พันธนาการหัวใจ (Re-Up)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 8,863 Views

  • 14 Comments

  • 198 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    299

    Overall
    8,863

ตอนที่ 9 : บทที่ 2 ก้าวสู่วังวน ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 505
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    18 ม.ค. 61

บทที่ 2

 


ก้าวสู่วังวน

ตอนที่ 2

 

            บ่ายแล้วแต่เพียงเดือนยังนั่งจับเจ้าอยู่บนเก้าอี้บุหนังตัวเดิม เธอเพิ่งท่องชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น และประวัติย่อๆ ของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับน้องดาวเสร็จ แต่กว่าจะแน่ใจว่าจำขึ้นใจก็ใช้เวลาไปค่อนวันทีเดียว ดีที่น้องดาวไม่ค่อยมีเพื่อนฝูงมากนัก ไม่อย่างนั้นเธอคงต้องยุ่งยากมากกว่านี้แน่ คนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับน้องดาวมากๆ คือสามหนุ่มแห่งบ้านปานวิมาน แม่บ้าน คนสวน เพื่อนสาวของพี่มาร์กขา นายอำนวยทนายความประจำตระกูล นายแพทย์ภิญโญ หมอประจำตระกูล และเพื่อนสาวอีกสองคน

 

            เพียงเดือนนวดขมับที่ปวดตุบๆ เบาๆ นี่ขนาดเพิ่งเริ่มต้นนะ สงสัยการเล่นเป็นสายลับ คงไม่สนุกเหมือนในละครเสียแล้ว เธอเก็บรูปทั้งหมดเข้าแฟ้มอย่างเป็นระเบียบ ก่อนหยิบแฟ้มประวัติที่นายวายุให้ไว้มาเปิดอ่าน เธอเอนตัวลงพิงพนักเก้าอี้ในท่าที่สบายที่สุด แล้วเริ่มอ่านอย่างตั้งใจ

 

            น้องดาวมีชื่อจริงว่านางสาวรัศมีดารา ทรัพย์เทวัญ เกิดวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ.2526 เป็นหลานบุญธรรมที่เกิดจากญาติห่างๆ คนหนึ่งของคุณหญิงเพ็ญแข ทรัพย์เทวัญ เธอป่วยด้วยโรคลิ้นหัวใจรั่วมาตั้งแต่เกิด ร่างกายอ่อนแอ เมื่ออายุได้หกขวบพ่อแม่ก็มาตายจากไปด้วยอุบัติเหตุ คุณหญิงเพ็ญแขจึงรับเธอมาเลี้ยงในฐานะหลาน และให้ความรักเอ็นดูเธอเหมือนหลานแท้ๆ น้องดาวเรียนจบด้านภาษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง

 

            น้องดาวเกิดปีเดียวกับเรา แต่เราอ่อนวันกว่า เราเกิดวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ.2526 เพิ่งจบปริญญาตรีเหมือนกัน

 

            หญิงสาวครุ่นคิดในใจแล้วอ่านต่อ น้องดาวหมั้นกับนายตะวัน ทรัพย์เทวัญ เมื่อสองปีก่อนตามความต้องการของคุณหญิงเพ็ญแข ที่ต้องการให้น้องดาวมีคนดูแลเมื่อเธอไม่จากไป และคนที่เหมาะสมที่สุดในความคิดของนางก็คือนายตะวัน ซึ่งเป็นหลานชายแท้ๆ เพียงคนเดียว

 

            พี่มาร์กขาเป็นหลานชายแท้ๆ เพียงคนเดียว แล้วนายเมฆินทร์กับนายวายุเป็นใคร

 

            คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย ก่อนอ่านต่อไปอย่างสนใจ หลังจากที่หมั้นหมายกันได้หนึ่งปี คุณหญิงเพ็ญแขก็เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งลำไส้ โดยไม่มีใครรู้มาก่อนเลย เรื่องนี้สร้างความเศร้าโศกให้กับคนในบ้านปานวิมานมาก โดยเฉพาะน้องดาวที่สนิทกับคุณหญิงที่สุด งานแต่งงานของน้องดาวกับนายตะวัน จะจัดขึ้นในวันที่ 11 ตุลาคม ปีนี้ แต่น้องดาวหายตัวออกไปจากบ้าน ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา

 

            น้องดาวหายตัวไปได้สองอาทิตย์แล้วสิ น่าสงสารจริงๆ เลย คนกำลังจะเป็นเจ้าสาวแล้วแท้ๆ แล้วพี่มาร์กขาจะเสียใจขนาดไหนนะ ที่เจ้าสาวหายตัวไปก่อนวันวิวาห์ แต่ที่เราเห็นเมื่อวานเขาก็ไม่เห็นมีท่าทีเสียอกเสียใจอะไรเลยนี่น่า แถมยังควงแม่เมนี่นมโตเที่ยวห้างเฉยเลย

 

            เพียงเดือนวางแฟ้มลงบนตัก คิ้วเรียวเข้าหากันอย่างครุ่นคิด

 

            “หรือพี่มาร์กขากับแม่เมนี่ร่วมมือกันฆ่าน้องดาว เพราะไม่อยากแต่งงานกับเธอ เป็นไปไม่ได้หรอก พี่มาร์กขาจะทำอย่างนั้นได้ยังไง แต่ถ้าเป็นยายเมนี่ก็ไม่แน่ เพราะหล่อนหลงรักพี่มาร์กขา หล่อนไม่อยากให้เขาแต่งงานกับน้องดาว จึงจ้างคนมาฆ่าเธอ หญิงสาวพูดออกมาดังๆ ก่อนหัวเราะขำตัวเอง เรานี่ชักจะคล้ายนักสืบแล้ว แต่สรุปแบบนี้คงไม่ยุติธรรมกับแม่นั่นเท่าไร ถึงเราจะไม่ชอบหน้าหล่อน ก็ไม่ได้หมายความว่าหล่อนจะเป็นคนร้ายนี่น่า”

 

            หญิงสาวหยิบแฟ้มขึ้นมาอ่านต่อ น้องดาวอาศัยอยู่ในบ้านปานวิมานมาตั้งแต่เด็ก บ้านหลังนี้เป็นบ้านของตระกูลทรัพย์เทวัญ ตระกูลนี้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการค้าอัญมณี โรงแรม รีสอร์ท โดยมีคุณหญิงเพ็ญแขเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว

 

            คุณหญิงเพ็ญแขเป็นผู้หญิงแกร่ง แม้จะมีอายุมากแล้ว แต่ก็บริหารงานมาโดยลำพังตลอด เนื่องจากสามี ลูกชายคนเดียว และลูกสะใภ้เสียชีวิตไปตั้งแต่เมื่อยี่สิบปีก่อน ด้วยอุบัติเหตุเครื่องบินตก ทิ้งหลานชายคนเดียวไว้ให้เลี้ยงดู ซึ่งก็คือนายตะวัน ต่อมาด้วยความที่เป็นคนรักเด็ก และอยากให้หลานชายมีเพื่อนเล่น นางจึงรับนายเมฆินทร์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานชายของสามีมาเลี้ยงดู และรับนายวายุ ซึ่งเป็นหลานของเพื่อนรักมาเลี้ยงดูอีกหนึ่งคน แล้วก็รับนางสาวรัศมีดารามาเลี้ยงดูเป็นคนสุดท้าย ทุกคนล้วนเป็นกำพร้าไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนแล้ว

 

            เป็นกำพร้ากันทั้งบ้านเลยเฮะ บ้านปานวิมานนี่เหมือนโรงเลี้ยงเด็กกำพร้ายังไงยังงั้นเลย

 

