พันธนาการหัวใจ (Re-Up)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 9,616 Views

  • 14 Comments

  • 255 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    127

    Overall
    9,616

ตอนที่ 10 : บทที่ 2 ก้าวสู่วังวน ตอนที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 559
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    19 ม.ค. 61



บทที่ 2

ก้าวสู่วังวน

ตอนที่ 3

 

            ทำไมคะ มีใครอยู่ข้างหลังฉันเหรอ เธอถามเสียงเบา

 

            พี่ตะวันอยู่ด้านหลังคุณ เขาเห็นผมแล้ว และกำลังเดินตรงมาทางนี้ เขาตอบเสียงเบายิ่งกว่าเธออีก

 

            แล้วทำไงล่ะ ถ้าเขาเห็นฉันตอนนี้ แผนเราต้องแตกแน่ เธอถามอย่างตระหนก

 

            เอาอย่างนี้ คุณหยิบกระเป๋า แล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ แอบอยู่ในนั้น เดี๋ยวทางนี้ผมจัดการเอง

 

            “ได้ค่ะ”

 

            เพียงเดือนไม่รอให้สั่งเป็นครั้งที่สอง เธอลุกขึ้นคว้ากระเป๋าสะพาย เดินไปเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ก่อนหลบไปยืนปาดเหงื่ออยู่ใต้ซุ้มดอกไม้หน้าห้องน้ำ แล้วแอบมองออกไปอย่างอยากรู้อยากเห็น

 

            นายตะวัน ทรัพย์เทวัญ ยังคงหล่อเหลาเช่นเดิม เขาเดินไปที่โต๊ะของน้องชาย โดยมีหญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่งเดินคู่ไปด้วย หล่อนเยื้องย่างดุจนางพญา ทว่าหล่อนไม่ใช่ยายเมนี่แปดหลอด เพียงเดือนจ้องเขม็ง ก่อนร้องอุทานในใจ เมื่อนึกออกว่าผู้หญิงคนนี้คือคุณทรายขวัญ ลูกสาวของพ่อเลี้ยงอาทรเพื่อนสาวอีกคนของตะวัน

 

            ร้ายจังนะพี่มาร์กขา เมื่อวานควงคนหนึ่ง วันนี้ควงอีกคนหนึ่ง ทั้งที่ตัวเองมีคู่หมั้นอยู่แล้วแท้ๆ แบบนี้มันน่าโทรตามแม่เมนี่มาซะจริงๆ คนในสวนอาหารจะได้มีงิ้วดูฟรีคั่นเวลา เธอกัดเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างขุ่นเคือง แล้วเงี่ยหูฟังการสนทนาของพวกเขา

 

            หวัดดีครับพี่ตะวัน ลมอะไรหอบมาถึงที่นี่ครับ วายุถาม เขาอุตส่าห์พาเพียงเดือนมากินอาหารแถวชานเมือง เพราะไม่ต้องการให้มีคนรู้จักเห็นเธอ แต่โชคชะตาดันเล่นตลกชักนำให้มาเจอกับพี่ชายจนได้

 

            คุณขวัญบอกว่าร้านนี้อาหารอร่อย เขาตอบพลางมองไปรอบๆ เพียงเดือนรีบหดหัวกลับเข้ามาทันที เมื่อสายตาคมกริบคู่นั้นมองมาที่เธอ แม้จะรู้ว่าเขาไม่เห็น แต่เธอก็อดหลบไม่ได้

 

            ไม่ยักรู้ว่าเราสองคนรสนิยมเดียวกัน วายุถามพลางส่งยิ้มยียวนให้กับหญิงสาว ที่ยืนเกาะแขนพี่ชายของเขาแจ เธอหน้าแดงเรื่อ ก่อนขึงตาใส่เขาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ

 

            วางใจได้คุณวายุ นับตั้งแต่พรุ่งนี้ ฉันจะไม่มาเหยียบที่นี่อีกเลย

 

            แล้วนี่นายมากับใครล่ะ ตะวันตัดบทการโต้เถียงของทั้งสอง ทรายขวัญกับวายุเจอกันไม่ได้ เจอกันเมื่อไรต้องทะเลาะกันทุกที ทั้งที่เขาคิดว่าถ้าทั้งคู่ลงเอยกันได้คงดีไม่น้อยกับธุรกิจของทรัพย์เทวัญ

 

            เพื่อนครับ พอดีเธอไปเข้าห้องน้ำ พี่ตะวันจองโต๊ะไว้หรือเปล่าครับ

 

