พันธนาการหัวใจ (Re-Up)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 9,657 Views

  • 14 Comments

  • 257 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    168

    Overall
    9,657

ตอนที่ 51 : บทที่ 14 พิษแค้น ตอนที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 461
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    10 ก.พ. 61


บทที่ 14

 

พิษแค้น

ตอนที่ 3

 

            สายลมยามบ่ายพัดผ่านกลีบดอกลีลาวดีสีหวาน ก่อนพรากดอกไม้งามจากขั้วปลิดปลิวลงสู่สระว่ายน้ำ ดอกไม้งามล่องลอยไปตามกระแสน้ำ ปล่อยให้สายลมพัดพาไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย แต่จู่ๆ ก็มีมือเรียวมือหนึ่งช้อนมันขึ้นจากน้ำอย่างทะนุถนอม

 

            เพียงเดือนยกดอกไม้งามขึ้นดู นิ้วเรียวลูบไล้กลีบดอกเนียนละเอียดไปมา ลีลาวดีดอกนี้ก็เหมือนตัวเธอ ถูกจับเสริมเติมแต่ง เพื่อยกค่าเป็นไม้ประดับราคาแพง ทั้งที่เมื่อก่อนไม่มีใครคิดจะปลูก ด้วยเป็นดอกไม้ที่มีชื่อไม่เป็นมงคล ต่อมาภายหลังได้รับการเปลี่ยนชื่อใหม่ว่าลีลาวดี ดอกไม้งามจึงได้ยกฐานะเข้ามาปลูกในบ้านเศรษฐี เป็นไม้ดอกที่ขาดไม่ได้ในการจัดแต่งสวนแบบบาหลี

 

            หญิงสาวหมุนดอกไม้งามไปมา เมื่อก่อนเธอก็เป็นแค่นางสาวเพียงเดือน ลูกสาวกำนันจากสุพรรณบุรี แต่ตอนนี้ถูกจับมาแต่งเนื้อแต่งตัวอุปโลกน์ให้เป็นคุณหนูไฮโซ คู่หมั้นสาวของทายาทเศรษฐีรูปงาม เมื่อคิดถึงพี่มาร์กขาก็อดเจ็บแปลบในอกไม่ได้ เขาเงียบหายไปสามวันแล้ว เขาคงโกรธมากที่เธออึกอักไม่ยอมตอบรับคำขอแต่งงานของเขา แต่จะให้เธอทำยังไงเล่า ในเมื่อคนที่เขาอยากแต่งงานด้วยคือน้องดาวไม่ใช่เธอ

 

            หากพบกันในสถานการณ์ปกติ ที่เธอไม่ได้อยู่ในคาบของน้องดาว แต่เป็นแค่นางสาวเพียงเดือนจากท้องทุ่งศรีประจันต์ สองตาของพี่มาร์กขาคงไม่มีวันเหลือบแลเธอ เพราะดอกไม้ที่คนต้องการคือลีลาวดีไม่ใช่ลั่นทม แม้ว่ามันจะเป็นดอกไม้ชนิดเดียวกันก็ตาม

 

            เพียงเดือนถอนใจอย่างทุกข์ระทม ก่อนปล่อยดอกไม้งามกลับลงไปในสระว่ายน้ำอีกครั้ง แล้วเฝ้าดูมันล่องลอยไปตามกระแสน้ำอย่างเลื่อนลอย พร้อมกับแกว่งเท้าเปล่าที่แช่อยู่ในน้ำไปมา

 

            เพียงเดือน!”

 

            เสียงเรียกพร้อมกับฝ่ามือแข็งๆ ที่ตบลงบนบ่า อย่างไม่ให้ตั้งเนื้อตั้งตัวทำเอาเจ้าของชื่อตกใจสะดุ้งโหยง ก่อนหลุดคำอุทานไม่เป็นมงคลกับชีวิตออกมาเป็นชุด

 

            “ว้าย! ตาย ตาย ตาย ตาย ตาย...

