พันธนาการหัวใจ (Re-Up)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 8,862 Views

  • 14 Comments

  • 198 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    298

    Overall
    8,862

ตอนที่ 27 : บทที่ 7 รักซ้อนซ่อนรัก ตอนที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 431
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    29 ม.ค. 61



บทที่ 7

 รักซ้อนซ่อนรัก

ตอนที่ 4

 

            เพียงเดือนอ้าปากหาวยาวเหยียด เมื่อไม่มีเพื่อนคุยความง่วงก็เข้ามาเล่นงานเธอ โดยไม่ต้องเอ่ยปากเชิญ ซึ่งคงเป็นผลมาจากข้าวเที่ยงแสนอร่อย ที่พี่ชายหน้าหวานพาไปเลี้ยง หญิงสาวเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ไล่สายตามองไปเรื่อยๆ เริ่มจากโต๊ะทำงานตัวมหึมาของพี่มาร์กขา ภาพถ่ายครอบครัวทรัพย์เทวัญ รูปวาดราคาแพงที่ดูไม่รู้เรื่อง ก่อนหยุดสายตาที่ฝาผนังที่เธอพยายามจะเปิด ก่อนที่พี่ชายหน้าหวานจะมาชวนไปกินข้าว

 

            เมื่อเห็นผนังก็อดคันที่หัวใจไม่ได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอลืมมันไปแล้วด้วยซ้ำ หญิงสาวลุกขึ้นนั่งตัวตรงกัดฟันขาวกับริมฝีปาก ก่อนปล่อยรอยยิ้มซุกซนออกมา เธอลุกเดินไปที่ผนังเจ้าปัญหา แล้วลงมือลูบคลำมันอีกครั้ง มือเรียวลูบคลำไปทั่วผนัง เพื่อหากลไกเปิดปิด แต่จนแล้วจนรอดเธอก็หาไม่เจอ ทั้งที่เห็นอยู่ว่ามันต้องมีอะไรซ่อนอยู่ข้างในแน่นอน

 

            หญิงสาวทำเสียงจิ๊กจั๊กในลำคอด้วยความขัดใจ ยกมือข้างหนึ่งเท้าผนังตัวปัญหา ส่วนมืออีกข้างเคาะหน้าผากเบาๆ อย่างใช้ความคิด ก่อนร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ เมื่อผนังที่เท้าอยู่เลื่อนเปิดออกอย่างไม่ทันตั้งตัว ส่งผลให้ร่างบางที่ยืนเอียงๆ ไถลลงไปกองกับพื้น ไม่เหลือสภาพกุลสตรี เธอลุกขึ้นนั่งหัวเราะเบาๆ อดขำตัวเองไม่ได้ อุตส่าห์ทั้งดึงทั้งดันตั้งนาน แต่ก็เปิดไม่ออก เพราะลืมนึกไปว่าในโลกนี้ มีประตูแบบบานเลื่อนอยู่ด้วย

 

            ขอฉันดูหน่อยนะพี่มาร์กขา ฉันอยากรู้ว่าคุณเอาอะไรมาซ่อนไว้ตรงนี้ เธอพูดกับตัวเองเบาๆ ก่อนยื่นหน้าเข้าไปดูข้างใน รู้สึกตื่นเต้นหน่อยๆ ที่ได้แอบดูความลับของพ่อหนุ่มตาคม

 

            โธ่เอ๋ย แค่ห้องนอนธรรมดา เธอเอ่ยด้วยความผิดหวัง เมื่อเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังประตูกล ร่างบางลุกขึ้นยืน แล้วเดินสำรวจไปรอบๆ ห้อง แม้จะเป็นแค่ห้องนอนธรรมดา แต่ยังคงดูหรูหราในแบบของทรัพย์เทวัญ ด้วยขนาดกว้างกว่าห้องเช่าของเธอสองเท่า ตรงกลางห้องตั้งเตียงขนาดใหญ่ เครื่องนอนสีขาวสะอาดตา มีชุดรับแขกเล็กๆ ตั้งอยู่ใกล้กับผนังกรุกระจก ซึ่งขึงผ้าม่านสีครีมหนาหนักทับไว้ เธอเดินไปนั่งบนเตียง แล้วลูบฝ่ามือไปบนผ้าปูเรียบรื่น

