พันธนาการหัวใจ (Re-Up)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 9,427 Views

  • 14 Comments

  • 241 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    149

    Overall
    9,427

ตอนที่ 21 : บทที่ 6 เทพบุตรซาตาน ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 492
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    25 ม.ค. 61



บทที่ 6


เทพบุตรซาตาน

ตอนที่ 2

 

            นานจังเลย

 

            เพียงเดือนบ่นกับตัวเองเบาๆ หลังอาหารเช้าจบลงพี่มาร์กขาก็สั่งให้เธอกลับห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อออกไปทำงานกับเขา เธอทำธุระส่วนตัวเสร็จจึงลงมารอเขาที่ห้องโถง แต่ยืนรอมาร่วมครึ่งชั่วโมงแล้ว ชายหนุ่มยังไม่ลงมาจากห้องเลย ทั้งที่เขาบอกว่าจะรีบไปทำงานแท้ๆ

 

            พวกเศรษฐีนี่แต่งตัวช้าจัง ขนาดเป็นผู้ชายนะนี่ หญิงสาวบ่นอีกครั้งอย่างอดไม่ได้ เพราะการรอคอยไม่ใช่คุณสมบัติประจำตัวของเธอเลย

 

            หาอะไรดูดีกว่า เธอเอ่ยกับตัวเองพลางมองสำรวจไปทั่วห้องโถง ก่อนหยุดสายตาที่กระจกเงาบานใหญ่ ซึ่งติดตั้งไว้ข้างกำแพงใกล้กับประตูทางออก เธอเดินไปหยุดยืนหน้ากระจกเงาบานนั้น มันเป็นกระจกเงาขนาดเท่าตัวเธอ วางอยู่ในกรอบสลักลวดลายละเอียดอ่อน ผิวกระจกใส่แจ๋ว มองเห็นเงาสะท้อนชัดเจน

 

            กระจกสวยจัง เธอยื่นมือไปไล้ลวดลายบนขอบกระจก ก่อนเลื่อนสายตามามองเงาสะท้อนของตัวเอง หญิงสาวที่เธอเห็นมีใบหน้ารูปไข่หวานซึ้ง ผมหยิกเป็นลอนสลวยเหมือนตุ๊กตาฝรั่ง ไม่น่าเชื่อว่าการแต่งหน้าและการทำผม จะทำให้เธอเปลี่ยนแปลงไปได้ถึงเพียงนี้

 

            เรานี่ก็สวยเหมือนกันนะ เธอหันซ้ายหันขวามองเงาตัวเอง แต่ท้องป่องไปหน่อย

 

            พอพูดออกมาแล้วก็อดขำตัวเองไม่ได้ จะไม่ให้ป่องได้ยังไง เพราะเมื่อเช้าเธอกินข้าวต้มกุ้งไปสามชามใหญ่ๆ พอไม่มีนายวายุมากำกับมารยาทในการกิน เธอจึงเผลอกินเท่าปริมาณที่เคยชิน พอรู้ตัวอีกทีก็เกือบหมดชามที่สามแล้ว ดีที่พี่มาร์กขาไม่สงสัยอะไร แถมยังทำท่าทางปลื้มอกปลื้มใจ ที่เห็นเธอกินอาหารได้มากกว่าปกติ ดังนั้นตราบใดที่ไม่ได้กินอาหารที่เขาคิดว่าน้องดาวไม่ชอบ เธอจะกินเท่าไรก็ไม่มีปัญหา

 

            ตะวันเดินลงบันไดด้วยฝีเท้าแผ่วเบา ดวงตาคมกริบมองไปเรื่อยๆ ก่อนหยุดสายตาที่คู่หมั้นสาว น้องดาวยืนอยู่หน้ากระจก หญิงสาวหมุนตัวไปมาพลางหัวเราะชอบใจ เขายิ้มด้วยความเอ็นดู น้องดาวสวมชุดทำงานสีฟ้าเทาดูสุภาพเรียบร้อย แต่ขณะเดียวกันก็เหมือนเด็กซนๆ ที่แอบเอาเสื้อแม่มาใส่ เขาย่องเข้าไปใกล้หญิงสาว แล้วสวมกอดเธอจากด้านหลัง

 

            ว้าย

 

