ลิขิตรักลำน้ำไนล์ Re-Up

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 8,374 Views

  • 30 Comments

  • 81 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    267

    Overall
    8,374

ตอนที่ 41 : บทที่ 13 ตอนที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 385
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    13 ม.ค. 62




บทที่ 13

 

แผนพิชิตนูเบีย

ตอนที่ 1

 

            โอ้โห...”

 

            เมษาอุทานเสียงดัง ดวงตากลมโตใต้หน้ากากทองคำจับจ้องไปยังแนวกำแพงยาวเหยียดเบื้องหน้าด้วยความตื่นตะลึง ป้อมปราการแห่งเมืองพาร์ทาร์ยิ่งใหญ่สมคำร่ำลือจริงๆ

 

            เมืองพาร์ทาร์สร้างอยู่บนเนินสูง ล้อมรอบด้วยป้อมปราการและแนวกำแพงสีแดงอิฐสูงชันสองชั้น กำแพงชั้นนอกมีความยาวหนึ่งพันสองร้อยเมตร สูงแปดเมตรและหนาสี่เมตร ใช้อิฐในการก่อสร้างมากกว่าสิบล้านก้อน โดยกำแพงชั้นนอกตั้งรายล้อมกำแพงชั้นใน ซึ่งมีความสูงและความหนามากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

 

            ด้านบนของกำแพงชั้นนอกติดตั้งเครื่องยิงก้อนหินขนาดใหญ่ไว้เป็นช่วงๆ ส่วนแนวกำแพงชั้นในมีป้อมปราการทรงสี่เหลี่ยมตั้งอยู่เป็นระยะ ด้านบนของป้อมเจาะเป็นช่องสี่เหลี่ยมเพื่อใช้เป็นหอสังเกตการณ์และเป็นช่องสำหรับพลธนูใช้ยิงสกัดการรุกรานของศัตรู

 

            พระสนมคิดว่ายังไงพ่ะย่ะค่ะลูอาอดีตราชองครักษ์ที่ได้รับการอวยยศเลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าหน่วยพิฆาตฟ้าเอ่ยถาม

 

            ใหญ่โตแข็งแรงกว่าที่คิดไว้มากเธอตอบโดยไม่ละสายตาจากแนวกำแพงยาวเหยียดที่เหมือนจะไม่มีวันล้มลงของเมืองพาร์ทาร์

 

            แล้วจะทรงทำยังไงต่อไปเขาเอ่ยถาม

 

            ไม่รู้สิเธอส่ายหน้าแล้วหันไปสบตานายทหารหนุ่ม ปกติสองเมืองก่อนจะรบกันเขาต้องทำยังไงบ้าง

 

            ส่วนใหญ่จะเริ่มจากการเชิญตัวแทนของทั้งสองฝ่ายออกมาเจรจากันก่อน หากตกลงกันไม่ได้ก็จะเปิดศึกในวันต่อไปหัวหน้าหน่วยพิฆาตฟ้าตอบเสียงเรียบ ดวงตาดำขลับทอดมองไปยังแนวกำแพงอย่างเคร่งขรึม

 

            เราเคยเจรจากับนูเบียหรือยังเธอเอ่ยถาม ความหวังเล็กๆ จุดประกายในดวงตากลมโต แต่ในอึดใจต่อมาก็มีอันต้องดับวูบลง เมื่อได้ยินคำตอบของนายทหารหนุ่ม

 

            ข้าเกรงว่าเราจะผ่านขั้นตอนนั้นมานานมากแล้วพ่ะย่ะค่ะพระสนม

 

            เป็นอันว่ายังไงเราก็ต้องรบกับนูเบียใช่ไหมพระสนมจำเป็นสรุปเสียงอ่อย ในขณะที่คู่สนทนาตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

 

            พ่ะย่ะค่ะ

 

            ขอบใจนะลูอา คุณไปพักผ่อนเถอะเธอยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง นายทหารหนุ่มก้มลงทำความเคารพ ก่อนจะตบเท้าเดินจากไปด้วยท่าทางขึงขังสมกับเป็นชายชาติทหาร

 

            เมษาละสายตาจากแผ่นหลังผึ่งผายของคู่สนทนาไปจับจ้องค่ายพักของตน บนเนินทรายไกลออกไปกองทัพอียิปต์กำลังเร่งสร้างค่ายคูขนาดใหญ่เพื่อใช้เป็นที่มั่นในการทำสงคราม สงครามเพื่อศักดิ์ศรีของชาวไอยคุปต์ สงครามเพื่อชีวิตของเธอ...

