ลิขิตรักลำน้ำไนล์ Re-Up

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 8,358 Views

  • 30 Comments

  • 82 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    251

    Overall
    8,358

ตอนที่ 39 : บทที่ 12 ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 380
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    12 ม.ค. 62




บทที่ 12

 

อัปสรากลางแสงจันทร์

ตอนที่ 2

 

            ณ โอเอซิสใหญ่ใกล้ชายแดนนูเบีย กองทัพอียิปต์หยุดเคลื่อนพลเมื่อแสงแห่งอามุน-ราเคลื่อนลับเหลี่ยมทราย แม้จะหยุดเดินทัพแต่กิจกรรมภายในค่ายพักมิได้หยุดไปด้วย เมื่อทหารหาญทรุดกายลงพักผ่อนใต้ร่มไม้

 

            กลุ่มคนงานก็เริ่มลงมือทำงานของตน พ่อครัวและลูกมือเร่งประกอบอาหารเพื่อแจกจ่ายให้กับทุกคนในกองทัพ ในขณะที่คนงานหลายสิบคนเร่งมือตั้งกระโจมหนังเพื่อใช้เป็นที่พักแรมสำหรับองค์ฟาโรห์และเหล่าแม่ทัพนายกองของพระองค์

 

            ภายในกระโจมหนังซึ่งตามดวงประทีปไว้จนสว่างจ้า หญิงสาวในชุดเสื้อผ้าหรูหราสมฐานะพระสนมแห่งฟาโรห์เมนโนฟิสนั่งก้มหน้าอยู่เหนือโต๊ะเตี้ยตัวใหญ่ ดวงตากลมโตจับจ้องไปยังแผนที่ซึ่งกางอยู่บนโต๊ะด้วยสีหน้าครุ่นคิด

 

            อาณาจักรนูเบียเป็นอาณาจักรกลางทะเลทราย ที่ประกอบด้วยกลุ่มเมืองหลายเมืองตั้งอยู่ห่างๆ กัน โดยมีเมืองพาร์ทาร์เป็นเมืองหลวงและเป็นที่ประทับของกษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์

 

            เมืองหลวงแห่งนี้นอกจากจะมีทะเลทรายกว้างใหญ่และร้อนระอุเป็นปราการป้องกันอริราชศัตรูแล้ว ยังมีป้อมปราการและกำแพงสูงชันแข็งแรงล้อมรอบถึงสองชั้น หากทลายกำแพงเหล่านี้ลงได้ การเอาชัยเหนือนูเบียจะง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ

 

            แต่ปัญหาก็คือเธอจะทำลายกำแพงพวกนี้ได้อย่างไร ในเมื่อเหล่าแม่ทัพนายกองที่ยกทัพมาก่อนหน้าเธอล้วนทำไม่สำเร็จ ทั้งที่พวกเขามีความชำนาญและความสามารถทางการรบสูงกว่าเธอทุกคน

 

            หญิงสาวเคาะปลายนิ้วกับแผนที่อย่างใช้ความคิด การศึกครั้งนี้มีโจทย์ที่เธอต้องขบให้แตกอยู่สองข้อ ข้อแรกเธอต้องเอาชัยเหนือนูเบียให้ได้ภายในเจ็ดวัน ข้อสองต้องไม่มีไพร่พลเสียชีวิตในศึกครั้งนี้ ซึ่งเมื่อมาทบทวนดูแล้วจะเห็นว่ามันไม่น่าเป็นไปได้เลยสักข้อ แต่เธอก็ต้องทำให้สำเร็จและต้องเร็วด้วย

 

            เพราะศึกครั้งนี้ยิ่งยืดเยื้อเท่าไรโอกาสชนะยิ่งลดต่ำลงเท่านั้น ตัวเธอเองไม่เคยทำสงครามกับใครและไม่มีความรู้เรื่องการทหารเลย สิ่งที่เธอรู้อย่างเดียวคือฟาโรห์เมนโนฟิสจะชนะศึกครั้งนี้ แต่จะชนะได้อย่างไรนั้นเธอไม่รู้ เพราะจารึกที่พบในพีระมิดแห่งฟาบาบันทึกไว้แค่นี้

 

            ไอซ์กินอาหารก่อนเถอะ เจ้าจ้องแผนที่จนมันจะทะลุอยู่แล้วนะไอซาร้องเรียกพลางประคองถาดอาหารเข้ามาหา

 

