พันธนาการหัวใจ (Re-Up)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 9,448 Views

  • 14 Comments

  • 244 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    170

    Overall
    9,448

ตอนที่ 45 : บทที่ 13 หวั่นไหว ตอนที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 449
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    7 ก.พ. 61



บทที่ 13

 

หวั่นไหว

ตอนที่ 1

 

            เพียงเดือนนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของตัวเอง ดวงตากลมโตมองรายงานทางการแพทย์ปลอมด้วยความทึ่ง ลิลลี่มีความสามารถด้านการปลอมแปลงเป็นเยี่ยมอย่างที่นายวายุโฆษณาไว้จริงๆ หล่อนใช้เวลาไม่ถึงสองชั่วโมงเนรมิตผลการตรวจสุขภาพด้านต่างๆ ตลอดจนฟิล์มเอ็กซเรย์ของเธอ เสร็จเรียบร้อยและเหมือนจริงอย่างไร้ที่ติ

 

            ในรายงานนั้นแสดงผลว่าเธอปกติดีทุกอย่างทั้งคลื่นสมอง คลื่นหัวใจ ผลเลือด เพียงแต่มีร่องรอยบอบช้ำเล็กน้อยที่ศีรษะ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดอาการความจำเสื่อม เมื่อร่างกายฟื้นตัวความทรงจำที่ขาดหายไปจะกลับคืนมาเอง

 

            หญิงสาวปิดแฟ้มผลการตรวจสุขภาพปลอมแล้ววางลงบนโต๊ะ ก่อนเงยหน้ามองนาฬิกาแขวนเรือนใหญ่บนผนัง ซึ่งบอกเวลาบ่ายสามโมงตรงพอดี ความจริงเธอเข้ามาที่ออฟฟิศตั้งแต่ก่อนบ่ายแล้ว เมื่อปลอมเอกสารเสร็จและทบทวนหน้าที่ของทีมงานล่าสังหารแต่ละคนเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็แยกย้ายกันไป โดยเธอกับวายุออกมาจากสถานเสริมความงามของลิลลี่เป็นคู่สุดท้าย เพราะหล่อนไม่อยากจากนายวายุเท่าไร ต้องทั้งขู่ทั้งปลอบอยู่นานกว่าจะสลัดคุณเธอหลุดได้

 

            เมื่อพ้นจากวงแขนของเพื่อนรักมาได้ วายุก็พาเธอไปเลี้ยงข้าวเที่ยงในสไตล์อีสานคลาสสิคอย่างที่เธอโปรดปรานจนแน่นท้อง แล้วเขาก็พาเธอมาส่งที่สำนักงานใหญ่ของทรัพย์เทวัญ โดยไม่ลืมฝากฝังอัจราวดีให้ดูแลเธออย่างดี ส่วนตัวเขาเองแยกไปสืบหาข่าวต่อ เมื่อเขาไปแล้วเธอก็มานั่งอยู่ในห้องทำงานหรูหราของท่านประธานบริษัท เพื่อรอกลับบ้านพร้อมกับพี่มาร์กขา แต่จนแล้วจนรอดชายหนุ่มก็ยังไม่มีทีท่าจะกลับมาสักที

 

            เพียงเดือนถอนใจยาวอย่างสุดเซ็ง สามชั่วโมงแล้วนะที่เธอนั่งอยู่ในห้องนี้ตามลำพัง แต่ความจริงก็ไม่ได้นั่งอย่างเดียวหรอก เพราะตอนบ่ายโมงกว่าๆ เธอแอบเข้าไปนอนในห้องนอน ที่ซ่อนอยู่หลังกำแพงมางีบหนึ่ง พอตื่นขึ้นมาบ่ายสองกว่าๆ เธอก็มานั่งดูแฟ้มรายงานทางการแพทย์ปลอมเพื่อฆ่าเวลา ดูไปดูมาสามรอบแล้ว พี่มาร์กขาก็ยังไม่กลับเข้ามาสักที

 

