ลิขิตรักลำน้ำไนล์ Re-Up

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,048 Views

  • 30 Comments

  • 57 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    740

    Overall
    7,048

ตอนที่ 54 : บทที่ 16 ตอนที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 334
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    20 ม.ค. 62




บทที่ 16

 

หญิงสาวจากอนาคต

ตอนที่ 3

 

        ความมืดมิดแผ่ร่มเงาปกคลุมท้องฟ้าเหนือโอเอซิสมาฮารีย์ จันทราเสี้ยวเล็กลอยเด่นอยู่บนฟากฟ้าสีนิลแวดล้อมด้วยดวงดาราดารดาษส่องแสงสุกสกาวราวอัญมณีน้ำงาม สายลมทะเลทรายพัดเอื่อยนำพาความหนาวเย็นเข้าปกคลุมโอเอซิสใหญ่ หรีดริ่งเรไรร้องผสานกับเสียงขับขานของนกราตรีก่อเกิดเป็นบทเพลงแห่งธรรมชาติอันแสนเพริศแพร้ว

 

        ใต้ต้นไม้ใบหนาภายในโอเอซิสมาฮารีย์ เมษานั่งนวดข้อเท้าข้างขวาที่เกือบหายสนิทของตนพลางจ้องมองฟาโรห์หนุ่มก่อไฟด้วยความสนใจ

 

        ฟาโรห์เมนโนฟิสทรงรวบรวมกิ่งไม้แห้งและเศษหญ้าแห้งในบริเวณนั้นมากองไว้ ก่อนจะคุกเข่าลงบนพื้นหญ้า แล้วเริ่มก่อไฟด้วยการนำกิ่งไม้แห้งสองกิ่งมาถูกันเร็วๆ จนกิ่งไม้ร้อนจัดเกิดเป็นประกายไฟตกลงใส่เศษหญ้าแห้งที่รองอยู่ข้างใต้ เมื่อไฟติดก็ทรงโรยเศษหญ้าลงไปเรื่อยๆ ก่อนจะค่อยๆ ใส่กิ่งไม้แห้งกิ่งเล็กๆ ลงไปแล้วจึงวางกิ่งไม้ใหญ่ลงไปเป็นลำดับสุดท้ายเมื่อไฟลุกแรงขึ้น

 

        “คุณจุดไฟได้ด้วย เก่งจังหญิงสาวเอ่ยชมด้วยความทึ่ง ตั้งแต่เกิดมาจนอายุยี่สิบสองเธอเพิ่งเคยเห็นการทำไฟเป็นครั้งแรก เพราะในยุคที่เธอจากมานั้นมนุษย์ทำไฟไม่เป็น พวกเขาเพียงแต่ใช้ไฟเป็นเท่านั้น

 

        “ใช้กิ่งไม้แห้งกับเศษไม้เล็กๆ ไม่เห็นยากอะไรรับสั่งพลางวางกิ่งไม้แห้งสุมลงไปในกองไฟที่ทรงก่ออย่างระมัดระวัง ทะเลทรายยามราตรีนั้นหนาวมาก หากไม่มีไฟกองนี้คอยให้ความอบอุ่น เจ้าดาริกาของพระองค์อาจจะล้มเจ็บได้

 

        “นี่นะไม่ยาก ถ้าเป็นฉันนะ ชาติหน้ายังไม่ติดเลยมั้งหญิงสาวลองเอาไม้มาถูกันไปมา ก่อนจะวางกิ่งไม้ทั้งสองลงในกองไฟ เมื่อตระหนักว่าต่อให้ถูจนแขนหลุดเธอก็ก่อไฟไม่ได้อยู่ดี

 

        “แล้วตอนที่เจ้าอยู่บ้าน เจ้าจุดไฟยังไงรับสั่งถามพลางจ้องมองดวงหน้าใต้ผ้าคลุมมิดชิดอย่างพินิจพิเคราะห์

 

