พันธนาการหัวใจ (Re-Up)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 8,897 Views

  • 14 Comments

  • 203 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    333

    Overall
    8,897

ตอนที่ 23 : บทที่ 6 เทพบุตรซาตาน ตอนที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 449
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    26 ม.ค. 61



บทที่ 6

 

เทพบุตรซาตาน

ตอนที่ 4

 

            รถเบนซ์สีดำแล่นมาจอดหน้าอาคารระฟ้ากลางเมือง ก่อนสารถีสุดหล่อจะดับเครื่อง แล้วโน้มตัวเข้าหาคู่หมั้นสาว หล่อนแหงนคอตั้งบ่ามองอาคารเบื้องหน้าอย่างสนอกสนใจ ดวงตาดำขลับเบิกโต ริมฝีปากสีชมพูห่อน้อยๆ อย่างน่าเอ็นดู ก่อนปล่อยเสียงอุทานออกมา

 

            สูงจังเลย ออฟฟิศของพี่ตะวันอยู่ที่นี่เหรอคะ เธอหันมาถามแล้วหันไปมองอีกครั้ง

 

            จ้ะ ห้องทำงานของพี่อยู่ชั้นที่ยี่สิบสอง สำนักงานของเราเริ่มตั้งแต่ชั้นที่สิบหกถึงชั้นที่ยี่สิบสอง ส่วนชั้นที่เหลือพี่ให้เขาเช่า เขาอธิบายสั้นๆ

 

            เพียงเดือนพยักหน้าเข้าใจ ตระกูลทรัพย์เทวัญมีทรัพย์สินเข้าขั้นมหาเศรษฐี คนที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินทั้งหมดนั้นนั่งอยู่ข้างๆ เธอนี่เอง ชายหนุ่มประกอบไปด้วยรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติครบครัน ถ้าไม่มีเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้น เธอคงไม่มีทางได้พบกับเขา เพราะฐานะเธอกับเขา มันต่างกันราวฟ้ากับเหว เส้นทางที่พี่มาร์กขาเดิน ไม่มีทางมาบรรจบกับเส้นทางที่นางสาวเพียงเดือน ลูกสาวกำนันแห่งสุพรรณบุรีเดินเป็นแน่

 

            หญิงสาวถอนใจเบาๆ ภาพหญิงสาวในชุดหมีที่นั่งกองอยู่บนพื้นห้างสรรพสินค้า จ้องมองชายหนุ่มรูปหล่อตาเป็นประกาย หวนกลับมาในห้วงคิดอีกครั้ง แค่นั้นใช่ไหม แค่จ้องมองเท่านั้นที่เธอทำได้

 

            ไม่เห็นต้องเศร้าเลย น้องดาวคนเก่งของพี่ อีกสักพักหนึ่งน้องดาวจะจำได้เอง ตอนนี้เราอยู่ด้วยกันแล้ว พี่จะดูแลน้องดาวตลอดไป เขาเอ่ยเสียงนุ่ม

 

            เพียงเดือนอยากจะร้องไห้ พี่มาร์กขานึกว่าเธอเศร้า เพราะจำที่ทำงานของเขาไม่ได้ เธอถอนใจอีกครั้ง แล้วเอนศีรษะซบแผ่นอกกว้าง หลับตาลงซึมซับความอบอุ่นจากอ้อมอกแกร่ง

 

            น้องดาว พี่ว่าเราขึ้นไปที่ออฟฟิศกันเถอะ พี่ไม่อยากให้พนักงานทิ้งงานมาแอบดูเราทั้งตึก เขาเอ่ยกลั้วหัวเราะ นัยน์ตาเป็นประกายขบขัน

 

            เพียงดาวลืมตาขึ้นมองออกไปนอกรถ ใบหน้าสีแดงเรื่อด้วยความขัดเขิน ข้างนอกกลุ่มคนทั้งหญิงและชายยืนอออยู่รอบรถ พลางจ้องมองเข้ามาด้วยความสนใจ หญิงสาวหันมามองพอตัวดีตาเขียว ฟาดฝ่ามือเรียวที่ต้นแขนเขาอย่างหมั่นไส้

 