 

            เป็นยังไงบ้าง

 

            พระสุรเสียงทุ้มลึกที่แสนจะคุ้นหูดังขึ้นด้านหลังดึงให้หญิงสาวหันไปมอง ก่อนจะรีบหลุบตามองพื้นทรายด้วยความเขินอายตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ชวนหวาดเสียวขึ้นที่บึงน้ำในโอเอซิสเธอก็ไม่กล้าสู้สายพระเนตรคมของฟาโรห์แห่งอียิปต์อีกเลย

 

            เจ้าคิดว่าจะยึดนูเบียได้ภายในเจ็ดวันอย่างที่ลั่นวาจาไว้หรือเปล่ารับสั่งถามอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเธอยืนนิ่งไม่ตอบคำ

 

            ไม่รู้เหมือนกัน แต่ไม่ต้องห่วงหรอก ยังไงฉันก็ต้องหาวิธีจนได้แหละเสียงใสเอ่ยตอบ แต่ดวงตากลมโตยังคงจ้องเขม็งไปยังพื้นทรายราวกับว่ามันน่าสนใจเสียเหลือเกิน

 

            เจ้าเป็นอะไร ทำไมไม่มองหน้าข้าตรัสถามแล้วขยับไปยืนตรงหน้าเธอ

 

            เปล่านี่ ไม่มีอะไรสักหน่อยเธอปฏิเสธแล้วรีบหันหน้าหนีไปอีกทาง แต่ดูเหมือนคู่สนทนาสูงศักดิ์จะไม่เชื่อ ฟาโรห์หนุ่มยื่นพระหัตถ์มาคว้าไหล่เธอแล้วดึงให้หันกลับไป

 

            มองตาข้าตรัสสั่งเสียงเข้ม

 

            เมษาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตลากผ่านพระอุระหนั่นแน่นในเครื่องทรงออกศึกไปยังพระโอษฐ์ได้รูปสวย ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่พระเนตรคมกล้าชวนหลงใหลของคู่สนทนา

 

            เจ้ามั่นใจไหมว่าจะเอาชัยได้ตรัสถามด้วยสายพระเนตรแน่วแน่

 

            คนถูกถามคอแห้งผากขึ้นมาทันที เธอไม่อยากโกหก แต่จะบอกความจริงก็ไม่ได้ เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วยังไงก็ต้องเดินหน้าต่อไปให้ถึงที่สุด

 

            ก็ใช่น่ะสิ ถ้าไม่มั่นใจฉันจะกล้าเอาหัวตัวเองมาเดิมพันเหรอเธอตอบด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ ก่อนจะปัดพระหัตถ์แข็งแรงออกจากไหล่แล้วขยับถอยออกห่าง

 

            ก็ดีฟาโรห์หนุ่มรับสั่งสั้นๆ แล้วก้าวพระบาทไปยังม้าทรงที่ซารัสนำมารอท่า

 

            คุณจะไปไหนเธอเอ่ยถามแล้วเดินตามไป

 

            คนถูกถามหรี่พระเนตรคมด้วยท่าทางไม่พอพระทัย ก่อนจะรับสั่ง ข้าจะไปไหน จะทำอะไร จำเป็นต้องรายงานหญิงอัปลักษณ์เช่นเจ้าด้วยหรือ

 

            เมษาคอแข็งขึ้นมาทันที ท่าทางยโสที่ไม่ได้เห็นมาพักใหญ่กลับมาอีกแล้ว ดวงตากลมโตตวัดค้อน ก่อนจะเอ่ยเสียงห้วนไม่แพ้กัน

 

            จะไปไหนก็ไปเลย เชอะ หาให้ตายก็ไม่มีวันเจอ

 

            เจ้าว่าอะไร!” พระสุรเสียงทรงอำนาจตวาดก้องแล้วกระชากหญิงสาวเข้าไปหา เจ้าบังอาจแช่งข้าเชียวหรือ คงอยากตายมากสินะ

 

            ฉันไม่ได้แช่ง ฉันพูดเรื่องจริง ผู้หญิงคนนั้นไม่มีตัวตน ต่อให้หาจนตายคุณก็ไม่มีวันหาเธอพบคนไม่กลัวตายเถียงเสียงแข็ง ส่งผลให้ทรงกริ้วยิ่งขึ้นไปอีก

 