            เมษาเงยหน้ามองเพื่อนสาว นั่นสินะ คิดไม่ออกก็คือคิดไม่ออก ฝืนคิดไปก็เท่านั้น สู้ไปหาอะไรกินให้อิ่มท้องดีกว่า เผื่อว่าท้องอิ่มแล้วสมองอาจจะแล่นก็ได้

 

            ถ้าฉันจ้องกำแพงเมืองพาร์ทาร์ให้ทะลุได้เหมือนกระดาษนี่คงดีนะ พวกเราจะได้ยึดนูเบียได้ง่ายๆ หน่อย

 

            หญิงสาวแกล้งพูดติดตลกพลางพับแผนที่เก็บแล้วรับถาดอาหารจากเพื่อนสาวมาวางแทน อาหารวันนี้ประกอบไปด้วยขนมปังที่ทำจากแป้งสาลีแบบอียิปต์ ซุปเนื้อข้นๆ ปลาเค็มย่างแห้งๆ ถั่วต้มนานาชนิดแล้วตบท้ายด้วยผลอินทผลัมตากแห้ง ส่วนเครื่องดื่มคือน้ำสะอาดเพราะเธอไม่ชอบดื่มไวน์องุ่น แม้อาหารจะดูพื้นๆ แต่ภาชนะบรรจุอาหารทั้งหมดล้วนทำจากทองคำแวววาว

 

            กินด้วยกันสิไอซาเธอเอ่ยชวน แต่ผู้เป็นเพื่อนส่ายหน้าปฏิเสธ

 

            ข้ากินกับรีห์ร่าแล้ว เจ้ากินเถอะ

 

            คราวหลังเธอสองคนมากินกับฉันนะ ฉันกินคนเดียวมันเหงาหญิงสาวเอ่ยชวนแล้วลงมือกินอาหารของตนไปเงียบๆ การที่ต้องเดินทางอยู่เสมอทำให้เธอเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย อย่างอาหารพวกนี้รสชาติไม่เลวทีเดียวทั้งที่ทำจากอาหารตากแห้งแทบทั้งหมด

 

            นูเบียเก่งมากเลยหรือไอซาเอ่ยถาม

 

            เก่งหรือเปล่าฉันไม่รู้หรอก เท่าที่จำได้ในยุคของฉันบันทึกไว้ว่านูเบียตกเป็นเมืองขึ้นของอียิปต์หลายต่อหลายครั้ง แต่พอฟาโรห์ของอียิปต์อ่อนแอลง พวกนูเบียก็จะลุกขึ้นมาก่อกบฏประกาศอิสรภาพเสมอ ซึ่งฉันคิดว่ามันไม่ใช่ความผิดของเขาหรอก มนุษย์ทุกคนไม่มีใครอยากเป็นทาส เมื่อมีโอกาสเขาก็ต้องลุกขึ้นมาปลดปล่อยตัวเองเป็นเรื่องปกติเมษาร่ายยาวในขณะที่เพื่อนสาวชาวไอยคุปต์นั่งฟังตาปริบๆ

 

            ข้าก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกว่าเจ้าพูดอะไร ข้าแค่อยากรู้ว่าเจ้ามีวิธีปราบนูเบียได้หรือเปล่าเท่านั้นเองไอซาตัดบทแล้วถามเข้าประเด็นไปเลย

 

            นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันคิดไม่ตกอยู่ตอนนี้ ฉันไม่รู้ว่าจะเอาชนะกำแพงสูงชันของนูเบียได้ยังไง...” คนถูกถามทอดเสียงยาวด้วยความหนักใจจนคนถามพลอยกลุ้มใจไปด้วยอีกคน

 

            แล้วเจ้าจะทำยังไง ไปกราบทูลความจริงกับฝ่าบาทไหม

 

            ไม่ได้หรอก ขืนไปพูดแบบนั้นได้โดนสั่งตัดหัวน่ะสิเมษาส่ายหน้าดิก ก่อนจะหันไปมองปากกระโจม เมื่อรีห์ร่านางกำนัลคนใหม่เปิดแผ่นหนังเดินเข้ามาข้างใน

 

            ท่านซารัสกับท่านลูอามาขอเข้าเฝ้าเพคะพระสนมนางกำนัลสาวรายงานด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ

 

            อ๋อ...เข้ามาสิ กำลังอยากพบอยู่พอดีเลย

 

            รีห์ร่าก้มศีรษะรับแล้วหันหลังเดินออกไปจากกระโจม ในขณะที่เมษารีบยกถาดอาหารของตนส่งให้เพื่อนสาว ไอซาสบตาเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะถือถาดไปเก็บ

 

            ถวายบังคมพระสนมราชองครักษ์ทั้งสองก้มศีรษะถวายความเคารพอย่างนอบน้อม

 

