พันธนาการหัวใจ (Re-Up)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 8,905 Views

  • 14 Comments

  • 203 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    341

    Overall
    8,905

ตอนที่ 5 : บทที่ 1 นางสาวเพียงเดือน ตอนที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 728
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    17 ม.ค. 61



บทที่ 1

 

นางสาวเพียงเดือน

ตอนที่ 1

 

            ดวงตะวันกลมโตปรากฏขึ้น ณ เส้นขอบฟ้าเบื้องทิศตะวันออก ฉายแสงแรงกล้าขับไล่ความมืดมิดไปจากท้องฟ้ากว้าง ผันเปลี่ยนราตรีเป็นทิวา

 

            เช้าแล้วสินะ เสียงทุ้มลึกน่าฟังดังมาจากโซฟารับแขกตัวใหญ่ ในห้องทำงานหรูหราบนชั้นที่ยี่สิบสองของอาคารทรัพย์เทวัญ ชายหนุ่มเจ้าของน้ำเสียงน่าฟังดันตัวลุกขึ้นนั่ง ยกสองมือขึ้นปิดใบหน้า ก่อนเสยผมอย่างลวกๆ แล้วเดินไปดึงเชือกเปิดผ้าม่าน ปล่อยให้แสงอาทิตย์ของเช้าวันใหม่สาดส่องเข้ามาในห้องทำงาน ขับไล่ความมืดมัวออกไป

 

            แสงแดดยามเช้าส่องกระทบร่างกายสูงโปร่งแข็งแรง เขาเป็นชายร่างสูงที่สูงมากถึงหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร แต่ด้วยความสูงขนาดนี้กลับไม่ได้ทำให้เขาดูเก้งก้างน่าเกลียดเลย ในทางตรงกันข้ามมันกลับทำให้เขาดูสูงสง่า ด้วยช่วงไหล่กว้างที่ประกอบด้วยมัดกล้ามพองาม เอวคอดเล็กลง และช่วงขายาวตรงแข็งแรง บ่งบอกลักษณะของคนที่ชอบเล่นกีฬา และออกกำลังกายอยู่เป็นนิจ

 

            ชายหนุ่มแนบหน้าผากกับผนังกระจก ก้มลงมองท้องถนนเบื้องล่าง รถราเริ่มวิ่งกันขวักไขว่ ทั้งที่เพิ่งจะหกโมงเช้าเท่านั้น เขาเหลือบตาขึ้นมองท้องฟ้ายามเช้า ก่อนหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน ปล่อยให้แสงแดดอุ่นลูบไล้ใบหน้าหล่อเหลา หล่อเหลาแบบผู้ชายแท้ๆ ไม่ใช่หล่อหน้าหวานเหมือนดาราวัยรุ่นยุคใหม่

 

            โครงหน้าสมบูรณ์แบบประกอบด้วยหน้าผากกว้างอย่างคนมีอำนาจ รับกับโหนกแก้มสูง จมูกโด่งเป็นสันตั้งตรง ริมฝีปากหยักลึก แต่ที่โดดเด่นน่ามองที่สุดคือดวงตาเรียวยาวดำสนิท คมกริบ ขนตายาวหนา ฉายแววฉลาดเฉลียวทันคน

 

            เขาถอนใจเบาๆ แล้วเดินไปทรุดตัวนั่งบนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงาน สายตาคมเลื่อนไปจับที่กรอบรูปใบเล็ก ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานของตน เขาคว้ามันมาดูใกล้ๆ ด้วยดวงตาหม่นหมอง ภายในกรอบรูปเป็นภาพถ่ายของหญิงสาวคนหนึ่ง ที่ยังไม่โตเต็มสาวในชุดนักศึกษา ใบหน้ารูปหัวใจหวานซึ้ง ยิ้มให้กล้องจนแก้มแทบปริ ด้านล่างของรูปเขียนตัวอักษรด้วยลายมือสวยงามเป็นระเบียบ

 

            ‘ให้พี่ตะวันคนดี จากน้องดาว

 

            ตะวัน ทรัพย์เทวัญ ทายาทมหาเศรษฐี เจ้าของธุรกิจหลายพันล้าน พิงศีรษะได้รูปกับพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยอ่อน

 

            “น้องดาวของพี่ น้องดาวอยู่ที่ไหน” เขาพึมพำด้วยความเจ็บปวด

 

