ลิขิตรักลำน้ำไนล์ Re-Up

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 8,397 Views

  • 30 Comments

  • 81 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    290

    Overall
    8,397

ตอนที่ 48 : บทที่ 15 ตอนที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 423
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    17 ม.ค. 62




บทที่ 15

 

พายุทะเลทราย

ตอนที่ 1

 

       สนามบินไคโร อียิปต์ปัจจุบัน

 

        ท่ามกลางผู้คนพลุกพล่านในช่องผู้โดยสารขาเข้า ธันวา พิทักษ์โยธิน ก้าวเท้าไปตามทางเดินด้วยท่วงท่าสง่างาม ดวงหน้าคมคายใต้แว่นกันแดดราคาแพงเคร่งขรึม เขาเพิ่งเดินทางกลับจากอังกฤษหลังจากไปยื่นใบลาออกจากราชการ

 

        โดยให้เหตุผลว่าต้องการเอาเวลาไปตามหาน้องสาวอย่างเต็มที่ แต่ผู้บังคับบัญชาไม่อนุมัติให้ลาออก ครั้นเขารบเร้าหนักๆ เข้า ท่านเอกอัครราชทูตจึงอนุมัติให้ลาพักผ่อนได้อีกหนึ่งเดือนแทนการลาออก

 

        ร่างสูงเกินมาตรฐานชายไทยหยุดยืนตรงทางออกของสนามบิน ดวงตาคมกริบมองผ่านแว่นกันแดดไปยังลานจอดรถกว้างใหญ่ที่คลาคล่ำไปด้วยรถยนต์นานาชนิดจอดยาวเป็นทิวแถว เขากวาดตามองหาเพื่อนชาวอียิปต์ของน้องสาวซึ่งอาสามารับเขาไปพักที่คฤหาสน์อัลฟาบา

 

        “ช้าจังธันวาพึมพำเบาๆ พลางยกนาฬิกาข้อมือเรือนทองขึ้นดู กาซิมไม่ใช่คนเหลวไหล ทุกครั้งที่นัดกันเขาจะมาก่อนเวลาเสมอ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาหรือเปล่า ชายหนุ่มครุ่นคิดในใจด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะเหลียวไปมองด้านหลัง เมื่อมีคนสะกิดแขนเสื้อสูทของเขา

 

        “คุณ

 

        “เรียกฉันเหรอเขาเอ่ยถามพลางจ้องมองเด็กหนุ่มร่างเล็กในชุดกางเกงยีนสีซีด เสื้อเชิ้ตตัวหลวม สวมหมวกแก๊ปใบโตปิดบังใบหน้าเกือบครึ่งด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์

 

        “ก็คุณนั่นแหละเด็กหนุ่มตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

 

        “เราเคยรู้จักกันด้วยเหรอนักการทูตหนุ่มเอ่ยถามพลางมองสำรวจใบหน้าครึ่งที่ลอดผ่านปีกหมวกออกมา เจ้าหนุ่มคนนี้มีผิวสีน้ำผึ้งนวลเนียน ไม่มีไรหนวดให้เห็นสักเส้น แต่มีริมฝีปากสีกุหลาบค่อนข้างอวบอิ่ม

 

        “คุณคือคุณธันวา พิทักษ์โยธินหรือเปล่าล่ะเสียงแหบเอ่ยถามด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะหันหน้าหนีอย่างมีพิรุธ

 

        “ใช่ กาซิมให้เธอมารับฉันเหรอ

 

        “ทำนองนั้น ตามมาสิเด็กหนุ่มกวักมือเรียกแล้วหันหลังเดินนำไปยังรถปิกอัปเก่าๆ คันหนึ่ง

 

        ธันวาขมวดคิ้วมองพาหนะที่ตนจำต้องโดยสารด้วยสีหน้าเหยเก มันเป็นรถเก่าโบราณที่มีสภาพทรุดโทรมสุดๆ ตัวถังบุบบู้บี้สีถลอกปอกเปิกสนิมเกรอะกรัง ฝากระโปรงหน้าปิดไม่สนิท ส่วนฝาปิดท้ายดูเหมือนจะหลุดหายไปหลายปีแล้ว

 

        “เอ้าคุณ ขึ้นมาสิจะได้ไปกันซะทีเด็กหนุ่มเร่งเมื่อเห็นว่าเขาไม่เดินตามมา

 

        “เธอแน่ใจนะว่ารถคันนี้จะพาเราไปถึงคฤหาสน์อัลฟาบาเขาเอ่ยถามพลางชี้มือไปยังรถยนต์รุ่นพระเจ้าเหาตรงหน้า

