พันธนาการหัวใจ (Re-Up)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 8,863 Views

  • 14 Comments

  • 198 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    299

    Overall
    8,863

ตอนที่ 49 : บทที่ 14 พิษแค้น ตอนที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 403
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    9 ก.พ. 61




บทที่ 14

 พิษแค้น

ตอนที่ 1

 

            สายลมเย็นพัดผ่านทุ่งดอกไม้สีชมพูกว้างสุดลูกหูลูกตา เกิดเป็นระลอกคลื่นพลิ้วไหว ลำต้นสีเขียวอ่อนเอนหลู่ไปตามแรงลม กลีบดอกบอบบางปลิดปลิวขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนร่วงหล่นลงทับถมบนพื้นดินอีกครา

 

            ณ จุดหนึ่งในทุ่งดอกไม้กว้างใหญ่ หญิงสาวร่างบางยืนหลับตานิ่งอยู่ท่ามกลางวงล้อมของดอกไม้ ปล่อยให้ตัวเองถูกห่อหุ้มอยู่ในวังวนของกลิ่นหอมรัญจวนใจ สายลมพัดผ่านผิวหน้าเนียนละเอียดราวกับเสียงกระซิบจากธรรมชาติ ดวงตากลมโตลืมขึ้นกวาดมองไปทั่วทุ่งดอกไม้ ก่อนร้องตะโกนเสียงก้อง

 

            น้องดาว น้องดาว อยู่ที่ไหนออกมาเดี๋ยวนี้นะ ฉันเบื่อแล้วนะ

 

            เงียบไม่มีเสียงใดตอบกลับมา ทุ่งดอกไม้ยังคงล้อหยอกกับสายลมอย่างสบายอุรา เพียงเดือนมองไปรอบตัวด้วยท่าทางโกรธจัด แล้วร้องตะโกนอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิม

 

            น้องดาว ถ้าไม่ออกมาพูดกันให้รู้เรื่อง ฉันโกรธจริงๆ ด้วยนะ

 

            เมื่อก่อนเธอกลัวน้องดาวจนหัวหด แต่ตอนนี้มันโมโหมากจนลืมกลัวแล้ว เพราะแม่เจ้าประคุณเล่นมาเข้าฝันเธอทุกคืนติดต่อกันสามคืนมาแล้ว คืนแรกโผล่พรวดเข้ามาหา แล้วบอกให้ระวังตัว หรืออะไรสักอย่างนี่แหละ

 

            เธอไม่ทันได้ฟังเพราะกลัวมาก ตกใจตื่นขึ้นมาร้องกรี๊ดลั่นบ้าน กว่าจะรู้ว่าเป็นแค่ความฝันก็เล่นเอาแตกตื่นกันทั้งบ้าน เธอเลยโดนฮายสาวใช้อินเตอร์ต่อว่าเสียยกใหญ่ ว่าละเมอเสียงดังเป็นเหตุให้เจ้าหล่อนตกใจตื่นไปด้วย

 

            คืนที่สองพาเธอไปทิ้งไว้บนก้อนเมฆนุ่มๆ แล้วก็โผล่มาหาบอกให้ระวังจะมีคนทำร้าย ผีสาวมองเธอด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย พอเธอเดินไปหาก็หล่นวูบลงจากก้อนเมฆ มาลืมตาตื่นบนพื้นข้างเตียง โดยมีร่างผอมเกร็งของฮายเป็นเบาะรอง

 

            ซึ่งแน่นอนว่าเธอถูกเด็กสาวบ่นใส่อีกหนึ่งกระบุงโกย ในฐานะที่นอนดิ้นจนตกเตียงไปทับหล่อน และคืนนี้คืนที่สาม น้องดาวคนดีเอาเธอมาทิ้งไว้ในทุ่งดอกไม้ แล้วปล่อยให้เธอยืนขว้างอยู่คนเดียว

 

            ฉันอยู่นี่ ไม่กลัวฉันแล้วใช่ไหม เสียงเบาหวิวราวกับสายลมดังขึ้นด้านหลัง หญิงสาวหันขวับไปมอง ก่อนก้าวถอยหลังสามก้าวเพื่อตั้งหลัก

