พันธนาการหัวใจ (Re-Up)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 8,919 Views

  • 14 Comments

  • 206 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    355

    Overall
    8,919

ตอนที่ 38 : บทที่ 11 ใต้แสงดาว ตอนที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 408
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    3 ก.พ. 61



บทที่ 11


ใต้แสงดาว

ตอนที่ 1

 

            เพียงเดือนถอนใจเบาๆ พลางลูบฝ่ามือไปบนชุดสวยของตน ก่อนตีหน้าเหยเก เธอรู้สึกไม่มั่นใจเอาเลย เมื่อต้องสวมชุดหรูของน้องดาว ไม่ใช่มันไม่สวยหรอกนะ มันดูสวยเกินไปด้วยซ้ำ ทว่ามันไม่เหมาะกับเธอเลย

 

            ป้าสร้อยขา ชุดที่ธรรมดากว่านี้ ไม่มีแล้วเหรอ คือน้องดาวว่ามันดูแปลกๆ ยังไงไม่รู้ เธอเอ่ยทักท้วงอย่างไม่มั่นใจ

 

            แปลกที่ไหนกันค่ะ สวยยังกับนางฟ้าต่างหาก เชื่อป้าเถอะค่ะ ถ้าคุณพี่เห็นต้องตะลึงตาค้างแน่ป้าสร้อยเอ่ยยืนยันพลางดึงเธอมายืนหน้ากระจก แล้วสำรวจความเรียบร้อยให้เธออีกรอบ

 

            เพียงเดือนพยักหน้ารับ ทั้งที่ใจไม่เห็นด้วยเท่าไร ภาพสะท้อนบนกระจกเงาดูสวยก็จริง แต่มันดูไม่เหมือนเธอเลย หญิงสาวในกระจกเงา รูปร่างอ้อนแอ้นน่าทะนุถนอม ผมยาวสลวยทิ้งตัวเคลียแผ่นหลังบอบบาง

 

            ส่วนด้านบนตลบขึ้นจับเป็นช่อ ติดกิ๊บรูปพระจันทร์เสี้ยวฝังเพชร แต่งหน้าอ่อนๆ ด้วยโทนสีชมพูหวานสมวัย สวมชุดเกาะอกสีขาวสะอาดจับจีบเล็กๆ ประดับไข่มุกเม็ดจิ๋วๆ ส่วนตัวกระโปรงบานพลิ้ว ยาวกรอบเท้าดูสวยหวานปานเทพธิดา แต่เธอก็ยังไม่มั่นใจอยู่ดี

 

            “น้องดาวว่าเปลี่ยนตัวอื่นดีกว่าค่ะ มันโป๊จะตายไป

 

            อย่าดื้อสิค่ะ เดี๋ยวป้าสร้อยตีเลย ไม่โป๊หรอกค่ะ ไปได้แล้วค่ะ ให้คุณพี่รอนานไม่ดีนะคะ นางเอ่ยพลางลากเธอเดินออกจากห้อง หญิงสาวยิ้มอย่างปลงๆ แล้วเดินตามแม่บ้านสูงวัยออกไปอย่างไม่มีทางเลือก

 

            ชุดนี้ดีแน่นะคะป้าสร้อย เธอหยุดยืนตรงเชิงบันไดชั้นสอง แล้วหันมาถามอีกครั้ง ความมั่นใจยังคงเป็นศูนย์เช่นเดิม

 

            ดีค่า เชื่อป้าเถอะค่ะ สวยที่สุดในโลกเลย นางตอบพลางดันให้เธอออกเดิน

 

            เอางั้นเลยนะป้าเธอหันไปถามอีกครั้ง แต่คราวนี้ป้าสร้อยไม่ตอบ แกพยักหน้าหนักๆ สองสามที แล้วดันให้เดินเธอลงบันได

 

            เพียงเดือนสูดลมหายใจเข้าปอด แล้วก้าวลงบันได พยายามเรียกความมั่นใจให้กับตัวเอง ในทุกก้าวที่ย่างเท้าลงไป ก่อนหยุดยืนตรงเชิงบันได ซึ่งทอดไปยังห้องโถงใหญ่ เธอยืดตัวตรงพลางเชิดหน้าขึ้น เมื่อไม่มีทางถอยก็ต้องลุยให้เต็มที่ เดี๋ยวจะเสียชื่อยอดหญิงแห่งเมืองสุพรรณ

