พันธนาการหัวใจ (Re-Up)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 8,863 Views

  • 14 Comments

  • 198 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    299

    Overall
    8,863

ตอนที่ 24 : บทที่ 7 รักซ้อนซ่อนรัก ตอนที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 458
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    26 ม.ค. 61



บทที่ 7


รักซ้อนซ่อนรัก

ตอนที่ 1

 

            เพียงเดือนอ้าปากหาวยาวเหยียด ก่อนโยนแฟ้มรายงานในมือไปกองบนโต๊ะทำงาน แล้วคว้าผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กจากกระเป๋าถือ มาซับน้ำตาที่เอ่อคลอเนื่องจากการหาวติดๆ กันหลายครั้ง ตั้งแต่มาถึงพี่มาร์กขาก็พาเธอมาทิ้งไว้ที่ห้องทำงานของเขา ส่วนพ่อเจ้าประคุณออกไปประชุมบอร์ดผู้บริหาร โดยก่อนไปยังสั่งให้เลขานุการส่วนตัวเอาแฟ้มรายงานของบริษัทมาให้เธอศึกษาไปพลางๆ จะได้ไม่เบื่อ

 

            พี่มาร์กขา นะพี่มาร์กขา ไม่รู้ใจกันบ้างเลย

 

            เพียงเดือนบ่นกระปอดกระแปดในใจ เธอเกลียดตัวเลขที่สุดดันให้เธอมานั่งอ่านรายงานผลกำไรของบริษัท เธอดูเป็นเสียเมื่อไรล่ะ มองไปก็เห็นแต่ตัวเลขเรียงกันเป็นพรืด แต่อย่างว่าล่ะพี่มาร์กขาจะมารู้ใจเธอได้ยังไง เขาไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่ามีนางสาวเพียงเดือนคนนี้อยู่ในโลก พอคิดถึงพ่อเทพบุตรสุดหล่อน้ำตาที่เพิ่งเช็ดไปเมื่อครู่ก็ทำท่าจะเอ่อขึ้นมาอีก หญิงสาวลุกขึ้นยืนปาดน้ำตาทิ้ง เธอจะไม่ยอมเสียน้ำตาให้กับคนที่ไม่รู้ว่าเธอมีตัวตนอยู่ในโลกอีกแล้ว

 

            ไหนๆ ก็อุตส่าห์ได้มาอยู่บนวิมานชั้นฟ้าแล้ว ลองลูบๆ คลำๆ ของแพงเล่นเป็นวาสนามือดีกว่า เธอเอ่ยกับตัวเอง แล้วลุกขึ้นเดินสำรวจของแต่งห้อง

 

            ห้องทำงานของพี่มาร์กขากว้างมาก เพราะกินเนื้อที่เกือบหนึ่งในสี่ของชั้นที่ยี่สิบสอง ผนังด้านหนึ่งกรุกระจกสีชาตลอดแนว แล้วคลุมทับด้วยผ้าม่านสีน้ำตาลอ่อน ซึ่งตอนนี้รูดเปิดออกเพื่อให้มองเห็นทัศนียภาพของเมืองกรุง ส่วนผนังอีกสามด้านติดวอลเปเปอร์สีไข่ไก่ลายเถาไม้เลื้อยรับกับผ้าม่านสีน้ำตาลอ่อนและกระจกสีชา เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่เป็นไม้หรือไม่ก็เป็นลายไม้สีน้ำตาล ดูหรูหราและมีรสนิยม

 

            เพียงเดือนมองไปรอบตัวตัดสินใจว่าจะดูอะไรก่อนดี แต่แล้วสายตาพลันเหลือบไปเห็นรูปถ่ายขนาดใหญ่ ในกรอบสีทองสวยอร่ามตา ซึ่งติดอยู่บนผนังด้านหนึ่งอย่างโดดเด่น เธอจ้องมองอย่างสนใจพลางก้าวเท้าเข้าไปหา รูปถ่ายใบนั้นเป็นภาพหมู่ของครอบครัวทรัพย์เทวัญ ตรงกลางภาพผู้หญิงคนหนึ่งนั่งหลังตรงสง่าอยู่บนเก้าอี้ประดับมุก รายล้อมไปด้วยกลุ่มชายหนุ่มและหญิงสาว

