พันธนาการหัวใจ (Re-Up)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 9,657 Views

  • 14 Comments

  • 257 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    168

    Overall
    9,657

ตอนที่ 22 : บทที่ 6 เทพบุตรซาตาน ตอนที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 481
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    25 ม.ค. 61


บทที่ 6

 

เทพบุตรซาตาน

ตอนที่ 3

 

            เพียงเดือนเดินตามตะวันเข้าไปในห้องรับแขก หลังจากทั้งสองนั่งลงเรียบร้อยแล้ว เขาก็แนะนำให้เธอรู้จักกับพ่อเลี้ยงอาธร หุ้นส่วนคนสำคัญของทรัพย์เทวัญ ซึ่งนั่งหน้าคว่ำอยู่บนโซฟาตรงข้ามพวกเขา

 

            “น้องดาวกราบคุณอาอาทรสิจ๊ะ

 

            สวัสดีค่ะ หญิงสาวยกมือไหว้อย่างนอบน้อม ในขณะที่พ่อเลี้ยงใหญ่ที่ใหญ่สมชื่อ ด้วยมีน้ำหนักตัวเกินร้อยกิโลกรัม รับไหว้เธออย่างเสียไม่ได้

 

            ไหว้พระเถอะ

 

            เพียงเดือนลอบมองพ่อเลี้ยงอาทรอย่างสงสัย ผู้ชายคนนี้เป็นพ่อของทรายขวัญจริงเหรอ เพราะเขาดูไม่เหมือนหล่อนเลนสักนิด หญิงสาวสวยสง่าราวกับนางพญา ส่วนเขาเป็นชายร่างอ้วนใหญ่ ผิวขาวจัด ใบหน้าแดงก่ำ ไว้หนวดดกหนาเหนือริมฝีปากใหญ่ เส้นผมบนศีรษะเหลือไม่ถึงครึ่ง ไขมันที่คางและพุงเป็นชั้นหนา และตอนนี้กำลังใช้ดวงตาเล็กหยีมองสำรวจเธอ ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยท่าทางไม่ชอบใจสักเท่าไร ดูท่าพ่อเลี้ยงอาทรจะไม่เอื้ออาทรเหมือนชื่อเสียแล้ว

 

            เป็นไงบ้าง หายไปอยู่ไหนมาฮึหนูดาว พ่อเลี้ยงถาม

 

            น้องดาวกลับไปพักผ่อนที่บ้านปากช่องมาครับคุณอา ตะวันตอบแทนเธอ พ่อเลี้ยงอาทรหรี่ตามอง สีหน้าบอกว่าไม่เชื่อเท่าไร แต่มีมารยาทพอที่จะไม่ถามต่อ

 

            เหรอ ก็ดีนะ แถวนั้นอากาศดี”

 

            ตะวันยิ้มอย่างใจเย็น เขารู้จักพ่อเลี้ยงอาทรมาหลายปี เพราะทำธุรกิจร่วมกันมาตั้งแต่สมัยคุณย่า แม้ภายนอกจะดูหยาบกระด้าง เหมือนหมีขี้หงุดหงิด แต่ในใจกลับไม่ได้ร้ายกาจอะไร วิธีที่ดีที่สุดที่จะรับมือกับคนแบบนี้ ก็คือต้องใจเย็น แล้วค่อยๆ กัดทีละคำ

 

            ทรายขวัญไม่อยู่เหรอครับคุณอา

 

            ไม่อยู่หรอก ออกไปตั้งแต่เช้าแล้ว เห็นบอกว่ามีธุระสำคัญพ่อเลี้ยงตอบ แล้วหันพูดกับเธอ หนูดาวไปเดินเล่นในสวนก่อนไหม ตอนนี้กล้วยไม้กำลังออกดอกงามเชียว

 

            “ค่ะคุณอา” เพียงเดือนยิ้มแหย เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยปากไล่แบบนี้ เธอจะทำอะไรได้ นอกจากลุกเดินออกไปเท่านั้น แต่พอลุกขึ้นยืน ตะวันก็จับมือเธอไว้ แล้วดึงให้นั่งลงที่เดิม