            เพียงเดือนร้องอย่างตกใจ แล้วหันขวับไปมองด้านหลัง ก่อนถอนใจอย่างโล่งอก เมื่อเห็นว่าเจ้าของอ้อมแขนคือใคร

 

            “เล่นอะไรคะ น้องดาวตกใจหมดเลย” เธอแกะมือเขาออกจากเอว แต่ชายหนุ่มไม่ยอมปล่อย เขาหมุนตัวเธอเข้าหากระจก แล้วแนบแก้มกับขมับของเธอ

 

            เมื่อก่อนน้องดาวก็ชอบดูกระจกบานนี้ กว่าจะไปโรงเรียนได้ ต้องมาหมุนซ้ายหมุนขวาอยู่เป็นนานสองนาน จนพี่ต้องมาลากไปขึ้นรถทุกเช้า

 

            เหรอคะ กระจกบานนี้คงเก่ามากนะคะ

 

            เท่าอายุน้องดาวมั้ง คุณย่าซื้อมาไว้ให้พวกเรา ใช้สำรวจตัวเองก่อนออกจากบ้าน ท่านบอกเสมอว่าการแต่งกายที่เหมาะสมกับกาลเทศะ เป็นก้าวแรกของความสำเร็จ เพราะมันทำให้เราดูน่าเชื่อถือในสายตาคนอื่น เขาเล่าเสียงนุ่ม

 

            เพียงเดือนพยักหน้ารับน้อยๆ แม้จะเห็นด้วยกับเขา แต่มันคงเอามาใช้กับลูกชาวไร่ชาวนาอย่างเธอไม่ได้ ถ้าต้องออกไปไถนาตามควาย คงรักษาความหล่อเหลาเอาไว้ไม่ได้แน่

 

            เมื่อพูดถึงความหล่อก็อดมองคนตัวสูงในกระจกไม่ได้ วันนี้พี่มาร์กขาสวมสูทเต็มยศสีดำตัดเย็บประณีต ส่วนเสื้อตัวในเป็นเชิ้ตสีขาวสะอาด ผูกเน็คไทสีเลือดหมู ดูเนี้ยบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ผมดำสนิทยาวระต้นคอหวีเรียบ เผยใบหน้าคมคายหล่อเหลาสะอาดตา เป็นความหล่อที่ดึงดูดสายตาเป็นที่สุด ทำให้คนมองเผลอจ้องเพลิน จนคนถูกมองเริ่มรู้ตัว

 

            “หน้าพี่มีอะไรติดอยู่เหรอ” เขาถามอย่างล้อเลียน

 

            เพียงเดือนหน้าแดงขึ้นมาทันที เธอเบี่ยงตัวออกจากอ้อมแขนแกร่ง เขินจนไม่รู้ว่าจะเอามือของตัวเองไปเก็บไว้ที่ไหน

 

            พี่ตะวันรีบไปทำงานไม่ใช่เหรอคะ นี่ก็สายแล้วเรารีบไปกันเถอะ เธอก้าวยาวๆ ไปที่ประตู แต่ชายหนุ่มไม่ยอมปล่อยเธอไป เขาคว้าข้อมือเธอไว้ แล้วดึงกลับมา

 

            เดี๋ยว ต้องบอกก่อนว่าเมื่อกี้คิดอะไรอยู่ ทำไมถึงจ้องหน้าพี่แบบนั้น

 

            เปล่านี่คะ ไม่ได้คิดอะไรเลยค่ะ เธอส่ายหน้าพลางใช้สมองน้อยๆ คิดหาวิธีเอาตัวรอดจากพ่อคนชอบจับผิด

 

            ไม่จริง พี่ไม่เชื่อ ถ้าไม่คิดจะหน้าแดงอย่างนี้เหรอ บอกมานะ คิดมิดีมิร้ายกับพี่ใช่มะ เขาพูดยั่วเย้าอย่างอารมณ์ดี คนถูกจับได้ว่าคิดไม่ดีใบหน้าร้อนผ่าว ก่อนตัดสินใจหยิบไม้ตายมาใช้

 

            พี่วาไปไหนคะ ตั้งแต่เช้ายังไม่เห็นเลย

 

            แม้เป็นวิธีที่ไม่ฉลาดนัก แต่ก็ได้ผลทันตา ตะวันหุบยิ้มทันที ก่อนเอ่ยอย่างไม่พอใจ

 