            น้องดาว หรือนางสาวรัศมีดารา ทรัพย์เทวัญ ว่าที่เจ้าสาวของเขา หายตัวไปจากบ้านร่วมสองสัปดาห์แล้ว เขาและน้องๆ พยายามทุกวิถีทางที่จะติดตามหาตัวเธอกลับมา แต่ก็ไร้ผล เขาเฝ้ารอให้มีการติดต่อ เพื่อเรียกค่าไถ่ แต่ก็เช่นเดียวกัน ไม่มีวี่แววหรือข่าวคราวของน้องดาวเข้ามาเลย

 

            ชายหนุ่มหลับตาลงนึกถึงภาพของน้องดาวตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน เด็กหญิงรัศมีดาราอายุหกขวบตัวผอมแห้ง ขี้โรค และป่วยตลอดเวลา เธอเข้ามาอยู่ในบ้านของเขาในฐานะน้องสาว คุณย่าของเขา คุณหญิงเพ็ญแข ทรัพย์เทวัญ รับเธอเป็นหลานบุญธรรม เพราะพ่อแม่ของเธอ ซึ่งเป็นญาติห่างๆ กับเขา เสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุทั้งคู่ ตอนมาใหม่ๆ น้องดาวร้องไห้หาพ่อแม่ทุกวัน เขาซึ่งเป็นพี่ชายหมาดๆ และอายุมากกว่าแปดปี จึงต้องรับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง คอยปลอบโยนเธออยู่ตลอดเวลา

 

            เขารักเธอมากกว่าคำว่าพี่น้องมาตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ แต่พอมารู้ตัวอีกทีก็รักหมดใจแล้ว เขาจำได้ว่าตัวเองดีใจมากแค่ไหน เมื่อคุณย่าให้เขาหมั้นกับน้องดาวตอนเธอเรียนอยู่ปีสอง และงานแต่งงานจะมีขึ้น เมื่อน้องดาวเรียนจบ มันเหมือนกับว่าความสุขที่สุดในโลกมาอยู่ในกำมือของเขาแล้ว แต่น้องดาวก็มาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ก่อนที่งานแต่งงานจะมีขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์

 

            ดวงตาเรียวยาวดำขลับแฝงแววหม่นหมองลืมขึ้น ก่อนกะพริบตาถี่ๆ เพื่อห้ามหยาดน้ำตาแห่งความทุกข์ระทม ไม่ให้รินไหลออกมา มือเรียวข้างหนึ่งหยิบกรอบรูปใบน้อยมาแนบอก ในขณะที่มืออีกข้างหนึ่งยกขึ้นปิดหน้า เสียงสะอื้นเบาๆ ลอดผ่านริมฝีปากที่เม้มสนิทออกมา

 

            ก่อนที่เจ้าตัวจะข่มกลั้นเอาไว้ได้ในที่สุด เขาเป็นทายาททรัพย์เทวัญ ยังมีอีกหลายร้อยหลายพันชีวิตที่เขาต้องรับผิดชอบ เขาจะอ่อนแอไม่ได้ เขาต้องตามหาน้องดาวให้พบ ไม่ว่าจะใช้เวลานานเท่าใด หรือเสียเงินเสียทองขนาดไหนก็ตาม เขายอมแลกทรัพย์สินทั้งหมดที่มี ขอเพียงให้เธอกลับมาเท่านั้น

 

            เขาวางกรอบรูปใบเล็กลงอย่างทะนุถนอม แล้วเปิดลิ้นชักหยิบสมุดโน้ตเล่มเล็ก ที่บันทึกนัดหมายและกำหนดการณ์ต่างๆ ประจำวันนี้ขึ้นมาเปิดอ่าน ตอนเก้านาฬิกาเก้านาทีและเก้าวินาทีเขาต้องไปร่วมงานเปิดตัวห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่แห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพ ห้างสรรพสินค้าของบิดาเพื่อนสาวรุ่นน้องของเขา สมัยเรียนอยู่ที่อังกฤษ

 