 

            เป็นไงเป็นกัน เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนเดินลงบันไดด้วยท่วงท่าดุจนางพญา เท้าเล็กๆ ในร้องเท้าส้นสูงสีขาวก้าวลงบันไดอย่างนุ่มนวล ไหล่บอบบางยืดตรง ใบหน้านวลเชิดขึ้น ก่อนชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเห็นชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนรออยู่ในห้องโถงด้วยท่าทางกระวนกระวาย

 

            ตะวันเดินกลับไปกลับมาด้วยความร้อนใจ เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูสลับกับการชะเง้อมองไปยังบันไดด้วยหัวใจเต้นรัว เขาตื่นเต้นจนไม่รู้ว่าจะเอามือของตัวเองไปวางไว้ที่ไหน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามีนัดดินเนอร์กับสาวสวย แต่พอคิดว่าจะได้ดินเนอร์ใต้แสงเทียนกับน้องดาว หัวใจมันก็เต้นถี่จนควบคุมไม่ได้

 

            “พี่ตะวัน

 

            เสียงใสลอยมาแผ่วเบา ชายหนุ่มหันไปมอง ก่อนยิ้มอย่างภาคภูมิใจ น้องดาวก้าวลงบันไดมาหาเขาด้วยท่วงท่าสง่างามราวกับเจ้าหญิงน้อยๆ เขารีบเดินเข้าไปรับพลางมองสำรวจทั่วร่างบางด้วยความชื่นชม

 

            เพียงเดือนเดินลงบันไดช้าๆ ดวงตาจับจ้องไปที่ชายหนุ่มที่ยืนรออยู่ข้างล่าง ตะวันสวมสูทสีน้ำเงินเข้มตัดเย็บประณีต ผมดำสนิทจัดทรงเข้ารูป ไม่เรียบแปล้และไม่ยุ่งเหยิง เสริมให้ชายหนุ่มดูหล่อเหลาทรมานใจยิ่งขึ้น รอยยิ้มนุ่มนวลปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากอิ่มแดง ก่อนหลุบเปลือกตาลงต่ำด้วยความเขินอาย เมื่อสบประสานกับดวงตาคมกริบของอีกฝ่าย

 

            ตะวันยิ้มน้อยๆ พอใจกับรอยแดงเรื่อที่แผ่จากสองข้างแก้ม แล้วลามไปยังลำคอระหง มือแข็งแรงยื่นไปรับมือเรียว แล้วจูงหญิงสาวลงมายืนเคียงข้างกัน

 

            น้องดาวสวยมากเลยรู้ไหมจ๊ะ เขาเอ่ยชมดวงตาเป็นประกาย

 

            เพียงเดือนเขินจนหน้าแดงก่ำ ไม่กล้าสบตาคมกริบของชายหนุ่ม เมื่อเจอคำชมกับดวงตาวาววับจะๆ แบบนี้ก็เล่นเอาปลื้มจนพูดไม่ออกเหมือนกัน รู้สึกดีใจหน่อยๆ ที่ยอมแต่งชุดนี้ลงมาตามที่ป้าสร้อยแนะนำ

 

            พี่ตะวันก็ดูดีมากค่ะ เธอตอบเสียงเบาใบหน้ายังร้อนผ่าวไม่หาย

 

            แค่ดูดีเท่านั้นเหรอ แสดงว่ายังดูไม่ชัด ไม่เอาเงยหน้าขึ้นดูใหม่ เขาเชยคางเธอขึ้นสบตา ว่ายังไง พี่เป็นยังไงบ้าง

 

            ขี้เหร่ที่สุด

 

            เพียงเดือนยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายซุกซน แล้วรีบเบี่ยงตัวหลบ เมื่อคน ขี้เหร่ทำท่าจะคว้าตัวเธอเข้าไปกอด

 

            เดี๋ยวนี้หนีเก่งนะ แล้วคิดเหรอว่าจะหนีพี่พ้น เขาเดินเข้ามาหา

 

            อย่าค่ะพี่ตะวัน เธอรีบยกมือห้าม เดี๋ยวชุดน้องดาวยับ กว่าจะใส่ได้ตั้งนาน

 

