พันธนาการหัวใจ (Re-Up)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 9,457 Views

  • 14 Comments

  • 244 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    179

    Overall
    9,457

ตอนที่ 52 : บทที่ 15 แรงรัก ตอนที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 479
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    10 ก.พ. 61




บทที่ 15


 แรงรัก

ตอนที่ 1

 

            อย่ากิน!”

 

            เพียงเดือนชะงักมือที่กำลังกระดกแก้วน้ำส้มดื่ม เมื่อในหูแว่วยินเสียงลึกลับร้องห้ามอย่างร้อนรน หญิงสาวยกแก้วน้ำส้มออกห่างริมฝีปากพลางหันมองไปรอบตัว ก่อนหันไปมองผู้กองหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

 

            เมื่อกี้คุณว่าอะไรนะคะ

 

            เปล่านี่ ผมไม่ได้พูดอะไร มีอะไรเหรอ เขาถามกลับมาด้วยสีหน้างงๆ

 

            สงสัยฉันจะหูแว่ว ได้ยินเสียงใครก็ไม่รู้บอกว่าอย่ากิน เธอเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ แล้วยกแก้วน้ำส้มขึ้นจรดริมฝีปากอีกครั้ง

 

            อย่ากินนะเดือนมันมียาพิษ!”

 

            เสียงเดิมดังขึ้นอีกครั้ง ทว่าคราวนี้ชัดเจนกว่าเก่า เพียงเดือนขนลุกซู่ไปทั้งตัว เธอหันมองไปรอบตัว ครั้งแรกได้ยินไม่ค่อยชัด แต่ครั้งที่สองได้ยินชัดเต็มสองหู ไม่ผิดแน่เสียงของน้องดาว ดวงตากลมโตมองไปรอบๆ ก่อนก้มมองลงไปในแก้วน้ำส้ม

 

            ว้าย!” หญิงสาวร้องเสียงหลง รีบวางแก้วลงบนโต๊ะ แล้วลุกขึ้นยืนหัวใจเต้นโครมครามด้วยความตกใจกลัว ในแก้วน้ำส้มมีภาพใบหน้าของน้องดาวลอยอยู่ ใบหน้าที่เหมือนเธอราวกับแกะ

 

            เป็นอะไรเดือน ผู้กองหนุ่มถามพลางเดินอ้อมโต๊ะมาหาเธอ

 

            เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร เพียงเดือนปฏิเสธเสียงสั่น ก่อนหันไปเรียกฮาย ฮายมานี่หน่อย

 

            มีอะไรคะคุณน้องดาว” เด็กสาวเอ่ยถามพลางเดินเข้ามาหา

 

            เอาน้ำส้มนี่ไปทิ้ง ฉันไม่กินแล้ว

 

            เพียงเดือนชี้มือไปที่แก้วน้ำส้ม จะมียาพิษหรือเปล่า เธอไม่รู้หรอก แค่มีใบหน้าน้องดาวลอยอยู่ในนั้น เธอก็กินไม่ลงแล้ว

 

            มีอะไรเดือน ไม่อร่อยเหรอ ผู้กองหนุ่มถามอย่างสงสัย เธอไม่ตอบคำถามของเขา แต่หยิบแก้วน้ำอัดลมของเขา ไปวางรวมกับแก้วน้ำส้ม แล้วสั่งเด็กสาวเสียงเข้ม

 

            เป๊ปซี่นี่ด้วย เอาไปทิ้งเลยนะ อย่าให้ใครกินเด็ดขาด ล้างแก้วให้สะอาดด้วย

 

            ฮายทำหน้ายุ่ง เธอไม่เข้าใจการกระทำของนายสาวเลย ของดีๆ มีให้กินไม่กิน แล้วยังสั่งให้เอาไปทิ้งอีก แต่จะแย้งก็คงไม่ดี เพราะตอนนี้เธอไม่มีอารมณ์จะโต้เถียงกับใคร ด้วยกำลังคิดถึงสัมผัสอบอุ่นของหนุ่มมอเตอร์ไซด์รับจ้าง เด็กสาวจึงเก็บแก้วและจานของว่างใส่ถาดตามคำสั่งแต่โดยดี