            ตะวันคว้ามือเรียวมากุมไว้ ก่อนกดจูบลงบนหลังมือบางเร็วๆ แล้วเปิดประตูออกไปยืนนอกรถ เขาส่งสายตาคมกริบให้กับบรรดาไทยมุง ทำให้พวกเขาแตกฮือไปคนละทิศละทาง เมื่อเห็นชัดเจนว่าคนที่ออกมาจากรถเป็นใคร เมื่อสลายบรรดาไทยมุงแล้ว เขาก็เดินอ้อมมาเปิดประตูรถ แล้วประคองร่างบางลงมายืน ก่อนพาเธอเดินตรงไปขึ้นลิฟต์สำหรับผู้บริหาร ที่เปิดรออยู่ก่อนแล้ว

 

            ประตูลิฟต์ปิดลงแล้วเคลื่อนขึ้นด้านบนด้วยความเร็วสูง เพียงเดือนสูดลมหายใจเข้าปอด แล้วเงยหน้ามองไปรอบๆ ก่อนมาหยุดที่ดวงตาพราวระยับของชายหนุ่มข้างกาย ท่าทางเขามีความสุขไม่น้อยที่ได้แกล้งให้เธออาย ชายหนุ่มยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม แล้วเอื้อมมือมาหมายจะคว้าร่างบางเข้าไปกอด แต่หญิงสาวเบี่ยงตัวหลบ แล้วตีมือยุ่มย่ามนั่นเต็มแรง

 

            โอ๊ย!” ตะวันแกล้งร้องดังลั่น ก่อนต่อว่าอย่างแง่งอน น้องดาวใจร้ายรังแกพี่

 

            น้องดาวว่าพี่ตะวันยืนเฉยๆ ดีกว่า เดี๋ยวใครโผล่พรวดพราดเข้ามาอีก

 

            น้องดาวอายเรอะ เขาถามพลางทำตาล้อเลียน

 

            เปล่าค่ะ มันเสียอารมณ์เธอเน้นทีละคำด้วยท่าทางหงุดหงิด ก่อนปิดท้ายด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

            เสียอารมณ์ น้องดาวพูดแบบนี้ก็ได้ด้วย พี่ขอโทษที เรามาสานอารมณ์ต่อกันเถอะ

 

            ตะวันคว้าร่างบางมากอด แล้วก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวผ่อง เพียงเดือนดิ้นหนีพลางหัวเราะเสียงใส เสียงหัวเราะของพวกเขาดังประสานกัน ผูกหัวใจสองดวงเข้ามาแนบชิด ด้วยสายใยเล็กๆ ทว่าแน่นเหนียว

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

            หน้าลิฟต์ผู้บริหาร พนักงานบริษัททรัพย์เทวัญทั้งชายและหญิงหลายสิบชีวิต ยืนรอผู้เป็นนายด้วยใจจดจ่อ พวกเขาถูกอัจฉราเลขานุการของท่านประธาน เกณฑ์มาต้อนรับว่าที่นายหญิงของทรัพย์เทวัญ ในวาระที่เธอมาทำงานที่บริษัทเป็นวันแรก

 

            ความจริงพวกเขาเคยเห็นคุณรัศมีดารา คู่หมั้นของท่านประธานมาบ้างแล้ว แต่ไม่ใช่วันนี้ วันที่เธอกลับมา หลังจากหายตัวไป จนทำให้งานแต่งงานล่มไม่เป็นท่า ใครจะเชื่อว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ จะกล้าทิ้งนายตะวัน ทรัพย์เทวัญ ที่ทั้งหล่อและรวยล้นฟ้าไปอย่างไม่ไยดี นอกจากจะมีเบื้องหลังอะไรสักอย่าง ซึ่งไม่มีใครรู้ แต่ก็อยากรู้กันเหลือเกิน จนคาดเดากันไปต่างๆ นานา

 

            ลิฟต์เคลื่อนมาถึงชั้นที่ยี่สิบ พร้อมกับเสียงกระแอมของคุณเลขาใหญ่ ที่ส่งมาเตือนให้ทุกคนอยู่ในความสงบ เสียงจ้อกแจ้กจอแจเงียบสงบลงทันที พร้อมกับแถวที่ยืนสะเปะสะปะกลับกลายเป็นมีระเบียบ โดยคนที่ยืนอยู่หน้าสุดคืออัจฉราวดี เลขานุการของท่านประธานบริษัท ซึ่งเป็นพนักงานเก่าแก่ ที่ทำงานมาตั้งแต่สมัยคุณหญิงเพ็ญแข