            นี่ถ้าเขาไม่กลับมาจริงๆ เธอคงต้องโทรตามนายวายุให้มารับกลับบ้าน เพราะคงไม่ปลอดภัยนักที่จะนั่งแท็กซี่กลับไปเอง เพราะตอนนี้เธอกลายเป็นคนที่มีศัตรูคอยมุ่งร้ายหมายหัวตลอดเวลา ขืนทะเล่อทะล่าออกไปคนเดียวมีหวังได้กลับบ้านเก่าก่อนวัยสมควรแน่

 

            หญิงสาวลุกขึ้นยืนขยับแขนขาไปมา ก่อนหมุนมองไปรอบตัว เพื่อหาอะไรทำแก้เบื่อ ถ้าให้อยู่เฉยๆ อีกวินาทีเดียว เธอได้ขาดใจตายแน่ เธอมองไปทั่วห้องทำงานหรูหรา ก่อนหยุดสายตาที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ของท่านประธานบริษัท ซึ่งตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางห้องทำงาน เมื่อวันก่อนเธอสำรวจห้องนี้ไปแล้วทั้งห้อง ตอนนี้ก็เหลือแต่โต๊ะตัวนี้เท่านั้น ที่ยังไม่ได้ผ่านสายตาสอดรู้ของเธอ

 

            เพียงเดินไปที่โต๊ะทำงาน ก่อนนั่งลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่ หลังโต๊ะทำงานอย่างถืออภิสิทธิ์ แล้วลองโยกตัวไปมาอย่างนึกสนุก เก้าอี้ตัวใหญ่ยืดหยุ่นตามแรงกดของเธอ ก่อนเด้งกลับมาด้วยแรงจากสปริงชั้นดี แม่คนซุกซนหัวเราะเบาๆ รู้สึกชอบใจความนุ่มนิ่มของเก้าอี้ใหญ่ จนเผลอขย่มเล่นไปอีกหลายครั้ง ก่อนหยุดเล่นเมื่อเหลือบไปเห็นกรอบรูปบานเล็กบนโต๊ะทำงาน

 

            น้องดาว เธอหยิบกรอบรูปอันนั้นมาดูใกล้ๆ ในภาพน้องดาวสวมชุดครุยยืนยิ้มอย่างร่าเริง ด้านล่างเขียนข้อความด้วยลายมือสวยงาม

 

            “ให้พี่ตะวัน คนดีของน้องดาว” เธออ่านข้อความนั้นด้วยเสียงแผ่วเบา ใช่สิ พี่ตะวันเป็นของน้องดาว เป็นมาตลอด แล้วก็จะเป็นตลอดไป ถ้าไม่มีเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้น พวกเขาคงได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ส่วนตัวเธอเองก็คงมีชีวิตไปตามประสาของเธอ ถึงจะไม่สุขนัก แต่ก็ไม่อึดอัดใจเหมือนตอนนี้

 

            หญิงสาววางกรอบรูปไว้ที่เดิม แล้วก้มลงซบหน้าผากกับท่อนแขน รู้สึกสงสารน้องดาวพอๆ กับที่สงสารตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นด้วยความสงสัย เมื่อได้ยินเสียงเอ็ดอึงดังมาจากหน้าห้องทำงาน

 

            เข้าไปไม่ได้นะคะ ท่านไม่อยู่จริงๆ ค่ะ เสียงบงกชผู้ช่วยของอัจฉราวดีเอ่ยอย่างร้อนรน

 

            ไม่จริง ฉันไม่เชื่อ ถ้าไม่อยู่ก็ต้องให้ฉันเข้าไปดูให้เห็นกับตาสิ เสียงคุ้นหูมากๆ ดังขึ้นอย่างกราดเกรี้ยว เจ้าของเสียงน่าเกลียดนี้ จะเป็นใครไปไม่ได้เลย นอกจาก...