            ขวัญเขาจองไว้แล้ว ว่าแต่เพื่อนของนายคนนี้เป็นใครมาจากไหนล่ะ พี่ก็ไม่อยากก้าวก่ายเรื่องของนายหรอก แต่จะคบกับใครเลือกสักหน่อยก็ดีนะ

 

            ตะวันมองน้องชายอย่างจับผิด ในขณะที่เพียงเดือนตาลุกพองรีบมองสำรวจตัวเอง ก่อนออกจากบ้านเธอก็ว่าเธอดูดีแล้วนี่น่า แต่พอมาฟังน้ำเสียงแฝงแววตำหนิของอีตาพี่มาร์กขาเข้า ก็เล่นเอาเธอแกว่งไปเหมือนกัน วันนี้เธอใส่กางเกงยีนเอวต่ำตัวเก่งกับเสื้อยืดสีเลือดหมูพอดีตัว ซึ่งมันก็ไม่ได้ดูน่าเกลียดอะไรในสายตาเธอ เพียงแต่ว่าถ้าวัดจากมาตรฐานของพี่มาร์กขา ที่ต้องเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้าอยู่ตลอดเวลาแล้ว เธอก็เป็นแค่ชาวบ้านร้านตลาดดีๆ นี่เอง

 

            ไปเถอะค่ะพี่ตะวัน คนบางคนพูดไปก็เท่านั้น ไม่ซึมซับหรอก โดยเฉพาะพวกมักมาก ทรายขวัญเอ่ยอย่างเหยียดหยาม วายุเลิกคิ้วมองรอยยิ้มยียวนผุดขึ้นบนริมฝีปาก

 

            ไม่ต้องห่วงหรอกครับ อย่างน้อยผมก็เช็คแล้วว่าพวกเธอไม่มีเจ้าของ พี่ก็รู้นี่ว่าคนอย่างผมไม่ชอบยุ่งกับของๆ คนอื่น ไม่เหมือนกับคนบางคน เขาพูดกับพี่ชายแต่สายตามองที่ใบหน้างาม ก่อนลดสายตาลงมองมือที่ยึดจับแท่นแขนแข็งแรงอย่างเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ

 

            นายว่าใคร เสียงแหลมตวาดแวด ใบหน้าแดงเรื่อแต่ดวงตาเขียวปัด

 

            ว่าใครก็ได้ ใครเป็นอย่างนั้นก็รับไปสิ

 

            ไปกันเถอะขวัญ พี่หิวแล้ว ตะวันตัดบทการโต้เถียงอีกครั้งด้วยท่าทางเบื่อหน่าย แล้วกลับบ้านบ้างนะ พี่มีเรื่องจะคุยกับนาย

 

            แต่ตอนนี้ผมไม่ค่อยว่าง วายุต่อรองเสียงอ่อย

 

            ตะวันจ้องหน้าน้องชายเขม็ง ก่อนสั่งเสียงหนัก พยายามทำตัวให้ว่างซะวายุ พรุ่งนี้เช้าพี่จะรอนายที่โต๊ะอาหาร และอย่ามาสาย

 

            พอพูดจบเขาก็พาทรายขวัญเดินออกไป ในขณะที่วายุหน้าจ๋อยลงทันที เมื่อโดนประกาศิตจากพี่ชาย แม้จะไม่ใช่พี่น้องกันจริงๆ แต่เขาก็รักและเกรงใจตะวันเป็นที่สุด

 

            ผู้กองหนุ่มนั่งรอจนพี่ชายเดินไปนั่งที่โต๊ะของตนแล้ว จึงวางเงินค่าอาหารไว้บนโต๊ะ แล้วเดินไปที่ห้องน้ำหญิง ยังไม่ทันร้องเรียกเพียงเดือนก็เดินออกมาหา เขาคว้าแขนเธอดึงเข้ามาใกล้ตัว กดศีรษะซุกกับอ้อมอก แล้วพาหญิงสาวเดินออกจากร้านอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางสายตาฉงนสนเท่ห์ของคนในร้าน และสายตาวาวโรจน์คู่หนึ่งที่มองตามไปราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

 

            ดูสิคะพี่ตะวัน น่าเกลียดที่สุด เสียงหวานดังขึ้น

 

            ตะวันเงยหน้ามองน้องชาย วายุเดินออกจากร้าน โดยโอบผู้หญิงคนหนึ่งออกไปด้วย เขาส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ เจ้าชู้ไม่เคยเปลี่ยน พอเขาสั่งให้กลับบ้านไปหาแต่เช้า พ่อน้องชายจึงต้องรีบทำเวลา ทั้งที่ยังกินอาหารไม่เสร็จ

