พันธนาการหัวใจ (Re-Up)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 8,905 Views

  • 14 Comments

  • 203 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    341

    Overall
    8,905

ตอนที่ 42 : บทที่ 12 ริษยา ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 373
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    5 ก.พ. 61




บทที่ 12

 ริษยา

ตอนที่ 2

 

            เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางความเงียบสงบ แม้จะเป็นเพียงเสียงแผ่วเบา แต่ก็ทำให้คนนอนไวรู้สึกตัว ผู้กองหนุ่มลืมตาขึ้น แล้วหันไปมองนาฬิกาปลุกบนหัวเตียง

 

            “เพิ่งจะตีห้าครึ่งเอง ใครวะปลุกแต่เช้า เขาบ่นพึมพำอย่างไม่ชอบใจ แต่ก็ยอมลุกจากเตียงไปเปิดประตู เมื่อเสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง

 

            โธ่เดือน มาทำไมแต่เช้า สงสารกันบ้างสิ ผมเพิ่งนอนเองนะ เขาโอดครวญอย่างเหนื่อยใจ เมื่อเห็นมารความสุขชัดตา แต่เจ้าตัวมารไม่ฟังเสียง และไม่พูดอะไรทั้งสิ้น หล่อนผลักเขากลับเข้าไปในห้อง แล้วเดินตามเข้ามา ก่อนปิดประตูแน่นหนา

 

            นี่ไม่ใช่เวลานอนนะผู้กอง ตอนนี้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว ดูนี่สิ เธอยื่นมือซ้ายที่มีแหวนเพชรเม็ดโตไปตรงหน้าคนขี้บ่น

 

            แหวน ก็สวยดีนี่” วายุก้มมองแหวนเพชร ก่อนทำหน้าเบื่อหน่าย “ถ้าจะอวดแหวน ก็ไม่ต้องมาปลุกตั้งแต่ตีห้าก็ได้ ผมง่วงรู้ไหมเดือน

 

            เพี้ยะ!” เสียงฝ่ามือกระทบเนื้อดังไปทั่วห้อง ก่อนเสียงร้องโอดโอยของคนตัวโตจะตามมา ผู้กองหนุ่มลูบต้นแขนของตนพลางต่อว่าเธออย่างเคืองๆ

 

            “ตีผมทำไม ผู้หญิงอะไรมือหนักชะมัด”

 

            ตื่นหรือยังล่ะ ถ้ายังไม่ตื่น ฉันจะได้ปลุกอีกสักทีหนึ่ง คนตัวเล็กกว่าเงื้อมือขู่ ใบหน้านวลบูดบึ้งอย่างไม่พอใจ

 

            ตื่นแล้ว ไม่ต้องตีแล้ว ผู้หญิงบ้าอะไร ตัวเล็กนิดเดียว มือหนักชะมัด ผู้กองหนุ่มบ่นกระปอดกระแปด

 

            ก็คุณอยากมารวนฉันก่อนทำไม แค่นี้ฉันก็เครียดจะตายอยู่แล้ว

 

            เครียดเรื่องอะไรของคุณอีกล่ะ ไปดินเนอร์กับหนุ่มหล่อ ทายาทเศรษฐีพันล้าน น่าจะมีความสุข ดันมาบอกว่าเครียด เขาแกล้งพูดกระแนะกระแหน ก่อนรีบถอยหลงหนี เมื่อหญิงสาวยกมือขู่อีกรอบ

 

            พูดแบบนี้อยากจะโดนอีกใช่ไหม

 

            พอแล้ว! นี่คนนะคุณ มาถึงก็ตีเอาตีเอา มีเรื่องอะไรก็พูดมาสิ ชายหนุ่มยกมือขึ้นอย่างยอมจำนน ก่อนปิดท้ายด้วยเสียงบ่นอย่างขุ่นเคือง

 

            มีแน่ เรื่องใหญ่เสียด้วย เธอชูแหวนให้เขาดูอีกครั้ง ไอ้แหวนเนี้ย เห็นไหม มันคือแหวนหมั้น เมื่อคืนพี่ชายคุณขอฉันแต่งงาน คุณเข้าใจคำว่าขอแต่งงานไหม

