พันธนาการหัวใจ (Re-Up)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 8,862 Views

  • 14 Comments

  • 198 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    298

    Overall
    8,862

ตอนที่ 15 : บทที่ 4 บ้านปานวิมาน ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 475
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    22 ม.ค. 61



บทที่ 4

 

บ้านปานวิมาน

ตอนที่ 2

 

            รถเบนซ์สีดำแล่นมาจอดหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ ชายหนุ่มร่างสูงเปิดประตูรถออกมา ก่อนเดินอ้อมไปเปิดประตูให้หญิงสาวที่นั่งมาด้วยกัน เขาประคองร่างบอบบางลงมาอย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าเธอจะแตกหักได้ ถ้ากระทบถูกแรงเกินไป

 

            เพียงเดือนหน้าร้อนผ่าวตลอดเวลา แต่ก็ยอมให้เขาตระกองกอดเอาไว้ แม้จะอายจนหน้าแดงก่ำ ทว่าอ้อมอกของพี่มาร์กช่างอบอุ่นและหอมกรุ่น เธอเงยหน้ามองเสี้ยวหน้าหล่อเหลา ก่อนลอบถอนใจอย่างแผ่วเบา วันแรกที่พบเขาเธอเคยพูดว่ายอมแก่ลงหนึ่งปี ถ้าได้ไปยืนแทนที่ยายเมสินี สงสัยพระเจ้าจะรับฟังคำขอของเธอแล้ว

 

            น้องดาว นี่บ้านของเรา บ้านปานวิมาน เขาเสียงนุ่มอย่างภูมิใจ

 

            เพียงเดือนเงยหน้ามองไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่ ปากเธออ้าค้าง ก่อนรีบหุบลงอย่างรวดเร็ว เพื่อปิดกั้นเสียงอุทานเผ็ดร้อน

 

            โอ้แม่เจ้า นี่บ้านคนเหรอเนี่ย ทำไมมันใหญ่โตขนาดนี้

 

            บ้านปานวิมานสวยเหมือนวิมานสมดังชื่อ ตัวตึกเป็นคฤหาสน์สามชั้นขนาดใหญ่ แบ่งออกเป็นสองปีก สีขาวบริสุทธิ์ ทางเดินด้านหน้าตลอดจนตัวบ้านปูหินอ่อนขัดเงาทั้งหลัง ประตูทางเข้าด้านหน้าเป็นไม้สักแกะสลักบานใหญ่ เหนือซุ้มประตูเป็นงานประดับกระจก ที่งดงามที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา

 

            คฤหาสน์ตั้งอยู่บนเนื้อที่ร่วมสิบไร่ ล้อมรอบด้วยสวนสวย ที่จัดแต่งอย่างลงตัว ด้วยไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด สนามกว้างปูหญ้าเขียวชอุ่ม แวดล้อมด้วยไม้ใหญ่ร่มรื่น ตลอดแนวกำแพงสูงชัน ตรงกลางสวนติดตั้งน้ำพุขนาดใหญ่ แกะสลักจากหินอ่อนทั้งก้อน เป็นรูปกามเทพตัวน้อยสี่องค์ กำลังสรงสนานอย่างร่าเริง

 

            สวยจังเลย เธอเผลออุทานออกมาจนได้

 

            ตะวันยิ้มด้วยความเอ็นดู เขาก้มลงมองน้องดาว หญิงสาวมองตอบด้วยดวงตากลมโต ปากห่อเข้าหากันน้อยอย่างน่ารัก เขากำลังจะพูดกับเธอ แต่เหลือบเป็นรถสปอร์ตสีแดงของวายุแล่นมาเสียก่อน น้องชายตัวดีจอดรถต่อจากรถของเขา แล้วลงจากรถเดินแกมวิ่งตรงมาหา

 

            เพียงเดือนยิ้มอย่างโล่งใจ แล้วรีบวิ่งไปหาผู้กองหนุ่ม เธอเกาะแขนเขาเพื่อยึดเป็นที่พึ่ง วายุวางฝ่ามือลงบนหลังมือของเธอ ก่อนตบเบาๆ บอกเป็นนัยว่าไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเขาเตรียมการณ์ไว้แล้ว เธอพยักหน้าอย่างเข้าใจ โดยไม่เห็นสายตาขุ่นเคืองของตะวัน เขาคว้าข้อมือแล้วดึงเข้ามาชิดตัวอย่างหวงแหน

 

