พันธนาการหัวใจ (Re-Up)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 8,864 Views

  • 14 Comments

  • 198 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    300

    Overall
    8,864

ตอนที่ 8 : บทที่ 2 ก้าวสู่วังวน ตอนที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 548
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    18 ม.ค. 61



บทที่ 2

 ก้าวสู่วังวน

ตอนที่ 1

 

            เพียงเดือนมองห้องเช่าหลังน้อยของเธอเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนปิดประตูแล้วกดล็อคกุญแจ เธอถอนใจเบาๆ พลางถามตัวเอง ว่าคิดถูกแล้วใช่ไหมที่รับทำงานนี้ งานที่มีเงินค่าจ้างอย่างงาม แต่ก็เสี่ยงอันตรายเหลือเกิน เธอเป็นผู้หญิงธรรมดา ที่ชอบทำอะไรตามใจตัวเอง รักอิสระ ตรงไปตรงมา คิดยังไงก็พูดอย่างนั้น จะไปเป็นสายลับสืบหาฆาตกรใจโหด เพื่อทวงความยุติธรรมให้กับสาวน้อยที่น่าสงสาร แล้วเธอจะทำได้ไหมนะ

 

            หญิงสาวถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนก้มลงคว้ากระเป๋าเดินทางใบย่อมขึ้นมาถือ แล้วเดินไปที่ห้องพักของเจ้าของห้องเช่า ตอนนี้ถึงทำไม่ได้เธอก็ต้องทำ เพราะเธอรับเงินล่วงหน้าของเขามาแล้ว ยังอุ่นๆ อยู่เลย ห้าหมื่นบาทครบถ้วน ไม่เกินไม่ขาด

 

            เธอเคาะประตูห้องพักเจ้าของห้องเช่า หูแว่วยินเสียงเคลื่อนไหวจากภายใน ก่อนประตูบานนั้นจะเปิดออก เด็กหนุ่มอายุสิบเจ็ดสิบแปดปีคนหนึ่งโผล่หน้าออกมามอง เขานุ่งผ้าขาวม้าตัวเดียวไม่สวมเสื้อ หัวหูยุ่งเหยิง เด็กหนุ่มยิ้มให้เธออย่างอายๆ ก่อนหดหัวกลับเข้าไปในห้อง แล้วร้องตะโกนบอกเจ้าของห้อง

 

            พี่พร พี่เดือนมาหา เขาโผล่ออกมายิ้มให้เธออีกครั้ง ก่อนผลุบหายเข้าไปในห้อง แล้วปิดประตูลง อึดใจต่อมาประตูก็เปิดอีกครั้ง แต่คราวนี้ผู้ที่โผล่ออกมาเป็นคนที่เธอตั้งใจมาหา

 

            มีอะไรแต่เช้าแม่เดือน เกรงใจพี่บ้างสิ เช้าๆ อย่างนี้ พี่ไม่อยากรับแขกนะพี่พรถามอย่างไม่ค่อยพอใจ เพราะถูกเธอขัดจังหวะขณะทำกิจกรรมสำคัญ

 

            เพียงเดือนไม่ตอบ แต่ยื่นเงินห้าพันห้าร้อยบาทไปให้หล่อน พี่พรตาวาวขึ้นมาทันที ลืมความขุ่นเคืองที่เธอเข้ามาขัดจังหวะ ขณะแกเก็บค่าเช่าห้องจากผู้เช่าหนุ่มรุ่นลูกจนหมด แกรีบยื่นมือตะครุบเงินปึกนั้นไว้พลางถามอย่างสงสัย

 

            “ค่าอะไร”

 

            ค่าเช่าห้องล่วงหน้าสามเดือน สี่พันห้าร้อยบาท อีกหนึ่งพันเป็นค่าน้ำค่าไฟที่ค้างไว้ ส่วนที่เหลือฉันยกให้ถือว่าเป็นค่าเสียเวลา ที่เข้ามาขัดจังหวะพี่ทำกิจกรรมยามเช้า อ๋อ แล้วฉันจะไม่อยู่สักสองสามเดือน ฝากพี่ดูห้องให้บ้างล่ะ เธอบอกเร็วปรือ แล้วหันหลังออกเดินออก ทว่าไม่ทันเสียแล้ว