 

            ไหนว่าไม่กลัวแล้วถอยทำไม ผีสาวถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานพลางยิ้มเอียงคอด้วยท่าทางน่ารัก

 

            เพียงเดือนกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ น้องดาวสวมชุดแซคสีชมพูอ่อนตัวเดิม ปล่อยผมหยิกยาวสลวยระแผ่นหลังบอบบาง ที่เธอบอกว่าโมโหจนเลิกกลัวนั้นเป็นการเข้าใจผิด ความจริงเธอยังกลัวน้องดาวอยู่เหมือนเดิม แม้ว่าผีสาวจะดูสวยงามห่างไกลจากคำว่าน่ากลัวมากนักก็ตาม ทว่าน้องดาวก็ตายแล้วอยู่ดี

 

            ทำไมต้องมาเข้าฝันฉันทุกคืนด้วย

 

            ความจริงฉันอยากไปหาเธอ แต่กลัวว่าเธอจะตกใจแบบวันนั้นอีก ก็เลยลองมาเข้าฝันดู นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันเข้าฝันคนได้ ก่อนที่เธอจะมาฉันลองไปเข้าฝันพี่ตะวัน พี่เมฆินทร์ แล้วก็พี่วายุมาแล้ว แต่ไม่สำเร็จ ดูเหมือนมีเธอคนเดียวเท่านั้นที่ฉันติดต่อด้วยได้

 

            เสียงหวานใสยังคงเล่าต่อไปเรื่อยๆ อย่างร่าเริง ในขณะที่คนฟังอ้าปากค้างไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดี ที่ตัวเองมีความสามารถพิเศษติดต่อกับผีได้

 

            แล้วมาเข้าฝันฉันทำไม ฉันทำบุญไปให้ทุกวันแล้ว ที่ฉันมาอยู่ที่นี่ก็เพื่อช่วยเหลือเธอ ไม่ได้คิดจะมาแย่งอะไรของเธอเลยนะ หรือว่าอยากได้อะไรก็บอกมา ฉันจะทำบุญไปให้ แต่ไม่ต้องมาเข้าฝันฉันอีกนะ แล้วก็ไม่ต้องมาให้ฉันเห็นด้วยนะ ฉันกลัว

 

            ฉันรู้ว่าเธอดีกับฉันมาก แต่ทำไมเธอต้องกลัวฉันด้วยล่ะ ฉันน่ากลัวตรงไหนเหรอ ผีสาวเอ่ยถามพลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้เธอ หญิงสาวร้องกรี๊ดพลางกระโดดถอยไปอีกสามก้าว

 

            อย่าเข้ามา มีอะไรก็พูดมา

 

            เฮ้อ... ผีสาวถอนใจอย่างเหนื่อยใจ ไม่ว่าจะทำยังไงหญิงสาวก็ยังหวาดกลัวเธออยู่ดี ก็ใช่นะสิตอนนี้เธอตายแล้ว ใครๆ ก็ต้องกลัวเป็นธรรมดา ไม่เว้นแม้แต่เขาคนนั้น...

 

            ฉันมาเตือน มีคนจะลอบทำร้ายเธอ ระวังคนรอบข้างเอาไว้ให้ดี

 

            เพียงเดือนรับฟังด้วยความงุนงง ดูเหมือนน้องดาวพยายามจะบอกเรื่องนี้กับเธอมาสามคืนแล้ว แต่ใครกันคนรอบข้างที่จะทำร้ายเธอ ใช่คนที่ทำร้ายน้องดาวหรือเปล่า

 

            ใครจะทำร้ายฉัน ใช่คนที่ทำร้ายเธอหรือเปล่า ฉันจะได้ให้นายวายุไปจับมันมาลงโทษ

 

            ไม่ทันแล้ว เธอกำลังจะตื่นแล้ว ฉันต้องไปแล้ว ผีสาวส่ายหน้าช้าๆ ก่อนร่างกายจะค่อยๆ พร่าเลือน แล้วจางหายไปอย่างรวดเร็ว

 

            เดี๋ยวอย่าเพิ่งไป เพียงเดือนผวาเข้าหา ด้วยอยากรู้ว่าใครคิดร้ายกับเธอ แต่ก้าวขาไปไม่ได้ ทุกอย่างรอบตัวเธอค่อยๆ พร่าเลือน แล้วสลายไปอย่างรวดเร็ว ร่างกายของเธอร่วงหล่นลงสู่เบื้องล่าง หญิงสาวหัวหมุนติ้วหลับตาแน่น ส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวจากก้นบึ้งของหัวใจ

 

            กรี๊ด!”

