พันธนาการหัวใจ (Re-Up)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 9,440 Views

  • 14 Comments

  • 243 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    162

    Overall
    9,440

ตอนที่ 14 : บทที่ 4 บ้านปานวิมาน ตอนที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 530
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    21 ม.ค. 61



บทที่ 4


บ้านปานวิมาน

ตอนที่ 1

 

            โอ้โฮ สามโมงเย็นแล้ว

 

            เพียงเดือนพูดขึ้นพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดจอโทรศัพท์มือถือ ที่ใช้ดูเวลาเมื่อครู่อย่างทะนุถนอม พวกเขาใช้เวลาเกือบทั้งวันอยู่ที่ร้านของลิลลี่ ความจริงเธอแต่งหน้าทำผมเสร็จตั้งแต่ก่อนเที่ยงแล้ว แต่ลิลลี่ไม่ยอมให้ทั้งสองจากมาง่ายๆ หล่อนรบเร้าให้ทั้งคู่อยู่กินข้าวเที่ยงด้วย พออิ่มข้าวเที่ยงแล้ว เธอก็ชวนคุยต่อ หล่อนมีเรื่องคุยกับวายุได้ไม่จบไม่สิ้น ถ้าแฟนหนุ่มวัยรุ่นของเธอไม่โทรมาหา พวกเขาทั้งคู่คงออกจากร้านมาไม่ได้แน่

 

            วายุเหลือบตามองโทรศัพท์มือถือของหญิงสาว ก่อนเตือนเสียงเรียบ ระหว่างที่คุณอยู่ในบ้านปานวิมาน คุณควรเลิกใช้โทรศัพท์มือถือนะ เพราะผมกลัวว่าพี่ตะวันจะสงสัย

 

            ทำไมคะ น้องดาวไม่มีโทรศัพท์มือถือใช้เหรอ หญิงสาวพูดเลียนแบบน้องดาว วันนี้ทั้งวันเธอเลียนแบบการพูดของน้องดาว เพื่อฝึกให้เกิดความเคยชิน

 

            มี แต่มันไม่เหมือนเครื่องที่คุณใช้ แล้วเบอร์ที่บันทึกอยู่ในเครื่องก็เหมือนกัน ถ้าพี่ตะวันมาเปิดดู เขาต้องรู้แน่ว่าคุณไม่ใช่น้องดาว

 

            “พี่ตะวันของคุณเช็คโทรศัพท์ของน้องดาวด้วยเหรอ” เธอถามอย่างประหลาดใจ

 

            ผมก็ไม่รู้หรอก” เขาส่ายหน้า “ผมแค่พูดเผื่อไว้ก่อน เพราะไม่อยากให้ข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ มาทำให้แผนของเราแตก

 

            เพียงเดือนขมวดคิ้วยุ่ง ถ้าไม่ให้เธอใช้โทรศัพท์ก็แย่สิ ชีวิตนี้เธอขาดโทรศัพท์มือถือได้ที่ไหนล่ะ

 

            แต่ฉันจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์ ถ้าพ่อฉันที่สุพรรณโทรมาหา แล้วติดต่อฉันไม่ได้ แกต้องร้อนใจแน่ๆ เผลอๆ แกอาจไปแจ้งตำรวจ ทีนี้แหละยุ่งของจริงแน่ เธอขมวดคิ้วครุ่นคิด ก่อนยิ้มออกมา เมื่อหาทางออกได้ เอาอย่างนี้แล้วกัน ฉันจะปิดเสียงเรียกเข้าไว้ แล้วลบเบอร์โทรศัพท์ที่บันทึกไว้ออกให้หมด พอพ่อโทรมาฉันค่อยแอบไปรับในห้องน้ำ หรือไม่ก็ห้องนอนที่มันลับตาคนหน่อย คงพอได้นะ

 