        “ใช้ไฟแช็กหญิงสาวยื่นมือทั้งสองออกมาอังกับเปลวไฟ พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปได้ไม่เท่าไร อุณหภูมิก็ลดต่ำลงอย่างรวดเร็วเสียแล้ว คนที่อาศัยอยู่ในทะเลทรายได้ต้องเป็นคนที่อดทนและปรับตัวเก่งมากๆ เพราะอากาศในทะเลทรายนั้นตอนกลางวันร้อนระอุ แต่ตอนกลางคืนกลับหนาวเย็นจับขั้วหัวใจ

 

        “ไฟแช็กคืออะไร

 

        “เป็นเครื่องมือที่ใช้ทำไฟไง มันเป็นแท่งสี่เหลี่ยมขนาดเท่านี้ ใส่แก๊สไว้ข้างใน เวลาจะใช้ก็กดดังแชะๆ แค่นี้ไฟก็ติดแล้วเธออธิบายพลางทำมือประกอบ แต่คนฟังยิ่งงงเข้าไปใหญ่

 

        “แก๊สคืออะไรฟาโรห์หนุ่มขมวดพระขนงด้วยความสงสัย สิ่งที่เจ้าหล่อนพูดแต่ละอย่างล้วนเป็นสิ่งที่พระองค์นึกไม่ออกทั้งนั้น

 

        เมษามองสบพระเนตรคมด้วยสีหน้ายุ่งยากใจ ห้วงเวลาของเธอและพระองค์ห่างกันมาก ไม่มีทางที่พระองค์จะเข้าใจสิ่งที่เธอพูดได้เลย

 

        “พูดไปคุณก็ไม่เข้าใจหรอก เพราะของพวกนั้นมันไม่ได้มีในยุคของคุณหญิงสาวตัดบทแล้วหันไปสนใจเปลวไฟอบอุ่นแทน แต่คู่สนทนาสูงศักดิ์ยังติดใจเรื่องราวที่เธอเล่าไม่คลาย

 

        “แต่มันมีในยุคของเจ้า มีที่เมืองกรุงเทพฯ ที่เจ้าอยู่ใช่ไหม

 

        “ใช่ จำแม่นจัง จำเมืองกรุงเทพฯ ได้ด้วยหญิงสาวเอ่ยชมตาโต ฟาโรห์เมนโนฟิสทรงมีความจำเป็นเลิศ เธอเคยพูดถึงกรุงเทพฯ แค่ครั้งเดียว แต่พระองค์กลับจำเมืองที่เธอจากมาได้อย่างแม่นยำ

 

        “เมืองกรุงเทพฯ ไม่ได้อยู่ในยุคของข้าใช่ไหมทรงเอ่ยถามด้วยสายพระเนตรแน่วแน่ จนคนตอบคำถามเริ่มอึดอัด

 

        “เอ่อ...ใช่เธอตอบเสียงแผ่ว เริ่มรู้สึกตัวว่ากำลังถูกพระองค์ต้อนเข้ามุม

 

        “งั้นเจ้าก็ไม่ใช่ชาวอียิปต์ ไม่ใช่ญาติของฟาซัส ถ้าอย่างนั้นเจ้าเป็นใครกันแน่ทรงสรุปพลางทอดพระเนตรอย่างคาดคั้น

 

        เมษากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ดวงตากลมโตประสานกับดวงเนตรสีน้ำเงินสวยด้วยความไม่แน่ใจ

 

        “ถ้าฉันบอกแล้วคุณจะเชื่อไหมเธอเอ่ยถามเสียงเบาหวิว ก่อนจะได้รับคำตอบอย่างหนักแน่นจากชายหนุ่มสูงศักดิ์ต่างยุคตรงหน้า

 

        “ก็ลองบอกมาสิ แล้วข้าจะตัดสินใจเองว่าจะเชื่อหรือไม่

 

####################

 