 

            ขอบคุณครับคุณอา แต่ตอนนี้แดดร้อน น้องดาวไม่ค่อยแข็งแรง ถ้ามีเรื่องอะไรก็พูดออกมาได้เลย เพราะผมกับน้องดาว เราเหมือนคนๆ เดียวกันอยู่แล้ว เขาเอ่ยอย่างสุภาพทว่าหนักแน่น

 

            ถ้าตะวันว่าอย่างนั้น อาก็ไม่ว่าอะไรหรอก ตะวันจะว่ายังไงเรื่องยายขวัญ แกออกไปกินข้าวเย็นกับตะวัน แล้วก็ร้องไห้ร้องห่มกลับมา เสื้อผ้ายับย่นดูไม่ได้เลย ตะวันจะอธิบายเรื่องนี้ยังไง” เขาพูดเสียงดัง จมูกแดงใหญ่เผยอออกอย่างมีโทสะ

 

            เพียงเดือนนิ่งฟัง เริ่มเข้าใจลางๆ แล้ว วันนั้นนายวายุบอกว่าจะไปกินข้าวกับทรายขวัญ พอรุ่งเช้าก็อารมณ์เสีย แถมยังมีรอยฝ่ามือประทับอยู่บนแก้ม พ่อเลี้ยงคงคิดว่าพี่มาร์กขาล่วงเกินลูกสาว จึงเรียกชายหนุ่มมาเคลียร์ หรือจะพูดให้ถูกก็คือ เพื่อจับพี่มาร์กขามาให้ลูกสาวนั่นเอง

 

            เรื่องนี้ผมต้องรับผิดชอบแน่นอนครับคุณอา ชายหนุ่มยิ้มเย็น ไม่มีท่าทางวิตกเลยสักนิด พ่อเลี้ยงอาทรขมวดคิ้ว ก่อนถามเสียงห้วน

 

            รับผิดชอบยังไง

 

            ผมจะขอหมั้นทรายขวัญ เขาตอบเสียงเรียบ พ่อเลี้ยงอาทรลุกพรวดขึ้นยืนอย่างโกรธจัด แล้วชี้นิ้วอ้วนป้อมสั่นระริกมาที่เธอ

 

            “หมั้น ตะวันพูดว่าหมั้น แล้วผู้หญิงคนนี้ล่ะ ตะวันจะเอาลูกสาวอาไปไว้ที่ไหน

 

            ครับ หมั้น เขาพยักหน้ายืนยัน ก่อนพูดอย่างใจเย็น ผมเข้าใจดีครับ เรื่องแบบนี้ถ้าแพร่ออกไป คนที่เสียหายก็คือฝ่ายหญิง ดังนั้นผมขอรับผิดชอบ ด้วยการขอหมั้นทรายขวัญให้กับวายุน้องชายผม

 

            นายวายุมาเกี่ยวอะไรด้วย พ่อเลี้ยงใหญ่ตะคอกถามเสียงดัง ใบหน้าที่แดงอยู่แล้วยิ่งแดงขึ้นไปอีก

 

            เกี่ยวสิครับ ก็วันนั้นคนที่ไปกินข้าวกับทรายขวัญคือวายุไม่ใช่ผม เขายังคงเอ่ยอย่างสุภาพ พ่อเลี้ยงอาทรลำดับเหตุการณ์ในใจ ก่อนเอ่ยแย้งเสียงอ่อยลงนิดหนึ่ง

 

            แต่ยายขวัญไม่ได้รักนายวายุ เธอก็น่าจะรู้นี่ว่าแกรักใคร

 

            ความรักเป็นเรื่องของหนุ่มสาวครับคุณอา แต่สำหรับเราควรพูดถึงความเหมาะสมจะดีกว่า ทรายขวัญเป็นลูกสาวคนเดียวของคุณอา ในขณะที่วายุเป็นน้องชายของผม ธุรกิจที่เราทำร่วมกันคงก้าวหน้าขึ้นไปอีก ถ้าทั้งคู่ลงเอยกันได้ ส่วนเรื่องสินสอดทองหมั้น คุณอาไม่ต้องห่วงนะครับ ผมยินดีจัดให้ตามที่คุณอาต้องการทุกๆ อย่าง ตะวันวางเหยื่อชิ้นงามล่อปลาใหญ่มากินเบ็ด ซึ่งปลาอ้วนตัวนี้ดูจะสนใจเหยื่อไม่ใช่น้อย

