พันธนาการหัวใจ (Re-Up)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 8,905 Views

  • 14 Comments

  • 203 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    341

    Overall
    8,905

ตอนที่ 50 : บทที่ 14 พิษแค้น ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 369
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    9 ก.พ. 61




บทที่ 14

 

พิษแค้น

ตอนที่ 2

 

            มอเตอร์ไซด์กลางเก่ากลางใหม่ขับมาตามถนน ก่อนจอดหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวกลางซอย เบิ้มช่วยพยุงฮายลงยืนพลางส่งสายตาหวานฉ่ำให้หล่อน เด็กสาวยิ้มตอบด้วยท่าทางขวยเขิน เขาก้าวลงจากรถหิ้วตะกร้าพาหล่อนไปนั่งที่โต๊ะว่างตัวหนึ่ง ก่อนเรียกเด็กเสิร์ฟมาสั่งก๋วยเตี๋ยวน้ำสองชาม เด็กชายรับเมนูแล้วเดินออกไป ทิ้งให้ลูกค้านั่งคุยกันตามลำพัง

 

            น้องฮายทำงานอยู่ที่บ้านนั้นนานหรือยังครับ เขาถามอย่างชวนคุย

 

            นานแล้วจ้ะ อยู่มาสามปีแล้ว” ฮายตอบอย่างไม่ปิดบัง

 

            เบิ้มพยักหน้าเข้าใจ กำลังจะถามอีก แต่เด็กเสิร์ฟยกก๋วยเตี๋ยวมาเสียก่อน เขารอให้เด็กเสิร์ฟเดินออกไปแล้ว จึงเลื่อนชามก๋วยเตี๋ยวไปตรงหน้าเด็กสาว

 

            “กินเลยจ้ะน้องฮาย ก๋วยเตี๋ยวน่ากินมากเลย”

 

            “ขอบคุณจ้ะพี่” ฮายเอ่ยด้วยท่าทางกระมิดกระเมี้ยน

 

            “บ้านหลังใหญ่ขนาดนั้นมีใครอยู่บ้างเหรอ เขาถามพลางปรุงก๋วยเตี๋ยวไปด้วย ท่าทางภายนอกเหมือนไม่สนใจเท่าไร แต่ความจริงเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ

 

            มีเจ้านายสี่คน มีคุณตะวัน คุณเมฆินทร์ คุณวายุ แล้วก็คุณน้องดาว ที่เหลือก็เป็นคนใช้แบบหนูนี่แหละ พี่ถามทำไมเหรอ” เด็กสาวมองด้วยความสงสัย

 

            “เปล่า ไม่มีอะไรหรอก” เขาส่ายหน้าปฏิเสธ พี่แค่เป็นห่วงฮาย พี่อยากรู้ว่าเขาดุหรือเปล่า เจ้านายของฮายใจดีไหม

 

            ไม่จ้ะ คุณท่านใจดีทุกคน มีป้าสร้อยคนเดียวชอบด่าจ้ะ แต่แกก็ด่าไปอย่างนั้นเอง ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ” ฮายยิ้มกว้างดีใจที่เขาเป็นห่วง

 

            โชคดีจังนะ บ้านที่น้องสาวพี่เคยอยู่ มีแต่เจ้านายใจร้ายทั้งนั้น

 

            น่าสงสาร สู้หนูไม่ได้ มีแต่เจ้านายใจดี โดยเฉพาะคุณน้องดาว ใจดีที่หนึ่งเลย ถึงตอนนี้จะแปลกๆ ไปก็เถอะ” เด็กสาวเล่าพลางตักพริกป่นใส่ชามก๋วยเตี๋ยวหนึ่งช้อน แล้วคนไปมาเพื่อแก้เขิน

 

            แปลกยังไงเหรอ เขาถามด้วยท่าทางเรื่อยๆ แต่ดวงตาจ้องมองเขม็ง

 

            “หนูไม่อยากพูด มันไม่ดี เรื่องของเจ้านายท่าน”

 