 

            ผู้หญิงคนนี้คงเป็นคุณหญิงเพ็ญแขคุณย่าของพี่มาร์กขา ด้านขวามือของหล่อนมีชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ ดวงตาสีสนิมของเขาฉายแววรื่นเริง ซึ่งผู้ชายคนนี้จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากวายุจอมซน ส่วนด้านซ้ายมือชายหนุ่มหน้าหวาน เมฆินทร์ยืนยิ้มกริ่มน่ารักจนเธอเผลอยิ้มตาม แต่ที่ตรึงตาตรึงใจที่สุดก็หนีไม่พ้นพี่มาร์กขา เขายืนสูงเด่นอยู่เบื้องหลังคุณย่า ใบหน้าคมคายไม่มีรอยยิ้ม แต่แค่นี้ก็หล่อเหลือรับประทานแล้ว

 

            ส่วนด้านหน้าหญิงสาวคนหนึ่งนั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่บนพื้น เธอแย้มยิ้มสดใส ผมหยิกสลวยถูกปล่อยสยายเต็มบ่า ดูอ่อนหวานและน่าทะนุถนอมเป็นที่สุด

 

            น้องดาว

 

            เพียงเดือนยื่นมือไปไล้ดวงหน้าที่เหมือนเธอราวกับพิมพ์เดียว ภาพนี้คงถ่ายไว้หลายปีแล้ว เพราะพวกเขาดูอายุน้อยกว่าในปัจจุบันค่อนข้างมาก น้องดาวอยู่ในช่วงวัยรุ่น วายุอยู่ในช่วงวัยรุ่นตอนปลาย เมฆินทร์เริ่มเป็นหนุ่มแล้ว ในขณะที่พี่มาร์กขาเป็นหนุ่มเต็มตัว เมื่อเห็นภาพน้องดาวก็อดถอนใจไม่ได้ หญิงสาวที่เพียบพร้อมอย่างหล่อน ไม่น่าต้องมาเคราะห์ร้ายอย่างนี้เลย

 

            หญิงสาวเดินหนีจากภาพนั้นไปยังภาพเขียนถัดไป เมื่อน้ำตารื่นขึ้นมากลบดวงตา เธอเช็ดน้ำตาพยายามเพ่งมองภาพเขียนสีน้ำมันเบื้องหน้า แม้ว่าจะดูไม่ออกว่ามันเป็นรูปอะไร เพื่อข่มความเศร้าที่บีบหัวใจเธอจนเจ็บแปลบไปหมด

 

            ภาพเขียนตรงหน้าเขียนด้วยสีน้ำมันเป็นรูปยึกยือโทนสีตัดกันรุนแรง แม้เธอจะจบจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้านศิลปะ แต่ความสามารถในการมองความงามจากภาพเขียนแนวเหนือจริงของเธอกลับไม่ได้เรื่องเลย

 

            แม้ตอนเรียนอาจารย์จะพร่ำสอนให้ดูที่ความกลมกลืนของภาพ อย่าพยายามไปดูให้รู้เรื่อง เธอก็ยังงงอยู่ดี แต่ช่างเถอะสวยไม่สวยไม่สำคัญ แค่แพงก็น่าจะพอแล้ว ถ้าภาพนี้มีวาสนาได้มาประดับห้องทำงานของพี่มาร์กขา มันต้องแพงลิบลิ่วแน่ เพราะพวกทรัพย์เทวัญไม่เคยใช้ของถูก

 

            เธอเดินไปยังผนังด้านต่อไป โดยลูบฝ่ามือไปตามฝาผนัง ด้วยความหลงใหลในความนุ่มลื่นของวอลเปเปอร์ราคาแพง แต่แล้วต้องหยุดชะงัก เมื่อมือไปสัมผัสถูกรอยต่อของอะไรสักอย่างบนผนัง ที่ตอนแรกดูราบเรียบไร้ริ้วรอย คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย

 

            เธอจ้องมองรอยต่อที่แทบจะมองไม่เห็นนั้นเขม็ง ก่อนออกแรงงัดด้วยต้องการจะเปิดดูข้างใน แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันยังคงปิดสนิทเหมือนทาด้วยกาวตาช้าง เธอลองทุบเบาๆ ตรงรอยต่อที่เหมือนประตูสามสี่ที แล้วเงี่ยหูฟัง เสียงสะท้อนที่แว่วมาบอกได้คำเดียวว่าผนังตรงนั้นกลวง ดังนั้นมันต้องมีอะไรซ่อนอยู่แน่ๆ รอยยิ้มซุกซนผุดขึ้นบนริมฝีปากอิ่ม

 

            พี่มาร์กขาเอาอะไรมาซ่อนไว้ตรงนี้นะ

 

            เพียงเดือนออกแรงแงะอีกครั้ง แต่ผลที่ได้ก็เหมือนเดิม เมื่อแงะไม่ออก เธอจึงลองเปลี่ยนมาผลักดู แต่ผลที่ออกมาก็ไม่ต่างกันอีก หญิงสาวยกมือเกาหัวแกรกๆ รู้สึกหงุดหงิดเป็นกำลัง แต่คนอย่างเธอไม่ยอมจนมุมง่ายๆ หรอก เมื่อคิดได้อย่างนั้นสาวน้อยผู้ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ ก็เริ่มสำรวจไปรอบๆ ผนังเพื่อหากลไกอะไรสักอย่าง ที่อาจใช้เปิดประตูเหมือนที่เคยดูในหนัง แต่จนแล้วจนรอดก็หาไม่เจอสักที

 

            หญิงสาวทำเสียงจิ๊กจั๊กด้วยความหงุดหงิด เธอแนบใบหูกับผนังพลางเคาะเบาๆ และคงจะเคาะต่อไป ถ้าไม่มีเสียงทุ้มหวานเสียงหนึ่งดังขัดขึ้นเสียก่อน

 

            น้องดาว

 

            เพียงเดือนหันขวับไปมอง รีบยิ้มกลบเกลื่อน แล้วเดินไปหาชายหนุ่มหน้าหวาน

 

            พี่เมฆินทร์

 

            ทำอะไรอยู่หึ ยายจอมซน เขาถามพลางเชยคางเธอขึ้นสบตา

 

            หญิงสาวหลุบตามองต่ำ แก้มนวลฉีดสีกุหลาบแดงเรื่อ การประสานสายตากับพี่ชายรองหน้าหวานแห่งบ้านปานวิมาน ทำเอาเธอใจแกว่งเหมือนกัน

 

            เปล่าค่ะ มันว่างๆ ก็เลยเดินดูนั่นดูนี่ไปเรื่อย” เธอเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะของตัวเอง แล้วลงมือจัดแฟ้มบนโต๊ะเพื่อบรรเทาอาการร้อนผ่าวบนผิวหน้า

 

            ไปทานข้าวเที่ยงกันเถอะเขาเดินตามมา

 

            ข้าวเที่ยงเหรอคะ เธอตาวาวขึ้นทันที

 

            จ้ะ ข้าวเที่ยง ร้านอร่อยที่น้องดาวชอบทาน

 

            ตก...” เธอเกือบตกปากรับคำไปแล้ว แต่พอนึกถึงพ่อหนุ่มขี้หึง ก็ต้องเอ่ยอย่างเสียดาย แล้วพี่ตะวันล่ะคะ ถ้ากลับมาไม่เจอ ต้อง...