 

        “อย่าดูถูกมันเชียวนะคุณ รถคันนี้รับใช้บ้านเรามาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ เห็นสภาพแบบนี้เครื่องเคราชั้นหนึ่งเชียวละ รถใหม่ป้ายแดงสู้ไม่ได้เลย

 

        เด็กหนุ่มโอ้อวดด้วยความภาคภูมิใจ แต่ธันวาไม่เชื่อสักนิด นี่น่ะหรือรถยนต์ชั้นหนึ่งที่รถป้ายแดงสู้ไม่ได้ ในความคิดของเขา รถคันนี้ควรเอาไปปลูกสะระแหน่มากกว่าจะเอาออกมาวิ่งกลางทะเลทราย

 

        “ฉันจะพยายามเชื่อนะนักการทูตหนุ่มเอ่ยอย่างปลงๆ เขายกกระเป๋าเดินทางใบใหญ่วางลงในกระบะด้านหลัง ก่อนจะเปิดประตูรถเข้าไปนั่งข้างคนขับ เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วยังไงก็คงต้องไป ดีเหมือนกัน ฝึกเอาไว้ก่อน เวลาเดินทางรอนแรมกลางทะเลทรายจะได้ชิน

 

        “เธออายุเท่าไหร่เขาเอ่ยถามหลังจากรถกระป๋องแล่นออกจากสนามบินไคโรได้พักใหญ่ แม้ภายนอกจะดูทรุดโทรม แต่รถยนต์คันนี้กลับวิ่งนิ่มเกินคาด หนำซ้ำเครื่องปรับอากาศยังเย็นฉ่ำกว่าที่คิดไว้มาก ดูท่าเจ้าเศษเหล็กคันนี้จะเป็นผ้าขี้ริ้วห่อทองจริงๆ กระมัง

 

        “ไม่ใช่เด็กก็แล้วกันเด็กหนุ่มตอบอย่างถือดี ดวงตากลมโตรูปเม็ดอัลมอนด์ที่ดูยังไงก็สวยเกินกว่าจะเป็นดวงตาของผู้ชายจ้องมองไปยังถนนอย่างตั้งอกตั้งใจ

 

        “จริงรึ ฉันดูยังไง เธอก็ไม่น่าจะอายุมากกว่าสิบเจ็ด ว่าแต่เป็นอะไรกับกาซิมล่ะเขาเอ่ยถามพลางมองสำรวจร่างเล็กบางในเสื้อผ้าหลวมโคร่งไปด้วย

 

        “เปล่า ไม่ได้เป็นอะไรกัน แต่ฉันรู้จักกับคุณแดเนียลเจ้านายของเขา

 

        “อ๋อ...แล้วกาซิมไปไหนทำไมไม่มารับเอง

 

        “เขาต้องทำงานเลยให้ฉันมารับแทนเด็กหนุ่มตอบเสียงห้วน ติดจะรำคาญหน่อยๆ แต่เพื่อนร่วมทางไม่สนใจ เขาถามเรื่องนู้นเรื่องนี้ไปเรื่อยๆ ก่อนจะชี้มือไปนอกรถแล้วตะโกนอย่างตื่นเต้น

 

        “นั่นอะไรน่ะ!”

 

        สารถีร่างเล็กหันไปมอง ก่อนจะหวีดร้องด้วยความตกใจ เมื่อหมวกที่สวมอยู่ถูกกระชากจากศีรษะ เรือนผมที่ซ่อนไว้กระจายเต็มแผ่นหลัง

 

        “ว้าย!”

 

        “ฟาริดาห์ ให้ตายสิ!” ธันวาสบถอย่างหัวเสีย ชาตินี้เขาคงหนีน้องสาวทายาทชีคผู้ยิ่งใหญ่ไม่พ้นจริงๆ สินะ

 

        ก็ใช่น่ะสิ แล้วคุณนึกว่าใครล่ะหญิงสาวค้อนตาคว่ำ ก่อนจะเลี้ยวรถเข้าจอดข้างทาง เธอรวบผมยาวสลวยเป็นมวยสูง แล้วคว้าหมวกจากชายหนุ่มมาสวมไว้ตามเดิม

 

        “ใครก็ได้ที่ไม่ใช่เธอเขาตอบด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ ก่อนจะเอ่ยถามอย่างตำหนิ พี่ชายเธอคิดยังไงถึงได้ยอมให้เธอปลอมตัวเป็นผู้ชายมารับฉันเนี่ย

 