 

            เกิดเป็นเศรษฐีนี่ดีจัง ในห้องทำงานมีห้องนอนซ่อนอยู่ด้วย ง่วงเมื่อไรก็เข้ามานอน เธอล้มตัวลงนอน ดวงตามองเพดานอย่างเหม่อลอย ดวงหน้าคมคายของพ่อคนขี้หึงลอยวนเวียนตรงหน้า กลิ่นหอมเฉพาะตัวของพี่มาร์กขาโชยมาอ่อนๆ ชวนให้ลุ่มหลงดีแท้

 

            เพียงเดือนอ้าปากหาว แค่ล้มตัวลงนอนได้ไม่ถึงห้านาที ความง่วงอันแสนคุ้นเคยก็ตามมาเล่นงานเธอแล้ว หญิงสาวไล้ฝ่ามือกับผ้าปูนุ่มรื่นเบาๆ ก่อนดวงตากลมโตจะหรี่ปรือลงเรื่อยๆ แล้วดำดิ่งลงสู่ห้วงนิทราอันแสนสุข

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

            “ทุ่งดอกไม้เหรอ”

 

            เพียงเดือนหมุนมองไปรอบตัวพลางถามตัวเองด้วยความสงสัย เธอมาอยู่ที่ทุ่งดอกไม้ได้ยังไง หญิงสาวหมุนมองรอบตัวอีกครั้ง สภาพแวดล้อมดูไม่คุ้นตาเอาเสียเลย เพราะมันสวยเกินไป เธอจำไม่ได้ว่าเคยมาเที่ยวสถานที่สวยๆ แบบนี้มาก่อน

 

            มีใครอยู่แถวนี้บ้าง เธอตะโกนสุดเสียง แล้วรอฟังอย่างตั้งใจ ทว่าไม่มีเสียงใดตอบกลับมาเลย นอกจากเสียงนกร้องเบาๆ เสียงสายลมหยอกล้อกับทุ่งดอกไม้กว้างสุดสายตา

 

            สงสัยเราจะฝัน เมื่อกี้เรานอนอยู่ในห้องทำงานของพี่มาร์กขาเลย แล้วจู่ๆ จะมาโผล่ที่ทุ่งดอกไม้ได้ยังไง

 

            เพียงเดือนส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ คงเพราะข้าวเที่ยงแสนอร่อย ที่กินเข้าไปแน่ๆ ทำให้เธอฝันเป็นเรื่องเป็นราว เข้าข่ายกินมากฝันมากนั่นเอง หญิงสาวนั่งลงบนพื้นหญ้าอ่อนนุ่ม สูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนยิ้มอย่างเป็นสุข เมื่อรู้ว่าเป็นความฝัน ก็ไม่จำเป็นต้องตื่นเต้นอะไร เพราะเดี๋ยวเธอก็ตื่นขึ้นมาแล้ว ตอนนี้ขอเสพสุขกับสวรรค์ที่อยู่ตรงหน้าให้เต็มอิ่มสักหน่อยเถอะนะ เพราะตั้งแต่มาอยู่กรุงเทพ เธอไม่เคยได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติที่สวยงามขนาดนี้เลย

 

            เมื่อเห็นทุ่งดอกไม้กว้างใหญ่ก็อดคิดถึงบ้านที่สุพรรณบุรีไม่ได้ แม้บ้านของเธอไม่มีทุ่งดอกไม้แสนสวยแบบนี้ แต่ก็มีนาข้าวเขียวชอุ่มในหน้าปักดำ และมีทุ่งข้าวสีทองอร่ามในหน้าเก็บเกี่ยว นับว่าเป็นความงามตามธรรมชาติ ที่สวยไปอีกแบบเหมือนกัน กลิ่นดอกไม้หอมกรุ่นโชยมาเข้าจมูก เธอหลับตาลงปล่อยให้สายลมเย็นลูบไล้ผิวหน้า รู้สึกเป็นสุขอย่างประหลาด ก่อนลืมตาขึ้นมองไปรอบๆ พยายามเสพความสุขทางสายตาไว้ให้มากที่สุด

