คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

อนาตาคาเลีย : บัลลังก์รักจอมราชันย์ ภาค อเล็กซ์ คีน

ตอนที่ 2 : บทนำ คืนเดือนดับ


     อัพเดท 29 ก.ย. 49
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : mallika ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ mallika
My.iD: https://my.dek-d.com/mallika
< Review/Vote > Rating : 93% [ 89 mem(s) ]
This month views : 11 Overall : 12,438
183 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 41 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
อนาตาคาเลีย : บัลลังก์รักจอมราชันย์ ภาค อเล็กซ์ คีน ตอนที่ 2 : บทนำ คืนเดือนดับ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 798 , โพส : 2 , Rating : 85% / 4 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


อนาตาคาเลีย : บัลลังก์รักจอมราชันย์

 

บทนำ

 

คืนเดือนดับ

 

 

                ความมืดมิดของคืนเดือนดับแผ่ร่มเงาปกคลุมผืนป่ากว้างใหญ่แห่งหุบเขาเฟียร์เมาท์เทนท์อันแสนเยียบเย็นและเงียบสงัด ต้นไม้ใหญ่น้อยเอนหลู่ไปตามแรงลมเกิดเป็นเงาไหววูบน่าหวาดกลัว

 

 

                บนเนินหญ้าเขียวชอุ่มคารีสตัวอ้วนพีสีขาวสะอาดตาเดินและเล็มยอดหญ้าด้วยความเพลิดเพลิน ขนสีขาวอ่อนนุ่มเป็นประกายท่ามกลางความมืด เขาแหลมคมบนหัวเปล่งประกายสีเงินสวยงาม เจ้าสิ่งมีชีวิตตัวน้อยก้มหน้าลิ้มรสอาหารโอชะโดยไม่ได้รับรู้ถึงเภทภัยที่กำลังย่างกรายเข้ามาใกล้ตัว

 

 

                “สวบ สวบ”

 

 

                เสียงฝีเท้าว่องไวและแผ่วเบาแว่วมากับสายลม เจ้าสัตว์แสนสวยหันขวับไปมอง ดวงตารูปเมล็ดอัลมอนท์กวาดมองไปรอบ ๆ ด้วยความหวาดระแวง สัญชาตญาณในตัวเตือนให้รู้ถึงอันตรายที่กำลังใกล้เข้ามา

 

 

                “สวบ สวบ”

 

 

                เสียงฝีเท้าขยับใกล้เข้ามาอีก คารีสตัวอ้วนขยับถอยหลัง เท้าทั้งสี่เตรียมกระโจนหนีเพื่อเอาชีวิตรอด ดวงตาอ่อนเชื่อมจ้องมองไปในความมืดด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เมื่อเห็นเงาดำประเปรียวกระโจนออกมาจากดงไม้แล้วพุ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็ว แต่ทว่ามันสายเกินไปแล้วที่จะหนี.....

 

 

                “อี้ดดด อี้ดด....” เจ้าสัตว์ที่น่าสงสารส่งเสียงในลำคอด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะล้มลงแน่นิ่งไป วิญญาณไร้ความผิดหลุดลอยจากร่าง

 

 

                เจ้านักล่าในเงามืดจ้องมองเหยื่ออันโอชะด้วยดวงตาแดงก่ำแวววาว ริมฝีปากคลี่ยิ้มสมใจ ก่อนจะทรุดกายลงจัดการกับอาหารเบื้องหน้าด้วยความหิวโหย

 

 

                “ซูดดด ซูดดด ง่ำ ๆ ๆ ๆ”

 

 

                เสียงดื่มกินเลือดและเนื้อของเหยื่อดังก้องไปทั่วหุบเขาเงียบสงบ สองมือที่ประกอบไปด้วยกรงเล็บแหลมคมฉีกทึ้งเนื้อสด ๆ ส่งเข้าปากพลางเคี้ยวกลืนอย่างเอร็ดอร่อย กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เพียงครู่เดียวเจ้าสัตว์อ้วนพีก็เหลือเพียงซากกระดูกขาวโพลน

 

 

                เพชฌฆาตร่างบางทรงกายขึ้นยืนพลางกวาดตามองไปรอบ ๆ เส้นผมสีเงินยาวระแผ่นหลังบอบบางปลิวไปตามแรงลมที่พัดกรรโชกผ่าน เปิดเปลือยใบหน้าเรียวต้องกับแสงดาวที่รอดผ่านม่านเมฆหนาลงมาเกิดเป็นแสงเงาแปลกตาทั้งสวยงามและน่ากลัวจับใจไปพร้อม ๆ กัน

 

 

                ใบหน้าเรียวประกอบด้วยดวงตาสีทับทิมแดงก่ำคู่โตที่แฝงแววเข่นฆ่า ริมฝีปากอิ่มเปรอะเปื้อนไปด้วยคาบเลือด ผิวหน้าเป็นสีฟ้าอมเทา มันยกสองมือป้ายกับอกเสื้อพลางแหงนหน้าขึ้นสูดดมอากาศเพื่อเล็งหาเหยื่อรายต่อไป ใบหูยาวที่โผล่พ้นเส้นผมออกมาไหวน้อย ๆ เมื่อแว่วยินเสียงเคลื่อนไหวไกลออกไป

 

 

                เจ้าปีศาจนักล่าแสยะยิ้มออกมาอีกครั้ง ก่อนจะเผ่นโผนตรงไปหาเหยื่อรายต่อไปด้วยความลิงโลดใจ ทิ้งซากของเจ้าสิ่งมีชีวิตที่หน้าสงสารไว้เบื้องหลังอย่างไม่ไยดี

 

 

                ยัง.... ยังไม่พอ.... ชีวิตเดียวไม่เพียงพอที่จะดับกระหายของอสูรจันทรา.....