        “ก็คิดว่าฉันเป็นไกด์ที่ดีที่สุดที่จะพาคุณท่องทั่วดินแดนทะเลทรายน่ะสิหญิงสาวเอ่ยอย่างมั่นอกมั่นใจ แต่เพื่อนร่วมทางไม่เชื่อสักนิด เขากวาดสายตาขึ้นๆ ลงๆ ไปทั่วเรือนร่างเล็กบอบบาง ก่อนจะย้อนถามอย่างดูแคลน

 

        “เธอนี่นะไกด์ที่ดีที่สุด

 

        “ก็ใช่น่ะสิ ตาฉันเป็นหัวหน้าเผ่าเบดูอินที่ใหญ่ที่สุดในทะเลทรายแถบนี้ ลุงกับพี่ชายของฉันเป็นผู้มีอิทธิพลที่สุดในอียิปต์ ฉันพูดภาษาอารบิก ภาษาเบดูอิน และภาษาพื้นเมืองได้ทุกภาษา ฉันเคยท่องไปทั่วทะเลทรายซาฮาราตั้งแต่อายุแปดขวบ ไม่มีซอกมุมไหนของดินแดนแถบนี้ที่ฉันไม่รู้จัก แล้วอย่างนี้คุณจะเถียงอีกไหมว่าฉันไม่ใช่ไกด์ที่ดีที่สุดในอียิปต์

 

        “บ้าแน่ๆ จะให้ฉันเดินทางไปทั่วทะเลทรายกับเธอสองคนเนี่ยนะ ฉันไม่เอาด้วยหรอกชายหนุ่มส่ายหน้าดิก หลานสาวชีคอัลฟาบาจะเป็นไกด์คนสุดท้ายในอียิปต์ที่เขาจะยอมเดินทางไปด้วย

 

        “ฝันไปเถอะ ฉันไม่ยอมไปค้างอ้างแรมกับคุณสองคนแน่ นอกจากเราแล้วยังมีคนของพี่แดเนียลไปด้วยอีกสองคน

 

        ธันวาตาลุกวาวขึ้นมาทันที งั้นฉันไปกับสองคนนั่นก็ได้ เธอไม่ต้องไปหรอก

 

        “เอ๊ะคุณนี่ ทำไมถึงได้ดื้อแบบนี้ ถ้าไม่มีฉันคุณไปไม่รอดหรอกหญิงสาวดุเสียงแหลม เธออยากจะบ้าตาย ผู้ชายคนนี้ทำไมถึงได้ดื้อด้านแบบนี้นะ ตัวเองไม่เคยเดินทางในทะเลทรายยังมีหน้ามาอวดเก่งอีก

 

        “รู้ได้ไง เพราะเธอเป็นหมอดูน่ะเหรอเขาเลิกคิ้วดกหนาด้วยท่าทางยียวน

 

        “คุณ!” หญิงสาวกำมือแน่น ก่อนจะสะบัดหน้าหนี ทำไมเขาต้องรังเกียจอาชีพของเธอด้วย เป็นหมอดูไม่ดีตรงไหน เธอแค่ต้องการช่วยให้คนทุกข์ใจคลายกังวล ไม่เคยคิดปอกลอกใครสักหน่อย

 

        “โกรธเหรอเขาเอ่ยถาม เมื่อเห็นอีกฝ่ายก้มหน้าเงียบ ไม่ต่อปากต่อคำเหมือนทุกครั้ง

 

        “อยู่กับคุณไม่โกรธก็บ้าแล้วเธอตอบทั้งที่ยังหันหลัง

 

        ธันวาหัวเราะเบาๆ ความจริงหลานสาวชีคอัลฟาบาก็น่าเอ็นดูมิใช่น้อย เจ้าหล่อนคงอายุน้อยกว่าน้องสาวของเขาสองสามปีกระมัง

 

        “แล้วทำไมชอบมาอยู่ใกล้ๆ ฉันล่ะเขาถามเล่นๆ แต่ทำเอาคนถูกถามหาลิ้นตัวเองไม่เจอ

 

        “เพราะ...” ฟาริดาห์อึกอัก ใบหน้านวลร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ริมฝีปากอิ่มขยับไปมา แต่ไม่รู้จะตอบคำถามของเขายังไง เพราะเธอก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน รู้แต่อยากอยู่ใกล้ๆ เขาเท่านั้น

 

        “เพราะอะไรเขาถามย้ำอีกครั้ง

 

        “เพราะประสงค์ของพระเป็นเจ้าเธอโพล่งสิ่งแรกที่คิดได้ออกมา แต่เขากลับส่ายหน้า ก่อนจะคาดคั้นเธออีก