            เข้าบ้านกันเถอะน้องดาว นายด้วยวายุ พี่มีเรื่องจะถามนาย เขาสั่งเสียงห้วน แล้วประคองหญิงสาวเดินเข้าบ้าน โดยไม่สนใจอาการประท้วงของเธอ

 

            วายุมองตามตาปริบๆ เขาไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเลย เมื่อครู่นี้พี่ตะวันทำท่าเหมือนหึงเขา ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยเป็นแบบนี้เลย แต่เรื่องนี้คงต้องเก็บเอาไว้คิดทีหลัง ตอนนี้เขาต้องรีบเข้าไปเล่าเรื่องโกหก ที่แต่งมาตลอดทางให้พี่ชายก่อน หวังว่าพี่ตะวันจะเชื่อที่เขาพูดนะ

 

            เดินช้าๆ หน่อยค่ะฉันตามไม่ทัน เพียงเดือนขืนตัวไว้ ชายหนุ่มหันมามอง ดวงตาคมวาววับด้วยแรงหึง เธอมองตาคู่นั้นอย่างประหลาดใจ ก่อนร้องหวีดออกมาเบาๆ เมื่อถูกเขาอุ้มขึ้นจากพื้น

 

            ทีนี้คงไม่มีปัญหาแล้วนะ เขากระซิบถามพลางเดินเข้าบ้าน

 

            หญิงสาวรีบตวัดแขนโอบคอเขาไว้ ตั้งแต่โตเป็นสาวนี่เป็นครั้งแรก ที่เธอถูกผู้ชายอุ้มอย่างแนบชิดแบบนี้ และเขาเป็นผู้ชายคนที่สองรองจากพ่อ ที่ได้แตะต้องตัวเธออย่างสนิทสนมเช่นนี้

 

            เปลืองตัวชะมัดเลย ห้าหมื่นบาทต่อหนึ่งเดือน จะคุ้มไหมงานนี้

 

            มีอะไรคะคุณตะวัน สร้อยได้ยินเสียงเอะอะ คุณดาว คุณดาวของป้า ป้าสร้อยแม่บ้านและคนเก่าแก่ของบ้านปานวิมานวิ่งมาดักหน้า ก่อนอ้าปากค้าง น้ำตาคลอ เมื่อเห็นหญิงสาวในอ้อมแขนเจ้านายหนุ่ม

 

            เดี๋ยวค่อยร้องป้า ตอนนี้ช่วยไปดูห้องของน้องดาวก่อน แล้วก็สั่งเด็กตั้งอาหารเย็นได้แล้วตะวันสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ตอนนี้เขาไม่อยากแบ่งปันน้องดาวให้ใครทั้งนั้น เขาอยากอยู่กับเธอเพียงลำพัง อยากกอด อยากจูบ ให้หายคิดถึง

 

            ป้าสร้อยรับฟังด้วยความงุนงง แต่ก็เดินยอมจากไปแต่โดยดี ชายหนุ่มอุ้มเพียงเดือนเดินเข้าไปในห้องรับแขกขนาดใหญ่ ซึ่งตบแต่งอย่างสวยงามด้วยผ้าม่านไหม และเก้าอี้รับแขกหรูหรา เขาวางหญิงสาวลงบนโซฟาตัวหนึ่ง แล้วนั่งลงข้างๆ ดวงตามองเธอนิ่ง ก่อนยิ้มอย่างเป็นสุข

 

            หัวใจของเพียงเดือนเต้นตูมตาม จนเธอกลัวว่ามันจะหลุดออกมาจากอก ความใกล้ชิดระหว่างเขากับเธอ มันแนบแน่นเกินกว่าที่เธอจะรับไหว หญิงสาวหน้าแดงเรื่อกระเถิบหนีไปสุดโซฟา นัยน์ตาคมยิ้มได้ของเขาเปลี่ยนเป็นวาววับด้วยโทสะ แล้วค่อยๆ หม่นเศร้าลง

 

            น้องดาวกลัวพี่เหรอครับ เขาถามเสียงละห้อย

 

            เปล่าค่ะ เพียงแต่ฉันจำอะไรไม่ได้ แล้วคุณ...” เธอแกล้งตอบตะกุกตะกัก เล่นบทคนความจำเสื่อมต่อไป เพื่อถ่วงเวลารอวายุมาเล่นละครด้วยกัน

 

            น้องดาวจำพี่ไม่...” เสียงทุ้มน่าฟังขาดหายไป เมื่อเห็นน้องชายคนเล็กเดินเข้ามา ผู้กองหนุ่มยิ้มแห้งๆ แล้วเดินมานั่งตรงข้ามพวกเขา