 

            ประตูลิฟต์เปิดออก อัจฉราวดีส่งยิ้มไปต้อนรับ แล้วยื่นช่อดอกไม้ไปรอ แต่รอยยิ้มมีอันต้องจางหายไป เมื่อเห็นภาพตรงหน้าชัดตา ท่านประธานบริษัทกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับสาวน้อยว่าที่ภรรยาอย่างสนุกสนาน โดยไม่รู้สึกถึงสายตาสอดรู้สอดเห็นหลายร้อยคู่ ที่จ้องมองอยู่ด้วยความสนใจ

 

            แม้จะมีวัยล่วงเลยมาถึงห้าสิบปี แต่เธอก็ไม่เคยต้องมือชายใด แก้มขาวที่ตบแป้งมาหนาพอควร จึงเริ่มแดงก่ำอย่างไม่อาจห้าม แต่ด้วยความที่เป็นเลขานุการมืออาชีพ เธอจึงก้าวมายืนบังช่องประตูอย่างรู้งาน ก่อนเอ่ยทักทายเสียงใส

 

            ยินดีต้อนรับค่ะ คุณหนูรัศมีดารา

 

            สองหนุ่มสาวหันขวับมามองคนพูด ก่อนหันกลับมาสบตากัน ตะวันคลายอ้อมแขน แล้วปรับสีหน้าเคร่งขรึม ในขณะที่เพียงเดือนยิ้มแหย แล้วยื่นมือรับช่อดอกไม้ เพื่อให้ตัวเองมีอะไรไว้เป็นที่ยึดเกาะบ้าง ตะวันส่งสายตาคมกริบไปยังพนักงานที่ละคน ก่อนยิ้มน้อยๆ แล้วพาคู่หมั้นสาวออกมายืนหน้าลิฟต์

 

            ขอบใจทุกคนที่มาต้อนรับ นี่คุณรัศมีดาราคู่หมั้นของผม เธอจะมาทำงานที่นี่ตั้งแต่วันนี้ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ก็แยกย้ายกันไปทำงานเถอะ

 

            พอสิ้นคำสั่งเหล่าพนักงานต่างแยกย้ายกันออกไปอย่างรวดเร็ว แม้ความอยากรู้ยังคงคุกรุ่นอยู่ในใจ ฉากหยอกล้อหวานไหวเมื่อครู่ยังติดตา ทว่าก็ไม่กล้าเสี่ยงกับโทสะของท่านประธานหนุ่ม ที่เวลาปกติดูสุภาพเยือกเย็น แต่เวลาร้ายขึ้นมาก็ไม่ไว้หน้าใคร

 

            ดิฉันจัดโต๊ะของคุณน้องดาวไว้ในห้องท่านแล้วนะคะ

 

            อัจฉราวดีรายงานเสียงใส เธอยิ้มให้ท่านประธานหนุ่ม แล้วหันไปยิ้มให้กับสาวน้อยร่างบาง เพียงเดือนยิ้มตอบ รู้สึกถูกชะตากับเลขานุการสาวใหญ่ ทั้งที่เพิ่งพบหน้ากันเป็นครั้งแรก

 

            ท่านอะไรกันละครับ ผมบอกตั้งหลายทีแล้วว่าอย่าเรียกท่าน ป้าศรีนี่ล่ะก็ทำเป็นขี้ลืมไปได้ ยังไม่แก่สักหน่อย เขาหยอกเย้าเสียงนุ่ม

 

            แล้วอัจบอกคุณตะวันกี่ครั้งแล้วคะ ว่าอัจเปลี่ยนชื่อจากสมศรีเป็นอัจฉราวดีแล้ว เธอย้อมถามพร้อมรอยยิ้ม แม้ชายหนุ่มจะให้เกียรติเรียกเธอว่าป้า แต่อัจฉราวดีก็ไม่กล้าอาจเอื้อมไปนับญาติเรียกกับอีกฝ่าย เพียงเดือนหันมองทั้งคู่ต่อปากกันแล้วอดหัวเราะไม่ได้

 

            ไปเถอะค่ะคุณดาว ป้าจะพาไปนั่งที่โต๊ะทำงานนะคะ ปล่อยผู้ชายขี้ลืมและชอบทำตัวรุ่มร่ามไว้ตรงนี้แหละ คุณเลขาใหญ่แขวะเจ้านายหนุ่ม แล้วจูงมือเพียงเดือนเดินออกไป ปล่อยให้ตะวันยืนยิ้มเก้ออยู่หน้าลิฟต์คนเดียว ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ก่อนเดินตามทั้งสองไป