 

            วายุมองท่าทางตกอกตกใจของหญิงสาว แล้วหัวเราะเสียงดังอย่างขบขัน แม่สายลับสาวของเขาอุทานได้น่ารักน่าหยิกมากๆ

 

            ไม่ต้องตายเยอะขนาดนั้นหรอกครับ ผมขาดใจไปตั้งแต่ตายคำแรกแล้ว

 

            คุณวายุ!” เพียงเดือนชักสีหน้าใส่เขา เล่นอะไรบ้าๆ ถ้าฉันหัวใจวายตายไป คุณจะทำยังไง

 

            หัวใจคุณไม่วายหรอก เพราะมันไม่ได้อยู่กับตัวมาตั้งแต่แรกแล้ว แม่คนใจลอยผู้กองหนุ่มยิ้มกว้างล้อเลียน

 

            ใครกันใจลอย ฉันแค่คิดอะไรเพลินๆ เท่านั้นเอง

 

            โอเค ไม่ใจลอยก็ไม่ใจลอย” เขายกมือยอมแพ้ แล้วเปลี่ยนเรื่องพูด “ว่าแต่คุณคิดอะไรอยู่เหรอ อย่าบอกนะว่าคิดถึงพี่ตะวัน

 

            บ้านะสิ เรื่องอะไรฉันต้องไปคิดถึงพี่ชายคุณด้วย ฉันคิดถึงพ่อแม่ฉันบ้างไม่ได้หรือไง นี่ก็ไม่ได้กลับบ้านมาตั้งนานแล้วเพียงเดือนปฏิเสธเสียงแข็ง แล้วหันหน้าไปมองทางอื่น ซ่อนใบหน้าร้อนผ่าวจากสายตาจับผิด

 

            ปากแข็ง ผู้กองหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ แต่กระทบใจคนฟังโครมใหญ่

 

            คุณวายุ!” คนปากแข็งขึงตาใส่ ก่อนขู่เสียงเข้ม ถ้าไม่อยากลงไปว่ายน้ำทั้งชุด กรุณาหุบปากเดี๋ยวนี้ ฉันบอกว่าไม่คิดถึงก็ไม่คิดถึงสิ แล้วทำไมฉันต้องคิดถึงพี่ชายคุณด้วย ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย เพิ่งจะรู้จักกันแค่ไม่กี่สัปดาห์เอง

 

            โอเค ไม่คิดถึงก็ไม่คิดถึง เขายกมือยอมแพ้อีกครั้ง ผมก็แค่หยอกเล่นแบบขำๆ ไม่เห็นต้องโกรธเลย

 

            วายุจบคำพูดของตนด้วยรอยยิ้มแพรวพราว แต่คนที่เขายิ้มให้ไม่ขำด้วย เพียงเดือนก้มลงวักน้ำใส่คนขี้แกล้ง แล้วหัวเราะเสียงดังอย่างสะใจ เมื่อเห็นเขาเบี่ยงตัวหลบ แต่ก็ยังเปียกซกอยู่ดี

 

            “นี่แน่ะๆ ปากไม่ดีต้องเอาน้ำล้าง

 

            อย่าเล่นน้ำสิ ขี้โกงนี่น่า ผมเปียกหมดแล้วเห็นไหม ผู้กองหนุ่มเบี่ยงตัวหลบ แต่ทำยังไงก็ไม่พ้น จึงคว้าข้อมือหญิงสาว แล้วรวบตัวเธอเข้ามากอดพลางหัวเราะเสียงดัง

 

            เพียงเดือนหยุดหัวเราะ ยกมือดันแผ่นอกกว้างไว้ ด้วยเห็นว่าการกระทำของผู้กองหนุ่ม เริ่มจะเกินขอบเขตของเพื่อนร่วมงานไปแล้ว

 

            “ปล่อยฉันเถอะค่ะผู้กอง”

 

            “ผมขอโทษ” เขายิ้มแห้งๆ ให้เธอ แล้วเปลี่ยนเรื่องพูด “เราไปนั่งที่โต๊ะกันดีกว่า คุณแช่น้ำมานานแล้วนะ ปกติน้องดาวจะไม่มานั่งที่สระว่ายน้ำหรอก เพราะเธอว่ายน้ำไม่เป็น ถ้าพี่ตะวันมาเห็นเข้าเป็นเรื่องแน่