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

            กรี๊ด!”

 

            เพียงเดือนตกใจตื่นผวาขึ้นมานั่งเหยื่อแตกพลั่ก เสียงกรีดร้องยังติดอยู่ที่ริมฝีปาก ดวงตากลมโตมองไปรอบห้องอย่างระแวง ก่อนถอนใจยาวอย่างโล่งอก เมื่อทุกสิ่งที่เห็นยังเป็นเหมือนตอนที่เธอเข้านอน ไฟหัวเตียงถูกเปิดทิ้งไว้หนึ่งดวง ผ้าม่านหนาหนักถูกรูดเอาไว้ครึ่งหนึ่ง และฮายสาวใช้อินเตอร์ยังคงนอนกรนอยู่ข้างเตียง ด้วยท่าทางที่ไม่เป็นกุลสตรีสักเท่าไร

 

            หญิงสาวยกมือลูบหน้าแรงๆ ความง่วงงุนหายไปหมด ถ้าน้องดาวมาเข้าฝันเธอทุกคืนแบบนี้ รับรองว่าเธอได้ย้ายไปอยู่เป็นเพื่อนหล่อนแน่ สงสารก็สงสารหรอก แต่ถ้าเจอแบบนี้ทุกคืน เธอก็ไม่ไหวเหมือนกัน บุญทานเธอก็ทำให้แล้ว แต่น้องดาวยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง ซึ่งอาจเป็นเพราะว่าฆาตกรที่ทำร้ายเธอ ยังไม่ถูกจับไปลงโทษก็เป็นได้

 

            น้องดาวขา ฉันมาช่วยนะคะ อย่ามารบกวนกันเลย ถ้าอยากให้จับฆาตกรได้เร็วๆ ก็บอกมาสิคะว่าใครเป็นคนทำร้ายคุณ เธอยกมือไหว้ท่วมหัวพลางมองรอบห้องอีกครั้ง ใจหนึ่งก็อยากรู้ แต่อีกใจก็กลัว เธอนิ่งรออีกครู่ใหญ่ แต่ทุกอย่างยังคงเงียบ มีเพียงเสียงของนาฬิกาบนฝาผนังเท่านั้นที่ดังแว่วมาเบาๆ

 

            นี่ๆ เสียงที่รอคอยดังขึ้นข้างกาย

 

            เพียงเดือนหลับตาปี๋กลัวจนฉี่แทบราด การฝันเห็นน้องดาวกับการเห็นน้องดาวในตอนที่ตื่น ให้ความรู้สึกสยองขวัญต่างกันเยอะ

 

            นี่ๆ เสียงเดิมดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับแรงเขย่าที่หัวไหล่ ซึ่งทำให้ความอดทนของเธอหมดลงทันที

 

            กรี๊ด!” หญิงสาวร้องกรี๊ดดังลั่น แล้วดึงผ้าห่มมาคลุมศรีษะ เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เธอเพิ่งรู้ว่าผีจับต้องตัวเธอได้

 

            โธ่คุณก็ ละเมอแต่เช้าเชียวนะ ร้องซะแก้วหูหนูแทบแตก

 

            เพียงเดือนดึงผ้าห่มออกจากศีรษะ เมื่อได้ยินสำเนียงเฉพาะตัวของเพื่อนร่วมห้อง ก่อนหันมายิ้มอายๆ ให้เด็กสาวที่กำลังยืนเกาหัวแกรกๆ อยู่ข้างเตียง ที่แท้คนที่สะกิดเธอคือฮายไม่ใช่น้องดาว แต่ถึงกระนั้นก็เล่นเอาขวัญผวาไปเหมือนกัน ไม่รู้ชาตินี้เธอจะเลิกกลัวผีได้หรือเปล่า