            ชายหนุ่มก้มมองสภาพของตนเอง ก่อนถอนหายใจเบาๆ เมื่อพบว่ามันดูไม่ดีเท่าไร เขาคงต้องกลับบ้านแล้ว หลังจากที่หลีกเลี่ยงมาหลายวัน บ้านที่ไม่มีน้องดาว มีแต่ความทรงจำของน้องดาว แม้ไม่อยากกลับก็ต้องกลับ เพราะเสื้อผ้ายับย่นชุดนี้ คงไปร่วมงานหรูหรานั่นไม่ได้ แล้วเขายังมีน้องชายที่ต้องดูแลรออยู่ที่บ้านอีกสองคน ภาระหน้าที่บังคับให้เขาลุกขึ้นยืน ทั้งที่แรงใจแทบไม่มีเหลือแล้ว เขาหยิบกุญแจรถเดินออกจากห้องทำงาน

 

            โดยที่ไม่มีโอกาสได้เห็นหรือรับรู้ว่าน้องดาวของเขา ยืนอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องอย่างเงียบงัน น้ำตาไหลพรากอาบใบหน้างดงาม เธอสะอื้นไห้เบาๆ อย่างน่าสงสาร ก่อนที่ดวงวิญญาณแสนอาภัพ จะหายวับไปจากห้องอย่างรวดเร็ว

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

            แสงแดดยามเที่ยงร้อนราวกับอยู่ในเตาอบ ทั้งที่ตอนนี้เป็นฤดูหนาว แต่อย่างว่านั่นแหละ คำว่าหนาวกับคนกรุงเทพ ดูห่างไกลกันราวฟ้ากับเหว หากปรารถนาจะสัมผัสความหนาวเย็นสักครั้ง คงต้องดันด้นไปถึงยอดดอยสูงทางภาคเหนือโน้น แต่จะมีคนเมืองกรุงสักกี่คนที่ทำได้ เพราะค่าเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย มันถูกอยู่เสียเมื่อไร บางทีไปเที่ยวต่างประเทศใกล้ๆ อย่างสิงคโปร์หรือฮ่องกง ยังถูกกว่าเลย

 

            ดังนั้นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของคนกรุงที่มีเงินไม่มากนัก อากาศเย็นฉ่ำและอยู่ใกล้บ้าน คงหนีไม่พ้นบรรดาห้างสรรพสินค้าต่างๆ ที่แย่งกันเปิดราวกับดอกเห็ด และไม่ว่าจะเปิดที่ไหนคนก็แน่นเสียด้วยสิ หนำซ้ำห้างสรรพสินค้าสมัยนี้ ยังมีวิวัฒนาการเป็นของตนเองอีกด้วย ไม่ใช่แค่สถานที่สำหรับขายสินค้าอย่างเดียวเหมือนแต่ก่อนแล้ว หากแต่แปลงร่างเป็นสวรรค์บันเทิงครบวงจร หากคุณเป็นนักช็อป เราก็มีสินค้านานาชนิดไว้ให้เลือกซื้อ ตั้งแต่ไม้จิ่มฟันห่อละสิบบาทยันรถเก๋งสปอร์ตสุดหรูราคาเหยียบสิบล้าน

 

            หากช็อปจนเหนื่อยหรือไม่ใช่คนที่ชอบช็อป เราก็มีกิจกรรมเพื่อความบันเทิงสารพัดรูปแบบไว้บริการอย่างครบครัน อาทิ หากท่านเป็นคนชอบรับประทาน เราก็มีศูนย์อาหารที่ขายอาหารราคาย่อมเยา เปิดให้บริการตั้งแต่ห้างเปิดยันห้างปิด แต่หากท่านเป็นนักบริโภคที่ต้องการความหรูหราด้วย เราก็มีร้านอาหารทั้งไทยทั้งเทศไว้บริการอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

 

            หากเป็นคนชอบดูหนัง เราก็มีโรงภาพยนตร์สุดไฮเทคไว้บริการนับสิบโรง หากเป็นคนใส่ใจสุขภาพ รักสวยรักงาม เราก็มีสถานเสริมความงาม สปาร์ ตลอดจนฟิตเนสชื่อดังที่เป็นสาขาจากต่างประเทศไว้บริการ หรืออยากจะโยนโบว์ลิ่ง หรืออยากอื่นๆ สารพัดสารเพของความอยาก ล้วนหาได้ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำใกล้บ้านคุณ

 

            เฮ้อ... เหนื่อยชะมัด เสียงถอนใจดังขึ้นเบาๆ แล้วตามด้วยเสียงบ่นกระปอดกระแปด จากพี่หมีตัวใหญ่ที่เดินกะปลกกะเปลี้ยมาตามทาง ก่อนทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งในห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันนี้

 