 

            พี่ตะวันต้องอบรมเขาบ้างนะคะ ทำตัวน่าเกลียดที่สุด ไม่เลือกเวลา สถานที่เลย ทรายขวัญยังต่อว่าอย่างเผ็ดร้อน

 

            ถ้าน่าเกลียดน้องขวัญก็อย่าไปมองเขาสิครับ หรือว่าจะเกลียดไม่จริง ชายหนุ่มยิ้มยั่ว หญิงสาวหน้าแดงเรื่อขึ้นมาทันที ก่อนเอ่ยอย่างขุ่นเคือง

 

            ถ้าขืนพี่ตะวันพูดแบบนี้อีกคำเดียว คำเดียวเท่านั้น ขวัญจะกลับทันที แล้วชาตินี้เราไม่ต้องเจอกันอีกเลย

 

            ตะวันหัวเราะด้วยความเอ็นดู เขาน่าจะลองดูอีกสักครั้ง เพราะเท่าที่ดูจากท่าทางปั้นปึ่งของทรายขวัญ แผนการที่เขาวางไว้ให้วายุคงไม่น่าจะยากเกินไปนัก

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

            ภายในรถสปอร์ตคันงามเพียงเดือนผ่อนลมหายใจอย่างหวาดเสียว เธอหันมาสบตากับสารถีหนุ่ม ดวงตาสองคู่ถ่ายทอดความรู้สึกเดียวกันออกมา ก่อนเสียงหัวเราะจะดังขึ้นอย่างไม่อาจควบคุม

 

            เกือบไปแล้วไหมคุณ ถ้าสองคนนั้นเห็นฉัน คุณจะตอบว่ายังไง เธอถามหลังจากที่หยุดหัวเราะแล้ว

 

            จะทำยังไงได้ ผมคงต้องบอกความจริงกับพี่ตะวัน แล้วรวมสองคนนั่นเข้ามาไว้ในแผนการของเราด้วย

 

            ยังงั้นก็แย่สิ ถ้าเกิดสองคนนั้นเป็นผู้ร้ายในคดีนี้ล่ะ เธอถามด้วยสีหน้าจริงจัง ชายหนุ่มหันกลับมามอง ใบหน้าคมหมองลง

 

            ไม่ใช่หรอก พี่ตะวันไม่มีทางทำร้ายน้องดาวเด็ดขาด

 

            ทำไมคุณถึงแน่ใจแบบนั้นล่ะเธอถามอย่างสงสัย

 

            ถ้าคุณรู้จักพี่ตะวันดีพอ คุณจะไม่มีวันสงสัยเขา พี่ตะวันรักน้องดาว รักมากที่สุด รักมาตลอด เขาเอ่ยเสียงเศร้า ดวงตาเหม่อมองไปข้างหน้า

 

            เพียงเดือนลอบถอนใจ ความรู้สึกบางอย่างแทรกเข้ามา จนเจ้าตัวต้องหลับตาลง แล้วพยายามขับไล่มันออกไป แต่ดูเหมือนว่าเจ้าความอิจฉา มันจะดื้อด้านเป็นพิเศษ เพราะไม่ว่าจะทำยังไง ในหูก็แว่วแต่คำพี่ตะวันรักน้องดาวที่สุด

 

            แล้วคุณทรายขวัญ ที่มากับเขาล่ะ เห็นเกาะกันแจเลย เธออาจไม่ชอบน้องดาวก็ได้ เธอถามเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของตน วายุหันมามองเธอ ก่อนตอบเสียงหนัก

 

            ทรายขวัญอาจจะไม่ชอบน้องดาวก็จริง แต่ผมคิดว่าเธอไม่ใช่คนที่ร้ายกาจพอจะทำเรื่องแบบนั้นได้

 

            ทำไมคุณมั่นใจนักล่ะ เท่าที่ฉันเห็น พวกคุณดูไม่ค่อยถูกกันด้วยซ้ำ เธอย้อนถามพลางจ้องเขม็ง

 

            วายุมองตอบอย่างอึดอัด เพียงเดือนฉลาดและช่างสังเกต ต่อไปเขาคงต้องระวังตัวให้มากกว่านี้

 

            ไม่รู้สิ ผมรู้สึกว่าฆาตกรไม่ใช่คุณทรายขวัญ แต่เป็นใครสักคนที่เราคาดไม่ถึง

 