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

            เสียงร้องอย่างเจ็บปวดดังออกมาจากปากที่มีเลือดกลบของชายร่างผอมสองคน แต่แค่นั้นไม่ทำให้ศักดิ์ชายพอใจ เขาจ้องมองทั้งสองด้วยความขึงโกรธ ก่อนสั่งเสียงเหี้ยม

 

            ซ้อมมันเข้าไปอีก เอามันให้ตายคาตีน พวกมึงดูไว้เป็นตัวอย่างคนที่ทรยศกูต้องเจอแบบนี้

 

            ศักดิ์ชายทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยอารมณ์ขุ่นมัว ก่อนคว้าเบียร์เย็นฉ่ำมาดื่มดับโทสะของตน ดวงตาโปนใหญ่จ้องมองลูกน้องรุมยำร่างโชกเลือดสองร่าง ที่ส่งเสียงวิงวอนขอความเมตตาไม่ขาดปาก ก่อนตะโกนสั่งเสียงดัง

 

            พอก่อน ลากมันมาหากู

 

            สิ้นเสียงสั่งความมือเท้าที่ประเคนเข้าใส่ผู้ไม่มีทางสู้ชะงักลงทันที ก่อนลูกน้องร่างใหญ่สองคนจะลากร่างที่ยับเยินไม่ต่างจากผ้าขี้ริ้วมาโยนตรงหน้าเขา แล้วจิกหัวให้เงยหน้ามองลูกพี่ใหญ่ของตน ใบหน้าที่แหงนเงยขึ้นมานั้นไม่ใช่ใครอื่น เขาทั้งสองคือยอดและมิ่ง สองคู่หูที่ร่วมก่อกรรมไว้ในสวนส้มโอรกร้างนั่นเอง

 

            พี่ชายฟังฉันก่อน ฉันไม่ได้โกหกพี่นะ นางนั่นมันตายแล้วจริงๆ ฉันเผามันเองกับมือ ยอดละล่ำละลักบอก

 

            มึงยังกล้าโกหกกูอีกเหรอ ถ้ามันตายจริง ลูกค้าจะมาด่ากูได้เหรอ เขาบอกว่านางเด็กนั่นกลับไปอยู่ที่บ้านแล้ว เขาด่าอย่างกราดเกรี้ยว แล้วหันไปสั่งลูกน้อง พวกมึงลากพวกมันไปเผา อย่าให้เหลือซาก

 

            ด้วยความกลัวตายยอดฝืนใจออกแรงเฮือกสุดท้าย โผเข้ากอดขาลูกพี่พลางวิงวอนน้ำตานองหน้า

 

            พี่ชายฉันฆ่ามันแล้วจริงๆ นะ แต่ฉันไม่ได้อยู่เฝ้าศพมัน คืนนั้นฝนตกหนัก พอตอนเช้าฉันกลับไปดู เห็นตำรวจเต็มไปหมด ฉันเลยปล่อยเลยตามเลย แต่มันตายแล้วจริงๆ นะ พี่ก็เห็นกับตาแล้วไม่ใช่เหรอ

 

            ศักดิ์ชายสะบัดขาออกอย่างรังเกียจ ยอดกระเด็นออกไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ ลูกน้องที่รอท่าอยู่รีบเข้ามาลากร่างโชกเลือด เพื่อเอาออกไปจัดการตามคำสั่ง

 

            เดี๋ยว

 

            เสียงร้องห้ามของศักดิ์ชายดังขึ้น เปรียบเหมือนเสียงสวรรค์ที่ดังมาโปรดชายทั้งสอง ลูกน้องร่างใหญ่ปล่อยมือ ยอดกับมิ่งรีบคลานเข้าไปหาลูกพี่ของตน

 

            มึงบอกว่าตำรวจมาเจอศพเหรอ เขาถามเสียงเข้ม

 

            ใช่จ้ะพี่ ตำรวจมาเต็มไปหมดเลย มิ่งตอบเสียงสั่น

 