 

            คุณเป็นอะไรเดือน วายุกระซิบถาม เธอหันไปมองเขา ก่อนลากเขาไปคุยตรงสระว่ายน้ำ เพื่อให้ห่างจากฮาย

 

            ฉันเห็นน้องดาวอยู่ในแก้วน้ำส้ม เธอบอกว่าอย่ากินมันมียาพิษ เธอกระซิบเสียงแผ่วพลางลูบขนแขนที่ลุกชัน รู้สึกหนาวไปทั้งตัวทั้งที่อากาศค่อนข้างร้อน

 

            จริงเหรอ เขาขมวดคิ้วท่าทางไม่ค่อยเชื่อเท่าไร

 

            จริงสิ ฉันจะโกหกคุณหาอะไรล่ะ เธอหันกลับไปมองฮาย ก่อนร้องห้ามเสียงดังตายแล้ว! อย่ากินนะฮาย มันมียาพิษ

 

            เพียงเดือนรีบวิ่งกลับไปห้าม แต่ไม่ทันเสียแล้ว ฮายกระดกแก้วน้ำส้มดื่ม โดยไม่สนใจเสียงห้ามของเธอ หญิงสาวรีบยื่นมือไปปัดแก้วน้ำส้ม แก้วบางใสหล่นลงกระแทกพื้น แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ส่งเสียงดังก้องไปทั่ว

 

            ฮาย กินเข้าไปหรือเปล่า ฉันบอกแล้วว่าอย่ากิน ฟังไม่รู้เรื่องหรือไง เธอคว้าไหล่เด็กสาวพลางถามด้วยความเป็นห่วง

 

            คุณนั่นแหละ พูดไม่รู้เรื่อง ของดีๆ ให้เอาไปทิ้ง ไม่รู้จักประหยัด ดูสิ แตกหมดเลย น่าเสียดาย” ฮายทำสีหน้าตำหนิเธอ เพียงเดือนไม่สนใจเสียงบ่น เธอเขย่าไหล่เด็กสาวแล้วถามอีกครั้ง

 

            เธอกินเข้าไปหรือเปล่า

 

            กินสิ หวานอร่อยจะตายไป” ฮายถอยออกห่าง แล้วก้มลงเก็บเศษแก้ว

 

            เพียงเดือนจ้องมองเด็กสาว รู้สึกไม่สบายใจเลย ฮายกินมันเข้าไปแล้ว ทั้งที่เธอบอกให้เอาไปทิ้ง ขอให้เธอตาฝาดไปเอง อย่าให้น้ำส้มแก้วนั้นมียาพิษเลย

 

            ไม่มีอะไรหรอก มาทางนี้เถอะวายุดึงให้เธอเดินออกมา ไม่มีอะไรหรอกน่า คุณคิดมากไปเอง ฮายไม่เห็นเป็นอะไรสักหน่อย

 

            ก็น้องดาว เธอเอ่ยอย่างว้าวุ่น

 

            เดือน ฟังผมนะ ไม่มีอะไรหรอก ผีไม่มีในโลก คุณแค่หูแว่ว แล้วก็ตาฝาดไปเอง...” ผู้กองหนุ่มพูดปลอบใจเธอ แต่ยังพูดไม่จบประโยคก็มีเสียงร้องอย่างเจ็บปวดเสียงดังเสียก่อน

 

            โอ๊ย!” ฮายทรุดลงนั่งกับพื้น สองมือกุมท้องด้วยสีหน้าเจ็บปวด ทั้งสองรีบวิ่งเข้าไปหา เพียงเดือนประคองเด็กสาวไว้ แล้วถามด้วยความเป็นห่วง