            พี่บอกแล้วใช่ไหม เวลาอยู่กับพี่ห้ามพูดถึงคนอื่น นายวาเขาไม่อยู่หรอก เผ่นออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้ามืด วันก่อนก่อเรื่องไว้กับคุณขวัญ พี่ยังไม่ได้สะสางเลย เอาไว้เย็นกลับมาก่อนเถอะ

 

            “ก่อเรื่องอะไรคะ” เธอถามอย่างสงสัย

 

            “อย่าไปสนใจเลย เรารีบไปกันดีกว่า พี่สายแล้ว

 

            แม้จะเอ่ยเรียบๆ แต่น้ำเสียงฟังดูอาฆาตชอบกล ไปเถอะ เขาตัดบท แล้วกึ่งจูงกึ่งลากเธอออกจากบ้าน พาเดินไปที่รถเบนซ์สีดำ ซึ่งนายหาญขับมาจอดรอไว้

 

            วันนี้ไม่ต้องไปนะหาญ ฉันจะขับเอง

 

            “ครับท่าน” หาญรับคำพลางส่งกุญแจรถให้ผู้เป็นนาย

 

            “ขอบใจ” เขารับกุญแจรถมาถือไว้ แล้วจับเพียงเดือนยัดเข้าไปในรถ ก่อนเดินออมไปประจำที่คนขับ แล้วขับรถออกจากบ้านปานวิมานอย่างรวดเร็ว

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

            ภายในสวนสาธารณะเงียบสงบ วายุจอดรถสปอร์ตใต้ต้นหูกวาง เขาเคาะนิ้วกับพวงมาลัยรถ สลับกับการก้มมองนาฬิกาข้อมือด้วยความหงุดหงิด เลยเวลานัดมาสิบนาทีแล้ว แต่คนที่เขานัดให้มาพบยังไม่โผล่มา นิ้วมือเริ่มเคาะแรงขึ้นเรื่อยๆ ตามโทสะที่เพิ่มขึ้น

 

            เขาเกือบจะร้องสบถออกมาแล้ว ถ้าหากว่าไม่ได้ยินเสียงเคาะกระจกดังขึ้นเสียก่อน ดวงตาสีสนิมขุ่นเขียวด้วยแรงโทสะหันขวับไปมอง ก่อนปลดล็อกประตูรับอาคันตุกะร่างผอม

 

            ทำไมช้า ฉันรอตั้งนานแล้วนะ ผู้กองหนุ่มต่อว่าอย่างหัวเสีย แต่ชายคนนั้นไม่สะทกสะท้าน เขายิ้มกว้างอย่างหยอกเย้า ก่อนเอ่ยด้วยท่าทางสบายๆ

 

            ใจเย็นๆ สิผู้กอง ผมก็มีงานต้องทำเหมือนกัน จะให้คอยสแตนบายรับใช้คุณคนเดียวคงไม่ได้หรอก

 

            ไม่ต้องมาเล่นลิ้นเลย เดี๋ยวฉันก็ส่งนายกลับไปอยู่ในคุกอีกรอบหรอก วายุเอ่ยเสียงเข้ม เพราะไม่มีอารมณ์จะเล่นด้วย

 

            ไม่ต้องมาขู่เลย ผมรู้หรอกว่าคุณไม่ทำจริงอย่างที่พูดแน่ เพราะคนอย่างผมอยู่ข้างนอกช่วยงานคุณได้มากกว่าอยู่ในคุก คราวนี้จะให้ทำอะไรอีกก็บอกมาเลย ผมยังมีงานอื่นต้องทำอีกเยอะ

 

            “อย่าลำพองไปนัก ถ้าฉันเปลี่ยนใจขึ้นมาจะลำบาก เอานี่ไป” เขาหยิบรูปใบหนึ่งส่งให้อีกฝ่าย

 

            สวยดีนี่ จะให้ผมช่วยฉุดมาทำเมียเหรอ...” ชายร่างผอมเอ่ยอย่างคะนอง ก่อนหุบปากแทบไม่ทัน เมื่อเห็นสายตาขุ่นเขียวของผู้กองหนุ่ม

 