            เมื่อคุณหญิงเพ็ญแขเสียชีวิตลง นายตะวันก็เข้ารับช่วงบริหารกิจการทั้งหมดแทน เขาอายุ 30 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาโทด้านการบริหารธุรกิจจากอังกฤษ โดยมีนายเมฆินทร์เป็นผู้ช่วย เขาจบด้านการออกแบบจากฝรั่งเศส จึงรับหน้าที่ดูแลธุรกิจการค้าอัญมณี นายวายุ ไม่ชอบงานธุรกิจ แต่รักจะเป็นตำรวจ เขาจึงเป็นคนเดียวที่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจของตระกูล ส่วนน้องดาวร่างกายอ่อนแอ เมื่อเรียนจบก็ออกมาอยู่บ้านเฉยๆ และรอเป็นเจ้าสาวของนายตะวัน

 

            ดีจัง ไม่ต้องดิ้นรนหางานทำเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเหมือนเรา

 

            เพียงเดือนอ่านแฟ้มต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งตอนหลังเป็นเรื่องราวของน้องดาวล้วนๆ เช่น เธอชอบสีชมพูเป็นชีวิตจิตใจ ชอบกินเมี่ยงปลาทู และไอศกรีมรสวานิลา ว่ายน้ำไม่เป็น มีโรคหัวใจเป็นโรคประจำตัว ต้องหาหมอทุกเดือนและต้องกินยาตามแพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง ยามว่างเธอชอบแกะสลักผักผลไม้ ถักไหมพรม และปักครอสติส เธอชอบเลี้ยงแมว แต่คุณหญิงย่าไม่ให้เลี้ยง เพราะขนแมวทำให้เธอหอบ

 

            พออ่านมาถึงตรงนี้เธอก็ต้องยกมือเกาศีรษะ ถ้าต้องทำสิ่งที่น้องดาวชอบทั้งหมด เธอต้องขาดใจตายแน่ๆ ถักไหมพรมกับปักครอสติสพอได้ แต่ถ้าให้เธอแกะสลักผักผลไม้สงสัยความจะแตก เพราะเธอมือหนักเกินไปสำหรับทำงานละเอียดอ่อนแบบนั้น

 

            เพียงเดือนพลิกไปยังหน้าสุดท้าย ตอนแรกเธอดีใจที่อ่านจบเสียที แต่สิ่งที่เธอเห็นทำเอาเธอตกใจตาค้าง มันเป็นภาพศพไหม้เกรียมนั่งขดอยู่ในถังน้ำมันสองร้อยลิตร เธอโยนแฟ้มในมือลงไปกองบนโต๊ะทันที ก่อนชักขาขึ้นมากอดไว้ แล้วเริ่มสวดมนต์กระท่อนกระแท่น

 

            คนบ้า รู้ว่าเรากลัวผี ยังเอารูปศพดำปี๋มาให้ดูอีก ไอ้ตำรวจโรคจิต เดี๋ยวก่อน ศพดำปี๋ น้องดาวถูกเผานั่งยางกลางสวนร้าง ศพนั่นก็คือน้องดาวน่ะสิ

 

            หญิงสาวคิดทบทวนเมื่อความกลัวลดลง มือเรียวสั่นระริกหยิบแฟ้มกลับมาอ่านอีกครั้ง ซึ่งสิ่งที่เห็นก็เป็นไปตามที่เธอคาดไว้ กระดาษใบสุดท้ายเป็นสำนวนคดี เขียนไว้ว่าพบศพหญิงสาวไม่ทราบชื่อ อายุประมาณยี่สิบปี ถูกฆ่าแล้วเผ่าอำพรางคดี กลางสวนร้างแห่งหนึ่งในเขตปริมณฑล จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบร่องรอยการข่มขืน ตำรวจจึงลงความเห็นว่าหญิงสาวคงถูกล่อลวงมาข่มขืนแล้วฆ่า ก่อนนำศพมาเผาทำลายหลักฐาน แต่เนื่องจากคืนนั้นฝนตกหนัก ทำให้ศพเผาไม่หมด จนมีผู้มาพบเห็นดังเข้า

 