            แล้วถ้าเป็นยายเมสินี คู่ขาอีกคนของคุณตะวันล่ะ ถ้าเป็นแม่นี่ต้องทำได้แน่นอน เพราะหล่อนใจร้ายมาก เรื่องนี้ฉันเคยโดนกับตัวมาแล้ว แถมพ่อหล่อนยังเป็นพวกผู้มีอิทธิพลด้วย

 

            รู้สึกว่าผู้ต้องสงสัยแต่ละคนของคุณ เป็นเพื่อนหญิงของพี่ตะวันทั้งนั้นเลยนะวายุเหลือบมองเธออย่างสงสัย หญิงสาวมองตอบ แล้วอธิบายยืดยาว

 

            ฉันเคยอ่านหนังสือพิมพ์ เวลามีการฆาตกรรมทีไร ตำรวจเขาก็จะสันนิษฐานว่ามูลเหตุของการฆ่า ถ้าไม่เกิดจากความขัดแย้งทางธุรกิจ ก็ต้องเป็นเรื่องชู้สาว อย่างน้องดาว วันๆ นั่งอยู่บ้านจะไปขัดธุรกิจกับใครได้ ถ้าจะฆ่า เขาฆ่าพี่มาร์กขาไม่ดีกว่าเหรอ ดังนั้นก็เหลือเรื่องเดียวคือเรื่องชู้สาว ซึ่งฉันคิดว่าเข้าประเด็นที่สุด เพราะน้องดาวกำลังจะแต่งงานกับพี่มาร์กขาอยู่แล้ว เธอก็มามีอันเป็นไปก่อน ฉันจึงคิดว่าเจ้าฆาตกรนั่น มันต้องไม่อยากให้มีงานแต่งงานเกิดขึ้นแน่ๆ หรือคุณคิดว่ายังไง

 

            พอพูดจบเพียงเดือนก็หันมาถามเขา วายุยิ้มกว้าง ก่อนหัวเราะออกมา หญิงสาวหน้าตึงขึ้นมาทันที ก่อนถามด้วยสีหน้าบูดบึ้ง

 

            หัวเราะอะไรไม่ทราบค่ะผู้กอง

 

            ก็ขำคุณนั่นแหละ คุณคิดว่าผมไม่ได้สงสัยข้อนี้เหรอ ผมให้สายของผมติดตามเป้าหมายทั้งหมด มาตั้งแต่วันที่พบน้องดาว แต่ไม่มีใครสักคนหนึ่งที่มีพิรุธ และในคืนที่น้องดาวหายตัวไป ทุกคนก็มีที่อยู่ชัดเจน ผมจึงต้องขอให้คุณช่วยยังไงล่ะ

 

            ฉันจะไปรู้ได้ยังไง แล้วทำไมคุณไม่บอกฉันก่อนหน้านี้ล่ะ เธอค้อนเขาหนึ่งวง

 

            เอาเป็นว่าผมขอโทษก็แล้วกัน แต่ทำไมคุณถึงเรียกพี่ตะวันว่าพี่มาร์กขาล่ะ ก่อนหน้านี้คุณก็เคยเรียกมาแล้วครั้งหนึ่ง ผมรู้มาว่าพี่ตะวันใช้ชื่อว่ามาร์กตอนอยู่เมืองนอก แต่คนในบ้านปานวิมานไม่มีใครเรียกพี่ตะวันแบบนี้ เขาถามด้วยความสงสัย

 

            ฉันเคยเจอเขามาแล้วครั้งหนึ่ง เขาเดินควงกับยายเมนี่ที่ห้างสรรพสินค้าที่ฉันทำงานอยู่ แล้วฉันก็ได้ยินยายเมนี่เรียกเขาว่าพี่มาร์กขา พี่มาร์กขา ฉันก็เลยเรียกติดมาด้วย มันก็เท่านั้น เธอพูดอย่างไม่คิดอะไร แต่คนฟังกลับถามอย่างตกใจ

 

            คุณเคยเจอกับพี่ตะวันมาก่อน

 

            เสียงดังไปได้คุณ เขาเห็นหน้าฉันที่ไหนล่ะ ตอนนั้นฉันใส่หัวหมีเดินแจกลูกโป่งอยู่ในห้างสรรพสินค้าของพ่อยายเมนี่ ฉันไปชนหล่อนเข้า แค่นั้นแหละโดนไล่ออกในพริบตา เธอเล่าด้วยความแค้นใจ

 

            วายุผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก แล้วขับรถต่อไปเรื่อยๆ แม้จะยังไม่ดึก แต่แถบชานเมืองกลับดูเงียบวังเวง ถนนทั้งสายว่างเปล่า มีรถของเขาแล่นมาเพียงลำพัง นานๆ จะมีรถยนต์คันอื่นแล่นสวนมาสักคัน ผู้กองหนุ่มยื่นมือไปเปิดเครื่องเสียง เพื่อทำลายความเงียบ เขาหันมองหญิงสาวข้างกาย ก่อนยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นว่าเธอหลับไปแล้ว ยิ่งตอนหลับเธอยิ่งเหมือนน้องดาว ถ้าเธอเป็นน้องดาวจริงๆ ก็คงจะดี

 

            เขาหันกลับไปมองถนน เมื่อเห็นอะไรขาวๆ อยู่กลางถนน เขาจ้องเขม็งไปเบื้องหน้า ก่อนเบิกตาอย่างตระหนก เขาไม่เคยเห็นผี ไม่เคยกลัวผี แต่ตอนนี้ที่กลางถนน เขาเห็นร่างในชุดแซ็คสีชมพูอ่อนคุ้นตายืนนิ่งอยู่ เขาเหยียบเบรกทันทีด้วยสัญชาตญาณ เสียงล้อรถบดกับผิวถนนดังลั่น รถคันสวยส่ายไปมาอย่างน่ากลัว ก่อนหยุดใกล้กับกอหญ้าข้างทาง

 

            เขาเงยหน้าขึ้นจากหลังพวงมาลัย ชะโงกออกไปดูหน้ารถ เหงื่อเม็ดโตผุดเต็มใบหน้า ไม่มีอะไรเลย ทุกอย่างยังคงว่างเปล่า มืดและเงียบวังเวงเช่นเดิม น้องดาวมาหาพี่ น้ำตาของเขาเอ่อคลอขึ้นมาทันที ก่อนกล่ำกลืนลงไปอย่างรวดเร็ว เมื่อได้ยินเสียงร้องโอดโอยของคนข้างตัว

 

            ขับรถประสาอะไรของคุณหา แบบนี้ฉันคงได้ตาย ก่อนจับเจ้าฆาตกรนั่นได้แน่ ถ้าไม่หัวใจวายก็คอหักตาย ดูสิหัวฉันโนเลย เพียงเดือนเอ่ยอย่างเจ็บปนโมโห เขารีบประคองใบหน้านวลเข้ามาดู แต่เธอปัดมือเขาออกอย่างถือตัว

 

            ผมขอโทษ ผมเห็นอะไรก็ไม่รู้วิ่งตัดหน้า วายุโกหกอย่างว่องไว เพียงเดือนกลัวผีสุดๆ ถ้าเขาบอกว่าเห็นน้องดาวยืนอยู่กลางถนน หล่อนต้องยกเลิกสัญญากับเขาแน่

 

            ช่างเถอะ กลับบ้านดีกว่าฉันง่วงแล้ว เธอเอ่ยตัดบทอย่างไม่ถือสา

 

            “ครับ” ผู้กองหนุ่มเยียบคันเร่งพารถสปอร์ตคันงามออกวิ่งอีกครั้ง เขาเฝ้าถามตัวเองไปตลอดทางว่าผีมีจริงหรือเปล่า แต่เมื่อกี้นี้ที่เขาเห็นมันน้องดาวไม่ผิดแน่ โธ่น้องดาวของพี่ เธอคงไปสู่สุขคติไม่ได้ เพราะคนที่ทำร้ายเธอยังลอยนวล

 

             พี่สัญญาน้องดาว พี่จะจับมันมาลงโทษให้ได้

 

            เพียงเดือนลอบมองชายหนุ่มข้างกาย ก่อนส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ เมื่อกี้ยังคุยจ้ออยู่เลย ตอนนี้ดันทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ สงสัยจะเสียใจจนเพี้ยน ขับรถมาดีๆ ก็เบรกซะหัวทิ่มหัวตำ ถ้าเธอไม่คาดเข็มขัดนิรภัย มีหวังกระเด็นออกไปนอกรถแล้ว

 

            เฮ้อ... มนุษย์

 



***อ่านพันธนาการหัวใจได้ 3 ช่องทาง ดังนี้***

 

1. อ่านฉบับสมบูรณ์ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNjI4MjI0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMjQ3MzAiO30

 

2. อ่านแบบแพคเก็ตจากเว็บเด็กดี

 

3. อ่านนิยายเรื่องอื่นๆ ของมัลลิกา ได้ที่เมพ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&page_no=1&type=author&search=มัลลิกา&is_mag=all&price=all&sort_by=date&from_book_price=&to_book_price=&category_id=&category_name




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

0 ความคิดเห็น