            ระวังปากหน่อย นั่นน้องสาวฉัน ฉันอยากให้นายช่วยจับตามองเธอตลอดเวลา อย่าให้คาดสายตาแม้แต่นาทีเดียว คอยสังเกตว่ามีใครเข้ามาข้องเกี่ยวหรือด่อมๆ มองๆ รอบๆ ตัวเธอบ้าง แล้วรายงานให้ฉันรู้ทุกระยะ

 

            งานนักสืบแบบนี้มาจ้างมิจฉาชีพอย่างผมทำทำไม เอาลูกน้องของคุณในกองปราบมาทำไม่ดีกว่าเหรอ เขาแนะนำอย่างหวังดี วายุโบกมือให้เงียบ แล้วตัดบทเสียงห้วน

 

            ฉันเป็นคนจ้าง ฉันก็ต้องมีเหตุผลของฉัน ว่าจะเลือกใครมาทำงานให้ นายบอกมาว่าจะทำหรือเปล่า แค่นี้ก็พอแล้ว

 

            เหตุผลอะไร คนปากไวถามอย่างสงสัย

 

            เรื่องนั้นนายไม่ต้องรู้หรอก รู้แต่ว่ารายได้งามอย่างเดียวก็พอ เขาโยนธนบัตรสีเทาปึกหนึ่งไปให้ ชายร่างผอมคว้าหมับอย่างรวดเร็ว ดวงตาโปนๆ เบิกโตยิ่งขึ้น เมื่อเห็นจำนวนเงินในมือ

 

            ไม่ต้องห่วงครับคุณตำรวจ ผมจะเฝ้าไม่ให้คาดสายตาเลย ถ้าบอกว่าเงินดีอย่างนี้ตั้งแต่แรก ก็หมดเรื่องไปแล้ว เขานับเงินด้วยความละโมบ

 

            วายุเหยียดยิ้มเย้ยหยัน เงินซื้อได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะคนหรือสิ่งของ เรื่องยากเย็นขนาดไหนก็สำเร็จได้อย่างง่ายดาย ขอเพียงแค่มีเงินเท่านั้น

 

            น้องดาว คราวนี้พี่จะไม่พลาดอีก พี่จะจับให้คนที่ทำร้ายน้องให้ได้

 

            ผู้กองหนุ่มหัวเราะอย่างเหี้ยมเกรียม ในเมื่อเขาใช้ตำรวจตามหาตัวฆาตกรไม่ได้ เขาก็จะใช้มิจฉาชีพแบบนายสมนี่แหละทำงานให้ โจรย่อมเข้าใจในวิถีโจรด้วยกัน เมื่อมีเพียงเดือนเป็นเหยื่อล่อ มีนายสมเป็นแร้งที่คอยเฝ้าเหยื่อ เขาจะเป็นแมวที่คอยดักจับหนูชั่ว แล้วเอาพวกมันมาลงโทษให้สาสม

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

            รถเบนซ์คันงามแล่นมาตามถนนด้วยความเร็วสูง ก่อนเลี้ยวเข้าไปในหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของบรรดาผู้มีอันจะกินแห่งหนึ่งในกรุงเทพ เพียงเดือนนั่งตัวลีบอยู่ที่เบาะหน้าข้างคนขับ ความตื่นเต้นที่เกิดจากการได้นั่งรถเบนซ์สุดหรูหดหายไปครึ่งหนึ่ง เมื่อแอบมองเสี้ยวหน้าคมคายของสารถีสุดหล่อ ที่ตอนนี้เรียบเฉยซะจนน่ากลัว พี่มาร์กขายังโกรธไม่หาย ทำไมถึงขี้หึงขนาดนี้นะ แต่มันมันคงจะดีกว่านี้มาก ถ้าคนที่เขาหึงเป็นเธอ

 

            ตะวันเหลือบตามองแม่สาวน้อยร่างบางที่นั่งหน้าจ๋อยอยู่ข้างกาย ท่าทางหงอยๆ ของเธอ มันดูน่าตลกมากกว่าน่าสงสาร ความจริงเขาไม่ได้โกรธอะไรเธอหรอก เพียงแต่ว่าเวลาที่เห็นน้องดาวเรียกหานายวายุ ใจมันอดเจ็บแปลบๆ ไม่ได้เท่านั้น เลยแกล้งทำเป็นโกรธให้เธอรู้ว่าวันหลังห้ามพูดถึงผู้ชายคนอื่นต่อหน้าเขาอีก

 