            เล่าให้พี่ฟังหน่อยสิ พี่ไม่บอกใครหรอก หรือว่าน้องฮายไม่ไว้ใจพี่ เขาถามอย่างตัดพ้อ ฮายลดช้อนที่กำลังตักน้ำซุปเข้าปากลง แล้วรีบส่ายหน้าปฏิเสธ

 

            เปล่าๆ หนูไว้ใจพี่ แต่เจ้านายเขาสั่งห้ามเด็ดขาด ไม่ให้ใครพูดถึง”

 

            ทำไมล่ะ คุณน้องดาวเธอเป็นอะไรเหรอ เล่าให้พี่ฟังหน่อยนะ พี่ไม่บอกใครหรอก

 

            “ก็ได้จ้ะ” ฮายมองไปรอบๆ ด้วยท่าทางระแวง ก่อนยื่นหน้าไปกระซิบเสียงเบา รู้แล้วเหยียบไว้เลยนะ คุณน้องดาวเธอหายไปจากบ้านสองอาทิตย์ กลับมาก็ความจำเสื่อม จำใครไม่ได้เลย แถมตอนกลางคืนยังชอบร้องกรี๊ดๆ คืนแรกเธอกรี๊ดซะลั่นบ้านเลย ตกใจตื่นกันทั้งบ้าน นี่กลับมาได้พักหนึ่งแล้ว เธอยังฝันร้ายทุกคืนเลย ต้องให้หนูไปนอนเป็นเพื่อนทุกคืน”

 

            “จริงเหรอ” เบิ้มทำท่าตกใจแล้วถามต่อ แล้วเธอหายไปไหนมาล่ะ น้องฮายรู้ไหม

 

            หนูไม่รู้หรอก” เด็กสาวส่ายหน้าอย่างจนใจ “เธอหายไปเฉยๆ แล้วจู่ๆ เธอก็กลับมากับคุณวายุ คุณวายุเธอเป็นตำรวจ”

 

            เป็นตำรวจเหรอ

 

            ใช่ เป็นตำรวจกองปราบ หล่อมากๆ ด้วย แต่ไม่แมนเท่าพี่หรอก พี่แมนกว่าเยอะเลย” ฮายเอ่ยชมพลางยิ้มเขิน ทว่าชายหนุ่มไม่สนใจคำชมนั้น ด้วยกำลังตื่นเต้นกับข้อมูลใหม่

 

            แล้ว...”

 

            เบิ้มยื่นหน้าเข้าไปใกล้ กำลังจะถามอีกฝ่ายต่อ ทว่าเหลือบไปเห็นชายคนหนึ่งเสียก่อน หมอนั่นนั่งอยู่ที่โต๊ะตรงข้ามกับโต๊ะของเขา ร่างสูงคล้ำเข้มก้มลงคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปากอย่างหิวโหย ใต้วงแขนข้างซ้ายหนีบแผงฉลากกินแบ่งรัฐบาลไว้ มองเผินๆ เหมือนคนขายล็อตเตอรีทั่วไป แต่เขาดูออกว่าจริงๆ แล้วไม่ใช่

 

            แล้วอะไรเหรอพี่” เด็กสาวถามพลางจ้องมองตาแป๋ว เมื่อเห็นเขาเงียบไป ชายหนุ่มรีบดึงสายตากลับมา แล้วยิ้มให้คู่สนทนา

 

            เปล่าจ้ะ น้องฮายกินเยอะๆ นะ พี่เลี้ยงไม่อั้น

 

            “ขอบใจจ้ะพี่” ฮายยิ้มเต็มหน้า แล้วคีบลูกชิ้นใส่ปาก

 

            “ไม่เป็นไรจ้ะ” นักฆ่าหนุ่มยิ้มตอบ แล้วหันไปมองชายขายล็อตเตอรีอีกครั้ง สัญชาตญาณบอกว่าชายคนนี้ไม่ธรรมดา แม้สวมเสื้อผ้าเก่าปอนซ้อนใบหน้าใต้หมวกปีกกว้าง แต่กลับมีบุคลิกสง่าผ่าเผย หมอนี่ดูเหมือนใครสักคนที่เขาเคยรู้จัก ดวงตาดำภายใต้คิ้วดกหนาหรี่ลงอย่างครุ่นคิด ก่อนเบิกด้วยความประหลาดใจ

 

            ผู้กองปฐวี...