            แล้วแต่คุณเถอะ ผมเชื่อว่าคุณฉลาดพอที่จะไม่ทำแผนของเราแตก ก่อนเจ้าฆาตกรปรากฏตัวออกมา เขาตอบพลางเหยียบเบรก เมื่อสัญญาณไฟตรงทางแยกเปลี่ยนเป็นสีแดง

 

            รถสปอร์ตคันงามจอดนิ่งรอสัญญาณไฟอย่างสงบ เพียงเดือนมองไปที่ไฟบอกเวลา เห็นแสดงตัวเลขหนึ่งร้อยยี่สิบวินาทีก็เบ้ปากอย่างเบื่อหน่าย เธอเกลียดไฟแดงจริงๆ เลย นั่งรถเก๋งแบบนี้ยังสบายหน่อย แต่พอนึกถึงตอนที่นั่งรถเมล์สุดแสนแน่น ก็ต้องถอนใจอย่างหดหู่ ไม่รู้ว่าเมื่อไรกรุงเทพจะเลิกรถติดเสียที

 

            ขณะที่กำลังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ด้านข้างก็มีรถเบนซ์สีดำคันหนึ่งขับมาจอดเทียบ หญิงสาวตาวาวขึ้นมาทันที เธอชอบรถเบนซ์สีดำที่สุดในโลก แม้ว่าชีวิตนี้จะไม่เคยมีวาสนาได้นั่งสักครั้งก็ตาม แต่เมื่อใดที่เห็นมัน เธอจะมองตามจนลับตาทุกที

 

            หญิงสาวเธอมองรถคันสวยพลางคิดว่าคนขับจะมีหน้าตายังไง ขณะกำลังมองอย่างเคลิบเคลิ้ม กระจกด้านคนขับก็เลื่อนลงช้าๆ อย่างรู้ใจ เธอมองตามกระจกที่ค่อยๆ เลื่อนลง เผยให้เห็นหน้าผากกว้าง ผิวขาวเกลี้ยงเกลา ดวงตาสีดำสนิทเรียวยาวคมกริบ จ้องตอบอย่างตื่นตระหนก จมูกโด่งสวย และริมฝีปากได้รูปหยักลึกน่ามอง...

 

            ว้าย! ตายแล้ว” เธออุทานเสียงหลง แล้วรีบหันหน้ากลับมาทันที เมื่อเห็นว่าเจ้าของรถเบนซ์คือตะวัน เธอหมอบลงกับตักของวายุ ผู้กองหนุ่มกระเถิบหนีอย่างตกใจ

 

            “ทำอะไรคุณ” เขาดึงหญิงสาวขึ้นมา แต่เธอไม่ยอม แถมยังพูดอะไร ฟังไม่รู้เรื่องอีก

 

            พี่ตะวันของคุณ เขาขับรถอยู่ข้างๆ เรา เขาเห็นฉันแล้วด้วย เธอชี้มือไปด้านหลัง วายุมองตามนิ้วเรียวไป ก่อนเบิกตาอย่างตกใจ เมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบของพี่ชาย

 

            พี่ตะวัน ทำไมโชคร้ายแบบนี้นะ ดันมาเจอพี่ตะวันเข้าได้ แล้วทีนี้เราจะทำยังไงดี เขาถามอย่างร้อนรนมือไม้สั่นขึ้นมาทันที

 

            ไฟเขียวแล้วคุณ รีบหนีก่อน แล้วค่อยว่ากัน เธอแนะนำทั้งที่ยังหมอบอยู่กับตักเขา

 

            วายุไม่รอให้สั่งเป็นครั้งที่สอง เขารีบเหยียบคันเร่งพารถแล่นออกไปทันที แต่เมื่อเงยหน้ามองกระจกมองหลัง ก็ต้องเสียวสันหลังวาบ เห็นรถเบนซ์สีดำของพี่ชายขับตามมาติดๆ อย่างไม่ลดละ

 

            ทำไงดีคุณ พี่ตะวันตามมาติดๆ เลย หนีไม่พ้นแน่ เขาถามอย่างร้อนรน หวังพึ่งความคิดของหญิงสาว เพราะตอนนี้เขาคิดอะไรไม่ออกแล้ว