 

 

                ในคืนนี้มันยังจะล่าอีก..... ล่าไปเรื่อย ๆ ให้สมกับที่ถูกกักขังมานาน.....

 

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

 

                สายลมหนาวพัดพาความเย็นเข้าโอบล้อมหมู่บ้านเล็ก ๆ กลางหุบเขาที่แสนจะเงียบสงบและแวดล้อมไปด้วยกลิ่นไอธรรมชาติ บ้านเรือนหลายสิบหลังตั้งล้อมกันเป็นวงกลม ทุกหลังสร้างจากต้นไม้ทั้งต้นที่ประกอบขึ้นเป็นตัวบ้านทรงสี่เหลี่ยมแข็งแรงคงทน หลังคาเป็นกระเบื้องเผาเรียงซ้อนกันอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันอากาศหนาวเย็นและเภทภัยที่อาจมาเยือนได้ตลอดเวลา

 

 

                หมู่บ้านกลางหุบเขาแห่งนี้ในยามกลางวันจะมีผู้คนและสัตว์เลี้ยงเดินกันพลุกพล่าน แต่พอตกกลางคืนทุกคนจะอยู่แต่ในบ้านของตน ยกเว้นเมื่อมีงานพิธีสำคัญเท่านั้นที่พวกเขาจะออกมาร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน เพราะในหุบเขาเฟียร์เมาท์เทนท์นั้นอันตรายเกิดขึ้นได้เสมอในยามค่ำคืน โดยเฉพาะในคืนเดือนดับเช่นคืนนี้

 

 

                ชาวหุบเขาเฟียร์เมาท์เทนท์ทุกคนถูกสั่งให้อยู่แต่ในบ้านของตนเมื่อคืนเดือนดับเยี่ยมกรายมาถึง แม้ชาวบ้านหลายคนเคยสงสัยในคำสั่งที่ไม่มีเหตุผลมารองรับนี้ แต่ทว่าเสียงคำรามอย่างน่ากลัวและเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดของสัตว์ป่าที่ดังก้องไปทั่วหุบเขาก็ทำให้พวกเขาหวาดกลัวจนไม่กล้าออกมาพิสูจน์

 

 

                เมื่อนานวันเข้าคำสั่งที่ดูไม่มีเหตุผลก็ผันเปลี่ยนไปเป็นข้อห้ามที่ไม่มีใครกล้าละเมิด ดังนั้นในทุกคืนเดือนดับชาวหุบเขาเฟียร์เมาท์เทนท์ทุกคนจะขังตัวเองอยู่ในบ้านของตนจนกว่าแสงอรุณยามเช้าจะมาเยือน

 

 

                ในคืนนี้ก็เช่นกันบ้านเรือนทุกหลังในเขตหุบเขาพร้อมใจกันปิดบ้านเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ ส่งผลให้ถนนสายเล็กที่ตัดผ่านไปทั่วหมู่บ้านในยามนี้ดูวังเวงและเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมที่พัดหวีดหวิวน่ากลัวแว่วมาเป็นระยะ ก่อนที่เสียงฝีเท้าในรองเท้าไม้จะดังขึ้นทำลายความเงียบอย่างน่าใจหายนั้นไป

 

 

                “ก้อก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ”

 

 

                แม่เฒ่ามาทิลด้ากระชับผ้าคลุมผืนหนารอบไหล่บอบบางพลางก้าวเท้าเดินไปตามทางช้า ๆ ดวงตาสีม่วงใสแจ๋วบนใบหน้าเหี่ยวย่นกวาดมองไปรอบ ๆ หมู่บ้าน ก่อนจะหันไปมองยังผืนป่าเบื้องหลัง เมื่อเสียงคำรามน่ากลัวแว่วมาตามลม

 

 

                “โฮกกกกก โฮกกกกกกก”

 

 

                หญิงชราถอนใจเบา ๆ ดวงหน้าเหี่ยวย่นเศร้าสร้อยด้วยความสงสาร สูดลมหายใจเอาอากาศหนาวเย็นเข้าปอดแล้วออกเดินอีกครั้งด้วยดวงใจหนักอึ้ง

 

 

                “.........” ร่างผอมเกร็งหยุดชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างผอมสูงคุ้นตายืนอยู่บนเนินเขาเบื้องหน้าด้วยท่าทางเหม่อลอย ดวงหน้าที่เคยสงบอยู่เป็นนิจฉายแววเศร้าหมอง

 

 

                “โทมัส” หญิงชราร้องเรียกพลางก้าวเท้าเข้าไปหา

 

 

                “ท่านแม่เฒ่า” ชายผู้ถูกเรียกหันกลับมามองด้วยความแปลกใจ ก่อนจะวิ่งลงเนินมาหา

 

 