 

            เบิ้มพึมพำเบาๆ ไม่ผิดแน่ ผู้กองปฐวีจากกองปราบ ถึงจะปลอมตัวได้แนบเนียนแค่ไหน ก็ไม่มีวันตบตาเขาได้ เพราะไอ้ตำรวจแสบคนนี้ คอยตามล้างตามเช็ดเขากับลูกพี่มาหลายปีแล้ว จนล่าสุดพี่ชายส่งสายคนหนึ่งของมันไปให้ปลากิน นึกว่าจะเข็ดที่ไหนได้ผู้กองหนุ่มยังตามรอยเขาไม่เลิกรา

 

            กลับกันเถอะน้องฮาย สิบเอ็ดโมงแล้ว เขาลุกขึ้นยืนพลางล้วงเงินวางลงบนโต๊ะ ฮายเงยหน้าขึ้นจากชามก๋วยเตี๋ยว ดวงตาโปนใหญ่เบิกโตอย่างตระหนก

 

            หา! สิบเอ็ดโมงแล้ว” เด็กสาวร้องเสียงหลงพลางลุกขึ้นยืนอย่างร้อนรน ไปกันเถอะพี่ ป่านนี้ป้าสร้อยด่าหนูตายแล้ว”

 

            พอพูดจบฮายก็คว้าตะกร้าจ่ายตลาดด้วยมือข้างขวา แล้วเอื้อมมือข้างซ้ายไปคว้าแขนชายหนุ่ม ก่อนลากเขากลับไปที่รถมอเตอร์ไซด์

 

            เบิ้มก้าวขึ้นไปนั่งคร่อมรถมอเตอร์ไซค์ แล้วช่วยดึงเด็กสาวขึ้นมาซ้อนท้าย ก่อนติดเครื่องยนต์ แล้วรีบขับออกไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่ลืมเหลือบตาไปมองคนขายล็อตเตอรีอีกครั้ง วันนี้เขาโชคดีกว่าที่คิดไว้มาก นอกจากจะได้รู้เรื่องราวภายในบ้านปานวิมานแล้ว เขายังเห็นความไม่ชอบมาพากล ที่รายล้อมอยู่รอบตัวของแม่เหยื่อสาวด้วย

 

            ปฐวีเงยหน้าขึ้นจากชามก๋วยเตี๋ยว เหลือบตามองลอดปีกหมวก ไปยังชายร่างหนาบนรถมอเตอร์ไซด์ ก่อนพึมพำเบาๆ ตัวเอง

 

            นายเบิ้ม

 

            วันนี้เขาโชคดีจริงๆ ไม่เสียแรงที่ลงทุนปลอมตัวเป็นคนขายล็อตเตอรี ทำงานวันแรกก็ได้เจอปลาใหญ่ เขามีรายชื่อรูปถ่ายและประวัติลูกน้องของนายศักดิ์ชายแทบทุกคน ซึ่งต้องยกความดีนี้ให้กับจ่ายิ่ง สายลับคนสำคัญของเขา ที่เสี่ยงชีวิตเข้าไปสืบข่าวและส่งรายชื่อเหล่านี้มาให้เขา ก่อนจะหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย

 

            เขาใช้เวลาร่วมปีศึกษาข้อมูลเหล่านั้น รวมทั้งเฝ้าติดตามลูกน้องคนสำคัญของเจ้าพ่อใหญ่จนจำหน้าได้ทุกคน ลูกน้องของนายศักดิ์ชายแต่ละคน ล้วนมีประวัติโชกโชน โดยเฉพาะนายเบิ้มคนนี้ ได้ชื่อว่าเป็นมือขวาของเจ้าพ่อใหญ่ ทั้งที่อายุยังน้อย หมอนี่ลงมือทำงานแต่ละครั้งหมดจด เหี้ยมโหดเด็ดขาดและไม่เคยไว้หน้าใคร

