พันธนาการหัวใจ (Re-Up)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 8,897 Views

  • 14 Comments

  • 203 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    333

    Overall
    8,897

ตอนที่ 37 : บทที่ 10 อันตรายที่คืบคลานเข้ามา ตอนที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 437
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    3 ก.พ. 61



บทที่ 10

 

อันตรายที่คืบคลานเข้ามา

ตอนที่ 4

 

            บ้านพักส่วนตัวย่านชานเมืองนนทบุรี ศักดิ์ชายนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เอกสารที่นายตำรวจคนสนิทส่งมาให้วางเรียงอยู่ตรงหน้า เขาอ่านสำนวนคดีพวกนี้หมดแล้วทุกแผ่น แต่ไม่มีแผ่นไหนเลยที่ระบุถึงคดีฆาตกรรมในสวนส้มโอร้าง ถ้าตำรวจมาพบศพอย่างที่ไอ้สองสหายพูดจริง มันน่าจะมีการบันทึกเกี่ยวกับคดีเอาไว้บ้างไม่มากก็น้อย แต่ไม่ใช่ไม่มีเลยแบบนี้

 

            “มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” เขาเอ่ยถามตัวเองเบาๆ ประสบการณ์ในวงการมือปืนบอกเขาว่าเรื่องนี้ไม่ปกติ มันต้องมีใครบ้างคนที่มีบารมีมากพอปิดบังคดีเอาไว้ แต่จะทำทำไมและเพื่ออะไร เขานึกไม่ออกเลยจริงๆ

 

            เจ้าพ่อซุ้มมือปืนเคาะนิ้วกับโต๊ะทำงานอย่างครุ่นคิด ก่อนหันไปมองประตูห้องทำงาน เมื่อมีเสียงเคาะดังขึ้น

 

            เข้ามาเขาเอ่ยอนุญาต ประตูห้องทำงานเปิดออก เบิ้มลูกน้องคนสนิทของเขาเดินเข้ามา โดยมีมิ่งกับยอดคู่หูคู่แสบหอบสังขารเดินตามมาข้างหลัง

 

            พวกมันมาแล้วครับพี่ชายเบิ้มเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แล้วหลบไปยืนข้างหลังผู้เป็นลูกพี่ เขาเป็นชายหนุ่มอายุสามสิบปี ผิวสองสี หน้าตาค่อนข้างดี ส่วนฝีมือไม่ต้องพูดถึง เขาเป็นคนพูดน้อยแต่โหดเหี้ยม ไม่ว่างานเล็กงานใหญ่ ถ้าถึงมือเขาแล้วไม่เคยพลาดสักครั้ง

 

            ศักดิ์ชายมองลูกน้องฝีมือดี แล้วอดเสียดายไม่ได้ ถ้าวันนั้นเขาให้เบิ้มทำงานแทนไอ้ลิงสองตัวนี่ เขาคงไม่ต้องมานั่งปวดหัวอยู่อย่างนี้

 

            เอ็งสองคนเป็นยังไงบ้าง เขาถามอย่างเสียไม่ได้ สภาพของสองคู่หูดูไม่จืดเลย ร่องรอยของหมัดและเท้ากระจายทั่วใบหน้าและเนื้อตัว

 

            ค่อยยังชั่วแล้วจ้ะพี่ ยอดตอบ

 

            ดี แล้วทีหลังจำไว้ อย่าทำนอกเหนือคำสั่งของข้าอีก ถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่นานๆ เขาเตือนเสียงเหี้ยม เล่าเรื่องคืนนั้นให้ข้าฟังสิ เอาละเอียดๆ นะ อย่าให้ขาดแม้แต่คำเดียว

 

            “ครับพี่ชาย” มิ่งกับยอดรับคำ แล้วแย่งกันเล่าเรื่องคืนนั้นด้วยความกลัวตาย โดยมีลูกพี่พยักหน้ารับและซักถามอย่างสนใจตลอดเวลา

 

            พอแล้ว เอ็งสองคนไปพักได้แล้ว แล้วอย่าออกไปไหนเด็ดขาด เก็บตัวอยู่เฉยๆ สักพัก แล้วจำใส่กะโหลกเอาไว้ ถ้าขัดคำสั่งข้าอีกครั้งเดียว เอ็งสองคนได้ตายไม่เหลือซากแน่ เขาออกปากไล่หลังจากซักถามจนพอใจแล้ว