 

            ตามมาเร็วจังนะ แล้วคุณเมนี่ล่ะ ตะวันถามน้องชาย เมื่อเขานั่งลงแล้ว

 

            กลับบ้านไปแล้วครับ เธอไม่ยอมให้ผมไปส่ง พี่ก็รู้ว่าคนที่เธออยากกลับด้วยคือพี่ไม่ใช่ผม วายุตอบยืดยาวพลางยิ้มประจบ

 

            มาก็ดีแล้ว พี่มีเรื่องจะพูดกับนาย นายนั่งรอที่นี่ก่อนนะ พี่จะพาน้องดาวขึ้นไปพักบนห้อง เมื่อกี้แกบ่นว่าปวดหัว

 

            เพียงเดือนสบตาวายุ แล้วส่ายหน้าเร็วๆ เพื่อบอกเขาว่าเธอไม่อยากไป เธออยากนั่งฟังด้วย เผื่อคราวหน้าต้องเล่าเรื่องนี้อีก เธอจะได้เล่าตรงกับเขา โดยไม่เผยพิรุธใดออกมา

 

            ให้น้องดาวอยู่ด้วยก็ได้ครับ ผมไม่มีความลับอะไรอยู่แล้ว ผู้กองหนุ่มรับลูกต่ออย่างรู้ใจ

 

            อย่าดีกว่าน้องดาวไม่ค่อยสบาย

 

            แต่ฉันอยากอยู่ฟังด้วยค่ะ เผื่อจะจำอะไรได้บ้าง เธอเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาซื่อบริสุทธิ์ เขามองเธออย่างชั่งใจ ก่อนพยักหน้าตกลง

 

            “ก็ได้ นายเล่าให้พี่ฟังสิว่าเจอน้องดาวที่ไหน ทำไมเธอถึงจำอะไรไม่ได้เลย แม้แต่พี่

 

            วายุรวบรวมความกล้า แล้วเล่าเรื่องที่แต่งไว้ทันที โดยเริ่มจากเขาจ้างนักสืบออกตามหาน้องดาว แต่คว้าน้ำเหลวมาตลอด จนเมื่อสองวันก่อนนักสืบที่เขาจ้าง ก็แจ้งมาว่าพบหญิงสาวที่คล้ายกับน้องดาว อยู่ที่คลินิกแห่งหนึ่งย่านบางนา เขาจึงรีบตามไปดูและพบว่าเธอคือน้องดาวจริงๆ แต่หญิงสาวจำเขาไม่ได้เลย

 

            จากการสอบถามคุณหมอที่รักษาเธอ และให้เธอพักอาศัยอยู่ด้วย จึงทราบว่าน้องดาวความจำเสื่อม เพราะอุบัติเหตุรถเฉี่ยวล้มหัวฟาดพื้น ตอนออกจากบ้าน คุณหมอท่านนั้นช่วยเธอเอาไว้ แต่ที่ไม่ได้ติดต่อมา เพราะท่านไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร จึงให้อาศัยอยู่ที่บ้านไปก่อน

 

            เรื่องทั้งหมดก็เป็นอย่างที่ผมเล่านี่แหละครับ วายุสรุปความแล้วกลั้นใจรอความเห็นของพี่ชาย

 

            นายรู้เรื่องน้องดาวแล้ว ทำไมนายไม่บอกพี่ก่อน ผู้เป็นพี่เริ่มตั้งคำถามแรก

 

            ผมไม่แน่ใจว่าใช่น้องดาวหรือเปล่า จึงไม่กล้าบอกพี่ตะวัน จนเมื่อได้ไปเห็นตัวจริง กำลังจะพาน้องดาวกลับมาบ้าน แต่มาพอพี่ตะวันก่อน

 

            วายุเล่าเรื่องโกหกของตนอย่างหน้าตาเฉย ในขณะที่เพียงเดือนหัวใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ เธอแอบมองชายหนุ่มข้างกาย ตะวันรับฟังด้วยสีเรียบเฉย ไม่แสดงอาการว่าเชื่อหรือไม่เชื่อ

 

            คุณหมอคนนั้นชื่ออะไร พี่จะได้ไปขอบคุณเขา ที่ช่วยน้องดาวเอาไว้ เขาถามอีกครั้ง

 