            เพียงเดือนปิดแฟ้มลงเมื่ออ่านจบ แล้วดันแฟ้มออกไปห่างตัวทันที น้ำตาของเธอไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว ทำไมน่าสงสารอย่างนี้ ใครกันที่ทำกับเธออย่างนี้ เธอไม่รู้จักกับน้องดาวหรอก ไม่เคยเห็นหรือได้ยินเรื่องของเธอมาก่อนด้วย แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับน้องดาว ถ้าเป็นใครมาอ่านก็คงเศร้าเสียใจไม่ต่างจากเธอ

 

            น้องดาวกำลังจะมีความสุข กำลังจะแต่งงานกับพี่มาร์กขา แต่เธอต้องถูกไอ้ชั่วที่ไหนก็ไม่รู้ข่มขืนแล้วฆ่าทิ้งอย่างโหดเหี้ยม พอนึกถึงคำว่าข่มขืน เธอก็ร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น ผู้หญิงทุกคนกลัวการถูกข่มขืน แล้วยิ่งคนที่ถูกเลี้ยงดูอย่างไข่ในหินแบบน้องดาวด้วย เธอคงหวาดกลัวจนแทบจะเสียสติเลยทีเดียว

 

            เดือน คุณเป็นอะไร ร้องไห้ทำไม เสียงทุ้มดังมาจากหน้าประตู เธอเงยหน้าเปื้อนน้ำตาขึ้นมอง ก่อนเอ่ยเสียงสั่นเครือ

 

            น้องดาว เขา เขา...” เธอพูดได้แค่นั้นน้ำตาก็ไหลออกมาอีก วายุเดินตรงมาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าตรงหน้าเธอ แล้วพูดปลอบโยน

 

            ผมรู้ว่ามันไม่ใช่ภาพที่น่าดูนัก แต่ผมก็อยากให้คุณรู้เรื่องของน้องดาวทั้งหมด ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์

 

            ใครกัน ใครทำเธอขนาดนี้

 

            ถ้าผมรู้ ผมคงไปฆ่ามันแล้ว คุณเป็นความหวังเดียวของผม คุณจะต้องช่วยผมลากคอไอ้ฆาตกรมาลงโทษ อย่าร้องไห้เลยนะ

 

            ฉันจะช่วย แต่คุณทนได้ยังไง เก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียว ทุกข์อยู่คนเดียว คุณรักเธอมากไม่ใช่เหรอ เธอถามเสียงสั่นเครือ

 

            ผมไม่ได้รักแต่น้องดาว ผมยังรักพี่ตะวัน พี่เมฆินทร์ ผมยอมเสียใจคนเดียว ดีกว่าให้ทุกคนเสียใจด้วย จนกว่าผมจะฆ่าไอ้คนที่ทำร้ายน้องดาวด้วยมือคู่นี้ ทุกอย่างจะต้องเป็นความลับ เขาเอ่ยด้วยดวงตาวาวโรจน์อย่างโกรธแค้น

 

            “ค่ะ ฉันจะช่วยคุณเอง” หญิงสาวปาดน้ำตาจากแก้มพลางสลัดความกลัวทิ้งไป เธอจะช่วยน้องดาว ไม่ว่าจะต้องเจอกับอะไรก็ตาม เธอจะไม่ยอมปล่อยให้คนที่ทำเลวกับผู้หญิงลอยนวลไปเด็ดขาด โดยเฉพาะผู้หญิงคนนั้นมีหน้าตาเหมือนเธอราวกับพิมพ์เดียว

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

            จันทราข้างแรมเว้าแหว่งลงเรื่อยๆ แต่ยังคงส่องแสงเรืองรองกลบรัศมีของดวงดาราให้หมองมัว ท่ามกลางสวนอาหารที่มีบรรยากาศแบบบ้านสวนร่มรื่นด้วยแมกไม้น้อยใหญ่ เพียงเดือนมองอาหารนานาชนิดที่ค่อยๆ ลำเรียงกันวางลงตรงหน้าของเธอตาโต ทั้งที่เธอก็บอกแล้วว่าไม่หิว กินไม่ลงแท้ๆ แต่นายวายุก็ยังสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ ถ้าปล่อยให้อาหารเหลือ เธอคงผิดต่อคนที่ไม่มีกินทั่วโลกเป็นแน่ ดังนั้นเมื่อนายวายุออกปากเชื้อเชิญให้ลงมือรับประทานได้ เธอจึงไม่รอช้าที่จะจัดส่งอาหารเลิศรสต่างๆ เข้าปากอย่างต่อเนื่อง จนเมื่ออาหารตรงหน้าร่อยหรอลงไปกว่าครึ่ง เธอจึงเริ่มเอ่ยปากพูดกับเขา