 

            การที่นายเบิ้มลงทุนปลอมตัวมาเป็นมอเตอร์ไซด์รับจ้าง รับส่งเกี้ยวพาสาวใช้หน้าแปลกของนายวายุ ต้องไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่นอน นักฆ่าหนุ่มต้องถูกใช้ให้มาสืบหาข่าวในบ้านปานวิมาน และคงเป็นข่าวอื่นไปไม่ได้นอกจากข่าวของน้องดาว เรื่องที่เขากับวายุสันนิษฐานไว้แม่นยำเกินคาด นายศักดิ์ชายต้องอยู่เบื้องหลังการหายตัวไปของน้องดาวแน่ๆ และตอนนี้มันก็กำลังพยายามกลบร่องลอยที่ตัวเองทำไว้

 

            ผู้กองหนุ่มวางเงินลงบนโต๊ะ แล้วเดินไปที่จักรยานคันเก่า ซึ่งอุตส่าห์ไปเสาะหามาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เขาก้าวขึ้นไปนั่งคร่อม แล้วปั่นจักรยานเข้าไปในซอย เขาหมายมั่นปั้นมือจะจับนายศักดิ์ชายมาชดใช้กรรมหลายปีแล้ว คราวนี้คงสำเร็จเสียที

 

            ผมจะลากคอพวกมันมาเข้าคุกให้ได้ จ่ารออีกหน่อยนะ เขาพึมพำเบาๆ กับตัวเอง ก่อนยิ้มมุมปากอย่างสมใจ พอคิดว่าตัวเองจับหางเจ้าพ่อใหญ่ได้ก็ดีใจจนลืมสังเกตไปว่า ไม่ใช่เขาคนเดียวที่เห็นหางของฝ่ายตรงข้าม

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

            “นิดแกเห็นนางฮายไหม

 

            ป้าสร้อยถามผู้ช่วยคนสำคัญด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดพลางจัดสาคูไส้หมูใส่จานแก้วใบเล็กน่ารักอย่างคล่องแคล่ว

 

            ไม่เห็นป้า นิดตอบเสียงเรียบพลางโขกพริกแกงในครกด้วยจังหวะถี่เร็ว

 

            “นางฮายนี่มันจริงๆ เลย” นางบ่นอย่างไม่พอใจ ก่อนยกจานของว่างไปวางบนถาด แล้วหันไปเทน้ำส้มคั้นใส่แก้วทรงสูงใบหนึ่ง พักนี้นางฮายมันทำตัวแปลกๆ เผลอไม่ได้เป็นแวบ เมื่อเช้าใช้ให้ไปจ่ายตลาดก็กลับมาเกือบเที่ยง จนแทบทำลาดหน้าทะเลให้คุณๆ ทานไม่ทัน ให้ล้างจานไม่กี่ใบก็ยืนเหม่อ กว่าจะเสร็จเป็นชั่วโมง มันเป็นอะไรของมัน แกรู้ไหมนิด

 

            คนกำลังมีความรักก็แบบนี้แหละป้าผู้ช่วยสาวตอบพลางหัวเราะคิกคัก ป้าสร้อยหันมามอง ก่อนถามอย่างไม่ค่อยเชื่อ

 

            “แกว่าอะไรนะ นางฮายนี่นะมีความรัก ขี้เหร่แบบมัน ยังมีคนมองอีกเหรอ

 

            “ใช่ป้า” นิดพยักหน้าหนักๆ ก่อนเอ่ยกลั้วหัวเราะ มันมีความรัก เป็นหนุ่มมอเตอร์ไซด์รับจ้าง หน้าตาดีด้วยนะ หนูเห็นเขามาส่งมันเมื่อตอนกลางวัน

 

            นางนี่เหลวไหลจริงๆ ริคบผู้ชาย แกไปตามมันมาเอาของว่าง ไปเสิร์ฟคุณน้องดาวกับคุณวายุที่สระน้ำทีสิ แม่บ้านใหญ่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ใครจะรักจะชอบกัน นางไม่เคยว่าอะไร แต่ถ้ามีความรักแล้วเสียงานเสียการ แบบนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกัน

 

            “จ้ะป้า” นิดยิ้มกว้างแล้วรีบวิ่งออกจากห้องครัว ด้วยอยากดูฮายเถียงกับแม่บ้านใหญ่จนทนไม่ไหว เพราะยามใดที่ทั้งสองประทะคารมกัน มักมีแต่เรื่องสนุกให้หัวเราะจนท้องแข็งเสมอ

 

            ป้าสร้อยส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ เมื่อเห็นท่าทางดีใจจนออกนอกหน้าของเด็กสาว นางหยิบแก้วน้ำส้มคั้นไปวางในถาด แล้วเดินไปเปิดตู้เย็น เพื่อหยิบน้ำอัดลมมาเทใส่แก้ว ให้ชายสามแห่งบ้านปานวิมาน ที่ชอบดื่มน้ำอัดลมเป็นชีวิตจิตใจ

 

            หน้าประตูห้องครัวโฉมยืนแอบมองด้วยใจระทึก เสียงพูดคุยและเสียงโขกพริกเงียบหายไปแล้ว เธอค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปดูในห้องครัว ก่อนรีบผลุบกลับเข้ามา เมื่อเห็นป้าสร้อยหันมาวางแก้วน้ำส้มในถาด เธอโผล่หน้าเข้าไปดูอีกครั้ง ก่อนยิ้มด้วยความยินดี เมื่อเห็นแม่บ้านใหญ่ก้มหน้าหาของอยู่หน้าตู้เย็น

 

            หญิงสาวย่องเข้าไปในห้องครัวอย่างรวดเร็วและแผ่วเบา ดวงตาจ้องเขม็งไปที่แก้วน้ำส้มในถาด เธอหยิบขวดแก้วใบเล็กจากกระเป๋าเสื้อมากำไว้ แล้วเปิดจุกเทของเหลวที่อยู่ในขวดลงไปในแก้วน้ำส้มจนหมด ของเหลวสีใสค่อยๆ ผสมกับน้ำส้มสีสดจนแยกไม่ออก

 

            โฉมก้มมองพลางยิ้มอย่างสะใจ แล้วรีบยัดขวดแก้วใส่กระเป๋า เมื่อได้ยินเสียงปิดตู้เย็นดังขึ้น แต่ด้วยความรีบร้อนทำให้ขวดแก้วหล่นจากมือ แล้วกลิ้งเข้าไปใต้ตู้เก็บจาน หญิงสาวมองตามด้วยความตกใจ ก่อนรีบเงยหน้าขึ้นยิ้มกลบเกลื่อน เมื่อป้าสร้อยหันจากตู้เย็นมาร้องทัก

 

            เอ้าโฉม! แกเข้ามาทำอะไรในนี้ รีดผ้าเสร็จแล้วเหรอ นางถามพลางเทน้ำอัดลมใส่แก้ว

 

            เสร็จแล้วจ้ะ หญิงสาวสาวตอบเสียงสั่นพลางยิ้มประจบ พยายามไม่มองตู้เก็บจาน ด้วยกลัวว่าจะทำให้อีกฝ่ายผิดสังเกต

 

            แล้วเมื่อกี้แกทำอะไรหล่นหรือเปล่า ฉันได้ยินเสียงของตก ถ้าทำของฉันหล่นก็หยิบมาไว้ที่เดิมเลยนะ ถ้าทำของฉันหายน่าดู นางบ่นพลางเติมน้ำแข็งก้อนลงไปในแก้วน้ำอัดลม

 

            เปล่า ไม่มีอะไรหล่นนี่ โฉมร้องตอบเสียงสูง

 

            ไม่มีก็ดีแล้ว แล้วนั่นแกไปยุ่งอะไรกับน้ำส้มคุณน้องดาวเธอ ถอยออกมาเลย

 