            คุณหมอเกรียงไกรค่ะ ท่านบอกว่าไม่ต้องการสิ่งตอบแทน ที่ช่วยฉันไว้ก็เพราะต้องการทำบุญให้กับลูกสาวที่เสียไปแล้ว เพียงเดือนรับช่วงต่อเสียงนุ่ม

 

            แล้วเขาบอกหรือเปล่าว่าน้องดาวจะหายเป็นปกติเมื่อไร เขาหันมาถามเธอบ้าง

 

            บอกครับ เขาบอกว่าอีกสักพัก ความทรงจำจะกลับมาเอง เมื่อร่างกายฟื้นตัวแล้ว วายุตอบพลางมองเพียงเดือนอย่างขอความช่วยเหลือ หญิงสาวพยักหน้าเข้าใจ แล้วเล่นละครต่อทันที

 

            โอ๊ย ปวดหัว เธอร้องขึ้นเบาๆ ตะวันหันมามอง เขายกมือประคองใบหน้าเธอไว้ แล้วถามด้วยความเป็นห่วง

 

            น้องดาวเป็นอะไร เจ็บตรงไหนคะ

 

            ดิฉันปวดหัวค่ะ มันเหมือนจะจำอะไรได้บ้าง แต่มันมัวไปหมด เธอยกมือกุมศีรษะ น้ำตาคลอเบ้า

 

            พี่จะพาน้องดาวไปพัก นายโทรตามอาหมอมาด้วยตะวันหันไปสั่งน้องชาย พอได้ยินคำว่าหมอ เพียงเดือนก็หน้าถอดสี เธอหันไปสบตาวายุ ซึ่งมองเธออยู่ก่อนแล้ว ด้วยสีหน้าไม่ต่างกัน

 

            ไม่ต้องตามหมอก็ได้ค่ะ แค่ได้พักสักหน่อยคงดีขึ้นเมื่อผู้กองหนุ่มช่วยเธอไม่ได้ หญิงสาวจึงต้องช่วยตัวเอง

 

            ได้เดี๋ยวพี่พาไปพักผ่อนที่ห้อง ชายหนุ่มช้อนตัวเธอขึ้นจากเก้าอี้ เพียงเดือนตกใจหน้าเสีย แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร ป้าสร้อยก็เดินเข้ามาเสียก่อน

 

            ขอประทานโทษค่ะคุณตะวัน มีโทรศัพท์จากพ่อเลี้ยงอาทร นางส่งโทรศัพท์ให้ผู้เป็นนาย ตะวันมองอย่างไม่พอใจ แล้วปฏิเสธเสียงห้วน

 

            บอกไปว่าฉันยังไม่ว่าง เดี๋ยวจะโทรกลับทีหลัง

 

            ป้าคิดว่าคุณตะวันน่าจะรับก่อนนะคะ เพราะเสียงของพ่อเลี้ยงฟังไม่ดีเลย เหมือนท่านกำลังโกรธมาก

 

            ดิฉันค่อยยังชั่วแล้ว เดินไปเองได้ค่ะ ให้คุณแม่บ้านพาไปก็ได้ค่ะเพียงเดือนพูดเสียงเบาหวิว แล้วนิ่งรอให้ชายหนุ่มตัดสินใจ

 

            ตะวันถอนใจเบาๆ แล้วปล่อยหญิงสาวลงยืน แม้อยากจะอยู่กับน้องดาวมากแค่ไหน แต่พ่อเลี้ยงอาทรก็เป็นหุ้นส่วนสำคัญ ที่เขามองข้ามไม่ได้เช่นกัน

 

            ป้าสร้อยพาน้องดาวไปที่ห้องทีนะ แล้ววายุรีบขับรถไปรับคุณอาหมอ ชายหนุ่มสั่งเสียงเรียบ แล้วรับโทรศัพท์จากสร้อยไปคุย

 

            วายุรีบเดินออกจากห้องรับแขก เขาพอจะรู้ว่าพ่อเลี้ยงอาทรจะพูดอะไรกับพี่ชาย ซึ่งมันต้องเป็นเรื่องของทรายขวัญแน่นอน ดังนั้นรีบเผ่นไปก่อนน่าจะเป็นการดีกว่า พอทั้งหมดเดินพ้นห้องรับแขกออกมาแล้ว เขาก็ก้มลงกระซิบบอกเพียงเดือน

 

            ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวผมจัดการเรื่องอาหมอเอง คุณเล่นไปตามบทของคุณก็แล้วกัน พอพูดจบเขาก็เดินออกจากคฤหาสน์ไปเลย