 

            “เดี๋ยวก่อน” พี่พรคว้าแขนเธอไว้ แล้วดึงให้หันกลับมา ใจดำจริงนะ จะไปไหนก็ไม่มีบอกกล่าวกันเลย นี่ไปรวยอะไรมาล่ะ แล้วตำรวจเมื่อวานแฟนเหรอ หล่อจังเลยนะ เมื่อก่อนไม่เคยเห็นเลยนี่ เพิ่งรู้จักกันเหรอ แกถามเป็นชุดด้วยความอยากรู้อยากเห็น

 

            เพียงเดือนรับฟังด้วยสีหน้าสยดสยอง นี่แหละพี่พรตัวจริง นอกจากจะเป็นเจ้าของบ้านเช่าที่แสนเค็มกับผู้เช่าผู้หญิงแล้ว แกยังเป็นนักนินทาตัวยง สนใจเรื่องของชาวบ้านเป็นที่หนึ่ง และที่สำคัญเรื่องที่แกรู้มา มักจะไม่จบที่แก แต่จะไปจบลงที่หูของคนอื่นๆ อีกหลายคนเสมอ เรื่องที่นายวายุมาส่งเธอเมื่อคืน จึงไม่สามารถเล็ดลอดหูตาสับปะรดของแกไปได้ รับรองว่าไม่เกินสิบโมงเช้าวันนี้ เรื่องที่เธอมีผู้ชายมาส่งถึงห้อง ต้องลามไปทั่วซอยแน่ๆ

 

            ฉันจะกลับบ้านสักสองสามเดือน เงินนี่พ่อฉันส่งมาให้ แล้วตำรวจเมื่อวานนี้ก็ไม่ใช่แฟนฉัน เธอตอบทีละคำถาม พี่พรรับฟังด้วยความสนใจ ดวงตาจ้องเขม็งอย่างจับผิด

 

            เอาเหอะๆ ไม่บอกก็ไม่เป็นไร เรื่องห้องไม่ต้องห่วง พี่จะไปดูให้เอง แค่นี้นะแกบอกปัด แล้วเดินกลับเข้าห้องปิดประตูใส่หน้าเธอดังปัง ไม่ยอมรับฟังคำชี้แจงใดๆ เพราะมีเรื่องที่เชื่อและอยากจะพูดอยู่เต็มสมองแล้ว

 

            เพียงเดือนส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ยังไงเช้านี้เธอคงหนีไม่พ้นการเป็นหัวข้อสนทนาของพี่พร หลังจากที่แกเก็บค่าเช่าห้องกับเจ้าบาสเสร็จ เธอหิ้วกระเป๋าเดินออกจากซอย โดยไม่สนใจเสียงผิวปากหวีดหวิวของมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ที่อยากปฏิบัติหน้าที่เต็มแก่ เมื่อมีลูกค้าสาวๆ เดินผ่าน

 

            ความจริงเธอนั่งรอนายวายุที่ห้องก็ได้ แต่เธอเลือกที่จะเดินออกมารอเขาที่หน้าปากซอยแทน เพราะเธอคิดว่าพี่พรมีเรื่องพูดมากพอแล้ว คงไม่ต้องเพิ่มเรื่องที่เธอเก็บข้าวเก็บของขึ้นรถผู้ชาย ที่มารับถึงห้องอีกเรื่องหนึ่งหรอก เธอเดินแค่สิบนาทีถึงป้ายรถประจำทาง

 

            หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่ง เอากระเป๋าเสื้อผ้าวางไว้บนตัก แล้วยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา เข็มยาวชี้ที่เลขหก ในขณะที่เข็มสั้นชี้ที่เลขสอง หกโมงสิบนาที เธอมาเร็วกว่าที่นัดไว้ยี่สิบนาที เมื่อไม่รู้จะทำอะไร เธอจึงหยิบรูปถ่ายที่นายวายุให้ไว้ขึ้นมาดูเพื่อฆ่าเวลา รูปใบแรกเป็นรูปของน้องดาว หญิงสาวยิ้มสดใส ดูแล้วไม่น่าจะเป็นพิษเป็นภัยกับใครได้ น่าสงสารจริงๆ ไม่น่าต้องมาเคราะห์ร้ายแบบนี้เลย