            นางมีตัวตน ข้ารู้ดี ข้าเคยสัมผัสนางมาแล้วทรงตะโกนก้อง ดวงเนตรคมลุกโชนราวเปลวไฟ พระหัตถ์ขาวบีบต้นแขนเรียวแน่นจนคนถูกบีบหน้าเบ้ด้วยความเจ็บปวด

 

            ฝ่าบาทพระเจ้าข้า ถ้าช้ากว่านี้จะมืดค่ำเสียก่อนนะพ่ะย่ะค่ะซารัสที่ยืนดูการปะทะมาตั้งแต่ต้นรีบเข้ามาห้ามทัพ

 

            ฟาโรห์เมนโนฟิสตวัดสายพระเนตรไปยังราชองครักษ์หนุ่ม พระองค์ขบพระทนต์แน่นเพื่อข่มโทสะที่คุกรุ่นอยู่ภายใน ก่อนจะเหวี่ยงหญิงสาวลงไปกองกับพื้นทรายแล้วก้าวพระบาทยาวๆ ไปยังม้าทรง ทรงก้าวขึ้นประทับบนหลังม้าแล้วชักม้าหันมาหาเมษาพร้อมกับชี้พระหัตถ์มาที่เธอด้วยท่าทางข่มขู่

 

            จำไว้นะนางหญิงอัปลักษณ์ อย่าบังอาจมาก้าวก่ายเรื่องของข้าอีก ถ้าไม่อยากให้หัวอัปลักษณ์ของเจ้าหลุดจากบ่าก่อนครบกำหนดเจ็ดวัน

 

            เมื่อรับสั่งจบก็ทรงควบม้าจากไป โดยมีเหล่าทหารราชองครักษ์ซึ่งมีหน้าที่ค้นหานางในฝันของเจ้าเหนือหัวควบม้าตามไปติดๆ

 

            คนบ้า! หาให้ตายไปเลย ชาตินี้อย่าหวังว่าจะได้เจอเลย

 

            เมษาเหวี่ยงแขนเหวี่ยงขาด้วยความขุ่นเคือง เธอไม่เคยเห็นใครดื้อด้านและยึดมั่นถือมั่นในความคิดของตัวเองเท่าฟาโรห์พระทัยร้ายพระองค์นี้เลย ตั้งแต่เธอวิ่งหนีมาในคืนนั้น ฟาโรห์หนุ่มก็เอาแต่เพ้อพกหานางในฝัน ทหารหลายร้อยคนถูกส่งออกไปค้นหา เจ้าดาริกาของพระองค์ทั้งคืน

 

            พอหาไม่เจอก็รับสั่งให้เกณฑ์หญิงสาวทุกคนในค่ายมายืนเรียงแถวให้ทรงตรวจดูทีละคน ยกเว้นเธอคนเดียวเท่านั้นที่ไม่ทรงเหลือบสายพระเนตรมามองแม้แต่น้อย เพราะทรงคิดอยู่เสมอว่าเธอมันอัปลักษณ์ ไม่มีทางเป็นหญิงสาวเลอโฉมคนนั้นแน่ๆ ดีสม เมื่อคิดแบบนั้นก็ปล่อยให้หาให้ตายไปเลย คนที่มองคนแค่รูปกายภายนอก เธอเกลียดที่สุด

 

####################

 

            ท่ามกลางทะเลทรายร้อนระอุ เหล่าทหารหาญจากสองทัพใหญ่เข้าโรมรันกันอย่างเอาเป็นเอาตาย กองทัพอียิปต์ในฐานะผู้รุกรานพยายามรุกคืบเข้ายึดป้อมปราการแห่งเมืองพาร์ทาร์อย่างสุดกำลัง ในขณะที่กองทัพนูเบียพยายามต้านทานผู้บุกรุกอย่างสุดความสามารถ

 

            ทุกผู้ต่างต่อสู้เพื่อจุดมุ่งหมายของตน ในสงครามไม่มีฝ่ายใดผิดและก็ไม่มีฝ่ายใดถูก ทุกสนามรบมีเพียงผู้แพ้กับผู้ชนะเท่านั้น ถ้าเราไม่ฆ่าเขา เขาก็ฆ่าเรา...