 

            “บ่นเป็นหมีกินผึ้ง หัวเสียเป็นตาแก่ เมฆินทร์พูดสวนขึ้น ก่อนหัวเราะขำ

 

            เพียงเดือนหัวเราะตาม ชายหนุ่มพูดเหมือนที่เธอคิดไม่มีผิด สมแล้วที่เป็นพี่น้องกันมานาน ถึงได้รู้นิสัยของพี่มาร์กขาดี

 

            “นั่นแหละค่ะที่น้องดาวกลัว”

 

            น้องดาวไม่ต้องกังวลหรอก พี่ตะวันติดประชุมกับพวกบอร์ดบริหาร เขาคงทานข้าวเที่ยงในห้องประชุมกันเลย น้องดาวไปทานข้าวกับพี่ดีกว่านะ”

 

            คำว่า นะที่ลงท้ายประโยค ช่างหวานและเว้าวอนเสียเหลือเกิน แล้วแบบนี้คนฟังจะไม่ใจอ่อนได้ยังไง แต่พอคิดถึงสายตาคมกริบของชายหนุ่มอีกคน ก็อดเสียวสันหลังไม่ได้ พ่อเจ้าประคุณยิ่งขี้หึงอยู่ด้วย

 

            น่านะ ไม่เห็นต้องคิดมากเลย เมื่อก่อนน้องดาวก็ไปทานข้าวกับพี่บ่อยๆ พี่ตะวันไม่เคยว่าสักครั้ง”

 

            เหรอคะ น้องดาวจำไม่ได้เลย เธอยิ้มแหย

 

            น้องดาวจำพี่ไม่ได้ จำเรื่องของเราไม่ได้เลย ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเศร้า ใบหน้าหวานหมองลง

 

            เพียงเดือนมองแล้วใจแป้ว อดสงสารชายหนุ่มตรงหน้าไม่ได้ แม้จะเพิ่งรู้จักกันไม่นาน แต่เธอก็ไม่อยากเห็นเขาเศร้า ไปกินข้าวข้างนอกแค่นี้คงไม่เป็นอะไรหรอก

 

            ตกลงค่ะ ไปกันหรือยังคะ น้องดาวหิวจนแสบท้องแล้วเธอยิ้มยิงฟันให้เขา แล้วคว้ามือชายหนุ่มฉุดให้ออกเดิน

 

            เมฆินทร์มองมือเรียวที่คว้าจับมือเขาอย่างสนิทสนมด้วยความประหลาดใจ รอยยิ้มสดใสขยับจากมุมปากแล้วลามไปที่ดวงตา

 

            จ้ะ งั้นเรารีบไปกันเถอะ เขาพาเธอเดินออกจากห้องทำงาน

 

            เพียงเดือนลอบถอนใจเบาๆ เพิ่งเข้าใจความอึดอัดของน้องดาว การมีพี่ชายสามคนที่นิสัยแตกต่างกัน ให้ต้องคอยดูแลไม่ใช่เรื่องน่าสนุกเลย

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

            อัจฉราวดีนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของตน ดวงตาในแว่นสายตาขนาดใหญ่จ้องมองจอคอมพิวเตอร์ด้วยความตั้งอกตั้งใจ แม้อายุล่วงเลยมาถึงห้าสิบปีแล้ว แต่เธอยังคงได้รับความไว้วางใจให้เป็นเลขาส่วนตัวของท่านประธานบริษัท และแน่นอนว่าตำแหน่งที่เธอยึดครองมาถึงสามสิบปีนี้ ได้มาด้วยความสามารถล้วนๆ ไม่ได้ใช้หน้าตาเข้าช่วยเหมือนเลขานุการสาวๆ บางคน

 

            วันนี้มีประชุมบอร์ดบริหาร แต่ท่านประธานไม่ได้ให้เธอเข้าร่วมประชุมด้วย เนื่องจากมีสิ่งที่สำคัญกว่าให้เธอนั่งเฝ้าอยู่ในห้องทำงาน แต่ตอนนี้สิ่งสำคัญชิ้นนั้น ไม่ได้อยู่ในห้องแล้ว เพราะคุณรัศมีดาราออกไปทานข้าวกลางวันกับพี่ชายอีกคนหนึ่ง พอคิดเรื่องนี้แล้วก็อดเสียวสันหลังไม่ได้ หากท่านประธานกลับมาไม่เห็นคู่หมั้นคนสวย ท่านจะหาว่าเธอบกพร่องต่อหน้าที่หรือเปล่าก็ไม่รู้