 

            “เราทำถูกแล้วใช่ไหม” เธอถามตัวเองเป็นครั้งที่ร้อย น้องดาวน่าสงสาร แต่ฆาตกรก็น่ากลัว คนที่ฆ่าเด็กสาวน่ารักแบบนี้ได้ ต้องใจคออำมหิตไม่ใช่เล่น แต่ตอนนี้จะถอนตัวก็คงยากแล้ว เพราะเมื่อคืนนายวายุจ่ายค่าจ้างล้วงหน้ามาให้เธอแล้ว โดยไม่มีท่าทางลังเลสักนิดว่าเธออาจจะเบี้ยวเขา แล้วเธอจะทำยังไงได้ รับเงินเขามาแล้วแบบนี้ แถมยังใช้ไปแล้วด้วย

 

            “เอ้า! เป็นไงเป็นกัน” เธอเอ่ยอย่างตัดใจ คนอย่างนางสาวเพียงเดือน ถ้ารับปากจะทำงานให้ใครแล้ว ก็ต้องทำอย่างเต็มที่ ตายเป็นตาย ยังไงเธอก็ต้องช่วยนายวายุ ลากคอไอ้ฆาตกรโหดมาเข้าคุกให้ได้ เธอหยิบภาพน้องดาวไปซ้อนไว้ด้านหลัง เพื่อดูรูปใบถัดไป ซึ่งเป็นรูปของนายตะวัน ทรัพย์เทวัญ รูปใบนี้ถ่ายได้ดีมาก พี่มาร์กขาดูหล่อจริงๆ แต่ยังด้อยกว่าตัวจริงสามสี่ส่วน เพราะพี่มาร์กตัวเป็นๆ มีดวงตาคมกริบกับน้ำเสียงทุ้มลึกชวนหลงใหล

 

            เสียงแตรรถดังขึ้นดึงเพียงเดือนกลับมาจากความคิดของตน เธอเก็บรูปถ่ายใส่กระเป๋า แล้วหิ้วกระเป๋าเดินทางตรงไปที่รถสปอร์ตสุดหรูของผู้กองหนุ่ม โดยไม่ลืมมองนาฬิกาข้อมืออีกหน หกโมงสามสิบนาทีตรง ไม่ขาดไม่เกินแม้แต่วินาทีเดียว นายวายุเป็นคนตรงเวลาอย่างที่เขาบอกไว้จริงๆ เมื่อคืนเขาสั่งให้เธอตั้งนาฬิกาให้ตรงกับเขา เพราะมันเป็นก้าวแรกของคนที่จะปฏิบัติงานร่วมกัน

 

            เพียงเดือนเปิดประตูก้าวขึ้นไปนั่งในรถ แล้วดึงปิดประตูเบาๆ รถสปอร์ตสุดหรูแล่นออกไป ทิ้งป้ายรถเมล์ไว้เบื้องหลัง เธอสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วเตรียมตัวเตรียมใจปฏิบัติหน้าที่ของตน ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

            รถสปอร์ตคันงามแล่นมาจอดหน้าทาวเฮาส์สองชั้นหลังหนึ่ง ประตูรถทางด้านซ้ายเปิดออก ก่อนที่หญิงสาวผิวขาวรูปร่างเล็กบอบบางจะก้าวลงมา แล้วดันปิดประตูตามหลัง เธอหิ้วกระเป๋าด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างเอื้อมไปจับรั้วบ้านที่สูงแค่หน้าอกพลางชะเง้อมองเข้าไปข้างใน

 

            บ้านใคร เธอหันไปถามชายหนุ่มที่มาด้วยกัน เมื่อเขาลงจากรถเดินตรงมาหา

 

            บ้านผม

 

            เพียงเดือนมองรถยนต์ของเขา แล้วหันกลับไปมองบ้าน ก่อนหันมาจ้องหน้าเขาอีกครั้ง ชายหนุ่มหัวเราะ แล้วยืนยันอีกครั้ง