                “ท่านออกจากพิธีภาวนาเมื่อไร แล้ว--แล้วได้เรื่องอะไรบ้างไหม” เขาเอ่ยถามอย่างร้อนรนพร้อมกับประคองหญิงสูงวัยตรงไปยังเนินเขาที่ตนยืนอยู่เมื่อครู่

 

 

                “ข้าออกจากพิธีตั้งแต่หัวค่ำแล้วโทมัส แต่ไม่ได้เรื่องอะไรเลย” แม่เฒ่าตอบเสียงแผ่วพลางถอนใจเบา ๆ

 

 

                “ทำไม ท่าน--ท่านไม่เห็นอะไรเลยหรือ” เขาร้องถามด้วยความประหลาดใจระคนผิดหวัง แม่เฒ่ามาทิลด้าเป็นนักพยากรณ์ที่ยิ่งใหญ่ไม่เคยมีสักครั้งที่นางจะทำนายผิดพลาด

 

 

                “ใช่โทมัส ข้าไม่เห็นอะไรเลยทุกอย่างเหมือนถูกปกคลุมด้วยม่านหมอก” หญิงสูงวัยตอบเสียงแผ่วดวงตาใสแจ๋วมองตรงไปในผืนป่าเบื้องหน้า

 

 

                “แล้ว--แล้วเราจะทำยังไงกันต่อไปดีแม่เฒ่า มีวิธีใดที่จะแก้ไขเหตุการณ์เลวร้ายนี้ได้บ้างหรือไม่” เขาเอ่ยถามด้วยสีหน้าวิตกกังวล

 

 

                “ข้าเคยบอกเจ้าแล้วไงโทมัส ว่าการแก้ไขไม่ใช่หน้าที่ของเรา” แม่เฒ่าตอบพลางจ้องตาผู้อ่อนวัยกว่า ยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะกล่าวว่า “พรุ่งนี้ตอนหัวค่ำเจ้าพาเจ้าชายโดมินิคไปพบข้าที่บ้าน แม้จะมองไม่เห็นอะไรแต่ข้าเชื่อว่าเจ้าชายหนุ่มจะพาอนาตาคาเลียรอดพ้นภัยพิบัติทั้งมวลได้อย่างแน่นอน”

 

 

                โทมัสพยักหน้ารับแล้วหันกลับไปจ้องมองผืนป่าเบื้องหน้า เมื่อเสียงคำรามน่ากลัวดังก้องไปทั่วหุบเขาอีกครั้ง ดวงตาสีฟ้าอ่อนจางฉายแววทุกข์ระทม แต่ไม่มีสรรพเสียงใดลอดออกมาจากริมฝีปากบางที่เม้มแน่นอย่างอดกลั้น

 

 

                “ไม่ต้องกังวลไปหรอกโทมัส ทุกอย่างไม่ได้เลวร้ายไปกว่าเมื่อพันปีก่อนสักเท่าไรหรอก เมื่อถึงเวลาคับขันผู้กล้าจะถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อแก้ไขสถานการณ์เลวร้ายให้กลับมาดีดังเดิม” หญิงชรากล่าวเสียงแผ่วพลางจ้องมองไปยังผืนป่าเบื้องหน้า ก่อนจะกล่าวต่อว่า “บางทีสิ่งที่อยู่ในผืนป่านั่น อาจจะเป็นตัวแปรของเรื่องทั้งหมดนี้ก็ได้ เมื่อมีชีวิตก็ยังมีความหวัง เมื่อมีความหวังอะไรก็เกิดขึ้นได้ที่ดินแดนอนาตาคาเลียแห่งนี้ เจ้าก็รู้นี่น่าโทมัส”

 

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

 

                ภายในห้องบรรทมมืดสลัวและอับทึบของกษัตริย์แห่งโธราเทียร์ เงาร่างสองส่ายไหวไปตามเปลวเทียน สายหนึ่งสูงใหญ่กับอีกสายหนึ่งเล็กแกร็น

 

 

                “แค้ก ๆ ๆ” ชายร่างใหญ่สำลักเบา ๆ ก่อนจะดันแก้วยาออกห่างจากปากเมื่อทนรสขมปร่าไม่ไหว

 

 

                “นายท่าน--ทนดื่มหน่อยนะขอรับ แผลจะได้หาย” มาชอร์คะยั้นคะยอพลางดันแก้วยาเข้าใกล้ปากของผู้เป็นนาย

 

 

                “หืม....” จอมปีศาจเดมอนในร่างเจ้าชายลานอสคำรามเสียงต่ำด้วยความขัดใจพลางปัดแก้วยาในมือทาสรับใช้ลงกับพื้นเบื้องล่างเต็มแรง

 

 

                “เพล้ง!!” แก้วเจียระไนเนื้อบางแตกละเอียดส่งเสียงก้องไปทั่วห้องบรรทมมืดมิด

 

 

                “นะ--นายท่าน” นักบวชชราเอ่ยเสียงสั่น ก้มลงหมอบกรานกับพื้นเมื่อสบกับนัยน์ตาแดงก่ำฉายแววโกรธเกรี้ยวของผู้เป็นนาย

 

 