            ไม่เป็นไร ถ้ายับเดี๋ยวพี่ช่วยถอดออก แล้วใส่ให้ใหม่ก็ได้ ตะวันเอ่ยพลางทำตาเจ้าชู้ใส่เธอ หญิงสาวแกล้งชักสีหน้าใส่เขา แล้วต่อว่าด้วยท่าทางแง่งอน

 

            พี่ตะวันบ้าที่สุด ถ้าพูดแบบนั้นอีกคำเดียว น้องดาวจะกลับขึ้นห้อง แล้วก็เชิญพี่ตะวันไปดินเนอร์คนเดียวเถอะ

 

            ไม่พูดแล้วจ้า พี่กลัวแล้ว อีกหน่อยพี่คงต้องย้ายไปอยู่สมาคมคนกลัวเมียแน่ๆ เลย ชายหนุ่มยกมือปิดปาก ทั้งที่บอกว่ากลัว แต่ดวงตากลับพราวระยับ

 

            “ดีแล้วค่ะ คนกลัวเมียได้ดีทุกคนแหละ แล้วเราจะไปกันได้หรือยังคะ

 

            พอพูดจบเธอก็คว้าแขนคนตัวสูงพาเดินออกจากบ้าน แต่ชายหนุ่มไม่ยอม เขาดึงแขนเธอไว้ แล้วพาเดินไปที่หน้ากระจกเงา

 

            มีอะไรคะ น้องดาวหิวแล้วนะคะ เธอถามด้วยความสงสัย

 

            ยังไปไม่ได้ นางฟ้าของพี่ยังขาดของสำคัญไปอย่างหนึ่ง เขาหยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงสดจากกระเป๋าเสื้อมาเปิดให้เธอดู “สวยไหมจ้ะ”

 

            “สวยค่ะ ของใครคะ” เธอเงยหน้าถาม สร้อยเพชรในกล่องสวยมาก ตัวสร้อยทำจากทองคำขาวประดับด้วยเพชรน้ำงามหลายร้อยเม็ดเรียงกันเป็นรูปเถาไม้เลื้อย ยามล้อแสงไฟเป็นประกายระยิบระยับ

 

            สร้อยของคุณย่า แต่ตอนนี้เป็นของน้องดาวแล้ว เหมือนกับเครื่องเพชรชุดอื่นๆ ของทรัพย์เทวัญ เขาตอบพลางหยิบสร้อยเพชรออกจากกล่อง

 

            แล้วเอาออกมาทำไมคะ

 

            ให้น้องดาวสวมไปดินเนอร์กับพี่ไงจ้ะ

 

            ตะวันหมุนตัวเธอเข้าหากระจกเงา แล้วสวมสร้อยเพชรลงบนลำคอของเธอ สร้อยเพชรน้ำงามทอดตัวบนลำคอระหงอย่างงดงาม ชายหนุ่มมองด้วยความพอใจ ก่อนถามเสียงเอ่ยเสียงนุ่มด้วยท่าทางภูมิใจ

 

            สวยมากใช่ไหม รับรองว่าใครเห็นก็ต้องมองจนเหลียวหลัง

 

            ‘แน่ละ ใครไม่มองก็บ้าแล้ว เพชรเม็ดโตขนาดนี้

 

            เพียงเดือนเงยหน้ามองดวงตาคมกริบผ่านกระจกเงา ชายหนุ่มมองตอบด้วยดวงตาแพราวพราว หญิงสาวขยับตัวอย่างอึดอัดรู้สึกขัดเขินจนทำอะไรไม่ถูก

 

            แต่มันคงแพงมากนะคะ ถอดออกดีกว่าค่ะ น้องดาวกลัวทำหาย

 

            เหลวไหลน่า หายก็ช่างมันประไร ถ้าน้องดาวทำหาย พี่จะซื้อให้ใหม่ เอาให้แพงกว่าเส้นนี้ก็ได้ เราไปกันเถอะ น้องดาวหิวแล้วไม่ใช่เหรอจ๊ะ

 