 

            แหวนหมั้นของน้องดาว วายุจ้องแหวนเพชรเขม็ง เมื่อกี้เขาง่วงไปหน่อย จึงไม่ได้สังเกตให้ดี แล้วคุณตอบพี่ตะวันว่ายังไง

 

            ฉันบอกเขาว่าให้รอไปก่อน จนกว่าโรคความจำเสื่อมของฉันจะหาย หรือไม่ก็จนกว่าฉันจะรักเขาอีกครั้ง แต่มันคงถ่วงเวลาไม่ได้นานหรอก ถ้าบ่ายเบี่ยงมากกว่านี้ พี่คุณต้องสงสัยแน่ ช่วยคิดทีสิว่าจะทำยังไงกันดี

 

            วายุปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันที ไอ้ฆาตกรยังไม่โผล่หางออกมาเลย ถ้าบอกความจริงกับพี่ตะวันตอนนี้ อาจทำให้รูปคดีเปลี่ยนไปได้ และที่สำคัญเขาไม่อยากให้พี่ชายเสียใจ

 

            เราบอกความจริงกับพี่ชายคุณไหม เพราะฉันคิดว่าพี่ชายคุณไม่ใช่ฆาตกรหรอก เขารักน้องดาวออกขนาดนั้น เธอโพล่งทางออกสุดท้ายออกมา

 

            ไม่ได้ เขาส่ายหน้าไม่เห็นด้วย ให้พี่ตะวันรู้ตอนนี้ไม่ได้ พี่ตะวันรักน้องดาวที่สุด เขาต้องไม่ยอมอยู่เฉยแน่ ผมไม่อยากให้เขาเป็นอันตรายไปอีกคน

 

            แล้วเราจะทำยังไงกันดี ถ้าพี่ชายคุณเกิดอยากจะจัดงานแต่งงานขึ้นมาภายในวันสองวันนี้ ฉันมิต้องกลายเป็นพี่สะใภ้ของคุณเหรอ

 

            มันไม่เร็วขนาดนั้นหรอก การจัดงานแต่งงานต้องใช้เวลาเตรียมการนานพอสมควร ระหว่างนี้คุณก็บ่ายเบี่ยงไปก่อน อีกไม่นานหรอก ผมต้องจับฆาตกรได้แน่ สายของผมรายงานว่ามีผู้ต้องสงสัยมาป้วนเปี้ยนแถวบ้านเราแล้ว

 

            วายุเอ่ยอย่างมั่นใจ ในขณะที่คนฟังหัวใจหล่นลงไปกองที่ตาตุ่ม ไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือเสียใจดี ที่เจ้าฆาตกรโหดเริ่มคืบคลานมาหาเธอแล้ว

 

            พอมันลงมือปุ๊บ ผมก็จะจับมันปั๊บ งานของเราก็จบ เขายังคงพูดต่อไป โดยไม่เห็นใจคนฟัง

 

            เจ้าฆาตกรฆ่าเผามาป้วนเปี้ยนรอบตัวฉันเธอถามเสียงเบา

 

            “ใช่ แต่ผมยังบอกไม่ได้เต็มปากนะ ว่าใช่มันหรือเปล่า ตอนนี้ก็ได้แต่รอให้มันลงมือก่อน แล้วค่อยจับมันมาสอบเค้นเอาความจริง

 

            ลงมือ!” เธอถามเสียงสูง

 

            ใช่ ถ้ามันลงมือเมื่อไร ผมก็จะมีหลักฐาน พอจับมันมารับโทษได้ เขาพูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา ทั้งที่คนที่ต้องเสี่ยงตายคือเธอ

 

            ฉันหวังตอนนั้นคุณจะอยู่ใกล้พอจะจับมันได้ ก่อนที่มันจะลงมือฆ่าฉันนะผู้กอง

 

            ไม่ต้องกลัวหรอกเดือน ผมไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคุณได้แน่ ผมวางสายไว้หมดแล้ว พอมันเปิดเผยตัวออกมา ผมก็จะเข้าไปจับมันทันที ผมไม่ยอมให้มันมาถูกแม้แต่ปลายก้อยของคุณหรอกผู้กองหนุ่มเอ่ยอย่างมั่นใจ เธอก็อยากมั่นใจเหมือนเขา ไม่รู้ว่าเชื่อคำพูดของเขาได้สักแค่ไหน