 

            ใครกัน... เธอเป็นใครเสียงหวานแผ่วเบา ราวเสียงกระซิบของสายลม ถามอย่างนุ่มนวล

 

            เพียงเดือนหันขวับไปมองด้วยความประหลาดใจ ใครกัน ใครที่บังอาจมายุ่มย่ามในความฝันของเธอ หญิงสาวกำลังจะย้อนว่าเธอต่างหากเป็นใคร เข้ามาทำอะไรในความฝันของคนอื่น ทว่าคำพูดที่เตรียมไว้ ไม่สามารถหลุดพ้นลำคอออกมาได้ เมื่อเห็นเจ้าของเสียงหวานเต็มตา

 

            น้องดาว เธอเอ่ยตะกุกตะกัก ดวงตาดำขลับเบิกโตอย่างตระหนก เกือบจะสติแตกอยู่รอมร่อ

 

            รู้จักฉันด้วยเหรอ แต่ฉันไม่รู้จักเธอนี่ แล้วทำไมเราสองคนหน้าเหมือนกันจัง น้องดาวถามพลางเอียงคอยิ้มน้อยๆ อย่างน่ารักน่าเอ็นดู

 

            แต่เท่านี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับเธอ เพียงเดือนหน้าซีดเผือด ความกลัวพุ่งขึ้นศีรษะ เธออ้าปากกว้าง ก่อนร้องออกมาสุดเสียง

 

            กรี๊ด!”

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

            ตะวันก้าวยาวๆ มาตามโถงทางเดิน เขาถอนใจอย่างเบื่อหน่าย ในที่สุดการประชุมบอร์ดผู้บริหารก็จบลงเสียที คนพวกนี้ไม่เคยเป็นปัญหาสำหรับเขา ตราบใดที่เขาสามารถสร้างผลกำไรให้ได้เป็นกอบเป็นกำ แต่อย่างว่าจะเอาอะไรกับวงการธุรกิจ ที่ทุกคนเล็งเห็นแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง

 

            พี่ตะวันครับเสียงเรียกอันแสนคุ้นเคยดังขึ้นเบื้องหลัง ชายหนุ่มหยุดเดินหันกลับไปมอง

 

            มีอะไรหรือเมฆินทร์

 

            วันนี้ผมไม่กลับบ้านนะครับ ไม่ต้องรอทานข้าว ผมจะไปค้างที่คอนโด

 

            พักนี้ไปค้างบ่อยนะ ตะวันถามเสียงเรียบ แต่ดวงตาคมจ้องเขม็ง ผู้เป็นน้องก้มหน้าหลบตา ก่อนปฏิเสธเสียงเบาอย่างมีพิรุธ

 

            ไม่มีอะไรนี่ครับ

 

            พี่ไม่ว่าหรอก ถ้านายจะคบหากับใคร แต่ควรจำไว้ว่าคนฐานะอย่างเรา ต้องระวังตัวตลอดเวลา ยิ่งมีเงินมากเท่าไร ความจริงใจก็หายากขึ้นเท่านั้นเขาบีบไหล่น้องชายเบาๆ ผู้เป็นน้องเงยหน้าสบตาเขา ก่อนส่ายหน้าปฏิเสธ

 

            ไม่หรอกครับ เอมมี่ไม่ใช่คนแบบนั้น

 

            นายจะแน่ใจได้ยังไงเมฆินทร์ ถ้านายไม่ใช่นายเมฆินทร์ ทรัพย์เทวัญ พี่อยากรู้ว่าแม่นางแบบนั่น จะเหลียวแลนายหรือเปล่า

 

            พี่ตะวันอคติ แล้วแม่ดารายอดนิยมที่พี่คบอยู่ล่ะ หล่อนสนใจแต่เงินของพี่ด้วยหรือเปล่าเมฆินทร์ย้อนถามอย่างเหลืออด

 

            ถ้าพี่บอกว่าใช่ นายจะเชื่อไหม เขาไม่ตอบ แต่ย้อนถามผู้เป็นน้องแทน เมฆินทร์มองตาพี่ชาย ก่อนส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อ

 

            แต่ผมเห็น...”