 

            หญิงสาวเดินไปนั่งที่โต๊ะสนามให้ต้นลีลาวดี ผู้กองหนุ่มเดินตามมานั่งตรงข้าม เขาอยากชวนเธอคุย แต่หญิงสาวหันหน้าหนีเหมือนยังโกรธเขา

 

            เดือนผมขอโทษ ผมไม่ได้คิดจะลวนลามคุณเลยนะ

 

            “คุณทำแบบนี้ฉันเสียหายนะ ถ้าใครมาเห็นเข้า ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน” เธอตอบเสียงสั่นพลางยกมือปิดหน้าสะอื้นไห้เบาๆ ผู้กองหนุ่มหน้าเสีย เขาไม่คิดว่าแม่สายลับสาวจะถือเนื้อถือตัวขนาดนี้

 

            เดือนผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจ อย่าร้องไห้เลยนะ

 

            ไม่ได้ ฉันถือ คุณถูกเนื้อต้องตัวฉันแล้ว ต้องรับผิดชอบ เธอตอบเสียงอู้อี้มาจากใต้ฝ่ามือ

 

            ก็ได้ คุณให้ผมทำอะไร ผมยอมทั้งนั้นแหละ แต่อย่าร้องไห้เลยนะ ผู้กองหนุ่มเอ่ยละล่ำละลัก รู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก ที่ทำให้สายลับสาวร้องไห้

 

            จริงนะเธอถามเสียงแผ่ว

 

            จริง ขอเอาเกียรติตำรวจไทยเป็นเดิมพัน เขายืดอกตอบด้วยเสียงหนักแน่น

 

            งั้นยื่นมือมา

 

            ได้ เขารีบทำตามทันที

 

            เพียงเดือนเงยหน้าขึ้นจากฝ่ามือ แอบยิ้มที่มุมปาก เมื่อเห็นท่าทางผึ่งผายของอีกฝ่าย เธอยื่นมือไปเหนือฝ่ามือใหญ่ แล้วปล่อยสิ่งที่กำไว้ลงบนมือเขา

 

            “ฉันให้คุณ”

 

            วายุก้มมองด้วยความอย่างสงสัย เจ้าก้อนกลมๆ สีแดงๆ ที่ขดเป็นวงกลมอยู่ในมือเขามันคืออะไร ลักษณะมันดูคุ้นๆ ตาชอบกล ผู้กองหนุ่มขมวดคิ้วครุ่นคิด ทว่าความสงสัยดำเนินอยู่เพียงไม่กี่วินาทีก็สลายไป เมื่อเจ้าสิ่งนั้นเริ่มคลายตัวออก แล้วขยับขาเล็กๆ ที่มีอยู่มากมายไปมา

 

            กิ้งกือ!” เขาแผดร้องเสียงหลงพลางสะบัดมือไปมาอย่างขยะแขยง กิ้งกือที่น่าสงสารกระเด็นไปตกบนพื้นหญ้าไกลออกไปหลายเมตร

 

            เพียงเดือนหัวเราะดังลั่นอย่างขบขัน เมื่อเห็นท่าทางตกใจของอีกฝ่าย ผู้กองหนุ่มขึงตาใส่เธอ แล้ววิ่งไปล้างมือที่สระว่ายน้ำ เส้นขนทั่วร่างกายลุกชันด้วยความรังเกียจ ก่อนเดินกลับมาต่อว่าอย่างขุ่นเคือง

 

            เดือนคุณนี่เหลือเกินจริงๆ เลยนะ แกล้งร้องห่มร้องไห้ แล้วเอาไอ้ตัวนั่นมาใส่มือผม

 

            ช่วยไม่ได้คุณอยากมาว่าฉันปากแข็งก่อนทำไม เธอพูดกลั้วหัวเราะ ตอนนี้ฉันหายสงสัยแล้วว่าทำไมคุณถึงคบกับพี่ลิลลี่ได้ ที่แท้นิสัยคล้ายกันนี่เอง จับกิ้งกือแค่นี่ทำเป็นร้องเสียงหลง