 

            เพียงเดือนถอนใจอย่างโล่งอก หลุดไปได้อีกเปาะหนึ่งแล้ว ที่เหลือค่อยแก้ไขกันไป เธอหยุดยืนหน้าบันไดวน ที่ทอดตัวไปยังชั้นสองของคฤหาสน์ ก่อนหันไปมองแม่บ้านสูงวัย นางเป็นหญิงวัยกลางคนอายุเกือบห้าสิบปี รูปร่างค่อนข้างท้วม ผิวขาว ผมดำเริ่มมีสีดอกเลาแซมตัดสั้น

 

            ป้าสร้อยใช่ไหมคะ เธอถามเสียงเบา ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ นางก็ปล่อยโฮออกมาทันที

 

            คุณดาวของป้า

 

            เพียงเดือนยิ้มแหยๆ เธอรู้ว่าทุกคนดีใจที่น้องดาวกลับมา แต่ตอนนี้เธออยากขึ้นห้องมาก เพราะเกิดพี่มาร์กขาโทรศัพท์เสร็จ แล้วเดินตามออกมาทัน เธอจะเปลืองเนื้อเปลืองตัวอีก

 

            พาฉันไปที่ห้องนอนก่อนได้ไหมคะ ฉันเวียนหัวอยากพักผ่อน เธอเอ่ยเสียงนุ่ม ป้าสร้อยรีบเช็ดน้ำตา แล้วผายมือไปที่บันได

 

            ทางนี้ค่ะคุณดาว นางพาเพียงเดือนเดินขึ้นบันไดไปที่ชั้นสอง แม้ค่อนข้างเจ้าเนื้อ แต่ป้าสร้อยจัดว่าเป็นคนที่คล่องแคล่วทีเดียว แกเดินขึ้นบันไดด้วยท่วงท่ากระฉับกระเฉง พลางชวนคุยอย่างอารมณ์ดี

 

            ห้องของคุณดาวอยู่ชั้นสามนะคะ ทางปีกตะวันออก ใกล้กับห้องคุณตะวัน ส่วนห้องของคุณวายุกับคุณเมฆินทร์อยู่ทางปีกตะวันตก แต่คุณรู้อยู่แล้วนี่น่า ป้ายังจะพูดอีก แกหันมายิ้มอย่างเขินๆ

            ไม่เป็นไรจ้ะ ป้าเล่าไปเรื่อยๆ เถอะ ฉันชอบ

 

            เพียงเดือนมองไปรอบๆ บ้านปานวิมานสวยสมชื่อจริงๆ พื้นปูด้วยหินอ่อนสีขาวนวล แล้วปูทับด้วยพรมสีแดงลายเถาไม้สีน้ำเงิน ลาดไปตลอดเส้นทาง ผนังตบแต่งด้วยรูปวาดราคาแพง บนเพดาลแขวนโคมไฟระย้า ดูสวยงามตระการตา

 

            ว้าย!” เธออุทานเสียงเบา เมื่อชนป้าสร้อยที่หยุดเดินกะทันหัน แกถอยออกห่างพลางจ้องหน้าเธอเขม็ง หญิงสาวหน้าเสีย แต่ยังคงรักษาอาการไว้

 

            มีอะไรจ๊ะป้า จ้องหน้าฉันทำไม

 

            คุณดาวไม่เคยแทนตัวเองว่าฉันกับป้ามาก่อนเลย นางหรี่ตามองอย่างจับผิด

 

            เพียงเดือนชะงักไปทันที ป้าสร้อยเป็นคนช่างสังเกต ต่อไปเธอต้องระวังตัวให้มากกว่านี้ หญิงสาวรีบตีหน้าเศร้า แล้วเล่นละครเรื่องเดียวกับที่เล่นให้ตะวันดูเมื่อครู่กับนาง

 

            ฉันความจำเสื่อมค่ะ ฉันจำไม่ได้เลยค่ะ มันตื้อไปหมด ขอโทษป้าด้วยนะคะ เธอทำตาแดงๆ ยกมือกุมศีรษะ ด้วยสีหน้าเจ็บปวด

 

            “ความจำเสื่อเหรอคะ มันเกิดอะไรขึ้นคะ คุณดาวหายไปไหนมา แล้วทำไมถึงความจำเสื่อม” นางซักถามด้วยความตกใจ

 

            “เรื่องมันยาวค่ะ ฉันยังไม่อยากพูดถึงตอนนี้ ขอฉันพักผ่อนก่อนได้ไหมคะ”