            ดวงตาดำขลับของน้องดาวแอบมองเขาหลายครั้ง ก่อนรีบหันกลับไปมองข้างทางอย่างรวดเร็ว เมื่อเขาส่งสายตาดุๆ ไปให้ พอเห็นท่าทางเหมือนเด็กแอบเล่นไม้ขีด แล้วถูกจับได้ของน้องดาวก็อดขำไม่ได้ เขาชะลอรถเข้าจอดข้างทาง แล้วรวบร่างบางน่าทะนุถนอมเข้ามาไว้ในวงแขน ก่อนก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นอย่างหยอกเย้า

 

            ว้าย...เพียงเดือนร้องเสียงหลง เมื่อถูกดึงตัวไปกอดแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว เธอส่งสายตาขุ่นเขียวไปให้พ่อคนมือไว ก่อนทุบกำปั้นลงบนไหล่กว้างของเขาอย่างขุ่นเคือง แต่พ่อตัวดีไม่สะดุ้งสะเทือนเลยสักนิด แถมยังหัวเราะชอบใจ แล้วก้มลงจูบแก้มเธออีกฟอดใหญ่

 

            พี่ตะวัน อย่าน้า... เธอร้องห้ามพลางดันแผ่นอกของเขาไว้ เมื่อเห็นพ่อคนฉวยโอกาสทำท่าจะหอมแก้มอีกข้างของเธอ คนบ้าเมื่อกี้ยังทำเป็นโกรธอยู่เลย เผลอนิดเดียวเปลี่ยนเป็นหื่นแล้ว

 

            หย่าได้ยังไง ยังไม่ได้แต่งเลย แล้วนึกเหรอว่าถ้าแต่งกันแล้ว พี่จะยอมหย่าให้น้องดาว เขาลอยหน้าลอยตาพูดพลางก้มหน้าลงมาหาอีก แต่หญิงสาวเอียงหน้าหลบทำให้จมูกโด่งๆ ของเขาไถลไปซุกไซ้ตรงใบหูแทน ทำเอาขนของเธอลุกซู่ขึ้นมาทันที

 

            พี่ตะวัน โกรธน้องดาวอยู่ไม่ใช่เหรอ เธอชวนคุยเพื่อหยุดพ่อคนชอบเอาเปรียบ

 

            ใครบอก ฮึ พี่นี่นะโกรธน้องดาว เท่าที่จำได้ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมา มีแค่ครั้งเดียวเท่านั้น เขาเงยหน้าขึ้นยิ้มให้เธอ

 

            ตอนไหนคะ เพียงเดือนถามรู้สึกอยากรู้ขึ้นมาจริงๆ ไม่ใช่แค่หาเรื่องชวนคุยอย่างที่ตั้งใจไว้

 

            ตอนนั้นน้องดาวอายุสิบเอ็ดขวบ เราไปพักผ่อนที่บ้านปากช่องกัน น้องดาวแอบหนีไปเล่นน้ำที่น้ำตกกับนายวายุแล้วจมน้ำเกือบตาย ดีที่พี่ตามไปช่วยไว้ทัน พี่คว้าเราขึ้นจากน้ำแบบฉิวเฉียด พี่โกรธมากไม่พูดกับน้องดาวตั้งครึ่งวัน เขาเล่าเสียงนุ่มพลางยิ้มน้อยๆ อย่างมีความสุข

 

            แค่ครึ่งวันเองเหรอคะ

 

            ใช่ ก็เรานั่นแหละตัวดี ตามตอแยพี่ทั้งวัน ขนาดเข้าห้องน้ำยังตามไปยืนรอหน้าประตูเลย พี่รำคาญก็เลยยอมพูดด้วย เขาขยี้ผมเธออย่างเอ็นดู

 

            แล้วพี่วาล่ะ เธออดถามถึงพ่อจอมซนอีกคนหนึ่งไม่ได้

 

            นายวายุตัวต้นเรื่องโดนพี่ฟาดก้นไปสามที น้ำตาคลอแต่ไม่กล้าร้องไห้

 

            เพียงเดือนหัวเราะเบาๆ พอนึกถึงหน้าผู้กองหนุ่มน้ำตาคลอก็อดขำไม่ได้ ชายหนุ่มที่ตระกองกอดอยู่จึงพลอยหัวเราะตามไปด้วย แต่จู่ๆ เขาก็นิ่งเงียบไปเฉยๆ สีหน้ารื่นเริงเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นบึ้งตึง