 

            “เอาไว้อาถามลูกดูก่อนล่ะกัน แล้วค่อยให้คำตอบทีหลัง เขาตอบอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ แต่ดูเหมือนโทสะจะสลายไปเกือบหมดแล้ว

 

            ได้ครับ” ตะวันเอ่ยอย่างเยือกเย็น “ทุกอย่างก็แล้วแต่คุณอากับทรายขวัญ ทางผมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว

 

            เพียงเดือนเงยหน้ามองเสี้ยวหน้าคมคายของเขา ก่อนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น นี่คงเป็นอีกด้านของนายตะวัน ทรัพย์เทวัญ ที่เธอไม่รู้จัก เขานั่งหลังตรงสง่าด้วยท่าทางสบายๆ แต่แฝงอำนาจคุกคามอย่างประหลาด ยิ่งคุยกันนานเท่าไร ร่างกายใหญ่โตของพ่อเลี้ยงอาทรยิ่งหดเล็ก

 

            ชายหนุ่มเจรจาธุรกิจที่ผูกพันกับชีวิตของคนสองคนอย่างไม่สะทกสะท้าน ด้วยรู้อยู่แล้วว่าการแต่งงานของวายุกับทรายขวัญ มีแต่จะยังประโยชน์ให้กับทรัพย์เทวัญ ทรายขวัญเป็นลูกสาวคนเดียว ไม่ว่าจะลงทุนค่าสินสอดไปสักเท่าไร สุดท้ายมันก็ต้องวกกลับมาที่ทรัพย์เทวัญอยู่วันยังค่ำ

 

            หญิงสาวลอบถอนใจ แล้วก้มมองมือตัวเอง ที่ชายหนุ่มกุมเอาไว้ ในโลกนี้คงมีน้องดาวคนเดียวเท่านั้น ที่เทพบุตรซาตานคนนี้มีความรักให้อย่างจริงใจ

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

            ห้องพักหรูในคอนโดมิเนียมกลางเมือง ร่างโปร่งยืนนิ่งเหม่อมองออกไปนอกระเบียง สายลมร้อนของเมืองหลวงพัดชายกระโปร่งปลิวไหว เปิดเปลือยน่องเรียวและข้อเท้ากลมกลึง ให้ปรากฏต่อสายตาของศักดิ์ชาย ที่ยืนมองอยู่หน้าประตูอย่างหื่นกระหาย เขาปิดล็อกประตู แล้วรีบเดินเข้าไปหาร่างโปร่ง ความทรงจำเร่าร้อนเมื่อครั้งก่อน ยังผนึกแน่นอยู่ในจิตใจของเขาไม่รู้เลือน

 

            อ้อมแขนแข็งแรงตวัดร่างโปร่งหอมกรุ่นเข้ามาแนบอก ก่อนซุกไซ้ใบหน้าหยาบกับซอกคอขาวผ่อง สูดกลิ่นกายหอมรัญจวนเข้าเต็มปอด ซึ่งคนในอ้อมแขนก็โอนอ่อนตามแต่โดยดี หล่อนเอียงคอให้เขาซุกไซ้ได้ถนัดยิ่งขึ้น

 

            ศักดิ์ชายส่งเสียงครางแผ่วเบา ร่างกายตื่นตัวจนร้อนผ่าวไปหมด นี่เป็นครั้งแรกที่แม่นางฟ้าของเขา ยอมตอบสนองโดยไม่ต้องใช้กำลังบังคับ ด้วยความเร็วอย่างไม่น่าเชื่อเขาพลิกร่างโปร่งหันมาหาตัว กวาดสายตาร้อนแรงทั่วดวงหน้าหวานละมุน แล้วดันร่างโปร่งในอ้อมแขนผิงผนังห้อง ก่อนก้มลงบดจุมพิตร้อนแรง

