ลิขิตรักลำน้ำไนล์ Re-Up

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,049 Views

  • 30 Comments

  • 57 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    741

    Overall
    7,049

ตอนที่ 10 : บทที่ 3 ตอนที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 351
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    28 ธ.ค. 61




บทที่ 3

 

คำร้องขอจากหัวใจ

ตอนที่ 3

 

        ภายในห้องพักหรูหราของโรงแรมห้าดาวริมแม่น้ำไนล์ เมษานอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงใหญ่ รอบกายเธอมีรูปถ่ายอักษรภาพโบราณที่ถ่ายมาจากพีระมิดแห่งฟาบาวางเกลื่อนกลาด หญิงสาวกำลังคร่ำเคร่งอยู่กับสมุดบันทึกเล่มใหญ่ตรงหน้า เธอนำอักษรภาพที่ไม่สามารถแปลได้มาแปลต่อที่โรงแรม

 

        โดยนำมาเทียบกับตำราต่างๆ พร้อมกับเกลาข้อความที่ถอดได้ให้สละสลวยยิ่งขึ้น แต่วันนี้เธอไม่มีสมาธิกับงานตรงหน้าเอาเสียเลย ใจมันคอยวนกลับไปหาหญิงสาวลึกลับที่เห็นในห้องเก็บพระศพและถ้อยคำประหลาดที่เจ้าหล่อนเอ่ยกับเธอ

 

        สิ่งที่เจ้าปรารถนาจะเป็นจริง อำนาจศักดิ์สิทธิ์แห่งลุ่มน้ำไนล์จะชักนำเจ้าไปสู่หนทางแห่งชะตากรรม ที่เจ้าเท่านั้นเป็นผู้กำหนด

 

        “ชะตากรรมที่เราเท่านั้นเป็นผู้กำหนด อะไรกันนะหญิงสาวกวาดตามองไปรอบตัวด้วยความระแวง เธอแน่ใจว่าไม่ได้ฝัน และไม่ได้เพ้อเพราะอากาศในห้องเก็บพระศพไม่ถ่ายเทด้วย เธอเห็นหญิงสาวคนนั้นจริงๆ แต่จะว่าไปแล้วใบหน้าสวยหวานที่แฝงแววเมตตาปรานีของนางดูคุ้นๆ อยู่นะ เหมือนเคยเห็นที่ไหนสักแห่ง

 

        เมษาครุ่นคิดในใจ ก่อนจะทำตาโตแล้วลงมือรื้อค้นภาพถ่ายที่เธอถ่ายไว้ออกมาดูทีละใบ

 

        “เจอแล้วเธอจ้องมองภาพถ่ายในมือเขม็ง มันคือภาพถ่ายเทพีไอซิสที่ตั้งอยู่กลางห้องโถงของโรงแรมแห่งนี้

 

        “เป็นไปไม่ได้...”

 

        เมษาปล่อยภาพในมือตกลงบนเตียง เธอไม่อยากจะเชื่อเลย เมื่อกลางวันเธอเห็นเทพีไอซิสเหรอเนี่ย แต่หลักฐานมันก็เห็นอยู่ตรงหน้าแล้ว ผู้หญิงที่เธอเห็นในพีระมิดแห่งฟาบาหน้าตาเหมือนรูปสลักเทพีไอซิสไม่ผิดเพี้ยน

 

        หญิงสาวห่อไหล่เข้าหากัน เมื่อรู้สึกหนาวเหน็บถึงขั้วหัวใจ เส้นขนที่ปกคลุมท่อนแขนพร้อมใจกันลุกเกรียว ดวงตากลมโตกวาดมองไปรอบตัวด้วยความหวาดระแวง ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อโทรศัพท์ภายในห้องพักดังขึ้น เธอรีบถลาไปรับเพื่อหวังใช้เสียงโทรศัพท์เป็นเพื่อน

 

        “สวัสดีค่ะ เมษาพูดค่ะหญิงสาวเอ่ยทักด้วยภาษาอังกฤษ ก่อนจะรีบกลับมาพูดภาษาไทย เมื่อได้ยินปลายสายตอบกลับมาด้วยภาษาไทยทุ้มลึก

 

        “รู้แล้วว่าเมษาพูด ถ้าลองเป็นคนอื่นมารับโทรศัพท์ในห้องเธอสิรับรองมันเละแน่

 

