พันธนาการหัวใจ (Re-Up)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 8,862 Views

  • 14 Comments

  • 198 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    298

    Overall
    8,862

ตอนที่ 7 : บทที่ 1 นางสาวเพียงเดือน ตอนที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 569
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    17 ม.ค. 61



บทที่ 1

นางสาวเพียงเดือน

ตอนที่ 3

 

            วายุพาหญิงสาวเดินมาที่รถของเขา ซึ่งจอดอยู่ไม่ไกลจากสถานีนัก พอเห็นรถของอีกฝ่าย เพียงเดือนก็ต้องอุทานออกมาในใจอย่างตกตะลึง

 

            โอ้โฮ รถเก๋งสปอร์ตสุดหรู ราคาไม่ต่ำกว่าสิบล้าน พระเจ้าช่วยกล้วยทอด ตำรวจเมืองไทยยศแค่ร้อยเอก รวยขนาดนี้เชียวหรือ

 

            ไม่ใช่รถของผมหรอก รถของญาติ เขามีหลายคัน เขาให้เอามาใช้ ดีกว่าจอดไว้เฉยๆ วายุตอบเหมือนอ่านใจเธอออก

 

            เพียงเดือนพยักหน้ารับ ทั้งที่ไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไร แต่ตัดสินใจไม่ซักไซ้ เพราะคิดว่าไม่เกี่ยวกับเธอ เดี๋ยวพอถึงบ้านก็ต่างคนต่างไป

 

            ตอนลงคุณต้องบอกวิธีเปิดประตูให้ฉันด้วยนะคะ เพราะฉันไม่เคยนั่งรถราคาแพงขนาดนี้มาก่อน

 

            ไม่ต้องห่วงหรอกครับคุณผู้หญิง ผมร้อยตำรวจเอกวายุ ทรัพย์เทวัญจะบริการเปิดปิดประตูให้เองครับ วายุเปิดประตูแล้วผายมือเชิญเธอเข้าไปนั่งด้วยท่าทางโอ่อ่า

 

            เพียงเดือนยิ้มกับน้ำเสียงหยอกล้อนั้น ความจริงเธอไม่เคยไว้ใจใครง่ายๆ แต่กับนายตำรวจคนนี้ เธอกลับรู้สึกเหมือนเคยรู้จักเขามาก่อน คงเป็นชาติที่แล้วมั่ง

 

            “ขอบคุณค่ะ” เธอก้าวขึ้นไปนั่งในรถ เขาปิดประตูแล้ววิ่งอ้อมไปประจำที่คนขับ ก่อนขับรถยนต์คันหรูออกไปอย่างนุ่มนวล

 

            บ้านคุณอยู่ที่ไหน เขาถาม

 

            ซอยสวนผัก ตลิ่งชัน ฉันเช่าห้องพักอยู่ที่นั่น

 

            ทำไมไปอยู่ไกลจัง เดินทางไปมาคงลำบาก เขาถามด้วยความห่วงใย

 

            ทำไงได้ ห้องเช่าแถวนั้นถูกดี ฉันต้องประหยัด แล้วตอนนี้ฉันยังตกงานด้วย เธอตอบเรื่อยๆ สองตามองข้างทาง

 

            ตกงาน!’ วายุโห่ร้องในใจ แล้วสอบถามต่อ เพื่อเก็บข้อมูล

 

            คุณพักอยู่กับใคร

 

            หญิงสาวนั่งเงียบไม่ตอบ เขาหันไปมองเธอ และเห็นว่าเธอมองเขาอยู่แล้ว ด้วยสายตาคลางแคลงใจ

 

            ถ้าคุณอยากรู้ว่าฉันมีแฟนหรือยัง ฉันขอตอบว่ายัง แต่พ่อของฉันดุมาก ขี้โมโห และชอบลงไม้ลงมือเป็นที่สุด

 

            ผมไม่ได้คิดไม่ดีกับคุณนะ ผมแค่อยากรู้เฉยๆ เพราะผมมีเรื่องอยากให้คุณช่วย เขารีบอธิบาย เพราะกลัวอีกฝ่ายจะเข้าใจผิด

 

            ฉันจะช่วยอะไรคุณได้เธอถามอย่างงงๆ

 

            เราไปคุยกันที่ร้านข้าวต้มดีกว่า ผมจะเล่าให้คุณฟังหมดเลย แล้วจะเลี้ยงข้าวคุณด้วย เขาเลี้ยวรถเข้าจอดข้างทาง ใกล้กับร้านข้าวต้มรถเข็นร้านหนึ่ง พอจอดรถเรียบร้อย เขาก็ลงจากรถ แล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูให้เธอ “เชิญครับ”