 

            ฉันจำรูปภาพพวกนั้นได้หมดแล้ว แล้วคุณจะให้ฉันทำอะไรต่อ

 

            คุณจำได้จริงๆ เหรอ เขาย้อนถามพลางเลิกคิ้วมองอย่างท้าทาย

 

            ไม่เชื่อก็ลองถามดูสิ

 

            ทนายความประจำตระกูลชื่ออะไร เขาถาม

 

            ชื่อนายอำนวย มีลูกชายสองคน ลูกสาวหนึ่งคน ทำงานกับทรัพย์เทวัญมาแล้วสิบห้าปี เธอตอบอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นชายหนุ่มยิ้ม เธอจึงพูดต่อ น้องดาวเกิดวันที่ 16 มิถุนายน 2526 ป่วยเป็นโรคหัวใจตั้งแต่เด็ก พ่อแม่เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ตั้งแต่เธออายุได้หกขวบ เรียนจบปริญญาตรีด้านศิลปศาสตร์ มีพี่ชายห่างๆ สามคน คนที่หนึ่งชื่อนายตะวัน เป็นนักธุรกิจ คนที่สองชื่อนายเมฆินทร์ และคนที่สามเป็นนายตำรวจจอมเจ้าชู้ชื่อนายวายุ ถูกต้องไหมคะ เธอถามพลางยิ้มให้เขา วายุยิ้มตอบ ก่อนส่ายหน้า

 

            ไม่ถูก

 

            ไม่ถูกตรงไหนคะคุณตำรวจเธอถามอย่างไม่เข้าใจ

 

            ไม่ถูกตรงที่คนที่สามเป็นนายตำรวจจอมเจ้าชู้ชื่อนายวายุ ผมว่าผมไม่เจ้าชู้สักนิด ออกจะรักเดียวใจเดียวด้วยซ้ำ เพียงแต่ผมยังไม่เจอคนที่ถูกใจเท่านั้น

 

            ช่างคุณเถอะ ฉันไม่สนใจพฤติกรรมรักๆ ใคร่ๆ คุณหรอก ฉันสนใจแค่ว่าฉันจะได้ปฏิบัติหน้าที่เมื่อไรต่างหาก เธอค้อนเขาหนึ่งวงอย่างหมั่นไส้ คนที่พูดว่ายังไม่เจอคนถูกใจ ส่วนใหญ่เจ้าชู้ทุกราย

 

            โอเค ผมเชื่อว่าคุณจำได้หมดแล้ว ดังนั้นตั้งแต่วันพรุ่งนี้ เราจะเริ่มขั้นตอนการแปลงโฉมกัน

 

            แปลงโฉม” เธอเอ่ยอย่างแปลกใจ “ต้องทำขนาดนั้นเชียวเหรอ

 

            แน่นอน” เขาพยักหน้ายืนยัน “ตั้งแต่พรุ่งนี้คุณจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนใหม่

 

            เอาก็เอา ฉันยอมทุกอย่าง ขอให้จับคนร้ายได้เร็วๆ ก็พอ แต่ฉันขอถามอะไรหน่อยสิ คุณสงสัยใครบ้างไหม ฉันจะได้คอยจับตาดูไว้เป็นพิเศษ เธอเบาเสียงลง เพราะกลัวคนอื่นจะได้ยิน

 

            วายุหน้าหมองลง ก่อนถอนใจเบาๆ

 

            ผมบอกไม่ได้หรอกครับ เพราะน้องดาวไม่เคยมีศัตรูที่ไหน แต่ผมคิดว่าคนที่ทำร้ายเธอ น่าจะเป็นคนที่อยู่รอบตัวเธอ หรือเกี่ยวข้องกับคนที่ใกล้ชิดเธอ