            ไม่ต้องมากพิธีไปหรอก แล้วก็อย่าเรียกฉันว่าพระสนมด้วย มันฟังดูแปลกๆ ยังไงไม่รู้เธอเอ่ยอย่างเป็นกันเอง

 

            ไม่ได้หรอกพ่ะย่ะค่ะ หากฝ่าบาททรงได้ยินเข้าหม่อมฉันจะลำบากลูอาปฏิเสธด้วยน้ำเสียงหนักแน่น จนคนห้ามต้องเป็นฝ่ายยอมแพ้เสียเอง

 

            งั้นก็ตามใจ ว่าแต่มาพบฉันมีอะไรหรือเปล่า

 

            สายของเราที่ส่งออกไปหาข่าวที่นูเบียรายงานว่า กษัตริย์ชราแห่งนูเบียทรงตกม้าได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการซ้อมรบเมื่อวันก่อนพ่ะย่ะค่ะซารัสกล่าวรายงาน

 

            เมษารับฟังตาโต ก่อนจะเอ่ยถาม

 

            อาการหนักไหม

 

            เห็นว่าอาการเป็นตายเท่ากันพ่ะย่ะค่ะ

 

            อาจจะฟังใจดำไปนิด แต่นับว่าเป็นเรื่องดีสำหรับฝ่ายเรา กองทัพที่ไม่มีแม่ทัพก็เหมือนงูไร้หัวเธอเอ่ยด้วยสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะเงยหน้ามองนายทหารหนุ่มผิวคล้ำเข้ม แล้วทหารของเราเป็นยังไงบ้าง

 

            เรื่องขวัญกำลังใจไม่มีปัญหาพ่ะย่ะค่ะ เพราะศึกครานี้ฝ่าบาททรงเสด็จมาด้วยพระองค์เองลูอาตอบเสียงเรียบแล้วนิ่งรอตามประสาคนไม่ชอบพูด

 

            เมษาพยักหน้าแล้วเอ่ยถามต่อไป นอกจากพวกคุณมีใครรู้เรื่องที่ฉันเป็นผู้บัญชาการรบในครั้งนี้บ้างไหม

 

            มีราชองครักษ์คนสนิทสองสามคน กับแม่ทัพฝ่ายซ้ายและแม่ทัพฝ่ายขวาคราวนี้ซารัสเป็นคนตอบ

 

            พวกเขาคิดยังไงกับเรื่องนี้บ้าง

 

            พระสนมมิต้องกังวล เมื่อฝ่าบาททรงลั่นวาจาให้ท่านบัญชาการรบก็หามีผู้ใดกล้าทัดทานไม่ลูอาตอบด้วยความมั่นใจในตัวเจ้าเหนือหัวอย่างเห็นได้ชัด

 

            อืม...งั้นก็ค่อยยังชั่วหน่อยเธอหยิบแผนที่มากางบนโต๊ะ ก่อนจะหันไปหานายทหารหนุ่ม ลูอา คุณเป็นคนวาดแผนที่นี่ใช่ไหม

 

            พ่ะย่ะค่ะชายหนุ่มรับคำสั้นๆ

 

            เมษาพยักหน้าแล้วชี้มือไปยังที่ตั้งของเมืองพาร์ทาร์ คุณคิดว่ามีวิธีที่ฉันจะเจาะกำแพงเมืองลอบเข้าไปควบคุมตัวกษัตริย์นูเบียและพระบรมวงศานุวงศ์แบบไม่ให้ไหวตัวบ้างไหม และโดยที่เราไม่ต้องเสียไพร่พลสักคนด้วยนะ

 

            ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ กำแพงของนูเบียทั้งสูง ทั้งแข็งแรง ทั้งมั่นคง ไม่มีทางที่เราจะเจาะทะลุเข้าไปได้โดยที่ฝ่ายนั้นไม่รู้ตัวนายทหารหนุ่มตอบอย่างมั่นใจเกินร้อยทำเอาคนถามกำลังใจหดหายไปกว่าครึ่ง

 

            เหรอ...” หญิงสาวเอ่ยอย่างปลงๆ คำตอบที่ได้รับไม่ผิดไปจากที่เธอคิดสักเท่าไร ถ้าศึกนูเบียสามารถเอาชัยได้ง่ายดาย งานนี้คงไม่ตกมาถึงมือเธอหรอก

 

            แล้วคุณมีวิธีการรบที่ง่ายและได้ผลดีแนะนำฉันบ้างไหม

 