 

            โธ่... คุณดาวของป้า ป้าขอโทษค่ะ เชิญทางนี้เลยค่ะ นี่ห้องนอนของคุณดาวค่ะ ป้าสร้อยพาเธอเข้าไปในห้องนอนห้องหนึ่ง หญิงสาวกวาดตามองไปรอบๆ ก่อนอุทานอย่างตื่นเต้น

 

            โอ้โฮ

 

            ห้องนอนของน้องดาวกว้างมาก เอาห้องเช่าของเธอสี่ห้องมามัดรวมกัน ยังไม่ใหญ่เท่านี้เลย ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกขึงทับด้วยผ้าม่านลูกไม้สีชมพู ส่วนอีกด้านเป็นตู้เสื้อผ้าเรียงกันเป็นแถว กลางห้องตั้งเตียงสี่เสาขนาดใหญ่ เธอเดินไปที่ประตูบานหนึ่ง ซึ่งคาดว่าจะเป็นห้องน้ำ เธอเปิดประตูแล้วมองเข้าไปข้างใน

 

            ห้องน้ำของน้องดาวเล็กกว่าห้องนอนนิดเดียว พื้นและผนังปูด้วยกระเบื้องสีชมพูอ่อน ลายเถาวัลย์และนางฟ้าองค์น้อย ตรงกลางห้องติดตั้งอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ ผนังด้านหนึ่งมีเครื่องประทินโฉมและของใช้ส่วนตัววางเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ

 

            หญิงสาวปิดประตูห้องน้ำ แล้วหันมาดูห้องนอนอีกครั้ง ความตื่นเต้นยังไม่จางหายไปจากใบหน้า ห้องนอนของน้องดาวเหมือนวิมานสีชมพู ข้าวของเครื่องใช้ ของตกแต่งทุกชิ้นล้วนเป็นสีชมพู ไม่ว่าจะเป็นผ้าม่าน โต๊ะ เก้าอี้ พรมปูพื้น ผ้าปูเตียง หมอน ผ้าห่ม ทุกอย่างเป็นสีชมพูหมด แม้แต่ตุ๊กตาที่วางบนหัวเตียงยังเป็นคิตตี้สีชมพูเลย

 

            ป้าสร้อยประคองเธอไปนั่งบนเตียง ด้วยเข้าใจว่าอาการเหม่อลอยของเธอ เกิดจากความเจ็บป่วย โดยไม่รู้เลยสักนิด ว่ามันเป็นอาการประหลาดใจของคนจน ที่พลัดหลงเข้ามาในถิ่นไฮโซ นางเดินไปเปิดแอร์ แล้ววิ่งกลับมาหาเธอ ก่อนส่งหลอดยาดมให้เธอ

 

            “ขอบคุณค่ะป้า” เธอรับมาดมพลางยิ้มให้นาง

 

            คุณดาวของป้า เล่าให้ป้าฟังได้ไหมคะ ว่าคุณไปอยู่ไหนมา แล้วเกิดอะไรขึ้นกับคุณ ทำไมคุณถึงจำอะไรไม่ได้เลย นางถามพลางจับผมที่ข้างแก้มของเธอ ทัดหูให้อย่างนุ่มนวล

 

            ‘นั่นไง ว่าแล้วเชียว ดีนะที่เรานั่งฟังอยู่ด้วย ถ้าเล่าไม่เหมือนกัน มีหวังความแตกแน่

 

            เพียงเดือนยิ้มให้แม่บ้านร่างอวบ แล้วเล่าเรื่องโกหกที่เธอกับวายุช่วยกันแต่งขึ้นให้นางฟัง คุณแม่บ้านรับฟังด้วยน้ำตานองหน้า ในขณะที่เธอลอบถอนใจอย่างอ่อนใจ ด้วยไม่รู้ว่าจะต้องเล่าเรื่องโกหกพวกนี้ ซ้ำไปซ้ำมาอีกสักกี่หน

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

 

***อ่านพันธนาการหัวใจได้ 3 ช่องทาง ดังนี้***

 

1. อ่านฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMjQ3MzAiO30

 

2. อ่านแบบแพคเก็ตจากเว็บเด็กดี

 

3. อ่านนิยายเรื่องอื่นๆ ของมัลลิกา ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&page_no=1&type=author&search=มัลลิกา&is_mag=all&price=all&sort_by=date&from_book_price=&to_book_price=&category_id=&category_name


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

0 ความคิดเห็น