 

            โทษทีนะฉันฝันร้ายอีกแล้ว เธอขอโทษเสียงอ่อย

 

            คุณนี่ฝันร้ายทั้งปีเลยนะ แต่ยังดีที่วันนี้ไม่ละเมอเหยียบหนูแบบเมื่อคืน ฮายพูดพลางพับเครื่องนอนของตนตื่นแล้วก็ลุกเถอะคุณ จะได้ไปใส่บาตรกัน

 

            เด็กสาวหอบเครื่องนอนเดินออกจากห้อง แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุดเท้าลง เมื่อได้ยินเสียงนายสาวร้องเรียก

 

            เดี๋ยวฮาย

 

            ฮายหันกลับไปมองนายหญิง ก่อนถามด้วยสำเนียงเสียงเฉพาะตัว

 

            มีอะไร อีกล่ะคุณ

 

            ช่วยเปิดไฟกับรูดผ้าม่านให้ฉันก่อนได้ไหม

 

            ค่ะ เด็กสาวพยักหน้าพลางเดินไปเปิดม่าน โดยบ่นกระปอดกระแปดไปด้วยเกิดมาไม่เคยเห็นคนอะไรกลัวผีขนาดหนัก

 

            เพียงเดือนปล่อยให้เสียงบ่นเข้าหูซ้าย แล้วทะลุผ่านออกไปทางหูขวาอย่างไม่ใส่ใจ เธอชักชินกับเสียงบ่นและท่าทางที่ป้าสร้อยเรียกว่าไม่มีสัมมาคารวะของสาวใช้อินเตอร์แล้ว ความจริงฮายก็นิสัยไม่เลว เพียงแต่หล่อนชอบออกความเห็นแบบไม่เข้าหูคนฟังก็เท่านั้น

 

            มีอะไรอีกหรือเปล่า หนูจะไปทำงานแล้วฮายถามพลางมองมาด้วยสายตาเบื่อหน่าย

 

            ไม่มีแล้วจ้ะ ขอบใจมากนะ

 

            อย่างนั้นหนูไปทำงานก่อนนะ เด็กสาวร้องบอก แล้วเดินออกจากห้อง ก่อนดึงประตูปิดตามหลัง

 

            ห้องนอนกว้างใหญ่กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เมื่อไม่มีเสียงบ่นแปร่งๆ ของสาวใช้อินเตอร์ เพียงเดือนกวาดตามองไปรอบๆ ก่อนหยุดสายตาที่ทิวทัศน์นอกหน้าต่าง ท้องฟ้าเบื้องบนค่อยๆ เปลี่ยนสีจากดำสนิทเป็นน้ำเงินเข้ม และฟ้าอมเทา เมื่อแสงแรกแห่งวันสาดส่องขอบฟ้าเบื้องทิศตะวันออก

 

            หญิงสาวลุกจากเตียงเดินไปยืนข้างหน้าต่าง ทอดตามองท้องฟ้าสีส้มอมเหลือง พระอาทิตย์ดวงโตโผล่พ้นขอบฟ้า ให้ความอบอุ่นและแสงสว่างกับพื้นโลก เมื่อเห็นพระอาทิตย์ยามเช้าก็อดนึกถึงตะวันไม่ได้ พี่มาร์กขาไปพังงาได้สามวันแล้ว เขาเงียบหายไปเฉยๆ ไม่เคยโทรศัพท์กลับมาเลย เธอจะโทรไปหาเขาเองก็ไม่กล้า เพราะการพบกันครั้งสุดท้าย ไม่ค่อยน่าประทับใจสักเท่าไร

 