        “พี่ธัน ไอซ์คิดถึงพี่ที่สุดเลยหญิงสาวอ้อนไปตามสาย พอได้ยินเสียงพี่ชายความกลัวในจิตใจก็เหือดหายไปอย่างอัศจรรย์

 

        “ไม่ต้องมาปากหวาน ถ้าคิดถึงพี่จริง เธอจะไปจมอยู่กับกองหินผุๆ นั่นทำไมพี่ชายตัดพ้อมาตามสาย ในขณะที่น้องสาวหัวเราะอย่างขบขัน

 

        “อูย...เขาเรียกพีระมิดพี่ พีระมิดแห่งฟาบา ไม่ใช่กองหินผุๆ เรียกซะเสียเลยพี่ธันเนี่ย

 

        “ไม่ต้องพูดมาก บอกมาว่าเมื่อไหร่จะกลับ หรือต้องให้พี่ไปลากตัวถึงอียิปต์ผู้เป็นพี่ตัดบทแล้วยื่นคำขาดข้ามประเทศมา

 

        “งานไอซ์ยังไม่เสร็จเลยพี่ธัน มีจารึกอีกตั้งเยอะที่ไอซ์ยังแปลไม่ได้ ขอเวลาไอซ์สักเดือนนะพี่ชายที่รัก เดี๋ยวไอซ์ช่วยงานกาซิมเสร็จแล้วจะรีบกลับผู้เป็นน้องต่อรองข้ามประเทศกลับไปทันที

 

        แม้จะกลัวเรื่องราวลึกลับที่เกิดขึ้นรอบตัว แต่เธอก็ไม่อาจทิ้งงานแปลอักษรภาพที่พีระมิดแห่งฟาบาไปได้ เพราะเธอถือเป็นความรับผิดชอบของเธอที่จะต้องค้นหาให้ได้ว่าฟาโรห์หนุ่มเจ้าของพีระมิดสวรรคตอย่างไร และพระศพของพระองค์หายไปไหน

 

        “ไอซ์ ไอซ์ ยังอยู่หรือเปล่าธันวาเอ่ยถามเมื่อเห็นน้องสาวเงียบไปเฉยๆ

 

        “อยู่ค่ะพี่เธอเอ่ยเสียงแผ่ว

 

        “อยู่แล้วทำไมเงียบไปล่ะ ปกติเราจ้อเก่งออก มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าผู้เป็นพี่เอ่ยถามอย่างคนช่างสังเกต

 

        เมษาทำตาปริบๆ ใส่กระบอกโทรศัพท์ พี่ธันสมเป็นนักการทูต จับสังเกตคนเก่งที่สุด พูดผิดหูนิดหนึ่งก็รู้แล้ว การโกหกต่อหน้าพี่ชายเป็นสิ่งที่เธอทำไม่เคยสำเร็จสักครั้ง

 

        “ไอซ์กลัวนิดหน่อยค่ะผู้เป็นน้องรับสารภาพเสียงอ่อย

 

        “กลัวอะไร ใครทำอะไรเรา กาซิมดูแลเราไม่ดีเหรอพี่ชายร้อนเป็นไฟขึ้นมาทันที

 

        “เปล่าค่ะ ไม่มีใครทำอะไรไอซ์หรอกค่ะ ไอซ์แค่คิดว่าตัวเองเจอผีค่ะเธอเอ่ยเสียงแผ่ว ไม่แน่ใจว่าจะเรียกสิ่งที่ตัวเองพบว่าอะไรดี ยิ่งเรื่องผียิ่งไม่เชื่อใหญ่

 

        “อะไรนะ ผีเหรอธันวาเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ เขาเป็นคนไม่เชื่อเรื่องที่วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

 

        “ไอซ์ไม่แน่ใจค่ะพี่ ไม่รู้ว่าเป็นผีหรืออะไรกันแน่ แต่ไอซ์คิดว่าเธอเป็นเทพเจ้ามากกว่าค่ะ คนอียิปต์โบราณเรียกเธอว่าเทพีไอซิส

 

        “ยายไอซ์ พี่ว่าเราอยู่ที่นั่นนานเกินไปแล้ว ในโลกนี้มีเทพงเทพีที่ไหนกัน ไม่เอาแล้วเหลวไหลจริงๆ พรุ่งนี้พี่จะไปรับเรากลับเมืองไทย

 

        “พี่ธัน ไอซ์ยังกลับไม่ได้ งานที่ไอซ์รับปากจะช่วยกาซิมยังไม่เสร็จเลยค่ะหญิงสาวอ้อนวอนเสียงแผ่ว เธอไม่น่าเล่าเรื่องเทพีไอซิสให้พี่ชายฟังเลย