 

            “ครับพี่ชาย” มิ่งกับยอดรับคำอย่างพร้อมเพรียงกัน แล้วรีบล่าถอยออกจากห้องทำงานอย่างรวดเร็ว เท่าที่ร่างกายสะบักสะบอมของตนจะทำได้

 

            เอ็งว่ายังไงวะเบิ้ม ศักดิ์ชายหันไปปรึกษาลูกน้องคนสนิท ชายหนุ่มนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบ

 

            ผมว่ามันแปลก ถ้าเจ้าสองนั่นยืนยันว่าเหยื่อตายแล้วจริงๆ หล่อนก็ไม่น่าจะกลับไปอยู่ที่บ้านได้อย่างที่ลูกค้าแจ้งมา

 

            ใช่ แปลกมาก ข้าเห็นว่าเหยื่อถูกเผากับตา ถึงจะเผาไม่หมด ก็ไม่น่าจะลุกขึ้นมาเดินเหินได้ เมื่อเช้าข้าก็เลยไปดักดู เห็นหล่อนออกมาใส่บาตร แถมยังจำข้าไม่ได้ด้วย

 

            เป็นไปได้ไหมครับว่าเหยื่อกับผู้หญิงคนนั้นเป็นคนละคนกัน เบิ้มถาม ซึ่งก็ตรงกับที่เขาไว้พอดี

 

            ข้าก็คิดเหมือนเอ็ง แต่คิดไม่ออกว่าทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย เอาผู้หญิงอีกคนไปแทนที่ผู้หญิงที่ตายไปแล้ว เอ็งไปสืบเรื่องของคนในบ้านนั้นมาให้ข้าที เอาให้ละเอียดเลยนะ โดยเฉพาะคนนี้ เขาวางรูปถ่ายใบหนึ่งลงตรงหน้าลูกน้องหนุ่ม นางสาวรัศมีดารา ทรัพย์เทวัญ เหยื่อสาวที่ฟื้นจากความตาย

 

            ได้ครับ เบิ้มรับคำ แล้วเดินออกไปตามประสาคนพูดน้อย ก่อนหันกลับมาอีกครั้ง เมื่อผู้เป็นลูกพี่ร้องเรียก

 

            เดี๋ยวเบิ้ม

 

            “ครับพี่ชาย” ชายหนุ่มถาม

 

            “คนนี้ด้วยสืบมาให้ละเอียดเลยนะเขาวางรูปถ่ายอีกใบบนโต๊ะทำงาน เบิ้มหยิบขึ้นมาดู ก่อนเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย

 

            ลูกค้าเหรอครับ

 

            ใช่ ไปได้แล้ว

 

            “ครับ” ชายหนุ่มรับคำแล้วเดินออกจากห้องทำงาน ก่อนก้มลงมองภาพถ่ายในมืออีกครั้ง เมื่อเดินพ้นสายตาของผู้เป็นลูกพี่ ความสำคัญของลูกค้ารายนี้เป็นที่รับรู้กันดี แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นลูกค้าคนสำคัญ ใบหน้าที่เห็นมันมากกว่าคำว่าสวย แต่มันดึงดูดใจให้ร้อนผ่าวอย่างประหลาด มิน่าลูกพี่ใหญ่ถึงหลงจนโงหัวไม่ขึ้น เขาเก็บรูปถ่ายใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วปรับสีหน้าให้เป็นปกติทั้ง ที่เลือดลมในกายฉีดพล่านไปทั่ว

 

            ศักดิ์ชายจัดเอกสารบนโต๊ะให้เป็นระเบียบ ก่อนหยิบโทรศัพท์มือถือมากดโทรออก เขานิ่งรอด้วยความอดทน เสียงโทรศัพท์ดังไปเรื่อยๆ โดยไม่มีทีท่าว่าอีกฝ่ายจะกดรับสาย

 

            ไม่ยอมรับโทรศัพท์ฉันใช่ไหมแม่ตัวดี เขากดเบอร์เดิมซ้ำอีกครั้ง หลังจากรออยู่พักหนึ่ง ปลายสายก็ยอมรับสายจนได้