 

            “ขอบคุณค่ะ” เพียงเดือนก้าวลงจากรถ พอได้กลิ่นอาหาร ความหิวก็เล่นงานทันที เพราะตั้งแต่เที่ยงยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย กินข้าวฟรีสักมื้อก็ประหยัดดีเหมือนกัน

 

            พวกเขาเลือกนั่งโต๊ะที่ห่างจากคนอื่นพอสมควร วายุสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ ตอนแรกเพียงเดือนอิดออดด้วยความเกรงใจ แต่เมื่อความหิวชนะความอาย เธอก็จัดการอาหารตรงหน้าอย่างรวดเร็ว เมื่อการกินดำเนินมาได้ครึ่งทาง เธอก็ถามถึงเรื่องที่คุยค้างไว้บนรถ

 

            ตอนที่อยู่บนรถคุณบอกว่ามีอะไรจะให้ฉันช่วยนะ

 

            วายุมองหญิงสวาพูดทั้งที่อาหารเต็มปากด้วยความขบขัน ผู้หญิงคนนี้ช่างเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ถ้าได้อยู่ด้วยกัน ชาตินี้เขาคงไม่มีวันรู้จักกับคำว่าเบื่อ

 

            ผมได้ยินคุณบอกว่าคุณตกงาน

 

            “ใช่” เธอพยักหน้าหงึกๆ ก่อนคีบผักบุ้งไฟแดงใส่ปาก

 

            ผมจึงอยากเสนองานสืบสวนของผมให้คุณทำ

 

            “งานสืบสวน” เธอกลืนผักบุ้งลงคอ แล้วใช้ตะเกียบชี้หน้าเขา ฉันจะไปช่วยอะไรคุณได้ ถ้าให้ฉันไปล่อซื้อยาบ้า ฉันไม่เอาหรอกนะ ฉันกลัวโดนยิงตาย

 

            ผมรับรองว่าไม่ใช่คดียาบ้าแน่นอน แต่ก็เกี่ยวกับการสืบสวน ผมอยากให้คุณปลอมเป็นสายลับ

 

            เพียงเดือนรับฟังอย่างตกตะลึง กลืนเนื้อแดดเดียวลงคอ คว้าน้ำเปล่ามาดื่ม ก่อนหัวเราะเสียงดัง

 

            แบบเขาวานให้หนูเป็นสายลับเหรอ คุณนี่น้ำเน่าไม่เบาเลยนะ เรื่องนั้นฉันก็ดูเหมือนกัน เธอหัวเราะขำ แล้วคีบหมูกรอบใส่ปาก “คุณไปจ้างตำรวจด้วยกันไม่ดีกว่าเหรอ ฉันเคยเป็นสายลับที่ไหนล่ะ เดี๋ยวก็ทำงานของคุณเสียเปล่าๆ

 

            ไม่มีใครอีกแล้ว มีคุณคนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยผมได้ เขาพูดเสียงเศร้า

 

            เพียงเดือนกลืนหมูกรอบลงคอ เธอรู้สึกแปลกใจกับท่าทีของอีกฝ่าย เธอคีบยำไข่เยี่ยวม้าใส่ปากอีกชิ้น ก่อนถามเขาด้วยความสงสัย

 

            ถ้ามันสำคัญขนาดนั้น ก็ลองบอกมาดูก่อนก็ได้ เห็นแก่ที่คุณเลี้ยงข้าวฉัน ถ้าฉันทำได้ ฉันอาจจะยอมช่วยก็ได้ เดี๋ยว มีวงเล็บด้วย อาจจะ นะ อาจจะ เธอรีบเสริมเมื่อเห็นเขายิ้มอย่างมีความหวัง

 

            คุณช่วยได้แน่ๆ ในโลกนี้มีคุณคนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยได้ วายุหยิบรูปถ่ายจากกระเป๋าเสื้อมาวางตรงหน้าเธอ นี่คือน้องดาว หรือ นางสาวรัศมีดารา ทรัพย์เทวัญ น้องสาวของผมเอง เธอหายไปจากบ้าน เมื่อสองสัปดาห์ก่อน หลังจากเธอหายไปได้หนึ่งคืน ผมก็พบเธอในสวนร้างแห่งหนึ่ง

 