 

        “พี่ไม่สน พรุ่งนี้พี่จะบินไปอียิปต์ เตรียมแพ็กกระเป๋ารอไว้ได้เลย

 

        “พี่ธัน ไอซ์รับปากกาซิมไว้แล้วนะคะว่าจะช่วยเขา พี่ทนเห็นน้องสาวเป็นคนไม่รักษาคำพูดได้เหรอคะ

 

        เมื่อเห็นว่าลูกอ้อนไม่ได้ผล เธอเลยหันมาใช้เหตุผลแทน พี่ธันวาเป็นคนรักษาคำพูดที่สุด ดังนั้นไม่ว่ายังไงเขาจะไม่มีวันทำให้เธอผิดคำพูดเช่นกัน

 

        ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะตอบกลับมาอย่างเสียไม่ได้ ก็ได้ พี่อนุญาตให้เราทำงานแปลนั่นต่อไปได้ แต่พี่จะไปอยู่ดูแลเราด้วย เพราะยังไงพี่ก็อยู่ว่างๆ อยู่แล้ว

 

        “ไม่ต้องมาหรอกค่ะ ไอซ์ดูแลตัวเองได้ ที่นี่ร้อนยังกับกระทะคั่วเกาลัด ไอซ์ไม่อยากให้พี่ธันลำบากเธอพยายามจะอธิบายแต่พี่ชายชิงพูดตัดบทเสียก่อน

 

        “ไม่ต้องพูดมาก ยังไงพี่ก็จะไป เครื่องลงแล้วมารับด้วยล่ะ

 

        “ก็ได้ค่ะ งั้นคืนนี้ไอซ์ขอตัวไปนอนก่อนนะคะเมื่อเห็นว่าคัดค้านไม่ได้เธอก็เลยต้องยอมโอนอ่อนตาม

 

        “ได้ ฝันดีนะแม่ตัวยุ่ง พรุ่งนี้เจอกันผู้เป็นพี่เอ่ยลาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

 

         ค่ะ รักพี่ธันที่สุดในโลกเลย

 

        “พี่ก็รักเธอ

 

        “ไอซ์...ไอซ์...” คำรักแสนธรรมดาของพี่ชายกลับทำให้เธอรู้สึกเศร้าขึ้นมาเฉยๆ ซึ่งความผิดปกตินี้ก็ไม่สามารถรอดพ้นนิสัยช่างสังเกตของผู้เป็นพี่ไปได้เช่นเดิม

 

        “เป็นอะไรไอซ์ ร้องไห้หรือเปล่า

 

        “เปล่าค่ะเธอรีบปฏิเสธ ก่อนจะเอ่ยสิ่งที่อยู่ในส่วนลึกของจิตใจออกมา ไอซ์แค่อยากกอดพี่ธัน ไอซ์รักพี่นะคะ ไอซ์อยากให้พี่รู้ว่าไม่ว่าไอซ์อยู่ที่ไหน ไอซ์ก็จะรักพี่ธันตลอดไป

 

        ธันวานิ่งเงียบไปบ้าง เขาเองก็อยากจะกอดน้องสาวใจจะขาด วันนี้เมษาพูดจาแปลกๆ เขาคิดถูกแล้วที่จะตามน้องสาวไปอียิปต์ ถ้าเห็นท่าไม่ดี เขาจะรีบพาเธอออกจากประเทศนั้นทันที

 

        “พี่ก็รักไอซ์ ก็เรามีกันแค่สองคนนี่นา ไปนอนได้แล้ว พรุ่งนี้เจอกัน พี่จะให้เธอกอดให้หนำใจเลยชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงรื่นเริง ถึงจะทุกข์ใจเขาก็ไม่มีวันแสดงออกให้น้องสาวรู้เด็ดขาด

 

        “ค่ะ...” เธอวางโทรศัพท์ลงกับแป้น ก่อนจะเดินกลับไปทรุดตัวลงนอนบนเตียงกว้าง ท่ามกลางกองเอกสารและภาพถ่ายมากมาย

 

        เมษานอนมองเพดานนิ่ง ไม่มีอารมณ์ทำงานต่อแล้ว ตั้งแต่มาถึงอียิปต์มีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นกับเธอมากมาย ทั้งเรื่องเสียงที่ได้ยินและความรู้สึกแปลกๆ ในห้องเก็บพระศพ เรื่องที่เธอเห็นเทพีไอซิส เรื่องความอาลัยอาวรณ์พี่ชายอย่างไม่มีเหตุผล