                “ทำไม—ทำไมจอมราชันย์ที่บุกขยี้ไปทั่วสามโลกอย่างข้าต้องมาทนทุกข์กับความเจ็บป่วยของพวกมนุษย์ชั้นต่ำด้วย เพราะเจ้าเด็กนั้นคนเดียว ทายาทของเจ้าเด็กเลี้ยงม้าตัวแสบ เจ้าชายโดมินิค…..” จอมปีศาจกัดฟันกรอดด้วยความแค้น ดวงตาวาวโรจน์เมื่อนึกถึงชายหนุ่มที่ทิ้งบาดแผลไว้บนร่างกายของเขา ก่อนจะหันไปตะคอกผู้เป็นบ่าวที่หมอบตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้าเพื่อระบายอารมณ์ขุ่นมัวในจิตใจ “ยืนเซ่ออยู่ทำไมมาซอร์ยังไม่รีบมาทำแผลให้ข้าอีก”

 

 

                “ขะ--ขอรับนายท่าน” นักบวชเฒ่ารับคำเสียงสั่นแล้วรีบถลาเข้ามาปฏิบัติตามคำสั่งด้วยมือสั่นเทา

 

 

                “โอ้ย!!” ผู้เป็นนายร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ถลึงตาใส่ผู้เป็นบ่าว ก่อนจะตวาดว่า “เบา ๆ หน่อยสิเจ้าโง่”

 

 

                “ขออภัยขอรับนายท่าน” มาซอร์เอ่ยขออภัยอีกครั้งพลางแกะผ้าพันแผลบริเวณหน้าท้องของผู้เป็นนายออกอย่างเบามือ ก่อนจะตีหน้าเหยเกด้วยความหวาดเสียวเมื่อเห็นบาดแผลของผู้เป็นนายชัดตา

 

 

                แผลที่ถูกเจ้าชายโดมินิคแทงด้วยมีดสั้นแกรนทีนเริ่มเน่าและขยายวงกว้างออกไปเรื่อย ๆ ไม่ว่าเขาจะรักษายังไง ใช้ตัวยาสารพัดแต่ทว่าบาดแผลนั้นไม่มีทีท่าว่าจะทุเลาลงเลยแม้แต่น้อย ยิ่งนานวันบาดแผลก็ยิ่งแย่ลงเรื่อย ๆ และขณะนี้มันกำลังเน่าส่งกลิ่นเหม็นตลบไปทั่วอย่างน่าสะอิดสะเอียน

 

 

                “ผะ--แผลของท่าน” นักบวชชราเอ่ยเสียงสั่นพลางกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่

 

 

                “อะไรล่ะ พูดให้มันรู้เรื่องหน่อยได้ไหม ข้ารำคาญ” ผู้เป็นนายตวาดเสียงดังพลางก้มลงมองบาดแผลของตน

 

 

                “แผลของนายท่าน มะ--มันเน่าขอรับ ข้าคิดว่าเราคงไม่มีทางรักษาแผลที่เกิดจากมีดสั้นแกรนทีนได้--” ผู้เป็นบ่าวตอบเสียงแผ่วแล้วหดตัวลงรอรับโทสะที่กำลังจะระเบิดขึ้นของผู้เป็นนาย

 

 

                “ไอ้โดมินิค!! โอ๊ย!!” จอมปีศาจคำรามก้องด้วยความแค้นพร้อมกับทุบกำปั้นลงบนเท้าแขนเก้าอี้ที่ตนนั่งอยู่เต็มแรง ก่อนจะส่งเสียงร้องลั่นอย่างเจ็บปวดเมื่อแรงกระแทกทำให้บาดแผลฉีกออก เลือดและน้ำหนองไหลทะลักออกมาจากบาดแผลอย่างน่าสยดสยอง

 

 

                “นะ--นายท่านอย่าเคลื่อนไหวแรงเดี๋ยวแผลจะฉีกมากขึ้น” มาซอร์ร้องห้ามพลางคว้าผ้าผันแผลซับเลือดและน้ำหนองให้ผู้เป็นนาย แต่ทว่าความหวังดีของเขากลับเป็นหมันเมื่อผู้เป็นนายผลักร่างเล็กนั้นออกห่างอย่างไม่ไยดี พร้อมกับร้องด่าอย่างเดือดดาลว่า

 

 

                “อย่ามายุ่งกับข้า ไอ้พวกมนุษย์ใช้การไม่ได้ อวดอ้างตัวว่าเป็นจอมเวทชั้นสูงแค่แผลกระจอก ๆ ก็รักษาไม่ได้”

 

 

                “นะ--นายท่าน” นักบวชเฒ่าหมอบต่ำกับพื้นด้วยความหวาดกลัวแต่ไม่กล้าลุกออกไป แม้ว่าผู้เป็นนายจะเอ่ยปากไล่แล้วก็ตาม

 

 

                จอมปีศาจกำมือทั้งสองแน่น ดวงตาแดงก่ำวาวโรจน์อย่างน่ากลัว ก่อนจะสั่งว่า “ไปหาวิธีมาเจ้าทาส เจ้าต้องทำให้ข้าหายเจ็บปวดเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นข้าจะฆ่าเจ้าซะ”

 

 

                “ดะ--ได้โปรดนายท่าน อย่าฆ่าข้าเลย ข้ารักษาเต็มที่แล้ว แต่บาดแผลของท่านไม่มีทางรักษาให้หายได้ ร่างนี้คงใช้การได้อีกไม่นาน วิธีเดียวที่ทำได้ก็คือท่านจะต้องเปลี่ยนร่างใหม่” ผู้เป็นบ่าวเอ่ยขอความเมตาอย่างน่าเวทนา ร่างเล็กแกร็นที่ยังหมอบอยู่กับพื้นสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุม

 

 

                “เปลี่ยน-ร่าง-ใหม่” จอมปีศาจทวนคำช้า ๆ พลางจ้องมองร่างที่หมอบบนพื้นเขม็ง

 

 

                “ขะ—ขอรับเปลี่ยนร่างใหม่ เปลี่ยนร่างกับเจ้าเอธานลูกชายของเจ้าชายลานอสเชื้อพระวงศ์โธราเทียร์ที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียว” มาซอร์ขยายความพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวอีกครั้งเมื่อผู้เป็นนายตวาดก้องอย่างเดือดดาลว่า

 

 

                “เจ้าโง่!! เรื่องแค่นี้คิดว่าข้าคิดเองไม่เป็นหรือไง ถ้าทำได้ข้าทำไปนานแล้ว”

 

 

                นักบวชชราหมอบต่ำลงไปทันทีด้วยความหวาดกลัว แต่ยังไม่วายเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ว่า “ทะ--ทำไมล่ะขอรับ”

 

 

                “ไอ้หนุ่มนั่นมันยังมีประโยชน์อยู่น่ะสิ” ผู้เป็นนายตอบพร้อมกับส่งเสียงไม่พอใจในลำคอ

 

 

                “ตะ--แต่--ร่างนี้มัน--” ผู้เป็นบ่าวแย้งเบา ๆ ก่อนจะนิ่งงันไปเมื่อผู้เป็นนายกล่าวเตือนด้วยเสียงแหบต่ำว่า

 

 

                “ทำหน้าที่ของเจ้าให้ดี ไม่ต้องมายุ่งเรื่องของข้า เมื่อถึงเวลาข้าจะจัดการมันเอง”

 

 

                “ขะ--ขอรับนายท่าน” นักบวชเฒ่ารับคำแล้วค่อย ๆ คลานถอยหลังออกไปจากห้อง แต่ต้องหยุดชะงักไปเมื่อผู้เป็นเจ้าชีวิตร้องสั่งว่า

 

 

                “จะไปไหน ใครให้เจ้าไป ยังไม่รีบมาทำแผลให้ข้าอีก”

 

 

                “ขะ--ขอรับนายท่าน” ผู้เป็นบ่าวรับคำเสียงสั่นอีกครั้งแล้วรีบคลานกลับมาทำแผลให้ผู้เป็นนายด้วยมือสั่นเทา แม้จะรู้ว่าบาดแผลไม่มีวันรักษาให้หายได้ แต่ถ้าเป็นความต้องการของผู้เป็นนายแล้ว เขาก็ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะการขัดใจจอมปีศาจเช่นราชันย์เดมอนนั้นไม่ใช่การกระทำที่ฉลาดเลย

 

 

                มาซอร์พันผ้าพันแผลรอบเอวของผู้เป็นนายหลังจากที่ทำการล้างและใส่ยาลงบนปากแผลเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะเก็บล่วมยาแล้วถอยหลังออกมาหมอบอยู่เบื้องหน้าจอมปีศาจด้วยท่าทางนอบน้อม

 

 

                จอมปีศาจก้มมองแผลที่ถูกพันอย่างประณีต มือใหญ่ลูบคลำรอบแผลเบา ๆ เมื่อความเจ็บปวดลดลงอารมณ์ของเขาก็ดีขึ้นเล็กน้อย เผ่าปีศาจนั้นแม้ว่าจะตายได้ แต่พวกเขาไม่เคยเจ็บป่วยด้วยโรคภัยไข้เจ็บเหมือนพวกมนุษย์ การที่ต้องมาติดอยู่ในร่างเนื้อที่อ่อนแอเช่นนี้จึงเป็นสิ่งที่เหลือทนสำหรับจอมปีศาจผู้ยิ่งใหญ่เช่นเขา แต่ตราบใดที่ยังไม่สามารถปลดผนึกมนตรามหาเทพได้ เขาก็ต้องทนต่อไป ซึ่งความเจ็บปวดทั้งหลายทั้งมวลนี้เขาจะให้เจ้าเด็กเลี้ยงม้าและมหาเทพชดใช้ให้สาสม…..

 

 

                ราชันย์เดมอนครุ่นคิดในใจด้วยความแค้น ก่อนจะทอดสายตามองไปยังลูกสมุนเบื้องหน้าด้วยสายตาเหยียดหยามแล้วเอ่ยถามว่า “เรื่องที่ให้เจ้าไปทำถึงไหนแล้ว”

 

 

                “ข้าเกณฑ์ชายหนุ่มจากทั่วนครดาร์เนียและหัวเมืองใกล้เคียงมาได้หนึ่งพันคนแล้วขอรับ” นักบวชชราตอบพลางเงยหน้ามองผู้เป็นนายด้วยสายตาระแวดระวัง

 

 

                ราชันย์เดมอนเคาะนิ้วมือกับเท้าแขนเก้าอี้อย่างครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสายหน้าไปมาแล้วกล่าวว่า “ยัง ยังไม่พอ เจ้าไปประกาศให้ทั่วอาณาจักรว่าทางการต้องการชายหนุ่มสองพันคนเพื่อจัดตั้งกองกำลังพิเศษ”