 

            วายุกัดฟันกรอดพลางกระแทกตัวลงนั่ง แล้วสะบัดหน้าไปอีกทางอย่างแง่งอน เจ็บใจแต่ไม่รู้จะเอาคืนยังไง ด้วยตกเป็นฝ่ายเสียรู้อย่างไม่มีข้อแก้ตัว เขาเกลียดกลัวกิ้งกือมาตั้งแต่เด็ก คนที่บ้านรู้กันทั้งนั้น แต่ไม่รู้ว่าสายลับสาวรู้เรื่องนี้ได้ยังไง

 

            เอาน่า ฉันขอโทษนะ ถือซะว่าเราเจ๊ากัน คุณแกล้งฉัน ฉันแกล้งคุณ เรื่องเล็กๆ ขำๆ เธอเอื้อมมือไปตบไหล่ของเขา แต่ต้องยกมือค้าง เมื่อผู้กองหนุ่มผงะหลบ แล้วชี้มือมาที่มือของเธอ

 

            หยุดเลยเดือน อย่าเอามือที่จับเจ้าตัวยึกยือนั่น มาแตะเนื้อต้องตัวผมเด็ดขาด

 

            เพียงเดือนหัวเราะออกมาอีกหนึ่งยก เมื่อเห็นท่าทางของผู้กองหนุ่ม เธอพึ่งรู้ว่าคนตัวโตอย่างเขา กลัวเจ้าสัตว์โลกที่น่ารักแบบนั้นด้วย

 

            “โอเค ไม่จับก็ไม่จับ ไม่ต้องทำท่าแบบนั้นก็ได้ ฉันขำจนเมื่อยหน้าแล้ว” ปากบอกว่าขำจนเมื่อย แต่เธอยังหัวเราะไม่หยุด จึงถูกอีกฝ่ายอาฆาตอย่างแง่งอน

 

            ฝากไว้ก่อนเถอะ อย่าให้ถึงทีผมบ้างก็แล้วกัน ผมจะแกล้งคืนให้ร้องไห้เลย

 

            “โอเค ฉันผิดเอง ฉันขอโทษ กลับมานั่งเถอะ มาคุยเรื่องงานกันดีกว่า ฉันมีเรื่องแปลกมาเล่าให้คุณฟังด้วยนะ เธอเปลี่ยนเรื่องพูด เพราะคิดว่าแกล้งเขาพอแล้ว

 

            วายุเหลือบตามองสายลับสาว ใจหนึ่งยังโกรธไม่หาย แต่อีกใจก็อยากรู้ว่าเรื่องแปลกของหล่อน มันเป็นเรื่องอะไรกันแน่

 

            เอาน่าผู้กอง อย่าทำเป็นงอนไปเลย ฉันมีเรื่องอยากจะปรึกษาจริงๆ นะ

 

            ก็ได้ เขายอมนั่งลงคุยกับเธอ แต่ยังมองมือของเธออย่างไม่ไว้ใจ เพียงเดือนเก็บมือของตนให้ห่างจากเขา แล้วเล่าเรื่องของตนด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

 

            ฉันฝันเห็นน้องดาวมาสามคืนติดๆ กันแล้วนะ

 

            คุณกังวลมากไปหรือเปล่า เลยเก็บไปฝัน ผู้กองหนุ่มแย้งอย่างไม่ค่อยเชื่อ

 

            เปล่า” เธอส่ายหน้าพลางลูบขนแขนที่ลุกชัน “ฉันไม่ได้กังวลอะไรทั้งนั้นแหละ น้องดาวมาเข้าฝันฉันบอกว่าให้ระวังคนลอบทำร้าย พอฉันจะถามว่าใครก็ตกใจตื่นทุกที

 

            ไม่มีอะไรหรอกเดือน ไม่ต้องกลัวนะ ผมอยู่ทั้งคน ผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคุณแน่ เขาตบไหล่เธออย่างปลอบโยน หญิงสาวพยักหน้ารับ แล้วถามเรื่องคดีของน้องดาว

 