            เพียงเดือนซบหน้าผากกับกระจกหน้าต่าง วันนั้นพี่มาร์กขาคงโกรธมากหรือไม่ก็หึงจนตาลาย ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ทำแบบนั้นกับน้องดาวแน่ๆ เพราะเขารักน้องดาวมาก เขาอยากแต่งงานกับเธอ เพื่อทำให้เธอเป็นของเขาคนเดียว แต่น้องดาวตายไปแล้ว วันใดที่ความจริงเปิดเผย หัวใจของเขาคงแหลกสลาย ซึ่งเธอไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้นเลย

 

            หญิงสาวถอนใจเบาๆ แล้วเดินไปเข้าห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว หากยังขืนชักช้าไปกว่านี้ เธอคงพลาดการใส่บาตร เรื่องของพี่มาร์กขาคงต้องปล่อยไปก่อน ความรักในหมู่พี่น้องทรัพย์เทวัญ ซับซ้อนและละเอียดอ่อนเกินกว่าที่คนนอกอย่างเธอจะเข้าไปยุ่งได้ หนำซ้ำหญิงสาวซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเรื่องนี้ ก็ไม่ได้มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว

 

            ดังนั้นคงต้องปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องตัดสิน ถึงแม้จะสงสารแต่เธอคงทำอะไรไม่ได้มากนัก เพราะมันเกินความสามารถของเธอ ที่จะเข้าไปจัดการอะไรได้ ขืนเธอเข้าไปยุ่งมากๆ รังแต่จะทำให้ตัวเองจมลงไปด้วย ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ เพราะเท่านี้เธอก็แทบจะเอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

            ผักสดๆ จ้า ผักสดๆ

 

            ปลาจ้าปลา ปลาสดๆ ตัวใหญ่ๆ ทางนี้เลยจ้า

 

            ผลไม้ไหมพี่ ซื้อผลไม้หน่อยสิพี่สดๆ หวานๆ มาใหม่ๆ เลย ส้มก็มี มังคุด ละมุดสดๆ ทั้งนั้นจ้า

 

            เสียงร้องขายสินค้าของพ่อค้าแม่ค้าดังก้องไปทั่วตลาดสด ฟังออกบ้างไม่ออกบ้าง แต่ก็เป็นท่วงทำนองแห่งชีวิต ชีวิตของคนหาเช้ากินค่ำ ที่แต่ละมื้อล้วนต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย

 

            บนทางเดินชื้นแฉะฮายเดินท่อมๆ ไปตามทางอย่างไม่รีบร้อน มือขวาถือตะกร้าใบโตใส่อาหารสดเกือบเต็ม ส่วนมือข้างซ้ายถือกระดาษแผ่นเล็กๆ จดรายการข้าวของที่ต้องซื้อในวันนี้ เด็กสาวก้มลงมองกระดาษแผ่นน้อย แล้วอ่านทวนเบาๆ ด้วยสำเนียงเฉพาะตัว

 

            กุ้งหนึ่งกิโล ปลาหมึกครึ่งกิโล เนื้อหมูครึ่งกิโล ไก่หนึ่งกิโล ไข่ไก่สองโหล ผักชี ต้นหอม มะนาว พริกขี้หนู หอมหัวใหญ่ แป้งมัน เต้าเจี้ยว ยังขาดผักคะน้า”

 

            ฮายหยุดบนทางเดินแคบๆ ภายในตลาดสด ดวงตาโปนใหญ่มองไปรอบๆ วันนี้เธอรับหน้าที่จ่ายตลาด เพื่อซื้อหาอาหารสดไปทำราดหน้าทะเลให้คุณๆ ที่บ้านรับประทานเป็นอาหารกลางวัน ซึ่งขณะนี้ได้ของเกือบครบแล้ว แต่ยังขาดผักคะน้า ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำราดหน้า

 

            เจอแล้ว” เด็กสาวเดินไปยังแผงผักกลางตลาด ร่างเล็กหยุดยืนอยู่หน้าแผง แล้วถามด้วยสำเสียงเฉพาะตัว “ผักคะน้าขายยังไงป้า”

 

            แม่ค้าร่างใหญ่ผิวคล้ำเงยหน้าขึ้นมองพลางขมวดคิ้วด้วยความงุนงง เวลาผ่านไปหลายนาทีจึงร้องอ๋อในใจ แล้วยิ้มให้ลูกค้าสาว