 

            นี่บ้านผมจริงๆ ซื้อด้วยน้ำพักน้ำแรงของผม ส่วนรถนั่นของพี่ตะวัน เขาให้ผมเป็นของขวัญวันรับกระบี่

 

            “อ๋อ” เธอพยักหน้าเข้าใจ “แล้วมีใครอยู่ไหม

 

            ตอนนี้ไม่มี แต่เมื่อก่อนบางทีผมก็ให้เพื่อนมาพักบ้างเป็นครั้งคราว เขาตอบพลางไขกุญแจรั้ว แล้วผายมือเชิญเธอเข้าบ้าน “เชิญครับ”

 

            “ขอบคุณค่ะ คุณพาฉันมาที่นี่ทำไมคะ

 

            ผมพาคุณมาที่นี่เพื่อซักซ้อม แปลงโฉม และอบรมกริยามารยาท ให้คุณกลายเป็นน้องดาวอย่างสมบูรณ์แบบ เขาตอบพลางคว้ากระเป๋าเดินทางของเธอมาถือเอง แล้วเดินนำเข้าไปที่ตัวบ้าน ไขกุญแจเปิดประตู แล้วเดินนำเข้าไปข้างใน

 

            ต้องทำขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันว่าฉันดูเหมือนน้องดาวออก เธอถามพลางเดินตามเขาเข้าไปในบ้าน

 

            คุณเหมือนน้องดาว แค่ใบหน้าและรูปร่างเท่านั้น แต่นิสัย ท่าทาง กิริยามารยาทไม่เหมือนเลย ถ้าผมพาคุณเข้าบ้านปานวิมานตอนนี้ รับรองว่าไม่เกินห้านาทีต้องถูกจับได้แน่ พี่ตะวันเป็นคนช่างสังเกตมาก เอาอย่างง่ายๆ แค่ตอนที่คุณเปิดประตูลงจากรถผม ถ้าพี่ตะวันมาเห็นเข้า เขาต้องรู้ว่าคุณไม่ใช่น้องดาวแน่ เพราะถ้าเป็นน้องดาว เธอจะนั่งรอให้ผมเดินลงมาเปิดประตูรถให้ ไม่ใช่เปิดออกมาเองอย่างคุณ แล้วกระเป๋าใบนี้ก็เหมือนกัน น้องดาวจะไม่หิ้วมันออกมาเองหรอก เธอจะสั่งให้เด็กรับใช้มายกเอาไปเก็บแทน

 

            แล้วแบบนี้น้องดาวไม่เป็นง่อยแย่เหรอคะ เล่นไม่ทำอะไรเลยแบบนี้ ถ้าเราทำอะไรเองได้ก็ควรทำ เพราะไม่มีใครจะคอยมาช่วยเหลือเราได้ตลอดเวลา เธอเถียงอย่างไม่เห็นด้วย

 

            เพราะอย่างนี้ผมถึงต้องพาคุณมาเก็บตัวที่นี่ก่อน คุณเพียงเดือน คุณมีชื่อเล่นไหม

 

            ฉันชื่อเดือน คุณเรียกฉันว่าเดือนเฉยๆ ก็ได้

 

            โอเค ต่อไปนี้เวลาที่เราอยู่ที่นี่ ผมจะเรียกคุณว่าเดือน ตกลงตามนี้นะ

 

            “ค่ะ” เธอพยักหน้าตกลง แล้วกวาดตามองไปรอบๆ บ้านหลังนี้น่าอยู่ดีทีเดียว ส่วนแรกของบ้านเป็นห้องรับแขกเล็กๆ มีโซฟาตั้งไว้มุมหนึ่ง มองเข้าไปด้านในเห็นครัวเล็กๆ และห้องน้ำที่กั้นด้วยมู่ลี่สีเขียวอ่อน มีบันไดขึ้นชั้นสองอยู่ทางขวามือ ทุกอย่างดูสะอาดสะอ้าน เหมือนมีคนมาทำความสะอาด ทั้งที่เขาบอกว่าไม่มีคนอยู่นานแล้ว

 