 

            ฮัลโล ยอดรัก รับช้าจังเลยนะ ทำอะไรอยู่เหรอจ๊ะ เขาถามเสียงหวาน

 

            แกโทรมาทำไม ฉันบอกแกแล้วไม่ใช่เหรอว่าเราจบกันแล้วปลายสายไม่หวานด้วย

 

            แหม มันจบง่ายขนาดนั้นเลยเหรอจ๊ะเมียจ้า เขาแกล้งแหย่อย่างอารมณ์ดี ก่อนถูกด่ากลับมาอย่างเดือดดาล

 

            อย่ามาเรียกเมียกับฉันนะ ไอ้บ้า

 

            ศักดิ์ชายหัวเราะเสียงดัง ต่อให้ถูกด่าเขาก็ยังมีความสุข ที่ได้ยินเสียงที่แสนคิดถึง

 

            ผมอยากพบคุณ มาหาผมหน่อยสิ คืนนี้ที่เดิมนะ

 

            ไม่ แกฟังไม่รู้เรื่องหรือไงว่าเราจบกันแล้ว ปลายสายปฏิเสธอย่างเกรี้ยวกราด เขาหัวเราะเสียงเย็น ก่อนเอ่ยเสียงเหี้ยม

 

            “ถ้าคืนนี้คุณไม่มาพบผมคุณจบแน่ ผมจะเอาคลิปที่ผมแอบถ่ายไว้ ตอนเราสนุกด้วยกันไปโพสต์ลงอินเตอร์เน็ต รับรองว่าคุณดังเป็นพลุแตกแน่

 

            ไอ้สารเลว แกทำกับฉันอย่างนี้ได้ยังไงปลายสายแผดเสียงอย่างเดือดดาล เขารีบยกโทรศัพท์ออกห่างจากใบหู เพื่อลดเสียงแสบแก้วหูให้เบาลง

 

            ผมก็ไม่อยากทำอย่างนี้หรอก ถ้าคุณทำดีกับผมบ้าง คืนนี้มาหาผม ผมจะลบคลิปทิ้ง แล้วจะบอกความคืบหน้าเรื่องเหยื่อที่คุณให้ผมจัดการด้วย แต่ถ้าคุณไม่มาหรือทำให้ผมโกรธ คุณก็เตรียมดูคลิปตัวเองในอินเตอร์เน็ตได้เลย

 

            พอพูดจบศักดิ์ชายก็กดวางสายทันที รอยยิ้มสมใจผุดบนริมฝีปากหนา เขารู้ว่ายังไงเจ้าหล่อนก็ต้องมา แค่นึกว่าคืนนี้จะได้ลิ้มรสหอมหวาน ร่างกายของเขาก็ตื่นตัวจนเจ็บร้าวไปหมดแล้ว แต่เขาจะอดทน เขาจะเก็บเรี่ยวแรงทั้งหมดไว้ เพื่อปรนเปรอแม่นางฟ้าแสนหวานของเขาคนเดียว

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

            รถสปอร์ตสีแดงจอดนิ่งอยู่ใต้ต้นหูกวางใบหนา วายุนั่งมองใบไม้สีน้ำตาลแก่ทิ้งขั้วปลิดปลิวลงสู่พื้นดินอย่างเหม่อลอย ก่อนเสียงเคาะกระจกเบาๆ จะดึงเขากลับมาจากห้วงคิดของตัวเอง ชายหนุ่มกดปลดล็อกแล้วเปิดประตูรับชายร่างสูงผอม พอชายคนนั้นเข้ามานั่งในรถเรียบร้อย เขาก็ยิงคำถามใส่อีกฝ่ายทันทีด้วยความร้อนใจ

 

            ว่าไงนายสม นายมีเรื่องอะไร

 

            ใจร้อนไม่เปลี่ยนเลยนะผู้กอง มาเหนื่อยๆ ขอผมพักก่อนสิสมเอ่ยอย่างยียวนตามความเคยชิน

 

            ได้ ถ้านายไม่พูดออกมาภายในสามวินาที ฉันรับรองว่าจะทำให้นายได้พักตลอดกาล ผู้กองหนุ่มยิ้มเหี้ยมเกรียม

 