 

            “ยายชะนี”

 

            เพียงเดือนแสยะยิ้มมุมปาก รู้สึกยินดีไม่น้อย ที่จู่ๆ ก็มีเรื่องสนุกมาให้ทำแก้เบื่อ เธอรีบหมุนเก้าอี้หันหลังให้ประตู แล้วนั่งรอด้วยใจระทึก เสียงโต้เถียงดังมาอีกหลายคำ ก่อนเสียงเปิดประตูจะดังขึ้น แล้วตามด้วยเสียงรองเท้าส้นสูงสองคู่

 

            “ท่านไม่อยู่จริงๆ นะคะ” บงกชวิ่งมาดักหน้า

 

            “ถอยไป”

 

            เมสินีผลักผู้ช่วยเลขานุการสาวพ้นทาง แล้วก้าวยาวๆ มาหยุดยืนหน้าโต๊ะทำงาน ดวงตาที่เขียนจนคมเฉี่ยว จ้องมองพนักเก้าอี้ด้วยหัวใจร้อนรุ่ม ตั้งแต่วันที่เธอไปอาละวาดที่บ้านปานวิมาน ตะวันก็ไม่ยอมติดต่อกับเธออีกเลย เขาไม่โทรหาเธอ เธอโทรไปหา เขาก็บ่ายเบี่ยง จนเธออยู่ไม่ติด ต้องแล่นมาหาเขาถึงที่นี่

 

            ตะวันไม่ใช่ผู้ชายคนแรกที่เธอยุ่งเกี่ยวด้วย ก่อนหน้านี้เธอมีเพื่อนชายคนสนิทมานับไม่ถ้วน หลายสัญชาติ และหลากรสชาติ แต่ไม่มีใครเหมือนทายาททรัพย์เทวัญ ชายหนุ่มเพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติ คุณสมบัติ และทรัพย์สมบัติ แต่น่าเสียดายที่เขาคิดกับเธอแค่เพื่อนรุ่นน้อง เพราะเขาหลงรักนางเด็กขี้โรคจืดชืดจนโงหัวไม่ขึ้น

 

            นางน้องดาว นางตัวมาร ถ้าไม่มีแกสักคน พี่มาร์กขาก็ต้องเป็นของฉัน

 

            “ทำไมพี่มาร์กขาไม่รับโทรศัพท์เมนี่ เมนี่ทำอะไรผิดเหรอคะ” หญิงสาวอ้อนถามพลางเดินเข้าไปหา แต่ต้องหยุดชะงัก เมื่อเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่หมุนกลับมา แล้วคนที่นั่งอยู่บนนั้นไม่ใช่ตะวัน

 

            บุกรุกเข้ามาในห้องทำงานของคนอื่น มันเสียมารยาทนะคะคุณเมนี่ เพียงเดือนเอ่ยเสียงเรียบพลางยิ้มหวานให้ไฮโซสาว

 

            เมสินีขึงตามองด้วยความเกียจชัง นางเด็กขี้โรคมาทำอะไรในห้องทำงานของพี่มาร์กขา แล้วเจ้าของห้องหนุ่มหายไปไหน

 

            แกเข้ามาทำอะไรในห้องทำงานของพี่มาร์กขา แล้วเขาไปอยู่ที่ไหน

 

            ก็มาทำงานสิคะ คุณคงจะตกข่าว เลยไม่ทราบว่าตอนนี้ ดิฉันเป็นเลขาส่วนตัวของพี่ตะวัน ส่วนคำถามที่ว่าเขาไปไหน ให้บงกชตอบจะดีกว่า เพียงเดือนหันไปมองผู้ช่วยเลขานุการสาว

 

            ดิฉันบอกเธอแล้วค่ะว่าท่านไม่อยู่ ไปติดต่อธุระข้างนอก แต่คุณเมสินีเธอไม่เชื่อ บงกชรีบรายงานเร็วปรื๋อ เธอได้ยินมาว่าคู่หมั้นของท่านประธาน เป็นคนขี้อาย ไม่ชอบความรุนแรง และไม่สู้คน แต่เท่าที่เห็นคิดว่าไม่น่าจะใช่ เพราะรัศมีดาราปะทะคารมกับไฮโซนิสัยเสียอย่างไม่หวั่นเกรง เมสินีเสียอีกที่เป็นฝ่ายตั้งรับแทบไม่ทัน

 

            คงได้ยินชัดเจนแล้วนะคะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ก็เชิญกลับไปเถอะค่ะ ดิฉันจะได้ทำงานต่อ เพียงเดือนเอ่ยปากไล่อย่างสุภาพ ริมฝีปากยิ้ม แต่แววตามองอย่างสะใจ