 

            ฟังพี่นะเมฆินทร์ ผู้หญิงพวกนี้ไม่สนใจเราหรอก สิ่งที่พวกหล่อนสนใจคือเงินในกระเป๋าของเรา ถ้าพี่เป็นแค่นายตะวันลูกตาสีตาสา โฉมระวีไม่มีวันหันมามองพี่หรอก จำไว้เมฆินทร์ ตักตวงให้หนำใจ ตอบแทนอย่างเท่าเทียม อย่าให้ความหวัง และอย่ายึดติด

 

            ครับ พี่ตะวัน ผมจะจำไว้ผู้เป็นน้องพยักหน้ารับ

 

            ตะวันยิ้มด้วยความพอใจ น้องชายคนรองพูดง่ายกว่าร้องชายคนเล็กเยอะ ถ้าเป็นนายวายุตัวแสบคงเถียงเขาไม่เลิกแน่นอน

 

            ไปเถอะ ปล่อยให้สุภาพสตรีรอนานไม่ดีนะ

 

            “ครับพี่” เมฆินทร์ยิ้มให้พี่ชาย แล้วเดินออกไป

 

            ตะวันมองตามด้วยความเป็นห่วง เมฆินทร์เป็นคนใจอ่อน เขาต้องคอยดูเอาไว้ให้ดี เพราะเขาทนเห็นน้องชายถูกหลอกไม่ได้ แม้น้องชายจะยืนยันว่าผู้หญิงที่คบอยู่เป็นคนดี แต่เขาไม่อยากจะเชื่อ เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมา สอนให้รู้ว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง แม้ว่าผู้หญิงที่เข้ามาข้องแวะกับเขา ล้วนพอใจในรูปร่างหน้าตาของเขา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสุดยอดปรารถนาของพวกหล่อน คือเงินของทรัพย์เทวัญ ไม่ใช่ตัวตนของนายตะวันคนนี้

 

            ชายหนุ่มออกเดินอีกครั้ง ความจริงเขาไม่ได้สนใจสักเท่าไรหรอกว่าผู้หญิงคนไหนจะคิดยังไงกับเขา เพราะเขามีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่กลางใจแล้ว น้องดาว หญิงสาวตัวเล็กๆ ที่ยึดพื้นที่ในหัวใจเขาไปจนหมด ตั้งแต่เมื่อไรก็จำไม่ได้ แต่พอรู้ตัวก็รักเธอจนหมดหัวใจ

 

            เมื่อคิดถึงหญิงคนรักขามันก็ก้าวเร็วขึ้นโดยอัตโนมัติ เพียงอึดใจเดียวเขาก็มายืนอยู่หน้าห้องทำงานของตัวเอง เขาผลักประตูเดินเข้าไปโดยไม่เคาะ แล้วกวาดตามองหาแม่ยอดดวงใจ ทว่าหัวใจของเขาต้องกระตุกวูบ เมื่อไม่พบหญิงสาวอยู่ในห้อง เขาเกือบโวยวายออกมาแล้ว ถ้าไม่บังเอิญเหลือบไปเห็นประตูห้องนอนส่วนตัวเปิดอยู่เสียก่อน เขารีบเดินไปทันที ก่อนถอนใจอย่างโล่งอก เมื่อเห็นหญิงสาวนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงใหญ่

 

            น้องดาวนะน้องดาว ให้มาช่วยทำงาน เผลอนิดเดียวแอบมานอนซะแล้ว

 