 

        “ฉันไม่เชื่อ บอกความจริงมา

 

        “ฉันไม่รู้ ฉันก็แค่อยากช่วย มีคนคอยช่วยเหลือก็ดีแล้ว จะซักไซ้ให้ได้อะไรขึ้นมาเธอแกล้งโวยวาย เพื่อให้เขาเลิกต้อนเธอเข้ามุมเสียที

 

        “ตามใจเธอ แต่จะมาทวงบุญคุณทีหลังไม่ได้นะ เพราะว่าฉันไม่ได้ขอร้องธันวาเอ่ยอย่างเคืองๆ ก่อนจะหันไปมองนอกรถ

 

 

บทที่ 14

 

ลอบสังหาร

ตอนที่ 3

 

        ฟาโรห์เมนโนฟิสย่ำพระบาทโครมๆ ไปตามทางเดินปูอิฐในอุทยานของพระราชวังพาร์ทาร์ พระพักตร์คมเครียดขึง พระโอษฐ์หยักสวยเม้มแน่นอย่างไม่สบพระทัย ทรงไม่เคยมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ฉันชายหนุ่มหญิงสาวมาก่อน ทรงรับนางห้ามคนแรกตั้งแต่อายุสิบสาม หลังจากนั้นทุกค่ำคืนอ้อมพระพาหาไม่เคยว่างเว้นจากอิสตรี แต่ครั้งนี้ทุกอย่างมันแปลกออกไป

 

        เจ้าหญิงรานีน่าทั้งอ่อนหวาน ทั้งเต็มอกเต็มใจ แต่พระองค์กลับไม่อาจแตะต้องนางได้ ในขณะที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามทางของมัน พอภาพของนางในฝันผุดขึ้นในห้วงคำนึง อารมณ์หวามไหวพลันเหือดหายไปอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกผิดอัดแน่นในอกจนไม่อาจฝืนเชยชมนางต่อไปได้

 

        ฟาโรห์หนุ่มทรงหยุดพระดำเนิน พระพักตร์คมคายเศร้าหมองยิ่งนักยามทอดพระเนตรดวงดาราบนฟากฟ้าสีนิล

 

        ‘เจ้าอยู่ที่ไหนหนอ เจ้าดาริกาของพี่ เจ้ามีตัวตนจริงๆ หรือเป็นเพียงภาพฝันในจินตนาการเท่านั้น

 

        ฟาโรห์เมนโนฟิสถอนพระปัสสาสะด้วยความระทมทุกข์ พระองค์กำลังประชวรเป็นไข้ใจที่ไม่มีใครสามารถเยียวยาได้ ตั้งแต่ได้พบนางที่บึงน้ำกลางโอเอซิส ก็ไม่อาจสลัดภาพดวงหน้าสวยหวาน กลีบปากนุ่มนวล ผิวกายเรียบลื่น สัดส่วนรัดรึงใจ...

 

        “ให้ตายสิ!”

 

        ฟาโรห์หนุ่มทรงคำรามด้วยความขุ่นเคือง เพียงแค่คิดถึงนาง ความปรารถนาที่มอดดับไปเมื่อครู่พลันลุกฮือขึ้นมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว พระองค์จะทำอย่างไรเมื่อความปรารถนาที่เกิดขึ้นมีเพียงนางเท่านั้นที่ดับได้ ทรงตามหานางไปทั่วทะเลทรายกว้าง

 

        จากริมฝั่งไนล์จดเขตแดนเมืองพาร์ทาร์ แต่ไม่ว่าจะค้นหาอย่างไรก็หานางไม่พบ นางหายไปเฉยๆ ราวกับไม่เคยมีตัวตนมาก่อน ทั้งที่พระองค์รู้อยู่เต็มอก รู้มาตลอดว่านางมีตัวตน ทรงเคยสัมผัสนางมาแล้ว และรสสัมผัสนั้นยังตราตรึงอยู่ในพระหทัยมิรู้คลาย...

 

        ฟาโรห์เมนโนฟิสทรงหมุนมองรอบองค์ด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะเบิกพระเนตรด้วยความประหลาดพระทัย เมื่อเห็นนางในฝันที่ทรงคิดถึงทุกลมหายใจยืนหันหลังอยู่ข้างสระน้ำ มันเป็นไปได้อย่างไร

 

        “เจ้าดาริกาทรงวิ่งไปกอดหญิงสาวด้วยความยินดี แต่ทรงดีพระทัยได้เพียงอึดใจเดียวก็ต้องถอนพระปัสสาสะด้วยความผิดหวัง เมื่อหญิงสาวในอ้อมพระพาหาไม่ใช่หญิงงามที่ทรงพระสุบินถึงทุกค่ำคืน

 

        “ไม่ใช่

 

        “ฟาโรห์เมนโนฟิส!” เมษาร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ ก่อนจะผลักพระวรกายสูงออกห่าง

 

        “ปล่อยนะ!”