 

            ขายเป็นกำๆ ละสิบบาทจ้า แต่ที่สวยๆ ขายเป็นกิโลๆ ละยี่สิบห้าบาท รับแบบไหนดีจ๊ะ

 

            แพงจัง เมื่อวานยังกิโลละสิบห้าบาทเอง” ฮายเลือกผักคะน้าอย่างคล่องแคล่ว ก่อนส่งผักกองโตที่เลือกแล้วให้แม่ค้า ไม่ค่อยสวยเลย ยี่สิบได้เปล่า ถ้าได้เอาสองกิโล”

 

            แม่ค้าสาวใหญ่ตีหน้ายุ่ง ไม่รู้จะตอบยังไงดี เพราะฟังไม่ออกเท่าไร

 

            ว่าไง ให้ไม่ให้ก็บอกมาสิ จะได้ไปซื้อที่อื่น” เด็กสาวเอ่ยเร่งแล้วทำท่าจะเดินไป

 

            เดี๋ยว ยี่สิบก็ยี่สิบ ปวดหัวจริง พูดไม่ชัด แต่ต่อเก่งชะมัด แม่ค้าบ่นพลางหยิบผักคะน้าใส่ถุงแล้วยื่นให้ลูกค้าสาว “เอ้า สองกิโลสี่สิบบาท”

 

            ดีแล้ว พูดง่ายๆ จะได้ขายดีๆ”

 

            ฮายจ่ายเงินแล้วรับผักมาใส่ตะกร้า ถึงเธอจะเป็นแค่สาวใช้ แต่เธอไม่เคยใช้เงินของนายจ้างอย่างสุรุ่ยสุร่าย เงินทุกบาทของเจ้านายต้องใช้อย่างคุ้มค่าที่สุดถึงจะพูดไม่ชัดก็ไม่ได้หมายความว่า จะมาเอาเปรียบโก่งราคากันได้ง่ายๆ

 

            เด็กสาวออกเดินพลางยกกระดาษแผ่นน้อยขึ้นมาอ่านทวนอีกครั้ง พอเห็นว่าซื้อของครบแล้ว จึงเดินออกจากตลาด เธอเดินข้ามถนนเพื่อกลับไปบ้านปานวิมาน ซึ่งอยู่ในซอยฝั่งตรงข้าม แต่ยังไม่ทันก้าวไปไหนก็ต้องกระโดดขึ้นมาบนฟุตบาธ เมื่อมีรถมอเตอร์ไซด์คันหนึ่งพุ่งเข้ามาหา แล้วจอดดักหน้าเธอไว้

 

            ไอ้บ้า ขับรถประสาอะไร ทุเรศ” เธอร้องด่าด้วยความโมโห ก่อนเสียงสุดท้ายจะถูกดูดลงคอ เมื่อคู่กรณีถอดหมวกนิรภัยออกมายิ้ม ใบหน้าคล้ำแดดกับฟันขาวๆ และดวงตาเป็นประกาย ทำเอาใจสาวเต้นไม่เป็นจังหวะ

 

            พี่เบิ้ม ฮายเอ่ยเสียงแผ่วพลางบิดมือไปมาด้วยความเขินอาย

 

            มาตลาดเหรอจ๊ะน้องฮาย หายไปไหนหลายวัน ไม่เห็นมาขึ้นรถพี่เลย มอเตอร์ไซด์รับจ้างหนุ่มถามพลางยิ้มทรงเสน่ห์ให้เธอ

 

            ออกมาไม่ได้ ไม่ใช่เวรหนูไปจ่ายตลาด”

 

            แล้ววันนี้ว่างไหมจ๊ะ พี่จะพาไปเลี้ยงก๋วยเตี๋ยว ตอบแทนที่ให้ยืมผ้าเช็ดหน้าวันนั้น

 

            จะดีหรือพี่ หนูเกรงใจ เรื่องแค่นี้เอง ไม่ต้องก็ได้” เด็กสาวอิดออดอย่างไว้ท่า แม้จะดีใจจนเนื้อแทบเต้น