 

            พูดง่ายเป็นเด็กเล่นขายของเลยนะผู้กอง ถ้าเกิดมันไม่เปิดเผยตัวล่ะ แต่มันเล่นเอาปืนติดกล้องมายิงฉันจากบนตึกที่ห่างออกไปครึ่งกิโล ไม่ทราบว่าคุณจะทำยังไงคะคุณตำรวจ

 

            วายุหัวเราะเบาๆ เขารู้ว่าเพียงเดือนเริ่มโกรธแล้ว เพราะเธอจะเรียกเขาว่าคุณตำรวจก็เฉพาะเวลาที่ไม่พอใจเท่านั้น

 

            เอาน่า มันไม่ทำแบบนั้นหรอก เพราะมันโจ่งแจ้งเกินไป ทิ้งหลักฐานไว้มากเกินไป ซึ่งไม่ใช่วิธีที่มันถนัด คนอย่างมัน ถ้าจะลงมือก็ต้องทำอย่างหมดจด ไม่เหลือชิ้นส่วนไว้ให้ตำรวจคลำหาได้

 

            เพียงเดือนขึงตาใส่นายตำรวจหนุ่ม สิ่งที่เขาพูดไม่ได้ช่วยให้เธออุ่นใจขึ้นเลย แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร เขาก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

            “สิ่งที่คุณต้องกังวลตอนนี้คือพี่ตะวัน เขาอยากแต่งงานกับน้องดาวมาก ต่อไปนี้คงเปิดฉากรุกคุณหนักขึ้น เมื่อคืนพี่ตะวันนอนที่ห้องคุณหรือเปล่า

 

            “เปล่า” เธอส่ายหน้า “ฉันให้ฮายมานอนเป็นเพื่อน พี่ชายคุณมือยังกับปลาหมึก แค่สองคืนฉันก็ขาดทุนจะแย่แล้ว

 

            ดีแล้ว ต่อไปนี้คุณต้องระวังตัวให้มาก อย่าอยู่กับเขาสองต่อสอง และที่สำคัญอย่า...” ผู้กองหนุ่มอึกอักด้วยไม่รู้จะพูดยังไงให้หญิงสาวไม่โกรธ

 

            อย่าหลับนอนกับพี่ชายคุณ

 

            เพียงเดือนพูดต่อด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ตอนนี้เธอโกรธเขาแล้ว โกรธมากด้วย วายุมีสิทธิ์อะไรมาพูดแบบนี้กับเธอ เขาพูดเหมือนเธอเป็นผู้หญิงใจง่าย ที่พร้อมจะหลับนอนกับพี่ชายเขา ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่กี่วัน

 

            เปล่านะ ผมไม่ได้คิดแบบนั้นเลย” เขายิ้มแหยๆ แล้วแก้ตัวเสียงอ่อย “ผมไม่ได้ดูถูกคุณ ผมไม่ได้คิดว่าคุณเป็นผู้หญิงไม่ดี ผมเพียงแต่เป็นห่วง ผมกลัวว่าความลับของเราจะแตก

 

            ขอบคุณที่เป็นห่วง ฉันดูแลตัวเองได้ ทำหน้าที่ของคุณให้ดีเถอะ จับฆาตกรให้ได้เร็วๆ ฉันจะได้ไปจากบ้านนี้เสียที

 

            พอพูดจบเพียงเดือนก็หันหลังกลับทันที เธอเปิดประตูเดินออกจากห้องเขา แล้วกระทืบเท้ากลับห้องของตัวเองด้วยอารมณ์ขุ่นมัว โดยไม่ได้สังเกตเห็นสายตาคู่หนึ่ง ซึ่งแอบมองมาด้วยแววตาเคียดแค้น ก่อนแสยะยิ้มอย่างประสงค์ร้าย