            ตะวันนั่งลงบนเตียงพลางยิ้มอย่างเอ็นดู เขาปัดเส้นนุ่มสลวยออกจากใบหน้านวล แล้วไล้ปลายนิ้วไปบนแก้มเนียนใส ก่อนวกขึ้นไปที่เปลือกตา แล้วไต่ลงมาตามสันจมูกน้อยๆ ก่อนหยุดอยู่ที่ริมฝีปากอิ่ม

 

            น่าจูบ

 

            ความคิดชั่ววูบผุดขึ้นในสมอง ชายหนุ่มยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ แล้วก้มหน้าลงไปหา แต่ยังไม่ทันถึงก็ต้องผงะถอยด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ หญิงสาวก็กรีดร้องเสียงดัง แล้วลุกขึ้นนั่งด้วยความตื่นกลัว

 

            กรี๊ด!”

 

            “น้องดาว ไม่ต้องกลัวนะ พี่อยู่ที่นี่แล้ว” เขารวบร่างบางเข้ามากอด เหมือนเสียงของเขาจะสื่อไปถึงเธอ หญิงสาวสงบลง ก่อนผวาเข้ากอดเขาแน่น

 

            “พี่ตะวัน”

 

            ตะวันลูบแผ่นหลังบอบบางอย่างปลอบโยน การนอนหลับฝันร้าย แล้วตื่นขึ้นมาร้องไห้เป็นเรื่องปกติของน้องดาว เขาเคยปลอบโยนร่างเล็กๆ ที่สั่นเทาด้วยความกลัวของเธอมานับครั้งไม่ถ้วน แต่มันไม่เหมือนกับครั้งนี้ ร่างนุ่มนิ่มที่กอดแนบอกช่างอบอุ่น หอมกรุ่น และชวนให้ใจร้อนผ่าว

 

            หัวใจที่เต้นกระหนำในอกของคนตัวเล็กค่อยๆ กลับเข้าสู่จังหวะเดิม ก่อนกลับมาเต้นแรงอีกครั้ง พร้อมกับสองแก้มเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความเอียงอาย ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ แล้วใบหน้ากับซอกคอหอมกรุ่น เรียกเสียงประท้วงจากคนในอ้อมกอด และฝ่ามือบางที่ทุบลงบนหัวไหล่แข็งแรง

 

            ปล่อยน้า... พี่ตะวันคนบ้า เธอดิ้นดุกดิกพร้อมส่งเสียงประท้วง

 

            ว่าพี่บ้าได้เหรอ เป็นเด็กเป็นเล็ก ต้องโดนทำโทษเขาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี แล้วก้มหน้าลงหาแก้มนวล หญิงสาวเบี่ยงตัวหลบ แล้วส่งสายตาขุ่นเขียวให้เขา

 

            ปล่อยสิ ไม่งั้นน้องดาวโกรธจริงๆ นะ

 

            น้องดาวไม่กลัวแล้วเหรอ เขาถามเสียงนุ่ม

 

            เพียงเดือนมองไปรอบห้อง ก่อนถอนใจเบาๆ เมื่อรู้ว่าเรื่องน่ากลัวเมื่อครู่เป็นแค่ความฝัน

 

            ไม่เป็นไรแล้วค่ะ น้องดาวแค่ฝันร้าย

 

            น้องดาวชอบฝันร้ายมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว อยากหายขาดไหมจ๊ะ พี่มีวิธีแก้นะเขาปล่อยร่างบางออกจากอ้อมอก แล้วก้มลงมองใบหน้านวลที่แหงนมองเขาอยู่ก่อนแล้ว

 

            ทำยังไงคะ เธอฟังแล้วอดสงสัยไม่ได้ พี่มาร์กขานี่นะ มีวิธีรักษาโรคฝันร้าย

 

            ให้พี่ไปนอนด้วย พี่กอดน้องดาวไว้ทั้งคืน รับรองไม่ฝันร้ายอีกแน่ๆ เขาพยักหน้าหนักๆ ด้วยความมั่นใจ

 