            เจอก็ดีแล้วนี่ ว่าแต่มันเกี่ยวอะไรกับเรื่องที่จะจ้างให้ฉันเป็นสายลับล่ะ เธอใช้มือข้างที่ไม่ได้ถือตะเกียบ หยิบรูปถ่ายใบนั้นขึ้นมาดู ก่อนเบิกตาอย่างประหลาดใจ เมื่อพบว่าหญิงสาวในรูปถ่าย หน้าตาเหมือนเธอราวกับพิมพ์เดียว เธอเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มพลางถามเสียงแผ่ว “นี่น้องสาวคุณเหรอ”

 

            ครับ” เขาพยักหน้า แล้วเล่าต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “คืนนั้นผมเจอน้องดาวในสภาพศพที่ถูกเผานั่งยาง เหลือชิ้นส่วนเพียงไม่กี่ชิ้น แต่ก็เพียงพอที่นิติเวชจะระบุว่าศพนั้นเป็นน้องสาวของผม...

 

            เพียงเดือนรับฟังอย่างตื่นตระหนก ตะเกียบที่ถืออยู่ในมือหล่นลงพื้น เธอมองรูปในมืออีกครั้ง แล้วก็มองชายหนุ่มตรงหน้า

 

            เธอตายแล้วเหรอ

 

            “ครับ” เขาพยักหน้า

 

            “แล้วทำไมเธอหน้าเหมือนฉัน

 

            ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน น้องดาวเป็นลูกคนเดียว พ่อแม่ของเธอเสียตั้งแต่เธอยังเด็ก เธอไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอีก นอกจากผมกับพี่ชาย ตอนแรกที่ผมเห็นคุณในโรงพัก ผมยังนึกว่าน้องดาวฟื้นขึ้นมาจากความตาย แต่พอได้พูดคุยกับคุณ ผมจึงแน่ใจว่าไม่ใช่ นิสัยของคุณกับน้องดาวไม่เหมือนกันเลย

 

            เพียงเดือนยังอ้าปากค้าง นี่มันน้ำเน่าเกินไปแล้วนะ เธอจะหน้าตาเหมือนผู้หญิงในรูปนี้ได้ยังไง ตอนแรกที่เห็นรูปใบนี้ เธอยังนึกว่ามันเป็นรูปของเธอเอง แต่พอดูดีๆ แล้วจึงพบว่าไม่ใช่ หญิงสาวในรูปแต่งเครื่องแบบนิสิตจุฬา แต่เธอจบจากมหาวิทยาลัยศิลปากร เธอก็จำได้ว่าไม่เคยถ่ายรูปแบบนี้ และไม่เคยเอาเครื่องแบบของมหาวิทยาลัยอื่นมาแต่ง

 

            แต่ฉันมีพ่อแม่ ถึงแม่ของฉันจะเสียไปแล้ว แต่พ่อฉันก็ยังอยู่ ท่านเป็นกำนันอยู่ที่สุพรรณบุรีเธอพูดขึ้นเมื่อหาเสียงของตัวเองพบ

 

            ผมเชื่อคุณ ผมคิดว่านี่คงเป็นความบังเอิญที่สุดในโลก หรือไม่ก็พระเจ้าฟังคำร้องขอของผม จึงส่งคุณมาช่วยน้องดาว ผมขอร้อง ช่วยน้องดาวด้วยเถอะครับ เธอเป็นคนดี ชั่วชีวิตนี้ไม่เคยทำผิดคิดร้ายกับใคร แต่เธอต้องมาตายอย่างน่าอนาถ เขาเอ่ยเสียงสั่นเครือ

 

            เพียงเดือนเลื่อนถ้วยข้าวออกห่างตัว ความเจริญอาหารหายไปหมดแล้ว ตอนนี้มีแต่ความสงสารและเห็นใจ

 

            ฉันจะช่วยอะไรคุณได้ ฉันก็แค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง

 

            คนในบ้านไม่มีใครรู้ว่าน้องดาวตายแล้ว ผมใช้อิทธิพลปิดข่าวนี้เอาไว้ น้องดาวไม่เคยมีศัตรูที่ไหน เพื่อนฝูงก็ไม่ค่อยมี เธอมักจะอยู่กับบ้านเสมอ ดังนั้นคนที่น่าจะเกี่ยวข้องกับการตายของเธอ ก็น่าจะเป็นคนที่อยู่รอบตัวเธอ ผมจะให้คุณปลอมตัวเป็นน้องดาว แล้วกลับเข้าไปอยู่ในบ้านปานวิมาน หากคนร้ายเห็นว่าน้องดาวยังไม่ตาย เขาจะต้องลงมืออีกแน่ แล้วตอนนั้นผมจะจับมันด้วยมือของผมเอง

 