            แล้วทางคุณล่ะ ได้อะไรบ้างไหม นายศักดิ์ชายมีความเคลื่อนไหวอะไรบ้างไหม

 

            ไม่มีนะ พวกมันยังไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร เห็นเจ้าวีบอกว่าพวกมันคงกำลังรออะไรสักอย่าง แต่คุณไม่ต้องกังวลหรอก ผมวางสายไว้หมดแล้ว พวกมันเข้าถึงตัวคุณไม่ได้หรอก

 

            “ค่ะ ฉันไว้ใจคุณ เธอยิ้มแห้งๆ แล้วถามถึงตะวันอย่างอดไม่ได้ “แล้วพี่ชายคุณติดต่อกลับมาบ้างหรือเปล่า”

 

            เมื่อคืนพี่ตะวันโทรมาบอกว่ายังไม่เสร็จธุระ คงอยู่ต่ออีกสามสี่วัน

 

            เพียงเดือนหน้าหมองลง เขาโทรหาน้องชาย แต่ไม่ยอมโทรหาเธอ

 

            มีอะไรหรือเปล่าเดือนผู้กองหนุ่มถามอย่างคาดคั้น เขาเห็นแววหม่นหมองในดวงตาคู่โต แต่หญิงสาวกลับส่ายหน้าปฏิเสธ แล้วพูดกลบเกลื่อนอย่างมีพิรุธ

 

            ไม่มีอะไร ฉันแค่ถามเฉยๆ พี่ชายคุณเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยเหมือนกันนี่ ฉันก็ต้องจับตาดูใช่ไหม

 

            “ผมดีใจนะที่คุณตั้งใจทำงานขนาดนี้ แต่วันนั้นพอผมออกจากห้องทำงานแล้ว พี่ตะวันพูดอะไรกับคุณต่อเหรอ คุณเล่าให้ผมฟังได้ไหม เขาถามพลางจ้องเขม็ง เพราะไม่ได้เชื่อคำพูดของอีกฝ่ายเลยสักนิด

 

            “เรื่องเดิม เธอถอนใจเบาๆ แล้วเล่าให้เขาฟัง พี่ชายคุณขอฉันแต่งงานอีก พอฉันปฏิเสธ เขาก็โกรธแล้วก็ไล่ฉันออกจากห้อง

 

            พี่ตะวันไล่คุณออกมาจากห้อง เขาถามอย่างประหาดใจ

 

            ใช่เธอตอบเสียงหนัก

 

            เป็นไปไม่ได้ พี่ตะวันไม่มีวันไล่น้องดาวแน่ๆ เขาส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อ

 

            “เขาหึง เธอเอ่ยเสียงเบา ผู้กองหนุ่มขมวดคิ้ว แล้วชะโงกหน้ามาหา

 

            หึงเหรอ

 

            ใช่ เธอพยักหน้า พี่ชายคุณขี้หึงมากๆ เขาหึงคุณ หึงคุณเมฆินทร์ หึงทุกคนที่เข้าใกล้น้องดาว

 

            หึงผม หึงพี่เมฆินทร์ ทำไมผมไม่เคยรู้เลยล่ะเขาถามอย่างประหลาดใจ

 

            “เขาคงรักพวกคุณมาก ก็เลยไม่แสดงออกให้เห็น แต่ฉันสังเกตได้จากคำพูดและการกระทำของเขา เธอตอบเสียงเรียบ ก่อนตีหน้าเคร่งขรึม แต่นั่นยังไม่น่าแปลกใจเท่ากับสิ่งที่ฉันคิดอยู่ตอนนี้

 

            คุณคิดอะไรผู้กองหนุ่มถามอย่างสนใจ เธอเงยหน้าสบตาเขา ก่อนตอบด้วยสายตาแน่วแน่

 

            ฉันคิดว่าน้องดาวไม่ได้รักคุณตะวัน

 

            เป็นไปไม่ได้ น้องดาวรักพี่ตะวัน ไม่มีผู้หญิงคนไหน ที่ได้ใกล้ชิดพี่ตะวัน แล้วจะไม่รักเขา

 