            “นั่งก่อนสิครับ” เขาพาเธอมานั่งบนเก้าอี้บุหนังตัวหนึ่ง แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ก่อนเอ่ยเฉลยข้อสงสัยให้เธอฟังพอดีเพื่อนคนล่าสุดของผมเพิ่งจะย้ายออกไป ผมก็เลยให้คนมาทำความสะอาดไว้ แต่หลังจากนี้คุณคงต้องทำเอง เพราะผมไม่ต้องการให้มีใครมาเห็นคุณ ก่อนที่แผนของเราจะสำเร็จ

 

            เพียงเดือนพยักหน้าหงึกๆ แต่ในใจคิดว่าเพื่อนคนล่าสุดของเขาน่าจะเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เพราะเธอเห็นภาพถ่ายของหญิงสาวหน้าตาสะสวย วางอยู่บนโต๊ะวางโทรทัศน์

 

            นี่เพื่อนคนล่าสุดของคุณเหรอคะ เธอชี้มือไปที่ภาพถ่ายใบนั้น

 

            เขาคงลืมเอาไว้ แต่คุณไม่ต้องไปสนใจเรื่องนั้นหรอกครับ ผมรับรองว่าตลอดเวลาที่คุณอยู่ที่นี่ จะไม่มีใครมารบกวนคุณแน่นอน เรามาพูดเรื่องของเราต่อดีกว่าครับ” เขาบอกปัดอย่างไม่ใส่ใจ แล้วพูดเป็นงานเป็นการ “ต่อไปนี้คุณจะต้องลืมให้หมดว่าคุณเป็นนางสาวเพียงเดือน แต่คุณจะต้องเป็นนางสาวรัศมีดาราทุกกระเบียดนิ้ว ซึ่งผมจะช่วยคุณเอง และเมื่อเราพร้อมผมจะพาคุณเข้าบ้านปานวิมาน ที่นั่นงานจริงๆ ของคุณจะเริ่มต้นขึ้น คุณทำได้ไหม

 

            แล้วเราจะเริ่มจากอะไรก่อนดีคะ

 

            เริ่มตรงที่คุณต้องทำความรู้จักตัวตนของน้องดาวให้ละเอียด คุณต้องรู้ว่าเธอมีนิสัยใจคอเป็นอย่างไร ชอบไม่ชอบอะไร ประวัติของเธอเท่าที่ผมรวบรวมมาได้ และกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับน้องดาวอยู่ในแฟ้มเล่มนี้แล้ว เขาดันแฟ้มเล่มใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะไปตรงหน้าเธอ

 

            เพียงเดือนเปิดแฟ้มออกดูช้าๆ ข้างในเป็นรูปถ่ายของบุคคลต่างๆ ทั้งหญิงและชาย บางคนแก่ บางคนหนุ่ม บางคนแต่งตัวภูมิฐาน และบางคนแต่งตัวเหมือนสาวใช้

 

            ใครกันคะเยอะแยะไปหมดเลย

 

            พวกเขาเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับน้องดาว ที่ผมรวบรวมมาได้ทั้งหมด ด้านหลังรูปผมเขียนชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น และประวัติย่อๆ ของพวกเขาเอาไว้หมดแล้ว คุณมีหน้าที่จำให้ได้ว่าใครเป็นใคร แล้วยังมีประวัติของน้องดาวด้วย ผมพิมพ์เอาไว้ แต่ลืมหยิบลงมาจากรถ เดี๋ยวผมกลับมา เขาเดินออกจากบ้าน ก่อนเดินกลับมาพร้อมแฟ้มเอกสารและข้าวสองกล่อง

 

            นี่คือประวัติของน้องดาว” เขาวางของทั้งหมดลงตรงหน้าเธอ “ประวัติของคุณหญิงย่า พี่ตะวัน พี่เมฆินทร์ และของผมเท่าที่รวบรวมมาได้ ในนี้จะบอกนิสัยใจคอของทุกคน สิ่งที่ชอบไม่ชอบ หน้าที่การงาน และคนอื่นๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับคนกลุ่มนี้ คุณมีหน้าที่จำให้ได้เท่านั้น คงไม่ยากเกินไปใช่ไหมคุณเดือน”