            อย่าครับ ผมกลัวแล้ว ชายหนุ่มยกมือห้ามพลางหัวเราะชอบใจ เมื่อคืนนี้ผมไปรับเวรเฝ้าบ้านผู้กองต่อจากลูกน้อง ซึ่งตอนแรกก็ไม่มีอะไร เหตุการณ์ดำเนินไปตามปกติ จนกระทั่งตอนเช้ามืด ผมเห็นรถแวนคันหนึ่งมาจอดข้างกำแพงบ้านผู้กอง เหมือนเฝ้ารออะไรบ้างอย่าง พอน้องสาวของผู้กองออกมาใส่บาตร รถคันนั้นก็แล่นเข้าไปหา ทำทีเป็นถามทาง แล้วก็แล่นจากไป

 

            สมเล่าด้วยท่าทางสบายๆ แต่คนฟังร้อนใจราวกับไฟลน วายุขมวดคิ้วครุ่นคิด ก่อนถามย้ำอีกครั้ง

 

            รถคันนั้นเฝ้าดูบ้านฉันเหรอ

 

            ผมคิดว่าใช่ และมันค่อนข้างน่าแปลกทีเดียว

 

            แปลกตรงไหน เขาถามด้วยความสงสัย

 

            แปลกตรงที่คนขับรถคันนั้น คือนายศักดิ์ชาย เจ้าของซุ้มมือปืนชื่อดัง ผมคิดว่าผู้กองก็น่าจะรู้จักเขานะ

 

            นายศักดิ์ชายเหรอวายุพึมพำเสียงเบาพลางลำดับเหตุการณ์ในใจ นายศักดิ์ชายเป็นคนกว้างขวางในวงการนักเลงปัจจุบัน แม้จะรู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นเจ้าของซุ้มมือปืนชื่อดัง และกิจการผิดกฎหมายหลายอย่าง แต่มือของกฎหมายไม่สามารถสืบสาวไปถึงเขาได้ เนื่องจากมีผู้มีอิทธิพลระดับนักการเมืองใหญ่และคนมีสีในวงราชการหนุนหลัง การลงมือแต่ละครั้งหมดจด ไม่เคยเหลือหลักฐานไว้ให้มัดตัวได้เลย

 

            ใช่ครับ นายศักดิ์ชายจริงๆ ผมจำไม่ผิดแน่ คนในวงการต่างรู้กันทั้งนั้นว่าเขาโหดเหี้ยม เวลาลงมือไม่ไว้หน้าใคร

 

            แล้วเจ้าพ่อซุ้มมือปืนมาเฝ้าดูบ้านฉันทำไม

 

            มันเป็นหน้าที่ของผู้กองต้องสืบหาเอาเอง ผมต้องกลับแล้ว มีงานรออยู่อีกเยอะสมยักไหล่เบาๆ แล้วเอ่ยขอตัว

 

            ขอบใจมากนะ เฝ้าต่อไป มีอะไรน่าสงสัยก็รายงานเข้ามาอีก งานนี้ฉันจ่ายไม่อั้น เขายัดธนบัตรปึกหนึ่งใส่มือผอมๆ ของอีกฝ่าย

 

            ไม่ต้องห่วงครับผู้กอง ถ้าเงินดีขนาดนี้ผมสู้ขาดใจ ลาล่ะครับ สมเปิดประตูลงจากรถ แล้วปิดประตูตามหลัง

 

            วายุขับรถออกไปด้วยสีหน้าครุ่นคิด เบาะแสบางอย่างเริ่มเปิดเผยออกมาแล้ว นายศักดิ์ชายไปปรากฏตัวที่บ้านของเขา หลังจากที่เพียงเดือนเข้าไปสวมบทน้องดาวได้ไม่กี่วัน มันต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่าเจ้าพ่อซุ้มมือปืนเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