        ข้างกองไฟลุกโชน เมษานั่งกอดเข่าเล่าเรื่องของเธอให้ฟาโรห์เมนโนฟิสฟังช้าๆ โดยเล่าเฉพาะเรื่องที่พระองค์สมควรจะรู้และเจตนาข้ามเรื่องที่จะทำให้ประวัติศาสตร์เปลี่ยนแปลงไปเสีย ซึ่งฟาโรห์หนุ่มก็ทรงรับฟังด้วยสีพระพักตร์เรียบเฉย ดวงเนตรสีน้ำเงินสวยจับจ้องมาที่เธอ ไม่บอกว่าเชื่อหรือไม่เชื่อในสิ่งที่เธอเล่าให้ฟังแม้แต่น้อย

 

        “เจ้าจะให้ข้าเชื่อว่าเจ้าเดินทางมาจาก...อนาคตอย่างนั้นหรือรับสั่งถามเมื่อหญิงสาวเล่าเรื่องของเธอจบแล้ว

 

        “ไม่ได้ให้เชื่อ แต่ฉันมาจากอนาคตจริงๆ ห่างจากยุคนี้ไปสามพันเจ็ดร้อยปี เทพีไอซิสทรงพาตัวฉันมาที่นี่หญิงสาวเอ่ยอย่างปลงๆ เธอไม่ได้หวังว่าพระองค์จะเชื่อสิ่งที่เธอพูดอยู่แล้ว เพราะเธอเองยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเองจะสามารถย้อนเวลากลับมานั่งสนทนากับฟาโรห์รูปงามที่เป็นตำนานพระองค์นี้ได้

 

        “สามพันเจ็ดร้อยปี...ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็รู้สิว่าในยุคของข้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นบ้าง

 

        เมื่อเจอคำถามที่เธอเจตนาหลีกเลี่ยงก็ทำเอาเมษาหาลิ้นตัวเองไม่เจอ หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะตอบอ้อมแอ้มไป

 

        “ก็พอรู้บ้าง แต่รู้ไม่หมด

 

        ฟาโรห์เมนโนฟิสทรงสบตาเธอ ก่อนจะตรัสถามคำถามที่เธอกลัวที่สุด

 

        “เจ้ารู้ไหมว่าข้าตายยังไง ราชวงศ์ของข้ายิ่งใหญ่ไปทั่วสารทิศหรือไม่

 

        “เรื่องนั้น...ฉัน...ไม่รู้ ในยุคของฉันเรื่องของคุณยังเป็นปริศนาหญิงสาวตอบด้วยสีหน้าลำบากใจ เรื่องราชวงศ์ที่สิบสองล่มสลายเพราะพวกฮิกโซสเธอรู้ดี แต่พูดออกมาไม่ได้ ส่วนเรื่องการสวรรคตของพระองค์ เธอไม่รู้อะไรเลย และไม่อยากจะรู้แล้วด้วย

 

        “งั้นก็ไม่ต้องบอก ข้าเองก็ไม่อยากรู้เท่าไหร่นัก เรื่องของวันข้างหน้าเทพอามุน-ราทรงกำหนดมาแล้ว หากจะเกิดอะไรขึ้นข้าก็พร้อมจะน้อมรับไว้รับสั่งตัดบทแล้วหันไปทอดพระเนตรกองไฟด้วยพระพักตร์เรียบเฉย

 

        “ฉันเดินทางมาที่นี่ก็เพราะความอยากรู้นั่นแหละ วันนั้นฉันอ่านจารึกในพีระมิดแล้วเกิดอยากรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นในยุคของคุณ ก็เลยพลั้งปากร้องขอต่อเทพเจ้าแห่งอียิปต์ สุดท้ายก็เลยมาติดอยู่ที่นี่ กลับบ้านไปหาพี่ชายก็ไม่ได้ จนกว่า...”