 

            การศึกปะทุขึ้นอย่างดุเดือดในวันต่อมาและดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ห้าแล้ว ฝ่ายอียิปต์มีท่านโบเฮ็มแม่ทัพฝ่ายขวาเป็นทัพหน้าบัญชาการพลทหารห้าพันนายเข้าโจมตีหนุนเนื่องราวกับพายุทะเลทราย แต่ฝ่ายนูเบียซึ่งบัญชาการรบโดยเจ้าชายรัชทายาทนูห์ทา ก็สามารถต้านทานไว้ได้อย่างเหนียวแน่น โดยใช้ความได้เปรียบด้านชัยภูมิเป็นประโยชน์

 

            กองทัพนูเบียตั้งมั่นอยู่ในป้อมปราการแห่งเมืองพาร์ทาร์ซึ่งเป็นปราการที่ขึ้นชื่อว่าไม่สามารถเจาะผ่านได้ เมื่อทหารอียิปต์เคลื่อนเข้าไปใกล้ก็จะถูกยิงสกัดด้วยห่าธนูผสมกับเครื่องยิงก้อนหินจนแตกพ่ายกลับมาครั้งแล้วครั้งเล่า

 

            เมื่อการรบยืดเยื้อออกไป ไพร่พลฝ่ายอียิปต์ก็มีท่าทางอ่อนแรงลงเรื่อยๆ เพราะไม่ชินกับอากาศร้อนกลางทะเลทรายบวกกับเสบียงกรังที่ร่อยหรอลง ผิดกับไพร่พลฝ่ายนูเบียที่มีท่าทางฮึกเหิมขึ้นทุกวันเมื่อเห็นข้าศึกล่าถอยไปยามสุริยเทพเคลื่อนลับเหลี่ยมทราย หากเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ กองทัพอียิปต์คงถอยทัพกลับไปเองเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา

 

            นูเบียแข็งแกร่งจริงๆ

 

            ลูอาหัวหน้าหน่วยพิฆาตฟ้าเอ่ยขึ้นข้างกายเมษา ตอนนี้ซารัสมีหน้าที่ออกค้นหานางในฝันให้กับเจ้ามหาชีวิต ลูอาจึงกลายมาเป็นที่ปรึกษาและองครักษ์ส่วนตัวของเธอไปโดยปริยาย

 

            ใช่ รบกันตรงๆ แบบนี้เราไม่มีทางชนะแน่เธอพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะสั่งว่า พระอาทิตย์ใกล้ลับแล้ว วันนี้พอแค่นี้ก่อน ส่งสัญญาณถอยทัพ

 

            หัวหน้าหน่วยพิฆาตฟ้าพยักหน้ารับคำสั่งแล้วหันไปส่งสัญญาณให้พลทหารผู้ทำหน้าที่ส่งสัญญาณศึกบอกทัพ ทหารหนุ่มผิวเข้มยกเขาสัตว์ขึ้นเป่าเป็นเสียงแหลมสูง สิ้นเสียงสัญญาณเหล่าทหารอียิปต์ค่อยๆ ถอยฉากกลับมายังที่มั่นของตนในสภาพสะบักสะบอมไปตามๆ กัน ท่ามกลางเสียงโห่ร้องด้วยความยินดีของเหล่าทหารนูเบียที่สามารถปกป้องบ้านเมืองเอาไว้ได้อีกหนึ่งวัน

 

            พระสนมพระเจ้าค่ะพวกเรายังรบได้อีกโบเฮ็มแม่ทัพฝ่ายขวาในฐานะผู้บัญชาการรบ พาร่างกายใหญ่โตวิ่งตรงเข้ามาทักท้วง ดาบซิมิตายังกระชับมั่นในอุ้งมือหนา ดวงหน้าคล้ำเข้มมีแววเหนื่อยอ่อน แต่กำลังใจยังเต็มเปี่ยมในหัวใจของนายทหารมากประสบการณ์

 

            ฉันรู้ว่าท่านและทหารหาญของเรายังรบได้ แต่ถ้ารบแล้วไม่ชนะจะรบไปทำไมกันเล่า เรียกทหารกลับมาให้หมด ฉันจะคิดหาวิธีใหม่ จากนั้นเราค่อยเริ่มกันอีกครั้งในวันพรุ่งนี้เมษาในฐานะผู้บัญชาการรบที่แท้จริงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแน่วแน่

 