 

            ฉันไม่กลับ ฉันจะรอพี่มาร์กขา แกมีสิทธิ์อะไรมาไล่ฉัน

 

            ก็สิทธ์ของคู่หมั้น แล้วก็ว่าที่ภรรยาไงคะ เธอเอ่ยเสียงนุ่ม

 

            “คู่หมั้นที่ทิ้งงานแต่งงานของตัวเองไป แล้วก็หวนกลับมาอย่างหน้าด้านๆ ถ้าฉันเป็นพี่มาร์กขา ฉันถอนหมั้นเธอไปนานแล้วเมสินีจบคำพูดของตนด้วยเสียงหัวเราะน่าเกลียด เพียงเดือนจ้องมองนิ่งๆ ก่อนหมุนแหวนเพชรเม็ดโตบนนิ้วนางข้างซ้ายเล่น

 

            เสียดายที่คุณไม่ใช่พี่ตะวัน ส่วนเรื่องงานแต่งงาน ฉันนึกว่าพี่ตะวันบอกคุณแล้วเสียอีก”

 

            “บอกอะไร” ไฮโซสาวถามเสียงเขียว ดวงตาจ้องมองแหวนเพชรเขม็ง

 

            “บอกเรื่องงานแต่งของเราไงคะ ฉันกับพี่ตะวันตกลงกันว่าจะจัดงานแต่งงานขึ้นใหม่เร็วๆ นี้ พอถึงวันงานเชิญคุณเมสินีมาเป็นเกียรติ์ด้วยนะคะ” เธอยกมือข้างที่สวมแหวนหมั้น ขึ้นมาโชว์ให้อาคันตุกะสาวดูชัดๆ พลางยิ้มอย่างผู้ชนะ

 

            เมสินีโกรธจนแทบเต้น นางน้องดาวเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เมื่อก่อนทำเป็นขี้กลัว คอยหลบตาเธอ แต่วันนี้เวลานี้มันกลับจ้องตาเธออย่างไม่ลดละ แถมยังยิ้มเยาะหยันราวกับเธอเป็นตัวตลก

 

            แกนึกว่าแกแน่นักเหรอ ไอ้แค่แหวนเพชรเม็ดเล็กๆ นั้น ไม่ได้รับประกันหรอกว่าแกจะได้เขามาครองคนเดียว”

 

            อย่างน้อยฉันก็ได้ตำแหน่งเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขามาครอบครอง ส่วนคุณได้อะไรกลับไปบ้างล่ะ หรือว่าชอบให้ฟรีๆ เธอตอบโต้อย่างไม่กลัวเกรง

 

            ได้มากอย่างที่แกคิดไม่ถึงเชียวล่ะ ถ้าแกรู้ว่าฉันกับพี่มาร์กขามีความสัมพันธ์กันแบบไหน แกช็อกตายแน่นางเด็กขี้โรค

 

            อ๋อ ถ้าเรื่องพรรค์นั้นดิฉันไม่ถือหรอกค่ะ มันไม่ได้สึกได้หรออะไร ขอกันกินมากกว่านั้น นึกซะว่าทำบุญสร้างโบสถ์สร้างวิหาร ดีกว่าปล่อยให้เขาไปหาเศษหาเลยนอกบ้านกับพวกผู้หญิงหากิน เธอเน้นเสียงหนักตรงคำสุดท้าย ก่อนยกมือปิดหูแทบไม่ทัน เมื่อไฮโซสาวร้องกรี๊ดดังลั่นเหมือนคนเสียสติ

 

            “นางน้องดาว ปากดีนักนะ ฉันจะเลาะฟันแกให้หมดปากเลย”

 

            เมสินีถลันเข้ามาหาเธอ เพียงเดือนตั้งท่าเตรียมสู้ แต่บงกชถลันเข้าไปยืนขวางเธอไว้ ก่อนร้องขู่เสียงเข้ม

 