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

            เพียงเดือนนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารด้วยท่าทางเซ็งสุดขีด เธอยกมือข้างหนึ่งเท้าคางไว้ ส่วนมืออีกข้างวางไว้บนโต๊ะอาหาร แล้วเริ่มขยับนิ้วเคาะโต๊ะเบาๆ ด้วยความหงุดหงิด ดวงตาดำขลับตวัดไปมองนาฬิกาตั้งพื้นเรือนใหญ่พลางบ่นพึมพำด้วยความไม่พอใจ

 

            “อะไรกันนักกันหนาเนี้ย จะแปดโมง แล้วยังไม่ยอมเสด็จลงมาอีก ทำไมผู้ชายบ้านปานวิมานถึงได้แต่งตัวช้ากันนักนะ”

 

            หญิงสาวพ่นลมหายใจออกจากปากอย่างหัวเสีย ตอนนี้เธอหิวจนกินม้าได้ทั้งตัวแล้ว เมื่อคืนกินอาหารฝรั่งสุดหรูไปได้หน่อยเดียว เพราะมันไม่ค่อยถูกปากเท่าไร ตอนเช้าหวังจะมาพึ่งข้าวต้มแสนอร่อยของป้าสร้อยให้เต็มท้องเสียหน่อย อุตส่าห์ลงมานั่งรอตั้งแต่ฟ้าเพิ่งสาง แต่ปรากฏว่าพ่อหนุ่มรูปหล่อทั้งสองไม่ยอมลงมาสักที จะขอกินก่อนก็ไม่ได้เสียด้วยสิ

 

            “บ้าที่สุด ให้สุภาพสตรีรออยู่ได้

 

            เพียงเดือนถอนหายใจยาว นิ้วเรียวเคาะโต๊ะอาหารแรงขึ้น เมื่ออาการโมโหหิวกำเริบหนักจนแทบทนไม่ได้ เธอลุกขึ้นยืนตัดสินใจว่าจะไปตามสองหนุ่มมากินข้าวเช้าให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย แต่ยังไม่ทันได้ขยับไปไหน ประตูห้องอาหารก็เปิดออกเสียก่อน จากนั้นพี่มาร์กขาก็เดินเข้ามา โดยมีนายวายุเดินตามเข้ามาข้างหลัง

 

            จะไปไหนจ๊ะน้องดาว เขาถามพลางเดินมานั่งที่หัวโต๊ะ ซึ่งเป็นที่นั่งประจำของประมุขบ้านปานวิมาน

 

            “เปล่าค่ะ น้องดาวแค่คิดว่าจะเดินดูรอบๆ ห้องเสียหน่อย ห้องอาหารของบ้านปานวิมานตกแต่งสวยนะคะ หญิงสาวตอบไปอีกทาง เพราะคิดว่าบอกความจริงคงไม่เหมาะนัก เขาอาจจะสงสัยก็ได้ ถ้าเธอบอกว่าเธอหิวจนทนไม่ไหว จึงจะเดินไปตามเขากับน้องชาย

 

            ทำไมวันนี้น้องดาวลงมาเร็วจัง ปกติจะลงมาเป็นคนสุดท้ายทุกที ชายหนุ่มถามเรื่อยๆ พลางคลี่ผ้าเช็ดปากวางลงบนตัก แม้จะทำท่าทางเหมือนไม่สนใจเท่าไร แต่ดวงตาคมกริบกลับจ้องมองเธออย่างพินิจพิเคราะห์

 

            เราทานข้าวกันเลยดีกว่านะครับ เดี๋ยวพี่ตะวันจะไปทำงานสาย วายุรีบตีระฆังช่วยชีวิตสายลับสาว เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังถูกต้อนเข้ามุม

 

            จริงค่ะ ป้าสร้อยขาตั้งโต๊ะได้แล้ว เธอร้องเรียกเสียงใสพลางหยิบกระดิ่งมาเขย่าเองเสร็จสรรพ

 

            พอสิ้นเสียงกระดิ่งขบวนสาวใช้กลุ่มเล็กๆ ก็พากันเดินเรียงแถวเข้ามาในห้องอาหารอย่างเป็นระเบียบ นำหน้ามาโดยป้าสร้อย ตามมาด้วยนิดซึ่งกินตำแหน่งผู้ช่วยของคุณแม่บ้านใหญ่ ฮาย แล้วก็แม่โฉม ซึ่งวันนี้หน้าตาแดงก่ำราวกับร้องไห้มาทั้งคืน