 

        ฟาโรห์หนุ่มทรงระงับความผิดหวังในพระทัยแล้วเสด็จตามไปตอแยเจ้าหล่อน

 

        “เจ้าจะรีบไปไหนรับสั่งถามพลางก้าวพระบาทไปเดินเคียงข้าง

 

        “ไปไหนก็เรื่องของฉันเมษาตอบเสียงห้วนแล้วก้าวขาเร็วขึ้น

 

        “ข้าน่ารังเกียจนักหรือไงถึงได้เดินหนีรับสั่งพระสุรเสียงอ่อน

 

        “รู้ตัวก็ดีแล้วหญิงสาวค้อนขวับ เหตุการณ์ในลานประหารผุดขึ้นในใจ วันนี้ทรงทำเกินไป ทรงด่าว่าเธอต่อหน้าคนอื่น ผลักเธอล้ม แล้วยังควงเจ้าหญิงแห่งนูเบียเย้ยเธออีกต่างหาก

 

        “เจ้าว่ายังไงนะรับสั่งถามพลางดึงให้เธอหยุดเดิน

 

        “ไม่ว่าอะไรทั้งนั้น ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะเมษาสะบัดแขน แต่พระหัตถ์หนาไม่ยอมปล่อยซ้ำร้ายยังลากเธอเข้าไปปะทะพระอุระเปลือยอีกต่างหาก

 

        “ไม่ปล่อย เรื่องอะไรข้าต้องทำตามที่เจ้าบอกด้วยฮึรับสั่งอย่างดื้อดึงพลางแย้มพระสรวลยียวน ยิ่งนางดิ้นเท่าไรก็ทรงแกล้งกอดแน่นขึ้นเท่านั้น ความจริงแล้วพระสนมหน้ากากทองมีเรือนร่างนุ่มนิ่มน่ากอดมิใช่น้อย แถมยังมีกลิ่นกายหอมกรุ่นเหมือนดอกบัวแห่งลำน้ำไนล์ เสียแต่ว่าเกิดมาอาภัพหน้าตาอัปลักษณ์เท่านั้น

 

        “ฮึเมษาเลียนเสียงที่ทรงชอบทำ ก่อนจะหยิกพระพาหาเต็มแรง นี่แน่ะ

 

        “โอ๊ย!” ฟาโรห์หนุ่มทรงร้องลั่น เปิดโอกาสให้หญิงสาวพลิ้วกายหลบฉากไปยืนยิ้มเยาะอยู่ห่างๆ

 

        “เจ้ากล้าทำร้ายข้าเชียวรึ...” รับสั่งพระสุรเสียงขุ่นพลางลูบพระพาหาป้อยๆ แต่ยังไม่ทันจบความ เมษาก็พูดต่อให้อย่างรู้พระทัย

 

        “นางหญิงอัปลักษณ์

 

        “รู้ตัวก็ดีแล้วนี่ทรงเย้ยหยันทั้งพระสุรเสียงและสายพระเนตร ทำเอา มือหยิกกระทืบเท้าเร่าๆ ด้วยความเดือดดาล

 

        “คำก็อัปลักษณ์สองคำก็อัปลักษณ์ ฟาโรห์รูปงามอย่างท่านทำใจรับหญิงอัปลักษณ์คนนี้เป็นราชินีหรือยังล่ะเธอทวงสัญญาด้วยความโกรธ ทั้งที่บอกอยู่เสมอว่าไม่อยากเป็นราชินีแห่งอียิปต์

 

        “เรื่องอะไรข้าต้องรับเจ้าเป็นราชินีด้วยล่ะทรงย้อนถาม

 

        “อ๋อ...จะกลับคำพูดเหรอ ฉันรบชนะนูเบียภายในเจ็ดวันตามที่เราตกลงกันไว้ คุณต้องแต่งตั้งฉันเป็นราชินีแห่งอียิปต์เธอทวนความจำให้พระองค์พลางจ้องเขม็งด้วยสายตาเอาเรื่อง หากคนฟังกลับทรงพระสรวลก่อนจะรับสั่งว่า เจ้าเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ข้าต่างหากที่ยึดนูเบียได้ไม่ใช่เจ้า