            พอพูดจบเขาก็จูงมือเธอเดินออกจากคฤหาสน์ ตรงไปยังรถเบนซ์คันงามที่จอดรออยู่ด้านหน้า เพียงเดือนยกมือประคองสร้อยเพชรเส้นงาม ด้วยกลัวว่ามันจะตกหล่นหาย แต่เจ้าของสร้อยเพชรกลับไม่สนใจเลย เขากึ่งลากกึ่งจูงเธอเดินไปขึ้นรถ โดยไม่ยอมรับคำทักท้วงใดๆ จากเธอทั้งสิ้น

 

            พี่มาร์กขานะพี่มาร์กขา บทจะเอาแต่ใจขึ้นมาก็ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมเลย ถ้าน้องดาวทำสร้อยหาย คงไม่มีใครว่าหรอก แต่ถ้านางสาวเพียงเดือนทำหาย มีหวังต้องติดคุกหัวโต

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

            ห้องเก็บทะเบียนประวัติอาชญากร ร้อยตำรวจเอกวายุนั่งมองจอคอมพิวเตอร์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขาพรมนิ้วมือไปบนคีย์บอร์ด เพื่อค้นหาข้อมูลด้วยใจจดจ่อ ตั้งแต่แยกกับนายสม เขาก็พาตัวเองมาจมอยู่กับข้อมูลอาชญากรในห้องนี้ เวลาผ่านจากนาทีเป็นชั่วโมงและหลายชั่วโมง แต่เขาก็ไม่ได้ข้อมูลอะไรมากนัก นอกจากประวัติและข้อมูลจากคดีต่างๆ ที่นายศักดิ์ชายเข้าไปเกี่ยวพันด้วย

 

            ผู้กองหนุ่มไล่สายตาไปตามตัวอักษร ที่ปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ นายศักดิ์ชายเจ้าพ่อใหญ่แห่งวงการนักเลง ถูกจับตามองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมายหลายอย่าง มีลูกน้องมือดีในสังกัดมากมาย แต่ไม่มีสักคดีที่สามารถสาวไปถึงตัวของเขาได้ รวมทั้งไม่มีเบาะแสใดที่ชี้ว่าน้องดาวเกี่ยวข้องกับนายศักดิ์ชาย

 

            วายุเป่าลมออกจากปากเฮือกใหญ่ เวลาครึ่งวันหมดไป โดยไม่มีอะไรคืบหน้าเลย นอกจากได้รู้ประวัติของเจ้าพ่อเพิ่มขึ้นอีกคน

 

            “ทำอะไรอยู่ไอ้วา” เสียงคุ้นหูเอ่ยถาม ผู้กองหนุ่มหันไปมอง ก่อนตอบอย่างเสียไม่ได้

 

            “ค้นข้อมูล”

 

            “ข้อมูลอะไรของแก ยังไม่หมดวันลาของแกไม่ใช่เหรอ อย่าบอกนะว่าขยันจัด หรือว่าปีนี้จะเอาสองขั้น คิดจะข้ามหน้าข้ามตาฉันหรือไงพ่อเศรษฐี” ร้อยตำรวจเอกปฐวีเอ่ยอารมณ์ดี เขากับวายุสนิทกันตั้งแต่สมัยเรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ตอนนี้ผู้เป็นเพื่อนลาพักร้อน ไม่รู้ว่ามาทำอะไรที่สำนักงาน แถมยังทำท่าไม่สนใจใยดีเพื่อนรักเช่นเขาอีกด้วย

 

            สองขั้นบ้าบออะไรของแก คนยิ่งกลุ้มๆ อยู่ด้วย อย่ามาพูดจาเหลวไหลน่า

 

            ทราบแล้วจ้า พ่อทายาทเศรษฐี รู้แล้วว่าอย่างนายต่อให้สี่ขั้นก็ไม่อยากได้ เพราะเงินที่มีอยู่ก็เหลือกินเหลือใช้ เงินเดือนตำรวจขี้ประติ๋ว ซื้อร้องเท้าของนายคู่หนึ่งยังไม่ได้เลย ถ้าฉันเป็นนายลาออกไปนั่งกินนอนกินที่บ้านนานแล้ว คนอารมณ์ดียังคงคุยจ้อ โดยไม่ได้สังเกตอารมณ์คนฟังเลย

 

            จบงานนี้ฉันอาจลาออกก็ได้วายุเอ่ยเสียงแผ่ว เขาจะเป็นตำรวจไปทำไม แม้แต่น้องสาวของตัวเองยังปกป้องไม่ได้