            มือใหญ่ที่มีขนรุงรังสีน้ำตาลยกขึ้นถอดหัวหมีออก แล้ววางไว้ข้างกาย เปิดเผยใบหน้ารูปหัวใจ ขาวใส ที่ประกอบด้วย จมูกโด่งเล็กเชิดน้อยๆ บอกลักษณะว่าเป็นคนไม่ยอมใคร ริมฝีปากแดงเรื่ออิ่มเต็ม แต่ที่โดดเด่นน่ามองคือดวงตากลมโตดำขลับแฝงแววรื่นเริงอยู่เป็นนิจ หญิงสาวหลับตาลงแพรขนตาหนางอนทาบบนนวลแก้ม

 

            หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ เมื่อผิวหน้าสัมผัสกับแอร์เย็นฉ่ำของห้างสรรพสินค้า ที่โหมเปิดไว้บริการลูกค้า โดยไม่สนใจว่าจะเปลืองพลังงานของโลกขนาดไหน รอยยิ้มอย่างเป็นสุขผุดขึ้นที่ริมฝีปากสวย เมื่อความเย็นอันแสนสบายแทรกซึมเข้ามาตามผิวหน้า

 

            เพียงเดือน!” เสียงตวาดแหวอย่างเกรียวกราด ทำเอาเธอตกใจจนแทบหล่นเก้าอี้ เพียงเดือน หรือ เดือน หันขวับไปมองต้นเสียง ก่อนร้องอย่างตระหนก

 

            หัวหน้า!”

 

            ธวัชชัยหัวหน้างานจอมเฮี้ยบรูปร่างผอมสูงเหมือนไม้กวาดยืนกอดอกทำหน้าถมึงทึง เขาจ้องมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

 

            “หัวหน้ามีอะไรจะใช้ฉันเหรอคะ” เธอรีบลุกขึ้นยืนคว้าหัวหมีมากอดไว้เพื่อป้องกันตัวเอง

 

            คุณเพียงเดือน ไม่ทราบว่าคุณมานั่งทำอะไรอยู่ครับ เท่าที่ผมจำได้ ผมว่าบริษัทของเรา จ้างคุณมาเอนท์เตอร์เทรนลูกค้า ไม่ได้จ้างให้มานั่งหลับนะครับ เขาถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ ขัดกับแววตาเชือดเฉือนลิบลับ

 

            ขอโทษค่ะหัวหน้า ฉันร้อน ก็เลยนั่งพักแป๊บหนึ่ง กำลังจะไปแจกลูกโป่งต่อแล้วค่ะ

 

            ผมจะรับฟังคำแก้ตัวของคุณ แต่ตอนนี้ขอเชิญคุณไปทำงานต่อได้แล้ว เชิญครับ

 

            เพียงเดือนไม่รอให้ไล่เป็นครั้งที่สอง เธอรีบยกหัวหมีอันแสนอึดอัดครอบศีรษะ แล้ววิ่งเร็วจี๋ออกไปอย่างรวดเร็ว

 

            เมื่อเห็นว่าปลอดภัยจากสายตาหัวหน้างานแล้ว ร่างบางก็ผ่อนลมหายใจที่กลั้นไว้ออกมาช้าๆ พลางบ่นตัวเองในใจ

 

            แหมอะไรจะโชคดีปานนั้น เราเดินมาตั้งครึ่งค่อนวันไม่มาดู พอหย่อนก้นลงนั่งแป๊บเดียว ดันโผล่มาซะงั้น แบบนี้ไม่เรียกว่าซวย แล้วจะเรียกว่าอะไร

 

            หญิงสาวเป่าลมออกจากปาก พยายามทำใจกับสถานะของตนเอง ในเมื่อเป็นลูกน้องเขา หัวหน้างานสั่งอะไรก็ต้องทำ เพราะเธอไม่อยากตกงานอีกแล้ว เพราะงานสมัยนี้หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรซะอีก

 

            เพียงเดือนเป็นบัณฑิตสาวจากรั้วมหาวิทยาลัยของรัฐชื่อดังแห่งหนึ่ง เธอเป็นคนต่างจังหวัดที่ตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือแทบตาย กว่าจะสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยอันทรงเกียรติได้ เธอตั้งใจเรียนจนจบออกมาพร้อมปริญญาเกียรตินิยม เธอหวังว่าจะได้ทำงานและใช้ความรู้ความสามารถที่เล่าเรียนมาให้เต็มที่ แต่อนิจจาในยุคปัจจุบันที่งานมีน้อยกว่าคน และประกอบกับสาขาวิชาที่เธอจบมาเป็นสาขาที่ไม่ได้สอนให้ผู้เรียนเป็นนักอะไรเลยสักอย่าง