            อ๋อ จะใช้ฉันเป็นเหยื่อล่อฆาตกรโรคจิต ที่ชอบจับผู้หญิงไม่มีทางสู้ไปเผานั่งยาง ถึงฉันอยากจะช่วยขนาดไหน ก็คงรับไม่ไหวหรอกค่ะ ฉันยังรักชีวิตอยู่ พ่อฉันก็แก่แล้ว ไม่มีคนดูแล และที่สำคัญฉันยังไม่ได้แต่งงานเลย ขอบคุณที่เลี้ยงข้าว ฉันอิ่มแล้ว ขอตัวกลับก่อนนะคะ เธอบอกลาพลางลุกขึ้นยืน แต่ต้องหยุดชะงัก เมื่อได้ยินคำพูดของนายตำรวจหนุ่ม

 

            ห้าหมื่นบาทต่อหนึ่งเดือน พอตกลงทำสัญญาแล้ว จะจ่ายเงินล่วงหน้าให้ก่อนหนึ่งเดือน หลังจากนั้นจะจ่ายให้เดือนละห้าหมื่นบาท จนกว่าจะจับตัวคนร้ายได้ พอคนร้ายได้รับการโทษที่สาสมแล้ว ผมจะจ่ายให้คุณอีกห้าแสนบาท จ่ายเป็นเงินสด โดยไม่ต้องหักภาษี

 

            เพียงเดือนกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เธอทรุดตัวลงนั่งที่เดิม แล้วถามย้ำอีกครั้ง

 

            คุณว่าอะไรนะ

 

            เดือนละห้าหมื่นบาท พองานเสร็จ จะมีโบนัสให้อีกห้าแสนบาท เขาตอบอย่างหนักแน่น คิดในใจว่าปลากินเหยื่อแล้ว

 

            “ห้าแสน” หญิงสาวพึมพำเสียงเบา ดวงตาดำขลับเบิกโต ก่อนหรี่ลงอย่างคิดครุ่นคิด

 

            เงินเยอะเสียด้วยสิ แต่มันก็สมน้ำสมเนื้อกับงานที่เสี่ยงอันตรายขนาดนั้น ตอนนี้เราก็ตกงานอยู่ด้วย จะกลับบ้านไปหาพ่อ เราก็ไม่อยากยอมแพ้ ถ้ารับงานนี้ไว้ เงินดี แต่มันก็อันตราย แต่ถ้าเรารอดมาได้ ก็มีเงินเกือบล้าน เอาไว้ใช้สำรองตอนหางานใหม่ เงินก็อยากได้ แต่กลัวตายก็กลัว เอายังไงดีเพียงเดือน

 

            วายุแอบยิ้มกับตัวเอง ก่อนหยิบรูปถ่ายในกระเป๋าเสื้อ ออกมาวางตรงหน้าคู่สนทนาอีกสี่ใบ

 

            ระหว่างที่คุณยังตัดสินใจอยู่ ผมจะให้คุณดูรูปถ่ายของผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ทั้งหมด เขาชี้มือไปรูปถ่ายที่ละรูปพลางอธิบายไปด้วย นี่คือนายตะวัน ทรัพย์เทวัญ พี่ชายคนโตของบ้านปานวิมาน เขาเป็นทายาททรัพย์เทวัญ และเป็นพี่ชายของผม

 

            นี่มันพี่มาร์กขา เธออุทานเสียงดังด้วยความประหลาดใจ แล้วคว้ารูปถ่ายใบนั้นมาดูใกล้ๆ ผู้กองหนุ่มเลิกคิ้วมองด้วยความอย่างสงสัย หญิงสาวรีบโบกมือบอกว่าไม่มีอะไร แล้วให้เขาพูดต่อไป

 

            ส่วนนี่นายเมฆินทร์ ทรัพย์เทวัญ พี่ชายคนรองของผม เขาชี้มือไปที่รูปใบที่สอง

 

            เพียงเดือนก้มลงมอง ชายหนุ่มคนที่สองรูปหล่อแบบหน้าหวาน ก่อนเงยหน้ามองนายตำรวจตรงหน้า ผู้กองวายุหล่อแบบคมเข้ม ดูเจ้าเล่ห์และแอบร้าย สรุปแล้วพี่น้องบ้านี้หล่อทุกคน แต่ทำไมหน้าไม่เหมือนกันสักคน

 

            นี่คือคุณเมสินี หรือเมนี่ ตั้งเกียรติกำธร ดารานางแบบไฮโซ เพื่อนหญิงของพี่ตะวัน เขาชี้มือไปที่รูปใบที่สาม