            “อย่าบังอาจแตะต้องคุณรัศมีดารานะ ถ้าคุณทำร้ายเธอแม้แต่ปลายก้อย ฉันไม่ปล่อยคุณไว้แน่

 

            โอหังทั้งเจ้านายทั้งลูกน้อง วันนี้ฉันจะตบพวกแกให้หน้าบวมเลยไฮโซสาวเงื้อมือหรา บงกชกำหมัดตั้งการ์ดแบบมวยไทย แล้วร้องท้าอีกฝ่ายเสียงหนัก

 

            ถ้าแน่ใจว่าทำได้ก็เข้ามาเลย วันนี้ออกเป็นออก ฉันทนคุณมาพอแล้ว แต่จะบอกอะไรไว้ให้อย่างหนึ่งนะ ถึงฉันจะเป็นเลขา แต่พ่อฉันเปิดค่ายมวย ถ้าแน่จริงก็เข้ามาเลย

 

            แก!” เมสินีกรีดเสียงดังก้องแล้ววิ่งเข้ามาหา เธอเองก็ไม่เคยยอมแพ้ใครเหมือนกัน เพราะตั้งแต่เล็กจนโต ไม่มีอะไรที่เธออยากได้แล้วจะไม่ได้

 

            หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

 

            เสียงตวาดอย่างเกรี้ยวกราดดังขึ้น แยกมวยหญิงคู่เอกออกจากกัน ทั้งที่ยังไม่ได้ลงมือเลย สามสาวหันขวับไปมองต้นเสียง ก่อนหันมามองหน้ากัน แล้วถอยหลังออกมาดูเชิง

 

            ทำอะไรกัน นี่ที่ทำงานนะ เอะอะเสียงดังขนาดนี้ไม่อายคนอื่นบ้างหรือไง

 

            เมฆินทร์ตีหน้าบึ้งตึงเดินเข้ามาในห้องทำงาน โดยมีอัจฉราวดีวิ่งตามมาติดๆ เขามองหญิงสาวทีละคน บงกชหน้าซีดเป็นไก่ต้ม เมสินีหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ ส่วนเพียงเดือนเบิกตากลมโตอย่างประหลาดใจ พี่ชายหน้าหวานโกรธเป็นด้วยหรือนี่

 

            เมนี่กลับบ้านไปก่อน วันนี้พี่ตะวันไม่เข้ามาหรอก เขาติดงานสำคัญ วันหลังค่อยมาใหม่ เขาเอ่ยเสียงหนักพลางจ้องมองมานิ่งๆ

 

            เมสินีจ้องตอบ ก่อนสะบัดหน้าเดินออกไปด้วยความโมโห วันนี้เธอเสียหน้ามามากพอแล้ว ไม่อยากอยู่ให้กาฝากอีกตัวมาเอ่ยปากไล่

 

            เมฆินทร์ถอนใจหนักๆ ไม่รู้พี่ตะวันเห็นอะไรดีในตัวของผู้หญิงคนนี้ ถึงทนคบหากับหล่อนอยู่ได้ เขาเบนสายตามามองบงกช แล้วหันไปพูดกับอัจฉราวดี

 

            ป้าอัจช่วยทำบันทึกถึงฝ่ายบุคคล ให้เพิ่มเงินเดือนให้บงกชสามสิบเปอร์เซ็นต์ด้วยนะ ในฐานะที่เธอปกป้องน้องดาว

 

            พอพูดจบเขาก็หันไปยิ้มให้ผู้ช่วยเลขานุการสาว ในขณะที่บงกชตะลึงตัวชา ทั้งที่คิดว่าจะโดนไล่ออกแท้ๆ กลับได้ขึ้นเงินเดือน แบบนี้มันปาฏิหาริย์ชัดๆ

 

            ได้ค่ะ ออกไปกันเถอะบงกช อัจฉราวดีพยักหน้าเรียกผู้ช่วยของตน ก่อนทั้งสองจะเดินออกจากห้อง ปล่อยให้เจ้านายอยู่กันตามลำพัง

 