 

            เพียงเดือนจึงต้องรับชะตากรรม กลายเป็นคนตกงานคนหนึ่งในหลายแสนคน ที่รัฐบาลบอกว่าจะแก้ไขในเร็ววัน แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ยังหางานดีๆ ทำไม่ได้ ไม่ใช่เพราะเธอเลือกงาน เธอยินดีทำทุกงานที่มีคนว่าจ้าง แต่เพราะความที่เป็นคนไม่ยอมใคร เพียงเดือนจึงทำงานที่ไหนได้ไม่นาน บางที่ทำสามวัน บางที่ทำสองวัน และบางที่ทำครึ่งวันก็มี

 

            ที่เป็นแบบนี้เพราะเจ้านายแต่ละคนของเธอ ล้วนแต่เป็นพวกลามกมักมาก เธอขอทำงานตามความรู้ความสามารถ พวกนั้นก็เฝ้าแต่จะเสนองานสบาย ที่ไม่ต้องการประสบการณ์แถมเงินดี มีให้ทั้งรถทั้งบ้านให้พร้อม ขอแค่ตามใจนายจ้างก็พอ แล้วอย่างนี้จะให้เธอทนอยู่ได้ยังไงไหว

 

            ความจริงฐานะทางบ้านของเพียงเดือนก็ไม่ได้ยากจนอะไร พ่อเธอเป็นกำนันมีที่นาทำกินเป็นของตนเอง เลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้อย่างสบาย และพ่อก็เรียกให้เธอกลับบ้านอยู่เสมอ แต่เธอไม่อยากกลับ เธอไม่อยากแพ้ เธอจะต้องหางานดีๆ ทำให้ได้ แต่ตอนนี้ยังหาไม่ได้ เธอจึงต้องยอมมาเป็นพี่หมีเดินแจกลูกโป่งให้กับเด็กๆ ไปพลางก่อน โดยได้ค่าแรงวันละสามร้อยบาท เพื่อนำไปใช้จ่ายเป็นค่าเช่าห้อง ค่าเดินทาง และค่าอาหาร เนื่องจากเธอเลิกขอเงินพ่อใช้มาตั้งแต่เรียนจบ

 

            เฮ้อ... หญิงสาวถอนใจอย่างท้อแท้ เพราะทิฐิตัวเดียวทำให้เธอต้องมาลำบากแบบนี้

 

            เพียงเดือนกระโดดออกมาดักหน้าเด็กเล็กๆ คนหนึ่งที่มาเดินเที่ยวกับพ่อแม่ หนูน้อยเห็นพี่หมีใจดีก็ยิ้มแฉ่งแล้ววิ่งเข้ามาหา หญิงสาวยิ้มน้อยๆ ใต้หน้ากากหมี คิดในใจว่ายังไงนี่ก็คืองานของเธอ และเธอก็ต้องทำมันให้เต็มที่ ไม่ว่ามันจะเหนื่อยยาก หรือน่าเบื่อหน่ายขนาดไหนก็ตาม

 

            พี่คะ หนูให้ค่ะ เสียงเล็กๆ ดังขึ้นทางด้านหลัง พร้อมกับแรงกระตุกเบาๆ ที่หางหมีของเธอ

 

            เพียงเดือนหันไปมอง เจ้าของเสียงคือเด็กหญิงอายุราวๆ หกเจ็ดขวบ ผูกเปียสองข้างหน้าตาน่ารัก ยืนยิ้มอวดฟันขาวน่ามอง

 

            “หนูให้ค่ะ” เด็กหญิงยื่นไอศกรีมช็อกโกแล็ตให้เธอโคนหนึ่ง เธอย่อตัวนั่งลงรับไอศกรีมมาถือไว้ในมือใหญ่ก่อนหอมแก้มน้อยๆ ทั้งที่สวมหัวหมีอย่างขอบใจไปหนึ่งฟอด เด็กหญิงหน้าแดงเรื่อรีบวิ่งกลับไปหาพ่อแม่ แล้วโบกมือให้เธอ ก่อนเดินจากไป

 