 

            เพียงเดือนแอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ท้องไส้ร้องประท้วงดังระงมไปหมดแล้ว เมื่อสูดกลิ่นอาหารหอมอบอวลเข้าปอด

 

            เสิร์ฟได้แล้วป้าสร้อย พยาธิหนูร้องจนเสียงแหบแล้ว

 

            “วันนี้โจ๊กกุ้งของโปรดของคุณน้องดาวนะคะ

 

            ป้าสร้อยยิ้มให้เธอ แล้วตักโจ๊กเสิร์ฟให้ตะวันก่อน จากนั้นตามด้วยวายุ หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอพลางรอด้วยใจระทึก ทว่าขณะที่ป้าสร้อยกำลังจะตักโจ๊กเสิร์ฟให้เธอ พี่ชายใหญ่แห่งบ้านปานวิมานก็พูดขึ้นเสียก่อน

 

            ของน้องดาวไม่ต้องป้าสร้อย

 

            เพียงเดือนชาวาบไปทั้งตัว เมื่อได้ยินข้อความนั้น เธอหันขวับไปมองเขา กำลังจะเอ่ยปากถามว่าทำไม แต่ช้ากว่านายวายุที่ถามขึ้นมาก่อน

 

            ทำไมครับ

 

            “เดี๋ยวพี่จะพาน้องดาวไปหาหมอ วันนี้ครบกำหนดตรวจร่างกายของน้องดาวแล้ว น้องดาวต้องอดอาหารจนกว่าจะตรวจเสร็จ

 

            “ตรวจร่างกายผู้กองหนุ่มพึมพำเสียงแหบพร่า

 

            “แค่ตรวจร่างกายมีอะไรน่าตกใจอย่างเหรอ ปกติน้องดาวก็ต้องเข้าโรงพยาบาลไปเช็คสุขภาพทุกสามเดือนอยู่แล้ว

 

            ตะวันเหลือบตามองน้องชาย แล้วตักโจ๊กขึ้นมากินเงียบๆ เหมือนสิ่งที่พูดเป็นเรื่องธรรมดา ทว่าเรื่องปกติของพี่ชายทำเอาวายุเหงื่อแตกเต็มหน้าผาก เขาหันไปสบตากับสายลับสาว ที่นั่งหน้าเผือดสีไม่ต่างกันพลางสบถในใจอย่างดุเดือด

 

            ตายแน่ ตายแน่ๆ เลย

 

            “วันนี้ผมว่าง ให้ผมไปแทนนะครับ พี่ตะวันจะได้ไม่เสียเวลาทำงาน เมื่อวานพี่ก็ลางานมาวันหนึ่งแล้วนี่ครับ ผู้กองหนุ่มรีบเสนอตัว ถ้าพี่ชายพาเพียงเดือนไปตรวจร่างกาย ความลับของเขาต้องแตกแน่ เพราะหญิงสาวไม่ได้เป็นโรคหัวใจเหมือนน้องดาว

 

            ใช่ค่ะ น้องดาวไปกับพี่วาก็ได้ เพียงเดือนรีบเสริม ความอยากอาหารหายไปหมดแล้ว เพราะมีเรื่องอื่นมาให้วิตกแทน

 

            ไม่ต้องหรอก พี่ไปเองดีแล้ว จะได้คุยกับคุณหมอเรื่องอาการความจำเสื่อมของน้องดาวด้วย

 

            ตายแน่เราหญิงสาวพึมพำในใจ พี่มาร์กขาเดินเครื่องแล้ว คงเพราะเรื่องเมื่อคืนนี้แน่ๆ เขาถึงอยากพาเธอไปหาหมอนัก แต่เธอจะไปหาหมอได้อย่างไร ถ้าขืนให้หมอตรวจร่างกาย ความจริงที่ว่าเธอไม่ใช่น้องดาวต้องเปิดเผยแน่ เพราะเธอไม่ได้เป็นทั้งโรคหัวใจและโรคความจำเสื่อม แกล้งทำเป็นความจำเสื่อมยังพอได้ แต่แกล้งทำเป็นโรคหัวใจสงสัยจะลำบาก