 

            กลีบปากเคลือบสีชมพูอ่อนเป็นมันวาวเผยอออกรับการรุกรานอย่างเต็มใจ ยิ่งส่งให้ราคะในกายของเขาลุกโชนขึ้นอีก เขาครางเสียงต่ำตักตวงความหวานอย่างตะกละตะกลาม ก่อนสอดฝ่ามือหยาบเข้าใต้กระโปรงตัวสวย ปลุกเร้าจุดอ่อนไหวอย่างชำนาญ

 

            ร่างโปร่งกระตุกอย่างรุนแรงครวญครางไม่เป็นส่ำ เขาแย้มยิ้มสมใจ แล้วเคลื่อนตัวออกห่าง ด้วยตั้งใจจะก้มลงใช้ปากแทนที่นิ้วมือ แต่หล่อนกลับฉุดไหล่เขาไว้พลางเอ่ยเสียงสั่นระริก

 

            เดี๋ยว... เดี๋ยวก่อนนายศักดิ์ชาย

 

            ทำไม ผมทนไม่ไหวแล้ว เขาเอ่ยประท้วงแต่ก็ยอมลุกขึ้นยืน

 

            ฉันก็ทนไม่ไหวเหมือนกัน แต่ขอฉันทำเองได้ไหม ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นมองอย่างเว้าวอน

 

            นายศักดิ์ชายกะพริบตาปริบๆ ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เขาหัวเราะเสียงดัง ก่อนถามอย่างประหลาดใจ

 

            วันนี้คุณเป็นอะไร ติดต่อมาก่อน โอนอ่อนแต่โดยดี เปลี่ยนรูปแบบการแต่งตัว แล้วยังขอทำเองอีก ทั้งที่ปกติคุณรังเกียจผมจะตาย

 

            คนเราก็ต้องเปลี่ยนแปลงกันบ้าง แต่แค่นี้นายยอมฉันไม่ได้เหรอ เจ้าของร่างโปร่งพูดเสียงอ้อน แล้วซบแก้มกับไหล่แข็งแรง เพียงแค่นี้ก็ทำให้นายศักดิ์ชายที่ใครๆ ต่างล่ำลือว่าเป็นคนใจอำมหิต ยามลงมือไม่เคยปรานีใครถึงกับใจอ่อนยวบ

 

            ก็ได้ คุณอยากเล่นอะไรล่ะเขาถามอย่างอารมณ์ดี

 

            นายไปยืนที่เตียงสิ

 

            “ได้ แบบนี้เหรอ” เขาทำตามโดยดีอย่างนึกสนุก

 

            “แล้วหลับตาด้วย เสียงหวานกระซิบบอก

 

            “ได้” ศักดิ์ชายหัวเราะเสียงดัง แล้วหลับตาลงรอคอย

 

            เจ้าของร่างโปร่งคว้ากระเป๋าถือมากำไว้ ดวงตาคู่สวยฉายแววอำมหิต ริมฝีปากสีชมพูเม้มแน่น ก่อนเหวี่ยงเท้าเตะความเป็นชายของอีกฝ่ายเต็มแรง แล้วปล่อยหมัดตรงเข้าปากครึ่งจมูกครึ่งของเขา ส่งร่างสูงใหญ่ลงไปกองกับพื้น ศักดิ์ชายตัวงอเป็นกุ้ง เจ็บจนร้องไม่ออก เลือดกำดาวไหลออกมาเต็มหน้า แต่ยังไม่ได้เศษเสี้ยวของความเจ็บปวดที่เกิดกับกล่องดวงใจ

 

            มึง!” เขาโผเข้าใส่ด้วยความโกรธแค้น เมื่อความเจ็บปวดลดลง แต่ต้องทรุดลงนั่งกับพื้นอีกครั้ง เมื่อเห็นยมทูตสีดำสนิทในมือของอีกฝ่าย

 