            ท่านแม่ทัพใหญ่เม้มปากแน่นด้วยความไม่พอใจ เขาเป็นทหารมาถึงสามสิบปี รับราชการมาตั้งแต่สมัยฟาโรห์พระองค์ก่อนจนมาถึงฟาโรห์องค์ปัจจุบัน ไม่มีสักครั้งที่เขาต้องทนอดสูถึงเพียงนี้ เป็นแม่ทัพใหญ่แต่ต้องคอยรับคำสั่งจากพระสนมตัวเล็กๆ ที่ไม่มีความรู้ด้านการรบเลยสักนิด

 

            นายพลโบเฮ็มขยับปากจะเอ่ยทัดทานอีกครั้ง แต่มีอันต้องหยุดปากของตัวเองเอาไว้ เมื่อเหลือบไปสบพระเนตรคมขององค์สมมติเทพแห่งอียิปต์ซึ่งเสด็จตรงมาพร้อมกับส่งสายพระเนตรเตือนมายังตน

 

            พ่ะย่ะค่ะแม่ทัพฝ่ายขวารับคำเสียงหนัก เขาก้มศีรษะคำนับด้วยท่าทางขึงขัง ก่อนจะเดินจากไปราวกับลมพัด สิ่งใดที่เป็นความปรารถนาของเจ้ามหาชีวิต เขาก็จะสนองให้ถึงที่สุดไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไรก็ตาม

 

            ฝ่าบาทเสด็จพระเจ้าค่ะ

 

            ลูอากระซิบพลางปรายตาไปข้างหลังเธอ เมษาพยักหน้ารู้ แต่ไม่ยอมหันไปมอง เพราะฟาโรห์เมนโนฟิสเสด็จมานี่เอง ท่านแม่ทัพฝ่ายขวาจึงยอมรับคำสั่งของเธอแต่โดยดี ทั้งที่ปกติเขาจะต้องคัดค้านหรือไม่ก็ตั้งคำถามด้วยสีหน้าไม่เชื่อถือเสมอ

 

            ถวายบังคมฝ่าบาทนายทหารหนุ่มถวายคำนับแล้วเดินกลับไปยังค่ายพัก เมื่อผู้เป็นเจ้าเหนือหัวโบกพระหัตถ์ไล่

 

            เจ้าจะทำยังไงต่อไป นี่ก็เหลืออีกเพียงสองเพลาเท่านั้น หากเจ้ายึดนูเบียไม่สำเร็จ หัวอัปลักษณ์ของเจ้าคงไม่มีที่อยู่รับสั่งถามแกมถากถางเมื่อเห็นว่าอยู่ลำพังแล้ว

 

            ขอบพระทัยที่ทรงเตือน คุณก็เหมือนกันเหลือเวลาอีกแค่สองวัน เตรียมใจรับฉันเป็นราชินีแห่งอียิปต์หรือยังล่ะ

 

            เมษาตอกกลับแล้วหันหลังเดินกลับค่ายพัก โดยไม่ลืมตวัดสายตาขุ่นเขียวไปยังพระพักตร์ขาวที่ตากแดดยังไงก็ไม่ยอมดำวูบหนึ่งด้วยความขุ่นเคือง คนบ้าอยากให้ฉันตายนักใช่ไหม ได้! ฉันจะยึดนูเบีย ฉันจะเป็นราชินีแห่งอียิปต์ คอยดูสิ!

 

            ฟาโรห์เมนโนฟิสปล่อยพระปัสสาสะที่กลั้นไว้ออกมา พระองค์ไม่ได้ต้องการให้นางตาย แต่ถ้าหากไม่คอยกระตุ้นเตือนนางไว้ เมื่อเลยกำหนดเวลาตามสัญญา แม้ไม่อยากทำก็จำต้องประหารนางตามที่ลั่นวาจาไว้ เมื่อถึงตอนนั้นนางจะมานึกเสียใจก็คงสายเกินไปแล้ว

 

####################

 

 

 

***อ่าน ลิขิตรักลำน้ำไนล์ ฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ***

 

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMTY1ODUiO30

 

***อ่าน ปาริมา ราชินีไอยคุปต์ ฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ***

 

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMjkwNDAiO30

 

***อ่าน เพลิงเสน่หา มนตราทะเลทราย ฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ***

 

http://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMTcwODYiO30

 

***อ่าน บันทึกรักสุดผืนทราย ฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ***

 

http://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMTcwODUiO30

 

***อ่านนิยายเรื่องอื่นๆ ของมัลลิกา ได้ที่เมพ***

 

https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&page_no=1&type=author&search=มัลลิกา&is_mag=all&price=all&sort_by=date&from_book_price=&to_book_price=&category_id=&category_name

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

0 ความคิดเห็น