 

            เพียงเดือนยันตัวลุกขึ้นนั่ง เธอลูบผมให้พ้นดวงตา แล้วหันไปมองข้างหลัง ก่อนตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว

 

            ไม่พ้นก็ไม่ต้องหนีแล้ว จอดเลยคุณ ขืนหนีต่อไป พี่คุณต้องสงสัยแน่

 

            เอางั้นเลยเหรอ คุณยังไม่พร้อมเลยนะ ยังมีเรื่องเกี่ยวกับน้องดาวและพวกเรา อีกตั้งหลายเรื่องที่คุณยังไม่รู้ผู้กองหนุ่มเอ่ยอย่างร้อนใจ หญิงสาวครุ่นคิดหาทางออก ก่อนบอกสิ่งแรกที่คิดออกกับเขา

 

            ฉันนึกออกแล้ว เดี๋ยวฉันจะทำเป็นความจำเสื่อม ส่วนคุณก็บอกพี่ชายคุณว่าคุณพบฉันที่คลินิกหมออะไรก็ได้สักคนหนึ่ง บอกเขาว่าฉันถูกรถเฉียวล้มหัวฟาดพื้นความจำเสื่อม แล้วหมอคนนั้นเขาช่วยฉันไว้ ฉันอยู่ที่คลินิกนั่นมาตลอด จนคุณไปพบฉันเข้าโดยบังเอิญ ที่เหลือคุณก็แต่งเรื่องเพิ่มเอาเองแล้วกัน เธอบอกอย่างคล่องแคล่ว วายุชะลอรถเข้าจอดข้างทาง แล้วหันไปพยักหน้ากับเธอ

 

            “ตกลง ว่าไงว่าตามกัน อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด พี่ตะวันตามมาทันแล้ว”

 

            เพียงเดือนมองออกไปนอกรถ รถเบนซ์สีดำขับตามมาด้วยความเร็วสูง ก่อนปาดเข้าจอดดักหน้ารถสปอร์ตของผู้กองหนุ่มไว้ พอรถหยุดสนิทตะวันก็เปิดประตูเดินมาที่รถของพวกเขา โดยมีเมนี่ในชุดกระโปรงรัดรูปวิ่งตามมาติดๆ สองหนุ่มสาวสบตากันอย่างหวาดเสียว วายุพยักหน้าให้เธออีกครั้ง แล้วเปิดประตูรถก้าวออกไปยืนข้างนอก

 

            หญิงสาวหลับตาปี๋อย่างรอคอย ก่อนลืมตาขึ้นอีกครั้ง เมื่อประตูรถถูกเปิดออกอย่างแรง ร่างสูงของตะวันก้มลงมาหาเธอ ก่อนลากเธอออกจากรถ แล้วกอดเธอไว้ด้วยความคิดถึง เธอซุกหน้ากับแผ่นอกกว้าง ร่างสูงแข็งแรงของตะวันอบอุ่น ลมหายใจผ่าวร้อนของเขาเป่ารดอยู่แถวๆ ขมับของเธอ

 

            น้องดาว น้องดาวของพี่ ชายหนุ่มพึมพำด้วยความยินดี เขาเคยคิดว่าต้องเสียน้องดาวไปแล้ว แต่จู่ๆ เขาก็ได้เธอกลับมาอย่างไม่คาดฝัน ความยินดีครั้งนี้มันมากเกินกว่าที่เขาจะรับมือได้ เขากระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น แล้วสูดกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนผมนุ่มสลวย ครั้งแรกที่เขาเห็นเธอตรงสี่แยกไฟแดง เขาคิดว่าตัวเองฝันไป แต่มันไม่ใช่ความฝัน น้องดาวกลับมาหาเขาแล้ว

 

            ปล่อยฉันเถอะค่ะ เสียงหวานดังขึ้นพร้อมกับแรงผลักเบาๆ ที่แผ่นอก

 