 

        เมษาเอ่ยด้วยความหนักใจ ก่อนจะหยุดพูดไปเฉยๆ เมื่อนึกถึงเงื่อนไขที่เธอต้องทำให้สำเร็จ หากต้องการกลับบ้านไปพบพี่ชาย แต่คู่สนทนาสูงศักดิ์ไม่ยอมให้เรื่องนี้ผ่านไปง่ายๆ ฟาโรห์หนุ่มทรงเงยพระพักตร์สบตาเธอพลางรับสั่งถามอย่างคาดคั้น

 

        จนกว่าอะไร

 

        “จนกว่า...” คนถูกถามออกอาการพูดไม่เป็นขึ้นมาดื้อๆ

 

        “จนกว่าอะไรรับสั่งถามอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเธอยังนั่งเงียบ

 

        “จนกว่า...จะช่วยให้คุณสมหวังในรักในที่สุดเธอก็พูดออกไปจนได้ เมื่อพูดไปแล้วก็ต้องก้มหน้ามองพื้นด้วยความเขินอายกับเงื่อนไขพิลึกพิลั่นที่ตนมีส่วนกำหนดขึ้น

 

        “สมหวังในรักอย่างนั้นเหรอรับสั่งแผ่วเบา ดวงเนตรคมกริบจ้องมองเธอด้วยความประหลาดพระทัย

 

        “ใช่ คุณรักใครหรือยังล่ะ ฉันจะได้กลับบ้านซะทีเธอเอ่ยถามอย่างมีความหวัง

 

        “กลับไปหาผู้ชายที่ข้าเห็นในพายุหรือพระขนงเรียวขมวดเล็กน้อย เมื่อนึกถึงชายหนุ่มหน้าตาดีที่ทรงเห็นในพายุ

 

        “ใช่ นั่นแหละพี่ชายฉัน เขาชื่อพี่ธันวา เราสองคนสนิทกันมากเลยนะ ฉันคิดถึงเขามาก อยากกลับบ้านไปหาเขา ป่านนี้เขาคงตามหาฉันให้วุ่นไปหมดแล้ว

 

        ฟาโรห์เมนโนฟิสทรงเม้มพระโอษฐ์ด้วยความไม่พอพระทัย ทรงไม่โปรดให้เจ้าดาริกาของพระองค์กล่าวถึงชายอื่นด้วยดวงตาเป็นประกายเช่นนั้น

 

        “ว่าไง คุณรักใครหรือยังล่ะ ฉันจะได้ช่วยให้คุณสมหวัง เทพีไอซิสจะได้พาฉันกลับบ้านไปหาพี่ชายเธอรบเร้าเมื่อเห็นว่าทรงนิ่งเฉยไม่มีทีท่าว่าจะรับสั่งอะไรออกมา

 

        “ชาตินี้ข้าจะไม่รักใคร ข้าจะอยู่คนเดียวไปจนตายตรัสด้วยพระสุรเสียงห้วนแล้วหันพระพักตร์หนีดื้อๆ ถ้าทรงสมหวังในรักแล้วเทพีไอซิสจะพรากเจ้าดาริกาจากไป พระองค์ก็จะไม่ขอรักใครชั่วพระชนม์ชีพ

 

        “พูดแบบนี้ได้ไง ขืนเป็นอย่างนี้ฉันก็แย่สิเธอร้องเสียงหลงแล้วขยับตามไปสบพระเนตร คุณมีพระสนมมากมาย ไหนจะเจ้าหญิงทาริอามุนพระเชษฐภคินี เจ้าหญิงรานีน่าคนงาม ก็เลือกรักใครสักคนสิ ฉันจะได้กลับบ้านซะที นึกว่าช่วยฉันนะ นะๆ

 

        “พอที ไม่ต้องพูดแล้ว ข้าจะนอนรับสั่งตัดบทแล้วสะบัดผ้าคลุมที่สวมอยู่ปูลงบนพื้นหญ้าเคียงข้างผ้าปูนอนที่เมษาปูเอาไว้ ก่อนจะทรงเอนพระวรกายลงบรรทมหลับพระเนตรนิ่งเป็นความหมายว่าไม่โปรดจะสนทนากับเธอแล้ว

 

        “นอนก็นอนสิ แค่นี้ต้องดุกันด้วยหญิงสาวบ่นอุบอิบ ก่อนจะโวยลั่น เมื่อเห็นฟาโรห์หนุ่มบรรทมข้างที่นอนของเธอ คุณจะนอนก็ไปนอนฝั่งนู้นสิ มานอนเบียดฉันทำไม ที่ออกตั้งกว้าง

 