            รถเบนซ์สีดำแล่นมาตามถนนร่มรื่น ก่อนเลี้ยวไปจอดในลานวัดแห่งหนึ่ง พอรถจอดสนิทตะวันก็เปิดประตูลงจากรถ แล้วเดินอ้อมไปเปิดประตูให้คู่หมั้นสาว เพียงเดือนก้าวลงยืนพลางมองไปรอบๆ วัดแห่งนี้สวยมาก แม้มีขนาดไม่ใหญ่ แต่ร่มรื่นไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด เธอเดินไปหยุดยืนใต้ต้นสาละ ก่อนแหงนคอมองดอกสีชมพูขนาดใหญ่ รูปร่างแปลกตาเหนือศีรษะด้วยความชื่นชม ก่อนหันไปยิ้มกับตะวัน ที่หิ้วปิ่นโตและถังสังฆทานเดินตามมายืนข้างๆ

 

            ดอกอะไรคะ

 

            “ดอกสาละจ้ะ”

 

            สวยจังเลยคะ เขายื่นมือไปไล้เกสรสีเหลืองแกมชมพูเบาๆ

 

            สวย แต่สู้น้องดาวไม่ได้หรอก น้องดาวสวยกว่าดอกไม้ทุกดอกในโลกรวมกัน ตะวันเอ่ยชมเสียงนุ่ม ในขณะที่คนฟังหน้าแดงด้วยความเขิน

 

            พอเลยคะที่นี่วัดนะคะ ไม่ต้องมาทำปากหวาน เรื่องเมื่อวานน้องดาวยังไม่ได้คิดบัญชีเลยนะคะ

 

            เรื่องอะไร พี่ไม่เห็นจะรู้เรื่อง เขาแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ

 

            ไม่รู้เรื่องก็ไม่เป็นไร น้องดาวจะยกผลประโยชน์ให้ก่อน เพราะเห็นว่ากำลังจะทำบุญไม่อยากให้เรื่องเหลวไหลมาทำให้จิตใจไม่ผ่องใสเธอออกเดินพลางชวนเขาคุย พี่ตะวันรู้จักวัดนี้ได้ยังไงคะ ร่มรื่นดีจัง ท่านพระครูเคร่งครัดหรือเปล่าคะ

 

            พี่มาวัดนี้ตั้งแต่เด็กๆ แล้ว เพราะคุณย่านับถือหลวงตามาก คุณย่าเป็นอุบาสิกาที่เคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นอุโบสถ ศาลาการเปรียญ เมรุ กำแพง จนกระทั่งห้องน้ำ ล้วนสร้างด้วยเงินบริจาคของทรัพย์เทวัญทั้งนั้น

 

            เพียงเดือนพยักหน้าเข้าใจ ครอบครัวพี่มาร์กขารวยขนาด มีกระทั่งวัดประจำตระกูล

 

            น้องดาวเห็นศาลาสวยๆ นั้นไหม เขาชี้มือไปที่ศาลาทรงไทย ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังวัด

 

            เห็นค่ะ สวยจังเลย อะไรเหรอคะ เธอถามเสียงใส ในขณะที่ตะวันลอบถอนใจเบาๆ อาการของน้องดาวไม่ดีขึ้นเลย เพราะเธอจำไม่ได้ แม้กระทั่งศาลาบรรจุอัฐิของคุณย่า

 

            ศาลาบรรจุอัฐิของตระกูลเรา ในนั้นมีอัฐิของคุณย่า คุณปู่ พ่อกับแม่ของพี่ และอีกหน่อยก็คงมีของ...”

 

            ไม่เอานะคะ ห้ามพูดแบบนี้น้องดาวไม่ชอบ

 

            เพียงเดือนยื่นมือไปปิดปากตะวัน ก่อนที่ชายหนุ่มจะพูดจบ เธอไม่ชอบพูดเรื่องตาย เพราะมันทำให้จิตใจหดหู่และเศร้าหมอง

 

            ไม่พูดก็ไม่พูด เราไปหาท่านพระครูกันเถอะ

 

            ตะวันพาเธอเดินไปที่กุฏิหลังเล็ก ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้สูงใหญ่ ทั้งที่เป็นกุฏิของเจ้าอาวาส แต่มีขนาดเล็กและไม่ได้ตบแต่งหรูหรา เหมือนกุฏิเจ้าอาวาสทั่วไปที่เธอเคยเห็น

 

            หลวงตาเป็นพระที่เคร่งมากไหมคะ

 