            เอาล่ะสิ ที่นี้จะทำยังไงดีล่ะ อีตาไม้กวาดธวัชชัยห้ามกินไอ้ติมในเวลาทำงานหรือเปล่าเนี่ย

 

            เพียงเดือนเอ่ยถามตัวเองพลางมองไอศกรีมในมืออย่างใช้ความคิด ขณะที่กำลังคิดว่าจะจัดการกับของกำนัลน่าลิ้มรสแท่งนี้อย่างไรดี ด้านหลังพลันปรากฏเสียงฝีเท้าดังขึ้น เธอหันกลับไปมองตามสัญชาตญาณ โดยไม่ทันระวัง หรือพระเจ้าลงโทษ หรือเพราะบาปซ้ำกรรมซัด หรือบางทีอาจจะทั้งหมดรวมกันก็ได้ เธอจึงชนกับผู้หญิงคนหนึ่งเข้าอย่างจัง

 

            ทั้งสองเซออกจากกัน ทว่าไอ้เจ้าไอศกรีมตัวดี ที่ยังไม่ได้กินเลยสักคำ ดันไปจิ้มที่ร่องอกของผู้หญิงคนนั้นเข้าเต็มเปา ก่อนตกลงบนพื้นพร้อมทิ้งความเสียหายไว้บนชุดลูกไม้สุดหรูของหล่อนเป็นทางยาว เริ่มตั้งแต่เนินอกเหนือคอเสื้อควานลึกจนถึงชายกระโปรงรัดรูปสั้นเหนือเข่าคืบหนึ่งพอดี จะด้วยความเย็นของไอศกรีม หรือความตกใจที่เห็นชุดของตัวเองเปื้อนก็ไม่ทราบได้ หญิงสาวนางนั้นก้มมองชุดสวยของตน ก่อนกรีดร้องออกมาดังลั่นพร้อมดิ้นเร้าๆ เหมือนปลาหมอถูกทุบหัว

 

            “ชุดฉัน ชุดฉันเปื้อนหมดแล้ว”

 

            เพียงเดือนตกตะลึงตาค้างกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอรีบก้าวเข้าไปหา แล้วใช้สองมือที่มีขนหมีรุงรังปัดไปที่เนินอกของอีกฝ่ายอย่างตั้งใจจะช่วย แต่ผลดันออกมาตรงกันข้าม หญิงสาวนางนั้นกรีดร้องดังกว่าเก่า แถมยังตบใบหน้าหมีของเธอฉาดหนึ่ง ก่อนผลักเธอล้มลงไปกองกับพื้น แล้วชี้หน้าด่าเธอเสียงดัง

 

            “แกไอ้ลามก แกลวนลามฉันเหรอ”

 

            เพียงเดือนตาลุกวาวอย่างมีโทสะ เธอชักจะโกรธขึ้นมาบ้างแล้ว เธอจะลวนลามหล่อนได้ยังไง ในเมื่อเธอก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน ขณะที่กำลังจะตอบโต้กลับไป ดวงตาดำขลับในหัวหมีพลันเบิกโตอย่างตกตะลึง ผู้ชายคนหนึ่งสูงมาก หล่อระเบิด หล่อสุดๆ หล่อตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า เขาเดินเข้ามาหาผู้หญิงคนนั้น แล้วพูดกับหล่อนด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกน่าหลงใหล

 

            เมนี่ เกิดอะไรขึ้น ร้องทำไม คนมุงดูเต็มไปหมดแล้วนะ

 

            “พี่มาร์กขา” หล่อนถลาไปเกาะแขนเขา ก่อนชี้มือฟ้องมาที่เธอ ไอ้บ้านี่มันเดินชนเมนี่ค่ะ ดูสิคะชุดเมนี่เปื้อนหมดแล้ว

 

            ผู้หญิงที่ชื่อเมนี่แอ่นอกให้ชายหนุ่มที่ชื่อพี่มาร์กขาดูแบบเต็มๆ ตา ใบหน้าคมคายแดงเรื่อขึ้นมาทันที เขาเหลียวมองรอบตัวอย่างไม่สบายใจ ก่อนดันหล่อนออกห่างอย่างสุภาพ

 

            เขาคงไม่ได้ตั้งใจหรอกเมนี่ ไปเถอะ เดี๋ยวพี่ซื้อชุดให้ใหม่ก็ได้ เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกน่าฟัง

 