            เพียงเดือนนั่งโยกเก้าอี้เล่นอย่างอารมณ์ดี สะใจจริงๆ ที่ได้ตอกหน้ายายชะนี ป่านนี้ว่าไม่รู้วิ่งไปร้องหาผัวอยู่ที่ไหนแล้ว ความแค้นในวันเปิดตัวห้างสรรพสินค้า ได้รับการชำระไปอีกส่วนหนึ่งแล้ว

 

            น้องดาวเป็นยังไงบ้างจ๊ะเมฆินทร์เอ่ยถามพลางมองอย่างประหลาดใจ น้องดาวไม่มีทีท่าหวาดกลัวหรือตกใจเลย หนำซ้ำยังดูรื่นเริงอีกต่างหาก ทั้งที่เพิ่งโดนเมสินีต่อว่าฉอดๆ และเกือบจะโดนตบ ถ้าเขากลับมาไม่ทัน น้องดาวคนนี้ดูไม่เหมือนน้องดาวคนก่อนเลย

 

            สบายดีค่ะ สนุกดี อยู่ดีๆ ก็มีงิ้วมาเล่นให้ดู เสียดายยังไม่ได้ดูมวยเลยหญิงสาวตอบติดตลก

 

            “มวยเหรอ”

 

            เมฆินทร์ขมวดคิ้วอย่างสงสัย เขาชักไม่แน่ใจแล้วว่าหญิงสาวตรงหน้า ใช่น้องสาวของเขาหรือเปล่า แม้รูปร่างหน้าตาและน้ำเสียง ทุกอย่างบ่งบอกว่านี่คือน้องดาว ทว่านิสัยของเธอกลับไม่ใช่เลย ถ้าเป็นน้องดาวคนก่อน คงร้องไห้ด้วยความกลัว หรือว่าเพราะความจำเสื่อม จึงทำให้นิสัยของเธอเปลี่ยนไปแบบนี้

 

            พี่เมฆินทร์มีอะไรหรือเปล่าคะ หรือว่าเข้ามายืนจ้องน้องดาวเฉยๆ เธอถามพลางเลิกคิ้วสูง

 

            “เปล่าจ้ะ” เขาส่ายหน้า พี่ตะวันให้พี่มารับน้องดาวกลับบ้าน เพราะเขาต้องอยู่เอนเตอร์เทนมิสเตอร์ไมเคิล เย็นนี้คงไม่เข้าออฟฟิศแล้ว

 

            งั้นกลับกันเถอะค่ะ เดี๋ยวเย็นแล้วรถติดเธอเดินไปที่โต๊ะทำงานของตน หยิบกระเป๋าถือและแฟ้มผลการตรวจร่างกายปลอมมาถือไว้ ก่อนหันไปมองพี่ชายหน้าหวาน ไปกันเถอะค่ะ น้องดาวพร้อมแล้ว

 

            “จ้ะ” เขาเดินเข้ามาหา แล้วยื่นมือให้เธอ

 

            เพียงเดือนวางมือลงในมือเขา ก่อนทั้งสองจะเดินออกจากห้องทำงาน เธอก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมถึงไว้ใจพี่ชายหน้าหวานนัก ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันแท้ๆ กับนายวายุเธอยังต้องวางตัวเลย แต่กับพี่เมฆินทร์คนนี้ เธอกล้าจับมือถือแขนเขาอย่างสบายใจ

 

            เมฆินทร์หันไปมองหญิงสาว เขาคงคิดมากไปเอง น้องดาวยังคงเหมือนเดิม เมื่อก่อนเธอไว้ใจเขายังไง ตอนนี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น ที่เหลือก็แค่รอให้ความทรงจำของเธอกลับมา เมื่อถึงตอนนั้นเธอคงจำความรักของเขาได้...

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

***อ่านพันธนาการหัวใจได้ 3 ช่องทาง ดังนี้***

 

1. อ่านฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMjQ3MzAiO30

 

2. อ่านแบบแพคเก็ตจากเว็บเด็กดี

 

3. อ่านนิยายเรื่องอื่นๆ ของมัลลิกา ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&page_no=1&type=author&search=มัลลิกา&is_mag=all&price=all&sort_by=date&from_book_price=&to_book_price=&category_id=&category_name



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

0 ความคิดเห็น