 

            ดีสิ หรือว่าฮายรังเกียจพี่ที่เป็นมอเตอร์ไซด์รับจ้าง เขาถามด้วยท่าทางน้อยใจ

 

            เปล่าๆ หนูไม่ได้รังเกียจพี่” เธอปฏิเสธอย่างร้อนรน แล้วเอ่ยเสียงอ่อย แต่หนูต้องเอากับข้าวไปให้ป้าสร้อยทำก่อนเที่ยง ไม่อย่างนั้นโดนด่าตายแน่”

 

            ไม่เป็นไร นี่เพิ่งสิบโมงเอง เดี๋ยวพี่ขับมอเตอร์ไซด์ไปส่งที่บ้าน แป๊บเดียวก็ถึงแล้ว ไปด้วยกันนะน้องฮาย เขาอ้อนเสียงหวานพลางคว้าตะกร้าจ่ายตลาดไปถือไว้เอง

 

            ฮายขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่สองวินาที ก่อนยิ้มแฉ่งเต็มหน้าแล้วตอบ

 

            ก็ได้ค่ะ แต่อย่านานนะ หนูกลัวเจ้านายว่าเอา”

 

            จ้า เพื่อน้องฮายได้ทุกอย่าง ขึ้นมาเลย พี่จะซิ่งแล้วนะ

 

            เบิ้มดึงมือเด็กสาวมาซ้อนท้าย ฮายหน้าแดงก่ำขนลุกชันไปทั้งตัว รีบปีนขึ้นนั่งเบาะหลังด้วยท่าทางเงอะงะ ตั้งแต่เป็นสาวก็มีวันนี้แหละ ที่มีชายหนุ่มมาถูกเนื้อต้องตัว

 

            ขอหนูเกาะพี่ได้ไหม หนูกลัวตก” ฮายถามเสียงอู้อี้ด้วยความขวยเขิน ชายหนุ่มหัวเราะร่วน แล้วคว้ามือเธอมากอดรอบเอวตัวเอง

 

            กอดแน่นๆ เลยก็ได้พี่ไม่ว่าหรอก

 

            พอพูดจบเขาก็ก็บิดคันเร่งพารถมอเตอร์ไซค์แล่นออกไปทันที เด็กสายหวีดร้องอย่างตกใจ แล้วผวากอดเอวอีกฝ่ายแน่น สัมผัสแนบแน่นทำเอาหัวใจสาวเต้นไม่เป็นจังหวะ แผ่นหลังแข็งแกร่งให้ความรู้สึกดี มันทั้งอบอุ่นและมั่นคง ฮายอมยิ้มแนบแก้มกับแผ่นหลังกว้าง รู้สึกเป็นสุขและอิ่มเอมอย่างบอกไม่ถูก

 

            เบิ้มหัวเราะเบาๆ ในลำคอ การหลอกลวงเด็กสาวอ่อนต่อโลก ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา เพราะเขาจัดการกับเหยื่อสาวๆ ด้วยวิธีนี้มาตั้งแต่เริ่มเป็นหนุ่ม ด้วยรู้ดีว่าหน้าตาของตน สามารถล่อหลอกสาวอารมณ์เปลี่ยว ให้เข้ามาติดกับได้อย่างง่ายดาย โดยที่ไม่ต้องเอ่ยปากพูดสักคำ ส่วนแม่สาวใช้สำเนียงแปลก แค่มองแวบเดียวเขาก็รู้ว่าหล่อนหลงรักเขา ต่อไปนี้อยากรู้อะไรเกี่ยวกับบ้านหลังนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

 

***อ่านพันธนาการหัวใจได้ 3 ช่องทาง ดังนี้***

 

1. อ่านฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMjQ3MzAiO30

 

2. อ่านแบบแพคเก็ตจากเว็บเด็กดี

 

3. อ่านนิยายเรื่องอื่นๆ ของมัลลิกา ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&page_no=1&type=author&search=มัลลิกา&is_mag=all&price=all&sort_by=date&from_book_price=&to_book_price=&category_id=&category_name


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

0 ความคิดเห็น