 

            เฮ้ยไอ้บ้า ฉันแค่ล้อเล่น แค่นี้ทำเป็นใจน้อยผู้กองหนุ่มร้องเสียงหลง อดตกใจกับท่าทางจริงจังของผู้เป็นเพื่อนไม่ได้

 

            ฉันไม่ได้ใจน้อย ฉันพูดจริงๆ วายุยืนยันเสียงหนัก ทำเอาคนชอบล้อเลียนถึงกับอึ้ง พอเรียกสติกลับมาได้ ก็รีบเปลี่ยนเรื่องพูดทันที

 

            ไอ้บ้า ไม่เอา ไม่พูดแล้ว ไปหาเหล้ากินกันดีกว่า ไอ้พจน์มันเพิ่งโทรมาชวนฉันไปเลี้ยงฉลอง เนื่องในโอกาสที่มันได้ย้ายมาประจำในกรุงเทพ เรารีบไปกันเถอะ เดี๋ยวมันจะรอนาน

 

            แกไปเถอะ ฉันไม่มีอารมณ์ เขาโบกมือไล่ดวงตาจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เขม็ง

 

            หน่อยไอ้ตัวแสบ เดี๋ยวนี้แกกินเหล้าต้องอาศัยอารมณ์ด้วยเหรอ แล้วข้อมูลที่แกหามันสำคัญนักหรือไง ถึงได้นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดแบบนี้ ปฐวีชะโงกมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ของผู้เป็นเพื่อน ก่อนพึมพำเสียงเบา เมื่อเห็นภาพที่เพื่อนรักกำลังจ้องมอง

 

            นายศักดิ์ชาย

 

            “นายรู้จักด้วยเหรอเขาหันขวับไปถามด้วยความสงสัย

 

            ทำไมจะไม่รู้จัก ไอ้นี่แหละตัวแสบ งานถนัดของมันคืออุ้มฆ่าเผาทำลายศพ ลงมือแต่ละครั้งหมดจด ไม่เคยเหลือหลักฐานให้สืบสาวไปถึงตัวสักครั้ง ฉันตามมันมานานแล้ว แต่ก็ทำอะไรมันไม่ได้สักทีผู้เป็นเพื่อนกัดเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความแค้น

 

            วายุตาวาวขึ้นมาทันที ภาพศพไหม้ดำในสวนส้มโอร้างผุดขึ้นในห้วงคิด งานถนัดของนายศักดิ์ชายคือการอุ้มฆ่าเผาทำลายศพ หรือว่าหมอนี่เป็นคนรับงานอุ้มฆ่าน้องดาวจากใครสักคนที่ต้องการกำจัดเธอ มันถึงได้ย่องไปแอบดูเธอที่บ้านของเขา หลังจากที่เพียงเดือนเข้ามาอยู่ในบ้านได้ไม่กี่วัน รูปคดีเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นในสมองของผู้กองหนุ่ม ในขณะที่เพื่อนรักยังคงพร่ำพูดต่อไปด้วยความแค้น โดยไม่ได้สังเกตอาการนิ่งเงียบของผู้ฟังเลยแม้แต่นิดเดียว

 

            นายจำจ่ายิ่งสายของฉันได้ไหม หมอนั่นหายสาบสูญไปก็เพราะมันนี่แหละ ป่านนี้ยังหาไม่เจอแม้แต่กระดูกสักชิ้น ทิ้งลูกเมียเอาไว้เป็นภาระให้ฉันเลี้ยงดูมาจนบัดนี้

 

            วายุยิ้มเจ้าเล่ห์ เขารู้แล้วว่าจะเอาคืนเพื่อนรักยังไง เมื่ออารมณ์ดีขึ้น นิสัยเดิมก็กลับคืนมาทันที ดวงตาสีสนิมเป็นประกายวาววับ ก่อนพูดกลั้วหัวเราะ

 

            อ๋อ เด็กสาวอายุสิบแปดที่แกส่งเรียนมหาลัยน่ะเหรอ ฉันไม่เห็นว่าแกจะเดือดร้อนตรงไหนนี่ หนำซ้ำยังหวงยังกับจงอางหวงไข่ เพื่อนๆ จะขออุปการะแทน แกก็ยังไม่ยอมเลย