 

            ให้ผมพาไปดีกว่าครับ ผมไม่ได้ตรวจร่างกายมานานแล้ว จะได้ตรวจไปพร้อมกันเลย วายุไม่ยอมแพ้ พี่ชายวางช้อนลง แล้วหันมามองเขา

 

            ก็ได้

 

            “ขอบคุณครับพี่ตะวัน” ผู้กองหนุ่มยิ้มกว้างด้วยความยินดี แต่ยินดีได้เพียงครู่เดียวก็ต้องสลดลง เมื่อตะวันเอ่ยเสริมขึ้น

 

            “เดี๋ยวนายไปพร้อมกับพี่เลย จะได้ไม่เสียเวลา ป้าสร้อยเก็บโต๊ะเลยครับ ผมอิ่มแล้ว ส่วนนายวายุงดอาหารเหมือนน้องดาว เพราะเดี๋ยวต้องตรวจเลือดอีก

 

            “ผมไปกับน้องดาวสองคนก็ได้ครับ พี่ตะวันไปทำงานเถอะครับ วายุยื่นเท้ามาสะกิดขาเพียงเดือน บอกเป็นนัยว่าให้ช่วยกันพูด

 

            “ใช่ค่ะ น้องดาวไปกับพี่วาก็ได้ พี่ตะวันไปทำงานเถอะค่ะ เดี๋ยวเสร็จแล้ว น้องดาวจะเข้าไปหาที่ออฟฟิศเธอรีบรับลูกต่อทันที

 

            พอได้แล้วทั้งสองคน ทำไมพี่จะไปด้วยไม่ได้หึ ปกติพี่ก็เป็นคนพาน้องดาวไปเองทุกครั้งตะวันตัดบทพลางมองอย่างสงสัย

 

            “ถ้างั้นก็แล้วแต่พี่ตะวันเถอะครับ” ผู้กองหนุ่มเอ่ยเสียงอ่อย แล้วหันไปสบตาสายลับจำเป็นของตน ก่อนพยักหน้าอย่างยอมจำนน ตอนนี้คงทำอะไรไม่ได้แล้ว ถ้าขืนคัดค้านมากกว่านี้ พี่ตะวันต้องสงสัยแน่ ดูสถานการณ์ไปก่อน แล้วค่อยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเอาทีหลังแล้วกัน

 

            ตะวันมองน้องชายกับคู่หมั้นสาวด้วยความสงสัย มันต้องมีอะไรระหว่างวายุกับน้องดาวที่เขาไม่รู้ แต่ถามไปก็คงไม่ได้คำตอบ ดังนั้นถ้าอยากรู้เขาคงต้องสืบเอาเอง ชายหนุ่มลุกไปหาคู่หมั้นสาว แล้วพาเธอเดินออกจากห้องอาหาร ไม่ว่าทั้งสองจะปิดบังอะไรเขาไว้ก็ตาม มันต้องเปิดเผยขึ้นที่โรงพยาบาลในวันนี้ เขาจะต้องรู้ความจริงทั้งหมดให้ได้

 

            “ไปจ้ะน้องดาว ออกสายเดี๋ยวรถจะติด”

 

            “ค่ะพี่ตะวัน” เพียงเดือนรับคำเสียงเบา แล้วหันไปสบตากับวายุอีกครั้ง พอเห็นเขาพยักหน้าเป็นนัยน์ว่าให้ยอมๆ ไปก่อน เธอก็ต้องลอบถอนใจ หรือว่าความลับทั้งหมดจะถูกเปิดเผยในวันนี้ ถ้าเขารู้ว่าเธอใช่น้องดาว จะเกิดอะไรขึ้นกับเธอ เขายังจะมองเธออีกไหม

 

            คุณตะวันคะ มีโทรศัพท์จากคุณอัจค่ะ

 