 

            คุณว่ามันจะเป็นการฆ่าข่มขืน โดยไม่ได้ระบุตัวคนหรือเปล่าเธอเบาเสียงลงอีก

 

            ไม่ใช่หรอก” เขาส่ายหน้า “วันนั้นน้องดาวอยู่บ้าน แต่จู่ๆ ก็ผลุนผลันออกไป โดยบอกแม่บ้านว่าจะไปพบเพื่อน แล้วก็หายตัวไป จนกระทั่งผมมาพบเธอ

 

            คุณคิดว่ามีคนโทรศัพท์มาเรียกเธอออกไปใช่ไหม

 

            ผมก็ไม่รู้ เขาส่ายหน้าอีกครั้ง

 

            ไม่รู้อะไรสักอย่าง แล้วเราจะสืบกันจากตรงไหนล่ะเธอบ่นเสียงอ่อย

 

            ก็คุณไงเดือน คุณเป็นของขวัญที่พระเจ้าประทานมาให้ผมโดยแท้

 

            ฉันนี่นะ!” เธอชี้ตัวเองตัวเอง

 

            ใช่” เขาพยักหน้า “คุณนั่นแหละ ที่จะช่วยผมคลี่คลายคดีนี้ แล้วจับคนผิดมาลงโทษ หน้าที่ของคุณมีอย่างเดียว คือทำยังไงก็ได้ให้ทุกคนคิดว่าคุณคือน้องดาว แล้วฆาตกรจะมาหาคุณเอง เมื่อถึงเวลานั้นผมจะจับมันด้วยมือคู่นี้

 

            และฉันหวังว่าตอนที่มันมา คุณจะอยู่ด้วยนะคะคุณตำรวจ เพราะว่าฉันยังไม่อยากตายเธอพูดต่อเสียงอ่อย ผู้กองหนุ่มจ้องมองเธอนิ่ง ก่อนหัวเราะอย่างขบขัน

 

            คุณกลัวตาย

 

            แหงล่ะ ฉันยังไม่ได้แต่งงานเลยนะ เธอตอบหน้าง้ำ

 

            ไม่ต้องห่วงหรอกครับ เอาไว้จบงานนี้แล้ว คุณมาแต่งงานกับผมก็ได้ เขาถามทีเล่นทีจริงพลางทำตาเจ้าชู้ใส่เธอ

 

            เห็นแบบนี้ฉันก็เลือกนะคะ เธอค้อนเขาหนึ่งวง ก่อนทั้งคู่จะหัวเราะพร้อมกัน

 

            วายุจ้องมองหญิงสาวเบื้องหน้า ตั้งแต่น้องดาวหายไป นี่เป็นครั้งแรกที่เขาหัวเราะ ผู้หญิงคนนี้มีเสน่ห์ รอยยิ้มของเธอสดใส ทำตัวตามสบาย และมีนิสัยเปิดเผย

 

            “แย่แล้ว” เขาอุทานเสียงเบา รอยยิ้มหายไปทันที ดวงตาเบิกโตมองไปข้างหลังเธอ

 

            “อะไรคะ” หญิงสาวหยุดหัวเราะ เมื่อเห็นท่าทางของเขาเปลี่ยนไปกะทันหัน เธอกำลังจะหันไปมองตามสายตาของเขา แต่ผู้กองหนุ่มร้องห้ามไว้ก่อน

 

            อย่าหันกลับไป”

 

 



***อ่านพันธนาการหัวใจได้ 3 ช่องทาง ดังนี้***

 

1. อ่านฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMjQ3MzAiO30

 

2. อ่านแบบแพคเก็ตจากเว็บเด็กดี

 

3. อ่านนิยายเรื่องอื่นๆ ของมัลลิกา ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&page_no=1&type=author&search=มัลลิกา&is_mag=all&price=all&sort_by=date&from_book_price=&to_book_price=&category_id=&category_name



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

0 ความคิดเห็น