 

 

                “ขอรับนายท่าน” นักบวชเฒ่ารับคำเสียงเบาแล้วนิ่งรอ

 

 

                “จำไว้ด้วยนะมาซอร์ คัดแต่คนที่แข็งแรง ชายหนุ่มที่แข็งแรงพอจะรองรับวิญญาณลูกสมุนของข้าได้ เมื่อได้คนมาครบแล้วเจ้าก็เตรียมทำพิธีได้เลย ข้าต้องการสร้างกองทัพอสูรกายให้เร็วที่สุด” จอมปีศาจสั่งเสียงเข้มพลางจ้องเขม็ง ก่อนจะเอ่ยถามว่า “แล้วเรื่องในราชสำนักเป็นยังไงบ้าง มีใครหน้าไหนคิดสืบสวนการสวรรคตของกษัตริย์ริชาร์ดอีกหรือเปล่า”

 

 

                “ไม่มีขอรับนายท่าน เจ้าทีมอร์ทำงานได้ดีเกินคาด มันจัดการปลดคนของกษัตริย์ริชาร์ดออกไปหมดแล้วแทนที่ด้วยคนของตัวเอง” ผู้เป็นบ่าวตอบพลางเงยหน้ามองผู้เป็นนาย

 

 

                “หึ เจ้าพวกมนุษย์--” จอมปีศาจเอ่ยอย่างเหยียดหยามพลางยิ้มเยาะที่มุมปาก ก่อนจะหันไปมองที่หน้าห้องบรรทมเมื่อได้ยินเสียงเกรี้ยวกราดเสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างเดือดดาล

 

 

                “ไปให้พ้น เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาขวางข้า ข้าจะเข้าพบท่านพ่อ”

 

 

                มาซอร์เงยหน้ามองผู้เป็นนายก่อนจะเอ่ยเบา ๆ ว่า “ท่านเอธานมาขอรับนายท่าน”

 

 

                จอมราชันย์ทำสีหน้าเบื่อหน่าย ก่อนจะเอ่ยว่า “ให้มันเข้ามา”

 

 

                นักบวชชรารีบผุดลุกขึ้นเดินตรงไปเปิดประตูแล้วเอ่ยว่า “นายน้อยเอธานเชิญ”

 

 

                เอธานผลักทหารองครักษ์ที่รักษาการณ์อยู่หน้าห้องบรรทมออกพ้นทางแล้วถลันเข้ามาในห้องอย่างเร่งรีบ “ท่านพ่อ อุ๊บ--” ชายหนุ่มร้องเรียกผู้เป็นพ่อด้วยความยินดี ก่อนจะชะงักไปเมื่อได้กลิ่นเหม็นเน่าผสมกับกลิ่นสมุนไพรคละคลุ้งอยู่ในห้องบรรทมกว้างใหญ่

 

 

                “ไงลูกรัก พ่อก็บอกแล้วว่าอย่าเข้ามา สภาพพ่อคงไม่น่าดูเท่าไรสินะ” จอมปีศาจเอ่ยทักชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงไม่ผิดเพี้ยนจากเจ้าชายลานอสตัวจริง

 

 

                เอธานสูดลมหายใจเข้าปอดช้า ๆ พยายามไม่สนใจกับกลิ่นสาบสางอันน่าสะอิดสะเอียน ก้าวตรงไปนั่งข้างกายผู้เป็นพ่อแล้วเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงว่า “ท่านพ่อ ท่านเจ็บมากไหม”

 

 

                “พ่อค่อยยังชั่วแล้ว เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก” ผู้เป็นพ่อตอบเสียงเบาพร้อมกับยิ้มน้อย ๆ

 

 

                “แต่ข้าว่าท่านควรจะเรียกหมอหลวงมารักษาจะดีกว่า” ผู้เป็นลูกเอ่ยด้วยความเป็นห่วงพลางปรายตาไปยังนักบวชชราที่ยืนสำรวมอยู่ด้านข้างด้วยสีหน้าไม่เชื่อถือ

 

 

                จอมปีศาจส่ายหน้าไปมา ก่อนจะกล่าวว่า “หมอหลวงรักษาแผลที่เกิดจากมีดสั้นแกรนทีนไม่ได้หรอกเอธาน มีมาซอร์คนเดียวเท่านั้นที่รักษาแผลของพ่อได้”

 

 

                “ท่านพ่อ--ไอ้โดมินิค มันบังอาจทำร้ายท่านพ่อ ข้าจะฆ่ามันให้ได้” ชายหนุ่มกัดฟันกรอดด้วยความแค้น

 

 

                “เรื่องนั่นเอาไว้ก่อนเถอะ เจ้าชายโดมินิคไม่รอดมือพวกเราแน่ พ่อต้องฆ่ามันเองกับมือถึงจะหายแค้น แล้วหลังจากนั้นบัลลังก์โธราเทียร์จะเป็นของเราพ่อลูก” จอมปีศาจเอ่ยยิ้ม ๆ แค่มองปราดเดียวเขาก็รู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าปรารถนาอะไรเป็นที่สุด

 

 

                “บัลลังก์โธราเทียร์” ชายหนุ่มเอ่ยทวนเสียงแผ่ว เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าราชบัลลังก์โธราเทียร์กำลังจะเป็นของเขาแล้ว