            เพียงเดือนหัวเราะคิกออกมา อดขำมุขจีบสาวแสนเชยของเขาไม่ได้ ขืนให้พี่มาร์กขานอนกอดทั้งคืน รับรองว่ามีเรื่องน่ากลัวกว่าการฝันเห็นผีเกิดขึ้นแน่

 

            ไม่ดีกว่าค่ะ กี่โมงแล้วคะ น้องดาวนี่แย่จริงๆ เลย เผลอหลับในเวลาทำงานได้ แต่ความผิดครั้งนี้ต้องเป็นของพี่ตะวันครึ่งหนึ่ง

 

            “พี่เกี่ยวอะไรด้วยเหรอ” เขาชี้นิ้วมาที่ตัวเองพลางเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย หญิงสาวพยักหน้าหนักๆ เลียนแบบเขา ก่อนอธิบายให้ฟัง

 

            ก็ใครใช้ให้สร้างห้องนอนไว้ใกล้ห้องทำงานล่ะคะ น้องดาวเข้ามาเจอก็เลยง่วงแล้วเผลอหลับไป

 

            ตกลงจ้ะ มันเป็นความของพี่ผิดเอง แล้วน้องดาวหาห้องนอนเจอได้ยังไง หรือว่าน้องดาวจำได้แล้ว เขาถามอย่างมีความหวัง เธอไม่อยากดับความฝันของเขา แต่ก็ไม่อยากโกหกเหมือนกัน

 

            เปล่าค่ะ น้องดาวพบโดยบังเอิญ แล้วพี่ตะวันสร้างห้องนอนแอบไว้ในห้องทำงานทำไมคะ

 

            ทำไว้ให้ยายตัวยุ่งนอนน่ะสิ เมื่อก่อนน้องดาวชอบตามพี่มาทำงาน แต่นั่งได้แป๊บเดียวก็หลับ พี่สงสารเห็นนั่งหลับบนเก้าอี้ เลยทำห้องนอนเอาไว้ให้ ไม่คิดว่าโตแล้วยังได้ใช้อีก

 

            จริงเหรอคะ ไม่ใช่ทำไว้แอบพาสาวๆ มาจู๋จี๋ในเวลางานเหรอคะ พอพูดแล้วก็กระโดดลงจากเตียง วิ่งไปยืนกลางห้อง เมื่ออ้อมแขนแข็งแรงของคนมือไว ตวัดมาคว้าตัวเธอ

 

            “แน่จริงอย่าหนีสิ”

 

            ตะวันรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก น้องดาวหึงเขา ทั้งที่ตลอดเวลาไม่เคยเลยสักครั้ง

 

            ไม่มีผู้หญิงคนไหนได้เข้ามาเหยียบห้องนี้หรอกนะ นอกจากน้องดาวกับแม่บ้านที่เข้ามาทำความสะอาด พี่ไม่ยอมให้ใครเข้ามา เพราะมันเป็นห้องที่ทำไว้ให้น้องดาว เหมือนหัวใจของพี่ ที่มีไว้เพื่อน้องดาวคนเดียวเท่านั้น

 

            เพียงเดือนอดร้อนผ่าวที่ขอบตาไม่ได้ ทุกอย่างเพื่อน้องดาวหมดเลย ผู้ชายคนหนึ่งรักผู้หญิงคนหนึ่งได้มากขนาดนี้เชียวหรือ แล้วถ้าวันหนึ่งเขารู้ว่าผู้หญิงที่เขารัก ไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว เขาจะเป็นยังไง

 

 



***อ่านพันธนาการหัวใจได้ 3 ช่องทาง ดังนี้***

 

1. อ่านฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMjQ3MzAiO30

 

2. อ่านแบบแพคเก็ตจากเว็บเด็กดี

 

3. อ่านนิยายเรื่องอื่นๆ ของมัลลิกา ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&page_no=1&type=author&search=มัลลิกา&is_mag=all&price=all&sort_by=date&from_book_price=&to_book_price=&category_id=&category_name



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

0 ความคิดเห็น