 

        ต่อไปจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับเธออีกหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่เอาเถอะ พรุ่งนี้พี่ชายจะเดินทางมาแล้ว เรื่องแปลกๆ พวกนี้คงจะยุติลงเสียที ถ้ามีพี่ธันอยู่ใกล้ๆ เธอก็ไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้ว

 

        หญิงสาวหาวยาว ดวงตากลมโตค่อยๆ หลับลงและเดินทางเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็ว

 

        แม่น้ำไนล์สีน้ำเงินเข้มเอ่อล้นฝั่ง สายลมเย็นโชยพลิ้วระแผ่นน้ำก่อเกิดระลอกคลื่นเล็กๆ วิ่งกระทบตลิ่งลูกแล้วลูกเล่า ฝูงปลาน้อยใหญ่แหวกว่ายไปตามสายวารีอย่างรื่นเริง บนชายฝั่งที่ปกคลุมด้วยต้นหญ้าเขียวขจี เมษายืนนิ่งอยู่ริมฝั่งน้ำ ดวงตากลมโตสะท้อนภาพแม่น้ำไนล์ไหวระริก ก่อนจะกะพริบถี่ๆ ด้วยความงุนงง

 

        ‘เรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

 

        หญิงสาวเอ่ยถามตัวเองพลางหมุนมองไปรอบตัว เธอจำได้ว่าตัวเองนอนหลับอยู่บนเตียงใหญ่ภายในโรงแรมที่พัก แล้วจู่ๆ เธอมาโผล่ที่ริมแม่น้ำไนล์ได้ยังไงกัน

 

        เมษาก้าวเท้ายาวๆ ไปยืนริมตลิ่งพลางกวาดตามองไปทั่วลำน้ำ ทำไมแม่น้ำไนล์ในวันนี้ถึงได้ดูสวยงามจับตายิ่งนัก สีของน้ำเป็นสีน้ำเงินเข้มจัดกว่าตอนที่กาซิมพาเธอมาดูหลายร้อยเท่า

 

        ‘โรงแรมกับอาคารที่ปลูกเกลื่อนอยู่ริมฝั่งน้ำหายไปไหนหมด แล้วเรือเฟลุกกะที่แล่นเต็มแม่น้ำไนล์ล่ะหายไปไหน

 

        หญิงสาวครุ่นคิดในใจพลางกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เมื่อตระหนักได้ว่าตอนนี้เธออยู่เพียงลำพัง ความกลัวแบบเดิมๆ เข้าจู่โจมจนเธอตัวสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุม เธอเกลียดความรู้สึกว่าไม่มีใครที่สุด มันอ้างว้างหนาวเหน็บเหมือนวันที่รู้ว่าพ่อแม่จากไปไม่มีผิด

 

        “พี่ธันอยู่ไหน!” เธอตะโกนเรียกพี่ชายเสียงลั่น แต่ไม่มีเสียงใดตอบกลับมาเลย

 

        “กาซิมนายอยู่ไหน!” เธอเปลี่ยนมาร้องเรียกเพื่อนรักบ้าง แต่ทุกอย่างยังคงเงียบ มีเพียงเสียงของเธอก้องไปทั่วเวิ้งน้ำ

 

        เมษาเม้มปากแน่น หัวใจถูกบีบด้วยความกลัวที่มองไม่เห็น หยาดน้ำใสค่อยๆ เอ่อคลอในดวงตากลมโต เธอรวบรวมเรี่ยวแรงแล้วเปล่งเสียงตะโกนอีกครั้ง

 

        “พี่ธันออกมาเถอะ! ไอซ์กลัวแล้วนะ ต่อไปไอซ์ไม่กล้าทิ้งพี่มาเที่ยวอีกแล้ว

 

        เงียบ ทุกอย่างยังคงเงียบสงบ ไม่มีเสียงใดตอบกลับมาเช่นเดิม หญิงสาวสะอื้นจนตัวโยน ทุกคนทิ้งเธอไปหมดแล้ว ที่นี่ไม่มีพี่ธัน ไม่มีกาซิม ไม่มีใครเลย

 

        “พี่ธัน...” เธอคร่ำครวญด้วยหัวใจเจ็บช้ำ

 

        “เจ้าดาริกา...”