            วายุส่ายหน้าดิก ร้อยไม่เชื่อ พันไม่เชื่อ เพียงเดือนต้องเข้าใจผิดแน่ ขนาดหล่อนตัวเอง รู้จักพี่ตะวันไม่กี่วัน ยังทำท่าว่าจะหลงเสน่ห์เขาเลย

 

            มันก็ใช่อยู่ แต่ฉันหมายความว่าน้องดาวไม่ได้รักพี่คุณแบบชู้สาว เธอรักพี่คุณแบบน้องสาวรักพี่ชาย เธอถึงไม่เคยหึงพี่ชายคุณเลย ทั้งที่เขามีผู้หญิงมาพัวพันอยู่ตลอดเวลา

 

            “รักแบบพี่ชายเหรอ

 

            “ใช่” เธอพยักหน้า “รักแบบพี่ชาย ฉันคิดว่าเธอรักคนอื่น รักมาก แต่เอ่ยปากบอกไม่ได้ เพราะเธอรักและเคารพพี่ชายคุณมาก เธอจึงรับปากแต่งงานกับพี่ชายคุณ ทั้งที่ใจเธออาจไม่ได้ต้องการเลย

 

            ไม่จริง ผมไม่เคยเห็นน้องดาวมีใคร น้องดาวไม่เคยมีแฟน ไม่มีแม้กระทั่งเพื่อนผู้ชายผู้กองหนุ่มปฏิเสธหัวชนฝา

 

            มันใกล้ตัวเกินไปจนคุณมองไม่เห็นน่ะสิ”

 

            ใกล้ตัว ไม่นะ ผมไม่เคยคิดอะไรแบบนั้นกับน้องดาวเลยนะ หรือว่า...ดวงตาสีสนิมหรี่ลง ก่อนเบิกโตอย่างตกใจ “พี่เมฆินทร์!

 

            ใช่ คุณเมฆินทร์ ฉันคิดว่าเขาสองคนรักกัน แต่เขาไม่กล้าพูด เพราะทั้งคู่รักพี่ชายของคุณมากเกินไป

 

            ไม่ ผมไม่เชื่อ คุณมีหลักฐานหรือเปล่าว่าพวกเขารักกัน

 

            ฉันไม่มีหลักฐานหรอก แต่ฉันรู้สึกได้ แล้วก็สังเกตจากการกระทำของเขาสองคน คุณเมฆินทร์เข้าใจว่าน้องดาวต้องการอะไร เขามอบอิสระให้เธอคิดและทำอย่างที่เธอต้องการ ในขณะที่คุณตะวันบังคับและกำหนดให้น้องดาวทำอย่างที่เขาต้องการ โดยไม่สนใจว่าเธอจะคิดยังไง

 

            แต่ถึงตอนนี้น้องดาวจะรักใครก็ไม่สำคัญแล้ว และก็ไม่เกี่ยวกับเจ้าคนจ้างวานนั่นด้วย ที่ฉันพูดให้ฟังก็แค่ข้อสงสัยของผู้หญิงคนหนึ่ง อาจจะใช่หรือไม่ใช่ก็ได้ ไม่ต้องเครียดไปหรอกค่ะเธอตบหลังมือนายตำรวจหนุ่มเบาๆ อย่างปลอบใจ เมื่อเห็นเขานั่งเงียบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

 

            วายุจมอยู่ในความคิดของตัวเอง จนลืมรังเกียจมือข้างที่จับกิ้งกือของเธอ สิ่งที่สายลับสาวเล่าให้ฟังกระทบใจเขาอย่างแรง ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไม่เคยเข้าใจน้องดาวเลย ไม่เคยสนใจว่าเธอจะรู้สึกยังไง เขาเป็นพี่ชายที่แย่จริงๆ

 

            เลิกโทษตัวเองได้แล้ว ทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว คุณแก้ไขอะไรไม่ได้หรอก เรามาช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะจับฆาตกรกับคนจ้างวานให้ได้เร็วๆ ได้ยังไง ถ้าขืนชักช้าฉันได้กลายเป็นพี่สะใภ้ของคุณแน่ ทีนี้เราก็ต้องมาทนนั่งเห็นหน้ากันไปอีกนาน เธอชวนคุยอย่างร่าเริง เพื่อคลายบรรยากาศตึงเครียด ก่อนเอ่ยเสียงใส นั่นฮายเอาของว่างมาเสิร์ฟแล้ว