            เจ้าพ่อซุ้มมือปืนใหญ่นั่งนิ่งคิ้วหนาๆ ขมวดเข้าหากันอย่างครุ่นคิด ในเมื่อตำรวจมาพบศพแล้ว ทำไมไม่มีข่าวออกมาเลย แล้ววันนั้นเขาก็เห็นกับตาว่าเหยื่อสาวถูกเผาไปแล้ว แม้จะเผาไม่หมดก็ไม่มีทางลุกขึ้นมาเดินได้ นอกจากว่ามันจะเป็นผี แต่คนอย่างเขาฆ่าคนมามากมาย ไม่เคยเจอผี เพราะผีมันไม่มีในโลก

 

            พวกมึงพามันไปทำแผล กูยังมีเรื่องจะพูดกับมันอีก

 

            ขอบคุณพี่ชาย ฉันสองคนจะไม่ลืมบุญคุณพี่เลย ยอดกับมิ่งละล่ำละลักขอบคุณพลางก้มลงกราบกับพื้น ทำราวกับว่าคนที่พึ่งสั่งฆ่าตัวเองมีบุญคุณเสียนักหนา

 

            ร่างโชกเลือดถูกลากออกไปพร้อมกับลูกน้องคนอื่นๆ พากันล่าถอยออกไปอย่างรู้งาน ทุกคนรู้ดีว่าวันนี้ลูกพี่ใหญ่อารมณ์เสียสุดๆ เพียงแต่ไม่รู้ว่าเรื่องอะไรเท่านั้น ศักดิ์ชายยกแก้วเบียร์ขึ้นจิบพลางทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด วันนี้เขาออกไปหาแม่นางฟ้าของเขา หวังจะพากันเกี่ยวก้อยขึ้นสู่สวรรค์ชั้นฟ้า แต่ปรากฏว่าต้องตกตุ้บลงนรก เจ็บปวดทั้งกายและใจ อาการเจ็บทางกายหายไปแล้ว แต่เจ็บใจมันยากจะหาย

 

            เมื่อนึกถึงหน้าหวานๆ ที่หลอกให้เขาตายใจก็อดโมโหไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันก็อดขำไม่ได้เหมือนกัน เพราะอย่างนี้แหละเขาถึงติดใจเจ้าหล่อนไม่คลาย พบกันแต่ละครั้งไม่เคยทำให้เขาเบื่อเลย มีแต่จะทำให้เลือดในกายของเขาร้อนผ่าว มือใหญ่วางแก้วเปล่าลงบนโต๊ะ หยิบโทรศัพท์ต่อสายถึงนายตำรวจใหญ่ท่านหนึ่ง ซึ่งเคยใช้บริการเขาอยู่บ่อยครั้ง

 

            สวัสดีครับท่าน ผมศักดิ์ชายนะครับ มีเรื่องอยากจะให้ท่านช่วยสักหน่อย คือผมอยากได้รายละเอียดเกี่ยวกับคดีฆ่าแล้วเผา ในระยะหนึ่งเดือนที่ผ่านมาหน่อยครับ ในเขตปริมณฑลครับท่าน ส่งที่อยู่เดิมนะครับ ขอบคุณครับท่าน

 

            ศักดิ์ชายกดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ รินเบียร์ลงแก้วแล้วยกขึ้นจิบเบาๆ คนอย่างเขาไม่เคยทำงานพลาด เรื่องนี้มันจะต้องมีเบื้องหลังอะไรสักอย่าง คงต้องเริ่มจากการไปดูแม่เหยื่อสาวที่ฟื้นจากความตายให้เห็นกับตาก่อน แล้วค่อยไปคิดบัญชีกับแม่นางฟ้าแสนหวาน หนึ่งแข้งกับหนึ่งหมัดที่หนักหน่วงนั่น เขาจะเอาคืนให้สาสม เจ้าพ่อซุ้มมือปืนครุ่นคิดในใจพลางยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม

 

 


***อ่านพันธการหัวใจได้ 3 ช่องทาง ดังนี้***

 

1. อ่านฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMjQ3MzAiO30

 

2. อ่านแบบแพคเก็ตจากเว็บเด็กดี

 

3. อ่านนิยายเรื่องอื่นๆ ของมัลลิกา ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&page_no=1&type=author&search=มัลลิกา&is_mag=all&price=all&sort_by=date&from_book_price=&to_book_price=&category_id=&category_name


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

0 ความคิดเห็น