 

 

                “ใช่ลูกรัก บัลลังก์โธราเทียร์ ไม่มีใครเหมาะสมกับตำแหน่งกษัตริย์แห่งโธราเทียร์เท่าเจ้าอีกแล้วเอธาน ที่พ่อทำทุกอย่างก็เพื่อเจ้าคนเดียว” ราชันย์เดมอนกล่าวพลางจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตาพึงพอใจ ชายหนุ่มตรงหน้ามีความโลภในจิตใจไม่ต่างจากผู้เป็นพ่อ วันใดที่ร่างนี้ใช้การไม่ได้ เจ้าหนุ่มคนนี้จะเป็นร่างสำรองที่ดีเลิศรองจากเจ้าชายโดมินิค ในระหว่างที่เขายังไม่มีร่างเป็นของตัวเอง

 

 

                “ท่านพ่อ--” เอธานเอ่ยเสียงแผ่วรู้สึกตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก ชายหนุ่มกางแขนออกผวาเข้าหาผู้เป็นพ่อ แต่ต้องชะงักไปเมื่อผู้เป็นพ่อร้องห้ามเสียงหลงพร้อมกับกระเถิบหนีอย่างรวดเร็ว

 

 

                “อย่าเข้ามา!!”

 

 

                “ทะ--ทำไมท่านพ่อ” ชายหนุ่มเอ่ยถามพร้อมกับจ้องมองผู้เป็นพ่อด้วยความงุนงง

 

 

                ราชันย์เดมอนในร่างเจ้าชายลานอสรีบปรับสีหน้าเป็นปกติ แล้วกล่าวแก้ตัวว่า “ตัวพ่อมีแต่ยา เดี๋ยวมันจะเปื้อนเจ้า”

 

 

                “...........” เอธานพยักหน้ารับแต่ยังจ้องมองผู้เป็นพ่อด้วยความสงสัย ตั้งแต่เขากลับมาจากอาณาจักรเกรนีเวียร์ท่านพ่อเปลี่ยนไปมากจริง ๆ เอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในห้องบรรทม ไม่ยอมให้เขาเข้าพบ ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนเขาสองคนพ่อลูกสนิทกันที่สุดมาโดยตลอด

 

 

                “เร็ว ๆ นี้ พ่อจะมีงานให้เจ้าทำ” จอมปีศาจรีบเปลี่ยนเรื่องทันทีเมื่อสัมผัสถึงความคลางแคลงใจของชายหนุ่มตรงหน้า

 

 

                ชายหนุ่มขมวดคิ้วยุ่ง ก่อนจะเอ่ยถามว่า “งาน--งานอะไรท่านพ่อ”

 

 

                “เมื่อถึงเวลาพ่อจะบอกเจ้าเอง แต่ตอนนี้เจ้าออกไปก่อนเถอะ พ่ออยากพักผ่อน” กล่าวพร้อมกับพยักหน้าหนัก ๆ

 

 

                เอธานจ้องมองผู้เป็นพ่อ รู้สึกลังเลที่จะจากไป “ท่านพ่อ--แล้วบาดแผลของท่าน--”

 

 

                “ไม่ต้องเป็นห่วงพ่อหรอก มาซอร์จะดูแลพ่อเอง ส่วนเจ้าไปนั่งรอวันที่จะได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ของโธราเทียร์ดีกว่า” จอมปีศาจยกเรื่องราชบัลลังก์ขึ้นมาล่ออีกครั้ง ก่อนจะแย้มยิ้มที่มุมปากแล้วย้ำว่า “เชื่อพ่อสิ”

 

 

                “ได้ครับท่านพ่อ” เอธานผุดลุกขึ้นยืน “ข้าไปก่อนนะครับ” เอ่ยลาเสียงเบาแล้วหันหลังเดินออกไปจากห้อง โดยไม่ลืมหันกลับมามองผู้เป็นพ่ออีกครั้ง เขาไม่เข้าใจเลยว่าความรู้สึกแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นในใจตอนนี้มันคืออะไรกันแน่ ทั้ง ๆ ที่ท่านพ่อนั่งอยู่ตรงหน้าแท้ ๆ แต่ในใจเขากลับอ้างว้างอย่างบอกไม่ถูก

 

 

                “หึ” จอมปีศาจส่งเสียงเยาะหยันในลำคอเบา ๆ เมื่อประตูห้องบรรทมปิดลงอีกครั้ง “ไอ้พวกมนุษย์หน้าโง่ ในจิตใจเต็มไปด้วยกิเลสตัณหา พอเอายศศักดิ์เข้าล่อก็ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง” เขากล่าวอย่างเหยียดหยาม ก่อนจะหันไปหาร่างเล็กที่ยืนนิ่งอยู่ด้านข้าง “เจ้ามีข่าวเจ้าชายโดมินิคบ้างไหม”

 

 

                “มะ--ไม่เลยขอรับ ข้า--ข้าลองทำนายดูหลายครั้งแล้ว แต่ก็มองไม่เห็นอะไรเลย ทุกครั้งที่ทำนายจะมีหมอกควันปกคลุมเต็มไปหมด เหมือนมีอำนาจของอะไรสักอย่างปกป้องเจ้าชายโดมินิคเอาไว้ ส่วนสายสืบที่ส่งออกไปก็ไม่มีข่าวใดแจ้งกลับมาเลย” นักบวชชราพูดเสียงแผ่ว ก่อนจะเอ่ยถามผู้เป็นนายว่า “แล้วนายท่านทราบหรือไม่ว่าเจ้าชายอยู่ที่ไหน ข้าจะได้ไปจับมันมาให้ท่าน”