            ท่านเป็นพระที่แปลกมากจ้ะ จะว่าเคร่งก็เคร่งนะ จะว่าใจดีก็ใจดี ท่านอายุเจ็ดสิบกว่าแล้ว แต่สุขภาพยังแข็งแรง ความทรงจำยังดีเลิศ พี่เชื่อว่าน้องดาวจะต้องชอบท่าน ชื่อของน้องดาว ท่านก็เป็นคนตั้งให้นะจ๊ะ

 

            เพียงเดือนพยักหน้าเข้าใจ แล้วเดินตามเขาขึ้นไปบนกุฏิ ก่อนทรุดตัวลงนั่งพับเพียบ เบื้องหน้าพระภิกษุชรารูปหนึ่ง ซึ่งนั่งหลับตาอยู่บนอาสนะเล็กๆ เธอมองไปรอบๆ ด้วยความสนใจ ภายในกุฏิดูเรียบง่ายไม่ต่างจากด้านนอก พื้นกุฏิเป็นไม้กวาดถูสะอาดสะอ้าน ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกใดๆ เลย แม้แต่พัดลมสักตัว

 

            กราบหลวงตาสิจ้ะน้องดาว ชายหนุ่มบอกเสียงนุ่ม เธอหันไปมองพระภิกษุชรา แล้วก้มกราบอย่างนอบน้อม ก่อนเงยหน้าขึ้นมองอย่างเลื่อมใส หลวงตาเป็นพระภิกษุที่ดูมีเมตตาบารมีสูง ท่านค่อนข้างผอม ผิวขาวมีกระเล็กๆ กระจายบนผิวหนังเหี่ยวย่น แต่ก็ดูแข็งแรงกว่าอายุจริงมากนัก ท่านลืมตาขึ้นช้าๆ ก่อนยิ้มให้พวกเขาด้วยความเมตตา

 

            ไปยังไงมายังไงโยมตะวัน ท่านเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงแจ่มใส แม้วัยจะร่วงเลยถึงเจ็ดสิบกว่าปีแล้ว ด้วยไม่ดื่มเหล้าและสูบบุหรี่มาตลอดชีวิต

 

            ผมพาน้องสาวมากราบหลวงตาครับ เมื่อคืนเธอฝันไม่ดีจึงอยากมาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรครับ

 

            ได้สิ โยมต้องทำบุญมากๆ รู้ไหม ทำเผื่อดวงวิญญาณอีกครึ่งของโยม ที่เขาไม่มีโอกาสจะได้ทำแล้ว ท่านพระครูเอ่ยเสียงเรียบ

 

            เพียงเดือนสบตาใสเหมือนแก้วของภิกษุชรา ก่อนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น ความรู้สึกลึกๆ บอกว่าหลวงตาดูออกว่าเธอไม่ใช่น้องดาว

 

            โยมตะวัน จะถวายสังฆทานควรมีดอกไม้ธูปเทียนด้วยนะ ธูปกับเทียนเอาที่นี่ได้ แต่ดอกไม้โยมไปเก็บจากรอบๆ วัดก็ได้ ไม่ต้องออกไปซื้อหรอก มันเสียเวลาและสิ้นเปลืองเปล่าๆ เอามาสักสามสีนะ ท่านหันไปพูดกับตะวัน ชายหนุ่มก้มลงกราบ แล้วเดินลงจากกุฏิ โดยไม่ลืมหันไปสบตากลมโตของคู่หมั้นสาว แล้วยิ้มให้กำลังใจเธอ

 

            โยมดาวมาหาโยมหรือ ท่านพระครูถามขึ้น เมื่อตะวันเดินลับตาไปแล้ว เพียงเดือนยิ้มแหย ก่อนถามเสียงเบาหวิว

 

            หลวงตารู้หรือเจ้าคะ หลวงตาดูออกหรือเจ้าคะ ว่าหนูไม่ใช่น้องดาว

 

            อาตมาดูไม่ออกหรอก” ท่านยิ้มพลางส่ายหน้า “โยมสองคนเหมือนกันมาก เหมือนกันราวกับคนคนเดียว แต่ที่อาตมารู้ว่าโยมไม่ใช่โยมดาว เพราะดวงชะตาของโยมดาวหมดบุญไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน

 

            หลวงตารู้ เธอถามเสียงดัง ก่อนลดลงเป็นกระซิบ “แล้วทำไมไม่ช่วยเธอคะ”