 

            “ของว่างค่ะคุณน้องดาวคุณวายุ” ฮายร้องบอกพลางเดินเข้ามาหา

 

            เพียงเดือนหันไปรับของว่างจากเด็กสาว แล้วนำไปวางตรงหน้าผู้กองหนุ่ม ท่าทางเศร้าสร้อยของเขาทำให้เธอรู้สึกผิด เธอไม่น่าเอาข้อสันนิษฐานของตัวเองมาเล่าให้เขาฟัง จนเป็นเหตุให้เขาไม่สบายใจเลย

 

            “น้ำส้มของฉัน ส่วนเป๊ปซี่ของพี่วา”

 

            มีอะไรอีกหรือเปล่าคะคุณน้องดาว” ฮายถาม

 

            ไม่มีอะไรแล้วล่ะ นั่งอยู่แถวนี้ก่อนนะฮาย เดี๋ยวฉันกับพี่วาทานเสร็จแล้ว จะได้เก็บจานไปเลย ไม่ต้องเดินไปเดินมาเสียเวลา

 

            ค่ะ คุณน้องดาว” เด็กสาวรับคำอย่างว่าง่าย แล้วเดินไปนั่งริมสระน้ำด้วยท่าทางเหม่อลอย สร้างความประหลาดใจให้เพียงเดือนเป็นอย่างมาก ที่วันนี้ต้นห้องคนสนิทไม่ต่อปากต่อคำเหมือนเช่นทุกครั้ง แม้จะสงสัยแต่ก็ไม่มีเวลาถาม ด้วยมีภารกิจต้องทำให้ผู้กองหนุ่มหายเศร้าอย่างเร่งด่วน

 

            ทานสิคะ สาคูไส้หมูน่ากินมากเลย ไม่ต้องเศร้าไปหรอกค่ะ คุณทำดีที่สุดแล้ว ยังไงฉันก็อยู่ข้างคุณนะคะ

 

            “ขอบคุณ”

 

            วายุจิ้มสาคูไส้หมูใส่ปาก เคี้ยวช้าๆ แล้วกลืนลงคอ เพื่อให้สายลับสาวสบายใจ ความจริงหญิงสาวทำงานได้ดีกว่าที่เขาคาดไว้มาก เธอเป็นคนละเอียดอ่อนและช่างสังเกต เหมาะจะเป็นสายลับมากที่เดียว เธอมองเห็นในสิ่งที่เขาไม่เคยเห็น ทั้งที่เพิ่งเข้ามาอยู่ในบ้านนี้ได้ไม่นาน

 

            จบงานนี้แล้ว คุณไปทำงานกับผมที่กองปราบไหมเดือน

 

            “ไม่ค่ะ” เธอปฏิเสธโดยไม่ต้องคิด “คุณไม่ต้องมาชวนฉันเลย แค่งานนี้งานเดียวฉันก็เข็ดขยาดแล้ว ไปชวนคนอื่นเถอะค่ะ พอจบงานนี้แล้ว ฉันจะกลับบ้านไปช่วยพ่อกำนันทำนา งานของคุณมันอันตรายเกินไป ฉันยังอยากอยู่หายใจไปนานๆ

 

            “คุณนี่พูดเหมือนคุณย่าผมเลย ตอนที่ผมบอกว่าจะเรียนตำรวจ ท่านก็พูดแบบนี้แหละ ผู้กองหนุ่มยิ้มน้อยๆ ความเศร้าลดลงไปครึ่งหนึ่ง เมื่อได้พูดคุยกับหญิงสาว

 

            จริงสิ คนฐานะอย่างคุณมาเป็นตำรวจทำไมให้ลำบาก ทำงานบริษัทของตัวเองไม่ดีกว่าเหรอ” เธอถามด้วยความสงสัย แล้วรีบออกตัวเพราะกลัวว่าเขาจะเศร้าอีก “แต่ถ้าคุณไม่สะดวก ไม่ต้องตอบก็ได้นะ ฉันแค่อยากรู้เฉยๆ”