        “ที่นี่ตอนกลางคืนหนาวมาก นอนใกล้ๆ กันจะได้อุ่น และตอนดึกๆ พวกสัตว์ร้ายจะออกหากิน ข้านอนข้างหลังเจ้าเวลามีอันตรายจะได้ช่วยเหลือทัน หรือเจ้าคิดว่าข้าจะลวนลามหญิงอัปลักษณ์เยี่ยงเจ้าฮึรับสั่งเยาะหยันทั้งที่ยังหลับพระเนตร

 

        “เชอะ ให้มันจริงเถอะเธอตวัดค้อนถวายหนึ่งวง ก่อนจะวางกิ่งไม้ขนาดเท่าข้อมือลงระหว่างผ้าปูนอนสองผืนพลางกำชับเสียงหนัก ห้ามข้ามกิ่งไม้นี่เข้ามานะ

 

        เมื่อพูดจบก็กลั้นใจรอคำตอบโต้จากอีกฝ่ายอย่างจดจ่อ แต่ฟาโรห์หนุ่มกลับบรรทมนิ่งไม่ตอบคำ เมษาจึงก้มหน้าลงไปมองพระพักตร์ใกล้ๆ

 

        “หลับแล้วเหรอ คนอะไรหลับง่ายหลับดายปานนี้หญิงสาวไล้สายตาไปทั่ววงพักตร์คมคาย ฟาโรห์เมนโนฟิสยามบรรทมทรงพระสิริโฉมไม่แพ้ยามตื่น พระพักตร์เรียวค่อนข้างขาวเริ่มมีไรพระมัสสุขึ้นจางๆ ที่เหนือพระโอษฐ์ ข้างพระปรางและปลายพระหนุ พระโอษฐ์บางได้รูป พระนาสิกโด่งสวย พระเนตรหลับสนิท แต่สิ่งที่ดึงดูดใจเธอที่สุดก็คือขนพระเนตรหนาเป็นแพ ทั้งยาวทั้งงอนน่าเขี่ยเล่นชะมัด

 

        “ไม่นอนหรือไงรับสั่งถามราวกับรู้ว่ากำลังถูกลวนลามด้วยสายตา

 

        เมษาชะงักมือค้างกลางอากาศ ใบหน้านวลร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เธอหันหลังกลับแล้วล้มตัวลงนอนด้วยใบหน้าแดงก่ำ คนบ้าแกล้งหลับก็ได้ แกล้งเหมือนเสียด้วยสิ

 

        เวลาเคลื่อนผ่านไปครู่ใหญ่ เมษานอนตะแคงมองเปลวไฟตรงหน้าเงียบๆ ความอบอุ่นจากเปลวไฟด้านหน้าและความอบอุ่นจากพระวรกายสูงที่อิงแอบอยู่ด้านหลังค่อยๆ ขับกล่อมให้เธอง่วงงุน ดวงตากลมโตหรี่ปรือลงและคงจะเดินทางเข้าสู่นิทรารมณ์แล้วหากพระสุรเสียงทุ้มลึกไม่ตรัสเรียกเสียก่อน

 

        “ไอซ์

 

        “หือ...” เธอขานรับทั้งที่ยังหลับตาสนิท

 

        “ที่ที่เจ้าจากมา เขาบันทึกเรื่องราชินีของข้าไว้ว่ายังไงบ้าง

 

        เมษาพลิกตัวกลับมาจ้องมองพระพักตร์ขาวคม

 

        “ไหนบอกว่าไม่สนใจไง

 

        “ก็แค่อยากรู้ไว้ เผื่อข้าอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้

 

        “นาง...” หญิงสาวเอ่ยเสียงแผ่ว ก่อนจะเงียบไปเฉยๆ เมื่อไม่รู้จะกราบทูลอย่างไรจึงจะเหมาะสม ครั้นจะทูลว่าราชินีของพระองค์สวมหน้ากากทองก็ไม่กล้า เพราะจะกลายเป็นเชียร์ตัวเองขว้างงูไม่พ้นคอ เธอไม่ใช่ราชินีของพระองค์ เธอมีหน้าที่เก็บรักษาหน้ากากทอง เพื่อมอบให้กับราชินีที่แท้จริง คนที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างฟาโรห์หนุ่มตลอดไป ไม่ใช่ผู้หญิงที่มาจากอนาคตอย่างเธอ