 

 

                ราชันย์เดมอนจ้องมองทาสรับใช้ด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะกล่าวว่า “ถ้าข้ารู้จะถามเจ้าทำไม ไปให้พ้นหน้าข้าเดี๋ยวนี้ และอย่าให้ใครมารบกวนข้าอีก ตัวเจ้าก็เหมือนกัน ถ้าข้าไม่เรียกก็ไม่ต้องเสนอหน้ามาให้ข้าเห็น”

 

 

                “ขะ--ขอรับนายท่าน” นักบวชเฒ่ารับคำแล้วรีบรนรานออกไปจากห้องบรรทมด้วยความโล่งใจ การอยู่ร่วมห้องกับจอมปีศาจดูจะเป็นสิ่งที่ทนได้ยากขึ้นทุกวันสำหรับเขา

 

 

                จอมราชันย์ปีศาจเดมอนจ้องมองเงาหลังของทาสรับใช้ที่รีบรนรานออกไปจากห้องบรรทมด้วยความสมเพช เขาผุดลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปยังระเบียงห้องบรรทม จ้องมองออกไปเบื้องนอกด้วยสายตาว่างเปล่า พระราชวังซอรองที่เคยงดงามกลับดูวังเวงน่ากลัวอย่างประหลาด จอมปีศาจกวาดสายตามองไปเรื่อย ๆ ก่อนจะหยุดมองไปยังมหาวิหารคราเธียร์ที่ตั้งตระหง่านอย่างสง่างามอยู่ตรงจุดศูนย์กลางพระราชวัง

 

 

                “หึ” เขาทำเสียงเยาะหยันในลำคอ ดวงตาแดงก่ำจับจ้องไปยังมหาวิหารหินอ่อนที่ส่องประกายท้าทายสายตาอยู่ท่ามกลางความมืดมิด ก่อนจะพึมพำเสียงแหบพร่าว่า

 

 

                “เจ้าปกป้องมันไม่ได้นานหรอกไอซิส ข้ารู้นะว่าอำนาจของเจ้าลดลงเรื่อย ๆ เมื่อไม่มีพวกซอรองอยู่ใกล้ ๆ วันใดที่อำนาจของเจ้าเสื่อมลง ข้าจะกรีฑาทัพปีศาจบุกภพมนุษย์อีกครั้ง อนาตาคาเลียจะต้องพินาศ ข้าจะเอาเลือดทายาทคนสุดท้ายของเจ้าเด็กเลี้ยงม้าสุดที่รักของเจ้ามาปลดผนึกมนตรามหาเทพ ดูสิใครหน้าไหนจะขวางข้าได้ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ”

 

 

                เสียงหัวเราะลงลูกคออย่างลำพองในชัยชนะดังก้องไปทั่วพระราชวังซอรองอันแสนงดงาม ดึงดูดความกลัวในหัวใจของทุกผู้คนให้สั่นไหวอย่างประหลาด ฝูงนกกาแตกตื่นบินหนีออกจากรัง ใบไม้ไหวระริกแล้วปลิดปลิวลงสู่พื้นพสุธา ดวงดาราหลบหลังกลีบเมฆา ท้องนภามืดดำราวกับว่าจะไม่มีวันที่แสงสุริยาจะมาเยือนอีกแล้ว หรือว่าอนาตาคาเลียจะถึงกาลวิบัติแล้วจริง ๆ




..............................................................



มัลลิกานะคะ

มาแล้วค่า อนาตาคาเลียภาค 2 มาแล้วววววว

อัพก่อนเวลา 1 วันนะคะ ใครคิดถึงเจ้าชายโดมินิคมาอ่านกันได้แล้วค่า

อนาตาคาเลียภาคนี้จะเต็มไปเรื่องการพจญภัยและความรัก

อันแสนจะโรแมนติก น่ารักน่าหยิก แต่ไม่มีเลิฟซีนแน่นอนค่ะ

มาเป็นกำลังใจให้เชียร์พิชิตใจเจ้าชายสูงศักดิ์ให้สำเร็จด้วยนะคะ

รักนะ.......มัลลิกา



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
อนาตาคาเลีย : บัลลังก์รักจอมราชันย์ ภาค อเล็กซ์ คีน ตอนที่ 2 : บทนำ คืนเดือนดับ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 798 , โพส : 2 , Rating : 85% / 4 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 2 : ความคิดเห็นที่ 182
อ่านตั้งแต่ตอนอยู่ป.6ค่ะ ตอนนี้อยู่ปี2แล้ว
คิดถึงนิยายเรื่องนี้มากๆ T__T
PS.  ความฝันไม่มีวันหมดอายุ
Name : candle::tian < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ candle::tian [ IP : 49.0.97.31 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 กันยายน 2557 / 16:13
# 1 : ความคิดเห็นที่ 173
เรานะจะบอกว่าเราหาอ่านมานานนนนนนนนนมาก
Name : บัว [ IP : 222.123.40.164 ]

วันที่: 28 มีนาคม 2553 / 00:04

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android