            ตะวันก้มหน้ามองหญิงสาวในอ้อมแขน น้องดาวหน้าแดงเรื่ออย่างน่ารัก เขากวาดตามองทั่วดวงหน้าหวาน ก่อนตอบเสียงเบา

 

            ไม่ปล่อย พี่จะไม่มีวันปล่อยน้องดาวไปไหนอีกแล้ว เขากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น เพียงเดือนขนลุกซู่ขึ้นมาทันที เมื่อได้ยินเสียงทุ้มลึกน่าหลงใหลในระยะเผาขน

 

            ปล่อยฉันเถอะค่ะ เธอเอ่ยอีกครั้งหลังจากรวบรวมสติกลับมาได้แล้ว ชายหนุ่มยอมคลายอ้อมกอด แต่ยังไม่ยอมปล่อยเธอ เขาก้มลงมองเธอพลางยิ้มอย่างอ่อนโยน

 

            เพียงเดือนร้องครางในใจ ยังไม่ทันได้เริ่มงานตบะของเธอก็จะแตกแล้ว เสน่ห์ของพี่มาร์กขาเกินห้ามใจจริงๆ ถ้าเธอไม่ระวังตัวระวังใจให้มาก ต้องตกหลุมเสน่ห์ของเราจนถอนตัวไม่ขึ้นแน่

 

            “ปล่อยเถอะค่ะ ฉันอึดอัด” เธอออกแรงผลักเขาแรงขึ้น จนหลุดออกมาจากอ้อมแขนแข็งแกร่งได้ เธอรีบทำสีหน้างุนงง แล้วหันไปมองวายุที่ยืนยิ้มแห้งๆ อยู่ข้างๆ ก่อนหันมามองเขาอีกครั้ง

 

            คุณเป็นใครคะ เรารู้จักกันด้วยเหรอ

 

            ตะวันขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ ดาวไม่รู้จักเขา มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เขาหันขวับไปมองน้องชายอย่างคาดคั้น ยังไม่ทันได้เอ่ยปากถาม วายุก็รีบเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เขาฟังทันที

 

            น้องดาวประสบอุบัติเหตุครับ เธอสูญเสียความทรงจำ เธอเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเองไม่ได้เลย”

 

            ความจำเสื่อมตะวันอุทานอย่างตกใจ ดวงตาคมกริบตวัดมามองเธอ เพียงเดือนรีบหลบไปยืนหลังผู้กองหนุ่ม แกล้งทำเป็นหวาดกลัวอย่างแนบเนียน

 

            จะเรียกแบบนั้นก็ได้ครับ ผมว่าเราไปคุยกันที่บ้านดีกว่าครับ ผมมีเรื่องต้องเล่าให้พี่ฟังเยอะเลย ตามประสาพี่ๆ น้องๆ

 

            ประโยคแรกเขาพูดกับพี่ชาย แต่ประโยคหลังเขาเจตนาพูดกับเมสินี ที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ด้านหลัง ตะวันพยักหน้าอย่างเข้าใจ แล้วหันไปพูดกับเพื่อนสาว

 

            เมนี่กลับบ้านไปก่อนนะครับ พี่มีธุระด่วนจริงๆ

 

            แต่พี่มาร์กขาสัญญาแล้วนี่คะ ว่าจะไปกินข้าวเย็นที่บ้านเมนี่ เธออ้อนเสียงอ่อนเสียงหวาน

 

            พี่รู้ครับ พี่ผิดเอง วันหลังพี่จะชดใช้ให้นะคนดี แต่วันนี้พี่ต้องพาน้องดาวกลับบ้านก่อน เขาพูดเสียงนุ่มราวพูดกับเด็ก

 

            เพียงเดือนเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ ก่อนรีบทำหน้าเป็นปกติ เมื่อผู้กองหนุ่มหันมามองเธอ

 

            ให้เมนี่ไปบ้านพี่ตะวันด้วยนะคะ เมสินีไม่ละความพยายาม

 