            ตามประสบการณ์ของกระหม่อม เมื่อเดินทัพไปถึงนูเบีย เราต้องสร้างค่ายคูให้แข็งแรงล้อมนูเบียไว้ แล้วทำการสัประยุทธ์กันจนกว่าฝ่ายนั้นจะอ่อนแรงลง จากนั้นจึงกรีฑาทัพเข้ายึดเมือง

 

            ทำแบบนั้นก็เกินกำหนดเจ็ดวันน่ะสิ แล้วอีกอย่างกว่าพวกนูเบียจะอ่อนแรงทหารของเราก็คงเกรียมหมดแล้ว ทะเลทรายร้อนระอุขนาดนี้ ไหนจะเสบียงของเราอีกเล่าเมษาส่ายหน้าไม่เห็นด้วย กลยุทธ์ที่นายทหารหนุ่มแนะนำมาเป็นการรบแบบปกติ ซึ่งเอามาใช้กับศึกคราวนี้ไม่ได้

 

            หากเป็นเช่นนั้นกระหม่อมก็จนปัญญาพ่ะย่ะค่ะลูอาก้มศีรษะให้ผู้เป็นนายแล้วหันไปสบตาเพื่อนรักที่ยืนอยู่ข้างๆ

 

            เมษาถอนใจอย่างกลัดกลุ้ม ก่อนจะหันไปมองชายหนุ่มผู้เป็นทั้งเพื่อนและราชองครักษ์

 

            พระทัยเย็นๆ ก่อนพ่ะย่ะค่ะพระสนม หากการศึกที่นูเบียสามารถชิงชัยได้ง่ายดาย ท่านคงไม่มีโอกาสได้อาสาออกศึกเป็นแน่

 

            นั่นสินะเธอพึมพำเบาๆ แล้วยิ้มให้ชายหนุ่มทั้งสอง ขอบใจนะ พวกคุณไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวเรื่องวางแผนการรบฉันจะจัดการเอง

 

            พ่ะย่ะค่ะสองหนุ่มถวายความเคารพอย่างนอบน้อมก่อนจะเดินออกไปจากกระโจม

 

            เจ้าไหวแน่นะไอซ์ไอซาที่ยืนฟังมาตั้งแต่ต้นเดินเข้ามาหาพลางวางมือบนบ่าบอบบางของเพื่อนสาว

 

            ไหวไม่ไหวก็ต้องลองดูกันสักตั้ง อย่างมากก็แค่ตาย

 

            เมษาวางมือของตนลงบนหลังมือของเพื่อนสาวชาวไอยคุปต์ บีบเบาๆ แล้วก้มลงมองแผนที่เบื้องหน้าอีกครั้ง ตีงูต้องตีที่หัว หากต้องการให้ศึกนูเบียยุติลงอย่างรวดเร็ว เธอต้องจับตัวกษัตริย์นูเบียมาให้ได้ แต่จะทำแบบนั้นได้เธอต้องเจาะกำแพงหนาของเมืองพาร์ทาร์เข้าไปให้ได้เสียก่อน...

 

####################

 

            ภายในกระโจมที่ประทับ ฟาโรห์เมนโนฟิสประทับอยู่บนบัลลังก์ชั่วคราวท่ามกลางกองหมอนผ้าไหมมากมาย เบื้องหน้าพระองค์แม่ทัพฝ่ายขวาและแม่ทัพฝ่ายซ้ายกำลังเข้าเฝ้ากราบทูลรายงานการศึกด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

 

            สายของเรารายงานมาว่ากษัตริย์พาทูร์แห่งนูเบียทรงตกม้าอาการสาหัสพระเจ้าค่ะกาเซ็มแม่ทัพฝ่ายซ้ายกล่าวรายงานเสียงหนัก

 

            ฟาโรห์หนุ่มหรี่พระเนตรเรียวสวยจ้องมองคนกล่าวรายงานอย่างใคร่ครวญ ก่อนจะตรัสถาม กษัตริย์เฒ่าตกม้าอาการสาหัส ก็นับว่าเป็นเรื่องดี เหตุใดท่านทั้งสองจึงมีสีหน้ากลัดกลุ้มถึงเพียงนี้เล่า

 

            ฝ่าบาท กระหม่อม...” เมื่อถูกจ้องมองด้วยพระเนตรคมก็ทำเอาท่านแม่ทัพใหญ่อึกอัก ด้วยไม่รู้ว่าสิ่งที่คิดจะกราบทูลจะต้องพระทัยของเจ้าเหนือหัวหรือไม่

 