 

            ไม่เป็นไร คุณไม่ใช่คนแรกที่ถามคำถามนี้กับผม ตั้งแต่ผมเป็นตำรวจมีคนถามผมแบบนี้นับครั้งไม่ถ้วนแล้ว แต่ผมไม่เคยตอบใครจริงจังสักที แต่วันนี้ผมจะบอกคุณคนเดียว ที่ผมมาเป็นตำรวจก็เพราะ... เขาถอนใจเบาๆ แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย ผมอยากเข้มแข็ง ผมอยากเก่ง ผมจะได้คอยคุ้มครองพวกเราทุกคน แต่ผมก็ทำไม่ได้

 

            พอเลยคุณ ไม่ต้องเล่าแล้ว ฉันไม่อยากเห็นน้ำตาลูกผู้ชาย เอาเป๊ปซี่ไปกินเลย จะได้สดใสซาบซ่าเธอตัดบทแล้วหยิบแก้วน้ำอัดลมยัดใส่มือเขา

 

            วายุกำแก้วน้ำอัดลมแน่น สายลับสาวพูดถูก เศร้าไปก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ตอนนี้สิ่งที่เขาทำเพื่อน้องดาวได้ ก็มีแค่จับคนร้ายมาลงโทษให้ได้เท่านั้น

 

            เปลี่ยนจากโหมดเศร้า มาเป็นโหมดโหดแล้วเหรอคุณ หญิงสาวถามกลั้วหัวเราะ เมื่อเห็นผู้กองหนุ่มเปลี่ยนสีหน้าจากเศร้าสร้อย มาเป็นบูดบึ้งด้วยความโกรธแค้น

 

            “ผมขอโทษที่ทำบรรยากาศเสีย” เขายิ้มตอบเธอ แล้งชี้มือไปที่แก้วน้ำส้ม “แล้วของคุณล่ะ ไม่กินเหรอ

 

            น้ำนางเอก กินสิ ทำไมจะไม่กินล่ะ ฉันนี่นางเอกขนาดแท้เลยนะ มาชนแก้วกันหน่อยเธอยกแก้วขึ้นรอ เขายกแก้วของตนมาชน แล้วเอ่ยเสียงนุ่ม

 

            ขอให้ผมจับคนผิดมารับโทษได้เร็วๆ

 

            แน่นอนค่ะ ฉันจะช่วยคุณลากคอคนผิดมาลงโทษให้ได้เธอตอบเสียงหนัก แล้วยกแก้วน้ำส้มขึ้นดื่ม

 

            ตรงมุมตึกห่างออกมาเล็กน้อย โฉมยืนแอบมองด้วยใจระทึก คู่หมั้นสาวของเจ้านายหนุ่มค่อยๆ ยกแก้วน้ำส้มขึ้นจิบ โดยไม่รู้ตัวว่ามัจจุราชมาจ่อถึงริมฝีปากของตนแล้ว

 

            อีกนิดเดียว กินเข้าไป กินเข้าไปเลยนางน้องดาว แกจะได้ไปอยู่บนสวรรค์เหมือนพ่อแม่แกไง

            โฉมจบคำพูดของตัวเองด้วยเสียงหัวเราะเย้ยหยัน ก่อนหลบเข้าไปในคฤหาสน์ เมื่อได้ยินเสียงพูดคุยของป้าสร้อยกับนิดผู้ช่วยคนสนิทใกล้เข้ามา

  


***อ่านพันธนาการหัวใจได้ 3 ช่องทาง ดังนี้***

 

1. อ่านฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMjQ3MzAiO30

 

2. อ่านแบบแพคเก็ตจากเว็บเด็กดี

 

3. อ่านนิยายเรื่องอื่นๆ ของมัลลิกา ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&page_no=1&type=author&search=มัลลิกา&is_mag=all&price=all&sort_by=date&from_book_price=&to_book_price=&category_id=&category_name


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

0 ความคิดเห็น