            พี่ไม่สะดวก เอาไว้วันหลังนะครับ เขายังคงพูดอย่างใจเย็น แต่เมสินีไม่เย็นแล้ว เธอเดินไปหาเพียงเดือน ก่อนถามอย่างไม่เป็นมิตรเท่าไร

 

            ว่ายังไงจ๊ะ น้องดาวคนดี ไปหลบอยู่ที่ไหนมาตั้งนานสองนาน บอกให้พี่เมนี่ฟังบ้างสิ

 

            ใครคะพี่วา น้องดาวกลัว เพียงเดือนแสร้งทำเป็นกลัว เธอซุกหน้ากับแผ่นหลังของวายุ แล้วสะกิดบอกให้เขาหาทางหนีอีกครั้ง

 

            พี่ตะวันไปส่งคุณเมนี่เถอะครับ ผมจะพาน้องดาวกลับบ้านเอง ที่นี่แดดร้อนน้องดาวไม่ค่อยสบาย ผมไม่อยากให้เธออยู่ที่นี่นาน ผู้กองหนุ่มเสนอทางออกกับพี่ชาย ตะวันมองอย่างไม่ชอบใจ เขาคว้าข้อมือเพียงเดือน แล้วดึงมายืนข้างตัวเอง

 

            ไม่ พี่จะพาน้องดาวกลับบ้านเอง นายช่วยไปส่งเมนี่ให้พี่ทีสิ

 

            พอพูดจบเขาก็กึ่งจูงกึ่งลากเพียงเดือนเดินไปที่รถเบนซ์ของตน หญิงสาวส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากวายุ ซึ่งผู้กองหนุ่มทำได้แค่ส่งยิ้มให้กำลังใจเธอเท่านั้น

 

            จะพาฉันไปไหนคะ ปล่อยฉันเถอะค่ะ แล้วพี่วาล่ะคะ เธอถามเสียงหวานพยายามฝืนตัวไว้ แต่ชายหนุ่มไม่ยอมปล่อย เขาคว้าเอวเธอดึงเข้ามาใกล้ตัว แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

 

            พี่จะพาน้องดาวกลับบ้านของเรา ส่วนนายวาเขาจะไปส่งคุณเมนี่ แล้วจะตามไปที่หลัง

 

            แต่ฉันอยากไปกับพี่วา

 

            ตะวันตาวาววับขึ้นมาทันที แต่เพียงแวบเดียวเขาก็สลายมันไป แล้วยิ้มกระชากใจให้เธอแทน เขาเปิดประตูดันเธอเข้าไปนั่งในรถ แล้ววิ่งอ้อมไปประจำที่คนขับ ก่อนขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจเมสินีที่ยืนกระทืบเท้าเร่าๆ อยู่ตรงนั่นเลย

 

            วายุหันมามองหญิงสาว ก่อนเอ่ยกลั้วหัวเราะอย่างหยอกเย้า เชิญครับ ผมจะไปส่งให้เอง ตอนนี้ตัวจริงเขากลับมาแล้ว ตัวสำรองคงต้องกลับไปนั่งซดน้ำแห้วที่บ้าน

 

            เมสินีไม่ขำด้วย เธอกัดฟันแน่นด้วยความโกรธแค้น วันนี้เธอเสียหน้ามามากพอแล้ว พี่มาร์กไม่สนใจเธอเลย ในสายตาของเขามีแต่รัศมีดาราคนเดียว หญิงสาวรวบรวมศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เดินไปโบกรถแท็กซี่ แล้วก้าวขึ้นไปนั่ง ก่อนปิดประตูดังโครมใหญ่ รถเคลื่อนออกไปแล้ว แต่หญิงสาวยังกำมือแน่นด้วยความอาฆาต

 

            มันกลับมาได้ยังไง นางน้องดาว นางตัวมาร ตายยากตายเย็นนักนะแก

 

