,29 ค่ะ
ใครว่างก็แวะไปทักทายกันได้
รักนะ...มัลลิกา



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
อนาตาคาเลีย : บัลลังก์รักจอมราชันย์ ภาค อเล็กซ์ คีน ตอนที่ 3 : บทที่ 1เด็กเลี้ยงม้า (ตอนที่ 1) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 492 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android