            เสียงของป้าสร้อยดังขึ้นทำลายความเงียบในห้องอาหารลง ก่อนที่นางจะเดินเข้ามาหาแล้วส่งโทรศัพท์ไร้สายให้เจ้านายหนุ่ม

 

            “โทรศัพท์ค่ะคุณตะวัน”

 

            ตะวันขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ปกติอัจฉราวดีไม่ค่อยโทรศัพท์มาที่บ้าน ถ้าไม่มีเรื่องด่วนจริงๆ เขารับโทรศัพท์มาแนบหู แล้วกรอกเสียงลงไป

 

            ตะวันครับป้าศรี

 

            คุณตะวันขามิสเตอร์ไมเคิลบินด่วนมาจากอเมริกาค่ะ เขาอยากคุยกับคุณตะวันเรื่องสัญญาเพิ่มทุนรีสอร์ทที่พังงาค่ะอัจฉราวดีรายงานเสียงแจ๋วมาทางโทรศัพท์

 

            ให้เมฆินทร์ไปแทนแล้วกัน วันนี้ผมไม่ว่าง ต้องพาน้องดาวไปหาหมอ เขาสั่งความพลางตีหน้ายุ่ง ในขณะที่วายุกับเพียงเดือนหันมาสบตากัน ความหวังเริ่มสว่างรำไรที่ปลายอุโมงค์อย่างไม่คาดคิดมาก่อน

 

            คุณเมฆินทร์ไม่อยู่ค่า เธอโทรเข้ามาเมื่อเช้า บอกว่าจะไปตรวจโรงงานที่เมืองกาญจน์ จะกลับเข้ามาตอนบ่ายค่ะ เลขาสาวใหญ่เอ่ยเสียงใสมาอีก

 

            ตะวันทำเสียงไม่พอใจในลำคอ เขาขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด ก่อนหันไปมองน้องชาย เมื่อได้ยินเสียงกระแอมดังขึ้นเบาๆ

 

            “มีอะไรนายวา”

 

            “ผมกับน้องดาวไปหาหมอกันสองคนก็ได้ครับ ส่วนพี่ตะวันไปพบมิสเตอร์ไมเคิลเถอะครับ เดี๋ยวจะเสียงานนะครับ เขาพูดด้วยดวงตาใสซื่อ แล้วรับรองอย่างแข็งขัน ผมจะดูแลน้องดาวอย่างดี ไม่ให้คาดสายตาเลยครับ

 

            ไปเถอะค่ะพี่ตะวัน น้องดาวไปกับพี่วาก็ได้ พอเสร็จแล้ว น้องดาวจะรีบไปหาพี่ตะวันที่ออฟฟิศนะคะ เพียงเดือนช่วยเสริมอีกแรง

 

            ตะวันมองน้องชายกับคู่หมั้นสาวอย่างชั่งใจ ก่อนถอนใจอย่างตัดใจ วันนี้เขาคงพาน้องดาวไปหาหมอไม่ได้แล้ว ยังไงงานก็ต้องมาก่อน เพราะมันหมายถึงธุรกิจหลายพันล้านของทรัพย์เทวัญ

 

            ตกลง วายุนายพาน้องดาวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ตรวจให้ละเอียดเลยนะ ทั้งหัวใจ เลือด แล้วก็คลื่นสมอง เสร็จแล้วเอาผลการตรวจกลับมาให้พี่ดูตอนเย็น เขากำชับเสียงหนัก

 

            “ครับพี่ตะวัน ผมจะดูแลน้องดาวอย่างดี พี่ตะวันไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ” วายุรับคำแข็งขัน แต่ในใจแอบโห่ร้องด้วยความยินดี ในที่สุดก็รอดไปได้อีกวัน

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 


 

***อ่านพันธนาการหัวใจได้ 3 ช่องทาง ดังนี้***

 

1. อ่านฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMjQ3MzAiO30

 

2. อ่านแบบแพคเก็ตจากเว็บเด็กดี

 

3. อ่านนิยายเรื่องอื่นๆ ของมัลลิกา ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&page_no=1&type=author&search=มัลลิกา&is_mag=all&price=all&sort_by=date&from_book_price=&to_book_price=&category_id=&category_name




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

0 ความคิดเห็น