            วายุมองตามรถแท็กซี่อย่างอ่อนใจ พี่ตะวันนะพี่ตะวัน เสน่ห์แรงเหลือเกิน แรงเกินไปด้วยซ้ำ พี่ตะวันจะเสียใจขนาดไหน ถ้ารู้ว่าเสน่ห์ของตนเป็นสาเหตุให้น้องดาวต้องพบกับเภทภัย ดวงตาสีสนิมหมองลงอย่างเศร้าสร้อย เขาถอนใจแล้วเดินไปขึ้นรถของตน ก่อนขับออกไปอย่างรวดเร็ว เรื่องเศร้าคงต้องเก็บไว้ก่อน เพราะตอนนี้เขามีเรื่องด่วนต้องทำ เขาต้องแต่งเรื่องโกหกให้รัดกุม เมื่อกลับถึงบ้านจะได้เล่าให้พี่ชายฟัง ซึ่งเขาไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือเปล่า เพราะเขาไม่เคยโกหกพี่ตะวันได้เลยสักครั้งในชีวิต

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

            เพียงเดือนนั่งรถด้วยหัวใจตุ้บๆ ต่อมๆ มันเร็วเกินไป เธอยังไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจเลย หญิงสาวผ่อนลมหายใจออกมายาวๆ แล้วเหลือบตาไปแอบมองสารถีหนุ่ม แต่ต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ใบหน้านวลแดงเรื่อขึ้นมาเฉยๆ พี่มาร์กขาหล่อมาก ขอบอกว่าหล่อมากจริงๆ หล่อมากกว่าวันที่เธอเจอเขาครั้งแรกเสียอีก

 

            วันนี้เขาแต่งตัวตามสบาย สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าอ่อนปล่อยชายออกนอกกางเกง ปลดกระดุมเสื้อออกสองเม็ด มองเห็นแผ่นอกเรียบตึง ที่มีกล้ามเนื้อพองาม คิ้วเรียวยาวดำสนิทตัดกับใบหน้าขาวจัดเกลี้ยงเกลา แต่ที่น่ามองที่สุดคือดวงตาเรียวยาวคมกริบ เวลาสบตากันเหมือนกับว่าถูกมองเข้าไปถึงวิญญาณเลยทีเดียว

 

            เหมือนจะรู้ตัวว่าถูกแอบมอง ตะวันหันหน้ามามองเธอด้วยแววตาอบอุ่น ก่อนยิ้มน้อยๆ แต่มันส่งผลต่อเพียงเดือนอย่างรุนแรง หญิงสาวหน้าร้อนผ่าวกระเถิบถอยไปติดประตูรถ ทั้งที่รู้ว่าไม่มีที่ให้ถอย ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นท่าทางขัดเขินของเธอ

 

            น้องดาวเป็นอะไรครับ ทำท่าเหมือนกลัวพี่ เขาถาม

 

            เพียงเดือนกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เธอไม่ได้กลัวเขา แต่เธอกลัวใจตัวเองมากกว่า แต่ถ้าบอกออกไปตรงๆ แผนการที่วางไว้คงพังหมอ เธอจึงแกล้งถามเสียงแผ่วด้วยท่าทางกล้าๆ กลัวๆ แทน

 

            คุณเป็นพี่ชายของฉันเหรอคะพอถามแล้วเธอก็กลั้นใจรอคำตอบพลางสังเกตชายหนุ่มตรงหน้าไปด้วย คิ้วเรียวยาวของตะวันขมวดเข้าหากันทันที เขาเลี้ยวรถเข้าจอดข้างทาง ก่อนหันมาจ้องหน้าเธอเขม็ง หญิงสาวมองตอบหัวใจเต้นแรงอย่างตื่นตระหนก

 

            น้องดาวจำพี่ไม่ได้เลยเหรอครับ พี่เป็นพี่ชายและเป็นคู่หมั้นของน้องดาว เรากำลังจะแต่งงานกัน แต่น้องดาวก็มาหายตัวไปเสียก่อน เขาพูดเสียงเศร้าพลางจับมือเธอมากุมไว้