 

            ฮาย เป็นอะไร เจ็บตรงไหน

 

            หนูปวดท้อง ปวดเหมือนไส้จะขาด คุณน้องดาวช่วยหนูด้วย”

 

            คุณวายุเรียกรถพยาบาลเถอะ ฮายโดนยาพิษแน่ๆ เธอบอกเสียงสั่น ผู้กองหนุ่มหน้าซีดเผือด เขาไม่อยากจะเชื่อเลย สายลับสาวเห็นน้องดาวจริงๆ เหรอนี่

 

            คุณวายุ!” เธอตวาดเสียงดัง เมื่อเห็นเขายืนเฉย

 

            ใช่ๆ ไปโรงพยาบาล ใครอยู่แถวนี้ มาช่วยกันหน่อยเร็ว วายุตะโกนเรียกเสียงลั่น แล้วอุ้มฮายขึ้นจากพื้น พาไปที่หน้าคฤหาสน์

 

            คุณน้องดาว คุณวายุ ใครเป็นอะไรคะ ป้าสร้อยวิ่งเข้ามาหา โดยมีนิดวิ่งตามมาติดๆ พอเห็นอาการของฮายก็พากันยืนหน้าซีด ทำอะไรไม่ถูก

 

            ฮายไม่สบาย นิดไปตามนายหาญให้เอารถของฉันออกมานะ ฉันจะพาฮายไปส่งโรงพยาบาล

 

            “ค่ะคุณวายุ” นิดพยักหน้ารับ แล้วรีบวิ่งไปอย่างรวดเร็ว

 

            วายุกระชับร่างเล็กในอ้อมแขน แล้วรีบเดินออกจากสระว่ายน้ำ ตรงไปยังลานหน้าคฤหาสน์ โดยมีเพียงเดือนวิ่งตามมาด้วยความเป็นห่วง

 

            คุณวายุฉันไปด้วย เธอบอกเขา

 

            คุณไม่ต้องไปหรอก อยู่ที่นี่ปลอดภัยกว่า เขาปฏิเสธ แล้วหันไปสั่งป้าสร้อย ที่วิ่งตามมาข้างหลัง ป้าสร้อยฝากน้องดาวด้วยนะครับ อยู่กับเธอตลอดเวลา อย่าให้คลาดสายตา แล้วอย่าให้ใครมายุ่งแถวนี้ ไม่ต้องเก็บกวาดอะไรทั้งนั้น จนกว่าตำรวจจะมาถึง

 

            ได้ค่ะคุณวายุ แล้วนางฮายมันเป็นอะไรคะ ป้าสร้อยรับคำแข็งขัน แล้วต่อด้วยคำถาม แต่ผู้เป็นนายไม่ตอบ เขาอุ้มสาวใช้ร่างเล็ก ที่ตอนนี้น้ำลายฟูมปาก เนื้อตัวสั่นเทา ตรงไปยังรถสปอร์ตคันงาม แล้วขับออกไปอย่างรีบเร่ง

 

            เพียงเดือนมองตามด้วยความเป็นห่วง ก่อนยกมือกอดตัวเอง รู้สึกหนาวขึ้นมาเฉยๆ ในแก้วน้ำส้มมียาพิษอยู่จริงๆ ด้วย ถ้าน้องดาวไม่มาบอก ป่านนี้คงเป็นเธอที่ต้องไปโรงพยาบาล ฮายแค่จิบไปนิดเดียวยังเจ็บปวดขนาดนั้น ถ้าเป็นเธอดื่มคงดื่มจนหมดแก้ว เพราะเธอไม่เคยกินอะไรเหลือ เธอตัวสั่นอย่างไม่อาจควบคุม เมื่อนึกถึงผลที่จะเกิดขึ้น หากเธอดื่มน้ำส้มจนหมดแก้ว

 