 

            “ฉันจะพยายามค่ะ” เธอรับคำเสียงอ่อย

 

            ผมรู้อยู่แล้วว่าคุณต้องทำได้ เพราะคุณเป็นคนฉลาด ผมต้องไปทำงานก่อน แล้วเย็นๆ ผมจะมารับคุณไปทานข้าวข้างนอก ส่วนข้าวสองกล่องนี้ ผมซื้อมาเมื่อเช้าก่อนไปรับคุณ คุณทานซะ แล้วไม่ต้องออกไปไหน ผมไม่อยากให้มีใครเห็นคุณ เดี๋ยวแผนเราจะแตกซะก่อน

 

            “ค่ะ” เธอพยักหน้าเข้าใจ

 

            “นี่คือกุญแจทั้งหมดของบ้านหลังนี้ ผมให้คุณไว้เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และรับรองด้วยเกียรติ์ของผู้พิทักษ์สันติราชว่าไม่ได้ทำสำรองไว้ ดังนั้นบ้านหลังนี้จึงเป็นของคุณนับตั้งแต่บัดนี้ คุณสามารถอยู่ได้อย่างสบายใจ ห้องนอนอยู่ชั้นบน ห้องน้ำ ห้องครัวอยู่ชั้นล่าง ทีวี ตู้เย็น ใช้ได้ตามสะดวก คุณสงสัยอะไรไหม

 

            ขอโทษนะคะ บ้านหลังนี้มีผีไหมคะ เธอถามเสียงเบาหวิว ชายหนุ่มหัวเราะขำ ก่อนตอบอย่างอารมณ์ดี

 

            ไม่มีหรอกคุณ ผีมันกลัวตำรวจ คุณไม่รู้เหรอ แต่ถ้าคุณกลัวนะ ผมมีห้องพระอยู่ใกล้กับห้องนอน คุณเข้าไปไหว้ได้ ผมต้องไปแล้วล่ะ เขาลุกขึ้นยืน เพียงเดือนจะเดินไปส่ง แต่เขาห้ามเธอไว้

 

            คุณไม่ต้องไปส่งผมหรอก คุณเอาของไปเก็บ กินข้าวซะก่อน แล้วค่อยมาศึกษาข้อมูลพวกนั้น ผมจะล็อคกุญแจรั้วให้ เขาจบคำพูดด้วยรอยยิ้ม ดวงตาหวานเชื่อมจนเพียงเดือนหน้าแดงเรื่อ เธอแสร้งกระแอมเบาๆ แล้วถามแก้เขิน เมื่อเห็นเขายังไม่ไปเสียที

 

            มีอะไรอีกไหมคะ

 

            คุณรู้ไหมว่าคุณมีนิสัยเหมือนน้องดาวอยู่อย่างหนึ่ง

 

            อะไรคะ หญิงสาวมองเขาตาโต

 

            น้องดาวกลัวผีเหมือนคุณ ผมไปนะครับ เขาบอกลาแล้วเดินออกจากบ้าน ปิดประตูรั้วแล้วล็อกกุญแจให้เสร็จสรรพ ก่อนขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว

 

            เพียงเดือนทรุดตัวลงนั่งอย่างเหนื่อยใจ ผู้ชายบ้านปานวิมานมีเสน่ห์น่าหลงใหลกันทุกคน นายวายุดูสบายๆ เป็นกันเอง ยิ้มหัวอยู่ตลอดเวลา ใครอยู่ด้วยก็รู้สึกสบายใจ แล้วพี่มาร์กขาล่ะ จะเป็นคนยังไงกันนะ

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~



 

 ***อ่านพันธนาการหัวใจได้ 3 ช่องทาง ดังนี้***

 

1. อ่านฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMjQ3MzAiO30

 

2. อ่านแบบแพคเก็ตจากเว็บเด็กดี

 

3. อ่านนิยายเรื่องอื่นๆ ของมัลลิกา ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&page_no=1&type=author&search=มัลลิกา&is_mag=all&price=all&sort_by=date&from_book_price=&to_book_price=&category_id=&category_name



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

0 ความคิดเห็น