 

        “ถ้าไม่ได้แผนการรบของฉันคุณจะชนะเหรอเธอถลึงตาใส่พลางก้าวเท้าเข้าไปหาอย่างลืมตัว

 

        “เจ้าก็ได้แต่คิดกับสั่ง ข้าต่างหากที่ออกแรงรบจนชนะนูเบีย อย่างนี้จะถือว่าเจ้าเป็นคนยึดนูเบียมาให้ข้าได้ยังไงฟาโรห์หนุ่มลอยพระพักตร์ตอบด้วยท่าทางยั่วเย้า

 

        เมษากำมือแน่น ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธ เธอแพ้แล้ว เธอเสียรู้ฟาโรห์เจ้าเล่ห์ ทรงไม่คิดจะแต่งตั้งเธอเป็นราชินีตั้งแต่ต้นแล้ว ถ้าเธอแพ้พนันเขาสั่งตัดหัวเธอแน่ แต่พอเธอชนะเขากลับบิดพลิ้วเล่นลิ้น คนแบบนี้อย่าเจอะเจอกันอีกเลย

 

        “ก็ได้ จะคิดแบบนั้นก็ได้ เมื่อเป็นแบบนี้ ก็ถือว่าเรื่องระหว่างเราจบลงแค่นี้ พรุ่งนี้ฉันจะกลับเมมฟิส แล้วชาตินี้ไม่ต้องมาเห็นหน้ากันอีกเธอพูดใส่พระพักตร์แล้วหันหลังเดินหนีไปทันที

 

        ฟาโรห์เมนโนฟิสทรงยืนนิ่ง คำว่า ชาตินี้ไม่ต้องมาเห็นหน้ากันอีกดังก้องอยู่ในพระกรรณ พอคิดว่าจะไม่ได้พบเห็น ไม่ได้โต้เถียงกับนางอีก พระหทัยพลันเจ็บขึ้นมาดื้อๆ จนเจ้าของยังอดแปลกใจไม่ได้ พระองค์ก้าวพระบาทตามไปแล้วคว้าหญิงสาวมากอด โดยไม่นำพาอาการดิ้นรนขัดขืนของเจ้าหล่อน

 

        “ว้าย! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ มากอดฉันทำไม ปล่อยสิเมษาทั้งดิ้นทั้งโวยวาย แต่อ้อมพระพาหาไม่ยอมคลายมีแต่จะรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ

 

        ฟาโรห์หนุ่มแย้มพระสรวล ความรู้สึกยามที่ได้กอดหญิงสาวไว้แนบพระอุระช่างดีเหลือเกิน แต่จะบอกให้นางรู้ก็จะเสียพระพักตร์ จึงตัดสินพระทัยแกล้งแหย่ให้นางโมโหเล่น

 

        “ไม่ปล่อย ข้าเป็นถึงฟาโรห์แห่งอียิปต์ เรื่องอะไรต้องทำตามที่หญิงอัปลักษณ์คนหนึ่งสั่งด้วย ฮึรับสั่งยั่วแล้วก็ได้ผลเสียด้วยสิ

 

        “คุณ!” เมษาตวาดแหว ก่อนจะเบิกตาด้วยความตกใจ เมื่อเห็นชายฉกรรจ์ในชุดรัดกุมคนหนึ่งย่องมาข้างหลังฟาโรห์หนุ่มพลางเงื้อดาบใหญ่คมกริบขึ้นสูง

 

        “เมนโนฟิส ระวัง!” เธอร้องเตือนแล้วพลิกตัวรับคมดาบแทนอย่างไม่ลังเล

 

        ฟาโรห์เมนโนฟิสกอดหญิงสาวที่ยอมสละชีวิตเพื่อพระองค์แน่น ทรงจ้องมองคมดาบที่ตวัดลงมาด้วยสายพระเนตรเยียบเย็น ก่อนจะชักดาบคู่พระทัยที่ห้อยไว้ข้างบั้นพระองค์ขึ้นรับอย่างแม่นยำ ทรงปัดดาบของนักฆ่าผิวดำออกห่างแล้วก้าวถอยหลังพลางดึงหญิงสาวไปหลบหลังพระปฤษฎางค์

 

        “หลบอยู่ข้างหลังข้ารับสั่งพระสุรเสียงหนัก ดวงเนตรคมจ้องนักฆ่าหนุ่มเขม็ง เจ้าเป็นใคร ต้องการอะไร

 