 

            พี่น้องแต่งงานกันได้เหรอคะ” เธอพูดสิ่งแรกที่คิดออกออกมา ชายหนุ่มชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย

 

            น้องดาวจำอะไรไม่ได้เลย เกิดอะไรขึ้นเหรอจ้ะ น้องดาวไปอยู่ที่ไหนมา เล่าให้พี่ฟังได้ไหม

 

            เพียงเดือนรับฟังอย่างสยดสยอง คำถามที่เธอกลัวที่สุดหลุดออกมาแล้ว แต่เธอจะพูดอะไรไม่ได้ทั้งนั้น เพราะเดี๋ยวมันจะไม่ตรงกับที่วายุพูด

 

            พี่วาอยู่ไหนคะ เธอแกล้งถามกลบเกลื่อนเพื่อเอาตัวรอด แต่ตะวันไม่เข้าใจด้วย ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยความหึงหวง เขาดึงเธอเข้าไปกอด แล้วสั่งเสียงเข้ม

 

            อยู่กับพี่ห้ามพูดถึงคนอื่น

 

            เพียงเดือนรับฟังด้วยหัวใจพองโต ไม่ผิดแน่ เมื่อกี้เธอก็เห็นครั้งหนึ่ง ก่อนที่เขาจะสลายมันไปอย่างรวดเร็ว พี่มาร์กขาขี้หึงสุดๆ เขาทำราวกับว่าน้องดาวเป็นสมบัติส่วนตัว ที่ใครก็ห้ามแตะต้อง จะเป็นไปได้ไหมที่เขาหึงจน...

 

            ไม่มีทาง เป็นไปได้ หญิงสาวปฏิเสธความคิดของตัวเอง ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยสายตาว่างเปล่า เพื่อยืนยันให้ชายหนุ่มเห็นว่าเธอจำอะไรไม่ได้จริงๆ

 

            ปล่อยฉันเถอะค่ะ ฉันปวดหัว เธอบังคับให้น้ำตาเอ่อคลอออกมา ก่อนหยดลงช้าๆ ราวกับนักแสดงมืออาชีพพลางยกมือขึ้นกุมศีรษะด้วยสีหน้าเจ็บปวด

 

            ตะวันเห็นแบบนั้นก็รีบปล่อยเธอทันที ก่อนถามด้วยความเป็นห่วง ปวดมากหรือเปล่าน้องดาว ให้พี่พาไปหาหมอไหม

 

            ไม่ค่ะ ไม่ต้องไปหาหมอ แค่นอนพักสักครู่ แล้วก็ไม่คิดถึงอะไร ก็ค่อยยังชั่วแล้วค่ะเธอรีบละล่ำละลักปฏิเสธ ขืนไปหาหมอความได้แตกพอดี

 

            งั้นกลับบ้านกัน น้องดาวจะได้นอนพัก เขาหันกลับไปจับพวงมาลัย แล้วขับรถไปอย่างรวดเร็ว

 

            เพียงเดือนผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก รอดไปครั้งหนึ่ง แต่คราวหน้าเธอคงต้องระวังให้มากกว่านี้ ดูท่างานนี้จะตื่นเต้นไม่ใช่น้อย เธออยากรู้จริงๆ ว่าใครเป็นฆาตกร

 

            ‘หวังว่าจะไม่ใช่คุณนะ คุณมาร์ก...

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 


***อ่านพันธนาการหัวใจได้ 3 ช่องทาง ดังนี้***

 

1. อ่านฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMjQ3MzAiO30

 

2. อ่านแบบแพคเก็ตจากเว็บเด็กดี

 

3. อ่านนิยายเรื่องอื่นๆ ของมัลลิกา ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&page_no=1&type=author&search=มัลลิกา&is_mag=all&price=all&sort_by=date&from_book_price=&to_book_price=&category_id=&category_name


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

0 ความคิดเห็น