            อย่ามาขึ้นมึงขึ้นกูกับฉันนะไอ้สารเลว ที่แกโดนนี่ยังน้อยไปด้วยซ้ำ สำหรับความโกหกหลอกลวงของแก

 

            ผมไปหลอกลวงอะไรคุณ คุณให้ทำอะไร ผมก็ทำให้หมดทุกอย่าง คุณจะเอายังไงกับผมอีก

 

            ยังมีหน้ามาพูดอีกเหรอ ถ้าแกทำจริง นางนั่นมันจะกลับไปลอยหน้าอยู่ที่บ้านได้ยังไง แกเรียกร้องอะไรฉันก็ให้แกหมด ฉันจะฆ่าแก เจ้าของร่างบางเอ่ยเสียงเหี้ยม แล้วเล็งปืนในมือไปที่ศักดิ์ชาย

 

            เดี๋ยวๆ คุณว่าใครกลับไปที่บ้านนะเจ้าพ่อซุ้มมือปืนยกมือห้าม คิ้วหนาขมวดมุ่นด้วยความสงสัย ความโกรธลดลงครึ่งหนึ่ง ส่วนความกลัวแทบไม่มีอยู่เลย ปืนที่อยู่ในมือของคนที่ไม่มีความเชี่ยวชาญในการฆ่าเช่นคนตรงหน้า ทำอันตรายเขาไม่ได้หรอก จะแย่งมาเมื่อไรก็ได้

 

            นางน้องดาว นางคนที่แกบอกว่าฆ่ามันตายไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อสองอาทิตย์ก่อนนะสิ ตอนนี้มันกลับไปอยู่ที่บ้านแล้ว

 

            เป็นไปไม่ได้ ก็ผมเห็นมันตายแล้วกับตา ศักดิ์ชายยืนยันอย่างงุนงง เด็กสาวคนนั้นเป็นเหยื่ออีกคน ที่เขาจะไม่มีวันลืมชั่วชีวิต เขาเห็นกับตาว่าร่างของเธอถูกเผาอยู่กลางสวนส้มโอ แล้วเธอจะกลับไปอยู่ที่บ้านได้ยังไง

 

            ยังจะมีหน้ามาโกหกอีก แกไปดูสิ มันนั่งลอยหน้าอยู่ที่บ้านปานวิมานโน้น ต่อไปนี้แกอย่ามายุ่งกับฉันอีกนะ คุยว่าเป็นมือหนึ่ง ผู้หญิงคนเดียวก็จัดการไม่ได้ ไอ้คนลวงโลก พอด่าจบก็สะบัดหน้าออกจากห้อง ทิ้งให้เจ้าพ่อใหญ่นั่งนิ่งอยู่กับพื้นด้วยความสงสัย

 

            ศักดิ์ชายปาดเลือดจากใบหน้าป้ายกับผ้าปูที่นอน รอยเลือดแดงฉานตัดกับสีขาวของผ้าปู สวรรค์ตรงหน้าเปลี่ยนเป็นนรกในพริบตา แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับว่าเขาทำงานพลาด งานเล็กๆ แค่การอุ้มฆ่าผู้หญิงไม่มีทางสู้คนหนึ่ง ชื่อเสียงที่เขาสั่งสมมาตลอด ต้องมาเสียไปเพราะงานง่ายๆ แค่นี้ นักเลงใหญ่ลุกขึ้นยืนกำหมัดแน่น โกรธจนตัวสั่นเทิ้ม ก่อนตะโกนเสียงดัง

 

            ไอ้ยอด ไอ้มิ่ง พวกมึงตายแน่

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

 


***อ่านพันธนาการหัวใจได้ 3 ช่องทาง ดังนี้***

 

1. อ่านฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMjQ3MzAiO30

 

2. อ่านแบบแพคเก็ตจากเว็บเด็กดี

 

3. อ่านนิยายเรื่องอื่นๆ ของมัลลิกา ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&page_no=1&type=author&search=มัลลิกา&is_mag=all&price=all&sort_by=date&from_book_price=&to_book_price=&category_id=&category_name


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

0 ความคิดเห็น