            มีอะไรก็พูดมาอย่ามัวแต่อ้ำอึ้ง ข้ารำคาญทรงตวาดอย่างไม่พอพระทัย ทำเอาแม่ทัพฝ่ายซ้ายรีบหมอบกราบด้วยเกรงกลัวพระอาญา

 

            ฝ่าบาทจะทรงให้พระสนมบัญชาการรบจริงๆ หรือพ่ะย่ะค่ะโบเฮ็มแม่ทัพฝ่ายขวาที่ดูเหมือนจะกลัวตายน้อยกว่าทูลถามขึ้นเสียเอง

 

            พระเนตรคมตวัดไปมองผู้พูด ก่อนจะรับสั่งด้วยพระสุรเสียงหนักแน่น จริง เรารับปากนางไว้แล้ว ยังไงก็ต้องรักษาคำพูด

 

            แต่...การรบไม่ใช่กิจของสตรี กระหม่อมเกรงว่าจะเกิดความเสียหายต่อกองทัพได้แม่ทัพฝ่ายขวาแย้งด้วยสีหน้าหนักใจ

 

            เรื่องนั้นข้ารู้แล้วผู้เป็นเจ้าเหนือหัวรับสั่งพระสุรเสียงเรียบซ่อนความกังวลไว้ใต้พระพักตร์เคร่งขรึมอย่างมิดชิด

 

            ทรงรู้แล้วทำไมถึง...”

 

            ข้าเป็นกษัตริย์ เมื่อลั่นวาจาไปแล้วก็ต้องรักษาไว้เยี่ยงชีวิต

 

            แต่ฝ่าบาท ศึกคราวนี้ใหญ่หลวงนักนะพ่ะย่ะค่ะแม่ทัพฝ่ายซ้ายที่นั่งเงียบมานานเอ่ยขึ้นบ้าง

 

            พอที พวกเจ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือไงว่าเรื่องใดเล็กเรื่องใดใหญ่ แต่เมื่อลั่นวาจาให้นางบัญชาการรบ ก็ไม่อาจกลับคำได้ พวกเจ้าอยากให้ข้าเป็นคนไม่รักษาสัจจะอย่างนั้นหรือตรัสถามเสียงเข้ม ดวงเนตรคมวาวโรจน์ด้วยความไม่พอพระทัย

 

            กระหม่อมไม่กล้าสองแม่ทัพกราบทูลพร้อมกัน ก่อนจะก้มหน้าหลบตามองพื้นอย่างรู้งาน

 

            ไม่กล้าก็ดีแล้ว หากข้าได้ยินใครพูดเรื่องนี้อีก มันผู้นั้นจะไม่มีโอกาสได้พูดอีกต่อไป พวกเจ้าออกไปให้หมด ข้าจะพักผ่อนรับสั่งขับไล่พลางหันพระพักตร์หนีด้วยความขุ่นเคือง

 

            สองแม่ทัพหันมาสบตากัน ก่อนจะถวายความเคารพแล้วล่าถอยออกไปจากกระโจมที่ประทับอย่างรวดเร็ว รับสั่งขององค์ฟาโรห์คือประกาศิต หากทรงต้องการเช่นนั้น เขาหรือจะกล้ากราบทูลเป็นอื่น

 

            พระโรห์แห่งอียิปต์ถอนพระปัสสาสะ พระพักตร์คมคายหมองหม่นด้วยความกลัดกลุ้ม เพราะอารมณ์ชั่ววูบแท้ๆ ทำให้ทรงรับปากอนุญาตให้หญิงอัปลักษณ์นางนั้นนำทัพออกศึก ในภายหน้าไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร ผู้ที่ต้องรับผิดชอบก็คือพระองค์ หาใช่นางไม่ ทรงดำริด้วยความหนักพระทัย ก่อนจะเสด็จออกไปจากกระโจมที่ประทับเงียบๆ

 

####################

 

 


***อ่าน ลิขิตรักลำน้ำไนล์ ฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ***

 

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMTY1ODUiO30

 

***อ่าน ปาริมา ราชินีไอยคุปต์ ฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ***

 

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMjkwNDAiO30

 

***อ่าน เพลิงเสน่หา มนตราทะเลทราย ฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ***

 

http://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMTcwODYiO30

 

***อ่าน บันทึกรักสุดผืนทราย ฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ***

 

http://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMTcwODUiO30

 

***อ่านนิยายเรื่องอื่นๆ ของมัลลิกา ได้ที่เมพ***

 

https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&page_no=1&type=author&search=มัลลิกา&is_mag=all&price=all&sort_by=date&from_book_price=&to_book_price=&category_id=&category_name

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

0 ความคิดเห็น