            คุณน้องดาวขาเข้าบ้านเถอะค่ะ ฮายมันไม่เป็นอะไรหรอก ป้าสร้อยจะดูแลคุณเองนะคะ เดี๋ยวคุณพี่ก็กลับมาแล้ว ป้าสร้อยพูดปลอบพลางดึงเธอเข้าไปกอด หญิงสาวกอดตอบรู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก คนที่อยากฆ่าน้องดาว คงไม่ได้มีแต่นายศักดิ์ชายกับผู้ว่าจ้างในเงามืดคนนั้นเสียแล้ว แม้แต่ในบ้านปานวิมาน ก็ยังมีคนที่อยากให้น้องดาวตาย

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

            เรือนไม้ทรงไทยหลังงาม ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ท่ามกลางแมกไม้ร่มรื่น ด้านหน้าติดกับถนนเส้นเล็กเงียบสงบ ส่วนด้านหลังติดกับลำคลองธรรมชาติ บรรยากาศโดยรอบน่าอยู่อาศัย ทว่าเรือนไทยหลังงาม มิได้มีไว้ให้ใครชื่นชม เพราะมีกำแพงสูงท่วมศีรษะล้อมรอบ เพื่อป้องกันสายตาของคนภายนอก มองเข้าไปเห็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายใน และป้องกันการคุกคามจากศัตรู บนถนนเส้นเล็กรถกระบะกลางเก่ากลางใหม่คันหนึ่งแล่นตรงมา ก่อนจอดหน้าประตูรั้วสูงใหญ่

 

            เสียงแตรดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบ เบิ้มเคาะนิ้วกับพวงมาลัยอย่างรอคอย อึดใจต่อมาช่องเล็กๆ บนประตูก็เปิดออก พร้อมกับใบหน้าเหี้ยมเกรียมใบหน้าหนึ่งโผล่ออกมามอง เขาลดกระจกข้างลง เพื่อให้อีกฝ่ายเห็นหน้าตัวเอง

 

            พี่เบิ้มยามหน้าเหี้ยมร้องทักอย่างยินดี แล้วผลุบหน้าเข้าไปข้าง เฮ้ย เปิดประตูพี่เบิ้มมาโว้ย

 

            เบิ้มปิดกระจกรถ แล้วขับรถเข้าไปข้างใน เขาจอดรถในลานโล่ง ก่อนเปิดประตูก้าวลงมายืน

 

            “สวัสดีครับพี่เบิ้ม หายไปหลายวันเลยนะครับ” ยามคนเดิมรีบวิ่งมาหาพลางถามอย่างประจบ เขายกย่องชายหนุ่มรุ่นน้องเป็นพี่อย่างคล่องปาก เพราะรู้ว่านายเบิ้มเป็นลูกน้องคนโปรดของลูกพี่ของตน

 

            พี่ชายอยู่ไหมนักฆ่าหนุ่มถามพลางส่งกุญแจรถให้อีกฝ่าย

 

            อยู่ครับพี่เบิ้ม อยู่ที่เรือนริมน้ำครับ

 

            เบิ้มพยักหน้ารับนิดๆ ตามประสาคนพูดน้อย แล้วเดินตรงไปยังเรือนริมน้ำ ซึ่งปลูกอยู่หลังเรือนทรงไทย เขาก้าวเท้ายาวๆ ไปตามทางเดินปูอิฐ ซึ่งร่มรื่นไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด สวยจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นซุ้มมือปืน

 

            บ้านสวนนนทบุรีเป็นรังกบดานของนายศักดิ์ชาย แม้จะถูกบุกค้นหลายครั้ง แต่ไม่มีใครสามารถเอาผิดเจ้าพ่อใหญ่ได้ เพราะที่นี่เป็นบ้านที่มีไว้พักอาศัย กิจกรรมผิดกฎหมายต่างๆ จะไม่นำมาทำที่นี่เด็ดขาด และสถานที่ที่นายศักดิ์ชายชอบมากที่สุด ในบ้านสวนแห่งนี้คือเรือนริมน้ำ ซึ่งเป็นเรือนไม้ชั้นเดียวตั้งอยู่ริมน้ำ เปิดโล่งรับลมธรรมชาติ ท่ามกลางแมกไม้และสายน้ำร่มรื่น