 

        เมษาหันขวับไปมองด้านหลังเมื่อได้ยินน้ำเสียงนุ่มทุ้มแปลกหูลอยมา และภาพที่เห็นทำให้เธอตกตะลึงตาค้าง เบื้องหน้านั้นบุรุษร่างสูงโปร่งยืนสงบนิ่งด้วยท่วงท่าสง่างาม เขาคือคนที่เธอเฝ้ามองอยู่ทุกวัน เพียงแต่วันนี้เขามีเลือดเนื้อ ไม่ได้เป็นแค่รูปสลักศิลาแข็งกระด้าง

 

        “ฟาโรห์เมนโนฟิส…” หญิงสาวเอ่ยเสียงแผ่ว ดวงตากลมโตยิ่งเบิกโตขึ้นไปอีกยามจับจ้องไปยังวงพักตร์งดงาม

 

        ฟาโรห์พระองค์นี้ทรงรูปงามยิ่งนัก พระพักตร์รูปไข่ค่อนข้างขาวดูหล่อเหลาคมคาย พระนาสิกโด่งเป็นสันสวย พระโอษฐ์หยักลึกแย้มสรวลนิดๆ พระขนงดกหนาได้รูปพาดเฉียงอยู่เหนือดวงเนตรเรียวยาวที่เขียนด้วยผงถ่านจนคมกริบ

 

        ทรงสวมเครื่องประดับพระเศียรที่ทำด้วยทองคำและอัญมณีหลากสีรูปแมลงสการับ[1]และรูปพระอาทิตย์อยู่เหนือพระนลาฏ พระเกศาเหยียดตรงสีน้ำตาลไหม้ยาวระบั้นพระองค์ปลิวไสวไปตามแรงลม

 

        เมษากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะละสายตาจากวงพักตร์ไปสำรวจพระวรกายส่วนอื่นๆ ฟาโรห์หนุ่มทรงมีพระวรกายสูงโปร่ง พระฉวีผ่องลออตา พระอุระเปิดเปลือยเรียบตึงดูหนั่นแน่นแข็งแรง ทรงสวมผ้านุ่งที่ทำจากผ้าลินินเนื้อละเอียดพันทบรอบพระโสณีสอบเพรียว คาดทับด้วยรัดพระองค์ทองคำประดับอัญมณีหลากสี ส่วนพระบาททรงด้วยรองพระบาทหนังแบบสานฝังอัญมณีสีแดงสดเม็ดใหญ่ตรงด้านบน

 

        หญิงสาวก้าวถอยหลังตามสัญชาตญาณ เมื่อพระบาทขาวที่เธอจ้องมองขยับเข้ามาหา ดวงตากลมโตรีบตวัดขึ้นมองพระพักตร์ และสบเข้ากับดวงเนตรสีน้ำเงินเข้มดุจสีของแม่น้ำไนล์ ซึ่งมองจ้องมาที่เธออยู่ก่อนแล้ว

 

        “เรามารับเจ้า เรารอเจ้ามานานเหลือเกินพระสุรเสียงทุ้มลึกน่าฟังตรัสด้วยภาษาที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่น่าแปลกที่เธอฟังออกทุกคำ

 

        “รอ รอฉัน จะรอทำไม เราไม่ได้รู้จักกันสักหน่อยเมษาเอ่ยถามด้วยภาษาแม่ของเธอ แต่น่าประหลาดที่ฟาโรห์หนุ่มกลับฟังออกเช่นกัน

 

        ทรงแย้มพระสรวลเศร้าๆ แล้วสาวพระบาทเข้ามาหา ก่อนจะหยุดประทับยืนอยู่เบื้องหน้าเธอห่างกันเพียงมือเอื้อม หญิงสาวอยากจะถอยหนี แต่ถูกรอยแย้มพระสรวลทรงเสน่ห์ยึดไว้จนขยับไม่ได้

 

        “เจ้าดาริกา เจ้าลืมรักเราแล้วหรือ แม่น้ำไนล์ไม่เคยเหือดแห้ง รักเราที่มีให้เจ้าก็ไม่เคยจืดจางเช่นกัน

 

        “รัก...” เสียงหวานพึมพำเบาๆ คำว่ารักช่างตราตรึงยิ่งนัก

 

        “มาเถอะ มาอยู่ร่วมกัน เรารอเจ้ามานานเหลือเกินแล้ว เจ้ายอดดวงใจ

 