            เพียงเดือนนั่งอยู่กับพื้นฟังเสียงนั้นอย่างเคลิบเคลิ้ม เธอยอมแก่ลงหนึ่งปี ถ้าได้ไปยืนแทนที่แม่เมนี่นั่น และยอมลดอายุลงสิบปี ถ้าได้เสียงนั้นมากระซิบข้างหูก่อนนอนทุกคืน

 

            พี่มาร์กขามันลวนลามเมนี่ด้วย ผู้หญิงที่ชื่อเมนี่ฟ้องต่อ เธอตาวาวโรจน์ขึ้นมาอีกครั้ง ขณะที่กำลังจะตอบโต้กลับไป เสียงคุ้นหูพลันดังขึ้นด้านหลังเสียก่อน

 

            เพียงเดือน! ก่อเรื่องอะไรอีกล่ะคราวนี้ ธวัชชัยตวาดแหวมาแต่ไกล เธอลุกขึ้นยืนหลับตาอย่างหวาดเสียว สงสัยพรุ่งนี้คงต้องหางานใหม่ทำอีกแล้ว

 

            นายชัยวัฒน์ นายรับคนเข้ามาทำงานยังไง ถึงเอาคนเลวๆ แบบนี้เข้ามา เมสินีแหวใส่ทันที

 

            ธวัชชัยครับคุณเมนี่ เขาเอ่ยแก้เสียงแผ่ว หัวหดลงทันที เมื่อเห็นหญิงสาวตรงหน้า คุณเมสินี ตั้งเกียรติ์กำธร ลูกสาวเจ้าของห้างสรรพสินค้า กับเพื่อนชายนักธุรกิจของเธอ

 

            นายจะชื่ออะไรก็ช่างเถอะ เพราะฉันไม่จำเป็นต้องจำชื่อคนที่ฉันจะไล่ออกอยู่แล้ว เมสินีมองอย่างเหยียดหยาม ธวัชชัยขาสั่นขึ้นมาเฉยๆ รีบอ้อนวอนด้วยสีหน้าเผือดสี

 

            เมตตาผมเถอะครับคุณเมนี่ ผมมีลูกเมียต้องเลี้ยงดู ลูกสี่เมียสามกำลังกินกำลังนอนทั้งนั้น

 

            ฉันไม่สน ถ้านายไม่อยากออกก็ไล่ไอ้นี่ออกไปซะ หล่อนชี้มือมาที่เธอ

 

            เมนี่ อย่าทำรุนแรงนักเลย เขาไม่ได้ตั้งใจหรอก แล้วเขาก็เป็นผู้หญิงด้วยนะ พ่อรูปงามคนนั้นช่วยพูดแทนเธอ เพียงเดือนยิ้มน้อยๆ ในหัวหมี ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้รูปหล่อแล้วยังใจดีอีกต่างหาก

 

            ได้ครับคุณเมนี่ธวัชชัยรับคำเสียงแข็ง ก่อนหันมาพูดกับเธอ เพียงเดือนตามฉันไปที่ห้องเดี๋ยวนี้

 

            เพียงเดือนถอนใจ พรุ่งนี้เธอคงต้องหางานใหม่ทำ เธอเดินตามหัวหน้างานไปอย่างปลงๆ แต่ไม่วายหันไปมองผู้ชายคนนั้นอีกครั้ง พ่อรูปหล่อที่ชื่อพี่มาร์กขา เขาก้มลงพูดกับแม่เมนี่อย่างใจเย็น ยิ้มน้อยๆ เหมือนพูดกับเด็ก เขาไม่มองมาที่เธอเลย ก็แน่ล่ะ ใครจะมาสนใจใยดีกับผู้หญิงที่อยู่ในชุดหมี ผู้ชายรูปงามเหมือนเทพบุตร ก็ต้องคู่กับผู้หญิงสวย รวย อย่างแม่เมนี่นั่นแหละ ถึงจะเหมาะสมกันดี

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~



 


***อ่านพันธนาการหัวใจได้ 3 ช่องทาง ดังนี้***

 

1. อ่านฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMjQ3MzAiO30

 

2. อ่านแบบแพคเก็ตจากเว็บเด็กดี

 

3. อ่านนิยายเรื่องอื่นๆ ของมัลลิกา ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&page_no=1&type=author&search=มัลลิกา&is_mag=all&price=all&sort_by=date&from_book_price=&to_book_price=&category_id=&category_name



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

0 ความคิดเห็น