 

            มือขวาเจ้าพ่อใหญ่ชะลอฝีเท้าลง เมื่อเหลือบไปเห็นชายร่างผอมสูง กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้หน้าเรือนพัก ซึ่งปลูกเรียงกันเป็นสิบหลัง เขาเลี้ยวเข้าไปหาพลางถามเสียงเรียบ

 

            เป็นยังไงบ้าง หายหรือยังไอ้ยอด

 

            เจ้าของชื่อสะดุ้งโหยง รีบทรงตัวขึ้นนั่ง แล้วตอบอย่างนอบน้อม

 

            ดีขึ้นมากแล้วจ้ะพี่เบิ้ม

 

            “แล้วไอ้มิ่งคู่หูเอ็งไปไหนเสียล่ะเขาถามพลางมองไปรอบๆ

 

            มันก็เดินเตร็ดเตร่อยู่แถวนี้แหละจ้ะ พี่เบิ้มไปสืบข่าวแม่เหยื่อสาวได้อะไร...” ยอดถามด้วยความอยากรู้ แต่ต้องรีบหุบปากแทบไม่ทัน เมื่อเห็นสายตาเยียบเย็นของอีกฝ่าย ที่มองมาอย่างประสงค์ร้าย

 

            อย่ามายุ่งเรื่องของข้า ตัวเอ็งเอาให้รอดก่อนเถอะ ถ้าไม่เพราะเอ็งทำงานชุ่ย ข้าจะต้องไปเหนื่อยเก็บกวาดเหรอ ถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก คราวหน้าพวกเอ็งได้ไปเป็นอาหารปลาแน่เบิ้มเอ่ยเสียงเข้มพลางจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็ง

 

            ยอดตัวสั่นเทาลื่นไถลจากเก้าอี้ไปกองที่พื้นอย่างไม่รู้ตัว รู้สึกหวาดกลัวชายหนุ่มตรงหน้าจับใจ เพราะนายเบิ้มไม่ใช่คนที่ใครจะล้อเล่นด้วยได้ ถ้าไม่แน่จริงเขาคงไม่ก้าวมาเป็นมือขวาของเจ้าพ่อใหญ่ ทั้งที่อายุยังน้อยหรอก

 

            ฉันขอโทษจ้า ฉัน ฉัน...” เขาเอ่ยละล่ำละลักด้วยความกลัวตาย

 

            “ดี ขอโทษแล้วก็จำเอาไว้ด้วย ไม่ใช่พูดแต่ปาก” เบิ้มมองชายตรงหน้าด้วยแววตาสมเพช ก่อนเดินไปที่เรือนท่าน้ำ โดยไม่เหลือบแลกลับมาอีก

 

            ยอดนั่งกองอยู่กับพื้นอย่างคนหมดแรง ก่อนปล่อยลมหายใจที่กลั้นไว้ออกมาเฮือกใหญ่ เขาอยากตบปากตัวเองนัก เพราะไม่อยู่สุขเกือบจะพาเจ้าของไปพบจุดจบ ทั้งที่พึ่งรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด

 

            “เกือบแล้วกู”

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

 


***อ่านพันธนาการหัวใจได้ 3 ช่องทาง ดังนี้***

 

1. อ่านฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMjQ3MzAiO30

 

2. อ่านแบบแพคเก็ตจากเว็บเด็กดี

 

3. อ่านนิยายเรื่องอื่นๆ ของมัลลิกา ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&page_no=1&type=author&search=มัลลิกา&is_mag=all&price=all&sort_by=date&from_book_price=&to_book_price=&category_id=&category_name



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

0 ความคิดเห็น