        ทรงยื่นพระหัตถ์ขาวมาเบื้องหน้า เมษาก้มมอง เกือบจะวางมือของตนลงบนพระหัตถ์ใหญ่อยู่แล้ว ถ้าไม่มีภาพของพี่ชายผุดขึ้นในห้วงคิด เธอไปไม่ได้ เธอทิ้งพี่ธันไปไม่ได้ เรามีกันแค่สองคน ถ้าเธอไม่อยู่พี่ธันจะเสียใจขนาดไหน

 

        “ไม่ ฉันจะกลับบ้านหญิงสาวปฏิเสธแล้วถอยหนีอย่างเสียขวัญ แต่ฟาโรห์หนุ่มไม่ยินยอม ทรงยื่นพระหัตถ์มาคว้าตัวเธอไปกกกอดไว้ในอ้อมพระพาหาพลางกระซิบปลอบด้วยพระสุรเสียงประเล้าประโลม

 

        “ก็เรานี่แหละคือบ้านของเจ้า ที่ไหนที่เราอยู่ ที่นั่นก็คือบ้านของเจ้า

 

        เมษาจ้องมองพระพักตร์นิ่ง ก่อนจะซบแก้มกับพระอุระหนั่นแน่น ความอบอุ่นที่รอคอยมานานแสนนานค่อยๆ ซึมเข้าสู่หัวใจและโอบอ้อมเธอไว้อย่างแน่นหนา ดวงตากลมโตหลับพริ้มลงแล้วพึมพำเสียงแผ่วเบา

 

        “บ้าน... ฉันกลับถึงบ้านแล้ว

 

        อ้อมพระพาหาที่รัดแน่นอยู่แล้วยิ่งโอบกระชับยิ่งขึ้นไปอีก ยามได้ยินคำหวานและท่าทีโอนอ่อนของหญิงอันเป็นที่รัก ฟาโรห์หนุ่มแนบพระปรางกับหน้าผากมนด้วยความรักคิดถึงที่เอ่อล้นเต็มพระหทัย

 

        “เทพีแห่งไนล์จงเป็นพยาน กาลเคลื่อนผ่านแต่รักคงอยู่นานเนา เส้นทางแห่งความตายอย่าหมายพรากเรา พี่จะเฝ้าติดตามเจ้าทุกชาติไป...”

 

        พระสุรเสียงไพเราะนุ่มนวลดึงให้ดวงตากลมโตลืมขึ้นอีกครั้ง ฟาโรห์หนุ่มแย้มพระสรวลงดงาม ทรงเชยคางมนขึ้นสบสายพระเนตร ก่อนจะก้มลงมอบจุมพิตหวานล้ำให้ด้วยความรักและคิดถึงที่สั่งสมมานานถึงสามพันเจ็ดร้อยปี

 

        เมษาตวัดแขนเรียวโอบรอบพระศอแข็งแรง เงยหนารับจุมพิตที่ทรงมอบให้ด้วยความรักและคิดถึงที่ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย...

 

        ภายในห้องพักของโรงแรมหรูริมแม่น้ำไนล์ เมษานอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงใหญ่ ดวงตากลมโตปิดสนิท ดวงหน้าสวยหวานมีคราบน้ำตาไหลรินเป็นทางอาบสองแก้มนวล หญิงสาวพึมพำเบาๆ ทั้งที่ยังอยู่ในห้วงนิทราอันเปี่ยมสุข

 

        “ฟาโรห์เมนโนฟิส หม่อมฉันคิดถึงพระองค์...”

 

 

 

***อ่าน ลิขิตรักลำน้ำไนล์ ฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ***

 

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMTY1ODUiO30

 

***อ่าน ปาริมา ราชินีไอยคุปต์ ฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ***

 

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMjkwNDAiO30

 

***อ่าน เพลิงเสน่หา มนตราทะเลทราย ฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ***

 

http://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMTcwODYiO30

 

***อ่าน บันทึกรักสุดผืนทราย ฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ***

 

http://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMTcwODUiO30

 

***อ่านนิยายเรื่องอื่นๆ ของมัลลิกา ได้ที่เมพ***

 

https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&page_no=1&type=author&search=มัลลิกา&is_mag=all&price=all&sort_by=date&from_book_price=&to_book_price=&category_id=&category_name



[1] เครื่องรางรูปร่างเหมือนแมลงปีกแข็ง ถือเป็นเครื่องหมายแห่งชีวิตและการฟื้นคืนชีพ 
                                                                                         T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

0 ความคิดเห็น