 

            คุณอัจขา ทองซื้อข้าวกล่องมาให้แล้วนะคะ จะให้วางตรงไหนดีคะ แม่บ้านของบริษัทถามเสียงใส เลขานุการสาวใหญ่ละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หันไปมองแม่บ้านสาวหน้าเป็น ก่อนก้มลงมองนาฬิกาข้อมือของตน ตอนนี้เกือบบ่ายโมงแล้ว แต่การประชุมบอร์ดบริหารยังไม่เลิก

 

            เอาไว้บนโต๊ะข้างหลังนั่นแหละทองทา” เธอชี้มือไปที่โต๊ะด้านหลัง “ขอบใจมากนะ แล้วหาจานกับช้อนให้ฉันสองชุดด้วย เดี๋ยวท่านออกมาจากห้องประชุม จะได้จัดใส่จานให้เลย

 

            หนูว่าในบริษัทนี้ ไม่มีใครขยันเกินคุณอัจอีกแล้วล่ะ ขนาดเที่ยงแล้วยังไม่ยอมพักทองทาชวนคุยเสียงเจื้อยแจ้ว ส่วนมือก็ทำงานไปด้วย

 

            จะพักได้ยังไง เราเป็นลูกจ้างเขา นายยังไม่พัก จะให้ฉันไปนั่งกินข้าวสบายใจ ฉันทำไม่ได้หรอก

 

            สงสัยหนูต้องยกตำแหน่งรักเจ้านายที่สุดในโลกให้คุณอัจอีกตำแหน่งหนึ่งแล้วแม่บ้านสาวอารมณ์ดีเดินมาหา แล้ววางจานกับช้อนลงบนโต๊ะทำงาน

 

            น้อยๆ หน่อย แม่ทองทา พูดมากจริงๆ เลย เสร็จแล้วจะไปไหนก็ไปเถอะอัจฉราวดีโบกมือไล่ แต่ไม่วายยิ้มน้อยๆ ที่มุมปาก

 

            อย่าพึ่งไล่กันสิคะ มีหนูคุยด้วยก็เหมือนมีลูกแมวมาคลอเคลีย จะได้ไม่เหงาไงคะแม่บ้านสาวยิ้มประจบ แล้วนวดเฟ้นหัวไหล่ให้อย่างรู้ใจ

 

            ไม่ต้องพูดมากเลย ฉันอยู่ของฉันคนเดียวได้ จะไปไหนก็ไป นางปัดมืออีกฝ่ายออกจากบ่าด้วยท่าทางรำคาญ แต่ไม่โกรธเคือง

 

            ไล่จัง หนูไปก็ได้ แต่ขอถามอีกหน่อยหนึ่งนะคุณอัจคนสวย

 

            ไม่ต้องมายอเลย อยากรู้อะไรก็ถามมา แล้วก็รีบไปได้แล้ว เดี๋ยวท่านเลิกประชุม เธอต้องเข้าไปเคลียร์ห้องไม่ใช่เหรอ แม้ปากจะบอกว่าไม่ใช่คนบ้ายอ แต่พอโดนชมซึ้งหน้า นางก็อดยิ้มแก้มปริไม่ได้

 

            หนูอยากรู้ว่าตอนเด็กๆ คุณท่านน่ารักมากไหมแม่บ้านสาวถามตะกุกตะกัก อดหน้าแดงไม่ได้ เมื่อนึกถึงท่านประธานรูปหล่อ

 

            น่ารักหรือไม่น่ารักก็ไม่เกี่ยวกับเธอ รีบไปเลยนะ แม่คนนี้นี่นางขึงตาใส่อย่างไม่พอใจ รอยยิ้มเมื่อครู่หุบลงทันที เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายละลาบละล้วงเรื่องของเจ้านายหนุ่ม