        “ต้องการหัวสวยๆ ของเจ้าไงนักฆ่าคนเดิมตอบพลางกวักมือเรียกเพื่อนที่หลบอยู่ด้านหลังออกมาล้อมทั้งคู่เอาไว้

 

        พระวรกายสูงขยับถอยหลังพลางประเมินคู่ต่อสู้ไปด้วย นักฆ่าฝีมือเยี่ยมสามคนพร้อมอาวุธครบมือ ไม่ยากเท่าไรที่จะทรงจัดการ แต่การมีพระสนมที่ต้องคอยปกป้องเกาะอยู่ด้านหลังทำให้โอกาสชนะลดลงค่อนข้างมาก

 

        “ไอซ์ เดี๋ยวพอข้าลงมือเจ้ารีบหนีเลยนะทรงกระซิบให้เธอได้ยินคนเดียว ตอนแรกเมษาทำท่าจะปฏิเสธ แต่พอเห็นสายพระเนตรก็ต้องเปลี่ยนใจ เธอต้องหนีเพราะอยู่ไปก็ช่วยอะไรพระองค์ไม่ได้ มีแต่จะเป็นภาระเท่านั้น เธอต้องรีบไปตามซารัสกับลูอามาช่วยพระองค์

 

        ฟาโรห์เมนโนฟิสฉวยโอกาสลงมือก่อน ทรงฟันดาบใส่นักฆ่าคนหนึ่งแล้วผลักเธอให้ออกวิ่ง

 

        “ไอซ์วิ่ง!”

 

        เมษารีบวิ่งไปตามทางเดินมืดครึ้มพร้อมกับร้องตะโกนไปด้วย

 

        “ช่วยด้วย! มีคนร้าย มีคนร้าย มีคนลอบทำร้ายฝ่าบาท

 

        “ฆ่านางนั่นซะหัวหน้านักฆ่าร้องบอกลูกน้องของตน นักฆ่าหัวโล้นยกหน้าไม้เล็งไปที่หญิงสาว ก่อนจะปล่อยลูกศรพุ่งเข้าใส่แผ่นหลังบอบบางอย่างรวดเร็ว

 

        “กรี๊ด!

 

        ฟาโรห์เมนโนฟิสทรงหันขวับไปทอดพระเนตรและเห็นเมษาล้มลงบนพื้นหินพร้อมกับกรีดร้องดังลั่น ก่อนจะแน่นิ่งไป

 

        “ไอซ์!” ฟาโรห์หนุ่มตะโกนก้อง ก่อนจะหันมาฟาดฟันเหล่านักฆ่าด้วยความคั่งแค้น แม้จะถูกรุมจากนักฆ่าสามคน แต่พระองค์หากลัวเกรงไม่ ทรงฟาดฟันดาบในพระหัตถ์อย่างรุนแรงด้วยหวังแก้แค้นให้กับพระสนม

 

        “ฝ่าบาทหม่อมฉันมาช่วยแล้ว ทหารฆ่าพวกมันให้หมด

 

        ซารัสพาทหารราชองครักษ์กลุ่มใหญ่วิ่งไปอารักขาเจ้าเหนือหัวของตน นักฆ่าจากลิเบียมองหน้ากัน ก่อนจะหันหลังวิ่งหนี เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ตกเป็นรอง แต่นักฆ่าหัวโล้นที่เป็นคนยิงหน้าไม้ไม่อาจรอดพ้นจากความตาย มันวิ่งไปได้สามก้าวก็ล้มลงกับพื้นหิน เมื่อมีดสั้นประดับอัญมณีเล่มหนึ่งพุ่งเข้าปักลำคอ ร่างหนากระตุกเฮือกขาดใจตายโดยไม่ได้ร้องสักคำ

 

        “อย่าสังหารมัน จับเป็นมาให้ข้าฟาโรห์หนุ่มรับสั่งพระสุรเสียงดัง ก่อนจะทรงวิ่งไปหาเมษาแล้วทรงประคองเธอขึ้นจากพื้น

 

        “ไอซ์ ไอซ์ เจ้าเป็นยังไงบ้าง

 

        เมษาลืมตามอง ก่อนจะโผเข้ากอดพระศอแน่น

 

        “เมนโนฟิส

 

        “เจ้าเจ็บตรงไหนบ้าง เจ้าถูกยิงหรือเปล่ารับสั่งถามพลางตรวจดูบาดแผลของหญิงสาว

 

        คนเจ็บถลกชุดยาวขึ้นดู ก่อนจะทำหน้าเหยเก เมื่อเห็นเลือดไหลจากแผลแตกที่หัวเข่าทั้งสองข้าง