 

            ไอ้วา เดี๋ยวพ่อเตะตกเก้าอี้เลย นี่ฉันจริงจังนะ

 

            “ฉันก็จริงจัง นายลองให้โอกาสฉันจีบดูสักทีสิ วายุยิ้มพรายดวงตาสีสนิมไหวระริกอย่างซุกซน

 

            ไอ้ตัวดี เรื่องของแกสะสางให้ได้ก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปยุให้พี่ตะวันหาเมียให้แกซะเลย จะได้หายซ่า เมื่อกี้ยังทำเศร้าเป็นหมาเหงา พอพูดถึงผู้หญิงเข้าหน่อยทำเป็นคึกคัก แกจะไปทำเจ้าชู้ที่ไหนก็เรื่องของแก แต่เด็กคนนี้ ฉันห้ามโว้ย

 

            แกหวงว่างั้นเถอะ เขาสวนกลับอย่างรู้ทัน แล้วรีบกระโดดหลบหมัดของเพื่อนรัก ที่ส่งมาให้ด้วยความปรารถนาดี แต่ประสงค์ร้าย

 

            “ไอ้วา ไอ้เพื่อนเลว ถ้าพูดแบบนี้ แกมาต่อยกับฉันดีกว่า” ผู้เป็นเพื่อนร้องท้าเสียงดัง วายุรีบยกมือห้ามทัพ แล้วเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจัง

 

            เฮ้ย พอแล้ว พูดเล่นแค่นี้ต้องท้าตีท้าต่อยด้วย เรามาพูดเรื่องงานกันดีกว่า

 

            ปฐวีกัดเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโกรธ แต่ก็ยอมลดกำปั้นลง แล้วทรุดตัวลงนั่งอย่างกระแทกกระทั้น เรื่องยั่วโมโหเขาเทียบวายุไม่ติดจริงๆ

 

            งานอะไรของแก รีบพูดมาเลยนะ ก่อนที่แกจะได้กินกำปั้นแทนเหล้า

 

            นายยังอยากจะจับนายศักดิ์ชายไหม เขาถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง ผู้เป็นเพื่อนหยุดชะงัก ก่อนเงยหน้าถามเสียงเข้ม

 

            แกหมายความว่ายังไง

 

            หมายความว่าแกกับฉัน เรามาร่วมมือกัน ลากคอนายศักดิ์ชายมารับโทษตามกฎหมาย ให้สมกับกรรมที่มันก่อไว้

 

            แกมีวิธีเหรอ ปฐวีถามอย่างสนใจ

 

            แน่นอน แกสนใจไหมล่ะ

 

            สนใจสิ” ผู้เป็นเพื่อนตอบเสียงหนัก “ฉันอยากลากคอมันเข้าตะรางมานานแล้ว แกว่ามาเลย ฉันเอาด้วยทุกอย่าง

 

            “ได้”

 

            วายุทรุดตัวลงนั่งข้างผู้เป็นเพื่อน แล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้อีกฝ่ายฟัง ปฐวีรับฟังด้วยสีหน้าสงบ แม้จะตกใจกับข่าวร้ายของเพื่อนรัก แผนการถูกวางขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีสาวน้อยคนหนึ่งเป็นศูนย์กลาง เพียงเดือนเหยื่อล่อคนสำคัญของคดีนี้ ถูกยกมาเอ่ยถึงหลายครั้ง โดยที่เจ้าตัวไม่ได้รู้เรื่องด้วยเลย เนื่องจากกำลังดินเนอร์อย่างเพลิดเพลิน ในคราบของคุณหนูสูงศักดิ์กับชายหนุ่มหล่อกระชากใจ

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

 


***อ่านพันธนาการหัวใจได้ 3 ช่องทาง ดังนี้***

 

1. อ่านฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMjQ3MzAiO30

 

2. อ่านแบบแพคเก็ตจากเว็บเด็กดี

 

3. อ่านนิยายเรื่องอื่นๆ ของมัลลิกา ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&page_no=1&type=author&search=มัลลิกา&is_mag=all&price=all&sort_by=date&from_book_price=&to_book_price=&category_id=&category_name



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

0 ความคิดเห็น