 

            หนูแค่อยากรู้เฉยๆ เอง ไม่เห็นต้องโกรธเลย

 

            แล้วเธอจะอยากรู้ไปทำไมยะนางถามอย่างอดไม่ได้

 

            “หนูก็อยากเป็นซินเดอเรลล่าเหมือนกันนี่

 

            ซินเดอเรลล่า อัจฉราวดีทวนคำเสียงเบา มุมปากกระตุกด้วยความโมโห แต่อีกฝ่ายยังไม่รู้ตัว แม่บ้านสาวพูดต่อด้วยดวงตาเคลิ้มฝัน

 

            “ก็ใช่สิคะ คุณท่านออกจะหล้อหล่อ ถ้าได้กอดสักทีถึงตายก็ไม่เสียดาย ทองทายิ้มหวาน ก่อนร้องอย่างตกใจ เมื่อกล่องทิซชูลอยเฉียดศีรษะเธอไปอย่างหวุดหวิด

 

            นางบ้านี่ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง รีบไปเลยนะ นางต่อว่าด้วยความเดือดดาล ในขณะที่แม่บ้านสาวต้นเรื่องวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว แต่ไม่วายร้องตอบโต้อย่างหยอกเย้า ไปแล้วจ้า ล้อเล่นแค่นี้ต้องขว้างกันด้วย คุณอัจใจร้าย

 

            อัจฉราวดีทรุดตัวลงนั่งยกมือกุมหัวใจที่เต้นแรง ใครๆ ก็หาว่าเธอหวงเจ้านายมากเกินไป แต่จะไม่ให้เธอห่วงได้ยังไง คุณตะวันเป็นเหมือนลูกเหมือนหลานที่เธอไม่เคยมี ด้วยรูปร่างหน้าตาและทรัพย์สมบัติของทรัพย์เทวัญ ทำให้มีผู้หญิงมากหน้าหลายตามาพัวพันกับเขาไม่ได้ขาด

 

            งานเลขานุการของเธอจึงเพิ่มหน้าที่กันชนผู้หญิงหน้าไม่อาย เข้าไปด้วยอีกหนึ่งภารกิจ ซึ่งหน้าที่นี้เธอไม่ได้เป็นคนตั้งขึ้นมาเอง แต่เป็นคุณหญิงเพ็ญแขที่เรียกเธอเข้าไปสั่งเสีย ก่อนท่านจะสิ้นไม่ถึงอาทิตย์ อัจฉราวดีจึงยึดถือคำสั่งนั้นมาโดยตลอด และไม่เคยบอกให้ใครล่วงรู้ แม้แต่ตัวชายหนุ่มเอง

 

            เสียงฝีเท้าเร่งร้อนกระทบกับพื้นหินอ่อนดังแว่วมาตามทางเดิน เลขานุการสาวใหญ่ลดมือลงจากหน้าอก แล้วลุกเดินออกไปรับหน้าท่านประธานหนุ่ม

 

            คุณตะวันคะ อัจฉราวดีร้องเรียก แต่ชายหนุ่มไม่ได้ยิน เขาเดินผ่านเธอไปพลางยกนาฬิกาข้อมือเรือนงามขึ้นดูเวลาไปด้วย เลขานุการใหญ่อึดอัดกับท่าทางเร่งรีบของเจ้านายหนุ่ม แต่ก็จำต้องวิ่งตามไปทั้งที่ใจไม่อยากเท่าไร

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

 


***อ่านพันธนาการหัวใจได้ 3 ช่องทาง ดังนี้***

 

1. อ่านฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMjQ3MzAiO30

 

2. อ่านแบบแพคเก็ตจากเว็บเด็กดี

 

3. อ่านนิยายเรื่องอื่นๆ ของมัลลิกา ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&page_no=1&type=author&search=มัลลิกา&is_mag=all&price=all&sort_by=date&from_book_price=&to_book_price=&category_id=&category_name


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

0 ความคิดเห็น