            ฉันไม่ได้ยุ่งอะไรนี่ แค่ผ่านมาก็เลยเข้ามาดูว่ามีอะไรให้ช่วยไหม เธอถอยออกห่างพลางชูมือทั้งสองข้างขึ้น เพื่อยืนยันมาไม่ได้ทำอะไรจริงๆ

 

            ผีเข้าหรือไง ถึงได้ขยันผิดปกติ ป้าสร้อหรี่ตามองอย่างสงสัย โฉมแกล้งทำหน้าง้ำ ก่อนตัดพ้ออย่างน้อยใจ

 

            โธ่ป้า ฉันก็แค่อยากช่วย พอฉันไม่ทำป้าก็ว่า พออยากทำป้าก็บ่นอีก ฉันเสียใจเป็นเหมือนกันนะ

 

            เออๆ ขยันก็ดี งั้นไปโน้นเลย ไปล้างผักในกะละมังโน้น ล้างให้สะอาดเลยนะ ฉันจะเอาไว้ทำกับข้าวเย็นให้คุณๆ ทาน ป้าสร้อยตัดบทแล้วหยิบแก้วน้ำอัดลมไปวางในถาด

 

            “จ้ะป้า” หญิงสาวรับคำ แล้วรีบไปล้างผักด้วยท่าทางแข็งขัน อย่างที่ปกติไม่ค่อยได้เห็น

 

            “อะไรของมัน” แม่บ้านสูงวัยมองตามอย่างสงสัย ก่อนหันไปมองประตู เมื่อนิดเดินเข้ามา ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ก่อนชี้มือไปข้างหลัง

 

            มันมาแล้วป้า

 

            “เรียกฉันเหรอป้า” ฮายเอ่ยถามพลางเดินเข้ามาในครัว ป้าสร้อยยกมือเท้าเอวฉับ แล้วตีหน้ายักษ์ใส่เด็กสาวทันที

 

            ไปไหนมานางฮาย งานการไม่เป็นอันทำเลยนะ วันๆ เอาแต่นั่งยิ้มนั่งเหม่อ ระวังเถอะ ฉันจะฟ้องคุณตะวันให้ตัดเงินเดือนแก ยังทำเป็นยืนเฉยอีก ไม่รู้หน้าที่เลยนะ รีบเอาของว่างไปเสิร์ฟคุณน้องดาวกับคุณวายุที่สระน้ำสิแม่บ้านใหญ่ใส่เป็นชุดพลางชี้มือไปที่ถาดของว่าง

 

            ฮายมองตามด้วยแววตาเหม่อลอย ในขณะที่นิดฉีกยิ้มจับตามองการประทะอย่างคาดหวัง ทว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะสาวใช้หน้าแปลกไม่ตอบโต้อย่างที่เคย แต่กลับเดินไปหยิบถาด แล้วเดินออกจากห้องครัวอย่างเงียบเชียบ สร้างความแปลกใจให้กับหญิงสาวทั้งสอง จนเผลอหันมามองหน้ากันอย่างประหลาดใจ

 

            หน้ากะละมังล้างผัก โฉมแอบมองแก้วน้ำส้มด้วยความสะใจ อึกเดียวเท่านั้นมารหัวใจของเธอจะถูกกำจัดไปตลอดกาล หญิงสาวแอบยิ้มกับตัวเอง แล้วรีบก้มหน้าก้มตาล้างผักต่อไปอย่างสงบ หัวใจเต้นกระหน่ำด้วยความยินดี จนลืมนึกถึงขวดแก้วใต้ตู้เก็บจานไปสนิท

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 


 

***อ่านพันธนาการหัวใจได้ 3 ช่องทาง ดังนี้***

 

1. อ่านฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMjQ3MzAiO30

 

2. อ่านแบบแพคเก็ตจากเว็บเด็กดี

 

3. อ่านนิยายเรื่องอื่นๆ ของมัลลิกา ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&page_no=1&type=author&search=มัลลิกา&is_mag=all&price=all&sort_by=date&from_book_price=&to_book_price=&category_id=&category_name



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

0 ความคิดเห็น