 

            พูดถึงผู้ชายอื่นต่อหน้าพี่อีกแล้วเหรอ เขาถามเสียงหนัก

 

            พี่วาไม่ใช่คนอื่นนะคะ เขาเป็นพี่ชายน้องดาว เป็นน้องชายของพี่ตะวัน น้องดาวไม่เคยคิดกับพี่วาเป็นอย่างอื่นเธอจ้องมองนัยน์ตาคู่คมของเขาพลางอธิบายเสียงเรียบ เธอไม่อยากสร้างรอยร้าวให้เกิดขึ้นในหมู่พี่น้องทรัพย์เทวัญ และคิดว่าน้องดาวก็คงไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นเช่นกัน

 

            จริงเหรอ เขาหรี่ตามองอย่างคาดคั้น

 

            จริงค่ะ เธอพยักหน้ายืนยัน

 

            งั้นต้องพิสูจน์ เขาเอ่ยพลางทำตาเจ้าเล่ห์

 

            เพียงเดือนมองตอบมาตาโต พี่มาร์กขาร้ายนักนะ แกล้งทำเป็นโกรธล่อให้เราติดกับ แต่ถึงรู้ว่าเป็นหลุมพราง เธอก็ยังอยากลองโดดลงไปสักครั้ง

 

            พิสูจน์ยังไงคะ

 

            จูบพี่ทีหนึ่ง ไม่งั้นพี่ไม่เชื่อ ตรงนี้นะ

 

            ตะวันชี้นิ้วไปที่ริมฝีปากของตัวเอง ดวงตาคู่คมเป็นประกายแพรวพราว เธอเงยหน้ามองพ่อตัวดีตรงหน้า แล้วอดยิ้มไม่ได้ ความรู้สึกอยากจูบปากแดงๆ ของเขา ที่สะสมมาตั้งแต่เช้ากำเริบขึ้นมาทันที

 

            จะดีเหรอคะ นี่ข้างถนนนะนะคะ หญิงสาวถามเสียงเบา ถึงยังไงเธอก็เป็นผู้หญิง อิดออดไว้หน่อยดีกว่า

 

            ใครจะไปเห็น รถพี่ติดฟิล์มหนาขนาดนี้ เร็วสิครับ เดี๋ยวพี่โกรธจริงๆ นะ เขาเอ่ยเร่งพลางก้มหน้าลงมาหาเธอ หญิงสาวยื่นมือประคองใบหน้าคมคายไว้พลางคิดในใจ

 

            นิดหน่อยคงไม่เป็นไร ก็เจ้าตัวเขาเต็มใจนี่น่า ทีเดียวนะพี่มาร์กขา ฉันจะเก็บเอาไว้ฝันถึง เวลาที่ต้องไปจากคุณ

 

            เพียงเดือนจ้องมองใบหน้าคมคาย จดจำภาพของเขาไว้ในใจ แล้วยื่นหน้าขึ้นไปหาช้าๆ แต่ยังไม่ทันได้สัมผัส ทั้งคู่ก็ต้องผงะออกจากกันด้วยความตกใจ เมื่อเสียงกดแตรดังลั่นขึ้น ตะวันหันมองออกไปนอกรถ ใบหน้าขาวแดงก่ำขึ้นมาทันที เมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาขึงโกรธคู่หนึ่ง เขารีบพยักหน้าขอโทษ แล้วขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เธอยกมือกอดอกด้วยความเซ็งสุดขีด

 

            พี่มาร์กขาบ้าที่สุด จอดรถขวางหน้าบ้านคนอื่น จนเจ้าของเขาออกมาไล่ เกือบได้จูบคนหล่ออยู่แล้วเชียว

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

 


***อ่านพันธนาการหัวใจได้ 3 ช่องทาง ดังนี้***

 

1. อ่านฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMjQ3MzAiO30

 

2. อ่านแบบแพคเก็ตจากเว็บเด็กดี

 

3. อ่านนิยายเรื่องอื่นๆ ของมัลลิกา ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&page_no=1&type=author&search=มัลลิกา&is_mag=all&price=all&sort_by=date&from_book_price=&to_book_price=&category_id=&category_name



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

0 ความคิดเห็น