 

            “ยายแปดหลอด” หญิงสาวกัดฟันกรอดด้วยความแค้นใจ เธอจำแม่นี่ได้ไม่ลืมเลย เพราะหล่อนเพิ่งจะไล่เธอออกจากงานเมื่อเที่ยงนี้เอง

 

            และนี่คุณทรายขวัญ ลูกของพ่อเลี้ยงอาทร หุ้นส่วนและเพื่อนหญิงอีกคนหนึ่งของพี่ตะวัน เขาชี้มือไปที่รูปใบที่สี่

 

            “ชื่อแปลกดี” เธอก้มลงมองรูปถ่าย หญิงสาวในรูปสวยจนชวนตะลึง แต่เป็นความสวยสง่าแบบนางพญา ผิดกับแม่เมนี่แปดหลอดที่สวยเฉี่ยวทันสมัย และคุณน้องดาวที่สวยหวานน่าทะนุถนอม

 

            คุณตัดสินใจได้หรือยัง เขาถามเมื่อเห็นเธอเงียบไปนาน

 

            เพียงเดือนขบคิดถึงเงินห้าแสนบาท ถึงจะมาก แต่ก็เสี่ยง เธอมองดูรูปของรัศมีดาราในมือข้างหนึ่ง หญิงสาวในรูปยิ้มอย่างอ่อนหวาน ใบหน้ารูปหัวใจหวานซึ้งเหมือนเธอไม่ผิดเพี้ยน หล่อนเป็นคนน่าสงสาร ไม่น่าต้องมาโชคร้ายแบบนี้เลย ถึงไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่เธอกลับรู้สึกผูกพันกับหญิงสาว แต่การถูกเผานั่งยางก็ไม่ใช่เรื่องน่าสนุกเหมือนกัน

 

            หญิงสาวหันมามองรูปถ่ายของพี่มาร์กขาที่อยู่ในมืออีกข้าง พ่อเทพบุตรไม่ได้ยิ้มให้เธอเหมือนรูปของน้องดาว เขาแค่มองตรงมานิ่งๆ แต่ก็ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะแล้ว เอาก็เอา เป็นไงเป็นกัน ถ้าได้เข้าไปอยู่ในบ้านหลังนั้น ได้ฟังเสียงทุ้มนุ่มน่าหลงใหลสักสี่ห้าเดือน ถึงจะตายก็คุ้ม

 

            ตกลงค่ะ ฉันจะช่วยคุณ เพื่อน้องดาว เธอตอบอย่างฉะฉาน วายุยิ้มอย่างยินดี แล้วยื่นมือให้เธอ

 

            เพื่อน้องดาว

 

            “ค่ะ เพื่อน้องดาว” เธอยื่นมือไปจับตอบ เขาจ้องมองเธอตาหวานเชื่อม ก่อนถามอย่างนึกได้

 

            คุณชื่ออะไรครับ ผมยังไม่รู้จักชื่อของคุณเลย

 

            เพียงเดือนหัวเราะอย่างขบขัน เธอชี้นิ้วเรียวไปยังรูปถ่ายที่วางอยู่บนโต๊ะ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใส

 

            นี่คือคุณตะวัน นี่คือคุณเมฆินทร์ นี่คือคุณน้องดาว และนี่คือคุณวายุ เธอชี้นิ้วไปยังชายหนุ่มตรงหน้า “ฉันเข้าพวกกับพวกคุณพอดี อยู่บนฟ้าเหมือนกัน

 

            หญิงสาวชี้มือขึ้นไปบนท้องฟ้า วายุเงยหน้ามองตามไปสบตากับดวงจันทร์ข้างแรม หูแว่วยินเสียงหวานสดใสเอ่ยขึ้น

 

            นางสาวเพียงเดือน แก้วพฤกษา ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ

 

            ผู้กองหนุ่มละสายตาจากดวงจันทร์บนฟากฟ้า ลงมามองดวงเดือนบนพื้นหล้า รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา ค่ำคืนนี้เขามีวาสนาได้ยลดวงจันทร์ถึงสองดวง

 



***อ่านพันธนาการหัวใจได้ 3 ช่องทาง ดังนี้***

 

1. อ่านฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMjQ3MzAiO30

 

2. อ่านแบบแพคเก็ตจากเว็บเด็กดี

 

3. อ่านนิยายเรื่องอื่นๆ ของมัลลิกา ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&page_no=1&type=author&search=มัลลิกา&is_mag=all&price=all&sort_by=date&from_book_price=&to_book_price=&category_id=&category_name



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น