 

        “เจ็บหัวเข่า ฉันลื่นล้มเธอดึงกระโปรงลงคลุมเรียวขาแล้วเงยหน้ามองพระพักตร์คมคายด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะร้องไห้โฮอย่างสุดกลั้น มีอันตรายอยู่รอบตัวพระองค์จริงๆ ในเวลาห่างกันไม่เท่าไรทรงถูกลอบสังหารแล้วถึงสองครั้ง

 

        ฟาโรห์เมนโนฟิสถอนพระปัสสาสะด้วยความโล่งพระทัย พระสนมของพระองค์ดวงดีจริงๆ นางลื่นล้มจึงรอดพ้นจากคมศรที่หมายปลิดชีวิตไปอย่างฉิวเฉียด

 

        “อย่าร้องไห้ แผลแค่นี้ใส่ยาเสียหน่อยก็หายแล้วทรงปลอบโยนพระสุรเสียงนุ่ม

 

        “ฉันกลัว...” เธอสะอื้นเบาๆ น้ำตาไหลอาบแก้ม

 

        “ไม่ต้องกลัว ข้าอยู่นี่แล้ว ข้าจะปกป้องเจ้าเองทรงกอดหญิงสาวเข้ามาแนบพระอุระ กดศีรษะเล็กทุยแนบพระหทัย ใช้ความอบอุ่นจากพระวรกายขับไล่ความหวาดกลัวให้นางด้วยความอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยทรงทำกับหญิงใดมาก่อน

 

        “ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะหัวหน้าหน่วยพิฆาตฟ้าคุกเข่าลงกราบทูล

 

        “คนร้ายอยู่ไหนลูอารับสั่งถามเสียงเข้ม

 

        “พวกมันฆ่าตัวตายหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะนายทหารหนุ่มกราบทูล ก่อนจะหันไปมองศพนักฆ่าที่ถูกหิ้วมาวางให้ทอดพระเนตร

 

        “อย่ามองตรัสห้ามหญิงสาวในอ้อมพระพาหา เมื่อนางทำท่าจะหันไปมอง ก่อนจะรับสั่งกับนายทหารคนสนิทอีกครั้ง พวกมันเป็นใคร

 

        “นักฆ่ารับจ้างจากลิเบียพ่ะย่ะค่ะ

 

        “ลูอาถ่ายทอดคำสั่งข้า พรุ่งนี้เราจะเดินทางกลับอียิปต์ ข้าจะลากตัวคนบงการออกมากุดหัวให้ได้ฟาโรห์เมนโนฟิสอุ้มเมษาขึ้น ก่อนจะเสด็จกลับที่ประทับ โดยมีราชองครักษ์คนสนิทวิ่งตามไป

 

        “พระสนมเป็นยังไงบ้างพระเจ้าค่ะซารัสเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

 

        “ปลอดภัยดีรับสั่งพระสุรเสียงเรียบ

 

        “ส่งนางให้กระหม่อมเถอะพ่ะย่ะค่ะราชองครักษ์หนุ่มเอ่ยด้วยความภักดี แต่เจ้าเหนือหัวไม่ต้องการ ทรงปฏิเสธเสียงห้วนแล้วก้าวพระบาทจากไป

 

        “ไม่ต้อง ข้าจะอุ้มนางไปส่งที่ห้องเอง

 

        ซารัสมองตามไปด้วยความงุนงง ท่าทางรังเกียจเดียดฉันท์หายไปตั้งแต่เมื่อไร คงต้องหาโอกาสถามไอซาเสียแล้ว

 


 

***อ่าน ลิขิตรักลำน้ำไนล์ ฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ***

 

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMTY1ODUiO30

 

***อ่าน ปาริมา ราชินีไอยคุปต์ ฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ***

 

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMjkwNDAiO30

 

***อ่าน เพลิงเสน่หา มนตราทะเลทราย ฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ***

 

http://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMTcwODYiO30

 

***อ่าน บันทึกรักสุดผืนทราย ฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ***

 

http://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMTcwODUiO30

 

***อ่านนิยายเรื่องอื่นๆ ของมัลลิกา ได้ที่เมพ***


 

https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&page_no=1&type=author&search=มัลลิกา&is_mag=all&price=all&sort_by=date&from_book_price=&to_book_price=&category_id=&category_name 
                                                                                         T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #12 milky1992 (@milky1992) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 20:26
    ครึ่งตอนท้ายเหมือนเป็นตอน47เลยค่ะ
    #12
    0