 

        “ว่าไงล่ะ นางเป็นยังไงบ้างรับสั่งถามอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเธอนิ่งเงียบไม่ตอบคำ

 

        เมษาขบริมฝีปากอย่างครุ่นคิด ก่อนจะกราบทูลสิ่งที่สามารถเปิดเผยได้ให้พระองค์รู้

 

        “พระนางเป็นหญิงลึกลับ ฉันรู้เรื่องของพระนางไม่มากนัก บางบันทึกกล่าวว่าพระนางงดงามมาก แต่บางบันทึกกลับกล่าวว่าพระนางอัปลักษณ์หาที่เปรียบไม่ได้

 

        “ไม่มีชื่อบันทึกไว้หรือ

 

        “มี แต่ไม่มีใครอ่านออก พวกเราเลยไม่รู้ว่าพระนางมีพระนามว่าอะไร

 

        “ทั้งงดงามและอัปลักษณ์อย่างนั้นเหรอ ข้าเข้าใจแล้ว เจ้านอนเสียเถอะฟาโรห์หนุ่มพยักพระพักตร์แล้วหลับพระเนตรลงช้าๆ ก่อนจะลืมพระเนตรขึ้นอีกครั้ง เมื่อรู้สึกถึงลมหายใจสม่ำเสมอของหญิงสาว

 

        เจ้าดาริกาของพระองค์หลับสนิทแล้ว หลับง่ายหลับดายราวกับเด็ก ทั้งที่นางอยู่ใกล้แค่พระหัตถ์เอื้อมแต่ก็ทรงแตะต้องนางไม่ได้ หากสิ่งที่นางเล่ามาเป็นความจริงพระองค์จะทำเยี่ยงไร เมื่อทรงสมหวังในรักเทพีไอซิสจะพานางกลับบ้านไปหาพี่ชาย แล้วพระองค์จะอยู่ได้หรือเมื่อไม่มีเจ้าดาริกาอยู่ข้างพระวรกาย

 

        อาการเบียดซุกของหญิงสาวดึงฟาโรห์หนุ่มกลับมาจากห้วงคำนึง พระองค์ทอดพระเนตรร่างเล็กที่ขดตัวด้วยความหนาวอย่างอ่อนพระทัย ก่อนจะทรงหยิบไม้แบ่งอาณาเขตของเจ้าหล่อนโยนทิ้งไปด้านหลัง

 

        แล้วดึงร่างเล็กบอบบางเข้ามากอดแนบพระอุระพลางหลับพระเนตรลงช้าๆ ตอนนี้นางอยู่ในอ้อมพระพาหาแล้ว ต่อไปในภายภาคหน้าอะไรจะเกิดขึ้นคงต้องแล้วแต่พระประสงค์ของเทพีไอซิสซึ่งเป็นผู้ชักนำนางมาสู่พระองค์

 

####################


 

 

***อ่าน ลิขิตรักลำน้ำไนล์ ฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ***

 

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMTY1ODUiO30

 

***อ่าน ปาริมา ราชินีไอยคุปต์ ฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ***

 

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMjkwNDAiO30

 

***อ่าน เพลิงเสน่หา มนตราทะเลทราย ฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ***


http://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMTcwODYiO30

 

***อ่าน บันทึกรักสุดผืนทราย ฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ***

 

http://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMTcwODUiO30

 

***อ่านนิยายเรื่องอื่นๆ ของมัลลิกา ได้ที่เมพ***



 

https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&page_no=1&type=author&search=มัลลิกา&is_mag=all&price=all&sort_by=date&from_book_price=&to_book_price=&category_id=&category_name 
                                                                                         T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #19 Pinie-G (@mishinea) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 01:30
    ไม่อยากนึกตอนเขาจากกันเลย เศร้ามากแน่ๆค่ะ T^T
    #19
    0