 

            ถึงอยากช่วย อาตมาก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะโยมดาวทำบุญมาแค่นี้ เวลาของโยมดาวหมดแล้ว เธอต้องไปสู่ภพภูมิที่สูงกว่านี้

 

            แล้วเธอมาหาหนูทำไมคะเธอเข้าประเด็น

 

            ความผูกพันแต่ชาติปางก่อน ทำให้โยมดาวติดต่อกับโยมได้ เมื่อชาติที่แล้วโยมกับโยมดาวเป็นพี่น้องฝาแฝด เป็นดวงวิญญาณที่ถูกแบ่งออกจากกันด้วยกรรม ชาตินี้จึงแยกกันมาเกิด และมีโอกาสพบกัน เมื่ออีกฝ่ายละกายหยาบไปแล้ว ถ้าโยมดาวมาหาอีก โยมก็ลองพูดคุยกับเธอดู ไม่ต้องกลัวไปหรอก

 

            ท่านเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบาราบเรียบ แต่คนฟังกลับใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เธอกับน้องดาวเคยเป็นฝาแฝดกันหรือนี่ มิน่าเธอถึงได้รู้สึกผูกพันกับหญิงสาวอย่างบอกไม่ถูก ทว่าคำแนะนำที่ให้ลองพูดคุยกันดู มันไม่น่าพิสมัยเอาเสียเลย

 

            แล้วหนูจะช่วยให้น้องดาวพ้นทุกข์ได้ยังไงคะหลวงตา หนูอยากช่วยเธอ หญิงสาวถามเสียงเศร้า

 

            ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้โยมดาวมากๆ จิตใจของโยมดาวจะได้สงบ ผลบุญก็จะส่งมาถึงโยมด้วยเหมือนกัน

 

            หลวงตาอย่าบอกพี่มาร์กขา เอ่อ พี่ตะวันนะคะว่าหนูไม่ใช่น้องดาว

 

            โยมวางใจได้ อาตมารู้ว่าโยมหวังดีกับโยมตะวัน อีกอย่างเรื่องของทางโลก ไม่ใช่กิจของสงฆ์ อาตมาไม่ยุ่งเกี่ยวด้วยหรอกท่านเอ่ยอย่างเมตตา

 

            เพียงเดือนก้มลงกราบท่านพระครู รู้สึกนับถือท่านเต็มหัวใจ ท่านเป็นพระที่แปลกจริงๆ อย่างที่พี่มาร์กขาบอก เสียงเดินขึ้นบันไดเบาๆ ดังขึ้นเบื้องหลัง หญิงสาวหันไปมอง พอเห็นตะวันเดินขึ้นมาบนกุฏิพร้อมกับดอกไม้สามสีช่อเล็กๆ ในมือก็อดขำไม่ได้ ที่แท้การให้พี่มาร์กขาออกไปเก็บดอกไม้ ก็เพื่อที่ท่านจะได้ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของทางโลกนี่เอง

 

            โยมตะวันมาแล้วรึ มาเริ่มพิธีกันเลยดีกว่า เดี๋ยวจะเพลเสียก่อน

 

            ตะวันทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เพียงเดือน ทั้งสองช่วยกันหยิบข้าวของประเคนให้ท่านพระครู แล้วพิธีถวายสังฆทานก็เริ่มขึ้นภายในกุฏิเล็กๆ แต่สงบร่มเย็น หญิงสาวหลับตาลง ตั้งจิตภาวนาให้ผลบุญที่ทำส่งไปถึงน้องดาวหญิงสาวที่น่าสงสาร วิญญาณอีกครึ่งของเธอที่ไม่สามารถพบเห็น และอยู่ร่วมกันได้ในชาติภพนี้

 

 



***อ่านพันธนาการหัวใจได้ 3 ช่องทาง ดังนี้***

 

1. อ่านฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMjQ3MzAiO30

 

2. อ่านแบบแพคเก็ตจากเว็บเด็กดี

 

3. อ่านนิยายเรื่องอื่นๆ ของมัลลิกา ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&page_no=1&type=author&search=มัลลิกา&is_mag=all&price=all&sort_by=date&from_book_price=&to_book_price=&category_id=&category_name



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

0 ความคิดเห็น